หาดใหญ่

ขอทางให้รถพยาบาลบน ถ.กาญจนวนิช หาดใหญ่

สถานการณ์ด่วนที่ ขอทางให้รถพยาบาลบน ถ.กาญจนวนิช กำลังเป็นที่ให้ความสนใจของประชาชนในพื้นที่หาดใหญ่และใกล้เคียง หลังเกิดเหตุการณ์ร้ายแรงที่โรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ ตำบลพะตง อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 คนร้ายบุกใช้อาวุธปืนก่อเหตุยิง มีทั้งครูและนักเรียนได้รับบาดเจ็บ รวมถึงมีการจับเด็กนักเรียนเป็นตัวประกัน ส่งผลให้เด็กจำนวนมากติดค้างอยู่ในโรงเรียน สถานการณ์ตึงเครียดอย่างมาก

จากเหตุการณ์ดังกล่าว มูลนิธิมิตรภาพสามัคคี (ท่งเซียเซี่ยงตึ๊ง) หาดใหญ่ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กเพื่อขอความร่วมมือจากประชาชน โดยเฉพาะ ขอทางให้รถพยาบาลบน ถ.กาญจนวนิช จากพื้นที่พะตงไปยังหาดใหญ่ ในเวลา 17.12 น. ของวันเดียวกัน เพื่อให้รถพยาบาลสามารถเดินทางได้สะดวกและรวดเร็วที่สุดในการช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ นอกจากนี้ ยังขอให้ทุกคนงดแชร์หรือโพสต์ข้อมูลของผู้ที่อยู่ในจุดเกิดเหตุ เพื่อความปลอดภัยและไม่ให้เป็นอุปสรรคต่อการทำงานของเจ้าหน้าที่

ขอทางให้รถพยาบาลบน ถ.กาญจนวนิช: คำร้องขอที่สำคัญในยามวิกฤต

ถนนกาญจนวนิชเป็นเส้นทางหลักที่เชื่อมต่อจากตำบลพะตงไปยังตัวเมืองหาดใหญ่ ซึ่งในช่วงเกิดเหตุการณ์นี้กลายเป็นเส้นทางสำคัญสำหรับรถพยาบาลในการขนส่งผู้ป่วยฉุกเฉิน การขอทางให้รถพยาบาลไม่ใช่แค่คำร้องขอธรรมดา แต่เป็นการช่วยชีวิตโดยตรง หากประชาชนทุกคนช่วยกันหลีกเลี่ยง ถนนนี้จะช่วยลดเวลาการเดินทาง ทำให้ผู้บาดเจ็บได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที

เลี่ยงเข้าพื้นที่โรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์

นอกจาก ขอทางให้รถพยาบาลบน ถ.กาญจนวนิช แล้ว ประชาชนควรหลีกเลี่ยงการเข้าใกล้พื้นที่โรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์โดยเด็ดขาด เพื่อไม่ให้เป็นอุปสรรคต่อปฏิบัติการของตำรวจ ทหาร และหน่วยกู้ภัย โรงเรียนแห่งนี้ตั้งอยู่ในพื้นที่หาดใหญ่ซึ่งเป็นย่านชุมชน มีนักเรียนจำนวนมาก การเกิดเหตุกราดยิงแบบนี้สร้างความตื่นตระหนกให้กับผู้ปกครองและชาวบ้าน

คำแนะนำสำหรับผู้ใช้รถใช้ถนนในหาดใหญ่

  • ให้ทางรถพยาบาลทันที: เมื่อเห็นไฟวับวาบหรือสัญญาณเตือน ให้ชิดซ้ายหรือหยุดรถเพื่อเปิดทาง
  • หลีกเลี่ยงเส้นทาง: ถนนกาญจนวนิช พะตง และบริเวณโรงเรียน ใช้เส้นทางเลี่ยงอื่นหากไม่จำเป็น
  • อย่าแชร์ข้อมูลสด: เพื่อป้องกันไม่ให้คนร้ายได้รับรู้การเคลื่อนไหวของเจ้าหน้าที่
  • ติดตามข่าวสาร: จากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือ เช่น สื่อหลักหรือเพจมูลนิธิ
  • เตรียมพร้อม: ผู้ปกครองตรวจสอบความปลอดภัยของบุตรหลานทันที

เหตุการณ์ครั้งนี้เตือนใจให้เราทุกคนตระหนักถึงความสำคัญของการเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินในชุมชน โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้ที่มักมีเหตุร้ายแรงเกิดขึ้น การให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะช่วยลดความสูญเสียได้อย่างมาก ถนนกาญจนวนิชในวันนี้ไม่ใช่แค่เส้นทาง แต่เป็นสายชีวิตที่เราทุกคนต้องช่วยกันปกป้อง

ความสำคัญของกฎจราจรฉุกเฉินในประเทศไทย

ตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 การขัดขวางรถพยาบาลหรือยานพาหนะฉุกเฉินมีโทษปรับสูงสุด 2,000 บาท แต่ที่สำคัญกว่านั้นคือการช่วยชีวิต ในหาดใหญ่ซึ่งเป็นเมืองใหญ่ การจราจรหนาแน่นยิ่งทำให้ ขอทางให้รถพยาบาลบน ถ.กาญจนวนิช เป็นเรื่องเร่งด่วน โมเมนต์แบบนี้แสดงให้เห็นถึงจิตสำนึกของคนหาดใหญ่ที่มักร่วมมือกันดีในยามวิกฤต

นอกจากนี้ โรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์เป็นโรงเรียนที่มีชื่อเสียงในพื้นที่ เน้นการศึกษาสำหรับเยาวชนท้องถิ่น เหตุการณ์นี้ไม่เพียงกระทบนักเรียน แต่ยังสะเทือนใจทั้งจังหวัดสงขลา เราหวังว่าสถานการณ์จะคลี่คลายโดยเร็ว และไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม

สำหรับความคืบหน้า สามารถติดตามได้จากข่าวอัพเดท หากคุณอยู่ในพื้นที่ แนะนำให้อยู่บ้านหรือเลือกเส้นทางอื่นเพื่อความปลอดภัย สุดท้ายนี้ ขอให้เจ้าหน้าที่ทุกท่านปลอดภัยและประสบความสำเร็จในการปฏิบัติหน้าที่

คำเรียกร้องถึงแฟนเพจ: ช่วยแชร์ข้อมูลนี้เพื่อแจ้งเตือนเพื่อนๆ และครอบครัวให้หลีกเลี่ยงพื้นที่ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือสังคม การร่วมมือกันจะทำให้หาดใหญ่กลับมาสงบสุขเร็วขึ้น

ที่มา – ขอทางให้รถพยาบาลบน ถ.กาญจนวนิช เลี่ยงเข้าพื้นที่ รร.พะตงประธานคีรีวัฒน์ หาดใหญ่

เหตุด่วน คนร้ายบุก รร.พะตงประธานคีรีวัฒน์ หาดใหญ่

เกิดขึ้นแล้ว! เหตุด่วน คนร้ายบุก รร.พะตงประธานคีรีวัฒน์ หาดใหญ่ ยิงครู-นักเรียน จับเด็กเป็นตัวประกัน สร้างความสะเทือนใจให้กับสังคมไทยทั้งประเทศ โดยเฉพาะพื้นที่ภาคใต้ที่เคยผ่านเหตุการณ์รุนแรงมามากมาย เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 ภายในโรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ ตั้งอยู่ตำบลพะตง อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ซึ่งเป็นโรงเรียนชื่อดังในพื้นที่ รับนักเรียนนับพันคน

จากรายงานเบื้องต้น คนร้ายบุก รร.พะตงประธานคีรีวัฒน์ หาดใหญ่ ในช่วงเวลาที่ใกล้เลิกเรียน ทำให้เด็กนักเรียนและครูตกอยู่ในอันตรายทันที คนร้ายใช้อาวุธปืนจริงจัง ยิงใส่ครูและนักเรียนจนมีผู้บาดเจ็บจำนวนหนึ่ง แต่โชคดีที่ยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตในเบื้องต้น หลังจากนั้น คนร้ายยังควบคุมตัวเด็กนักเรียนและครูบางส่วนไว้เป็นตัวประกันภายในอาคารเรียน ขณะที่มีนักเรียนอีกมากมายติดค้างอยู่ในโรงเรียน ไม่สามารถหลบหนีออกมาได้ สถานการณ์ตึงเครียดอย่างยิ่ง

เหตุด่วน คนร้ายบุก รร.พะตงประธานคีรีวัฒน์ หาดใหญ่

เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษจาก สภ.หาดใหญ่ ร่วมกับหน่วยกู้ภัยและกำลังทหาร ได้เข้าปิดล้อมพื้นที่โรงเรียนทันที เพื่อป้องกันไม่ให้สถานการณ์เลวร้ายลง พวกเขาเร่งอพยพนักเรียนที่อยู่ในจุดปลอดภัยออกจากพื้นที่ พร้อมประสานงานกับฝ่ายปกครองและหน่วยเจรจา เพื่อพูดคุยกับคนร้ายให้ยอมปล่อยตัวประกัน จนถึงตอนนี้ ยังไม่สามารถจับกุมผู้ก่อเหตุได้ แต่เจ้าหน้าที่กำลังทำงานอย่างเต็มที่

รายละเอียดเพิ่มเติมจากเหตุด่วน คนร้ายบุก รร.พะตงประธานคีรีวัฒน์ หาดใหญ่

โรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ เป็นสถาบันการศึกษาที่มีชื่อเสียงในหาดใหญ่ ดำเนินการสอนตั้งแต่ชั้นประถมจนมัธยม มีนักเรียนกว่า 2,000 คน และตั้งอยู่ในย่านชุมชน ทำให้เหตุการณ์นี้กระทบต่อครอบครัวจำนวนมาก ปัจจุบัน ผู้ปกครองต่างพากันมารอหน้าประตูโรงเรียนด้วยความหวาดกลัว ขณะที่ตำรวจขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยงพื้นที่ดังกล่าว

ลำดับเหตุการณ์สำคัญมีดังนี้:

  • ช่วงบ่ายใกล้เลิกเรียน: คนร้ายไม่ทราบจำนวนบุกเข้าโรงเรียน ใช้อาวุธปืนยิงใส่บุคลากรและนักเรียน
  • เกิดผู้บาดเจ็บ: ครูและนักเรียนหลายรายได้รับบาดเจ็บ ส่งโรงพยาบาลแล้ว
  • จับตัวประกัน: ควบคุมเด็กและครูไว้ในอาคารเรียน
  • เจ้าหน้าที่ตอบโต้: ปิดล้อมพื้นที่ อพยพนักเรียน และเริ่มเจรจา
  • สถานการณ์ล่าสุด: ยังไม่จับกุมได้ แต่ควบคุมพื้นที่ได้

เหตุการณ์แบบนี้ทำให้หลายคนนึกถึงปัญหาความปลอดภัยในโรงเรียนไทย ซึ่งในอดีตเคยเกิดเหตุคล้ายกันในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะในเขตที่มีความขัดแย้ง นอกจากนี้ ยังมีคำถามถึงระบบรักษาความปลอดภัยของโรงเรียน เช่น การติดตั้งกล้องวงจรปิด การตรวจสอบผู้เข้า-ออก และการฝึกซ้อมอพยพฉุกเฉิน

จากประสบการณ์ในอดีต เหตุการณ์บุกยิงในโรงเรียนมักเกิดจากปัญหาส่วนตัวหรือปัจจัยทางจิตใจ ทำให้จำเป็นต้องมีมาตรการป้องกันที่เข้มงวดมากขึ้น เช่น การคัดกรองอาวุธที่ประตูทางเข้า และการมีทีมตอบสนองด่วน

ในฐานะที่ติดตามข่าวสาร เราขอให้เจ้าหน้าที่เร่งคลี่คลายสถานการณ์ให้เร็วที่สุด เพื่อความปลอดภัยของเด็กๆ ทุกคน สุดท้ายนี้ เหตุการณ์ เหตุด่วน คนร้ายบุก รร.พะตงประธานคีรีวัฒน์ หาดใหญ่ ยิงครู-นักเรียน จับเด็กเป็นตัวประกัน เป็นเครื่องเตือนใจสำคัญว่า ความปลอดภัยในโรงเรียนต้องมาก่อนเสมอ หากคุณมีข้อมูลเพิ่มเติมหรืออยากแบ่งปันความเห็น สามารถคอมเมนต์ด้านล่าง หรือติดตามอัพเดทข่าวด่วนจากเราได้ทุกวัน!

ที่มา – เหตุด่วน คนร้ายบุก รร.พะตงประธานคีรีวัฒน์ หาดใหญ่ ยิงครู-นักเรียน จับเด็กเป็นตัวประกัน

ผบ.ตร.สั่งขยายผลคดีเด็ก 15 ชิงทองหาดใหญ่

ผบ.ตร.สั่งขยายผลคดีเด็ก 15 ชิงทองหาดใหญ่ เตือนราคาทองพุ่ง เสี่ยงคดีชิงทรัพย์เพิ่มขึ้น ล่าสุด พล.ต.อ.กิติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้ออกมาเปิดเผยความคืบหน้าของคดีสุดสะเทือนขวัญ ที่มีเยาวชนวัยเพียง 15 ปีบุกชิงทองหนัก 33 บาท จากร้านทองในห้างดังย่านหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นท่ามกลางกระแสราคาทองคำที่พุ่งสูงขึ้นต่อเนื่อง ทำให้เจ้าหน้าที่กังวลว่าอาจก่อให้เกิดคดีอาชญากรรมลักษณะนี้เพิ่มมากขึ้น

ผบ.ตร.สั่งขยายผลคดีเด็ก 15 ชิงทองหาดใหญ่ เตือนราคาทองพุ่ง เสี่ยงคดีชิงทรัพย์เพิ่มขึ้น

จากข้อมูลล่าสุด เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผบ.ตร.กิติ์รัฐ ได้อัปเดตสถานการณ์ โดยระบุว่าตำรวจกำลังเร่งขยายผลคดี เพื่อตรวจสอบว่ามีผู้ใดให้การช่วยเหลือหรือเป็นผู้อยู่เบื้องหลังหรือไม่ แม้ผู้ก่อเหตุจะอ้างว่าทำคนเดียว แต่การหลบหนีจากสงขลาไปไกลถึงสถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดอุบลราชธานี ทำให้เจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่าอาจมีผู้สนับสนุน โดยเฉพาะเพื่อนฝูงหรือผู้ยุยง แต่เบื้องต้นยังไม่พบหลักฐานชัดเจน ผู้ต้องหาอ้างเพียงว่ามีเพื่อนอยู่ที่นั่นเท่านั้น

ทองของกลางขาดหาย 3 บาท สอบปลายทางทันที

สำหรับทองคำของกลาง ตำรวจยึดคืนได้ 30 บาท จากทั้งหมด 33 บาท ส่วนที่เหลือ 3 บาท เจ้าหน้าที่กำลังสืบสวนว่าผู้ก่อเหตุนำไปขายหรือใช้ประโยชน์อย่างไร รวมถึงปลายทางของทองทั้งหมดว่าจะถูกนำไปที่ใด หลังจากนี้ ผู้ต้องหาจะถูกส่งตัวกลับไปดำเนินคดีที่จังหวัดสงขลาต่อไป คดีนี้สะท้อนปัญหาเยาวชนที่กล้าลงมือกับเป้าหมายมูลค่าสูง โดยไม่กลัวผลทางกฎหมาย

ผบ.ตร.ยังได้เตือนประชาชนและผู้ประกอบการร้านทองให้เพิ่มความระวัง เนื่องจากราคาทองที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ส่งผลให้เกิดแรงจูงใจในการก่อเหตุชิงทรัพย์หรือปล้นทรัพย์มากขึ้น ตำรวจได้เพิ่มมาตรการเฝ้าระวังและตรวจตราในพื้นที่เสี่ยง แต่ยืนยันว่าการแก้ปัญหาต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่าย

มาตรการป้องกันร้านทองและบทบาทประกันภัย

ผบ.ตร.ชี้ว่าผู้ประกอบการร้านทองต้องเสริมระบบรักษาความปลอดภัย เช่น ติดตั้งกล้องวงจรปิดเพิ่ม กระจกกันกระสุน และระบบแจ้งเตือนฉุกเฉิน รวมถึงควบคุมการเข้าถึงพนักงานและทรัพย์สินให้เข้มงวดยิ่งขึ้น สำหรับประชาชนที่สวมใส่เครื่องประดับทองคำ ก็ควรหลีกเลี่ยงการโชว์ในที่สาธารณะ นอกจากนี้ ยังมีการหารือกับบริษัทประกันภัย โดยพล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รอง ผบ.ตร. จะประชุมร่วมกับสำนักงาน คปภ. ในวันที่ 10 ก.พ. เพื่อกำหนดเงื่อนไขประกันที่กระตุ้นให้ร้านทองติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันมากขึ้น

  • เพิ่มการตรวจตราในพื้นที่ร้านทองหนาแน่น
  • ร้านทองควรใช้ตู้นิรภัยสองชั้น
  • ประชาชนหลีกเลี่ยงการถือทองจำนวนมาก
  • ผู้ปกครองอบรมลูกหลานเรื่องกฎหมาย
  • ประกันภัยกำหนดมาตรฐานความปลอดภัย

ปัญหาเยาวชนก่ออาชญากรรมเพิ่ม สาเหตุจากครอบครัวและสังคม

หนึ่งในประเด็นสำคัญคือจำนวนผู้ก่อเหตุที่เป็นเยาวชนมีแนวโน้มสูงขึ้น ผบ.ตร.แนะนำให้แก้ไขตั้งแต่ระดับครอบครัว โดยผู้ปกครองต้องปลูกฝังทัศนคติที่ดีและความรู้เรื่องกฎหมายให้บุตรหลาน ตำรวจเองก็จะใช้กำลังตำรวจมวลชนเข้าไปใกล้ชิดชุมชน ร่วมกับโรงเรียนและสถาบันการศึกษาในการให้ความรู้เกี่ยวกับการใช้ชีวิตในสังคมและเคารพกฎหมาย สถิติล่าสุดแสดงให้เห็นว่าคดีชิงทองในปีนี้เพิ่มขึ้น 20% จากปีก่อน สอดคล้องกับราคาทองที่ทะยานสู่ 40,000 บาทต่อบาททองคำ

คดีผบ.ตร.สั่งขยายผลคดีเด็ก 15 ชิงทองหาดใหญ่ เตือนราคาทองพุ่ง เสี่ยงคดีชิงทรัพย์เพิ่มขึ้นนี้ เป็นเครื่องเตือนใจว่าสังคมไทยกำลังเผชิญความท้าทายจากปัจจัยทางเศรษฐกิจและปัญหาวัยรุ่น สิ่งสำคัญคือทุกคนต้องตื่นตัวและร่วมมือกันป้องกัน

คุณเห็นด้วยกับมาตรการที่ผบ.ตร.เสนอหรือไม่? แสดงความคิดเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อเตือนภัยให้เพื่อนๆ รับทราบ!

ที่มา – ผบ.ตร.สั่งขยายผลคดีเด็ก 15 ชิงทองหาดใหญ่ เตือนราคาทองพุ่ง เสี่ยงคดีชิงทรัพย์เพิ่มขึ้น

กองปราบตามยึดทองของกลาง หลังเยาวชน 15 ปีสารภาพ

สวัสดีครับทุกท่าน วันนี้เรามีข่าวเด็ดจากวงการตำรวจที่กำลังเป็นกระแส กองปราบตามยึดทองของกลาง หลังเยาวชนวัย 15 ปี สารภาพฝากเพื่อนไว้ก่อนหนี กันอย่างกว้างขวาง เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจากเด็กหนุ่มวัยเพียง 15 ปี บุกชิงทองในร้านทองชื่อดังกลางห้างสรรพสินค้าที่หาดใหญ่ จ.สงขลา สร้างความตกใจให้กับชาวเมืองใต้ไม่น้อย

กองปราบตามยึดทองของกลาง หลังเยาวชนวัย 15 ปี สารภาพฝากเพื่อนไว้ก่อนหนี

เรื่องราวเริ่มต้นเมื่อช่วงค่ำวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2567 คนร้ายบุกเดี่ยวชิงทรัพย์ร้านทองภายในห้างสรรพสินค้าชื่อดัง ต.คอหงส์ อ.หาดใหญ่ ตรงข้ามมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ โดยได้ทองคำน้ำหนักรวมกว่า 33 บาท ก่อนหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว ตำรวจกองปราบปรามจึงเร่งติดตามตัวผู้ต้องหา

ด้วยความสามารถของเจ้าหน้าที่ พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป. สั่งการให้ พ.ต.อ.พงศ์ปณต ชูแก้ว รอง ผบก.ป. พ.ต.อ.สุริยศักดิ์ จิราวัสน์ ผกก.3 บก.ป. และ พ.ต.อ.อนุสรณ์ ทองไสย ผกก.6 บก.ป. นำทีมบุกจับกุมนายอั๋น (นามสมมุติ) วัย 15 ปี ชาว จ.สงขลา ได้ที่สถานีขนส่งผู้โดยสารอุบลราชธานี

เยาวชนวัย 15 ปี สารภาพฝากทองไว้กับเพื่อน

หลังจากถูกจับกุม ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพทันทีว่า ได้ฝากสร้อยคอทองคำและกำไลทองคำไว้กับเพื่อนวัย 15 ปี ก่อนจะหนีขึ้นรถโดยสารลงใต้ไปยังอุบลราชธานี เจ้าหน้าที่กองปราบปรามจึงไม่รอช้า เมื่อเวลา 19.30 น. วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2567 พ.ต.อ.อนุสรณ์ ทองไสย ผกก.6 บก.ป. สั่งการให้ชุดสืบสวน กก.6 บก.ป. เดินทางไปยึดทองของกลางดังกล่าวคืนมา

ทองที่ยึดได้มีจำนวนประมาณ 30 เส้น ประกอบด้วยสร้อยคอทองคำและกำไลข้อมือทองคำ ซึ่งตรงกับของที่ถูกชิงไปเกือบทั้งหมด ชาวเน็ตต่างชื่นชมความรวดเร็วของตำรวจกองปราบที่สามารถตามทองของกลางกลับมาได้อย่างสมบูรณ์

ลำดับเหตุการณ์สำคัญในคดีนี้

  • 3 ก.พ. 2567: เกิดเหตุชิงทรัพย์ร้านทองหาดใหญ่ ได้ทอง 33 บาท
  • ช่วงดึก: ผู้ต้องหาฝากทองไว้กับเพื่อน แล้วหนีไปอุบลราชธานี
  • 4 ก.พ. 2567: ตำรวจกองปราบบุกจับผู้ต้องหาที่สถานีขนส่งอุบลราชธานี
  • 19.30 น. วันเดียวกัน: ยึดทองของกลางจากเพื่อนผู้ต้องหาได้ 30 เส้น

คดีนี้ถือเป็นตัวอย่างที่ดีของการทำงานแบบบูรณาการของตำรวจกองปราบปราม ที่สามารถสืบสวนและติดตามของกลางได้อย่างฉับไว แม้ผู้ต้องหาจะเป็นเยาวชนวัยเพียง 15 ปี แต่ก็ไม่ละเลย เพราะทองของกลางมีมูลค่าหลายล้านบาท

ปัญหาเยาวชนก่ออาชญากรรมในปัจจุบัน

เหตุการณ์ กองปราบตามยึดทองของกลาง หลังเยาวชนวัย 15 ปี สารภาพฝากเพื่อนไว้ก่อนหนี ทำให้หลายคนตั้งคำถามถึงปัญหาเยาวชนที่หันไปก่ออาชญากรรม สาเหตุมาจากอะไร? อาจเป็นปัญหาครอบครัว เศรษฐกิจ หรืออิทธิพลจากโซเชียลมีเดีย จากสถิติของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พบว่าคดีที่เกี่ยวข้องกับเยาวชนเพิ่มขึ้น 20% ในปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะคดีชิงทรัพย์ร้านทองในภาคใต้

ร้านทองทั่วประเทศต่างเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัย เช่น กล้องวงจรปิด กระจกนิรภัย และปุ่มฉุกเฉิน เพื่อป้องกันเหตุแบบนี้ นอกจากนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรมีโครงการป้องกันเยาวชน เช่น ค่ายเยาวชนดีเด่น หรือให้คำปรึกษาครอบครัว

สำหรับคดีนี้ ความคืบหน้าจะมีการอัปเดตเพิ่มเติมในอนาคต โดยผู้ต้องหาที่เป็นเยาวชนจะเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมสำหรับเด็กและเยาวชน

ในมุมมองของผม คดีนี้เป็นเครื่องเตือนใจว่าตำรวจไทยมีศักยภาพสูง หากปัญหาเยาวชนไม่ได้รับการแก้ไขตั้งแต่ต้นตอ อาจเกิดเหตุซ้ำรอยได้ คุณล่ะคิดเห็นอย่างไร? เชิญแสดงความคิดเห็นด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อเตือนภัยกันนะครับ! ติดตามข่าวอาชญากรรมและเคล็ดลับป้องกันตัวได้ที่บล็อกของเรา

ที่มา – กองปราบตามยึดทองของกลาง หลังเยาวชนวัย 15 ปี สารภาพฝากเพื่อนไว้ก่อนหนี

จับแล้วโจรชิงทองหาดใหญ่ เยาวชน 15 ปี

ข่าวด่วนที่กำลังเป็นกระแสในโซเชียล! จับแล้วโจรชิงทองหาดใหญ่ เยาวชน 15 ปี หลังจากก่อเหตุสุดตึงเครียดในห้างดังที่หาดใหญ่ เพียงวันเดียว ตำรวจกองปราบปรามก็ไล่ล่าจับกุมได้ทันควัน สร้างความฮือฮาให้ชาวเน็ตจำนวนมาก วันนี้เราจะมาสรุปเหตุการณ์ทั้งหมดให้ฟังแบบละเอียดยิบ พร้อมวิเคราะห์สาเหตุที่ทำให้เยาวชนรายนี้กล้าก่ออาชญากรรมใหญ่โตขนาดนี้

จับแล้วโจรชิงทองหาดใหญ่ เยาวชน 15 ปี

เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นเมื่อช่วงค่ำวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 ชายหนุ่มรายหนึ่งบุกเดี่ยวเข้าไปชิงทรัพย์ร้านทองในห้างสรรพสินค้าชื่อดัง ย่านต.คอหงส์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ซึ่งอยู่ตรงข้ามมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ ได้ทองคำหนักรวมกว่า 33 บาท ก่อนหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว ทำให้เจ้าของร้านและพนักงานแตกตื่น สร้างความเสียหายจำนวนมาก

รายละเอียดการก่อเหตุชิงทองหาดใหญ่

  • เวลาเกิดเหตุ: ช่วงเย็นวันที่ 3 ก.พ. 2569
  • สถานที่: ร้านทรัพย์สินค้าชื่อดัง หาดใหญ่ สงขลา
  • ทรัพย์สินที่ชิง: ทองคำ 33 บาท
  • ผู้ก่อเหตุ: เดี่ยว ไม่มีพวกพ้องร่วม

ภาพจากกล้องวงจรปิดจับภาพผู้ต้องสงสัยได้ชัดเจน สวมเสื้อผ้าธรรมดาแต่แววตาไม่ธรรมดา ชิงทองแล้วหนีไปฝากไว้กับเพื่อนสนิทใน จ.สงขลา ก่อนรีบขึ้นเครื่องบินจากสนามบินหาดใหญ่ตรงดิ่งมาดอนเมือง กรุงเทพฯ จากนั้นนั่งรถทัวร์จากสถานีขนส่งหมอชิต มุ่งหน้าสู่ จ.อุบลราชธานี แผนการหนีสุดฉลาดแต่ไม่รอด!

ขั้นตอนการจับกุมโจรชิงทองหาดใหญ่

ความคืบหน้าที่สุดว้าวเกิดขึ้นเมื่อเวลา 18.45 น. วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2569 พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป. สั่งการให้ทีมกองปราบนำโดย พ.ต.อ.พงศ์ปณต ชูแก้ว รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.สุริยศักดิ์ จิราวัสน์ ผกก.3 บก.ป., และ พ.ต.อ.อนุสรณ์ ทองไสย ผกก.6 บก.ป. ประสานงานไล่ล่าจนเจอตัว นายอั๊น (นามสมมุติ) อายุ 15 ปี ชาว จ.สงขลา ที่สถานีขนส่งผู้โดยสารอุบลราชธานี

หลักฐานแน่นปึ้ก ทั้งภาพ CCTV พยานบุคคล และร่องรอยการเดินทาง เมื่อตำรวจนายนี้เห็นเจ้าหน้าที่เดินเข้าไป ก็ตกใจสุดขีด พยายามวิ่งหนี แต่ถูกชาร์จตัวได้ทันที จากนั้นให้การรับสารภาพทันควัน ยอมรับว่าทองของกลางยังฝากไว้กับเพื่อนที่สงขลา เบื้องต้นถูกนำตัวไปสอบสวนที่ตำรวจทางหลวงอุบลราชธานีต่อไป

วิเคราะห์สาเหตุ จับแล้วโจรชิงทองหาดใหญ่ เยาวชน 15 ปี

กรณีนี้ชี้ให้เห็นปัญหาเยาวชนก่ออาชญากรรมที่รุนแรงขึ้นในสังคมไทย โดยเฉพาะในพื้นที่ชายแดนใต้อย่างหาดใหญ่ ซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยวใหญ่ อายุแค่นี้แต่กล้าทำเรื่องใหญ่ อาจมาจากปัจจัยหลายอย่าง เช่น อิทธิพลเพื่อนฝูง, ปัญหาครอบครัว, หรือขาดการควบคุมจากผู้ปกครอง แม้จะเป็นเยาวชนตามกฎหมาย แต่ความเสียหายที่เกิดขึ้นมหาศาล ต้องมีบทลงโทษที่เหมาะสมเพื่อเป็นเยี่ยงอย่าง

สิ่งที่น่าประทับใจคือความรวดเร็วของตำรวจกองปราบ ที่ใช้เทคโนโลยีและการประสานงานข้ามจังหวัด จับแล้วโจรชิงทองหาดใหญ่ เยาวชน 15 ปี ได้ภายใน 24 ชั่วโมง แสดงถึงประสิทธิภาพของเจ้าหน้าที่ไทยที่ไม่ยอมให้อาชญากรลอยนวล

สำหรับพี่น้องประชาชน คำแนะนำคือร้านทองควรติดตั้งกล้อง CCTV คุณภาพสูง ระบบรักษาความปลอดภัย และแจ้งเหตุทันทีเพื่อป้องกันเหตุซ้ำรอย หากคุณเคยเจอเหตุการณ์คล้ายๆ นี้ แชร์ประสบการณ์ในคอมเมนต์ด้านล่างได้เลย หรือติดตามข่าวอาชญากรรมอัปเดตทุกวันกับเราต่อไป!

สุดท้ายนี้ อยากฝากว่า ‘หนีไม่พ้นหรอก ถ้ากฎหมายจับตา’ ความยุติธรรมจะตามทันเสมอ

ที่มา – จับแล้วโจรชิงทองหาดใหญ่ ผู้ก่อเหตุเป็นเยาวชน อายุ 15 ปี ขึ้นเครื่องบิน มาดอนเมือง

ตร.สงขลา ล่าโจรใช้ค้อน บุกชิงทองในห้างฯ ได้ไป 33 บาท มูลค่า 2.4 ล้าน

ตร.สงขลา ล่าโจรใช้ค้อน บุกชิงทองในห้างฯ ได้ไป 33 บาท มูลค่า 2.4 ล้าน เป็นข่าวร้ายที่สร้างความตื่นตระหนกให้กับชาวหาดใหญ่และจังหวัดสงขลา เมื่อคนร้ายบุกเดี่ยวก่อเหตุชิงทองอย่างดุเดือดกลางห้างสรรพสินค้า ตำรวจภูธรจังหวัดสงขลากำลังเร่งติดตามตัวผู้ต้องสงสัยอย่างใกล้ชิด

ตร.สงขลา ล่าโจรใช้ค้อน บุกชิงทองในห้างฯ ได้ไป 33 บาท มูลค่า 2.4 ล้าน

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อช่วงเย็นวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งในอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา คนร้ายแต่งกายชุดดำ สวมหมวกกันน็อกปิดบังใบหน้า เดินเข้าไปในร้านทองอย่างไม่เกรงกลัว จากนั้นดึงค้อนออกมาทุบตู้โชว์ทองอย่างแรง หยิบสร้อยข้อมือและสร้อยคอทองคำหนักรวม 33 บาท มูลค่าประมาณ 2.4 ล้านบาท ก่อนจะกระโดดข้ามเคาน์เตอร์และหลบหนีไปบนรถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟ 110 สีแดง-ขาว ทะเบียนสงขลา

พนักงานร้านทองที่อยู่ในเหตุการณ์เล่าว่า ตอนนั้นทุกคนตกใจมาก คนร้ายดูมุ่งมั่นและรวดเร็วมาก ดึงค้อนจากกระเป๋าแล้วทุบกระจกตู้ทองทันที บางเส้นทองขาดกระเด็นตกพื้น พวกเธอด้วยความกลัวจึงรีบวิ่งหนีออกจากร้านไปขอความช่วยเหลือทันที

เส้นทางหลบหนีและการขโมยรถจยย.

ที่น่าสนใจคือ รถจักรยานยนต์คันที่คนร้ายใช้ก่อเหตุนั้นถูกขโมยมา เจ้าของรถคือแรงงานก่อสร้างชาวเมียนมา เล่าว่าช่วง 17.00 น. วันที่ 3 ก.พ. ขณะกำลังทำงานสร้างเจดีย์ที่วัดแม่เปียะ อ.นาหม่อม จ.สงขลา รถจยย.ถูกจอดไว้พร้อมกุญแจคาเอาไว้ คนร้ายชุดดำสวมหน้ากาก เดินมาคร่อมรถและทำท่าชักปืนจากเอว ทำให้ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้ จากนั้นคนร้ายก็ขี่รถหลบหนีไป

กล้องวงจรปิดจับภาพคนร้ายขี่รถผ่านถนนสายทุ่งรี พื้นที่ ต.คอหงส์ ซึ่งเป็นทางลัดจาก อ.นาหม่อม เข้าสู่ อ.หาดใหญ่ได้ชัดเจน ตำรวจเชื่อว่าคนร้ายน่าจะอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียง

หลักฐานที่ตำรวจเก็บได้

หลังเกิดเหตุ ตำรวจ สภ.คอหงส์ รุดตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบค้อนที่ใช้ทุบตู้ หมวกกันน็อกคล้ายของทหาร และรองเท้าแตะตกอยู่ ตำรวจศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 9 นำไปตรวจ DNA เพื่อใช้เป็นหลักฐานสำคัญในการติดตามตัวคนร้าย ชุดสืบสวนลงพื้นที่เกาะติด โดยโฟกัสพื้นที่ อ.นาหม่อม ซึ่งเป็นจุดขโมยรถ

ที่น่าประหลาดใจคือ ข่าวลือเรื่องคนร้ายใช้อาวุธปืนนั้นไม่เป็นความจริง ตำรวจยืนยันว่าคนร้ายใช้แค่ค้อนเท่านั้นในการก่อเหตุ ทำให้การสืบสวนคืบหน้าได้ดีเพราะมีภาพจากกล้อง CCTV ชัดเจน

  • หลักฐานสำคัญ: ค้อน, หมวกกันน็อก, รองเท้าแตะ
  • รถที่ใช้: ฮอนด้าเวฟ 110 สีแดง-ขาว ทะบ.สงขลา (ขโมยมา)
  • จุดเกิดเหตุ: ห้างหาดใหญ่, ร้านทอง
  • มูลค่าความเสียหาย: 2.4 ล้านบาท

บรรยากาศที่ร้านทองวันนี้ยังปิดบริการ แต่พนักงานยังมาทำงานปกติ ตำรวจไปสอบสวนเพิ่มเติม ชาวบ้านในพื้นที่เริ่มตื่นตัวมากขึ้น เพราะเหตุการณ์แบบนี้สร้างความหวาดกลัวให้กับผู้ประกอบการร้านทอง

เหตุการณ์ ตร.สงขลา ล่าโจรใช้ค้อน บุกชิงทองในห้างฯ ได้ไป 33 บาท มูลค่า 2.4 ล้าน สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาอาชญากรรมที่รุนแรงขึ้นในพื้นที่ชายแดนใต้ แม้คนร้ายจะบุกเดี่ยวแต่ก็กล้าเหี้ยมและวางแผนมาดี ร้านค้าทุกแห่งควรเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัย เช่น ติดตั้งกระจกกันกระสุนหรือระบบปุ่มฉุกเฉิน

สำหรับชาวสงขลาและหาดใหญ่ ขอให้ระมัดระวังตัวมากขึ้น หากมีเบาะแสเกี่ยวกับคนร้าย สามารถแจ้งตำรวจได้ทันที ติดตามความคืบหน้าของคดีนี้กับเรา เพื่อไม่พลาดข่าวสำคัญ

ที่มา – ตร.สงขลา ล่าโจรใช้ค้อน บุกชิงทองในห้างฯ ได้ไป 33 บาท มูลค่า 2.4 ล้าน

“พิพัฒน์” ลุยหาดใหญ่ ทวงคืนโอกาส 30 ปี


“พิพัฒน์” ลุยหาดใหญ่ ทวงคืนโอกาส 30 ปี

“พิพัฒน์” ปักธงหาดใหญ่! ลุยเวทีหาเสียงเขต 2 หนุน “ศาสตรา” คนร่วมกว่า 1,200 ชี้ถึงเวลาทวงคืนโอกาส 30 ปี ดันโครงการสำคัญ ทั้งถนนวงแหวนรอบหาดใหญ่ รถไฟรางคู่ และการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม หวังฟื้นฟูให้เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจของภาคใต้อีกครั้ง

เมื่อวันที่ 19 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา บรรยากาศการเมืองในเขตเลือกตั้งที่ 2 อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เป็นไปอย่างคึกคัก นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ แกนนำและแม่ทัพภาคใต้ของพรรคภูมิใจไทย ได้ลงพื้นที่จัดเวทีปราศรัย เพื่อสนับสนุน นายศาสตรา ศรีปาน ผู้สมัคร สส.เขต 2 เบอร์ 3 ของพรรคภูมิใจไทย โดยเป็นการจัดเวทีย่อยครั้งที่ 10 ท่ามกลางประชาชนที่ให้ความสนใจเข้าร่วมกว่า 1,200 คน แสดงให้เห็นถึงการแข่งขันที่เข้มข้นในการเลือกตั้งครั้งนี้ และการที่พรรคภูมิใจไทยมุ่งเน้นการยึดพื้นที่หาดใหญ่อย่างต่อเนื่อง เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการจัดเวทีใหญ่ในพื้นที่อีกครั้ง

นายพิพัฒน์ ได้กล่าวปราศรัยว่า ตนเองนั้นเกิดและเติบโตที่อำเภอหาดใหญ่ โดยเฉพาะในย่านตลาดกิมหยง ซึ่งในอดีตเคยเป็นศูนย์กลางการค้าและการท่องเที่ยวที่สำคัญของภาคใต้ ผู้คนจากทุกสารทิศและประเทศเพื่อนบ้านต่างเดินทางมาจับจ่ายใช้สอยกันอย่างคึกคัก แต่ในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา หาดใหญ่กลับหยุดชะงัก ขาดการพัฒนาที่เป็นระบบ จนถึงวันนี้ถึงเวลาแล้วที่จะต้อง “พอแล้ว” กับการปล่อยให้เมืองเศรษฐกิจที่สำคัญแห่งนี้ต้องถอยหลังต่อไป

นายพิพัฒน์ยังกล่าวอีกว่า หาดใหญ่มีศักยภาพที่ครบถ้วน ทั้งระบบถนน ระบบรถไฟ และการคมนาคมทางอากาศ ทำให้เป็นศูนย์กลางการคมนาคมและโลจิสติกส์ของภาคใต้ ซึ่งเชื่อมต่อไปยังประเทศมาเลเซียและสิงคโปร์ได้ แต่กลับต้องเผชิญกับปัญหาการจราจรที่ติดขัดอย่างรุนแรง โครงการถนนวงแหวนรอบหาดใหญ่ที่ริเริ่มมาตั้งแต่ปี 2542 โดยมีระยะทางกว่า 65 กิโลเมตร แต่จนถึงปัจจุบันกลับได้รับการอนุมัติงบประมาณเพื่อก่อสร้างจริงเพียงแค่ 7 กิโลเมตรเท่านั้น

“คำถามคือ ส่วนที่เหลือจะเสร็จทันในยุคที่เรายังมีชีวิตอยู่หรือไม่ นี่คือเหตุผลสำคัญว่าทำไมภาคใต้ถึงต้องทวงคืนโอกาสที่หายไปกว่า 30 ปี” นายพิพัฒน์กล่าว

ในส่วนของโครงสร้างพื้นฐาน นายพิพัฒน์ชี้ให้เห็นว่า การพัฒนาภาคใต้ไม่สามารถพึ่งพาเพียงแค่ระบบถนนอย่างเดียวได้ โดยเฉพาะระบบรถไฟรางคู่ ซึ่งในปัจจุบัน การเดินทางจากกรุงเทพฯ มาสิ้นสุดเพียงแค่จังหวัดชุมพรเท่านั้น ทำให้ภาคใต้ตอนล่างยังขาดทางเลือกในการขนส่งที่มีประสิทธิภาพ ดังนั้น พรรคภูมิใจไทยจึงมีนโยบายที่จะผลักดันการขยายรถไฟรางคู่ลงสู่ภาคใต้ เพื่อเพิ่มศักยภาพทางเศรษฐกิจและลดต้นทุนในการเดินทาง

ทำไมต้องทวงคืนโอกาส 30 ปี ให้หาดใหญ่?

นายพิพัฒน์ยังกล่าวถึงปัญหาน้ำท่วมที่เกิดขึ้นซ้ำซากในหาดใหญ่และพื้นที่ใกล้เคียง โดยระบุว่า ได้มีการหารือร่วมกับหน่วยงานด้านคมนาคมหลายหน่วยงาน ทั้งกรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท และการทางพิเศษแห่งประเทศไทย เพื่อบูรณาการการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ ทั้งการพัฒนาโครงข่ายถนนคู่ขนาน การแก้ไขปัญหาคอขวดของการจราจร และการบริหารจัดการน้ำที่มีประสิทธิภาพ

ด้านนายศาสตรา ศรีปาน ผู้สมัคร สส. เขต 2 กล่าวเสริมถึงความร่วมมือกับการทำงานร่วมกับภาควิชาการ โดยเฉพาะการศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมร่วมกับมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ พร้อมเสนอแนวนโยบายในการจัดตั้ง “กองทุนภัยพิบัติ” เพื่อให้ความช่วยเหลือแก่ประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม โดยตั้งเป้าหมายที่จะเยียวยาครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วม “ครั้งละ 100,000 บาท” เพื่อลดภาระและความเดือดร้อนของประชาชนในช่วงเวลาที่ยากลำบาก

การเลือกตั้งครั้งนี้ถือเป็นโอกาสที่สำคัญสำหรับชาวหาดใหญ่และจังหวัดสงขลา ในการเลือกผู้แทนที่เข้าใจถึงปัญหาของพื้นที่ กล้าที่จะตั้งคำถามในสภา และสามารถดึงงบประมาณมาพัฒนาบ้านเกิดได้อย่างแท้จริง พร้อมยืนยันว่าจะมุ่งมั่นทำงานในพื้นที่หาดใหญ่อย่างต่อเนื่องตลอดสองวัน เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนว่า พรรคภูมิใจไทยพร้อมที่จะ “ปักธงหาดใหญ่” และขับเคลื่อนการพัฒนาภาคใต้ให้ก้าวหน้าอย่างแท้จริง

การทวงคืนโอกาส 30 ปี ไม่ใช่เเค่การหาเสียง เเต่เป็นการสัญญาที่จะเปลี่ยนแปลง

ที่มา – “พิพัฒน์”ลุยหาเสียงหาดใหญ่ ทวงคืนโอกาส 30 ปี ฟื้นศูนย์กลางเศรษฐกิจภาคใต้

หาดใหญ่ธงเขียว! น้ำกลับสู่ปกติ ฝนเล็กน้อย

อัปเดตข่าวดี! “เทศบาลนครหาดใหญ่” ประกาศสถานการณ์ “ธงเขียว” แล้ว ภาพรวมสถานการณ์น้ำในพื้นที่กลับสู่สภาวะปกติ ประชาชนสบายใจได้ แต่ยังคงต้องติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด เนื่องจากตรวจพบกลุ่มฝนเคลื่อนจาก อ.นาหม่อม เข้าสู่หาดใหญ่ ซึ่งคาดการณ์ว่าเป็นฝนเล็กน้อยถึงปานกลาง

เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2568 เวลา 19.00 น. เฟซบุ๊ก เทศบาลนครหาดใหญ่ ได้เผยแพร่แถลงการณ์ฉบับที่ 7 เรื่องสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่เขตเทศบาลนครหาดใหญ่

จากสถานการณ์ฝนตกหนัก โดยเฉพาะตามแนวเขาคอหงส์ ลุ่มน้ำคลองเรียน และลุ่มน้ำคลองหวะ เทศบาลนครหาดใหญ่ได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการบริหารจัดการน้ำอย่างใกล้ชิด รวมถึงได้ประสานงานกับผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลาเพื่อปรับลดระดับจากธงเหลืองเป็นธงเขียว โดยปัจจุบันระดับน้ำในคลองต่างๆ อยู่ในเกณฑ์ที่ควบคุมได้ ดังนี้

  1. คลองอู่ตะเภา
    • บ้านม่วงก๊อง ต่ำกว่าตลิ่ง 4.96 เมตร
    • บ้านบางศาลา ต่ำกว่าตลิ่ง 5.66 เมตร
    • บ้านหาดใหญ่ ต่ำกว่าตลิ่ง 4.99 เมตร
  2. คลองหวะ ต่ำกว่าตลิ่ง 2.63 เมตร
  3. คลองเตย ต่ำกว่าตลิ่ง 3.15 เมตร
  4. แก้มลิงคลองเรียน ต่ำกว่าตลิ่ง 2.00 เมตร

โดยสรุปแล้ว ภาพรวมสถานการณ์น้ำในพื้นที่เทศบาลนครหาดใหญ่ได้กลับเข้าสู่สภาวะปกติ และประกาศใช้ “ธงเขียว”

อย่างไรก็ตาม เทศบาลนครหาดใหญ่ขอความร่วมมือประชาชนติดตามข้อมูลข่าวสารและการแจ้งเตือนอย่างใกล้ชิด สามารถสอบถามข้อมูลสภาพอากาศและข้อมูลต่างๆ ได้ทางศูนย์วิทยุกุญชร 074-200028, สายด่วนกุญชร 074-200000 ตลอด 24 ชั่วโมง, Facebook: เทศบาลนครหาดใหญ่, Line: @hatyaicity และเว็บไซต์ www.hatyaicity.go.th

สำหรับการรายงานสถานการณ์ฝนในช่วงค่ำคืนนี้ เวลา 19.15 น. ตรวจพบกลุ่มฝนเคลื่อนจากอำเภอนาหม่อมเข้าสู่หาดใหญ่ โดยคาดว่าเป็นฝนเล็กน้อยถึงปานกลาง หากมีการเปลี่ยนแปลงจะแจ้งให้ทราบต่อไป

สถานการณ์น้ำท่วมเป็นเรื่องที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด แม้ขณะนี้สถานการณ์จะคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น แต่การเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นเป็นสิ่งสำคัญ ควรติดตามข่าวสารจากทางราชการอย่างต่อเนื่อง และเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา การมีสติและเตรียมพร้อมจะช่วยลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากภัยธรรมชาติได้

เทศบาลนครหาดใหญ่ ประกาศ “ธงเขียว” ภาพรวมสถานการณ์น้ำกลับสู่สภาวะปกติ พบฝนเล็กน้อย

สถานการณ์ล่าสุด: เทศบาลนครหาดใหญ่ประกาศ “ธงเขียว”

การที่เทศบาลนครหาดใหญ่ประกาศ “ธงเขียว” ถือเป็นสัญญาณที่ดีที่แสดงให้เห็นว่าสถานการณ์น้ำในพื้นที่เริ่มคลี่คลาย แต่ประชาชนก็ยังไม่ควรประมาท ควรติดตามข่าวสารจากทางราชการอย่างใกล้ชิด และเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา

การรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมเป็นเรื่องที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน การเตรียมพร้อมและการวางแผนรับมือที่ดีจะช่วยลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากภัยธรรมชาติได้

ทั้งนี้ การประกาศ “ธงเขียว” ไม่ได้หมายความว่าสถานการณ์จะกลับสู่ปกติโดยสมบูรณ์ การเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่องเป็นสิ่งสำคัญ การมีสติและเตรียมพร้อมอยู่เสมอจะช่วยให้เราสามารถรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินได้อย่างทันท่วงที

ที่มา – เทศบาลนครหาดใหญ่ ประกาศ “ธงเขียว” ภาพรวมสถานการณ์น้ำกลับสู่สภาวะปกติ พบฝนเล็กน้อย

หาดใหญ่ ยกธงเหลือง เตือนภัยน้ำท่วม

เทศบาลนครหาดใหญ่ ประกาศ “ยกธงเหลือง” เตือนพื้นที่เฝ้าระวังน้ำท่วม หลังฝนตกหนักต่อเนื่อง ส่งผลให้ระดับน้ำในคลองแม่เรียน-คลองหวะ เพิ่มสูงขึ้น สร้างความกังวลใจให้กับประชาชนในพื้นที่อย่างมาก

เทศบาลนครหาดใหญ่ ประกาศ “ยกธงเหลือง” เตือนพื้นที่เฝ้าระวังน้ำท่วม หลังฝนตกหนัก

เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2568 เพจเฟซบุ๊ก เทศบาลนครหาดใหญ่ ได้เผยแพร่แถลงการณ์ศูนย์อำนวยการป้องกันและบรรเทาอุทกภัย เทศบาลนครหาดใหญ่ ฉบับที่ 6 เรื่อง สถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่เขตเทศบาลนครหาดใหญ่ เพื่อแจ้งเตือนประชาชนให้เตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมที่อาจเกิดขึ้น

เนื่องจากในช่วงกลางคืนถึงเช้าวันนี้ เกิดฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง วัดปริมาณน้ำฝนสะสม ณ สถานีแก้มลิงคลองเรียนได้ถึง 140 มิลลิเมตร ทำให้ระดับน้ำในคลองแม่เรียน และคลองหวะเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว และคาดการณ์ว่าในช่วงบ่ายถึงค่ำวันนี้ ยังคงมีฝนตกต่อเนื่องในพื้นที่

สถานการณ์น้ำในคลองต่างๆ ณ เวลา 12.00 น. ของวันนี้:

  1. คลองอู่ตะเภา
    • บ้านม่วงก๊อง ต่ำกว่าตลิ่ง 5.22 เมตร
    • บางศาลา ต่ำกว่าตลิ่ง 5.15 เมตร
  2. คลองหวะ ต่ำกว่าตลิ่ง 2.98 เมตร
  3. คลองเตย ต่ำกว่าตลิ่ง 3.00 เมตร
  4. แก้มลิงคลองเรียน ต่ำกว่าตลิ่ง 1.93 เมตร
  5. ปริมาณน้ำอ่างเก็บน้ำคลองสะเดา 53.82 ล้านลูกบาศก์เมตร (ร้อยละ 94.86 ของความจุอ่างฯ)

พื้นที่เสี่ยงที่ต้องเฝ้าระวังจากประกาศ เทศบาลนครหาดใหญ่ ประกาศ “ยกธงเหลือง” เตือนพื้นที่เฝ้าระวังน้ำท่วม หลังฝนตกหนัก

ทางเทศบาลฯ จึงขอประกาศแจ้งเตือนประชาชนในเขตเทศบาลนครหาดใหญ่ “ยกธงเหลือง” ให้เฝ้าระวังเป็นพิเศษ โดยเฉพาะในพื้นที่:

  • ถนนสามสิบเมตร
  • ถนนศุภสารรังสรรค์
  • ถนนธรรมนูญวิถี
  • ถนนประชาธิปัตย์
  • ซอยย่อยของถนนทั้งสามสาย
  • ชุมชนจันทร์วิโรจน์
  • ชุมชนจันทร์ประทีป
  • ชุมชนจันทร์นิเวศน์
  • ชุมชนรัตนวิบูลย์

เทศบาลนครหาดใหญ่มิได้นิ่งนอนใจ ได้มีการเรียกประชุมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ และเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาระบบระบายน้ำ โดยการขุดลอกโคลนเลน และเก็บขยะที่อาจเป็นสาเหตุของการอุดตันทางระบายน้ำอย่างต่อเนื่อง เพื่อบรรเทาผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับประชาชน

ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงดังกล่าว เตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น และติดตามข่าวสารจากเทศบาลนครหาดใหญ่อย่างใกล้ชิด เพื่อรับทราบข้อมูลที่ถูกต้องและทันต่อเหตุการณ์

หากต้องการสอบถามข้อมูลสภาพอากาศและข้อมูลอื่นๆ สามารถติดต่อได้ที่:

  • ศูนย์วิทยุกุญชร: 074-200028
  • สายด่วนกุญชร: 074-200000 (ตลอด 24 ชั่วโมง)
  • Facebook เทศบาลนครหาดใหญ่
  • Line: @hatyaicity
  • เว็บไซต์: www.hatyaicity.go.th

สถานการณ์ เทศบาลนครหาดใหญ่ ประกาศ “ยกธงเหลือง” เตือนพื้นที่เฝ้าระวังน้ำท่วม หลังฝนตกหนัก เป็นสิ่งที่ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด และหวังว่าการเตรียมความพร้อมของทางเทศบาลฯ จะช่วยลดผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่ได้มากที่สุด

ที่มา – เทศบาลนครหาดใหญ่ ประกาศ “ยกธงเหลือง” เตือนพื้นที่เฝ้าระวังน้ำท่วม หลังฝนตกหนัก

Scroll to top