อิสราเอล

ทรัมป์ยืนยัน ไม่ได้ถูกอิสราเอลกดดันให้โจมตีอิหร่าน

ในสถานการณ์ตึงเครียดทางตะวันออกกลางที่กำลังร้อนระอุ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ออกมาพูดถึงปฏิบัติการทางทหารครั้งใหญ่ของสหรัฐฯ ต่ออิหร่าน โดยทรัมป์ยืนยัน ไม่ได้ถูกอิสราเอลกดดันให้โจมตีอิหร่าน แต่กลับชี้ว่าอาจเป็นตัวเขาที่บีบให้อิสราเอลต้องลงมือด้วยซ้ำ ข่าวนี้กลายเป็นประเด็นร้อนที่ทั่วโลกจับตามอง เพราะสะท้อนนโยบายแข็งกร้าวของสหรัฐฯ ในยุคทรัมป์

ทรัมป์ยืนยัน ไม่ได้ถูกอิสราเอลกดดันให้โจมตีอิหร่าน

เมื่อวันอังคารที่ 3 มีนาคม 2569 หรือตามปฏิทินเกรกอเรียน ประธานาธิบดีทรัมป์ได้พบปะกับนายกรัฐมนตรีเยอรมนี ฟรีดริช แมร์ซ ที่ทำเนียบขาว โดยระหว่างการสนทนา ทรัมป์เปิดโอกาสให้สื่อมวลชนถามคำถามเกี่ยวกับประเด็นอิหร่าน ซึ่งเป็นหัวใจของความขัดแย้งในภูมิภาคนี้ ทรัมป์เริ่มต้นด้วยการชื่นชมนายทหารสหรัฐฯ ที่ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในการโจมตีอิหร่าน

“แทบทุกอย่างถูกทำลายลงแล้ว” ทรัมป์กล่าวอย่างมั่นใจ โดยยกตัวอย่างฐานทัพ สิ่งติดตั้งทางทหาร กองทัพเรือ กองทัพอากาศ ระบบตรวจจับทางอากาศ และเรดาร์ของอิหร่านที่ถูกกำจัดจนสิ้นซาก นอกจากนี้ สหรัฐฯ ยังมีการโจมตีระลอกใหม่ที่มุ่งเป้าไปยังผู้นำชุดใหม่ของเตหะราน ซึ่งสร้างผลกระทบรุนแรงมาก แม้ทรัมป์จะไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดผู้เสียชีวิตหรือเป้าหมายเฉพาะเจาะจง

ทรัมป์ชื่นชมนายทหารสหรัฐฯ ทำลายอิหร่านราบคาบ

ทรัมป์ย้ำถึงความสำเร็จของกองทัพสหรัฐฯ ว่า “เรากำลังทำได้ดีมาก เรามีกองทัพที่ยอดเยี่ยม และพวกเขากำลังปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างน่าอัศจรรย์” การโจมตีครั้งนี้ไม่เพียงทำลายโครงสร้างพื้นฐานทางทหารของอิหร่าน แต่ยังลดจำนวนขีปนาวุธของฝ่ายตรงข้ามลงอย่างฮวบฮาบ สิ่งนี้ช่วยเสริมสร้างความมั่นใจให้กับพันธมิตรในภูมิภาค โดยเฉพาะอิสราเอลที่เผชิญภัยคุกคามจากอิหร่านมานาน

  • กองทัพเรืออิหร่านถูกทำลายทั้งหมด
  • กองทัพอากาศไร้เครื่องบินรบ
  • ระบบเรดาร์และตรวจจับทางอากาศพังพินาศ
  • ฐานทัพหลักหลายแห่งถูกถล่ม
  • ขีปนาวุธลดลงอย่างมาก

เมื่อถูกถามถึงบทบาทของอิสราเอล นักข่าวสงสัยว่าสหรัฐฯ ถูกดึงเข้าสู่สงครามหรือไม่ ทรัมป์โต้ทันทีว่าทรัมป์ยืนยัน ไม่ได้ถูกอิสราเอลกดดันให้โจมตีอิหร่าน แต่ “พวกเขากำลังจะโจมตีถ้าเราไม่ทำก่อน” โดยชี้ว่าอิหร่านตั้งใจเป็นฝ่ายแรก และเขาอาจเป็นคนบีบอิสราเอลให้ลงมือเพราะทั้งสองฝ่ายพร้อมแล้ว

ผลกระทบต่อสถานการณ์ตะวันออกกลาง

ปฏิบัติการครั้งนี้ไม่เพียงเปลี่ยนสมดุลอำนาจในตะวันออกกลาง แต่ยังส่งสัญญาณถึงนโยบาย “อเมริกาต่อนำ” ของทรัมป์ที่ไม่ยอมให้ใครก้าวร้าวเกินไป อิหร่านที่เคยข่มขู่ด้วยโครงการนิวเคลียร์และหน่วยกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติ (IRGC) ตอนนี้ต้องเผชิญความอ่อนแอครั้งใหญ่ สิ่งนี้ช่วยลดความเสี่ยงต่ออิสราเอลและชาติพันธมิตรอาหรับอย่างซาอุดีอาระเบีย

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าอาจเกิดการตอบโต้แบบกองโจรหรือผ่านกลุ่มตัวแทนอย่างฮูธีหรือฮิซบอลเลาะห์ นอกจากนี้ ราคาน้ำมันโลกอาจผันผวนจากความไม่แน่นอนในอ่าวเปอร์เซีย สหรัฐฯ จึงต้องเตรียมรับมือระยะยาว

จากมุมมองของทรัมป์ การโจมตีนี้คือชัยชนะที่ชัดเจน และเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าสหรัฐฯ ไม่ถูกใครบงการ แต่เป็นผู้นำที่เด็ดขาด ในขณะที่โลกจับตาการตอบสนองของเตหะรานต่อไป

คุณคิดอย่างไรกับการตัดสินใจของทรัมป์ครั้งนี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์และติดตามข่าวอัปเดตสถานการณ์ตะวันออกกลางเพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ!

ที่มา – ทรัมป์ยืนยัน ไม่ได้ถูกอิสราเอลกดดันให้โจมตีอิหร่าน

อิสราเอลโจมตี ตึกสภาผู้เชี่ยวชาญอิหร่าน คาดว่ากำลังเลือกผู้นำคนใหม่

อิสราเอลโจมตีทางอากาศใส่อาคารที่พำนักของ “สภาผู้เชี่ยวชาญ” ของอิหร่าน โดยอ้างว่าการโจมตีเกิดขึ้นในขณะที่สภากำลังจะโหวตเลือกผู้นำสูงสุดคนใหม่ สร้างความตึงเครียดในตะวันออกกลางให้ยิ่งรุนแรงขึ้น

อิสราเอลโจมตี ตึกสภาผู้เชี่ยวชาญอิหร่าน คาดว่ากำลังเลือกผู้นำคนใหม่

สำนักข่าว CNN รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวจากอิสราเอลเมื่อวันอังคารที่ 3 มี.ค. 2569 ว่า อิสราเอลได้เปิดฉากโจมตีอาคารที่พำนักของสภาผู้เชี่ยวชาญในเมืองกอม (Qom) ซึ่งเป็นเมืองศักดิ์สิทธิ์ของอิหร่าน สภาดังกล่าวมีหน้าที่สำคัญในการคัดเลือกผู้นำสูงสุดคนต่อไป ท่ามกลางสงครามที่กำลังดุเดือดระหว่างแนวร่วมสหรัฐฯ-อิสราเอล กับอิหร่าน

อิสราเอลโจมตี ตึกสภาผู้เชี่ยวชาญอิหร่าน คาดว่ากำลังเลือกผู้นำคนใหม่: รายละเอียดสำคัญ

แหล่งข่าวเผยว่า การโจมตีเกิดขึ้นขณะที่สมาชิกสภา 88 คนซึ่งเป็นนักบวชชั้นผู้ใหญ่กำลังลงคะแนนเสียงเพื่อเลือกผู้นำคนใหม่ หลังจากอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้เสียชีวิตจากการโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอลเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม สื่อรัฐบาลอิหร่านระบุว่าสามารถอพยพผู้คนออกจากอาคารได้ทันก่อนการโจมตี ทำให้ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต

นอกจากนี้ เมื่อค่ำวันจันทร์ อาคารพำนักของสภาผู้เชี่ยวชาญในกรุงเตหะรานก็ถูกโจมตีเช่นกัน สถานการณ์นี้สะท้อนถึงกลยุทธ์ของอิสราเอลที่มุ่งเป้าไปยังโครงสร้างอำนาจหลักของอิหร่าน เพื่อขัดขวางการสืบทอดอำนาจ

บทบาทสำคัญของสภาผู้เชี่ยวชาญในระบบการปกครองอิหร่าน

สภาผู้เชี่ยวชาญ หรือ Assembly of Experts เป็นองค์กรที่มีอำนาจสูงสุดในการแต่งตั้งและถอดถอนผู้นำสูงสุดของอิหร่าน สมาชิกทั้ง 88 คนมาจากการเลือกตั้งโดยประชาชน แต่ต้องผ่านการอนุมัติจากผู้พิทักษ์รัฐธรรมนูญ สภานี้จึงเป็นหัวใจของระบอบการปกครองแบบเทโอเครซีของอิหร่าน

  • หน้าที่หลัก: คัดเลือกผู้นำสูงสุด
  • จำนวนสมาชิก: 88 คน นักบวชชั้นสูง
  • สถานที่ประชุม: เมืองกอมและเตหะราน
  • สถานการณ์ปัจจุบัน: เร่งเลือกผู้นำใหม่หลังคาเมเนอีเสียชีวิต

การโจมตีครั้งนี้ไม่เพียงขัดขวางกระบวนการเลือกตั้ง แต่ยังส่งสัญญาณถึงความพยายามในการล้มล้างโครงสร้างอำนาจอิหร่านทั้งระบบ

บริบทสงครามและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น

ความขัดแย้งระหว่างอิสราเอล-อิหร่านยืดเยื้อมานานหลายทศวรรษ โดยเฉพาะประเด็นนิวเคลียร์และกลุ่มตัวแทนอย่างฮิซบอลเลาะห์และฮูธี สงครามล่าสุดเริ่มต้นจากการโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอลที่ทำให้คาเมเนอีเสียชีวิต ส่งผลให้อิหร่านตอบโต้ด้วยขีปนาวุธและโดรน

ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ว่า หากสภาผู้เชี่ยวชาญไม่สามารถเลือกผู้นำใหม่ได้ทันเวลา อาจนำไปสู่ความวุ่นวายภายในอิหร่าน เช่น การแย่งชิงอำนาจระหว่างฝ่ายอนุรักษนิยมและปฏิรูป นอกจากนี้ ราคาน้ำมันโลกอาจพุ่งสูงขึ้นจากความไม่แน่นอนในภูมิภาค

อิสราเอลโจมตี ตึกสภาผู้เชี่ยวชาญอิหร่าน คาดว่ากำลังเลือกผู้นำคนใหม่ จึงเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่โลกต้องจับตา อาจนำไปสู่การขยายวงสงครามหรือการเจรจาสันติภาพ

ในมุมมองของผู้เขียน เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นว่าความมั่นคงในตะวันออกกลางยังคงเปราะบาง สหรัฐฯ ภายใต้ทรัมป์น่าจะสนับสนุนอิสราเอลต่อไปเพื่อกดดันอิหร่าน ผู้สนใจควรติดตามพัฒนาการอย่างใกล้ชิด

เรียกดูข่าวต่างประเทศเพิ่มเติมได้ที่ ไทยรัฐข่าวต่างประเทศ เพื่ออัปเดตข้อมูลล่าสุด!

ที่มา – อิสราเอลโจมตี ตึกสภาผู้เชี่ยวชาญอิหร่าน คาดว่ากำลังเลือกผู้นำคนใหม่

สื่ออิหร่านอ้าง มุจตาบา คาเมเนอี ตัวเก็งผู้นำคนใหม่ ยังมีชีวิตอยู่

สื่ออิหร่านอ้าง มุจตาบา คาเมเนอี ตัวเก็งผู้นำคนใหม่ ยังมีชีวิตอยู่ หลังจากที่มีข่าวลือหนาหูว่าเขาหมดลมหายใจไปแล้วในการโจมตีระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ข่าวนี้กลายเป็นประเด็นร้อนที่ทำให้ทั่วโลกต้องจับตา เพราะมุจตาบาคือบุตรชายของอยาตอลเลาะห์อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่านที่เพิ่งล่วงลับไป

สื่ออิหร่านอ้าง มุจตาบา คาเมเนอี ตัวเก็งผู้นำคนใหม่ ยังมีชีวิตอยู่

สำนักข่าว Mehr ของอิหร่านรายงานเมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2569 ว่า มุจตาบา คาเมเนอี ยังคงมีชีวิตอยู่และมีสุขภาพแข็งแรงดีทุกประการ แม้ก่อนหน้านี้จะมีรายงานจากหลายแหล่งว่าตัวเขาเสียชีวิตจากการโจมตีทางทหาร นอกจากนี้ยังระบุว่ามุจตาบากำลังทบทวนประเด็นสำคัญต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับประเทศชาติ แต่ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติม ทำให้เกิดความสงสัยและการคาดเดาอีกมากมายในหมู่นักวิเคราะห์การเมือง

ประวัติและบทบาทของมุจตาบา คาเมเนอี

มุจตาบา คาเมเนอี เป็นบุตรชายคนที่สองของอยาตอลเลาะห์อาลี คาเมเนอี เขาเกิดและเติบโตในครอบครัวที่มีอิทธิพลสูงสุดในอิหร่าน แม้จะไม่ได้ปรากฏตัวในที่สาธารณะบ่อยนัก แต่ชื่อของเขาถูกพูดถึงในฐานะ “ตัวเก็ง” สำหรับตำแหน่งผู้นำสูงสุดคนต่อไปมาตั้งแต่แรก ด้วยวัยราว 50 กว่าปี มุจตาบามีการศึกษาด้านศาสนาและการเมืองที่เข้มข้น แต่เขาเลือกที่จะทำงานเบื้องหลังมากกว่าออกหน้าออกตา

สิ่งที่ทำให้มุจตาบาโดดเด่นคือความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นกับกองกำลังทหารหลักของอิหร่าน โดยเฉพาะกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ซึ่งถือเป็นกำลังทหารที่ทรงอิทธิพลที่สุดในประเทศ นอกจากนี้ เขายังใกล้ชิดกับกลุ่มบาสิจ (Basij) เครือข่ายกองกำลังกึ่งทหารอาสาสมัครที่ช่วยรักษาความมั่นคงภายใน

อิทธิพลเบื้องหลังของมุจตาบา คาเมเนอี

นักวิเคราะห์หลายคนมองว่ามุจตาบาคือ “เงามืด” ที่คอยกำหนดทิศทางนโยบายของรัฐบาลอิหร่าน โดยเฉพาะในเรื่องความมั่นคงและการต่างประเทศ ลองนึกภาพดูสิครับ เขาไม่ได้มีตำแหน่งอย่างเป็นทางการ แต่มีเส้นสายที่ลึกซึ้งจนสามารถส่งอิทธิพลได้ทั่วทั้งระบบ

  • ความสัมพันธ์กับ IRGC: กองกำลังนี้คือหัวใจของการป้องกันประเทศ และมุจตาถูกมองว่าเป็นผู้สนับสนุนหลัก
  • เครือข่ายบาสิจ: ช่วยควบคุมประชาชนและปราบปรามการประท้วง ทำให้อำนาจของเขายั่งยืน
  • บทบาทในนโยบายนิวเคลียร์: มีข่าวลือว่าเขามีส่วนในการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์

อุปสรรคที่มุจตาบาต้องเผชิญในการสืบทอดอำนาจ

แม้สื่ออิหร่านอ้าง มุจตาบา คาเมเนอี ตัวเก็งผู้นำคนใหม่ ยังมีชีวิตอยู่ แต่เส้นทางสู่ผู้นำสูงสุดไม่ง่ายเลย การส่งต่ออำนาจแบบ王朝 ไม่สอดคล้องกับประเพณีชีอะห์ที่เน้นการเลือกตั้งโดยสภาผู้พิทักษ์รัฐธรรมนูญ (Assembly of Experts) มุจตาบายังไม่ใช่นักบวชระดับอยาตอลเลาะห์ ทำให้ขาดคุณสมบัติทางศาสนา

นอกจากนี้ เขาถูกสหรัฐฯ คว่ำบาตรตั้งแต่ปี 2562 ในข้อหากิจกรรมที่ขัดแย้งกับผลประโยชน์อเมริกัน ซึ่งอาจทำให้พันธมิตรต่างชาติลังเล สถานการณ์การโจมตีล่าสุดระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านยิ่งทำให้ภาพลักษณ์ของเขาซับซ้อนเข้าไปใหญ่

ในบริบทกว้างขึ้น ข่าวนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดในตะวันออกกลาง อิหร่านกำลังเผชิญทั้งปัญหาเศรษฐกิจจาก санкции การประท้วงภายใน และภัยคุกคามจากภายนอก การยืนยันว่ามุจตาบายังอยู่ช่วยเสริมความมั่นคงให้ระบอบการปกครอง แต่ก็อาจจุดชนวนการต่อต้านจากฝ่ายตรงข้ามที่มองว่าเป็นการสืบทอดแบบเผด็จการ

จากมุมมองของผู้เขียน สถานการณ์นี้สะท้อนถึงความเปราะบางของอิหร่านที่พึ่งพาครอบครัวนำ ถ้ามุจตาบาก้าวขึ้นมาได้จริง อาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงนโยบายที่แข็งกร้าวยิ่งขึ้นต่อต้านตะวันตก แต่ก็เสี่ยงต่อการแตกแยกภายใน ลองติดตามกันต่อไปว่าประเด็นนี้จะพัฒนาเป็นอย่างไร คุณคิดเห็นอย่างไรกับข่าวนี้ ลองแสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อให้เพื่อนๆ ได้อ่านด้วยนะครับ!

ที่มา – สื่ออิหร่านอ้าง มุจตาบา คาเมเนอี ตัวเก็งผู้นำคนใหม่ ยังมีชีวิตอยู่

สถานทูตสหรัฐฯ เตือน จ่อเกิดการโจมตีด้วยโดรน-มิสไซล์ที่เมืองในซาอุฯ

สถานการณ์ในตะวันออกกลางกำลังตึงเครียดหนัก เมื่อสถานทูตสหรัฐฯ เตือน จ่อเกิดการโจมตีด้วยโดรน-มิสไซล์ที่เมืองในซาอุฯ โดยเฉพาะเมืองดาห์รานทางตะวันออก สถานทูตสหรัฐฯ ออกประกาศเตือนภัยด่วนผ่านแพลตฟอร์ม X เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2569 (ค.ศ. 2026) แจ้งว่ามีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดการโจมตีด้วยมิสไซล์และโดรนได้ทุกเมื่อ พลเมืองสหรัฐฯ ต้องหลบภัยในอาคารทันทีและห้ามเดินทางไปสถานกงสุล

สถานทูตสหรัฐฯ เตือน จ่อเกิดการโจมตีด้วยโดรน-มิสไซล์ที่เมืองในซาอุฯ

คำเตือนนี้ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ เพราะเพิ่งเกิดเหตุโจมตีสถานทูตสหรัฐฯ ในกรุงริยาดด้วยโดรนที่เชื่อว่ามาจากอิหร่านถึง 2 ลำ และมีโดรนอีก 2 ลำตกใกล้เคียง จนต้องสั่งปิดสถานทูตชั่วคราว สถานกงสุลในดาห์รานจึงเรียกร้องให้ชาวอเมริกัน “ห้ามออกนอกเคหสถาน” และทบทวนแผนความปลอดภัย เจ้าหน้าที่กงสุลเองก็กำลังหลบภัยเช่นกัน

ไม่ใช่แค่ซาอุฯ ที่เดือดร้อน สถานทูตสหรัฐฯ ในคูเวตประกาศปิดทำการทันที หลังถูกอิหร่านโจมตีหนัก กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ สั่งให้เจ้าหน้าที่ที่ไม่ใช่ภารกิจฉุกเฉินออกจากประเทศ ขณะที่สถานทูตในโอมานออกเตือนภัยด้านความมั่นคง แนะนำให้หลบภัย จัดเตรียมอาหาร น้ำ ยา และติดตามข่าวสารจากสื่อท้องถิ่น

ผลกระทบจากการโจมตีโดรนและมิสไซล์ในภูมิภาค

เหตุการณ์เหล่านี้สะท้อนความขัดแย้งที่รุนแรงขึ้นระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ซึ่งอาจลุกลามเป็นสงครามใหญ่ได้ เมืองดาห์รานซึ่งเป็นฐานอุตสาหกรรมน้ำมันสำคัญ กลายเป็นเป้าหมายหลักเพราะตั้งใกล้ชายแดนอิหร่าน ชาวต่างชาติ โดยเฉพาะอเมริกัน ต้องระวังตัวเป็นพิเศษ

  • หลบภัยในอาคารที่แข็งแรงทันทีเมื่อมีเตือนภัย
  • หลีกเลี่ยงพื้นที่สาธารณะและสถานทูต
  • เตรียมสิ่งของจำเป็น: อาหาร น้ำดื่ม ยา และเอกสารสำคัญ
  • ติดตามข่าวจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ เช่น สถานทูตหรือสื่อหลัก
  • แจ้งญาติและเพื่อนทราบตำแหน่งที่อยู่

นอกจากนี้ ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงแนะนำให้มีแผนอพยพสำรอง โดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยงอย่างตะวันออกกลางที่สถานการณ์เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว การโจมตีด้วยโดรนสมัยใหม่ทำให้ยากต่อการตรวจจับและป้องกัน เพราะบินต่ำและราคาถูก

จากข้อมูลล่าสุด ความตึงเครียดนี้เชื่อมโยงกับประเด็นนิวเคลียร์อิหร่านและการสนับสนุนกลุ่มติดอาวุธ สหรัฐฯ จึงเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยทั่วทั้งภูมิภาค ชาวไทยที่อาศัยหรือเดินทางไปซาอุฯ คูเวต หรือโอมาน ควรตรวจสอบประกาศจากสถานทูตไทยด้วย เพื่อความปลอดภัยสูงสุด

เหตุการณ์สถานทูตสหรัฐฯ เตือน จ่อเกิดการโจมตีด้วยโดรน-มิสไซล์ที่เมืองในซาอุฯนี้เป็นเครื่องเตือนใจว่าความขัดแย้งระหว่างประเทศสามารถกระทบพลเรือนได้ทุกเมื่อ ในยุคที่เทคโนโลยีโดรนกลายเป็นอาวุธหลัก การเฝ้าระวังจึงสำคัญยิ่ง

ติดตามข่าวต่างประเทศเพิ่มเติมเพื่ออัปเดตสถานการณ์ล่าสุด และเตรียมตัวให้พร้อมหากคุณมีแผนเดินทางไปยังภูมิภาคนี้ คำแนะนำคือเลื่อนทริปออกไปก่อนจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

ที่มา – สถานทูตสหรัฐฯ เตือน จ่อเกิดการโจมตีด้วยโดรน-มิสไซล์ที่เมืองในซาอุฯ

CAAT แนะเช็กเที่ยวบินตะวันออกกลางติดขัด

สวัสดีครับเพื่อนๆ ผู้เดินทางทุกท่าน ในช่วงนี้สถานการณ์ในตะวันออกกลางร้อนระอุ ส่งผลกระทบต่อการบินหลายเส้นทางเลยทีเดียว CAAT แนะผู้โดยสารเช็กเที่ยวบิน วางแผนเผื่อเวลา เส้นทางบินตะวันออกกลางยังติดข้อจำกัด เพื่อให้คุณเดินทางได้อย่างปลอดภัยและไม่พลาดเครื่องนะครับ วันนี้เราจะมาอัปเดตข้อมูลล่าสุดและเคล็ดลับการเตรียมตัวกันแบบละเอียดยิบเลย

CAAT แนะผู้โดยสารเช็กเที่ยวบิน วางแผนเผื่อเวลา เส้นทางบินตะวันออกกลางยังติดข้อจำกัด

สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) กำลังติดตามสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด โดยหลายประเทศในภูมิภาคนี้ได้ปิดห้วงอากาศและสนามบินหลักๆ เช่น ในอิสราเอล อิหร่าน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ กาตาร์ ซาอุดีอาระเบีย และคูเวต ทำให้สายการบินต้องปรับเส้นทางบินอ้อมหรือหยุดบริการชั่วคราว ส่งผลให้ผู้โดยสารที่ต้องต่อเครื่องในพื้นที่เหล่านี้อาจลำบากหน่อย

แต่ดีใจด้วยนะครับ การบินภายในไทยและเส้นทางหลักๆ ยังปกติ แต่เพื่อความชัวร์ CAAT แนะให้เช็กข้อมูลล่าสุดก่อนออกจากบ้าน โดยเฉพาะถ้าคุณจะบินไปยุโรปหรือตะวันออกกลาง

สถานการณ์เส้นทางบินปัจจุบัน

เส้นทางบินตรงไปตะวันออกกลางหลายที่ยังจำกัด เช่น:

  • อิสราเอล: หยุดบริการทั้งหมด
  • อิหร่าน: ไม่มีเที่ยวบินปกติ
  • ดูไบ (UAE), โดฮา (กาตาร์), ริยาด (ซาอุฯ): มีเฉพาะเที่ยวบินช่วยเหลือผู้ติดค้าง
  • คูเวต: ยังไม่เปิดปกติ
  • โอมาน: เกือบปกติ แต่ต้องติดตาม

สำหรับบินไปยุโรปที่ไม่ต่อเครื่องตะวันออกกลาง สายการบินไทยและยุโรปมีแผนสำรองเส้นทางอ้อมแล้ว แต่อาจนานขึ้น 1-2 ชม. และที่นั่งราคาถูกอาจหมดเร็วเพราะคนแห่จองทางเลือก

คำแนะนำจาก CAAT สำหรับผู้โดยสาร

CAAT แนะผู้โดยสารเช็กเที่ยวบิน วางแผนเผื่อเวลา เส้นทางบินตะวันออกกลางยังติดข้อจำกัด แบบชัดๆ เลยครับ นี่คือเคล็ดลับที่ไม่ควรพลาด:

  • เช็กสถานะเที่ยวบิน: ดูกับเว็บหรือแอปสายการบินทุกวัน ก่อนไปสนามบินอย่างน้อย 24 ชม.
  • เผื่อเวลาเดินทาง: เที่ยวบินต่างประเทศเผื่อ 3 ชม. ขึ้นไป เผื่อรถติดหรือเช็กอินนาน
  • ซื้อตั๋วล่วงหน้า: อย่ารอใกล้วัน ที่นั่งอาจแพงหรือเต็ม
  • ติดต่อสายการบินทันที: ถ้าต้องเปลี่ยนหรือคืนเงิน ซื้อผ่านเอเย่นต์ก็ถามตัวแทนได้
  • ติดตามประกาศ: เช็กเว็บ CAAT หรือสนามบินสุวรรณภูมิ/ดอนเมือง

ถ้าเที่ยวบินยกเลิก สายการบินต้องดูแลตามกฎหมาย เช่น คืนเงิน จัดที่นั่งใหม่ หรือชดเชยค่าอาหาร/โรงแรม โดยเฉพาะเที่ยวบินประจำทั้งในและนอกประเทศ ตามข้อบังคับ ฉบับที่ 101

สิทธิประโยชน์ผู้โดยสารที่ควรรู้

CAAT กำชับสายการบินให้ทำตามกฎเคร่งครัด ถ้าพบปัญหา ร้องเรียนได้ที่ https://complaint.caat.or.th เลยครับ ไม่ต้องกลัวโดนเอาเปรียบ

สรุปนะครับ แม้สถานการณ์จะตึงเครียด แต่ด้วยการวางแผนดีๆ คุณก็บินได้สบายใจ ในยุคนี้ข้อมูลอัปเดตไว ใช้แอปเช็กกันเถอะ จะได้ไม่พลาดวันสำคัญ อย่างทริปวันหยุดหรือประชุมงาน

เคล็ดลับเพิ่มเติม: ลองเช็กประกันการเดินทางด้วย เผื่อกรณีล่าช้าหรือยกเลิก จะได้คุ้มครองเต็มที่ แนะนำให้วางแผนล่วงหน้าเสมอ มีชัยไปกว่าครึ่งแน่นอน!

คุณมีแผนบินช่วงนี้ไหม? ลองแชร์ประสบการณ์ในคอมเมนต์ด้านล่าง หรือเช็กสถานะเที่ยวบินของคุณวันนี้เลยที่เว็บสายการบิน!

ที่มา – CAAT แนะผู้โดยสารเช็กเที่ยวบิน วางแผนเผื่อเวลา เส้นทางบินตะวันออกกลางยังติดข้อจำกัด

“ศุภจี” สั่ง พาณิชย์ กำหนด 6 มาตรการเชิงรุก รับมือค่าขนส่งพุ่งช่วยผู้ส่งออก

“ศุภจี” สั่ง พาณิชย์ กำหนด 6 มาตรการเชิงรุก รับมือค่าขนส่งพุ่งช่วยผู้ส่งออก ท่ามกลางสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบต่อราคาพลังงานและโลจิสติกส์โลก นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ยอมรับว่าราคาพลังงานผันผวนกระทบผู้ส่งออกรายใหญ่ของไทย โดยสั่งการให้กระทรวงพาณิชย์เร่งรัดมาตรการช่วยเหลือด่วน

“ศุภจี” สั่ง พาณิชย์ กำหนด 6 มาตรการเชิงรุก รับมือค่าขนส่งพุ่งช่วยผู้ส่งออก

จากผลการประชุมประเมินสถานการณ์เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล โดยมีนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นประธาน พบว่าผลกระทบทางตรงต่อไทยยังจำกัด สัดส่วนการค้าตะวันออกกลางเพียง 3.67% ของการส่งออกรวมปี 2568 มูลค่า 12,475.58 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่ผลกระทบทางอ้อมรุนแรงกว่าคือค่าขนส่งทางเรือพุ่งสูงจากเส้นทางเดินเรือที่เปลี่ยนแปลง ความแออัดตู้คอนเทนเนอร์ และราคาประกันภัยที่ปรับขึ้น

สถานการณ์นี้ทำให้ผู้ส่งออกไทยเผชิญต้นทุนโลจิสติกส์ที่สูงขึ้น โดยเฉพาะสินค้าที่พึ่งพาการขนส่งทางทะเล เช่น ผลไม้แปรรูป ยางพารา และอิเล็กทรอนิกส์ นอกจากนี้ ราคาน้ำมันโลกที่ผันผวนยังอาจส่งผ่านสู่ต้นทุนการผลิต สร้างแรงกดดันต่อเงินเฟ้อและเสถียรภาพราคาในประเทศ

รายละเอียด 6 มาตรการเชิงรุกที่กระทรวงพาณิชย์เตรียมใช้

  • 1. บริหารจัดการราคาสินค้า: กำกับดูแลราคาอุปโภคบริโภค ป้องกันการกักตุนหรือขึ้นราคาเกินควร ติดตามการส่งผ่านต้นทุนพลังงาน
  • 2. จัดหาวัตถุดิบสำรอง: ประสานผู้นำเข้าสำรวจสต็อก กระจายความเสี่ยงแหล่งนำเข้า สนับสนุนใช้วัตถุดิบในประเทศ
  • 3. สนับสนุนผู้ส่งออก: ร่วมเอกชนประเมินค่าขนส่ง-ประกันภัย ให้คำปรึกษาบริหารต้นทุน ปรับเงื่อนไขส่งมอบ และกระจายตลาด
  • 4. ประสานสายเรือ: ติดตามเส้นทางเดินเรือ ท่าเรือแออัด ห่วงโซ่อุปทาน เพื่อประเมินต้นทุนส่งออก
  • 5. ขับเคลื่อนทูตพาณิชย์: รายงานสถานการณ์การค้า ความเชื่อมั่นผู้นำเข้า แนะนำผู้ประกอบการบริหารความเสี่ยง
  • 6. วิเคราะห์ผลกระทบเงินเฟ้อ: ประเมินต้นทุนพลังงาน-ขนส่งต่อการส่งออก จัดข้อเสนอนโยบายทันท่วงที

มาตรการเหล่านี้เป็นเชิงรุกเพื่อรักษาตลาดส่งออกไทยให้แข่งขันได้ โดยรัฐบาลจะบูรณาการกับหน่วยงานและเอกชน รองรับความผันผวนภูมิรัฐศาสตร์ ผู้ส่งออกควรเตรียมตัวปรับกลยุทธ์ เช่น หาตลาดใหม่ ลดการพึ่งพาเส้นทางเสี่ยง หรือใช้เทคโนโลยีติดตามโลจิสติกส์แบบเรียลไทม์

ในมุมมองผู้เชี่ยวชาญ มาตรการ “ศุภจี” สั่ง พาณิชย์ กำหนด 6 มาตรการเชิงรุก รับมือค่าขนส่งพุ่งช่วยผู้ส่งออก จะช่วยลดผลกระทบระยะสั้นได้ดี แต่ต้องติดตามราคาพลังงานโลกต่อเนื่อง หากสถานการณ์ยืดเยื้อ อาจต้องมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม

สำหรับผู้ประกอบการ สนับสนุนให้ติดตามประกาศจากกระทรวงพาณิชย์และเข้าร่วมโครงการช่วยเหลือ เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขัน ท่านคิดอย่างไรกับมาตรการนี้? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างได้เลย

ที่มา – “ศุภจี” สั่ง พาณิชย์ กำหนด 6 มาตรการเชิงรุก รับมือค่าขนส่งพุ่งช่วยผู้ส่งออก

“เนทันยาฮู” ลั่นสงครามสหรัฐฯ-อิสราเอลถล่มอิหร่านจบไว ไม่ยืดเยื้อเป็นปี

“เนทันยาฮู” ลั่นสงครามสหรัฐฯ-อิสราเอลถล่มอิหร่านจบไว ไม่ยืดเยื้อเป็นปี เป็นประโยคที่นายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ใช้ย้ำความมั่นใจในปฏิบัติการทางทหารครั้งใหญ่ครั้งนี้ ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ลุกลามอย่างรวดเร็ว สงครามนี้เริ่มต้นขึ้นหลังจากอิสราเอลและสหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีฐานที่มั่นของอิหร่าน และตอนนี้เข้าสู่วันที่ 4 แล้ว แต่เนทันยาฮูยืนยันว่าจะไม่ยืดเยื้อเหมือนสงครามครั้งก่อนๆ

“เนทันยาฮู” ลั่นสงครามสหรัฐฯ-อิสราเอลถล่มอิหร่านจบไว ไม่ยืดเยื้อเป็นปี

ในการให้สัมภาษณ์ล่าสุดผ่านรายการ “Hannity” ของฟ็อกซ์นิวส์ เมื่อวันที่ 2 มีนาคม นายกรัฐมนตรีเนทันยาฮูได้แสดงวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนเกี่ยวกับอนาคตของความขัดแย้งนี้ เขากล่าวว่า “ผมเคยบอกไว้ว่ามันจะรวดเร็วและเด็ดขาด มันอาจต้องใช้เวลาบ้าง แต่จะไม่ลากยาวเป็นปีๆ นี่ไม่ใช่สงครามที่ไม่มีวันจบ” คำพูดนี้ช่วยคลายความกังวลของประชาชนอิสราเอลและพันธมิตรที่ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

พัฒนาการล่าสุดของสงครามสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่าน

สถานการณ์ในวันนี้ 3 มีนาคม กรุงเทลอาวีฟต้องเผชิญกับเสียงระเบิดดังสนั่น จากการสกัดกั้นขีปนาวุธที่ยิงมาจากอิหร่าน ขณะที่กองทัพอิสราเอลตอบโต้ด้วยการโจมตีอาคารสถานีโทรทัศน์รัฐบาลในเตหะราน และฐานที่มั่นของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน การสู้รบขยายวงไปยังหลายประเทศในภูมิภาค ทำให้เกิดความกังวลเรื่องสงครามเต็มรูปแบบ

ฝั่งอิหร่าน กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ออกแถลงข่าวเกี่ยวกับปฏิบัติการ “Operation Promise of the Truth 4” โดยอ้างว่าสำเร็จในการส่งโดรน 20 ลำและขีปนาวุธ 3 ลูก ถล่มฐานทัพอากาศสหรัฐฯ ในบาห์เรนจนพังยับเยิน นอกจากนี้ ยังมีรายงานโดรนโจมตีสถานทูตสหรัฐฯ ในริยาด ซาอุดีอาระเบีย จนเกิดเพลิงไหม้ลุกลาม

  • อิสราเอลโจมตีเป้าหมายในเตหะรานและเลบานอน
  • อิหร่านตอบโต้ฐานทัพสหรัฐฯ ในบาห์เรนและซาอุดีอาระเบีย
  • ราคาน้ำมันพุ่งสูงหลังปิดช่องแคบฮอร์มุซ
  • สนามบินดูไบปิดตัว ผู้โดยสารตกค้างนับหมื่น

ด้านสหรัฐฯ นายมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศ เตือนว่ายังมี “หมัดเด็ด” รออยู่ และประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ไม่ได้ปิดประตูการส่งกองทัพภาคพื้นดิน แม้เป้าหมายหลักคือทำลายขีดความสามารถขีปนาวุธของอิหร่านโดยไม่ต้องรบภาคพื้นดิน

ผลกระทบทางเศรษฐกิจรุนแรงมาก อิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมัน 1 ใน 5 ของโลก ส่งผลให้ราคาน้ำมันและค่าระวางเรือทะยานสูงสุดเป็นประวัติการณ์ สนามบินดูไบปิดต่อเนื่อง 4 วัน วิกฤตการบินใหญ่ที่สุดนับจากโควิด-19 มีรายงานทหารสหรัฐฯ เสียชีวิต 6 นายในคูเวต ขณะที่สหรัฐฯ ทำลายเป้าหมายอิหร่านกว่า 1,250 แห่งแล้ว

ประธานาธิบดีทรัมป์ยืนยันว่าการโจมตีเพื่อยับยั้งโครงการนิวเคลียร์อิหร่าน แต่เผชิญเสียงวิจารณ์จากรัสเซีย จีน และตุรกี ผลสำรวจ Reuters/Ipsos ชี้ชาวอเมริกันเพียง 25% สนับสนุน ซึ่งเป็นความเสี่ยงใหญ่ของพรรครีพับลิกันก่อนเลือกตั้งกลางเทอม

“เนทันยาฮู” ลั่นสงครามสหรัฐฯ-อิสราเอลถล่มอิหร่านจบไว ไม่ยืดเยื้อเป็นปี ทำให้หลายฝ่ายเริ่มมองในแง่บวก แม้สถานการณ์ยังผันผวน สงครามครั้งนี้อาจเป็นจุดเปลี่ยนของตะวันออกกลาง หากจบลงอย่างรวดเร็วตามที่คาด

ในมุมมองของเรา สถานการณ์นี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการทูตและการทหารที่สมดุล คุณคิดอย่างไรกับคำประกาศของเนทันยาฮู? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมกดแชร์เพื่อติดตามอัปเดตข่าวสารล่าสุด!

ที่มา – “เนทันยาฮู” ลั่นสงครามสหรัฐฯ-อิสราเอลถล่มอิหร่านจบไว ไม่ยืดเยื้อเป็นปี

สีหศักดิ์ ชี้อพยพคนไทยจากอิหร่านไปตุรกี

สถานการณ์ในตะวันออกกลางกำลังตึงเครียดหนักหลังจากเกิดการสู้รบที่ลุกลามไปหลายประเทศ ทำให้รัฐบาลไทยต้องเร่งมาตรการช่วยเหลือคนไทยในพื้นที่เสี่ยง โดยเฉพาะในอิหร่านที่ถูกมองเป็นจุดร้อน นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศไทย ได้ออกมาให้ข้อมูลสำคัญ เน้นย้ำการดูแลความปลอดภัยของพี่น้องคนไทยทุกคนให้ได้กลับบ้านอย่างปลอดภัย

สีหศักดิ์ ชี้อพยพคนไทยจากอิหร่านไปตุรกี ก่อนหาเที่ยวบินกลับไทย ยันสถานทูตไทยปลอดภัย

ตามที่ สีหศักดิ์ ชี้อพยพคนไทยจากอิหร่านไปตุรกี นั้น ในวันที่ 3 มีนาคม 2569 นายสีหศักดิ์ ได้กล่าวถึงการประเมินสถานการณ์เหตุการณ์สู้รบในตะวันออกกลาง โดยกระทรวงการต่างประเทศไทยได้ประสานงานกับสถานทูตใน各国อย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมพื้นที่ปลอดภัยให้ประชาชนไทย รัฐบาลย้ำชัดว่าจะเร่งนำคนไทยทั้งหมดในอิหร่านกลับประเทศให้ได้ หากมีใครอยากกลับก็รีบแจ้งทันที โดยจะหาเส้นทางที่เหมาะสม เช่น ผ่านสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์หรือบาห์เรนที่อาจเปิดน่านฟ้าและมีสายการบินบริการ รัฐบาลจะจัดหาตั๋วเครื่องบินให้เพียงพอ พร้อมดูแลให้ทุกคนอยู่ในพื้นที่ปลอดภัย ห่างจากฐานทัพสหรัฐที่อาจเป็นเป้า

แผนอพยพคนไทยจากอิหร่านไปตุรกีอย่างเร่งด่วน

นายสีหศักดิ์ เน้นว่า สีหศักดิ์ ชี้อพยพคนไทยจากอิหร่านไปตุรกี เป็นแผนหลัก โดยจะนำคนไทยออกจากอิหร่านไปยังตุรกีก่อน เพื่อรอตรวจสอบเที่ยวบินกลับไทย หรืออาจเช่าเหมาลำจากอียิปต์เข้าไปรับ สำหรับพื้นที่อื่นๆ มีแผนรองรับครบแล้ว ไม่ต้องตื่นตระหนก ในอิสราเอล คนไทยส่วนใหญ่กว่า 65,000 คน จากทั้งหมด หลักแสน เลือกอยู่ต่อเพราะเชื่อมั่นระบบป้องกันขีปนาวุธ

  • อพยพคนไทยจากอิหร่านเป็นลำดับแรก ไปยังตุรกีเพื่อความปลอดภัย
  • หาเที่ยวบินจาก UAE, บาห์เรน หรือเช่าเหมาลำ
  • ดูแลคนไทยในอิสราเอล กาตาร์ คูเวต จอร์แดน ไซปรัส
  • ประเมินจำนวนคนไทยหลักแสนคน เทียบกับ 40,000 คนในเหตุการณ์ปี 2567

สถานทูตไทยในอิหร่านยังปลอดภัยแม้เป็นเป้าหมายโจมตี

สำหรับสถานทูตไทยในอิหร่านที่มีเจ้าหน้าที่ 10 คน แม้อยู่ในพื้นที่เป้าหมายโจมตี แต่นายสีหศักดิ์ยืนยันว่ายังปลอดภัย ไม่มีผลกระทบ เนื่องจากมีมาตรการระมัดระวังสูง แต่สถานการณ์คาดเดาไม่ได้ จะติดตามใกล้ชิด และประเมินหลังส่งประชาชนเสร็จ หากจำเป็นค่อยอพยพเจ้าหน้าที่ตาม

การสู้รบครั้งนี้ครอบคลุมพื้นที่กว้างกว่าปี 2567 มาก ตั้งแต่อิหร่าน อิสราเอล สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ บาห์เรน กาตาร์ คูเวต จอร์แดน จนถึงไซปรัส ทำให้ต้องวางแผนครอบคลุมมากขึ้น รัฐบาลไทยจึงเร่งทุกภาคส่วนเพื่อปกป้องคนไทยในต่างแดน

จากข้อมูลนี้ แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลไทยมีแผนรับมือที่รอบคอบ ไม่ปล่อยให้คนไทยตกอยู่ในความเสี่ยง รัฐมนตรีสีหศักดิ์แสดงความมุ่งมั่นชัดเจนในการนำพี่น้องกลับบ้าน ซึ่งเป็นจุดแข็งของการทูตไทย

สำหรับคนไทยที่อยู่ในพื้นที่ตะวันออกกลางหรือมีญาติพี่น้องที่นั่น ขอให้ติดต่อสถานทูตไทยใกล้เคียงทันทีเพื่อลงทะเบียนและรับความช่วยเหลือ ติดตามข่าวสารจากช่องทางทางการอย่างกระทรวงการต่างประเทศไทย เพื่อข้อมูลที่ถูกต้องและอัปเดต

ที่มา – “สีหศักดิ์” ชี้อพยพคนไทยจากอิหร่านไปตุรกี ก่อนหาเที่ยวบินกลับไทย ยันสถานทูตไทยปลอดภัย

สหรัฐฯ ปฏิเสธถล่ม รร.ประถมในอิหร่าน เด็กดับ 160 ศพ

สหรัฐฯ ปฏิเสธถล่ม รร.ประถมในอิหร่าน อย่างหนักแน่น หลังจากสื่อท้องถิ่นของอิหร่านรายงานเหตุการณ์สุดสะเทือนใจที่โรงเรียนประถมหญิงล้วนในเมืองมีนาบ ทางตอนใต้ของประเทศ ถูกโจมตีด้วยขีปนาวุธ ทำให้เด็กหญิงเสียชีวิตกว่า 160 ราย สถานการณ์นี้เกิดขึ้นท่ามกลางความขัดแย้งที่รุนแรงระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่าน ซึ่งทวีความตึงเครียดขึ้นอย่างรวดเร็ว

สหรัฐฯ ปฏิเสธถล่ม รร.ประถมในอิหร่าน รอผลตรวจสอบ

นายมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ออกมาชี้แจงทันที โดยยืนยันว่ากองทัพสหรัฐฯ ไม่มีนโยบายโจมตีสถานศึกษาหรือเป้าหมายพลเรือน รูบิโอบอกว่า “เรากำลังตรวจสอบว่าการโจมตีนี้มาจากฝ่ายเรา یاไม่ แต่สหรัฐฯ จะไม่จงใจถล่มโรงเรียนเด็ดขาด” เขายังแสดงความเสียใจหากเกิดขึ้นจริง แต่ยังไม่มีข้อมูลแน่ชัด ขณะที่เพนตากอนและ CENTCOM ก็ระบุเพียงว่ากำลังสอบสวนความเสียหายต่อพลเรือน

รายละเอียดเหตุการณ์ที่สื่ออิหร่านรายงาน

ตามรายงานของสื่อรัฐบาลอิหร่าน เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ ระหว่างปฏิบัติการโจมตีทางอากาศของสหรัฐฯ และอิสราเอล โรงเรียนประถมหญิงล้วนในเมืองมีนาบกลายเป็นเป้าหมายโดยไม่คาดคิด ส่งผลให้มีเด็กเสียชีวิตจำนวนมาก ถือเป็นความสูญเสียครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่สงครามปะทุ สื่ออิหร่านกล่าวหาว่าสหรัฐฯ และอิสราเอลจงใจโจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลเรือน ซึ่งขัดต่อกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ

ปฏิกิริยาจากนานาชาติต่อสหรัฐฯ ปฏิเสธถล่ม รร.ประถมในอิหร่าน

เหตุการณ์นี้สร้างกระแสประณามทั่วโลก องค์การยูเนสโกออกแถลงการณ์ประณามอย่างรุนแรง โดยชี้ว่าการโจมตีสถานศึกษาเป็นอาชญากรรมสงคราม นอกจากนี้ มาลาลา ยูซัฟไซ ผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ ก็ร่วมวิจารณ์ โดยเรียกร้องให้มีการสอบสวนอิสระเพื่อความยุติธรรมสำหรับเด็กผู้บริสุทธิ์

  • ยูเนสโก: ประณามการโจมตีโรงเรียน เรียกร้องหยุดสงคราม
  • มาลาลา: ย้ำสิทธิเด็กในการศึกษาและความปลอดภัย
  • สหประชาชาติ: เตรียมหารือในที่ประชุมฉุกเฉิน

มุมมองจากอิสราเอลและพื้นหลังความขัดแย้ง

นายแดนนี ดานอน เอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำสหประชาชาติ ปฏิเสธข้อกล่าวหาเช่นกัน โดยชี้ว่าข้อมูลที่ต่างออกไประบุว่า IRGC ของอิหร่านอาจเป็นผู้วางเป้าหมายเอง ปฏิบัติการทางอากาศเริ่มตั้งแต่วันเสาร์ พุ่งเป้าไปที่เตหะรานและขยายวง ก่อนที่อิหร่านจะตอบโต้ สถานการณ์ยิ่งรุนแรงเมื่อยืนยันว่าอายาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดอิหร่านเสียชีวิตแล้ว ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่าการรบอาจยืดเยื้ออีกหลายสัปดาห์

ความขัดแย้งนี้มีรากเหง้าจากประเด็นนิวเคลียร์และการสนับสนุนกลุ่มติดอาวุธ สหรัฐฯ และอิสราเอลมองว่าอิหร่านเป็นภัยคุกคามใหญ่ ขณะที่อิหร่านกล่าวหาว่าถูกบุกรุก สงครามครั้งนี้ไม่เพียงทำลายโครงสร้างพื้นฐาน แต่ยังคร่าชีวิตพลเรือนจำนวนมาก โดยเฉพาะเด็กๆ ที่ไร้เดียงสา

นอกจากนี้ ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงชี้ว่าการโจมตีแบบนี้เสี่ยงต่อการถูกตีตราว่าอาชญากรรมสงคราม ซึ่งอาจนำไปสู่การฟ้องร้องที่ศาลอาญาระหว่างประเทศ สหรัฐฯ จึงต้องพิสูจน์ความบริสุทธิ์ให้ได้ หากไม่เช่นนั้นจะเสียภาพลักษณ์ในเวทีโลก

ผลกระทบและมุมมองอนาคต

เหตุการณ์ สหรัฐฯ ปฏิเสธถล่ม รร.ประถมในอิหร่าน สะท้อนถึงความโหดร้ายของสงครามสมัยใหม่ ที่เทคโนโลยีขีปนาวุธนำมาซึ่งความสูญเสียมหาศาลต่อพลเรือน แม้สหรัฐฯ จะยืนยันไม่เจตนา แต่หลักฐานและพยานต้องได้รับการตรวจสอบอย่างโปร่งใสเพื่อลดความตึงเครียด

ในมุมมองของผู้เขียน สงครามครั้งนี้จะไม่มีผู้ชนะตัวจริง เพราะเด็ก 160 ศพคือเครื่องเตือนใจถึงราคาที่ต้องจ่าย คุณคิดอย่างไรกับสถานการณ์นี้? สงครามจะจบลงได้อย่างไร? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างและติดตามข่าวอัปเดตจากเราเพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ!

ที่มา – สหรัฐฯ ปฏิเสธลั่น ไม่ได้เจตนาถล่ม รร.ประถมในอิหร่าน หลังสื่อท้องถิ่นเผยเด็กดับกว่า 160 ศพ

Scroll to top