เลือกตั้งปี 2569

สุดารัตน์ จี้ กกต ปมเลือกตั้งส่อพิรุธซ้ำรอย 66

วันนี้เรามาพูดถึงประเด็นร้อนในวงการการเมืองไทยกันครับ ที่คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย ออกมา สุดารัตน์ จี้ กกต ปมเลือกตั้งส่อพิรุธ อย่างหนักแน่น หลังจากพบปัญหาความผิดปกติในการเลือกตั้งครั้งล่าสุด ซึ่งดูเหมือนจะซ้ำรอยปัญหาเก่าๆ จากปี 2566 โดยเฉพาะเรื่อง “บัตรออกลูกในหีบ” ที่เกิดขึ้นทั่วประเทศ ทำให้ประชาชนเริ่มสูญเสียความเชื่อมั่นในระบบเลือกตั้งอย่างหนัก

สุดารัตน์ จี้ กกต ปมเลือกตั้งส่อพิรุธ

วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 คุณหญิงสุดารัตน์ ได้แถลงอย่างชัดเจนว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นครั้งนี้รุนแรงกว่าครั้งก่อนๆ หลายเท่า โดยเฉพาะวิกฤตบัตรเขย่งที่จำนวนบัตรลงคะแนนในระบบสูงกว่าจำนวนผู้มาใช้สิทธิ์จริง ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนอันตรายของการทุจริตเลือกตั้งแบบ “บัตรออกลูกในหีบ” หรือการมีบัตรเลือกตั้งเพิ่มขึ้นมาเองโดยไม่ทราบที่มา เหตุการณ์นี้ไม่ควรเกิดในระบบประชาธิปไตยที่สุจริตและเที่ยงธรรมอย่างที่เราคาดหวัง

คุณหญิงสุดารัตน์ เน้นย้ำว่า กกต. ในฐานะผู้ควบคุมการเลือกตั้ง ต้องรับผิดชอบเต็มที่และแก้ไขทันที มิเช่นนั้นจะนำไปสู่ความไม่ไว้วางใจจากประชาชน จนอาจปะทุเป็นการชุมนุมใหญ่ได้

สุดารัตน์ จี้ กกต ปมเลือกตั้งส่อพิรุธ: รายละเอียดปัญหาบัตรออกลูกในหีบ

“บัตรออกลูกในหีบ” คือศัพท์ที่ใช้อธิบาย現象ที่จำนวนบัตรที่ลงคะแนนจริงในหน่วยเลือกตั้งมากกว่าจำนวนผู้มาใช้สิทธิ์ที่บันทึกไว้ สิ่งนี้ชี้ให้เห็นถึงช่องโหว่ใหญ่หลวง เช่น การยัดเย็บบัตรปลอม การนับผิด หรือแม้แต่การแทรกแซงจากบุคคลภายนอก ในครั้งนี้ปัญหาดังกล่าวกระจายไปทั่วประเทศ ทำให้ผลการเลือกตั้งถูกตั้งคำถามจากทุกฝ่าย

เทียบกับการเลือกตั้งปี 2566 ที่เคยมีเคสคล้ายๆ กัน แต่ครั้งนี้จำนวนเคสเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด กกต. ถูกวิจารณ์หนักว่ายังไม่เรียนรู้จากอดีต และปล่อยให้ปัญหาคลานคลำต่อไป

ซ้ำรอยปี 66: ทำไมปัญหานี้ถึงรุนแรงขึ้น

ในปี 2566 ปัญหาเลือกตั้งส่อพิรุธเคยสร้างความวุ่นวายให้กับประเทศ ทำให้เกิดการตรวจสอบจากศาลรัฐธรรมนูญและการร้องเรียนนับพันครั้ง แต่ปีนี้กลับดูแย่กว่าเดิม ด้วยเทคโนโลยีที่ควรช่วยตรวจสอบกลับกลายเป็นจุดอ่อน เพราะข้อมูลยังไม่โปร่งใส ประชาชนไม่สามารถตรวจสอบได้ด้วยตัวเอง

  • จำนวนบัตรลงคะแนนเกินผู้มาใช้สิทธิ์ในหลายหน่วย
  • ภาพและหลักฐานจากผู้สังเกตการณ์ที่แพร่กระจายในโซเชียล
  • ความล่าช้าในการนับคะแนนที่ผิดปกติ
  • ขาดการชี้แจงจาก กกต. อย่างทันท่วงที

ทางออกที่คุณหญิงสุดารัตน์เสนอ: เปิด Open Data ด่วน

หัวใจของคำเรียกร้องจากสุดารัตน์ จี้ กกต ปมเลือกตั้งส่อพิรุธ คือการเปิดข้อมูลแบบ Open Data ทันที! Open Data คือข้อมูลที่เปิดกว้าง ทุกคนดาวน์โหลด ตรวจสอบได้ เช่น ไฟล์ CSV หรือ API ที่แสดงรายละเอียดทุกระดับ ตั้งแต่ผู้มาใช้สิทธิ์ บัตรลงคะแนน ผลนับคะแนน ไปจนถึงภาพถ่ายหีบเลือกตั้ง

หาก กกต. ทำตามนี้ จะช่วยกู้ศรัทธาได้ทันที แสดงถึงความโปร่งใสและเคารพเสียงประชาชน หากยังคลุมเครือต่อไป อาจนำไปสู่วิกฤตใหญ่ ล้มเหลวในการรักษาความน่าเชื่อถือขององค์กรอิสระ

นอกจากนี้ ยังควรมีการตรวจสอบอิสระจากบุคคลที่สาม และลงโทษผู้กระทำผิดอย่างเด็ดขาด เพื่อไม่ให้เกิดซ้ำ

ประเด็นนี้ไม่ใช่แค่เรื่องเทคนิค แต่เป็นรากฐานของประชาธิปไตยไทย หากระบบเลือกตั้งไม่สุจริต เสียงของประชาชนก็ไร้ค่า การเมืองไทยจะยิ่งถดถอย

ในมุมมองของผม การที่สุดารัตน์ จี้ กกต ปมเลือกตั้งส่อพิรุธ ถือเป็นสัญญาณดีที่นักการเมืองยังใส่ใจประชาชน คุณล่ะคิดอย่างไร? ระบบ Open Data จะช่วยแก้ปัญหานี้ได้จริงหรือไม่? มาแสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อกระตุ้นให้ กกต. 行动ด่วน!

ที่มา – “สุดารัตน์” จี้ กกต. รับผิดชอบปมเลือกตั้งส่อพิรุธซ้ำรอยปี 66 แฉยับ “บัตรออกลูกในหีบ”

ใบเหลือง ใบส้ม ใบแดง ใบดำ คืออะไร เลือกตั้ง 2569

ไขข้อสงสัย ใบเหลือง ใบส้ม ใบแดง ใบดำ คืออะไร หลังเกิดดราม่าเลือกตั้ง 2569 ที่ชลบุรี เขต 1 และปทุมธานี เขต 7 ประชาชนลุกฮือกดดันกกต. ให้มีการนับคะแนนใหม่ หลังพบพิรุธอย่างไฟดับ ถุงดำคลุมกล้อง และบัตรเขย่งจำนวนมาก สถานการณ์ตึงเครียดทำให้หลายคนสงสัยว่า ถ้ากกต. พบความผิดปกติจริง จะจัดการอย่างไร วันนี้เรามีคำตอบแบบชัดเจน มาทำความเข้าใจกันเลย

ใบเหลือง ใบส้ม ใบแดง ใบดำ คืออะไร

ในกระบวนการเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ปี 2569 ใบเหลือง ใบส้ม ใบแดง ใบดำ คืออะไร ถือเป็น “อาวุธลับ” ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ที่ใช้ลงโทษการทุจริตและรักษาความสุจริตในการเลือกตั้ง แต่ละ “ใบ” มีระดับความรุนแรงและเงื่อนไขที่แตกต่างกันไป ช่วยชี้ชะตาผู้สมัครและผลการเลือกตั้งได้เลย โดยอิงตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มาดูรายละเอียดแต่ละใบกัน

1. ใบเหลือง (สั่งเลือกตั้งใหม่)

ใบเหลือง เป็นการลงโทษเบาest ใช้เมื่อกกต. พบหลักฐานว่าการเลือกตั้งในเขตนั้น “ไม่สุจริตหรือเที่ยงธรรม” แต่ยังไม่ชัดว่าเป็นฝีมือผู้สมัครคนไหน

  • ผลที่ตามมา: สั่งเลือกตั้งใหม่ในเขตนั้นทันที ผู้สมัครเดิมลงแข่งได้ตามปกติ
  • ตัวอย่าง: เหมาะกับกรณีบัตรเขย่งจำนวนมาก หรือนับคะแนนผิดพลาด แต่ไม่มีหลักฐานชี้เป้าผู้สมัคร

การใช้ใบเหลืองช่วยให้ประชาชนในเขตนั้นได้สิทธิเลือกตั้งที่โปร่งใสมากขึ้น โดยไม่กระทบสิทธิผู้สมัครทั้งหมด

2. ใบส้ม (ระงับสิทธิชั่วคราว)

ใบส้ม ใช้ก่อนประกาศผล ถ้ามีหลักฐานชัดว่าผู้สมัครทุจริตหรือรู้เห็น

  • ผลที่ตามมา: ระงับสิทธิสมัครไม่เกิน 1 ปี ถ้าชนะก็เลือกตั้งใหม่ คะแนนเดิมหายหมด

เป็นเครื่องมือป้องกันไม่ให้ผู้สมัครต้องสงสัยได้เปรียบ โดยกกต. สามารถสั่งได้ทันทีเพื่อความรวดเร็ว

3. ใบแดง (เพิกถอนสิทธิ 10 ปี)

ใบแดง รุนแรงขึ้น ใช้หลังประกาศผล กกต. ยื่นศาลอุทธรณ์หรือฎีกา ถ้าพิสูจน์ได้ว่าทุจริตจริง

  • ผลที่ตามมา: เพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 10 ปี ส.ส. พ้นตำแหน่งทันที

กรณีนี้มักเกิดกับหลักฐานหนักแน่น เช่น ซื้อสิทธิขายเสียงจำนวนมาก ส่งผลกระทบใหญ่ต่อพรรคการเมือง

4. ใบดำ (เพิกถอนตลอดชีวิต)

ใบดำ บทลงโทษสูงสุด สำหรับความผิดร้ายแรงตามกฎหมาย

  • ผลที่ตามมา: ตัดสิทธิสมัครเลือกตั้งทุกประเภท และดำรงตำแหน่งการเมืองตลอดชีวิต

เคยเกิดขึ้นน้อยมาก แต่ถ้าถูกตัดสินคือจบทางการเมืองจริงๆ

เงื่อนไขนับคะแนนใหม่ในเลือกตั้ง 2569

นอกจาก ใบเหลือง ใบส้ม ใบแดง ใบดำ คืออะไร แล้ว การนับคะแนนใหม่เกิดได้เมื่อ

  1. จำนวนผู้มาใช้สิทธิไม่ตรงบัตรที่ใช้อย่างมีนัยสำคัญ
  2. หลักฐานนับคะแนนผิดหรือทุจริตหน่วยเลือกตั้ง
  3. คำร้องคัดค้านที่มีหลักฐานพอ กกต. มติตรวจสอบ

สถานการณ์ชลบุรีและปทุมธานีตอนนี้เข้าข่ายข้อ 1 และ 2 ชัดเจน ประชาชนกดดันหนัก กกต. ต้องเคลื่อนไหวเร็วเพื่อความเชื่อมั่น

การเลือกตั้ง 2569 ถือเป็นบททดสอบใหญ่ของกกต. ถ้าจัดการดี จะช่วยฟื้นความเชื่อมั่นประชาชน แต่ถ้าชักช้า อาจนำไปสู่ปัญหาใหญ่กว่าเดิม นอกจากนี้ ยังมีบทบาทของศาลรัฐธรรมนูญในการวินิจฉัยคดีทุจริตด้วย

สรุปแล้ว ใบเหลือง ใบส้ม ใบแดง ใบดำ คืออะไร คือกลไกสำคัญรักษาความสะอาดการเมืองไทย คุณคิดว่ากกต. ควรใช้ใบไหนกับกรณีล่าสุด? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ได้เลย และอย่าลืมติดตามอัปเดตข่าวเลือกตั้งจากเรา เพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ

ที่มา – ใบเหลือง ใบส้ม ใบแดง ใบดำ คืออะไร หลัง กกต. เจอศึกหนัก ประชาชนจี้นับคะแนนใหม่ เลือกตั้ง 2569

ตัวแทนยอมให้ คณะทำงาน กกต. ใช้เวลา 2 วันตรวจสอบปมเลือกตั้ง “ชลบุรีเขต 1”

ข่าวการเมืองที่กำลังเป็นกระแสในขณะนี้คือกรณีตัวแทนยอมให้ คณะทำงาน กกต. ใช้เวลา 2 วันตรวจสอบปมเลือกตั้ง “ชลบุรีเขต 1” ซึ่งเกิดขึ้นหลังจากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับกระบวนการนับคะแนนและการออกเสียงประชามติในเขตเลือกตั้งดังกล่าว ประชาชนในจังหวัดชลบุรีต่างให้ความสนใจอย่างมาก เพราะเกี่ยวข้องโดยตรงกับสิทธิเลือกตั้งของพวกเขา

ตัวแทนยอมให้ คณะทำงาน กกต. ใช้เวลา 2 วันตรวจสอบปมเลือกตั้ง “ชลบุรีเขต 1”

วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2567 คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ได้แถลงชี้แจงต่อสื่อมวลชนเกี่ยวกับประเด็นร้อนที่เกิดขึ้น โดยยืนยันว่าทุกขั้นตอนในการนับคะแนนเลือกตั้งและการออกเสียงประชามติในเขตเลือกตั้งที่ 1 จังหวัดชลบุรี เป็นไปตามกฎหมายและระเบียบที่กำหนดอย่างเคร่งครัด เพื่อคลายข้อกังวลของประชาชน กกต. จึงได้ตั้งคณะทำงานพิเศษเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลา 2 วัน

รายละเอียดการเข้าไปตรวจสอบของทีม กกต.

ล่าสุด คุณฝน ซึ่งเป็นตัวแทนของประชาชนในจังหวัดชลบุรี ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวหลังจากเข้าไปพูดคุยกับรองเลขาธิการ กกต. ว่า ภายในวันนี้ กกต. จะส่งชุดสืบสวนจากส่วนกลางลงพื้นที่จังหวัดชลบุรีทันที เพื่อดำเนินการสอบสวน เก็บรวบรวมหลักฐานทั้งหมด และรายงานผลกลับไปยัง กกต. ภายในเวลาไม่เกิน 2 วัน ประชาชนจึงต้องรอผลการตรวจสอบว่าจะมีการนับคะแนนใหม่หรือไม่

สำหรับหีบเลือกตั้งในพื้นที่ มีเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง และประชาชนที่สนใจสามารถผลัดกันมาเฝ้าดูได้ หากไม่สะดวกก็สามารถตรวจสอบผ่านกล้องวงจรปิด (CCTV) ที่ติดตั้งไว้ ตัวแทนยืนยันว่า พวกเขายอมให้เวลา 2 วันตามกฎหมาย แต่ขณะเดียวกันก็เรียกร้องให้ผู้ใหญ่ที่เกี่ยวข้องทวงคืนความยุติธรรม โดยย้ำว่าคนที่ทำผิดต้องได้รับการลงโทษอย่างเด็ดขาด

สถานการณ์หลังการตรวจสอบและการเฝ้าระวัง

หลังจากนี้ 2 วัน ประชาชนจะต้องมาลุ้นผลการตรวจสอบอีกครั้งว่าจะออกมาเป็นอย่างไร แต่ตัวแทนประชาชนเชื่อมั่นว่าพวกเขาไม่ได้ต่อสู้เพียงลำพัง เพราะมีหน่วยงานที่รับผิดชอบเข้ามาจัดการแล้ว สำหรับคืนนี้ ไม่มีการชุมนุม แต่เปิดโอกาสให้ใครที่ผ่านไปมาและสะดวก สามารถเข้ามาเฝ้าดูได้ เพราะโรงยิมที่เก็บหีบเลือกตั้งเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง

  • ขั้นตอนการตรวจสอบของ กกต.: ส่งทีมสืบสวนกลางลงพื้นที่ทันที
  • การเก็บหลักฐาน: รวบรวมเอกสารและบันทึกภาพจาก CCTV ทุกชิ้น
  • ระยะเวลา: ไม่เกิน 2 วันตามที่กำหนด
  • การเฝ้าระวังหีบเลือกตั้ง: เจ้าหน้าที่และประชาชนร่วมกัน 24 ชม.
  • ผลลัพธ์ที่คาดหวัง: ความชัดเจนในการนับคะแนนและลงโทษผู้กระทำผิด

กรณีตัวแทนยอมให้ คณะทำงาน กกต. ใช้เวลา 2 วันตรวจสอบปมเลือกตั้ง “ชลบุรีเขต 1” สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของระบบเลือกตั้งไทยในการรักษาความโปร่งใสและเชื่อมั่นจากประชาชน ปัญหาเลือกตั้งในท้องถิ่นอย่างชลบุรีเขต 1 มักเกิดจากข้อสงสัยในกระบวนการนับคะแนน ซึ่งอาจมาจากความเข้าใจผิดหรือการทุจริตเล็กน้อย หาก กกต. สามารถคลี่คลายได้อย่างรวดเร็ว จะช่วยเสริมสร้างความศรัทธาในระบอบประชาธิปไตย

ในอดีต เร เคยพบปัญหาคล้ายกันในหลายพื้นที่ เช่น การเลือกตั้งท้องถิ่นที่ถูกสั่งหยุดชั่วคราวเพราะข้อครหา การมีคณะทำงานตรวจสอบแบบเร่งด่วนเช่นนี้จึงเป็นมาตรการที่ดีเยี่ยม ประชาชนชลบุรีแสดงให้เห็นถึงความอดทนและเคารพกฎหมาย โดยยอมรอผลอย่างเป็นทางการ แทนที่จะใช้มาตรการทางถนน

นอกจากนี้ กล้อง CCTV และการเฝ้าระวังร่วมกันยังช่วยป้องกันการแทรกแซงเพิ่มเติมได้อีกด้วย หากผลออกมาว่าทุกอย่างเรียบร้อย ก็จะเป็นการยืนยันความถูกต้อง แต่หากพบความผิดพลาด กกต. ต้องดำเนินคดีให้เด็ดขาดเพื่อไม่ให้เกิดซ้ำ

สุดท้ายนี้ ผู้เขียนมองว่ากรณีตัวแทนยอมให้ คณะทำงาน กกต. ใช้เวลา 2 วันตรวจสอบปมเลือกตั้ง “ชลบุรีเขต 1” เป็นตัวอย่างที่ดีของการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานรัฐและประชาชน ซึ่งจะนำไปสู่การเลือกตั้งที่โปร่งใสยิ่งขึ้นในอนาคต หากคุณเป็นคนชลบุรีหรือสนใจประเด็นนี้ อย่าลืมติดตามผลการตรวจสอบในอีก 2 วันข้างหน้า และแสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างว่าคุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้ จะช่วยให้เราได้ถกเถียงเพื่อสังคมที่ดีขึ้น

ที่มา – ตัวแทนยอมให้ คณะทำงาน กกต. ใช้เวลา 2 วันตรวจสอบปมเลือกตั้ง “ชลบุรีเขต 1”

พรรคประชาชน เปิดเกมสู้ ยื่นขอนับคะแนนใหม่แล้ว 10 เขต

พรรคประชาชน เปิดเกมสู้ ยื่นขอนับคะแนนใหม่แล้ว 10 เขต หลังจากผลการเลือกตั้งออกมา ล่าสุดพรรคประชาชน (ปชน.) ไม่ยอมแพ้ต่อสิ่งที่เชื่อว่าเป็นความผิดปกติในการนับคะแนน โดยประกาศชัดเจนว่า “แพ้-ชนะเป็นเรื่องยอมรับได้ แต่โกงการนับคะแนนเรารับไม่ได้” ซึ่งเป็นคำลั่นจากเพจเฟซบุ๊กอย่างเป็นทางการของพรรค เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 13.35 น.

พรรคประชาชน เปิดเกมสู้ ยื่นขอนับคะแนนใหม่แล้ว 10 เขต

การเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางกระแสข่าวการเลือกตั้งที่ร้อนระอุ พรรคประชาชนได้ตั้งทีมเฉพาะกิจเพื่อรับเรื่องร้องเรียนการนับคะแนนผิดปกติทั่วประเทศตั้งแต่วันที่ 9 กุมภาพันธ์ และได้ยื่นเรื่องขอนับคะแนนใหม่ใน 10 เขตทันที เพื่อปกป้องเจตจำนงของประชาชนทุกคะแนนเสียง นี่คือหลักฐานชี้ให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการรักษาความโปร่งใสของกระบวนการเลือกตั้ง

เหตุผลหลักที่พรรคประชาชนตัดสินใจยื่นขอนับคะแนนใหม่ ก็เพราะพบความผิดปกติในหลายพื้นที่ เช่น คะแนนที่ไม่สอดคล้องกับผลสำรวจก่อนหน้า หรือรายงานจากผู้สังเกตการณ์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อผลลัพธ์การเลือกตั้ง พรรคย้ำว่าทุกคะแนนเสียงคือพลังของประชาชน และพวกเขาจะดำเนินคดีทุกกรณีที่พบการทุจริต

รายชื่อ 10 เขตที่พรรคประชาชนยื่นขอนับคะแนนใหม่

  • ขอนแก่น เขต 3: นายชัชวาล อภิรักษ์มั่นคง
  • ลำปาง เขต 2: น.ส.สุวิภา กุศลจูง
  • สุราษฎร์ธานี เขต 1: นายรัฐภัทร์ พัฒนาศิริรักษ์
  • ชลบุรี เขต 1: นายวรท ศิริรักษ์
  • มหาสารคาม เขต 1: นายธีระวัฒน์ พรรณะ
  • นครราชสีมา เขต 13: น.ส.นาลันทา บุญชิต
  • ชัยนาท เขต 1: นายทรงพล ภัทราภิรมย์
  • สมุทรปราการ เขต 6: นายวีรภัทร คันธะ
  • ตาก เขต 1: นายคริษฐ์ ปานเนียม
  • สระบุรี เขต 1: นายสรพัช ศรีปราชญ์

เขตเหล่านี้ครอบคลุมหลายจังหวัดทั่วประเทศ แสดงให้เห็นว่าปัญหาการนับคะแนนไม่ได้จำกัดอยู่แค่พื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง การยื่นขอนับใหม่จะช่วยให้เกิดความยุติธรรม และอาจพลิกผลการเลือกตั้งในบางเขตได้ หากพบความผิดพลาดจริง

ความสำคัญของการปกป้องคะแนนเสียงประชาชน

ในยุคที่ประชาธิปไตยไทยกำลังถูกทดสอบ พรรคประชาชนกำลังแสดงบทบาทผู้นำในการต่อสู้กับการทุจริตเลือกตั้ง การเคลื่อนไหว พรรคประชาชน เปิดเกมสู้ ยื่นขอนับคะแนนใหม่แล้ว 10 เขต ไม่เพียงแต่ช่วยผู้สมัครของพรรคเท่านั้น แต่ยังเป็นการตั้งมาตรฐานให้กับระบบเลือกตั้งไทยทั้งระบบ หากปล่อยให้เกิดช่องโหว้แบบนี้ต่อไป ประชาชนจะสูญเสียความเชื่อมั่นในกระบวนการ民主

จากข้อมูลเบื้องต้น ทีมเฉพาะกิจของพรรคได้รับเรื่องร้องเรียนนับร้อยเคสทั่วประเทศ และกำลังเร่งตรวจสอบเพิ่มเติม นี่อาจนำไปสู่การตรวจสอบใหญ่ครั้งใหม่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กกต. หรือศาลการเมือง

นอกจากนี้ พรรคยังเรียกร้องให้ประชาชนที่มีหลักฐานความผิดปกติมาร่วมแจ้งเบาะแส เพื่อร่วมกันปกป้องสิทธิเลือกตั้ง สิ่งนี้สะท้อนถึงปรัชญาของพรรคที่ยึดมั่นในหลักประชาชนเป็นใหญ่

ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

หากการนับคะแนนใหม่ยืนยันผลเดิม พรรคประชาชนก็พร้อมยอมรับ แต่ถ้าพบความผิดพลาด อาจนำไปสู่การเลือกตั้งใหม่ในบางเขต ส่งผลต่อการจัดสรร ส.ส. และการจัดตั้งรัฐบาล การต่อสู้นี้จึงเป็นเกมชี้ชะตาการเมืองไทยในระยะสั้น

ผู้เชี่ยวชาญการเมืองมองว่า การยื่นขอนับใหม่ของพรรคประชาชนเป็นกลยุทธ์ที่ชาญฉลาด ช่วยรักษาฐานเสียงและภาพลักษณ์พรรคในฐานะนักสู้เพื่อประชาชน

สุดท้ายแล้ว การเมืองที่ดีต้องเริ่มจากเลือกตั้งที่โปร่งใส พรรคประชาชนกำลังทำหน้าที่นั้นอย่างเต็มที่ คุณคิดอย่างไรกับการเคลื่อนไหวครั้งนี้? มาแสดงความเห็นในคอมเมนต์ และแชร์บทความนี้เพื่อกระจายข้อมูลให้แพร่หลาย ติดตามข่าวการเมืองอัปเดตทุกวันกับเรา!

ที่มา – พรรคประชาชน เปิดเกมสู้ ยื่นขอนับคะแนนใหม่แล้ว 10 เขต

จากแฮชแท็ก “ชลบุรีเขต1” สู่ “นับใหม่ทั้งประเทศ”

สวัสดีเพื่อนๆ ชาวเน็ตทุกคน! หลังการเลือกตั้งทั่วไปปี 2569 เพิ่งปิดฉากไปหมาดๆ โลกออนไลน์ก็เดือดปลาแดงเลยทีเดียว โดยเฉพาะปรากฏการณ์จากแฮชแท็ก “ชลบุรีเขต1” สู่แฮชแท็ก “นับใหม่ทั้งประเทศ” ที่พุ่งติดเทรนด์บนแพลตฟอร์ม X (อดีตทวิตเตอร์) แบบถล่มทลาย เกิดอะไรขึ้นกันแน่? วันนี้เราจะมาส่องกันแบบชัดๆ ใกล้ชิด เห็นด้วยมั้ยว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ธรรมดาเลย

จากแฮชแท็ก “ชลบุรีเขต1” สู่แฮชแท็ก “นับใหม่ทั้งประเทศ”

เริ่มจากตัวเลขรวมก่อนนะคะ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นับคะแนนได้ 94% แล้ว พรรคภูมิใจไทยกวาดไป 197 ที่นั่ง ส.ส.เขต 174 บัญชีรายชื่อ 19 ทิ้งห่างพรรคประชาชน (แชมป์เก่าจากก้าวไกลปี 2566) ที่ได้ 118 ที่นั่ง ส.ส.เขต 87 บัญชีรายชื่อ 31 แต่พอผลกำลังจะนิ่ง กระแสข้อพิรุธก็ปะทุ!

จุดเริ่มต้นอยู่ที่ปทุมธานี เขต 7 มหาสารคาม เขต 1 แต่ที่แรงสุดคือชลบุรีเขต1 ผู้ใช้สิทธิ์ไม่ตรงบัตรที่ใช้ สรุปคะแนนผิด และที่ช็อกสุดคือเจอใบขีดคะแนนทิ้งในกองขยะ กองหีบ ทั้งที่ต้องปิดผนึกเรียบร้อย ประชาชนและนักศึกษาบุกศูนย์ประสานงาน กดดันหนัก จน ร.ต.อ.ชนินทร์ น้อยเล็ก รองเลขาฯ กกต. ต้องลงพื้นที่ตอนตี 1 กว่า ยืนยันไม่มีอำนาจสั่งนับใหม่ รอที่ประชุมใหญ่

มวลชนชาวชลบุรีร้องให้เกิดการนับคะแนนใหม่
มวลชนชาวชลบุรีร้องให้เกิดการนับคะแนนใหม่

ปฏิกิริยาจากนักการเมืองและพรรค

เช้าวันถัดมา นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกฯ และผู้สมัครภูมิใจไทยชลบุรีเขต1 ออกมาย้ำว่าหน้าที่จบตอนปิดหีบ เชื่อมั่น กปน. และชี้ว่าอาจเป็นการปั่นป่วนจากฝ่ายตรงข้าม คะแนนห่าง 5,000 เสียง ถ้านับใหม่เท่าเดิมใครรับผิดชอบ? ผลคือ #สุชาติชมกลิ่น พุ่งติดเทรนด์ทันที!

ฝั่งพรรคประชาชน นายพริษฐ์ วัชรสินธุ โฆษกโพสต์ตอน 10.03 น. เรียกร้องเปิดผลคะแนนรายหน่วยโปร่งใส เพื่อให้ทุกฝ่ายยอมรับได้ไม่มีข้อครหา สุดยอดเลย!

จาก #ชลบุรีเขต1 สู่ #นับใหม่ทั้งประเทศ
จาก #ชลบุรีเขต1 สู่ #นับใหม่ทั้งประเทศ

สถานการณ์ลุกลาม มหาสารคามเขต1 มวลชน 200 คนปักหลัก อุบลราชธานีเขต6 ขอตรวจสอบใหม่ ปรากฏการณ์จากแฮชแท็ก “ชลบุรีเขต1” สู่แฮชแท็ก “นับใหม่ทั้งประเทศ” สะท้อนพลังประชาชนในยุคดิจิทัล สมาร์ทโฟนถ่ายคลิปชัดๆ กดดันระบบให้โปร่งใสยิ่งขึ้น

  • ยอดผู้ใช้สิทธิ์ไม่ตรงบัตร
  • สรุปคะแนนผิดพลาด
  • ใบขีดคะแนนทิ้งขยะ
  • แฮชแท็กติดเทรนด์ Trending Thailand

เห็นมั้ยคะว่าการเลือกตั้งไม่ใช่แค่พรรคต่อสู้กัน แต่ประชาชนตรวจสอบได้จริง ในโลกที่ข้อมูลไหลเร็วแบบนี้ กกต.ต้องตอบสนองไวๆ เลยนะ

ส่วนตัวคิดว่าปรากฏการณ์นี้ดีมาก มันยกระดับมาตรฐานความโปร่งใส ถ้ามีนับใหม่จริง จะเป็นบทเรียนให้เลือกตั้งครั้งหน้า คุณล่ะคิดยังไง? เรียกร้องนับใหม่ทั้งประเทศดีมั้ย? คอมเมนต์มาบอกกันหน่อย ชวนแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ มาอ่านด้วยนะ สนับสนุนประชาธิปไตยที่แท้จริง!

ที่มา – จากแฮชแท็ก “ชลบุรีเขต1” สู่แฮชแท็ก “นับใหม่ทั้งประเทศ” ส่องปรากฏการณ์บนโลกออนไลน์ หลังการเลือกตั้ง

ชาวบ้านประท้วงเลือกตั้งอุบลราชธานี เขต 6 ขอตรวจคะแนนใหม่

ชาวบ้านถือป้ายประท้วง เลือกตั้ง “อุบลราชธานี เขต 6” ขอตรวจสอบผลนับคะแนนใหม่ หลังสงสัยความโปร่งใสในการนับคะแนนที่อำเภอเขมราฐ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 ชาวบ้านและผู้สนับสนุนพรรคไทรวมพลังรวมตัวกันจำนวนมาก เรียกร้องให้มีการตรวจสอบใหม่เพราะคะแนนสูสีและยังไม่ประกาศผลอย่างเป็นทางการ

ชาวบ้านถือป้ายประท้วง เลือกตั้ง “อุบลราชธานี เขต 6” ขอตรวจสอบผลนับคะแนนใหม่

เหตุการณ์ประท้วงเกิดขึ้นเวลา 20.00 น. ที่ที่ว่าการอำเภอเขมราฐ จังหวัดอุบลราชธานี เขตเลือกตั้งที่ 6 ครอบคลุมอำเภอนาตาล เขมราฐ และโพธิ์ไทร ชาวบ้านไม่พอใจที่อำเภอเขมราฐล่าช้าในการประกาศผล โดยคะแนนระหว่าง นายกิตติกร เชิดชู ผู้สมัครหมายเลข 2 พรรคไทรวมพลัง ได้ 31,581 คะแนน และ น.ส.ธัญธารีย์ สันตพันธุ์ หมายเลข 3 พรรคเพื่อไทย ได้ 33,248 คะแนน ห่างกันเพียง 1,667 คะแนนเท่านั้น มีผู้มาใช้สิทธิ์ 78,114 คน และบัตรเสีย 4,510 ใบ

นางกนกนุช นุชชม ผู้อำนวยการพรรคไทรวมพลัง เปิดเผยว่า พื้นที่อำเภอโพธิ์ไทรประกาศผลแล้ว แต่เขมราฐยังไม่ประกาศ เจ้าหน้าที่อ้างว่านับคะแนนยังไม่เสร็จ ชาวบ้านจึงมารวมตัว เมื่อเข้าไปดูภายในหอประชุม พบกล่องบัตรเลือกตั้งพับกองทิ้งไว้จำนวนมาก ทำให้เกิดความสงสัยยิ่งขึ้น จึงเรียกร้องให้ กกต. จังหวัดมาตรวจสอบและเลือกตั้งใหม่

ชาวบ้านถือป้ายประท้วง เลือกตั้ง อุบลราชธานี เขต 6

เหตุผลที่ชาวบ้านเรียกร้องตรวจสอบผลนับคะแนนใหม่

  • ล่าช้าค่ำไม่ประกาศผล ขณะที่อำเภอใกล้เคียงเสร็จแล้ว
  • คะแนนสูสีแต่ไม่ให้ตรวจสอบ
  • พบกล่องบัตรเลือกตั้งพับกองทิ้ง สงสัยการเก็บรักษา
  • บัตรเสียจำนวนมาก 4,510 ใบ ผิดปกติ

นางพัชรีภรณ์ ทองสุทธิ์ อายุ 50 ปี ชาวบ้านจากตำบลสารภี อำเภอโพธิ์ไทร กล่าวว่า “เรารักประชาธิปไตย ต้องการเลือกตั้งโปร่งใส ทำไมอำเภอโพธิ์ไทรประกาศได้ แต่เขมราฐไม่ชี้แจง คะแนนประกาศมาก็ไม่ตรงกัน ต้องตรวจสอบและเลือกตั้งใหม่” ชาวบ้านวางแผนรวมตัวร้อง กกต. จังหวัดอุบลราชธานี ในวันที่ 10 กุมภาพันธ์

ภาพประท้วงที่อำเภอเขมราฐ

เหตุการณ์ชาวบ้านถือป้ายประท้วง เลือกตั้ง “อุบลราชธานี เขต 6” ขอตรวจสอบผลนับคะแนนใหม่ สะท้อนปัญหาความเชื่อมั่นในกระบวนการเลือกตั้งท้องถิ่น การนับคะแนนต้องโปร่งใส ตรวจสอบได้ เพื่อรักษาความศรัทธาของประชาชน หากไม่แก้ไข อาจนำไปสู่ข้อพิพาทใหญ่

นอกจากนี้ ยังมีประเด็นบัตรเสียจำนวนมากที่ต้องตรวจสอบ เพราะอาจบ่งชี้ถึงปัญหาการพิมพ์บัตรหรือการโกงเลือกตั้ง ผู้สมัครและพรรคการเมืองควรเตรียมหลักฐานให้ครบถ้วนเพื่อยื่นร้องเรียน กกต. จะติดตามผลการร้องเรียนนี้อย่างไร คงต้องรอคำชี้ขาดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ชาวบ้านรวมตัวประท้วง

การเลือกตั้งที่โปร่งใสคือหัวใจของประชาธิปไตย หากคุณสนใจข่าวการเมืองท้องถิ่น ลองติดตามเพิ่มเติมและแชร์ความคิดเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง เราจะอัปเดตความคืบหน้าทุกวัน

ที่มา – ชาวบ้านถือป้ายประท้วง เลือกตั้ง “อุบลราชธานี เขต 6” ขอตรวจสอบผลนับคะแนนใหม่

พรรคเพื่อไทยเห็นตรง ปชช. เลือกตั้ง 69 พิรุธเพียบ

หลังจากเกิดเหตุการณ์เลือกตั้ง 69 พิรุธเพียบ ทำให้ประชาชนจำนวนมากตั้งคำถามถึงความโปร่งใสของกระบวนการเลือกตั้ง พรรคเพื่อไทยได้ออกมาแสดงจุดยืนที่ชัดเจน โดยนายภูมิธรรม เวชยชัย แกนนำพรรค ได้โพสต์เฟซบุ๊กเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 ระบุว่าพรรคเห็นตรงกับความรู้สึกของประชาชนที่รู้สึกว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ผิดปกติอย่างมาก มีข้อพิรุธมากมายที่บั่นทอนความเชื่อมั่น

เลือกตั้ง 69 พิรุธเพียบ

การเลือกตั้งครั้งล่าสุดเต็มไปด้วยข้อกังขา ไม่ว่าจะเป็นการทำงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ถูกมองว่าขาดความเที่ยงธรรม รวมถึงบทบาทของกลไกรัฐต่าง ๆ เช่น ฝ่ายปกครอง ตำรวจ ทหาร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อสม. กำนัน และผู้ใหญ่บ้าน ที่ถูกกล่าวหาว่ามีส่วนทำให้เกิดความไม่เป็นธรรม ตัวอย่างที่ชัดเจนคือกรณีชลบุรี ซึ่งเป็นเพียง iceberg tip ของปัญหาที่สะสมมา

ประชาชนจำนวนมากไม่เชื่อว่าการเลือกตั้งเป็นไปอย่างสุจริตและยุติธรรม สิ่งนี้ทำให้เกิดความคลางแคลงใจต่อระบบประชาธิปไตยทั้งหมด หากปล่อยไว้โดยไม่มีผู้รับผิดชอบ อนาคตของการเมืองไทยจะยิ่งมืดมน

พรรคเพื่อไทยเห็นตรงกับประชาชน

พรรคเพื่อไทยยืนยันว่าจะไม่นิ่งเฉยต่อปัญหาเลือกตั้ง 69 พิรุธเพียบ โดยเรียกร้องให้ กกต. อย่าลอยตัวเหนือปัญหา ต้องตรวจสอบข้อพิรุธทั้งหมดอย่างเร่งด่วน หากพบการกระทำผิดกฎหมาย ผู้เกี่ยวข้องต้องถูกดำเนินคดีเพื่อคืนความยุติธรรมให้ประชาชน

  • ข้อพิรุธด้านการนับคะแนนที่ไม่โปร่งใส
  • การแทรกแซงจากเจ้าหน้าที่รัฐในบางพื้นที่
  • ปัญหาการลงทะเบียนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งที่ผิดปกติ
  • กรณีตัวอย่างชลบุรีและพื้นที่อื่น ๆ
  • ขาดกลไกตรวจสอบอิสระ

นอกจากนี้ พรรคยังชี้ว่าประชาธิปไตยไทยไม่อาจเดินหน้าต่อไปได้บนฐานความคลางแคลงใจเช่นนี้ ความโปร่งใสคือรากฐานของระบอบประชาธิปไตยที่แท้จริง ซึ่งไม่ใช่เรื่องของพรรคการเมืองฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่เป็นหน้าที่ของทุกภาคส่วน

ในมุมมองของผู้เขียน สถานการณ์เลือกตั้ง 69 พิรุธเพียบนี้เป็นสัญญาณเตือนภัยครั้งใหญ่ หากรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่แก้ไขอย่างจริงจัง ประชาชนอาจสูญเสียศรัทธาในระบบเลือกตั้งไปโดยสิ้นเชิง เราควรสนับสนุนการตรวจสอบที่เข้มข้นเพื่อปกป้องคะแนนเสียงทุกเสียงให้ศักดิ์ศรี

สุดท้ายนี้ อย่าปล่อยให้ปัญหานี้จบลงด้วยความเงียบงัน สนับสนุนให้มีการตรวจสอบอย่างโปร่งใส และติดตามข่าวสารเพื่อปกป้องสิทธิเลือกตั้งของคุณ คุณคิดเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้? แสดงความคิดเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างได้เลย

ที่มา – พรรคเพื่อไทย เห็นตรงกับ ปชช. หลังเลือกตั้ง 69 พิรุธเพียบ ลั่นต้องมีคนรับผิดชอบ

ไล่เรียงไทม์ไลน์ ชลบุรีเขต 1 มวลชนบุกร้องกกต.

สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้เราจะมาไล่เรียงไทม์ไลน์ “ชลบุรีเขต 1” กันแบบละเอียดยิบเลยนะครับ เหตุการณ์สุดวุ่นวายที่มวลชนรวมตัวบุกร้องกกต. เพื่อจี้นับคะแนนเลือกตั้งใหม่ หลังจากพบพิรุธเรื่องหีบบัตรเลือกตั้งที่ไม่ได้ปิดรัดกุม ไม่มีสายเคเบิลไทร์รัดและไม่มีลายมือชื่อเจ้าหน้าที่ปิดทับตามระเบียบ ทำเอาประชาชนหลายคนหวั่นใจเรื่องความโปร่งใสในการนับคะแนนมากๆ เลยครับ

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นตั้งแต่เย็นวันที่ 9 ก.พ. 2569 และลากยาวมาถึงวันที่ 10 ก.พ. โดยมวลชนชาวชลบุรีรวมตัวกันที่สนามหน้า อ.เมืองชลบุรี ตรงข้ามโรงยิม ต.บางปลาสร้อย เพื่อเรียกร้องให้มีการตรวจสอบและนับคะแนนใหม่ การเจรจากับนายอำเภอและผอ.กกต.ชลบุรี ก็ไม่เป็นผล จนต้องรอรองเลขาฯ กกต. เดินทางมาชี้แจงเอง บรรยากาศตึงเครียดแต่ยังสงบเรียบร้อยครับ

ไล่เรียงไทม์ไลน์ “ชลบุรีเขต 1” มวลชนบุกร้อง กกต. จี้นับคะแนนเลือกตั้งใหม่

เพื่อให้เข้าใจง่ายๆ เรามาไล่เรียงไทม์ไลน์ “ชลบุรีเขต 1” กันทีละขั้นตอนเลยนะครับ เหตุการณ์นี้กลายเป็นประเด็นร้อนที่สังคมจับตามอง เพราะเกี่ยวข้องกับความเชื่อมั่นในระบบเลือกตั้งของเราโดยตรง

ช่วงเย็น วันที่ 9 ก.พ. 2569

  • มวลชนเดินทางมารวมตัวที่สนามหน้า อ.เมืองชลบุรี เรียกร้องให้กกต.ชลบุรีตรวจสอบผลนับคะแนนเขต 1 ใหม่ หลังพบหีบบัตรเลือกตั้งเก็บไว้ไม่มิดชิด ไม่มีสายเคเบิลไทร์รัดและไม่มีลายมือชื่อปิดทับ ตามกฎกกต. ทำให้เกิดความสงสัยในความโปร่งใส

ตอนนั้นประชาชนสอบถามเจ้าหน้าที่ ก็ได้คำตอบว่าสายเคเบิลไทร์หมด ทำเอาทุกคนยิ่งไม่เชื่อถือ กลัวว่าจะมีปัญหาในการนับคะแนนจริงๆ ครับ

มวลชนรวมตัวชลบุรีเขต 1

เวลา 20.00 น.

  • มวลชนปิดล้อมรถบรรทุกหีบบัตร กดดันไม่ให้เคลื่อนย้าย รอกำลังเสริมจากกกต. ที่นำรถบรรทุกมาจอดเก็บไว้ที่ยิม พร้อมเจ้าหน้าที่ดูแลความสงบ

เวลา 21.00 น.

นายวรจักร สถาพรภิญโญ นายอำเภอเมืองชลบุรี เรียกตัวแทนมวลชน 6 คนมาพูดคุย ประสานผอ.กกต.ชลบุรี ชี้แจงว่าต้องยื่นเรื่องตามขั้นตอน ไม่สามารถนับใหม่ทันทีได้ แต่ได้แจ้งกกต.กลางแล้ว ประชาชนยังไม่พอใจเพราะกังวลเรื่องการเก็บรักษา

เวลา 23.30 น.

  • มวลชนปักหลักรอคำตอบ นายอำเภอเสนออายัดหีบบัตรไว้ก่อน และแจ้งว่ารองเลขาฯ กกต. จะมาเจรจา
เหตุการณ์ไล่เรียงไทม์ไลน์ ชลบุรีเขต 1

เวลา 01.35 น. วันที่ 10 ก.พ.

ร.ต.อ.ชนินทร์ น้อยเล็ก รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง เดินทางมาถึง ยืนยันไม่มีอำนาจสั่งนับใหม่ ต้องรอกกต.ชุดใหญ่ประชุมตอน 10.00 น.

เวลา 03.15 น.

  • พบใบนับคะแนนหน่วยที่ 15 ทิ้งในถังขยะที่โรงเรียนอนุบาลวัดกลางดอน โชว์ให้รองเลขาฯ กกต. ดู แนะนำให้เก็บหลักฐานยื่นกกต.ชุดใหญ่

เวลา 08.00 น.

มวลชนยังปักหลักรอผลประชุมกกต. รองเลขาฯ ยังเฝ้าพื้นที่

เหตุการณ์ไล่เรียงไทม์ไลน์ “ชลบุรีเขต 1” นี้ สะท้อนปัญหาความไม่ไว้วางใจในกระบวนการเลือกตั้งครับ การเก็บรักษาหีบบัตรต้องได้มาตรฐานจริงๆ เพื่อป้องกันข้อครหา ถ้ามีหลักฐานชัดเจน กกต.ชุดใหญ่คงต้องพิจารณานับใหม่ให้โปร่งใส ประชาชนมีสิทธิ์ตรวจสอบได้เต็มที่เลยนะครับ

คุณล่ะครับ คิดว่าควรนับคะแนนใหม่ไหม? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง หรือแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ รับรู้ เพื่อรักษาความยุติธรรมในการเลือกตั้งของเราครับ!

ที่มา – ไล่เรียงไทม์ไลน์ “ชลบุรีเขต 1” มวลชนบุกร้อง กกต. จี้นับคะแนนเลือกตั้งใหม่

รองเลขาฯ กกต. มาแล้ว แจงเปิดหีบ “ชลบุรีเขต 1” ใหม่ไม่ได้

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวบล็อกข่าวการเมืองวันนี้มีเรื่องร้อนที่หลายคนกำลังจับตามอง นั่นคือกรณีมวลชนชลบุรีที่ยังเดือดจัด เรียกร้องให้มีการตรวจสอบหีบบัตรเลือกตั้งเขต 1 ล่าสุด รองเลขาฯ กกต. มาแล้ว แจงเปิดหีบ “ชลบุรีเขต 1” ใหม่ไม่ได้ เพราะต้องรอคำวินิจฉัยจาก กกต. ชุดใหญ่เท่านั้น เรื่องนี้สะท้อนปัญหาความโปร่งใสในการเลือกตั้งที่ประชาชนยังไม่หนำใจ มาฟังรายละเอียดกันเลยครับ

รองเลขาฯ กกต. มาแล้ว แจงเปิดหีบนับคะแนนเลือกตั้ง “ชลบุรีเขต 1” ใหม่ไม่ได้

เหตุการณ์เริ่มต้นตั้งแต่ช่วงบ่ายแก่ๆ วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2567 (หรือตามวันที่เกิดเหตุ) ประชาชนนับร้อยเดินทางมารวมตัวกันที่สนามหน้าอำเภอเมือง จ.ชลบุรี ตรงข้ามโรงยิม ต.บางปลาสร้อย เพื่อเรียกร้องให้ กกต.ชลบุรี อนุญาตให้ตรวจสอบหีบบัตรเลือกตั้งเขต 1 หลังจากที่มีการร้องเรียนหลายประเด็นเกี่ยวกับความไม่โปร่งใสในการนับคะแนน

เดิมที เมื่อประชาชนสอบถามเจ้าหน้าที่ กกต. ก็ได้รับคำตอบว่าหีบบัตรถูกเก็บไว้ในห้องปิดมิดชิดที่ทำการอำเภอเมืองชลบุรี และมีกล้องวงจรปิดเฝ้าดูอยู่ แต่พอมาตรวจสอบจริงๆ กลับพบว่าหีบทั้งหมดวางเกลื่อนอยู่ที่สนามแบดมินตันของอำเภอ ไม่มีความมิดชิดอย่างที่บอกเลยสักนิด แถมยังกำลังจะถูกเคลื่อนย้ายไปยังสำนักงาน กกต. โดยไม่มีเคเบิลไทร์ผูกล็อกตามระเบียบของ กกต. อีก เมื่อถามเหตุผลก็ได้คำตอบฮาๆ ว่า “เคเบิลไทร์หมด” มวลชนเลยเดือดจัด ล้อมรถไม่ยอมให้ขนย้าย จนต้องรอให้ กกต. ออกมาชี้แจง

รองเลขาฯ กกต. มาแล้ว แจงเปิดหีบ “ชลบุรีเขต 1” ใหม่ไม่ได้ ชี้ต้องรอชุดใหญ่

ความเคลื่อนไหวล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อเวลา 01.35 น. วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 ร.ต.อ. ชนินทร์ น้อยเล็ก รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (รองเลขาฯ กกต.) เดินทางมาถึงพื้นที่ด้วยตัวเองทันที พร้อมกล่าวกับมวลชนด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่า “ผมรักความถูกต้อง อยู่ข้างพวกท่านอยู่แล้ว แต่ทุกอย่างต้องปฏิบัติตามกฎหมาย” เขาย้ำชัดว่าการเปิดหีบนับคะแนนใหม่ในกรณีนี้ รองเลขาฯ กกต. มาแล้ว แจงเปิดหีบ “ชลบุรีเขต 1” ใหม่ไม่ได้ เพราะตนเองไม่มีอำนาจในการสั่งการดังกล่าว ต้องรอให้ กกต. ชุดใหญ่ 7 คนประชุมกันในช่วงเวลา 10.00 น. เพื่อวินิจฉัยคำร้อง

สำหรับตอนนี้ สิ่งที่ทำได้คือรวบรวมหลักฐานทั้งหมดจากเหตุการณ์ เพื่อยื่นให้ กกต. ชุดใหญ่พิจารณา ไม่ว่าจะเป็นภาพถ่าย วิดีโอ หรือพยานบุคคลที่เห็นหีบถูกวางไม่เป็นไปตามระเบียบ บรรยากาศยังตึงเครียด มวลชนปักหลักค้างคืนจำนวนมาก รอคำตอบที่ชัดเจน

ประเด็นร้องเรียนที่ทำให้มวลชนไม่เชื่อถือ

  • หีบบัตรเลือกตั้งถูกเก็บไว้ที่สนามแบดมินตัน ไม่ใช่ห้องปิดมิดชิดตามที่แจ้ง
  • ไม่มีกล้องวงจรปิดเฝ้าดูอย่างแท้จริง
  • การเคลื่อนย้ายหีบไม่มีเคเบิลไทร์ล็อกตามข้อกำหนดของ กกต.
  • ผลการนับคะแนนมีข้อสงสัยหลายจุด เช่น คะแนนไม่ตรงกับบัตรที่ออก
  • ขาดความโปร่งใสในทุกขั้นตอนตั้งแต่ปิดหีบจนนับเสร็จ

เรื่องเหล่านี้ทำให้ประชาชนในชลบุรีเขต 1 ไม่ยอมรับผลเลือกตั้งง่ายๆ โดยเฉพาะเมื่อผลคะแนนออกมารวดเร็วแต่มีกลิ่นตุๆ การเลือกตั้งครั้งนี้ถือเป็นบททดสอบสำคัญของระบบประชาธิปไตยไทย ที่ กกต. ต้องพิสูจน์ความน่าเชื่อถือ

ในมุมมองของผม ความโปร่งใสคือหัวใจของการเลือกตั้ง ถ้าประชาชนไม่เชื่อใจ ระบบทั้งหมดก็ล้มเหลวได้ง่ายๆ กรณีชลบุรีนี้เป็นตัวอย่างที่ดีที่ กกต. ควรนำไปปรับปรุง เช่น เพิ่มกล้อง CCTV ทุกจุด เพิ่มเจ้าหน้าที่อิสระในการตรวจ และสื่อสารกับประชาชนให้ชัดเจนกว่านี้

ตอนนี้ต้องรอการประชุม กกต. ชุดใหญ่พรุ่งนี้ ถ้ามีความคืบหน้า เราจะอัปเดตให้ทราบทันที คุณคิดว่ากรณีนี้ควรนับใหม่ไหม? หรือมีหลักฐานอะไรเพิ่มเติม? คอมเมนต์มาบอกกันด้านล่างเลยครับ แชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ที่สนใจข่าวการเมืองด้วยนะ เพื่อให้ทุกเสียงถูกรับฟัง!

ที่มา – รองเลขาฯ กกต. มาแล้ว แจงเปิดหีบนับคะแนนเลือกตั้ง “ชลบุรีเขต 1” ใหม่ไม่ได้

Scroll to top