เลือกตั้งปี 2569

SPACEBAR ออกแถลงการณ์ หลัง กกต. ฟ้องช่างภาพ ย้ำยึดมั่นพันธกิจสื่อมวลชน

SPACEBAR ออกแถลงการณ์ หลัง กกต. ฟ้องช่างภาพ ย้ำยึดมั่นพันธกิจสื่อมวลชน เป็นประเด็นร้อนที่กำลังได้รับความสนใจจากสังคมไทยในขณะนี้ หลังจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้แจ้งความดำเนินคดีกับช่างภาพของสำนักข่าว SPACEBAR ในข้อหาที่รุนแรงหลายประการ เช่น ขัดขวางการเลือกตั้ง อั้งยี่ ยุยงปลุกปั่น และนำเข้าข้อมูลเท็จ สาเหตุมาจากการถ่ายภาพบัตรเลือกตั้งและต้นขั้วบัตรในหน่วยเลือกตั้งที่ 9 เขต 15 คันนายาว กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2569

SPACEBAR ออกแถลงการณ์ หลัง กกต. ฟ้องช่างภาพ ย้ำยึดมั่นพันธกิจสื่อมวลชน

ในแถลงการณ์ที่ SPACEBAR ออกมาเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 23.50 น. สำนักข่าวได้ยืนยันชัดเจนว่าการกระทำของช่างภาพในสังกัดเป็นเพียงการปฏิบัติหน้าที่สื่อมวลชนตามปกติ โดยถ่ายภาพเพื่อนำเสนอข้อมูลเชิงเทคนิคของกระบวนการเลือกตั้ง เช่น การลงคะแนนและนับคะแนน ไม่มีเจตนาละเมิดความลับของผู้ใช้สิทธิหรือบ่อนทำลายการเลือกตั้งแต่อย่างใด ก่อนเผยแพร่ภาพ ช่างภาพได้ปกปิดข้อมูลส่วนบุคคลสำคัญ เช่น เลขเล่มบัตร เลขที่บัตร ลายมือชื่อผู้ลงคะแนน และเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเรียบร้อยแล้ว

SPACEBAR เน้นย้ำว่าเคารพกระบวนการยุติธรรม สนับสนุนการเลือกตั้งที่สุจริต และพร้อมให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่อย่างเต็มที่ เพื่อให้ข้อเท็จจริงปรากฏอย่างโปร่งใส แถลงการณ์ยังชี้ว่าการตั้งข้อหาเกินกว่าเหตุของ กกต. ส่งผลกระทบต่อเสรีภาพการตรวจสอบของประชาชนและสื่อมวลชน ซึ่งมีหน้าที่รักษาดุลยภาพ ไม่ใช่เลือกข้างหรือทำลายระบบเลือกตั้ง

SPACEBAR ออกแถลงการณ์ หลัง กกต. ฟ้องช่างภาพ ย้ำยึดมั่นพันธกิจสื่อมวลชน: รายละเอียดข้อกล่าวหา

จากข้อมูลที่ กกต. เปิดเผย มีผู้ถูกแจ้งความทั้งหมด 6 ราย รวมถึงบุคลากร SPACEBAR โดยข้อหาหลักคือการถ่ายภาพบัตรเลือกตั้งแบบแบ่งเขตและบัญชีรายชื่อ พยายามถอดรหัส QR Code และ Barcode เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลกับผู้ลงคะแนน ซึ่งเกิดขึ้นในการเลือกตั้งใหม่หน่วยดังกล่าว เหตุการณ์นี้ถูกมองว่า “อ่อนไหวสูง” เพราะเกี่ยวข้องกับความน่าเชื่อถือของการเลือกตั้ง สิทธิความลับผู้มีสิทธิเลือกตั้ง และการใช้กฎหมายความมั่นคงที่รุนแรงกับสื่อและบุคคลสาธารณะ

  • การทำหน้าที่ของช่างภาพ: ถ่ายภาพบรรยากาศหน่วยเลือกตั้ง บุคคล การลงคะแนน และนับคะแนน เพื่อให้ประชาชนรับทราบข้อมูล
  • การปกป้องข้อมูล: ปกปิดต้นขั้วบัตร ลายมือชื่อ ก่อนเผยแพร่
  • เจตนา: นำเสนอระบบเทคนิคการเลือกตั้ง ไม่ละเมิดสิทธิ

SPACEBAR ยังระบุว่าจะปกป้องช่างภาพในสังกัดอย่างถึงที่สุด ขอสงวนสิทธิ์ไม่ให้รายละเอียดเพิ่มเติมในขณะนี้ เพื่อไม่กระทบกระบวนการยุติธรรม และเชิญชวนสังคมรับฟังข้อมูลจากทุกฝ่าย ติดตามข้อเท็จจริงผ่านช่องทางกฎหมาย

ประเด็นนี้สะท้อนถึงความตึงเครียดระหว่างบทบาทสื่อมวลชนกับหน่วยงานรัฐ โดยเฉพาะในยุคที่ข้อมูลข่าวสารแพร่กระจายรวดเร็วผ่านโซเชียลมีเดีย สื่ออย่าง SPACEBAR ยึดมั่นหลักวิชาชีพ นำเสนอข้อเท็จจริงรับผิดชอบต่อสังคม ซึ่งเป็นหัวใจของพันธกิจสื่อมวลชนไทย

นอกจากนี้ ยังเป็นเครื่องเตือนใจให้สื่อทุกแห่งระมัดระวังในการรายงานข่าวการเมือง โดยเฉพาะเรื่องเลือกตั้งที่敏感 หากเกิดกรณีคล้ายกันในอนาคต สื่อควรมีแนวทางปฏิบัติชัดเจนเพื่อปกป้องทีมงานและรักษาเสรีภาพการนำเสนอข่าว

สุดท้ายนี้ SPACEBAR ออกแถลงการณ์ หลัง กกต. ฟ้องช่างภาพ ย้ำยึดมั่นพันธกิจสื่อมวลชน แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการทำหน้าที่อย่างโปร่งใส ผู้สนใจควรติดตามพัฒนาการคดีนี้ เพื่อเข้าใจถึงขอบเขตเสรีภาพสื่อในประเทศไทยมากขึ้น คุณคิดเห็นอย่างไรกับกรณีนี้? แชร์ความคิดเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมติดตามข่าวสารการเมืองอัปเดตจากเรา!

ที่มา – SPACEBAR ออกแถลงการณ์ หลัง กกต. ฟ้องช่างภาพ ย้ำยึดมั่นพันธกิจสื่อมวลชน

ประจวบฯ นับคะแนนเลือกตั้งใหม่ 2 หน่วยเสร็จแล้ว

วันนี้เรามีข่าวสำคัญเกี่ยวกับ ประจวบฯ นับคะแนนเลือกตั้งใหม่ 2 หน่วย ที่เพิ่งเสร็จสิ้นไปอย่างเรียบร้อย บรรยากาศตึงเครียดแต่โปร่งใส โดยกกต.ประจวบคีรีขันธ์จัดการนับคะแนน ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อในเขตเลือกตั้งที่ 1 อำเภอสามร้อยยอด หลังจากมีข้อสงสัยเรื่องความคลาดเคลื่อนเล็กน้อยในการนับครั้งแรก ผลออกมาพบว่าคะแนนตรงกับจำนวนบัตรและผู้ใช้สิทธิ์เป๊ะ ๆ ทำให้ทุกคนมั่นใจในระบบมากขึ้น

ประจวบฯ นับคะแนนเลือกตั้งใหม่ 2 หน่วย เป็นอย่างไรบ้าง

การนับคะแนนเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 10.00 น. ที่หอประชุมที่ว่าการอำเภอสามร้อยยอด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ สองหน่วยที่ถูกสั่งนับใหม่คือ หน่วยเลือกตั้งที่ 2 ตำบลไร่ใหม่ และหน่วยเลือกตั้งที่ 8 ตำบลสามร้อยยอด ของเขต 1 ทั้งสองหน่วยมีประชาชน นักการเมือง และผู้สมัคร ส.ส. จากหลายพรรคมาร่วมสังเกตการณ์อย่างคับคั่ง เจ้าหน้าที่ขนหีบบัตรจากสถานีตำรวจมาอย่างปลอดภัย แล้วเริ่มนับทันที

รายละเอียดผลคะแนนหน่วยเลือกตั้งที่ 2 ตำบลไร่ใหม่

หน่วยนี้มีผู้ใช้สิทธิ์ 438 คน และบัตรที่ลงคะแนน ส.ส.บัญชีรายชื่อก็ 438 บัตรพอดี หลังนับใหม่ พบบัตรดี 399 ใบ บัตรเสีย 26 ใบ และบัตรไม่เลือกพรรคใด 13 ใบ รวมตรงเป๊ะ มีเพียงความคลาดเคลื่อนเล็กน้อยในการรวมคะแนนบัตรดีขาดไป 1 คะแนนเมื่อวันที่ 8 ก.พ. 2569 เท่านั้นเอง

ผลการนับหน่วยเลือกตั้งที่ 8 ตำบลสามร้อยยอด

ส่วนหน่วยที่ 8 มีผู้ใช้สิทธิ์ 341 คน บัตรลงคะแนน 341 ใบ นับใหม่ได้บัตรดี 301 ใบ บัตรเสีย 32 ใบ บัตรไม่เลือก 8 ใบ ก็ตรงกันทุกประการ คลาดเคลื่อนคือการขีดบัตรเสียขาดไป 1 คะแนนในครั้งก่อน การนับใหม่นี้ยืนยันความถูกต้อง 100%

สาเหตุที่ต้องประจวบฯ นับคะแนนเลือกตั้งใหม่ 2 หน่วย

นายศักดิ์ชัย เลิศกิตติวัฒนกุล ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ อธิบายว่า แม้จะเป็นความผิดพลาดเล็กน้อยแค่ 1 คะแนน แต่ก็ต้องนับใหม่เพื่อความแม่นยำ เพราะคะแนนทั้งหมดจะนำไปคำนวณสัดส่วน ส.ส.บัญชีรายชื่อทั่วประเทศ หลังนับเสร็จ จะรายงานผลในแบบ สส.5/18 ส่งกกต.กลางทันที

ภาพรวมสถิติเลือกตั้ง ส.ส.บัญชีรายชื่อ จ.ประจวบคีรีขันธ์

สำหรับการเลือกตั้งปี 2569 ในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ทั้ง 3 เขต มีผู้มีสิทธิ์ 437,499 คน มาใช้สิทธิ์ 325,282 คน (74.35%) บัตรดี 299,883 ใบ (92.19%) บัตรเสีย 16,460 ใบ (5.06%) และบัตรไม่เลือกพรรค 8,937 ใบ (2.75%) พรรคที่ได้คะแนนสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่:

  • อันดับ 1: พรรคประชาชน 81,133 คะแนน
  • อันดับ 2: พรรคภูมิใจไทย 60,440 คะแนน
  • อันดับ 3: พรรคประชาธิปัตย์ 60,353 คะแนน

ผลการออกเสียงประชามติในพื้นที่

ส่วนประชามติ ผู้มีสิทธิ์ 437,499 คน มาใช้ 313,574 คน (71.67%) เห็นชอบ 154,216 คน ไม่เห็นชอบ 118,612 คน ไม่แสดงความเห็น 32,106 คน บัตรเสีย 8,639 ใบ (2.76%) สะท้อนความเห็นที่หลากหลายของชาวประจวบ

ความเห็นจากผู้สมัคร ส.ส.พรรคประชาชน

นายมรกต โอเอี่ยม ผู้สมัคร ส.ส.พรรคประชาชนที่มาร่วมสังเกตการณ์ กล่าวว่า เห็นใจเจ้าหน้าที่ที่เหนื่อยล้า แต่ขอให้กกต.กลางโปร่งใสมากขึ้น ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่หรือเรียนรู้จากต่างประเทศ เพื่อลดคลางแคลงใจในสังคม

การ ประจวบฯ นับคะแนนเลือกตั้งใหม่ 2 หน่วย ครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการรักษาความถูกต้องของกระบวนการเลือกตั้ง แม้จะเป็นเรื่องเล็กน้อยแต่สะสมความเชื่อมั่นให้ประชาชนได้มาก โดยรวมแล้วระบบการเลือกตั้งไทยยังคงแข็งแกร่ง แต่ควรปรับปรุงด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อความรวดเร็วและโปร่งใสยิ่งขึ้น ในมุมมองของผม นี่คือก้าวสำคัญสู่ประชาธิปไตยที่แท้จริง

หากคุณสนใจข่าวการเมืองและเลือกตั้ง ลองติดตามบล็อกของเราเพื่ออัปเดตข้อมูลล่าสุด และแชร์ความคิดเห็นของคุณในคอมเมนต์ด้านล่างได้เลย!

ที่มา – ประจวบฯ นับคะแนนเลือกตั้งใหม่ 2 หน่วยเสร็จแล้ว ผลคะแนนตรงจำนวนบัตร-ผู้ใช้สิทธิ

ดร.เรือบิน เผยบาร์โค้ดย้อนลำดับบัตร หวั่น Big Data

การเลือกตั้งในประเทศไทยกำลังเผชิญประเด็นร้อนที่หลายคนจับตา นั่นคือเรื่อง บาร์โค้ดย้อนลำดับบัตร ซึ่ง “ดร.เรือบิน” หรือนายธรรม์ธีร์ สุกโชติรัตน์ ผู้อำนวยการดีโหวต มหาวิทยาลัยศรีปทุม ได้ออกมาเผยว่าสามารถพิสูจน์ได้แล้ว ว่าบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งสามารถย้อนกลับไปเชื่อมโยงกับบุคคลที่มาใช้สิทธิได้ สร้างความกังวลเรื่องการนำข้อมูลไปใช้เป็น Big Data วางแผนการเมืองในอนาคต

“ดร.เรือบิน” เผยพิสูจน์แล้ว บาร์โค้ดย้อนลำดับบัตร

ในที่ประชุมของคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 ที่โรงแรมโนโวเทล กรุงเทพฯ ดร.เรือบินได้อธิบายวิธีการตรวจสอบอย่างละเอียด โดยใช้กล้องบันทึกภาพผู้มาใช้สิทธิในวันเลือกตั้งใหม่ที่กรุงเทพมหานคร เมื่อ 22 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ตลอดทั้งวัน จากนั้นนำภาพมาจำลองด้วย AI เพื่อคาดเดาการเลือกตั้งของแต่ละคน โดยเปรียบเทียบกับลำดับบัตรสีเขียวและสีชมพูในช่วงนับคะแนน สามารถจับคู่ได้ว่าบัตรใบไหนเป็นของผู้ใช้สิทธิคนที่เท่าไหร่

กระบวนการนี้เผยให้เห็นช่องโหว่ใหญ่ เพราะผู้ที่ตั้งใจทุจริตสามารถตรวจสอบได้ว่าการซื้อเสียงสำเร็จหรือไม่ แม้จะไม่แม่นยำ 100% แต่ก็เพียงพอต่อการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์ โดยเฉพาะหากหน่วยงานที่มีอำนาจรวบรวมเป็น Big Data เพื่อวางแผนทางการเมืองระยะยาว

สมชัย ศรีสุทธิยากร เสนอเลือกตั้งจำลองถอดรหัสบาร์โค้ด

ด้านนายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง ได้ชี้แจงเพิ่มเติมว่าบัตรสีเขียวมี QR Code ที่เชื่อมกับเล่มบัตร ซึ่งแต่ละเล่มมี 20 ใบ ใช้โค้ดเดียวกัน จึงอาจไม่ใช่ปัญหาใหญ่ แต่บัตรสีชมพูมีบาร์โค้ดด้านล่างที่สแกนได้ด้วยมือถือ แสดงรหัส 9 หลักของแต่ละใบ ทำให้ย้อนกลับไปยังบุคคลได้ง่ายๆ เพียงแค่สังเกตหน่วยเลือกตั้ง

เพื่อพิสูจน์ชัดเจน สมชัยประกาศจัดเลือกตั้งจำลองในวันที่ 4 มีนาคม 2569 เวลา 13.30 น. โดยเชิญสื่อมวลชน 10 คนมาใช้สิทธิในคูหา ถ่ายรูปเก็บไว้ หลังจากนั้นให้ทีมผู้เชี่ยวชาญ 5 ทีมและทีมประชาชน 5 ทีม (นักศึกษา มัธยม ประถม ประชาชนทั่วไป) ถอดรหัสบาร์โค้ดภายใน 30 นาที โดยใช้อุปกรณ์ตัวเอง เพื่อแสดงว่าบัตรเลือกตั้งแบบนี้ไม่ปลอดภัย

นอกจากนี้ ยังเชิญอัครราชทูต各国และนักวิชาการมาร่วมเป็นสักขีพยาน รวมถึงส่งเรื่องไปยังวุฒิสภา คณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง เพื่อยืนยันว่าการเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ ไม่มีความลับในการออกเสียง

ความเสี่ยงของบาร์โค้ดย้อนลำดับบัตรต่อประชาธิปไตย

บาร์โค้ดย้อนลำดับบัตร ไม่เพียงเปิดช่องให้ทุจริต แต่ยังเสี่ยงต่อการละเมิดความเป็นส่วนตัวของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง กกต. อ้างว่าใช้ป้องกันบัตรปลอม แต่ดร.เรือบินมองว่าถ้านับคะแนนใหม่ทั่วประเทศ จะเห็นความคลาดเคลื่อนชัดเจน การเลือกตั้งครั้งหน้าคงไม่มีโค้ดนี้แล้ว แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นต้องแก้ไข

  • ช่องโหว่หลัก: บาร์โค้ดเชื่อมลำดับผู้มาโหวต
  • เครื่องมือถอดรหัส: AI + กล้องบันทึก + สแกนมือถือ
  • ผลกระทบ: Big Data สำหรับวางแผนซื้อเสียงและจัดการการเมือง
  • แนวทางแก้: เลือกตั้งจำลอง + ปฏิรูป กกต. + แก้รัฐธรรมนูญ

ประเด็นนี้สะท้อนถึงความจำเป็นในการปฏิรูปองค์กรอิสระ เพื่อให้การเลือกตั้งโปร่งใสและยุติธรรมแท้จริง หากปล่อยไว้ ประชาธิปไตยไทยอาจถูกบ่อนทำลายจากเทคโนโลยีที่ควรช่วยเหลือ

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องบาร์โค้ดย้อนลำดับบัตรนี้? มันจะเปลี่ยนแปลงการเมืองไทยได้หรือไม่? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และแชร์บทความนี้เพื่อให้คนไทยตื่นตัวเรื่องการเลือกตั้งที่โปร่งใสกันเถอะ!

ที่มา – “ดร.เรือบิน” เผยพิสูจน์แล้ว บาร์โค้ดย้อนลำดับบัตร หวั่นถูกใช้ข้อมูล Big Data วางแผนการเมือง

สภาฯ พร้อมรับรายงานตัว สส.ใหม่ 26 ก.พ.นี้

สภาฯ พร้อมรับรายงานตัว สส.ใหม่ 26 ก.พ.นี้ เรียบร้อยแล้ว! หลังจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศรับรอง ส.ส.เขต จำนวน 396 เขต สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้เตรียมพื้นที่และระบบต่าง ๆ ไว้อย่างครบครัน เพื่อต้อนรับ ส.ส.ชุดที่ 27 เข้าสู่กระบวนการอย่างเป็นทางการ วันนี้เราจะมาดูรายละเอียดกันว่ามีอะไรบ้างที่สภาฯ เตรียมไว้ให้

สภาฯ พร้อมรับรายงานตัว สส.ใหม่ 26 ก.พ.นี้ เปิดทุกวันไม่เว้นวันหยุด

นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า สถานที่รายงานตัวตั้งอยู่ที่ห้องประชุมชั้น B1 ของรัฐสภา ทุกอย่างพร้อมใช้งานถึง 80% แล้ว โดยมีอุปสรรคเล็กน้อยเรื่องบัตรประจำตัว ส.ส. ที่กำลังเร่งผลิตให้ทัน หากไม่ทันวันแรกจะส่งตามไปทีหลัง สภาฯ ยังจัดห้องรับรองพิเศษเพื่อลดความแออัด โดยเฉพาะถ้า ส.ส. มาเป็นกลุ่มหรือเป็นพรรคใหญ่ จะแบ่งรอบละ 40 คน เพื่อความคล่องตัว

นอกจากนี้ สภาฯ พร้อมรับรายงานตัว สส.ใหม่ 26 ก.พ.นี้ ยังขอความร่วมมือให้ ส.ส. กรอกข้อมูลผ่านระบบ e-form ล่วงหน้าทางออนไลน์ เพื่อเร่งด่วนการตรวจสอบข้อมูลให้รวดเร็วขึ้น เวลาทำการเปิดทุกวัน ตั้งแต่ 08.30-16.30 น. ไม่เว้นวันเสาร์-อาทิตย์ จนกว่าจะครบทุกคนหรือตามกำหนดจาก กกต. ที่จะรับรอง ส.ส.บัญชีรายชื่อเพิ่มเติม

การอำนวยความสะดวกสำหรับ ส.ส.ใหม่

  • ที่จอดรถ: จัดไว้ที่ชั้น B1 และ B2 มีเจ้าหน้าที่นำทางจากจุดจอดไปยังห้องรายงานตัว
  • ระบบ e-form: กรอกข้อมูลล่วงหน้าเพื่อความรวดเร็ว ลดเวลารอคอย
  • ห้องรับรอง: สำหรับกลุ่มใหญ่ แบ่งรอบรายงานตัวละ 40 คน
  • เวลาเปิด: ทุกวัน 08.30-16.30 น. รวมวันหยุดราชการและวันหยุดสุดสัปดาห์

ขั้นตอนหลังรายงานตัว: รอรับรอง 95% แล้วโหวตประธานสภา

หลังจาก ส.ส. รายงานตัวครบ สำนักงานเลขาธิการสภาฯ จะรอให้ กกต. รับรอง ส.ส. เกิน 95% ของทั้งหมด จากนั้นจะประสานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เพื่อให้นายกรัฐมนตรีทูลเกล้าฯ ขอพระราชทานเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรนัดแรกภายใน 15 วัน ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 121 การเลือกประธานสภาฯ ชั่วคราวจะมาจาก ส.ส.อาวุโสสูงสุดที่อยู่ในที่ประชุมวันนั้น

นี่ถือเป็นก้าวสำคัญของ ส.ส.ชุดใหม่ หลังการเลือกตั้งทั่วไปปี 2566 ที่มีทั้ง ส.ส.เขตและบัญชีรายชื่อรวมกว่า 500 คน สภาฯ พร้อมรับรายงานตัว สส.ใหม่ 26 ก.พ.นี้ จึงเป็นสัญญาณว่ารัฐสภาไทยกำลังเข้าสู่ยุคใหม่ การเจรจาระหว่างพรรคต่าง ๆ เพื่อชิงตำแหน่งประธานสภาและคณะกรรมาธิการต่าง ๆ ก็น่าจะเข้มข้นขึ้น โดยเฉพาะพรรคขนาดใหญ่ที่หวังครองใจ ส.ส.เถื่อนหรืออิสระ

ในมุมมองของผู้เขียน สิ่งที่น่าสนใจคือ การรายงานตัวครั้งนี้จะสะท้อนพลังของพรรคใหม่ ๆ อย่างชัดเจน และอาจนำไปสู่การจัดตั้งรัฐบาลผสมที่น่าติดตาม อย่าลืมติดตามพัฒนาการต่อไป เพราะนี่คือจุดเริ่มต้นของการเมืองไทยปี 2567 ที่เข้มข้นแน่นอน

CTA: คุณคิดว่าใครจะได้เป็นประธานสภาฯ ชุดนี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และกดแชร์เพื่อติดตามข่าวการเมืองอัปเดตทุกวัน!

ที่มา – สภาฯ พร้อมแล้ว รับรายงานตัว สส. ใหม่ 26 ก.พ.นี้ เปิดรายงานตัวทุกวัน ไม่เว้นวันหยุด

กกต. ยังไม่ประกาศรับรองผล 4 เขตเลือกตั้ง พ่วงบัญชีรายชื่อ 100 คน

สวัสดีครับทุกท่านที่ติดตามข่าวการเมืองไทยอย่างใกล้ชิด วันนี้เรามาพูดถึงประเด็นร้อนที่หลายคนกำลังรอคอย นั่นคือ กกต. ยังไม่ประกาศรับรองผล 4 เขตเลือกตั้ง พ่วงบัญชีรายชื่อ 100 คน ซึ่งเป็นข่าวสำคัญที่ส่งผลต่อการจัดตั้งสภาผู้แทนราษฎรครบ 500 คน ตามที่ กกต. หรือคณะกรรมการการเลือกตั้งแห่งชาติ ได้แถลงและรายงานล่าสุดเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2568

กกต. ยังไม่ประกาศรับรองผล 4 เขตเลือกตั้ง พ่วงบัญชีรายชื่อ 100 คน

เหตุผลหลักที่ทำให้ กกต. ยังไม่ประกาศรับรองผล 4 เขตเลือกตั้ง พ่วงบัญชีรายชื่อ 100 คน ก็เพราะว่ามีบางหน่วยเลือกตั้งที่ต้องสั่งให้นับคะแนนใหม่และลงคะแนนใหม่ เพื่อความโปร่งใสและถูกต้องตามกฎหมายเลือกตั้ง ส่งผลให้การประกาศรับรองผลการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตทั้งหมด 400 เขตยังค้างอยู่ที่ 4 เขตเท่านั้น ขณะที่ส่วนใหญ่ 396 เขตได้เสนอให้ กกต. พิจารณาเรียบร้อยแล้ว

มาดูรายละเอียดของ 4 เขตเลือกตั้งที่ยังรอประกาศกันครับ:

  • จังหวัดพะเยา เขตเลือกตั้งที่ 1 หน่วยเลือกตั้งที่ 6
  • จังหวัดสุพรรณบุรี เขตเลือกตั้งที่ 2 หน่วยเลือกตั้งที่ 1 และ 4
  • จังหวัดจันทบุรี เขตเลือกตั้งที่ 1 หน่วยเลือกตั้งที่ 6
  • จังหวัดจันทบุรี เขตเลือกตั้งที่ 2 หน่วยเลือกตั้งที่ 8

ทั้ง 4 เขตนี้ กกต. ได้สั่งให้มีการลงคะแนนใหม่และนับคะแนนใหม่ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในวันเลือกตั้ง

สถานการณ์ ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ 100 คน

นอกจากนี้ สำหรับ ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ 100 คน ก็ยังต้องรอผลนับคะแนนใหม่ใน 16 หน่วยเลือกตั้งจาก 10 จังหวัดด้วยครับ ซึ่งกำหนดนัดนับคะแนนใหม่ในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ และ 1 มีนาคม รายชื่อหน่วยที่เกี่ยวข้องมีดังนี้:

  • จังหวัดพะเยา เขต 1 หน่วย 6
  • จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เขต 1 หน่วย 2 และ 8
  • จังหวัดเพชรบูรณ์ เขต 1 หน่วย 1 และ เขต 4 หน่วย 2
  • จังหวัดกำแพงเพชร เขต 1 หน่วย 8 และ 14
  • จังหวัดสกลนคร เขต 1 หน่วย 32
  • จังหวัดสุพรรณบุรี เขต 1 หน่วย 11, เขต 2 หน่วย 1 และ 4
  • จังหวัดจันทบุรี เขต 1 หน่วย 6, เขต 2 หน่วย 8
  • กรุงเทพมหานคร เขต 6 หน่วย 74
  • จังหวัดตรัง เขต 4 หน่วย 18
  • จังหวัดสมุทรสาคร เขต 3 หน่วย 33

หลังจากนับคะแนนเสร็จสิ้น กกต. จะนำผลมาพิจารณาและประกาศรับรองในช่วงต้นเดือนมีนาคม เพื่อให้ได้ ส.ส. ครบทั้ง 500 คน จากนั้นภายใน 15 วัน จะมีการประชุมสภาสมัยแรกเพื่อเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎรและรองประธาน

ความสำคัญของการรอประกาศรับรองผล

ประเด็น กกต. ยังไม่ประกาศรับรองผล 4 เขตเลือกตั้ง พ่วงบัญชีรายชื่อ 100 คน นี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ กกต. ในการรักษาความเชื่อมั่นของประชาชนต่อระบบเลือกตั้งไทย แม้จะล่าช้ากว่ากำหนด แต่ก็เพื่อความถูกต้องและยุติธรรม ซึ่งอาจส่งผลต่อพรรคการเมืองหลายพรรค โดยเฉพาะพรรคที่ได้คะแนนสูสีในบัญชีรายชื่อ หากผลนับใหม่เปลี่ยนแปลง อาจพลิกผันที่นั่ง ส.ส. ได้เลยครับ

ในมุมมองของผม การเลือกตั้งครั้งนี้ถือเป็นบททดสอบสำคัญของระบอบประชาธิปไตยไทย โดยเฉพาะหลังรัฐธรรมนูญ 2560 ที่มีกลไกตรวจสอบเข้มงวด หาก กกต. ประกาศรับรองครบเร็วๆ นี้ จะช่วยให้การเมืองเดินหน้าได้ทันที ไม่ว่าจะเป็นการจัดตั้งรัฐบาลหรืออภิปรายไม่ไว้วางใจในอนาคต

สำหรับท่านที่สนใจ สามารถติดตามอัพเดทข่าวสารการเมืองล่าสุดได้ที่บล็อกของเรา หรือแชร์บทความนี้เพื่อให้เพื่อนๆ ได้รับรู้ข้อมูลที่ถูกต้องครับ! นี่คือโอกาสดีที่จะได้เห็นการเมืองไทยที่โปร่งใสยิ่งขึ้น

ที่มา – กกต. ยังไม่ประกาศรับรองผล 4 เขตเลือกตั้ง พ่วงบัญชีรายชื่อ 100 คน

“ทนายอั๋น” ร้องผู้ตรวจการ สอบ “อนุทิน” ตั้ง “ธรรมนัส” รมว.เกษตร

ข่าวการเมืองร้อนแรงล่าสุดที่กำลังเป็นกระแสสังคมไทย คือ “ทนายอั๋น” ร้องผู้ตรวจการแผ่นดิน สอบจริยธรรม “อนุทิน” ตั้ง “ธรรมนัส” นั่ง รมว.เกษตรฯ ซึ่งนายภัทรพงศ์ ศุภอักษร หรือที่รู้จักกันในชื่อทนายอั๋น บุรีรัมย์ ได้เคลื่อนไหวอย่างเข้มข้น โดยไม่เพียงแต่ร้องเรียนเรื่องนี้เท่านั้น แต่ยังเชื่อมโยงกับประเด็นเลือกตั้งสกปรกที่หลายคนตั้งคำถามถึงความโปร่งใสของกกต. ด้วย

“ทนายอั๋น” ร้องผู้ตรวจการแผ่นดิน สอบจริยธรรม “อนุทิน” ตั้ง “ธรรมนัส” นั่ง รมว.เกษตรฯ

เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 ทนายอั๋นได้ยื่นคำร้องต่อสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงและวินิจฉัยจริยธรรมของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีที่แต่งตั้งร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ซึ่งอาจมีประเด็นคุณสมบัติไม่สมบูรณ์ มาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นอกจากนี้ ยังมีเรื่องทะเบียนบ้านที่จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งนายอนุทินพาทนายอั๋นเข้าไปอยู่ในทะเบียนเดียวกัน และคดีรังวัดที่เขากระโดง รวมถึงการใช้ถนนหลวงของอบต.ปากช่องเป็นรันเวย์สนามบินส่วนตัวเพื่อผลประโยชน์ธุรกิจ ทนายอั๋นขอให้ผู้ตรวจการส่งความเห็นไปยังศาลรัฐธรรมนูญ และระบุตัวเองเป็นพยานหลักฐาน พร้อมแนบคำร้องจากภาคประชาชน

ประเด็นบัตรเลือกตั้งและการเลือกตั้งสกปรก

ก่อนหน้านั้น ทนายอั๋นยังไปยื่นคำร้องต่อกกต. คัดค้านการประกาศผลเลือกตั้ง ส.ส. 2569 โดยชี้ว่าการนับคะแนนได้เพียง 95% แต่กกต.กำลังจะรับรองทั้งหมด ซึ่งบัตรเลือกตั้งวันที่ 22 ก.พ. แตกต่างจากวันที่ 8 ก.พ. โดยไม่มีเลขต้นขั้วหรือซีเรียลนัมเบอร์ ถือเป็นการยอมรับปัญหาเลือกตั้งเก่า แต่ขัดระเบียบกกต. ข้อ 129 ที่ต้องมีเครื่องป้องกันบัตรผี นักวิชาการมองว่าเป็นการละเว้นหน้าที่มหันต์

ทนายอั๋นยกตัวอย่างหน่วยเลือกตั้งที่ 9 เขต 15 กรุงเทพฯ ที่มีคลิปกล้องถ่ายบัตร 308 ใบ พบว่าบาร์โค้ดรันเลขต่อเนื่อง แสดงให้เห็นการลงคะแนนไม่เป็นความลับ ขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 85 ซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญที่ดิ้นไม่หลุด

  • บัตรเลือกตั้งใหม่ไม่มีเลขต้นขั้ว อาจขัดระเบียบกกต.
  • คลิปถ่ายบัตรลงคะแนนพิสูจน์ไม่เป็นความลับ
  • กกต. ละเว้นป้องกันบัตรผี ผิดข้อ 129
  • นับคะแนนไม่ครบแต่จะรับรองทั้งหมด

ทนายอั๋นตั้งคำถามถึงทีโออาร์บัตรใหม่ที่ทำลับๆ ล่อๆ และล้อเลียนกกต. ด้วยมุกสังคม เช่น สารอันตรายที่สุดคือ “ศาลรัฐธรรมนูญของเสี่ยหนู” หรือเพลง “กกต.ของหนู”

แผนแจ้งความ DSI และเชียร์ธรรมนัสล้มเลือกตั้ง

ทนายอั๋นประกาศวันที่ 26 ก.พ. จะไปแจ้งความ dsi เอาผิดนายแสวง บุญมี เลขาฯกกต. และกกต.ชุดปัจจุบัน ขอประชาชนมาร่วมร้อยพันคน พร้อมเชียร์ร.อ.ธรรมนัสให้ล้มเลือกตั้งสกปรก หากประกาศสู้เป็นฝ่ายค้านหรือล้มโดยชอบกฎหมาย จะร่วมหัวจมท้าย โดยบอก “สู้ๆ ผมทนายอั๋นอยู่ข้างพี่” สำหรับคลิปถ่ายบาร์โค้ด ทนายอั๋นยืนยันว่าเป็นสิทธิพลเมืองตรวจสอบ หากถูกดำเนินคดีจะช่วยทางกฎหมาย

นอกจากนี้ ยังมีคลิปเสียงพรรคภูมิใจไทยต่อรองพรรคกล้าธรรม และคลิป 24 ชม. ที่กกต.นับคะแนน สว.ผิด ทำให้สว.สำรองกลายเป็นตัวจริง จะร้องทั้งกกต.และผู้ตรวจการ ทนายอั๋นย้ำว่าไม่ใช่ขี้ข้านักการเมือง กล้าเสียสละเพื่อชาติ

ประเด็น“ทนายอั๋น” ร้องผู้ตรวจการแผ่นดิน สอบจริยธรรม “อนุทิน” ตั้ง “ธรรมนัส” นั่ง รมว.เกษตรฯนี้ สะท้อนปัญหาการเมืองไทยที่ต้องได้รับการตรวจสอบอย่างโปร่งใส หากกกต.รับรองผล อาจผิด ม.157 ละเว้นหน้าที่ และนำไปสู่การร้องศาลรัฐธรรมนูญ

ในมุมมองของผู้เขียน การเคลื่อนไหวของทนายอั๋นเป็นสัญญาณบวกที่ประชาชนควรสนับสนุน เพื่อให้การเมืองไทยสะอาดยิ่งขึ้น คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์และแชร์บทความเพื่อกระจายข้อมูลที่ถูกต้อง!

ที่มา – “ทนายอั๋น” ร้องผู้ตรวจการแผ่นดิน สอบจริยธรรม “อนุทิน” ตั้ง “ธรรมนัส” นั่ง รมว.เกษตรฯ

พปชร. งานเข้า! สนธิญา ยื่น กกต. ตรวจสอบจริยธรรมผู้บริหารพรรค

พปชร. งานเข้าเต็มๆ! เมื่อ “สนธิญา ยื่น กกต. ตรวจสอบจริยธรรมผู้บริหารพรรค” พลังประชารัฐ กรณีไม่สนับสนุนผู้สมัคร ส.ส. อย่างเป็นธรรมในการเลือกตั้งล่าสุด เรื่องนี้กำลังเป็นประเด็นร้อนในวงการการเมืองไทย ที่ทำให้หลายคนตั้งคำถามถึงความโปร่งใสของพรรคใหญ่พรรคนี้

สนธิญา ยื่น กกต. ตรวจสอบจริยธรรมผู้บริหารพรรค

วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 นายสนธิญา สวัสดี ซึ่งเป็นบุคคลสำคัญในแวดวงการเมือง ได้เดินทางไปยื่นหนังสือต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. โดยตรง เพื่อขอให้ตรวจสอบจริยธรรมของหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ปมหลักคือการสนับสนุนผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ในการเลือกตั้งที่ผ่านมาไม่ได้เป็นธรรม

จากที่ทราบ พรรคพลังประชารัฐส่งผู้สมัครลงแข่งขันหลายเขต แต่ผู้สมัครบางรายกลับไม่ได้รับการสนับสนุนค่าใช้จ่ายหาเสียง หรือแม้แต่ค่าสมัคร 10,000 บาท ทั้งที่ได้ยื่นเอกสารครบถ้วนตามที่พรรคกำหนด เช่น สำเนาสมุดบัญชีธนาคาร นี่อาจเป็นสัญญาณของการเลือกปฏิบัติที่ไม่สุจริตและขาดความโปร่งใส ซึ่งขัดต่อหลักจริยธรรมของผู้บริหารพรรค

รายละเอียดกรณี สนธิญา ยื่น กกต. ตรวจสอบจริยธรรมผู้บริหารพรรค

นายสนธิญา เรียกร้องให้ กกต. ตรวจสอบหลายประเด็นสำคัญ เช่น

  • พรรคมีการสนับสนุนเงินแก่ผู้สมัครรายใดบ้าง หรือเฉพาะกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง
  • หากพรรคได้รับเงินจากผู้สนับสนุนรายใหญ่ เงินเหล่านั้นถูกจัดสรรอย่างไร
  • รายรับ-รายจ่ายของพรรค โดยเฉพาะการโอนเงินสนับสนุนผู้สมัคร ต้องไม่เกินเพดานค่าใช้จ่ายหาเสียง 1.9 ล้านบาทต่อคน ตามที่ กกต. กำหนด นับจากวันที่มีพระราชกฤษฎีกายุบสภา จนถึงวันเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ 2569

หากพบว่าผู้บริหารพรรคละเลยหน้าที่ อาจเข้าข่ายผิดจริยธรรมร้ายแรง ซึ่ง กกต. มีอำนาจสั่งพักงานหรือเพิกถอนสถานะตามระเบียบ

บริบทการเมืองเบื้องหลัง สนธิญา ยื่น กกต. ตรวจสอบจริยธรรมผู้บริหารพรรค

พรรคพลังประชารัฐเป็นพรรคใหญ่ที่มีบทบาทสำคัญในรัฐบาล ถ้าประเด็นนี้ถูกขุดคุ้ย อาจกระทบภาพลักษณ์และการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ นายสนธิญายังเสนอให้ กกต. รับรองผลเลือกตั้ง ส.ส. ก่อน แล้วค่อยตรวจสอบประเด็นอื่นๆ เช่น บาร์โค้ดหรือ QR Code ในบัตรเลือกตั้ง ซึ่งเป็นอำนาจศาลจะตัดสิน โดยยึดแนวทางเลือกตั้ง 2566 เพื่อไม่ให้ล่าช้า

นอกจากนี้ เขายังเรียกร้องให้ กกต. ดำเนินคดีเด็ดขาดกับผู้ฝ่าฝืนกฎหมายเลือกตั้ง หากละเว้นอาจผิดประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 การยื่นครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อความเป็นธรรมแก่ผู้สมัครทุกคน และรักษาความโปร่งใสในระบบพรรคการเมืองไทย

ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น

หาก กกต. พบความผิดจริง ผู้บริหารพรรคอาจถูกสั่งลงโทษ ส่งผลให้พรรคต้องปรับโครงสร้างภายใน สมาชิกพรรคและผู้สมัครที่ถูกละเลยอาจรวมตัวร้องเรียนเพิ่ม นี่เป็นตัวอย่างที่แสดงให้เห็นปัญหาโครงสร้างในพรรคการเมืองไทย ที่มักมีข่าวการสนับสนุนไม่เท่าเทียม สะท้อนถึงความจำเป็นในการปฏิรูประบบการเงินพรรคให้ชัดเจนยิ่งขึ้น

ในมุมมองของผู้วิเคราะห์การเมือง กรณี “สนธิญา ยื่น กกต. ตรวจสอบจริยธรรมผู้บริหารพรรค” นี้จะเป็นบททดสอบสำคัญของ กกต. ในการบังคับใช้กฎหมายอย่างเท่าเทียม ไม่เลือกหน้า หากจัดการได้ดี จะช่วยเสริมความเชื่อมั่นในระบบเลือกตั้งไทย

สุดท้าย เรื่องนี้เตือนใจพรรคการเมืองทุกพรรค ว่าต้องบริหารงานด้วยหลักสุจริตและโปร่งใส มิเช่นนั้นอาจเสียคะแนนจากประชาชน คุณคิดเห็นอย่างไรกับประเด็นนี้? แสดงความคิดเห็นในช่องคอมเมนต์ด้านล่าง และติดตามข่าวการเมืองอัปเดตได้ที่เว็บไซต์ของเรา!

ที่มา – พปชร. งานเข้า “สนธิญา” ยื่น กกต. ตรวจสอบจริยธรรมผู้บริหารพรรค ปมไม่สนับสนุนผู้สมัครอย่างเป็นธรรม

เลือกตั้งปาร์ตี้ลิสต์ใหม่ หน่วยที่ 4 เขต 6 จ.อุดรธานี “พรรคเพื่อไทย” คะแนนนำ

วันนี้เรามาพูดถึงเรื่องร้อนๆ ในวงการการเมืองท้องถิ่นกันครับ เลือกตั้งปาร์ตี้ลิสต์ใหม่ หน่วยที่ 4 เขต 6 จ.อุดรธานี “พรรคเพื่อไทย” คะแนนนำ ซึ่งเป็นข่าวที่หลายคนให้ความสนใจ โดยเฉพาะชาวอุดรธานีและผู้ติดตามสถานการณ์เลือกตั้งทั่วประเทศ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจากมีปัญหาในหน่วยเลือกตั้งเดิม ทำให้ต้องจัดการเลือกตั้งใหม่เฉพาะ ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ

เลือกตั้งปาร์ตี้ลิสต์ใหม่ หน่วยที่ 4 เขต 6 จ.อุดรธานี “พรรคเพื่อไทย” คะแนนนำ

backstory ของเรื่องนี้เริ่มจากกรณีที่กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) หน่วยที่ 4 ม.4 ต.โพนสูง อ.ไชยวาน จ.อุดรธานี เกิดพลาดฉีกบัตรเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อผิด ส่งผลให้การลงคะแนนมีปัญหา สุดท้ายสนง.กกต.อุดรธานีรายงานไปยังกกต.กลาง ซึ่งมีมติให้เลือกตั้งใหม่ในวัน 22 ก.พ. 2569 เฉพาะส่วนปาร์ตี้ลิสต์เท่านั้น

การเลือกตั้งครั้งนี้จัดขึ้นที่ศาลาประชาคมหมู่บ้าน บ้านห้วยยาง โดยมี นส.สมิหรา เดชะอังกูร ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดอุดรธานี เป็นผู้ควบคุมหลัก ร่วมด้วยนายสฤษดิ์ รัตนวงศ์ นายอำเภอไชยวาน ปลัดอำเภอ นักสังเกตการณ์จาก We Watch 5 ท่าน เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.ไชยวาน นำโดย พ.ต.อ.รัฐพลชัย เพ็ญสงคราม ผู้กำกับการ มาควบคุมให้โปร่งใส

ผลการนับคะแนนอย่างเป็นทางการ

ผู้มาใช้สิทธิ์ในหน่วยนี้มี 335 คน จากผู้มีสิทธิ์ทั้งหมด 700 คนในประเทศ และ 30 คนในต่างประเทศ การนับคะแนนดำเนินไปอย่างช้าๆ แต่ชัดเจน ท่ามกลางสายตาของสักขีพยาน เมื่อปิดหีบเวลา 18.20 น. ผลออกมาว่า:

  • พรรคเพื่อไทย: 86 คะแนน (นำโด่ง)
  • พรรคภูมิใจไทย: 81 คะแนน (ตามติด)
  • พรรคประชาชน: 70 คะแนน

สรุปบัตรทั้งหมด: บัตรดี 322 ใบ, บัตรเสีย 4 ใบ, ไม่เลือกพรรค 9 ใบ แสดงให้เห็นถึงการเลือกตั้งที่ค่อนข้างเรียบร้อย แม้จะมีปัญหาเดิม

ความสำคัญของการเลือกตั้งใหม่นี้

เหตุการณ์ เลือกตั้งปาร์ตี้ลิสต์ใหม่ หน่วยที่ 4 เขต 6 จ.อุดรธานี “พรรคเพื่อไทย” คะแนนนำ ไม่ใช่แค่เรื่องเล็กๆ แต่สะท้อนถึงความโปร่งใสของระบบเลือกตั้งไทย ปัญหาฉีกบัตรผิดเกิดขึ้นได้ แต่กกต.แก้ไขได้รวดเร็ว ชาวบ้านในพื้นที่อย่างบ้านห้วยยาง ต.โพนสูง ก็ได้แสดงเสียงของตัวเองอีกครั้ง ผลที่พรรคเพื่อไทยนำ อาจบ่งชี้ถึงกระแสการเมืองท้องถิ่นที่ยังแรง โดยเฉพาะในภาคอีสานที่เป็นฐานเสียงหลัก

นอกจากนี้ การมีนักสังเกตการณ์และตำรวจมาร่วม ช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน หากเทียบกับเลือกตั้งใหญ่ การนับคะแนนที่นี่ช้าแต่ละเอียด ถ้วนถี่ หลีกเลี่ยงข้อผิดพลาดซ้ำ

บทวิเคราะห์และแนวโน้ม

จากคะแนน พรรคเพื่อไทยได้เปรียบเล็กน้อย แต่พรรคภูมิใจไทยไล่จี้ใกล้เคียง แสดงถึงการแข่งขันที่สูสี พรรคประชาชนตามมาในอันดับ 3 ซึ่งอาจส่งผลต่อที่นั่งส.ส.บัญชีรายชื่อโดยรวม ชาวอุดรธานีซึ่งเป็นจังหวัดใหญ่ในอีสาน ผลลัพธ์นี้อาจเป็นสัญญาณบวกสำหรับพรรครัฐบาล

สำหรับภาพบรรยากาศ มีผู้สื่อข่าวและชาวบ้านมาร่วมเฝ้าดูจำนวนมาก บ่งบอกถึงความสนใจสูงในประเด็นนี้ หากคุณอยู่แถวอุดรธานี ลองแวะไปดูด้วยตัวเองครั้งหน้าได้นะครับ

สรุปแล้ว เลือกตั้งปาร์ตี้ลิสต์ใหม่ หน่วยที่ 4 เขต 6 จ.อุดรธานี “พรรคเพื่อไทย” คะแนนนำ เป็นตัวอย่างที่ดีของการแก้ปัญหาเลือกตั้งอย่างมีประสิทธิภาพ สะท้อนประชาธิปไตยที่ยังเข้มแข็งในท้องถิ่น

คุณคิดอย่างไรกับผลนี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง หรือแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ได้ติดตามกันครับ! ติดตามข่าวการเมืองอัปเดตเพิ่มเติมที่นี่เพื่อไม่พลาดทุกเหตุการณ์สำคัญ

ที่มา – เลือกตั้งปาร์ตี้ลิสต์ใหม่ หน่วยที่ 4 เขต 6 จ.อุดรธานี “พรรคเพื่อไทย” คะแนนนำ

ดุสิตโพล กังวลทุจริตเลือกตั้ง 2568 ไม่พอใจ กกต.

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้เรามาคุยกันเรื่องผลโพลสุดร้อนจากสวนดุสิตโพล ที่สะท้อนความรู้สึกของคนไทยต่อการเลือกตั้งล่าสุดนะครับ หลังจากที่เพิ่งผ่านพ้นวันเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ 2569 ไปหมาดๆ สวนดุสิตโพลได้ทำการสำรวจความคิดเห็นจากประชาชนทั่วประเทศกว่า 1,231 คน ทั้งออนไลน์และภาคสนาม ระหว่าง 17-20 กุมภาพันธ์ พบว่าคนไทยยังคงกังวลหนักเรื่องความไม่โปร่งใสและการทุจริตในการเลือกตั้งครั้งนี้

ดุสิตโพล คนกังวลความไม่โปร่งใส-ทุจริตเลือกตั้ง 2568 ไม่ค่อยพอใจการทำงาน กกต.

ดุสิตโพล คนกังวลความไม่โปร่งใส-ทุจริตเลือกตั้ง 2568 ไม่ค่อยพอใจการทำงาน กกต. นี่คือหัวใจหลักของผลสำรวจที่ทำให้หลายคนต้องตั้งคำถามถึงระบบการเลือกตั้งของเราครับ โดยรวมแล้ว ความพึงพอใจต่อการจัดการเลือกตั้งได้คะแนนเฉลี่ยแค่ 5.17 จาก 10 คะแนน ถือว่าก้ำกึ่งสุดๆ ไม่ดีไม่แย่ แต่สิ่งที่คนกังวลมากที่สุดอันดับ 1 คือ ความไม่โปร่งใสและการทุจริตในการเลือกตั้ง สูงถึง 67.99% เลยทีเดียว รองลงมาก็ขั้นตอนยุ่งยากในหน่วยเลือกตั้ง 40.45% นโยบายพรรคที่อาจทำไม่ได้จริง 40.37% และความขัดแย้งทางการเมือง 37.94%

ดุสิตโพล คนกังวลความไม่โปร่งใส-ทุจริตเลือกตั้ง 2568

มาดูรายละเอียดกันครับ สำหรับการทำงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. นั้น ประชาชนส่วนใหญ่ ไม่ค่อยพึงพอใจ ถึง 33.68% รองลงมา ค่อนข้างพึงพอใจ 32.91% ไม่พึงพอใจ 26.09% และพึงพอใจมากแค่ 7.32% เท่านั้น คะแนนสูสีแบบนี้แสดงให้เห็นว่าความเชื่อมั่นยังไม่แข็งแกร่งนัก โดยเฉพาะประเด็นโปร่งใสที่คนไทยให้ความสำคัญมาก

  • อันดับ 1: ไม่ค่อยพึงพอใจ 33.68%
  • อันดับ 2: ค่อนข้างพึงพอใจ 32.91%
  • อันดับ 3: ไม่พึงพอใจ 26.09%
  • อันดับ 4: พึงพอใจมาก 7.32%

ส่วนภาพรวมการเมืองไทยหลังเลือกตั้งครั้งนี้ คนส่วนใหญ่ 49.31% มองว่า เหมือนเดิม แย่ลง 31.52% และดีขึ้นแค่ 19.17% เท่านั้น สะท้อนว่าประชาชนยังไม่ค่อยมั่นใจว่าระบบจะเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดี

คำวิเคราะห์จากผู้เชี่ยวชาญ

ดร.พรพรรณ บัวทอง ประธานสวนดุสิตโพล กล่าวว่าผลโพลนี้แสดงให้เห็นว่าความเชื่อมั่นต่อกระบวนการเลือกตั้งยังอ่อนแอ ประชาชนจับตาที่ความสุจริต โปร่งใส และมาตรฐานการจัดการ ส่วน ผศ.ดร.เบญจพร พึงไชย จากมหาวิทยาลัยสวนดุสิต ชี้ว่าสังคมไทยยังติดหล่มความระแวงต่ออิทธิพลมืดและการใช้อำนาจรัฐ กกต. ถูกตั้งคำถามหนักในหลายประเด็น ซึ่งอาจนำไปสู่การล้มเลือกตั้งได้หากไม่แก้ไข

ในมุมมองของผมเองนะครับ การเลือกตั้งคือหัวใจของประชาธิปไตย แต่ถ้าคนไม่เชื่อมั่นในความโปร่งใส มันก็ยากที่จะเดินหน้าปฏิรูปได้จริง ปัญหาทุจริตและขั้นตอนซับซ้อนเหล่านี้ ถ้า กกต. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ปรับปรุง อนาคตการเมืองไทยอาจวนลูปเดิมๆ ต่อไป เราควรผลักดันให้มีเทคโนโลยีช่วย เช่น การลงคะแนนออนไลน์ที่ปลอดภัย หรือระบบตรวจสอบแบบเรียลไทม์ เพื่อเพิ่มความมั่นใจ

นอกจากนี้ ยังมีประเด็นนโยบายพรรคที่คนกังวลว่าทำไม่ได้จริง ซึ่งเป็นปัญหาเรื้อรังในวงการเมืองไทยมานาน นักการเมืองควรโฟกัสที่ผลงานมากกว่าคำพูดสวยหรู เพื่อสร้างศรัทธาให้ประชาชน

สรุปแล้ว ผลสำรวจดุสิตโพลนี้เป็นสัญญาณเตือนที่สำคัญ ว่าถึงเวลาที่ต้องปฏิรูปการเลือกตั้งให้โปร่งใสและมีประสิทธิภาพมากขึ้น หากเราต้องการการเมืองที่ตอบโจทย์คนไทยจริงๆ

คุณล่ะครับ คิดเห็นอย่างไรกับผลโพลนี้? กังวลเรื่องเดียวกันไหม หรือมีข้อเสนอแนะอะไรสำหรับ กกต. บ้าง ลองแชร์ในคอมเมนต์ด้านล่างเลยนะครับ จะได้ช่วยกันผลักดันให้การเมืองดีขึ้น!

ที่มา – ดุสิตโพล คนกังวลความไม่โปร่งใส-ทุจริตเลือกตั้ง 2568 ไม่ค่อยพอใจการทำงาน กกต.

Scroll to top