กรุงเตหะราน

กต. รับตัว 23 คนไทยกลับจากประเทศอิหร่าน

สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้มีข่าวดีมาอัปเดตให้ฟังกัน สำหรับ กต. รับตัว 23 คนไทยกลับจากประเทศอิหร่าน เป็นล็อตแรกที่ทางกระทรวงการต่างประเทศไทยจัดการอพยพกลับบ้านอย่างปลอดภัย ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ยังคงมีเหตุการณ์โจมตีเกิดขึ้นทุกวัน นอกจากนี้ยังมีแผนอพยพเพิ่มอีก 69 คนในเร็วๆ นี้ด้วยนะครับ มาดูรายละเอียดกันเลย

กต. รับตัว 23 คนไทยกลับจากประเทศอิหร่าน

เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2569 เวลา 09.20 น. นายวิชาวัฒน์ อิศรภักดี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้ให้การต้อนรับคนไทยกลุ่มที่ 2 จำนวน 23 คน ที่เดินทางกลับจากประเทศอิหร่านผ่านทางประเทศตุรกี โดยกลุ่มนี้รวมกับล็อตแรกที่มาถึงเมื่อวันที่ 9 มีนาคม รวมทั้งสิ้น 52 คนแล้วครับ ทุกคนดูสภาพจิตใจดี แม้จะเหนื่อยจากการเดินทางยาวนาน แต่ทุกคนยิ้มแย้มและดีใจที่ได้กลับบ้าน

เส้นทางการอพยพคนไทยจากอิหร่าน

เส้นทางที่ใช้ในการอพยพคือ จากกรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน เดินทางไปยังเมืองวาน ประเทศตุรกี จากนั้นบินต่อไปยังสนามบินอิสตันบูล แล้วจึงบินตรงกลับประเทศไทยที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ทางกระทรวงการต่างประสานงานอย่างใกล้ชิดกับสถานทูตไทยในเตหะราน กงสุลใหญ่ที่ดูไบ และหน่วยงานในตะวันออกกลาง เพื่อให้ทุกอย่างราบรื่นและปลอดภัยที่สุด

  • ประสานกับรัฐบาลอิหร่าน อิสราเอล และสหรัฐอเมริกา เพื่อความปลอดภัยเส้นทาง
  • สถานทูตไทยในตุรกีช่วยส่งคนไทยไปสนามบินอิสตันบูล
  • กงสุลใหญ่ดูไบสำรวจเส้นทางผ่านแดนโอมาน
  • ให้ถุงยังชีพและรถยนต์ช่วยเหลือตลอด

นอกจากนี้ ยังมีคนไทยอีก 69 คนที่กำลังเดินทางด้วยรถยนต์มุ่งหน้ามายังเมืองวานแล้ว คาดว่าจะถึงไทยในเร็ววันครับ ส่วนคนไทยที่เหลืออยู่อิหร่านอีกประมาณ 130 คน ทางสถานทูตติดต่อช่วยเหลือตลอด 24 ชั่วโมง แต่ขึ้นกับการตัดสินใจของแต่ละคนว่าจะกลับหรืออยู่ต่อ

มุมมองจากนักศึกษาไทยในอิหร่าน

นายอดิน สุขศาสน์กวิน นักศึกษาไทยคนหนึ่งที่ตัดสินใจอพยพกลับ เล่าว่า รู้สึกดีใจมากที่ได้รับความช่วยเหลือจากสถานทูตไทย เจ้าหน้าที่มาส่งถึงสนามบินเลยครับ การเดินทางจากเตหะรานไปวานไม่ได้ยาก แค่นานหน่อย ตัดสินใจกลับเพื่อความปลอดภัย ตามคำแนะนำให้หลบชั้นใต้ดินช่วงแรก

สถานการณ์ในพื้นที่จริง ไม่น่ากลัวเท่าข่าว มหาวิทยาลัยประกาศหยุดเรียนชั่วคราว นักศึกษาต่างชาติหลายประเทศก็กลับกันหมด มีการปะทะเฉพาะบางจุด มุ่งเป้าที่สถานที่ราชการ ชาวอิหร่านกำลังปกป้องอธิปไตยของตัวเอง ไม่รู้ว่าจะยืดเยื้อแค่ไหน แต่ตอนนี้ยังโจมตีทุกวัน

การช่วยเหลือคนไทยในตะวันออกกลางอื่นๆ

ไม่ใช่แค่อิหร่านนะครับ ทางกต. ยังช่วยเหลือคนไทยใน UAE บาห์เรน และประเทศใกล้เคียง มีเครื่องบินพาณิชย์บินปกติ แต่สถานทูตช่วยเรื่องวีซ่า รถ และเสบียง สถานการณ์ยังไม่หนักเท่าแรก แต่แนะนำให้ติดตามข่าวอย่างใกล้ชิด

จากที่เห็น การทำงานของกระทรวงการต่างครั้งนี้ถือว่ายอดเยี่ยมมากครับ แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลไทยไม่ทิ้งคนไทยไว้ข้างหลัง แม้สถานการณ์ตะวันออกกลางจะซับซ้อน แต่ความช่วยเหลือมาถึงอย่างรวดเร็ว หากคุณหรือคนใกล้ชิดมีคนรู้จักอยู่ในพื้นที่เสี่ยง อย่าลังเล ติดต่อสถานทูตไทยทันทีเพื่อขอความช่วยเหลือ และติดตามอัปเดตข่าวสารจากแหล่งที่น่าเชื่อถือเพื่อความปลอดภัยครับ

ที่มา – กต. รับตัว 23 คนไทยกลับจากประเทศอิหร่าน เผยเตรียมอพยพเพิ่มอีก 69 ชีวิต เร็วๆ นี้

ปากีสถานรัดเข็มขัด รับมือราคาน้ำมันพุ่ง กองทัพคุ้มกันเส้นทางการค้า

ปากีสถานรัดเข็มขัด รับมือราคาน้ำมันพุ่ง กองทัพคุ้มกันเส้นทางการค้า กลายเป็นข่าวใหญ่ที่สะท้อนวิกฤตพลังงานโลก รัฐบาลปากีสถานต้องออกมาตรการเข้มงวดหลายด้าน เพื่อรับมือราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง สถานการณ์นี้กระทบเศรษฐกิจปากีสถานอย่างหนัก เพราะประเทศนี้พึ่งพาน้ำมันนำเข้าจากอ่าวเปอร์เซียเป็นหลัก

ปากีสถานรัดเข็มขัด รับมือราคาน้ำมันพุ่ง กองทัพคุ้มกันเส้นทางการค้า

เมื่อวันที่ 9 มี.ค. 2569 นายกรัฐมนตรี เชห์บาซ ชารีฟ แถลงมาตรการรัดเข็มขัดขั้นรุนแรงต่อหน้าประชาชน ราคาน้ำมันดิบโลกทะลุ 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลครั้งแรกในรอบเกือบ 4 ปี ส่งผลให้ปากีสถานซึ่งนำเข้าน้ำมันกว่า 80% ต้องเผชิญวิกฤตต้นทุนพุ่งสูง มาตรการเหล่านี้มุ่งลดการใช้พลังงานและประหยัดงบประมาณรัฐ

มาตรการรัดเข็มขัดของรัฐบาลปากีสถาน

  • ปิดโรงเรียนทั่วประเทศ 2 สัปดาห์ สถาบันอุดมศึกษาย้ายเรียนออนไลน์ทันที
  • พนักงานรัฐและเอกชนครึ่งหนึ่งทำงานจากบ้าน (Work from Home) เพิ่มวันหยุด 1 วันต่อสัปดาห์
  • ตัดโควตาน้ำมันรถยนต์หลวงครึ่งหนึ่ง ลดเงินเดือนข้าราชการบางส่วนเพื่อช่วยประชาชน
  • ห้ามหน่วยงานรัฐซื้อเฟอร์นิเจอร์ เครื่องปรับอากาศ หรืออุปกรณ์ใหม่
  • ห้ามเจ้าหน้าที่เดินทางต่างประเทศ ยกเว้นกรณีจำเป็นด้านความมั่นคง

มาตรการเหล่านี้ไม่เพียงช่วยประหยัดเชื้อเพลิง แต่ยังลดรายจ่ายรัฐบาลเพื่อนำเงินช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อนจากราคาน้ำมันแพง นายชารีฟย้ำว่า เศรษฐกิจปากีสถาน ภาคเกษตร และการขนส่ง ล้วนพึ่งพาน้ำมันจากอ่าวเปอร์เซีย ทำให้ต้องเร่งรับมือทันที

กองทัพปากีสถานคุ้มกันเส้นทางการค้า

พร้อมกันนี้ กองทัพปากีสถานเปิดปฏิบัติการทางทะเลเพื่อปกป้องเส้นทางการค้า ซึ่ง 90% ของการค้าปากีสถานผ่านทางทะเล แถลงการณ์จาก ISPR ระบุว่า สภาพแวดล้อมความมั่นคงทางทะเลเปลี่ยนแปลงจากความขัดแย้ง กองทัพเรือจะคุ้มกันเรือพาณิชย์และควบคุมเส้นทางสำคัญ เพื่อป้องกันการหยุดชะงัก

วิกฤตนี้คล้ายกับที่หลายประเทศเผชิญในอดีต เช่น สงครามรัสเซีย-ยูเครนที่ทำให้ราคาน้ำมันพุ่ง ปากีสถานซึ่งมีหนี้สินสูงและเงินเฟ้อรุนแรง ต้องใช้มาตรการเด็ดขาดเพื่อรักษาเสถียรภาพ เศรษฐกิจปากีสถานคาดว่าจะชะลอตัว หากราคาน้ำมันไม่ลดลง

นอกจากนี้ การที่กองทัพเข้าแทรกแซงเส้นทางการค้าสะท้อนบทบาทสำคัญในยุควิกฤต ช่วยเสริมความเชื่อมั่นให้นักลงทุนและผู้ส่งออกปากีสถาน

ในมุมมองผู้เชี่ยวชาญ มาตรการปากีสถานรัดเข็มขัด รับมือราคาน้ำมันพุ่ง กองทัพคุ้มกันเส้นทางการค้า ถือเป็นตัวอย่างของความเด็ดขาดที่รัฐบาลต้องมีต่อวิกฤตพลังงานโลก หากสถานการณ์ยืดเยื้อ อาจนำไปสู่การปฏิรูประบบพลังงาน เช่น ส่งเสริมพลังงานทดแทน

คุณคิดอย่างไรกับมาตรการเหล่านี้? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์ และติดตามข่าวอัปเดตวิกฤตน้ำมันโลกได้ที่เว็บไซต์ของเรา!

ที่มา – ปากีสถานรัดเข็มขัด รับมือราคาน้ำมันพุ่ง กองทัพคุ้มกันเส้นทางการค้า

อิหร่านถูกฝนกรดถล่มซ้ำเติม หลังถูกโจมตีคลังน้ำมัน

อิหร่านถูกฝนกรดถล่มซ้ำเติม หลังถูกโจมตีคลังน้ำมัน สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางยิ่งรุนแรงขึ้น เมื่ออิหร่านต้องเผชิญกับภัยพิบัติทางธรรมชาติที่เกิดจากมนุษย์สร้างขึ้น หลังจากคลังน้ำมันในกรุงเตหะรานถูกโจมตี ทำให้เกิดไฟไหม้ลุกลามและควันพิษสีดำปกคลุมทั่วเมือง

อิหร่านถูกฝนกรดถล่มซ้ำเติม หลังถูกโจมตีคลังน้ำมัน

การโจมตีดังกล่าวซึ่งเชื่อว่ามาจากอิสราเอล ไม่เพียงทำให้อิหร่านขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง แต่ยังก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศอย่างรุนแรง ควันดำที่ลอยคละคลุ้งมาจากการเผาไหม้สารเคมีในคลังน้ำมัน ประกอบด้วยก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO2) และไนโตรเจนออกไซด์ (NOx) ซึ่งเป็นสารพิษที่อันตราย เมื่อผสมกับไอน้ำในอากาศและฝนตก จะกลายเป็นฝนกรดที่มีความเป็นกรดสูง สามารถกัดกร่อนผิวหนัง สร้างความระคายเคืองต่อดวงตา และร้ายแรงยิ่งขึ้นหากสูดดมเข้าไปเพราะอาจทำลายระบบทางเดินหายใจและปอดได้

ผลกระทบจากอิหร่านถูกฝนกรดถล่มซ้ำเติม

ทางการอิหร่านออกประกาศเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยง โดยเฉพาะในกรุงเตหะราน ให้อยู่แต่ในร่มและปิดประตูหน้าต่างให้มิดชิด สภาเสี้ยววงเดือนแดงของอิหร่านรายงานว่าปัจจุบันไม่มีกระแสลมพัด ทำให้ควันพิษค้างนิ่งในอากาศนานยิ่งขึ้น คาดว่าฝนกรดจะเริ่มตกในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า ส่งผลให้ปั๊มน้ำมันหลายแห่งต้องปิดบริการ สร้างความเดือดร้อนให้กับชีวิตประจำวันของชาวเมือง

  • ควันพิษทำให้ทัศนวิสัยลดลง มองเห็นได้ไกลไม่เกิน 100 เมตร
  • ปริมาณฝุ่นละออง PM2.5 สูงเกินมาตรฐาน WHO กว่า 10 เท่า
  • ประชาชนจำนวนมากมีอาการไอ จาม และหายใจติดขัด
  • โรงพยาบาลในเตหะรานรับผู้ป่วยทางเดินหายใจเพิ่มขึ้น 300%

ประชาชนในกรุงเตหะรานเล่าว่า พวกเขาต้องมองเห็นควันดำหนาทึบจากหน้าต่างบ้าน และหลายครอบครัวเริ่มสวมหน้ากากอนามัยที่เหลืออยู่ แม้สหรัฐและอิสราเอลจะอ้างว่าโจมตีเฉพาะเป้าหมายทหาร แต่สถานที่เหล่านั้นตั้งอยู่ใกล้ชุมชน ทำให้พลเรือนได้รับผลกระทบเต็มๆ

ฝนกรดคืออะไร และอันตรายอย่างไร

ฝนกรดเกิดจากการที่ก๊าซพิษจากอุตสาหกรรมหรือการเผาไหม้ผสมกับน้ำฝน ทำให้ pH ต่ำกว่า 5.6 ในกรณีของอิหร่านครั้งนี้ คาดว่าความเป็นกรดจะรุนแรงเพราะปริมาณก๊าซสูง นอกจากผลต่อมนุษย์แล้ว ยังทำลายพืชผล อาคาร และแหล่งน้ำ ทำให้ระบบนิเวศเสียหายยาวนาน นักสิ่งแวดล้อมเตือนว่านี่เป็นตัวอย่างของ ‘สงครามสกปรก’ ที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

นอกจากนี้ การขาดแคลนน้ำมันยังทำให้ราคาน้ำมันพุ่งสูง รถยนต์หลายคันจอดสนิท ส่งผลต่อการขนส่งอาหารและยา สถานการณ์อาจยืดเยื้อหากไม่มีการบรรเทา

จากเหตุการณ์อิหร่านถูกฝนกรดถล่มซ้ำเติม หลังถูกโจมตีคลังน้ำมันนี้ ชี้ให้เห็นว่าสงครามสมัยใหม่ไม่ใช่แค่การยิงขีปนาวุธ แต่รวมถึงภัยพิบัติรองที่รุนแรงยิ่งกว่า สุดท้ายแล้ว ผู้เสียหายหลักคือประชาชนผู้บริสุทธิ์

คุณคิดว่าสถานการณ์นี้จะคลี่คลายอย่างไร? แสดงความคิดเห็นในคอมเมนต์และติดตามข่าวอัปเดตเพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ

ที่มา – อิหร่านถูกฝนกรดถล่มซ้ำเติม หลังถูกโจมตีคลังน้ำมัน

ราคาน้ำมันสหรัฐฯ ทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ครั้งแรกตั้งแต่ปี 2565

ราคาน้ำมันสหรัฐฯ ทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ครั้งแรกตั้งแต่ปี 2565 สร้างความตื่นตระหนกให้ตลาดโลก จากความกังวลสงครามในอิหร่านที่อาจกระทบเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญในตะวันออกกลาง

ราคาน้ำมันสหรัฐฯ ทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ครั้งแรกตั้งแต่ปี 2565

ในวันอาทิตย์ที่ 8 มีนาคม 2569 ตามเวลาท้องถิ่น ราคาน้ำมันดิบสหรัฐฯ พุ่งทะลุระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่รัสเซียบุกยูเครนในปี 2565 นักลงทุนทั่วโลกต่างจับตาการเคลื่อนไหวนี้ หลังจากเกิดความขัดแย้งรุนแรงในอิหร่าน ซึ่งอาจทำให้การขนส่งน้ำมันจากอ่าวเปอร์เซียหยุดชะงัก ส่งผลให้ราคาน้ำมันล่วงหน้าพุ่งสูงอย่างน่าตกใจ

สาเหตุหลักจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์

ความกังวลหลักมาจากการโจมตีครั้งแรกต่ออิหร่านเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งจุดชนวนสงครามที่อาจลุกลามไปยังชาติผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ในตะวันออกกลาง เช่น ซาอุดีอาระเบียและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ นักวิเคราะห์จาก CNN ชี้ว่าหากเส้นทางช่องแคบฮอร์มุซถูกปิดกั้น ส่งออกน้ำมันโลกกว่า 20% จะได้รับผลกระทบโดยตรง

การพุ่งขึ้นของราคาน้ำมัน WTI และ Brent

ราคาน้ำมันดิบล่วงหน้า WTI ของสหรัฐฯ พุ่งขึ้น 14.7% แตะระดับเหนือ 100 ดอลลาร์ ขณะที่น้ำมันเบรนท์ซึ่งเป็นเกณฑ์มาตรฐานโลก เพิ่มขึ้น 12.63% สู่ 104 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ณ เวลา 18:06 น. ตามเวลาฝั่งตะวันออก สถิติเหล่านี้สะท้อนถึงความผันผวนสูงสุดในรอบหลายปี

  • WTI: +14.7% ทะลุ 100 ดอลลาร์
  • Brent: +12.63% ที่ 104 ดอลลาร์
  • ปัจจัยหนุน: สงครามอิหร่านและอุปทานลดลง

ผลกระทบต่อตลาดหุ้นและเศรษฐกิจสหรัฐฯ

ไม่เพียงราคาน้ำมันเท่านั้น ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ก็สะเทือนหนักเช่นกัน ดัชนีดาวโจนส์ล่วงหน้า (Dow futures) ร่วงลง 851.6 จุด หรือ 2% ดัชนี S&P 500 ลด 1.73% และ Nasdaq ลด 1.65% นักเศรษฐศาสตร์เตือนว่าภาวะช็อกพลังงานนี้อาจจุดชนวนเงินเฟ้อรอบใหม่ ส่งผลให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ต้องปรับนโยบายดอกเบี้ย

จากข้อมูลสมาคมยานยนต์อเมริกัน (AAA) ราคาน้ำมันเบนซินขายปลีกเฉลี่ยพุ่งเป็น 3.45 ดอลลาร์ต่อแกลลอน เพิ่มขึ้น 16% จากสัปดาห์ก่อน สิ่งนี้จะกระทบผู้บริโภคอเมริกันโดยตรง โดยเฉพาะค่าครองชีพที่พุ่งสูงขึ้น

ผลกระทบต่อประเทศไทยและเศรษฐกิจโลก

สำหรับประเทศไทยที่นำเข้าน้ำมันกว่า 80% ของการบริโภค ราคาน้ำมันสหรัฐฯ ทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ครั้งแรกตั้งแต่ปี 2565 จะทำให้ราคาน้ำมันในประเทศปรับตัวสูงตาม คาดว่าราคาเบนซินอาจแตะ 45 บาทต่อลิตรในสัปดาห์หน้า ส่งผลต่อค่าขนส่ง อาหาร และสินค้าอุปโภคบริโภค นอกจากนี้ เงินเฟ้อไทยที่กำลังร้อนแรงอาจถูกกระตุ้นให้สูงขึ้นอีก

ทั่วโลก ประเทศนำเข้าน้ำมันอย่างจีน อินเดีย และยุโรป จะเผชิญต้นทุนพลังงานที่แพงขึ้น สนับสนุนให้หันไปใช้พลังงานทดแทนมากขึ้น เช่น พลังงานแสงอาทิตย์และรถ EV แต่ในระยะสั้น การเปลี่ยนผ่านยังไม่ทันที

แนวโน้มและคำแนะนำสำหรับนักลงทุน

นักวิเคราะห์คาดว่าราคาน้ำมันอาจยังผันผวน หากสงครามยืดเยื้อ อาจทะลุ 120 ดอลลาร์ได้ แต่หากมีการเจรจาสันติภาพ ราคาอาจย่อตัวลง สำหรับนักลงทุน แนะนำกระจายพอร์ตไปยังหุ้นพลังงานหรือทองคำเพื่อป้องกันความเสี่ยง

ในมุมมองของผู้เขียน สถานการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความเปราะบางของเศรษฐกิจโลกต่อภูมิรัฐศาสตร์ การเร่งพัฒนาพลังงานสะอาดจึงเป็นทางออกระยะยาว ติดตามข่าวสารล่าสุดและปรับแผนการเงินของคุณให้ทันสถานการณ์ เพื่อไม่ให้พลาดโอกาสหรือขาดทุนหนัก

CTA: สมัครรับข่าวสารเศรษฐกิจและพลังงานฟรี เพื่ออัปเดตทุกการเคลื่อนไหว!

ที่มา – ราคาน้ำมันสหรัฐฯ ทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ครั้งแรกตั้งแต่ปี 2565

อิหร่านเตือนสงครามเข้าสู่เฟสใหม่ ขู่ถล่มโครงสร้างพลังงาน

อิหร่านเตือน สงครามกำลังเข้าสู่ “เฟสใหม่” ขู่ถล่มโครงสร้างพื้นฐานพลังงาน สร้างความกังวลให้ทั่วโลก เมื่อเจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่านออกมาแถลงข่าวล่าสุด ระบุว่าความขัดแย้งในตะวันออกกลางกำลังยกระดับ และจะไม่จบลงง่ายๆ

อิหร่านเตือน สงครามกำลังเข้าสู่ “เฟสใหม่” ขู่ถล่มโครงสร้างพื้นฐานพลังงาน

เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2569 เจ้าหน้าที่อาวุโสของอิหร่านได้ให้สัมภาษณ์กับ CNN โดยยืนยันว่าสงครามระหว่างอิหร่าน อิสราเอล และสหรัฐอเมริกา ได้ก้าวเข้าสู่ระยะใหม่แล้ว แม้จะมีข่าวลือว่าความขัดแย้งอาจคลี่คลาย แต่เจ้าหน้าที่ปฏิเสธอย่างหนักแน่น “สงครามได้เข้าสู่เฟสใหม่ และการโจมตีคลังน้ำมันกับเชื้อเพลิงของเราจะถูกตอบโต้ในระดับภูมิภาคอย่างแน่นอน” เขากล่าว

อิหร่านขู่ว่าจะโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ซึ่งรวมถึงแหล่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติทั่วตะวันออกกลาง สิ่งนี้ก่อให้เกิดความหวาดกลัวว่าอาจเกิดวิกฤตพลังงานโลก หากเกิดการหยุดชะงักของการส่งออกน้ำมัน

ช่องแคบฮอร์มุซ: จุดยุทธศาสตร์สำคัญที่อิหร่านขู่ควบคุม

เจ้าหน้าที่อิหร่านย้ำว่า “เราจะไม่อ่อนข้อในการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ จนกว่าจะได้ผลลัพธ์ที่ต้องการ” ช่องแคบฮอร์มุซเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก คิดเป็น 20-30% ของการค้าขายน้ำมันทั่วโลก หากถูกปิดกั้น ราคาน้ำมันจะพุ่งสูงทันที ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยที่พึ่งพาน้ำมันนำเข้า

  • ช่องแคบฮอร์มุซขนส่งน้ำมันกว่า 21 ล้านบาร์เรลต่อวัน
  • อิหร่านควบคุมฝั่งหนึ่งของช่องแคบ สามารถปิดได้ด้วยขีปนาวุธและเรือเร็ว
  • การปิดช่องแคบอาจทำให้ราคาน้ำมันทะลุ 150 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
  • ผลกระทบต่อไทย: ค่าน้ำมันแพงขึ้น สินค้าอุปโภคบริโภคแพงตาม

บริบทความขัดแย้ง: จากการโจมตีของอิสราเอลสู่สงครามภูมิภาค

ความตึงเครียดปะทุขึ้นหลังอิสราเอลโจมตีคลังน้ำมันและฐานทัพอิหร่าน สหรัฐภายใต้ทรัมป์เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยการสนับสนุนอิสราเอล อิหร่านมองว่านี่เป็นการรุกรานโดยตรง จึงเตรียมตอบโต้แบบกว้างขวาง โครงสร้างพื้นฐานพลังงานของซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และอิสราเอล อาจตกเป็นเป้าหมาย

ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ว่า อิหร่านเตือน สงครามกำลังเข้าสู่ “เฟสใหม่” ขู่ถล่มโครงสร้างพื้นฐานพลังงาน นี้เป็นกลยุทธ์เพื่อกดดันให้คู่ต่อสู้ถอย และรักษาอำนาจต่อรอง รัฐบาลเตหะรานยืนยันว่าจะเป็นผู้กำหนดจุดจบของสงครามนี้เอง

สถานการณ์ล่าสุดยังไม่มีสัญญาณคลี่คลาย กลุ่มพันธมิตรของอิหร่านอย่างฮูติในเยเมนและฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน ก็พร้อมสนับสนุน หากยืดเยื้ออาจลุกลามเป็นสงครามใหญ่

ในมุมมองของผู้เขียน สถานการณ์นี้อาจนำไปสู่ความไม่แน่นอนทางพลังงานระยะยาว ประเทศนำเข้าน้ำมันอย่างไทยควรเตรียมแผนสำรอง เช่น เพิ่มการนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) หรือเร่งพลังงานหมุนเวียน เพื่อลดความเสี่ยง

CTA: ติดตามข่าวต่างประเทศและอัปเดตสถานการณ์ตะวันออกกลางได้ที่ ไทยรัฐ ข่าวต่างประเทศ เพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญที่กระทบเศรษฐกิจไทย

ที่มา – อิหร่านเตือน สงครามกำลังเข้าสู่ “เฟสใหม่” ขู่ถล่มโครงสร้างพื้นฐานพลังงาน

ทรัมป์ลั่น ผู้นำใหม่อิหร่านอยู่ได้ไม่นาน หากตัวเขาไม่สนับสนุน

ทรัมป์ลั่น ผู้นำใหม่อิหร่านอยู่ได้ไม่นาน หากตัวเขาไม่สนับสนุน คำเตือนสุดกร้าวจากอดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ สร้างความฮือฮาในเวทีการเมืองโลก เมื่อเขายืนยันว่าผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่านจะครองอำนาจได้ไม่นาน ถ้าไม่มีเสียงสนับสนุนจากเขา สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางยิ่งรุนแรงขึ้นหลังจากอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ถูกสังหารในการโจมตีทางอากาศเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์

ทรัมป์ลั่น ผู้นำใหม่อิหร่านอยู่ได้ไม่นาน หากตัวเขาไม่สนับสนุน

เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2569 ทรัมป์ให้สัมภาษณ์กับ ABC News อย่างตรงไปตรงมา โดยระบุว่า “เขาจะต้องได้รับการอนุมัติจากเรา ถ้าเขาไม่ได้รับการอนุมัติจากเรา เขาก็จะอยู่ได้ไม่นาน” คำพูดนี้สะท้อนถึงนโยบายแข็งกร้าวของทรัมป์ต่ออิหร่าน ซึ่งเขาเคยกดดันหนักในสมัยประธานาธิบดี โดยเฉพาะการถอนตัวจากข้อตกลงนิวเคลียร์ JCPOA และการสังหารนายพลกาเซม โซไลมานี

ก่อนหน้านี้ ทรัมป์ยังประกาศชัดเจนบนเครื่องบิน Air Force One ว่า เขาต้องการมีส่วนร่วมในการคัดเลือกผู้นำอิหร่านคนใหม่ เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาซ้ำซาก “เราต้องการเลือกผู้นำที่จะไม่นำพาประเทศไปสู่สงคราม” เขากล่าว นอกจากนี้ ในสัมภาษณ์ CNN ทรัมป์ยังเปิดประตูให้ผู้นำทางศาสนา หากบุคคลนั้นเหมาะสม “ผมดีลกับผู้นำทางศาสนามาเยอะ และพวกเขายอดเยี่ยม”

สถานการณ์ล่าสุดในอิหร่านหลังทรัมป์ลั่น ผู้นำใหม่อิหร่านอยู่ได้ไม่นาน

ทางการอิหร่านยืนยันแล้วว่าได้เลือกผู้นำสูงสุดคนใหม่แทนคาเมเนอี แต่ยังไม่เปิดเผยชื่อ สร้างความกดดันมหาศาลจากนานาชาติ โดยเฉพาะสหรัฐฯ ที่จับตาการเปลี่ยนผ่านอำนาจนี้อย่างใกล้ชิด ท่าทีของทรัมป์อาจเป็นการส่งสัญญาณถึงการแทรกแซงทางการเมืองหรือทางทหาร หากผู้นำใหม่ไม่เป็นมิตร

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ทรัมป์แสดงจุดยืนชัดเจนต่ออิหร่าน สมัยที่เขาดำรงตำแหน่ง เคยเรียกอิหร่านว่า “ผู้ก่อการร้ายรัฐ” และบังคับใช้การคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจอย่างหนักหน่วง จนเศรษฐกิจอิหร่านทรุดตัว ล่าสุด คำเตือนเรื่อง ทรัมป์ลั่น ผู้นำใหม่อิหร่านอยู่ได้ไม่นาน หากตัวเขาไม่สนับสนุน อาจจุดชนวนความขัดแย้งใหม่

ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากคำพูดของทรัมป์

  • ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง: อิสราเอลและชาติอาหรับพันธมิตรสหรัฐฯ อาจตอบโต้หนักขึ้น
  • ตลาดน้ำมันโลก: ราคาน้ำมันพุ่งสูงจากความไม่แน่นอนทางการเมือง
  • การเจรจานิวเคลียร์: โอกาสฟื้น JCPOA ลดลงอย่างมาก
  • ภายในอิหร่าน: กลุ่มอนุรักษนิยมอาจรวมตัวต่อต้านสหรัฐฯ

ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ว่าคำพูดนี้เป็นกลยุทธ์ “America First” ของทรัมป์ เพื่อกดดันอิหร่านให้ยอมจำนน โดยเฉพาะในช่วงที่สหรัฐฯ เตรียมรับมือกับภัยคุกคามนิวเคลียร์จากเตหะราน

นอกจากนี้ ทรัมป์ยังเคยโพสต์บน Truth Social ว่า “อิหร่านต้องเลือกทางที่ถูกต้อง มิฉะนั้นจะเจอผลลัพธ์ที่ไม่คาดคิด” ซึ่งย้ำย้ำถึงอิทธิพลของเขาต่อนโยบายต่างประเทศ แม้จะไม่ได้อยู่ในทำเนียบขาว

สถานการณ์นี้ยังคงพัฒนาอย่างรวดเร็ว ชาวโลกต่างจับตาว่าอิหร่านจะตอบโต้อย่างไร และผู้นำใหมาจะรอดพ้นจากคำขู่ของทรัมป์ได้หรือไม่

มุมมองของผู้เขียน: คำเตือนของทรัมป์อาจเป็นใบมีดสองคม หากนำไปสู่สันติภาพได้ยิ่งดี แต่หากจุดชนวนสงคราม ก็จะเป็นหายนะสำหรับภูมิภาค ติดตามข่าวสารต่างประเทศเพิ่มเติมเพื่ออัปเดตสถานการณ์ล่าสุด!

ที่มา – ทรัมป์ลั่น ผู้นำใหม่อิหร่านอยู่ได้ไม่นาน หากตัวเขาไม่สนับสนุน

ซาอุดีอาระเบีย ดับ 2 ศพเจ็บนับสิบ มิสไซล์ตกใส่ย่านที่พักอาศัย

ซาอุดีอาระเบีย ดับ 2 ศพเจ็บนับสิบ มิสไซล์ตกใส่ย่านที่พักอาศัย เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่สงครามระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล กับอิหร่านปะทุขึ้น สร้างความตกใจให้กับประชาชนและนานาชาติ เมื่อขีปนาวุธลูกหนึ่งพุ่งตกใส่พื้นที่อยู่อาศัย ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย และบาดเจ็บอีก 12 คน

ซาอุดีอาระเบีย ดับ 2 ศพเจ็บนับสิบ มิสไซล์ตกใส่ย่านที่พักอาศัย

เหตุการณ์ร้ายแรงนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2569 ที่เมืองอัล-คาร์จ (Al-Kharj) ซึ่งห่างจากกรุงริยาดทางตะวันออกเฉียงใต้ประมาณ 107 กิโลเมตร สำนักงานป้องกันพลเรือนของซาอุดีอาระเบียรายงานว่า มิสไซล์ตกใส่ที่พักของพนักงานบริษัทซ่อมบำรุงและทำความสะอาด ทำให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย เป็นชาวอินเดีย 1 ราย และชาวบังกลาเทศ 1 ราย ส่วนผู้บาดเจ็บทั้ง 12 ราย เป็นชาวบังกลาเทศทั้งหมด ทีมกู้ภัยรีบเข้าช่วยเหลือทันที โดยตรวจสอบพื้นที่อย่างละเอียด

รายละเอียดเหตุการณ์มิสไซล์ตกที่อัล-คาร์จ

นี่ถือเป็นครั้งแรกที่ซาอุดีอาระเบียรายงานผู้เสียชีวิตในประเทศ นับตั้งแต่สหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดปฏิบัติการโจมตีอิหร่านเมื่อ 28 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา แม้แถลงการณ์ทางการจะไม่ระบุผู้ยิงชัดเจน แต่สื่อของอิหร่านอย่าง IRIB รายงานว่ากองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) อ้างว่าทำการโจมตีระบบเรดาร์ในหลายจุด รวมถึงที่อัล-คาร์จ

เมืองอัล-คาร์จตั้งอยู่ใกล้ฐานทัพอากาศเจ้าชายสุลต่าน ซึ่งเป็นฐานทัพหลักของกองทัพอากาศซาอุดีอาระเบีย ทำให้กลายเป็นเป้าหมายซ้ำซากในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา สถานการณ์นี้สะท้อนถึงความรุนแรงที่ลุกลามของความขัดแย้งในตะวันออกกลาง

ผลกระทบต่อประชาชนและแรงงานต่างชาติ

ผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บส่วนใหญ่เป็นแรงงานข้ามชาติจากอินเดียและบังกลาเทศ ซึ่งทำงานในซาอุดีอาระเบียจำนวนมาก เหตุการณ์นี้ไม่เพียงสร้างความสูญเสียทางชีวิต แต่ยังก่อให้เกิดความหวาดกลัวในชุมชนแรงงาน โดยเฉพาะย่านที่พักอาศัยที่หนาแน่น รัฐบาลซาอุดีอาระเบียได้เพิ่มมาตรการป้องกัน เช่น เตือนประชาชนให้หลบภัยและเสริมระบบเตือนภัยทางอากาศ

  • ผู้เสียชีวิต: 2 ราย (ชาวอินเดีย 1, ชาวบังกลาเทศ 1)
  • ผู้บาดเจ็บ: 12 ราย (ชาวบังกลาเทศทั้งหมด)
  • สถานที่: เมืองอัล-คาร์จ ใกล้ฐานทัพอากาศเจ้าชายสุลต่าน
  • วันที่เกิดเหตุ: 8 มีนาคม 2569

พื้นหลังสงครามและการตอบโต้

สงครามครั้งนี้เริ่มต้นจากปฏิบัติการของสหรัฐฯ และอิสราเอลต่ออิหร่าน ส่งผลให้อิหร่านตอบโต้ด้วยขีปนาวุธและโดรนโจมตีฐานทัพพันธมิตร ซาอุดีอาระเบียในฐานะพันธมิตรสำคัญของสหรัฐฯ จึงตกเป็นเป้า การโจมตีครั้งนี้ยิ่งทำให้สถานการณ์ตึงเครียดมากขึ้น นานาชาติเรียกร้องให้ทุกฝ่ายยับยั้งชั่งใจเพื่อหลีกเลี่ยงสงครามเต็มรูปแบบ

จากข้อมูลล่าสุด ฐานทัพอากาศเจ้าชายสุลต่านถูกโจมตีหลายครั้งในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่มีรายงานผู้เสียชีวิตพลเรือน สะท้อนถึงความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นต่อชีวิตประชาชน

สถานการณ์ในตะวันออกกลางกำลังลุกลามอย่างรวดเร็ว ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ว่าอาจนำไปสู่ผลกระทบทางเศรษฐกิจ เช่น ราคาน้ำมันพุ่งสูง หากคุณสนใจข่าวต่างประเทศ สามารถติดตามเพิ่มเติมได้ที่นี่ เพื่ออัปเดตข้อมูลล่าสุด

ในมุมมองของเรา เหตุการณ์นี้เป็นสัญญาณเตือนว่าความขัดแย้งอาจลามสู่พลเรือนมากขึ้น ทุกฝ่ายควรหาทางเจรจาเพื่อยุติความรุนแรงโดยด่วน

ที่มา – ซาอุดีอาระเบีย ดับ 2 ศพเจ็บนับสิบ มิสไซล์ตกใส่ย่านที่พักอาศัย

อิสราเอลโจมตีคลังน้ำมันอิหร่านครั้งแรก ดับ 4 ศพ ไฟลุกไหม้รุนแรง

อิสราเอลโจมตีคลังน้ำมันอิหร่านครั้งแรก นับตั้งแต่สงครามรอบใหม่ปะทุขึ้นเมื่อ 8 วันก่อน สร้างความเสียหายหนักหน่วง ไฟลุกโหมกระหน่ำ ดับชีวิต 4 ราย สร้างควันดำปกคลุมท้องฟ้าเตหะราน สถานการณ์ตึงเครียดยิ่งขึ้นในตะวันออกกลาง

อิสราเอลโจมตีคลังน้ำมันอิหร่านครั้งแรก ดับ 4 ศพ ไฟลุกไหม้รุนแรง

จากรายงานของสำนักข่าวอัลจาซีรา เมื่อวันที่ 8 มี.ค. 2569 อิสราเอลได้发动การโจมตีทางอากาศครั้งแรกต่อคลังน้ำมันของอิหร่าน นับตั้งแต่สงครามเริ่มต้นเมื่อ 28 ก.พ. ที่ผ่านมา การโจมตีนี้ครอบคลุม 4 จุดสำคัญ ทำให้เกิดเพลิงไหม้รุนแรง ควันดำหนาทึบปกคลุมน่านฟ้าเหนือกรุงเตหะราน ผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 4 ราย ส่วนใหญ่เป็นคนขับรถบรรทุกน้ำมัน

ไฟไหม้ที่คลังน้ำมันชาห์รัน (Shahran)
ไฟไหม้ที่คลังน้ำมันชาห์รัน (Shahran)

สงครามระหว่างอิสราเอล สหรัฐฯ และอิหร่านดำเนินมาถึงวันที่ 9 แล้ว ผู้เสียชีวิตสะสมในอิหร่านกว่า 1,300 ราย เลบานอน 300 ราย ขณะที่ฝั่งอิสราเอลเสียชีวิต 12 ราย สำนักข่าวฟาร์สของอิหร่านรายงานว่า ขีปนาวุธตกใส่คลังน้ำมัน 4 แห่ง ได้แก่ คลังน้ำมันอักดาซีเอห์ (Aghdasieh) ทางตะวันออกเฉียงเหนือของเตหะราน โรงกลั่นน้ำมันเตหะรานทางตอนใต้ คลังชาห์รันทางตะวันตก และคลังในเมืองคาราจ จังหวัดอัลบอร์ซ

ผลกระทบจากการโจมตีคลังน้ำมันอิหร่าน

น้ำมันรั่วไหลลงถนน สร้างความเสี่ยงสูง ทางการอิหร่านยืนยันยังไม่ขาดแคลนเชื้อเพลิง แต่เจ้าหน้าที่ดับเพลิงกำลังเร่งทำงาน อิสราเอลแถลงว่าการโจมตีมุ่งเป้าคลังที่สนับสนุนโครงสร้างทหารอิหร่าน นายโตฮิด อาซาดี ผู้สื่อข่าวอัลจาซีรา จากเตหะราน ระบุว่านี่รุนแรงที่สุดเท่าที่เคยเกิด นับตั้งแต่สงคราม 12 วันปีก่อน เขาเห็น “หยดฝนสีดำ” ตกในเช้าตรู่ เสี่ยงอากาศเป็นพิษ สถานการณ์วิกฤตทั้งสงครามและสิ่งแวดล้อม

ไฟไหม้ที่คลังน้ำมันอักดาซีเอห์ (Aghdasieh)
ไฟไหม้ที่คลังน้ำมันอักดาซีเอห์ (Aghdasieh)

เหตุการณ์ อิสราเอลโจมตีคลังน้ำมันอิหร่านครั้งแรก นี้ สะท้อนความขัดแย้งที่ลุกลาม กระทบเศรษฐกิจพลังงานโลก ราคาน้ำมันอาจพุ่งสูง หากสงครามยืดเยื้อ อิหร่านเป็นผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ การถูกโจมตีโครงสร้างพื้นฐานแบบนี้ อาจนำไปสู่การตอบโต้รุนแรงยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ ยังมีรายงานผู้บาดเจ็บจำนวนมาก ชาวบ้านในพื้นที่ใกล้เคียงต้องอพยพ ไฟไหม้ลุกลามนานหลายชั่วโมง สร้างมลพิษทางอากาศรุนแรง ผู้เชี่ยวชาญเตือนถึงความเสี่ยงสุขภาพระยะยาวจากควันพิษ

  • จุดโจมตีหลัก: คลังชาห์รัน, อักดาซีเอห์, โรงกลั่นเตหะราน, คลังคาราจ
  • ผู้เสียชีวิต: อย่างน้อย 4 ราย จากรถบรรทุกน้ำมัน
  • ผลกระทบ: ไฟลุกไหม้รุนแรง, ควันดำปกคลุม, เสี่ยงขาดแคลนเชื้อเพลิง
  • บริบทสงคราม: เข้าสู่วันที่ 9, ผู้ตายรวมกว่า 1,600 ราย

สถานการณ์ในตะวันออกกลางกำลังตึงเครียดสุดขีด การโจมตีครั้งนี้อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ หากคุณสนใจข่าวต่างประเทศ สามารถติดตามอัปเดตได้ที่เว็บไซต์ของเรา เพื่อไม่พลาดข้อมูลล่าสุด เราคิดว่าสงครามครั้งนี้จะส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันและเศรษฐกิจโลกอย่างหนัก ควรจับตาอย่างใกล้ชิด

ที่มา – อิสราเอลโจมตีคลังน้ำมันอิหร่านครั้งแรก ดับ 4 ศพ ไฟลุกไหม้รุนแรง

สภาอิหร่านเผย เลือกผู้นำสูงสุดคนใหม่แล้ว แต่ยังไม่บอกว่าเป็นใคร

สภาอิหร่านเผย เลือกผู้นำสูงสุดคนใหม่แล้ว แต่ยังไม่บอกว่าเป็นใคร ข่าวนี้กลายเป็นประเด็นร้อนในวงการข่าวต่างประเทศทันที เมื่อสมาชิกสภาผู้เชี่ยวชาญของอิหร่านหลายคนออกมาเปิดเผยข้อมูลสำคัญนี้ สร้างความฮือฮาให้กับโลกทั้งใบ โดยเฉพาะท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดระหว่างอิหร่าน สหรัฐฯ และอิสราเอล

สภาอิหร่านเผย เลือกผู้นำสูงสุดคนใหม่แล้ว แต่ยังไม่บอกว่าเป็นใคร

เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2569 อยาตอลเลาะห์ อาหมัด อาลาม อัล-โฮดา ซึ่งเป็นนักบวชระดับสูงและสมาชิกของสภาผู้เชี่ยวชาญ (Assembly of Experts) ได้ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวเมห์ร (Mehr) อย่างชัดเจนว่า การเลือกตั้งผู้นำสูงสุดคนใหม่ได้ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว และบุคคลที่ได้รับเลือกก็ได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการเรียบร้อย นายอัล-โฮดายังปฏิเสธข่าวลือที่แพร่สะพัดว่าสภายังไม่ได้ตัดสินใจ โดยเรียกมันว่า “คำลวงทั้งสิ้น” และย้ำว่าตอนนี้ขึ้นอยู่กับสำนักงานเลขาธิการของสภา ซึ่งนำโดยอยาตอลเลาะห์ ฮอสเซนี บูเชห์รี ที่จะประกาศผลเมื่อใด

นอกจากนี้ อยาตอลเลาะห์ ไฮดารี สมาชิกสภาอีกคน ก็ยืนยันผ่านสำนักข่าว ISNA ว่าตัวเลือกที่ “ดีที่สุด” ได้รับความเห็นชอบจากเสียงส่วนใหญ่แล้ว และที่น่าสนใจคือ แม้แต่ “ซาตานผู้ยิ่งใหญ่” ซึ่งเป็นคำเรียกสหรัฐอเมริกาตามที่ผู้นำการปฏิวัติอิสลามอย่างอายาตอลเลาะห์ โคเมนี และอาลี คาเมเนอี เคยใช้ ก็ยังเอ่ยชื่อบุคคลผู้นี้

สภาอิหร่านเผยข้อมูลสำคัญท่ามกลางวิกฤต

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ออกมาแสดงท่าทีต่อต้านการสืบทอดตำแหน่งของโมจตาบา คาเมเนอี บุตรชายของอาลี คาเมเนอี ที่เสียชีวิตจากการโจมตีทางอากาศของอิสราเอลเมื่อ 28 กุมภาพันธ์ ทรัมป์มองว่าเป็นเรื่องยอมรับไม่ได้หากเกิดการสืบทอดแบบ王朝

แม้สภาจะเลือกเสร็จแล้ว แต่การประกาศยังล่าช้า สมาชิกสภาหลายคนเริ่มไม่พอใจ โดยผู้เชี่ยวชาญบางส่วนชี้ว่าปัญหาอยู่ที่ไม่สามารถประชุมตัวต่อตัวได้ เนื่องจากภัยคุกคามจากการโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอล นายโมห์เซน บอร์ฮานี นักกฎหมายจากมหาวิทยาลัยเตหะราน โพสต์บนแพลตฟอร์ม X ว่า ตามรัฐธรรมนูญอิหร่าน การประชุมต้องมีสมาชิกอย่างน้อย 2 ใน 3 เข้าร่วมด้วยตนเอง มิเช่นนั้นการประกาศจะขาดความชอบธรรมทางกฎหมาย

สถานการณ์นี้สะท้อนถึงความซับซ้อนของระบบการเมืองอิหร่าน ที่ผู้นำสูงสุดมีอำนาจสูงสุดเหนือประธานาธิบดี สภาผู้เชี่ยวชาญประกอบด้วยนักบวชชิอะห์ 88 คน คัดเลือกโดยประชาชน และมีหน้าที่สำคัญในการกำกับดูแลและเลือกผู้นำสูงสุด หลังจากคาเมเนอีเสียชีวิต สภาเร่งดำเนินการท่ามกลางสงครามตัวแทนในตะวันออกกลาง

  • ประวัติสภาผู้เชี่ยวชาญ: ก่อตั้งหลังปฏิวัติ 1979 มีบทบาทคัดเลือกผู้นำ
  • ตัวผู้สมัครที่เป็นไปได้: โมจตาบา คาเมเนอี หรือนักบวชอื่นๆ
  • ผลกระทบ: อาจเปลี่ยนทิศทางนโยบายนิวเคลียร์และความสัมพันธ์กับตะวันตก

ข่าว สภาอิหร่านเผย เลือกผู้นำสูงสุดคนใหม่แล้ว แต่ยังไม่บอกว่าเป็นใคร นี้ยังคงเป็นปริศนา และอาจส่งผลต่อภูมิรัฐศาสตร์โลก นักวิเคราะห์มองว่าอิหร่านกำลังเตรียมพร้อมรับมือแรงกดดันจากภายนอก

ในมุมมองของผู้เขียน สถานการณ์นี้อาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ หากผู้นำใหม่มีแนวทางแข็งกร้าวยิ่งขึ้น คุณคิดอย่างไร ลองแสดงความเห็นในคอมเมนต์และติดตามข่าวอัปเดตจากเราเพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ!

ที่มา – สภาอิหร่านเผย เลือกผู้นำสูงสุดคนใหม่แล้ว แต่ยังไม่บอกว่าเป็นใคร

Scroll to top