การจัดตั้งรัฐบาล

โผ ครม.อนุทิน ใกล้คลอด 99.5% ปิดตำนาน มท.2

โผ ครม.อนุทิน ใกล้คลอด 99.5 % ปิดตำนาน มท.2 ขยับ “ทรงศักดิ์” ขึ้นชั้น รองนายกรัฐมนตรี เป็นข่าวใหญ่ที่ทุกคนในวงการการเมืองกำลังจับตาในขณะนี้! หลังจากที่การจัดตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ของนายอนุทิน ชาญวีรกูล กำลังเข้าสู่ช่วงสุดท้าย โดยล่าสุดพรรคภูมิใจไทยได้ส่งรายชื่อผู้สมัครเข้าตำแหน่งไปตรวจสอบกับ 18 หน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว มีรายชื่อกว่า 40 ชื่อ รวมถึงชื่อสำรองหากมีใครขาดคุณสมบัติ นี่คือสัญญาณว่าทุกอย่างใกล้ลงตัวสุดๆ

โผ ครม.อนุทิน ใกล้คลอด 99.5 % ปิดตำนาน มท.2 ขยับ “ทรงศักดิ์” ขึ้นชั้น รองนายกรัฐมนตรี

จุดเด่นที่สุดของโผครม.ชุดนี้คือการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งของนายทรงศักดิ์ ทองศรี แกนนำพรรคภูมิใจไทย ที่ครองตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.2) มาอย่างยาวนานตั้งแต่สมัยรัฐบาลประยุทธ์ จวบจนรัฐบาลเศรษฐา แพทองธาร และอนุทิน 1 ล่าสุดมีข้อมูลว่าเขาจะขยับขึ้นเป็นรองนายกรัฐมนตรี ดูแลปัญหาน้ำทั่วประเทศและยาเสพติด แทนที่นายโสภณ ซึ่งถือเป็นการปิดตำนาน มท.2 อย่างเป็นทางการ!

สำหรับสัดส่วนของพรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล จะเป็นนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยมีรัฐมนตรีช่วย 3 คน ได้แก่ นายวรศิษฏ์ เลียงประสิทธิ์ (ส.ส.สตูล), นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ (ส.ส.อุทัยธานี) และนายพลพีร์ สุวรรณฉวี (ส.ส.นครราชสีมา)

รายชื่อรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและกระทรวงสำคัญ

ส่วนรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี มี 4 ชื่อ ได้แก่:

  • นายภราดร ปริศนานันทกุล (ส.ส.อ่างทอง)
  • นางศุภมาส อิศรภักดี (ส.ส.บัญชีรายชื่อ)
  • นายนภินทร ศรีสรรพางค์ (แกนนำพรรค)
  • นางสุขสมรวย วันทนียกุล (ส.ส.อำนาจเจริญ)

กระทรวงกลาโหมชัดเจนแล้ว พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ ขยับจากรัฐมนตรีช่วยเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กระทรวงยุติธรรมยังเป็นพล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ เหมือนเดิม

กระทรวงคมนาคม นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ เป็นรัฐมนตรีว่าการ โดยมีรัฐมนตรีช่วย 3 คน: นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ (ส.ส.ศรีสะเกษ), นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ (ส.ส.พิจิตร), นายสรรเพชญ บุญญามณี (ส.ส.สงขลา)

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม: นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการ และนางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย (ส.ส.อุบลราชธานี) เป็นรัฐมนตรีช่วย

กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา: นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม: นายสุชาติ ชมกลิ่น

กระทรวงพลังงาน: นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์

กระทรวงวัฒนธรรม: นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์

กระทรวงสาธารณสุข: นายพัฒนา พร้อมพัฒน์

กระทรวงอุตสาหกรรม: นายวราวุธ ศิลปอาชา

โควตานายกรัฐมนตรีและพรรคร่วม

โควตาส่วนตัวของนายอนุทิน ประกอบด้วย:

  • นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว – รองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ
  • นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ – รองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
  • นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ – รองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (ไม่มีรัฐมนตรีช่วย เพื่อให้ทำงานเต็มที่)
  • นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ – รองนายกฯ ดูแลกฎหมาย

พรรคร่วมรัฐบาลได้ 5 กระทรวง 9 ตำแหน่ง รวมรัฐมนตรีช่วย 3 ตำแหน่ง และรองประธานสภา 1 คน เช่น กระทรวงเกษตรฯ ศึกษาฯ อว. แรงงาน และพม. ส่วนพรรคพลังประชารัฐได้ 1 ตำแหน่ง

การปรับโผครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงกลยุทธ์ของพรรคภูมิใจไทยในการกระจายอำนาจและมุ่งแก้ปัญหาเรื้อรังอย่างน้ำท่วมและยาเสพติด ซึ่งนายทรงศักดิ์มีประสบการณ์ยาวนาน คาดว่าจะช่วยให้รัฐบาลชุดใหม่เดินหน้าอย่างมีประสิทธิภาพ

คุณคิดอย่างไรกับโผ ครม.อนุทิน ใกล้คลอด 99.5 % ปิดตำนาน มท.2 ขยับ “ทรงศักดิ์” ขึ้นชั้น รองนายกรัฐมนตรี? แสดงความเห็นในคอมเมนต์และติดตามข่าวการเมืองอัปเดตที่นี่!

ที่มา – โผ ครม.อนุทิน ใกล้คลอด 99.5 % ปิดตำนาน มท.2 ขยับ “ทรงศักดิ์” ขึ้นชั้น รองนายกรัฐมนตรี

“อนุทิน” พูดชัด พรรคร่วมรัฐบาลครบ ไม่เกิน 300

“อนุทิน” พูดชัด พรรคร่วมรัฐบาลครบแล้ว ไม่ต้องการรัฐบาลเกิน 300 ยอมรับ เป็นประเด็นร้อนที่ทุกคนกำลังจับตามองในแวดวงการเมืองไทยช่วงนี้เลยครับ วันนี้เรามาเจาะลึกการแถลงข่าวของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ที่ชี้แจงสถานการณ์ชัดเจนแบบไม่มีกั๊ก

“อนุทิน” พูดชัด พรรคร่วมรัฐบาลครบแล้ว ไม่ต้องการรัฐบาลเกิน 300 ยอมรับ

เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2569 เวลา 14.45 น. นายอนุทิน ได้แถลงข่าวร่วมกับแกนนำพรรคเพื่อไทย เช่น นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรค นายชูศักดิ์ ศิรินิล และนางสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รองหัวหน้าพรรค โดยพรรคเพื่อไทยได้ยื่นรายชื่อบุคคลเพื่อเสนอตำแหน่งรองประธานสภาผู้แทนราษฎรให้พรรคภูมิใจไทย ก่อนรัฐพิธีเปิดประชุมสภาฯ วันที่ 14 มี.ค. และการประชุมนัดแรกเพื่อลงมติประธานสภาและรองประธาน 3 ตำแหน่ง

นายอนุทิน ย้ำว่าพรรคภูมิใจไทยและเพื่อไทยจะเสนอชื่อทั้งหมดให้ลงมติ โดยหลังจากนั้นจะหารือไทม์ไลน์ต่อไป แต่ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาพูดถึงรายละเอียด สิ่งสำคัญคือพรรคร่วมรัฐบาลของพวกเขาครบแล้ว! รวมพรรคภูมิใจไทย เพื่อไทย และพรรคเล็กๆ ที่มีจำนวน ส.ส. เหมาะสมในการบริหารนิติบัญญัติและประเทศชาติ เพื่อความชัดเจนและรับใช้ประชาชน

หลักเกณฑ์เลือกประธานสภาและเหตุผลที่ไม่รวมบางพรรค

เมื่อถูกถามถึงชื่อผู้เสนอเป็นประธานสภา นายอนุทิน หัวเราะเบาๆ แล้วบอกว่า “ขอรอก่อน มันเป็นมารยาท” ส่วนหลักเกณฑ์คือต้องมีประสบการณ์ ความรู้ รอบรู้กฎหมาย อาวุโส และได้รับการยอมรับจาก ส.ส. และพรรคร่วม

เรื่องจำนวนเสียง? “แถวๆ 291 เสียงครับ” ไม่รวมพรรคกล้าธรรมหรือประชาธิปัตย์ เพราะ “จำนวนพอแล้ว สะดวกบริหาร” พรรคร่วมรัฐบาลชัดเจน ไม่ต้องการเกิน 300 เสียง แม้จะยอมรับอึดอัดที่คนเคยรักอย่างร้อยเอกธรรมนัส กลายเป็นฝ่ายค้าน แต่ “มีเหตุผล ฝืนไม่ได้” ความผูกพันยังอยู่ แต่การเมืองคือการเมือง

  • พรรคเพื่อไทยส่งรายชื่อรองประธานสภาแล้ว รอลงมติ 15 มี.ค.
  • ยังไม่พูดถึงรายชื่อ ครม. ต้องรอเลือกนายกฯ ก่อน
  • มั่นใจไม่มีปัญหาจริยธรรม เพราะตรวจสอบตามกฎหมาย

นายจุลพันธ์ เสริมว่ารายชื่อรัฐมนตรีเพื่อไทยยังไม่เสร็จ ต้องตามขั้นตอนหลังเลือกประธานสภา และมอบหมาย กบ.พรรคคัดเลือกบุคลากร คุณสมบัติจะตรวจกับ 18 หน่วยงาน ไม่ต้องห่วง

นายอนุทิน ยังย้ำถึงความมั่นใจรับมือฝ่ายค้าน “เราทำตามรัฐธรรมนูญ พร้อมชี้แจงทุกประเด็น” และไม่กังวลเรื่องจริยธรรมรัฐมนตรี เพราะทุกคนต้องผ่านการตรวจสอบ ไม่ใช่เรื่องอารมณ์ แต่ทำงานรับใช้บ้านเมือง

สรุปแล้ว “อนุทิน” พูดชัด พรรคร่วมรัฐบาลครบแล้ว ไม่ต้องการรัฐบาลเกิน 300 ยอมรับ เป็นการวางหมากการเมืองที่ชัดเจน หลีกเลี่ยงความขัดแย้งเก่าๆ เพื่อเดินหน้าประเทศ

คุณคิดอย่างไรกับการจัดตั้งรัฐบาลครั้งนี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ได้เลย และอย่าลืมติดตามอัปเดตข่าวการเมืองล่าสุดกับเราเพื่อไม่พลาดทุกมุมมอง!

ที่มา – “อนุทิน” พูดชัด พรรคร่วมรัฐบาลครบแล้ว ไม่ต้องการรัฐบาลเกิน 300 ยอมรับ

เพื่อไทยมาส่งโผ “อนุทิน” หยอดหวาน “หนูมารอหนิมตั้งนาน” ก่อนสวมกอดชื่นมื่น

ในวงการการเมืองไทยที่เต็มไปด้วยความเคลื่อนไหวสุดเข้มข้น ล่าสุดเกิดเหตุการณ์น่ารักๆ ที่ทำให้หลายคนยิ้มได้ เมื่อเพื่อไทยมาส่งโผ “อนุทิน” หยอดหวาน “หนูมารอหนิมตั้งนาน” ก่อนสวมกอดชื่นมื่น บรรยากาศเป็นกันเองสุดๆ ระหว่างแกนนำพรรคใหญ่สองพรรค มาดูรายละเอียดกันเลยครับ

เพื่อไทยมาส่งโผ “อนุทิน” หยอดหวาน “หนูมารอหนิมตั้งนาน” ก่อนสวมกอดชื่นมื่น

วันที่ 12 มีนาคม 2567 ที่ทำการพรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ยืนรอต้อนรับคณะแกนนำพรรคเพื่อไทยอย่างอบอุ่น นำทีมโดยนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย พร้อมนายชูศักดิ์ ศิรินิล และนางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล พวกเขามายื่นรายชื่อรัฐมนตรีในสัดส่วนของพรรคเพื่อไทย รวมถึงรายชื่อรองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2 ให้พรรคภูมิใจไทยในฐานะแกนนำจัดตั้งรัฐบาล

เพื่อไทยมาส่งโผ อนุทิน หยอดหวาน หนูมารอหนิม

ทันทีที่รถของนายจุลพันธ์จอด นายอนุทินก็รีบเดินเข้าไปทักทายด้วยรอยยิ้มกว้าง พร้อมหยอดหวานว่า “หนิม หนูมารอหนิมตั้งนาน” ก่อนจะสวมกอดกันอย่างชื่นมื่น เป็นการพบกันครั้งแรกหลังจากที่นายจุลพันธ์หายเจ็บป่วย ไม่ได้ร่วมแถลงตั้งรัฐบาลก่อนหน้า บรรยากาศแบบนี้ทำให้ทุกคนในที่เกิดเหตุรู้สึกอบอุ่นใจ เหมือนครอบครัวใหญ่ที่รวมตัวกันเพื่อทำงานเพื่อประเทศ

อนุทินสวมกอดจุลพันธ์ ชื่นมื่น

เพื่อไทยมาส่งโผ “อนุทิน” หยอดหวาน “หนูมารอหนิมตั้งนาน” ความหมายสำคัญอย่างไร

การส่งโผรายชื่อรัฐมนตรีครั้งนี้ ไม่ใช่แค่เรื่องเอกสาร แต่เป็นสัญญาณชัดเจนของความเป็นปึกแผ่นในพรรคร่วมรัฐบาล นายอนุทินมั่นใจว่าทุกอย่างจะราบรื่น ก่อนเข้าสู่การประชุมสภาที่สำคัญ คาดว่าจะหารือแนวทางการลงมติเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร รองประธานสภา และนายกรัฐมนตรี ให้ตรงกันทุกพรรค

พรรคภูมิใจไทยยังนัด ส.ส. ประชุมเตรียมพร้อมสำหรับรัฐพิธีเปิดประชุมรัฐสภาวันที่ 14 มีนาคม 2567 ส่วนวันที่ 15 มีนาคม จะเป็นวันประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 27 สมัยสามัญประจำปีครั้งที่ 1 มีวาระหลักคือเลือกประธานสภาและรองประธานสภาฯ 2 คน ซึ่งเป็นก้าวแรกของการนิติบัญญัติอย่างเป็นทางการ

บริบทการเมืองและพรรคร่วมรัฐบาล

หลังการเลือกตั้งใหญ่ พรรคเพื่อไทยและภูมิใจไทยจับมือกันตั้งรัฐบาล โดยพรรคภูมิใจไทยรับบทแกนนำจัดตั้ง นำโดยนายอนุทินที่ได้รับความไว้วางใจให้เป็นนายกรัฐมนตรี เหตุการณ์เพื่อไทยมาส่งโผ “อนุทิน” หยอดหวาน “หนูมารอหนิมตั้งนาน” ก่อนสวมกอดชื่นมื่น จึงยิ่งตอกย้ำความสัมพันธ์อันดี ไม่มีดราม่าหรือขัดแย้งแบบที่หลายคนกังวล

  • รายชื่อรัฐมนตรี: เพื่อไทยส่งสัดส่วนเต็มตามข้อตกลง
  • รองประธานสภา: เสนอชื่อคนที่ 2 ให้ภูมิใจไทย
  • การลงมติ: ประสานงานให้โหวตเดียวกัน
  • กำหนดการ: เปิดสภา 14 มี.ค. เลือกประธาน 15 มี.ค.

นอกจากนี้ ยังมีการพูดคุยถึงนโยบายเร่งด่วน เช่น เศรษฐกิจ การเกษตร และสาธารณสุข ซึ่งเป็นจุดแข็งของทั้งสองพรรค การทำงานร่วมกันแบบนี้จะช่วยให้รัฐบาลใหม่เดินหน้าต่อได้อย่างมั่นคง

ในมุมมองของผม เหตุการณ์หยอดหวานนี้ไม่ใช่แค่โมเมนต์น่ารัก แต่เป็นสัญลักษณ์ของความสามัคคีที่การเมืองไทยต้องการมานาน ถ้าพรรคร่วมรัฐบาลยังคงแบบนี้ต่อไป ประชาชนอย่างเราก็น่าจะได้ประโยชน์เต็มๆ คุณล่ะคิดเห็นยังไงกับเพื่อไทยมาส่งโผ “อนุทิน” หยอดหวาน “หนูมารอหนิมตั้งนาน” ก่อนสวมกอดชื่นมื่น ? คอมเมนต์แชร์ความคิดเห็นด้านล่างเลยนะ แล้วอย่าลืมติดตามข่าวการเมืองอัปเดตประจำวัน!

ที่มา – เพื่อไทยมาส่งโผ “อนุทิน” หยอดหวาน “หนูมารอหนิมตั้งนาน” ก่อนสวมกอดชื่นมื่น

“ภูมิใจไทย” คึกคักประชุม สส. ก่อนเปิดสภาฯ

การเมืองไทยกำลังเข้าสู่ช่วงเวลาสำคัญอีกครั้ง กับกระแส“ภูมิใจไทย” คึกคักประชุม สส. ก่อนเปิดสภาฯ จับตา “เพื่อไทย” บุกถิ่นสีน้ำเงินส่งโผ ครม. ที่กำลังเป็นประเด็นร้อนในแวดวงนักการเมือง โดยเฉพาะการเตรียมความพร้อมของพรรคภูมิใจไทยก่อนการเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรชุดใหม่ ซึ่งจะมีผลกระทบต่อการจัดตั้งรัฐบาลและนโยบายสำคัญของประเทศ

“ภูมิใจไทย” คึกคักประชุม สส. ก่อนเปิดสภาฯ จับตา “เพื่อไทย” บุกถิ่นสีน้ำเงินส่งโผ ครม.

เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2567 ณ อาคารพรรคภูมิใจไทย เกิดการรวมตัวครั้งใหญ่ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) และสมาชิกพรรค เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนรัฐพิธีเปิดสภาในวันที่ 14 มีนาคม และการเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรชุดที่ 27 อย่างเป็นทางการในวันที่ 15 มีนาคม บรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคัก แกนนำพรรคและ ส.ส. เดินทางมาร่วมอย่างพร้อมเพรียง ไม่ว่าจะเป็นนายศุภชัย ใจสมุทร นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล รวมถึงกลุ่ม ส.ส. เลือดใหม่ที่กำลังจะมีบทบาทสำคัญในสภาใหม่

การประชุมครั้งนี้ไม่ใช่แค่การรวมตัวธรรมดา แต่เป็นการวางแผนยุทธศาสตร์เพื่อผลักดันนโยบายหลักของพรรค โดยเฉพาะในสมัย “อนุทิน 2” ที่คาดว่าจะชูแนวคิด “ใช้นิติบัญญัตินำระบบบริหาร” ซึ่งเน้นการกำจัดหรือ “กิโยติน” กฎหมายที่ล้าสมัยและเป็นอุปสรรคต่อประชาชน นักลงทุน และเศรษฐกิจฐานราก พรรคภูมิใจไทยมองว่านี่คือกุญแจสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจให้ฟื้นตัวอย่างยั่งยืน

ทีมยุทธศาสตร์พรรควางเป้ารื้อกฎหมายเก่า

ในช่วงเช้าของการประชุม ทีมยุทธศาสตร์พรรคได้หารือแนวทางงานด้านนิติบัญญัติอย่างละเอียด โดยมีเป้าหมายชัดเจนในการโละกฎหมายที่ขัดขวางการทำมาหากินของประชาชน เช่น กฎระเบียบที่ทำให้การลงทุนล่าช้า หรือข้อจำกัดที่ไม่สอดคล้องกับยุคดิจิทัล นโยบายนี้จะช่วยให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นเศรษฐกิจดิจิทัลได้เร็วขึ้น

  • กิโยตินกฎหมายล้าหลัง: ลดขั้นตอนราชการที่ซับซ้อน
  • กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก: สนับสนุน SME และเกษตรกร
  • ปรับปรุงกฎหมายลงทุน: ดึงดูดนักลงทุนต่างชาติ
  • นิติบัญญัติเชิงรุก: ออกกฎหมายใหม่เพื่อแก้ปัญหาเร่งด่วน

นอกจากนี้ ไฮไลต์สำคัญที่ทุกคนจับตาคือการเคลื่อนไหวของพรรคเพื่อไทย ซึ่งนำโดยนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรค และนายประเสริฐ จันทรวงทอง เลขาธิการพรรค ที่มีกำหนดเดินทางบุกถิ่นสีน้ำเงินของพรรคภูมิใจไทย เพื่อยื่นรายชื่อบุคคลที่เสนอให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีในโควตาของพรรคเพื่อไทย รวมถึงตำแหน่งรองประธานสภาคนที่ 2 การส่งโผครม. ครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการเจรจาจัดตั้งรัฐบาลผสมที่มั่นคง

ความหมายของการบุกถิ่นสีน้ำเงิน

ถิ่นสีน้ำเงินหมายถึงฐานที่มั่นของพรรคภูมิใจไทยที่แข็งแกร่ง การที่เพื่อไทยบุกมานำโผครม. แสดงถึงความสัมพันธ์อันดีระหว่างสองพรรคใหญ่ในฝ่ายค้านเดิมที่หันมาเป็นพันธมิตร นักวิเคราะห์การเมืองมองว่านี่อาจนำไปสู่การจัดสรรเก้าอี้ครม. ที่สมดุล โดยพรรคภูมิใจไทยน่าจะได้โควตาสำคัญในกระทรวงเศรษฐกิจและสาธารณสุข ตามผลงานที่ผ่านมา

สถานการณ์การเมืองไทยหลังการเลือกตั้งครั้งล่าสุดยังคงเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน แต่การประชุมครั้งนี้ของพรรคภูมิใจไทยแสดงให้เห็นถึงความเป็นมืออาชีพและพร้อมรบ ส.ส.เลือดใหม่หลายคนที่เข้าร่วมยังได้แลกเปลี่ยนมุมมองเพื่อเตรียมรับมือกับการอภิปรายในสภา ซึ่งคาดว่าจะร้อนแรงตั้งแต่สมัยประชุมแรก

โดยรวมแล้ว “ภูมิใจไทย” คึกคักประชุม สส. ก่อนเปิดสภาฯ จับตา “เพื่อไทย” บุกถิ่นสีน้ำเงินส่งโผ ครม. ถือเป็นสัญญาณบวกสำหรับการเมืองไทยที่กำลังมุ่งสู่ความมั่นคง การรื้อกฎหมายล้าสมัยจะเป็นนโยบายที่ประชาชนรอคอยมานาน หากรัฐบาลใหม่สามารถผลักดันได้จริง เศรษฐกิจไทยจะพลิกฟื้นได้ไม่ยาก

คุณคิดอย่างไรกับการเคลื่อนไหวครั้งนี้? การกิโยตินกฎหมายจะช่วยแก้ปัญหาเศรษฐกิจได้จริงหรือไม่ ติดตามข่าวสารการเมืองอัปเดตและวิเคราะห์เพิ่มเติมได้ที่บล็อกของเรา เพื่อไม่พลาดทุกความเคลื่อนไหวสำคัญ!

ที่มา – “ภูมิใจไทย” คึกคักประชุม สส. ก่อนเปิดสภาฯ จับตา “เพื่อไทย” บุกถิ่นสีน้ำเงินส่งโผ ครม.

“อนุทิน” พูดชัด ไม่ควบ “กลาโหม” บอกเป็นนายกฯก็คุมอยู่แล้ว

“อนุทิน” พูดชัด ไม่ควบ “กลาโหม” บอกเป็นนายกฯก็คุมอยู่แล้ว เป็นประเด็นร้อนในวงการการเมืองไทยช่วงนี้ เมื่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยและว่าที่นายกรัฐมนตรี ได้ออกมาให้สัมภาษณ์อย่างชัดเจนถึงเรื่องการควบคุมกระทรวงกลาโหม ท่ามกลางสถานการณ์ภัยความมั่นคงทั้งภายในและภายนอกที่กำลังเป็นที่กังวลของประชาชน

“อนุทิน” พูดชัด ไม่ควบ “กลาโหม” บอกเป็นนายกฯก็คุมอยู่แล้ว

ในวันที่ 2 มีนาคม 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ได้ตอบคำถามสื่อมวลชนเกี่ยวกับความสนใจในการควบคุมกองทัพและหน่วยงานความมั่นคงด้วยตัวเองหรือไม่ โดยยืนยันอย่างหนักแน่นว่านายกรัฐมนตรีสามารถคุมได้อยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องนั่งตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเพื่อให้สมบูรณ์แบบ เพราะในฐานะนายกรัฐมนตรีนั้นสามารถกำกับดูแลได้โดยตรงอยู่แล้ว คำตอบนี้สะท้อนถึงความมั่นใจในโครงสร้างอำนาจของรัฐบาลไทยที่ชัดเจน

สถานการณ์ภัยความมั่นคงและบทบาทนายกรัฐมนตรี

ปัจจุบัน ประเทศไทยกำลังเผชิญกับความท้าทายด้านความมั่นคงหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาภายในประเทศ เช่น การชุมนุมทางการเมือง หรือภัยจากภายนอกอย่างความขัดแย้งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นายอนุทิน มองว่าตำแหน่งนายกรัฐมนตรีมีอำนาจสูงสุดในการกำกับดูแลหน่วยงานความมั่นคงทั้งหมด โดยไม่จำเป็นต้องควบตำแหน่งกลาโหมเพิ่มเติม ซึ่งเป็นมุมมองที่ช่วยลดกระแสคาดเดาในวงการการเมือง

เมื่อผู้สื่อข่าวถามต่อว่านี่หมายถึงจะยังคงควบกระทรวงมหาดไทยต่อไปหรือไม่ นายอนุทิน ตอบแบบกั๊กๆ ว่า “เดี๋ยวค่อยว่ากัน” โดยขอรอการรับรองผล ส.ส.ใหม่ การเลือกประธานสภา และการเลือกนายกรัฐมนตรีให้เรียบร้อยก่อน เพราะตำแหน่งคณะรัฐมนตรีต้องรอพระราชโองการโปรดเกล้าฯ ไม่ใช่อำนาจของนายกฯ เพียงผู้เดียว นี่คือหลักการที่นายอนุทินยึดถือ เพื่อหลีกเลี่ยงการคาดเดาที่อาจนำไปสู่ความขัดแย้ง

สัมมนาภูมิใจไทยที่บุรีรัมย์: ไม่ใช่การตกลงร่วมรัฐบาล

อีกประเด็นที่ได้รับความสนใจคือการประชุม ส.ส. พรรคภูมิใจไทย ในวันที่ 8 มีนาคม 2569 ที่จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งหลายคนคาดหวังว่าจะมีการประกาศพันธมิตรรัฐบาลชัดเจน แต่ “อนุทิน” พูดชัด ไม่ควบ “กลาโหม” บอกเป็นนายกฯก็คุมอยู่แล้ว และยืนยันว่าการประชุมนี้เป็นเพียง “ปฐมนิเทศ ส.ส.ใหม่” เท่านั้น เนื่องจากพรรคภูมิใจไทยมี ส.ส. เพิ่มจากเดิม 70 กว่าคน สู่ 192 คน จึงต้องสร้างความคุ้นเคย สนิทสนมกัน

กำหนดการจะมีทั้งส่วนวิชาการและสันทนาการ เช่น เต้นไก่ย่างถูกเผา เพื่อละลายพฤติกรรมให้ ส.ส. รุ่นใหม่เข้ากับรุ่นเก่าได้ดี นอกจากนี้ เรื่องการนัดเปิดประชุมสภาเลือกประธานสภา นายอนุทิน ก็บอกแค่ว่า “รอก่อน” แสดงถึงความรอบคอบในการวางแผน

  • จุดเด่นของพรรคภูมิใจไทย: ส.ส. เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด สู่ 192 เสียง
  • กิจกรรมปฐมนิเทศ: เน้นทั้งวิชาการและสนุกสนาน เช่น เต้นรำ
  • มุมมองอนุทิน: มั่นใจในอำนาจนายกฯ คุมกลาโหมได้โดยไม่ต้องควบ

การเคลื่อนไหวของพรรคภูมิใจไทยในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการเตรียมพร้อมสู่การจัดตั้งรัฐบาล โดยนายอนุทินในฐานะหัวหน้าพรรค ได้แสดงวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน ช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้ฐานเสียง

วิเคราะห์สถานการณ์การเมืองไทยหลังเลือกตั้ง

หลังการเลือกตั้งใหญ่ พรรคภูมิใจไทยกลายเป็นพรรคเด่นด้วยคะแนนเสียงที่พุ่งสูง ส.ส. 192 คน ทำให้มีบทบาทสำคัญในการเจรจาจัดตั้งรัฐบาล การที่นายอนุทินไม่รีบประกาศตำแหน่งต่างๆ แสดงถึงความเป็นมืออาชีพและเคารพกระบวนการตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งช่วยลดแรงเสียดทานระหว่างพรรคร่วม

ในแง่ภัยความมั่นคง การยืนยันว่านายกฯ คุมกลาโหมได้อยู่แล้ว เป็นสัญญาณดีว่าการเมืองไทยกำลังมุ่งสู่ความสมดุล ไม่ให้ฝ่ายทหารครอบงำมากเกินไป นี่คือยุคใหม่ที่พรรคเล็กอย่างภูมิใจไทยอาจมีบทนำ

อย่างไรก็ตาม ประชาชนยังคงจับตาการเจรจาร่วมรัฐบาล โดยเฉพาะพรรคใหญ่ๆ อย่างเพื่อไทยและประชาชน หากภูมิใจไทยได้เก้าอี้นายกฯ จริงตามกระแส จะเป็นการพลิกโฉมการเมืองไทยครั้งใหญ่

สุดท้ายแล้ว “อนุทิน” พูดชัด ไม่ควบ “กลาโหม” บอกเป็นนายกฯก็คุมอยู่แล้ว ถือเป็นคำยืนยันที่ช่วยคลายความกังวล หากคุณสนใจข่าวการเมืองอัปเดต ลองติดตามบล็อกของเราเพื่อ insight ลึกๆ ว่าการเมืองไทยจะไปทางไหนต่อ หรือแสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างได้เลย!

ที่มา – “อนุทิน” พูดชัด ไม่ควบ “กลาโหม” บอกเป็นนายกฯก็คุมอยู่แล้ว

“นิด้าโพล” ไม่อยากให้ กธ.-ปชป.-ปชน. ร่วมรัฐบาล

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวบล็อกข่าวการเมือง! วันนี้เรามีผลสำรวจสุดร้อนแรงมาฝากกันตรงจาก“นิด้าโพล” การันตีที่มาผลสำรวจ ไม่อยากให้ กธ.-ปชป.-ปชน. ร่วมรัฐบาลอนุทิน ผลสำรวจนี้ทำโดยศูนย์นิด้าโพล สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ ที่เก็บข้อมูลจากประชาชนทั่วประเทศกว่า 1,310 คน ระหว่างวันที่ 23-24 กุมภาพันธ์ 2569 ด้วยวิธีสุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน เก็บข้อมูลทางโทรศัพท์ ความแม่นยำสูงถึง 97% ค่าคลาดเคลื่อนไม่เกิน 0.05 เลยทีเดียว เพื่อนๆ คิดดูสิว่าประชาชนคิดยังไงกับการเจรจาจัดตั้งรัฐบาล โดยเฉพาะการที่พรรคภูมิใจไทยของอนุทิน ชาญสุวรรณ จะดึงพรรคอื่นมาร่วม

สถานการณ์การเมืองไทยหลังเลือกตั้งยังคงเดือดปุดๆ ทุกพรรคต่างแย่งชิงตำแหน่งกันวุ่นวาย นิด้าโพลเลยออกมาสำรวจหัวข้อ “สี่พรรค ร่วมรัฐบาล?” ถามตรงๆ ว่าประชาชนอยากเห็นพรรคกล้าธรรม (กธ.) ประชาธิปัตย์ (ปชป.) ประชาชน (ปชน.) และเพื่อไทย (พท.) ร่วมรัฐบาลกับภูมิใจไทยหรือเปล่า ผลออกมาชัดเจนมาก โดยเฉพาะ 3 พรรคแรกที่ประชาชนส่วนใหญ่ “ไม่อยากให้” ร่วมเลย!

“นิด้าโพล” การันตีที่มาผลสำรวจ ไม่อยากให้ กธ.-ปชป.-ปชน. ร่วมรัฐบาลอนุทิน

มาดูผลกันแบบละเอียดยิบเลยนะครับ เริ่มจากพรรคแรกที่โดนหนักสุด

พรรคกล้าธรรม (กธ.): เกินครึ่งไม่เอา

เมื่อถามว่าควรให้พรรคกล้าธรรมร่วมรัฐบาลกับภูมิใจไทยไหม ผลคือ

  • ไม่ควรเข้าร่วม: 64.35%
  • ควรเข้าร่วม: 34.05%
  • ไม่ตอบ/ไม่สนใจ: 1.60%

เห็นมั้ยครับ เกือบ 2 ใน 3 ไม่เห็นด้วย! อาจเพราะกล้าธรรมเป็นพรรคใหม่ ภาพลักษณ์ยังไม่ชัด หรือกลัวถูกกลืนโดยพรรคใหญ่?

พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.): ไม่เห็นด้วยเช่นกัน

สำหรับเดอะบลูส์ พรรคเก่าแก่

  • ไม่ควรเข้าร่วม: 58.24%
  • ควรเข้าร่วม: 40.84%
  • ไม่ตอบ/ไม่สนใจ: 0.92%

ประชาชนกว่าครึ่งไม่เห็นด้วยกับการจับมือ “เสี่ยหนู” อนุทิน อาจเพราะฐานเสียงใต้ของปชป. ยังมีประเด็นขัดแย้งเก่าๆ กับภูมิใจไทย

พรรคประชาชน (ปชน.): รับไม่ได้เลย

พรรคนี้โดนหนักสุด

  • ไม่ควรเข้าร่วม: 71.14%
  • ควรเข้าร่วม: 28.55%
  • ไม่ตอบ/ไม่สนใจ: 0.31%

กว่า 70% บอกไม่เอา! คงเพราะปชน.เน้นนโยบายก้าวหน้า แต่ภูมิใจไทยถูกมองว่าติดค้างประเด็นเก่า

พรรคเพื่อไทย (พท.): หนุนเต็มที่

แต่น่าสนใจตรงพรรคเพื่อไทย

  • ควรเข้าร่วม: 54.73%
  • ไม่ควรเข้าร่วม: 44.81%
  • ไม่ตอบ/ไม่สนใจ: 0.46%

กว่าครึ่งเห็นด้วย สะท้อนว่าประชาชนมองว่าพท.กับภท.เข้ากันได้ดีกว่า

กลุ่มตัวอย่างในผลสำรวจ “นิด้าโพล” การันตีที่มาผลสำรวจ

เพื่อความน่าเชื่อถือ นิด้าโพลแจกแจงกลุ่มตัวอย่างครบถ้วน ดังนี้

  • ภูมิลำเนา: กทม. 8.55%, กลาง 18.70%, เหนือ 17.79%, อีสาน 33.28%, ใต้ 13.82%, ตะวันออก 7.86%
  • เพศ: ชาย 47.94%, หญิง 52.06%
  • อายุ: 18-25 ปี 12.13%, 26-35 17.79%, 36-45 17.94%, 46-59 26.34%, 60+ 25.80%
  • การศึกษา: ไม่เรียน 0.38%, ป.6 20.46%, ม.ปลาย 33.51%, อุปตรี 9.62%, ป.ตรี 29.92%, โทขึ้นไป 6.11%
  • อาชีพ: ขรก. 10.46%, พนักงานเอกชน 16.34%, เจ้าของกิจการ 22.52%, เกษตร 10.69%, รับจ้าง 14.81%, แม่บ้าน/เกษียณ 19.07%, นักเรียน 6.11%
  • รายได้: ไม่มี 21.37%, <5,000 บ. 3.74%, 5k-10k 13.97%, 10k-20k 31.53%, 20k-30k 11.83%, 30k+ ส่วนน้อย

ตัวอย่างครอบคลุมทุกกลุ่ม ทำให้ผลสำรวจ “นิด้าโพล” การันตีที่มาผลสำรวจ น่าเชื่อถือสุดๆ

วิเคราะห์ผล: ประชาชนส่งสัญญาณอะไร?

จากผลนี้ เห็นชัดว่าประชาชนยังไม่ค่อยไว้ใจการจับมือระหว่างกธ.-ปชป.-ปชน.กับภูมิใจไทย อาจเพราะนโยบายไม่ลงรอย หรือกลัวรัฐบาลใหญ่เกินไปไม่ยั่งยืน แต่การที่หนุนพท.ร่วม แสดงถึงความหวังในพรรคใหญ่ที่ชัดเจน ในมุมผมคิดว่านี่เป็นสัญญาณให้พรรคการเมืองฟังเสียงประชาชนมากขึ้น การจัดตั้งรัฐบาลต้องคำนึงถึงความเห็นฐานเสียง ไม่ใช่แค่แบ่งเก้าอี้ ถ้าทำได้ รัฐบาลใหม่ก็น่าจะแข็งแกร่ง!

เพื่อนๆ ล่ะคิดยังไงกับผลสำรวจนี้? อยากเห็นพรรคไหนร่วมรัฐบาลบ้าง? มาคอมเมนต์讨论กันด้านล่างเลยนะครับ หรือแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ อ่านต่อ ช่วยติดตามข่าวการเมืองอัพเดททุกวันกับเรา!

ที่มา – “นิด้าโพล” การันตีที่มาผลสำรวจ ไม่อยากให้ กธ.-ปชป.-ปชน. ร่วมรัฐบาลอนุทิน

“อนุทิน” ยังไม่คุย “ธรรมนัส” รอ กกต.รับรอง ส.ส.

ในสถานการณ์การเมืองที่ร้อนระอุหลังการเลือกตั้ง “อนุทิน” ยังไม่คุย “ธรรมนัส” รอ กกต. ประกาศรับรอง ส.ส. ทั้งหมด เพื่อความชัดเจนก่อนตัดสินใจเรื่องสำคัญ ล่าสุดนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ให้สัมภาษณ์สื่อครั้งแรกหลังเหตุการณ์สำคัญ โดยยืนยันจุดยืนที่ระมัดระวัง

“อนุทิน” ยังไม่คุย “ธรรมนัส” รอ กกต. ประกาศรับรอง สส. ทั้งหมด

เมื่อเวลา 13.50 น. วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทินกำลังจะเดินทางไปจังหวัดแพร่ แต่ได้แวะทักทายนักศึกษาฝึกงานบริเวณตึกไทยคู่ฟ้า สร้างโมเมนต์น่ารักด้วยการถ่ายรูปร่วมกันและโพลารอยด์เป็นที่ระลึก พร้อมสอบถามหน่วยงานที่ฝึกงานและอวยพรให้โชคดี ก่อนขึ้นรถ ผู้สื่อข่าวถามถึงการสนทนากับร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรมที่เพิ่งให้สัมภาษณ์ครั้งแรก

นายอนุทินตอบชัดเจนว่า ยังไม่คุยกัน รอให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศรับรอง ส.ส. ทั้งระบบเขตและบัญชีรายชื่อให้ครบถ้วนก่อน หลีกเลี่ยงการคาดเดาที่อาจสร้างความสับสนในแวดวงการเมือง นี่เป็นสัญญาณว่านายอนุทินให้ความสำคัญกับกระบวนการตามกฎหมายมาก่อนเสมอ

ปัดสัมมนา ส.ส. ภูมิใจไทย ไม่เกี่ยวตั้งรัฐบาล – แบ่งเก้าอี้ รมต.

เมื่อถามถึงการประชุมสัมมนา ส.ส.พรรคภูมิใจไทยที่จังหวัดบุรีรัมย์ว่าจะนำไปสู่ความชัดเจนในการจัดตั้งรัฐบาลหรือแบ่งโควตารัฐมนตรีหรือไม่ นายอนุทินปฏิเสธทันควันว่า "ไม่เกี่ยว คนละเรื่อง" ชี้แจงว่าเป็นเพียงการปฐมนิเทศ ส.ส. ใหม่ หากกกต.รับรองครบแล้วเท่านั้น เมื่อย้ำถามเรื่องจำนวน ส.ส. 292 เสียงจะเพิ่มอีกหรือไม่ ก็เลี่ยงตอบด้วยวลีสบายๆ "have a good weekend" แสดงถึงสไตล์การสื่อสารที่ผ่อนคลายแต่หนักแน่น

พักโทษ “ทักษิณ” เป็นไปตามกฎหมาย ไม่สร้างแรงกระเพื่อม

อีกประเด็นร้อนคือกรณีการพักโทษนายทักษิณ ชินวัตร ในเดือนพฤษภาคมนี้ นายอนุทินยืนยันว่าเป็นไปตามกฎหมายและระเบียบทุกประการ ไม่มีอะไรนอกกรอบ ก่อนเดินทางออกจากทำเนียบทันที สะท้อนภาพลักษณ์ผู้นำที่ยึดหลักธรรมาภิบาล

สถานการณ์นี้เกิดขึ้นท่ามกลางการเจรจาจัดตั้งรัฐบาลที่เข้มข้น พรรคภูมิใจไทยซึ่งมี ส.ส.จำนวนมากกำลังถูกจับตาในฐานะตัวแปรสำคัญ การที่ “อนุทิน” ยังไม่คุย “ธรรมนัส” รอ กกต. ประกาศรับรอง ส.ส. ทั้งหมด ถือเป็นกลยุทธ์ที่รอบคอบ ช่วยลดความเสี่ยงจากข่าวลือและรักษาความน่าเชื่อถือ

  • รอรับรอง ส.ส. ระบบเขตและบัญชี: เพื่อความโปร่งใส
  • สัมมนา ส.ส.: แค่ปฐมนิเทศ ไม่ใช่แบ่งเก้าอี้
  • พักโทษทักษิณ: ยึดกฎหมายเป็นหลัก
  • สไตล์อนุทิน: ผ่อนคลายแต่เด็ดขาด

จากมุมมองนักวิเคราะห์ การเคลื่อนไหวนี้ช่วยให้พรรคภูมิใจไทยอยู่ในตำแหน่งที่ได้เปรียบในการเจรจา โดยไม่รีบร้อนตกลงอะไรที่อาจเสียหายในระยะยาว ผู้สนใจการเมืองควรติดตามประกาศกกต.ในเร็ววันนี้

ความเห็นส่วนตัว: การรอคอยของอนุทินแสดงถึงความเป็นมืออาชีพในวงการเมืองไทยที่ผันผวน สุดท้ายแล้ว กฎหมายและกระบวนการจะเป็นตัวตัดสินชี้ขาด

ติดตามข่าวการเมืองอัปเดตเพิ่มเติมได้ที่บล็อกของเรา เพื่อไม่พลาดทุกมุมมอง!

ที่มา – “อนุทิน” ยังไม่คุย “ธรรมนัส” รอ กกต. ประกาศรับรอง สส. ทั้งหมด ปัดสัมมนา สส. ไม่เกี่ยวตั้งรัฐบาล

สิรภพ ลั่นร่วมหัวจมท้ายธรรมนัส โต้ข่าวงูเห่า

สถานการณ์การเมืองไทยหลังการเลือกตั้งกำลังเข้มข้น เมื่อมีกระแสข่าวลือเรื่อง “สิรภพ ลั่นขอร่วมหัวจมท้ายกับ ธรรมนัส” ออกมาโต้ข่าวใหญ่ที่ว่า 9 ส.ส.พรรคกล้าธรรม จะกลายเป็นงูเห่าไปร่วมรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทย นี่คือประเด็นที่ทำให้แฟนข่าวการเมืองต้องตื่นเต้น เพราะเกี่ยวข้องกับการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ที่ยังฝุ่นควันคลุ้ง

สิรภพ ลั่นขอร่วมหัวจมท้ายกับ ธรรมนัส

นายสิรภพ สมผล ว่าที่ ส.ส.สกลนคร เขต 1 พรรคกล้าธรรม ได้ออกมาแสดงจุดยืนชัดเจนทันทีที่เห็นข่าวลือนี้ เขาบอกว่าเพิ่งทราบข่าวจากสื่อ ไม่รู้ว่าใครเป็นคนปล่อย แต่ยืนยันเต็มปากว่าไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้านหรือรัฐบาล ก็จะอยู่กับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม เหมือนเดิม

“ผมทำงานการเมืองมากว่า 5 ปี พ่อแม่ผมก็ทำมานาน แต่ผมได้เป็น ส.ส.เพราะการสนับสนุนของ ร.อ.ธรรมนัส จะให้หักหลังท่านได้ยังไง” นายสิรภพกล่าวอย่างหนักแน่น ที่ผ่านมาไม่มีใครติดต่อมาเลย และถ้ามีก็ไม่ไปไหน เพราะได้รับการช่วยเหลือมาตลอด จึงขอ ร่วมหัวจมท้าย กับท่านไปจนสุดทาง ข่าวนี้น่าจะเป็นการหยั่งกระแสหรือเต้าข่าวเพื่อหวังผลทางการเมืองเท่านั้น

สิรภพ โต้ข่าว 9 งูเห่ากล้าธรรมไปภูมิใจไทย

กระแสข่าวระบุว่า 9 ส.ส.งูเห่าจากพรรคกล้าธรรม เตรียมแยกตัวไปสนับสนุน นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้เป็นนายกฯ ซึ่งข่าวนี้ทำให้พรรคเล็กอย่างกล้าธรรมต้องออกมาชี้แจงทันที พรรคกล้าธรรมที่นำโดย ร.อ.ธรรมนัส ถือเป็นกลุ่มที่แยกตัวมาจากพรรคพลังประชารัฐเดิม มี ส.ส.หลายคนที่ภักดีต่อผู้นำคนนี้

การเมืองไทยหลังเลือกตั้งปี 2567 (หรือ 2569 ตามข่าว) ยังคงเป็นปริศนาใหญ่ ต้องรอการรับรองผล ส.ส.บัญชีรายชื่อจาก กกต. และเปิดสภาครั้งแรกเมื่อได้ 475 คน ทุกพรรคกำลังเจรจาเพื่ออำนาจ

น็จมุดดิน ยัน เฉลิมชัย ยังยืนหยัดไปไหนไปกัน

ด้าน นายน็จมุดดีน อูมา ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ ในฐานะคณะทำงานยุทธศาสตร์จังหวัดชายแดนใต้ พรรคกล้าธรรม ก็ออกมายืนยันเช่นกัน ข่าวดีล 9 ส.ส.กลุ่มนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน และนายเดชอิศม์ ขาวทอง ไปภูมิใจไทย ไม่เป็นจริง

เขาเล่าว่าพูดคุยกับ นายนัยดี วาบา ส.ส.ปัตตานี เขต 4 แล้ว นายนัยดีติดต่อนายเฉลิมชัยโดยตรง ได้ยืนยันว่ายังอยู่กับพรรคและ ร.อ.ธรรมนัส ตลอดไป ไม่ว่าจะฝ่ายค้านหรือรัฐบาลก็ไปด้วยกัน

เมื่อถามมุมมองต่อข่าว นายน็จมุดดีนมองว่าเป็นเกมการเมืองจากฝ่ายไม่รู้ เมื่อคืนยังอยู่กับ ส.ส.กลุ่มนี้ ไม่มีปัญหา ทุกคนยืนยันไปไหนไปด้วยกัน พรรคเคยเป็นทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาลมาแล้ว พร้อมทำหน้าที่ทุกบทบาท

  • ยืนยืนอยู่กับ ร.อ.ธรรมนัส: ไม่แยกตัว ไม่หักหลัง
  • ไม่มีติดต่อจากพรรคอื่น: ข่าวลือล้วนๆ
  • พร้อมทุกสถานการณ์: ฝ่ายค้านหรือรัฐบาล ไม่มีปัญหา
  • รอความชัดเจน: จากนายอนุทินและ กกต.

ณ เวลานี้ การจัดตั้งรัฐบาลยังอึมครึม รอสัปดาห์หน้าที่ กกต.รับรอง ส.ส.บัญชีรายชื่อ แล้วถึงชัดเจน 475 คน เปิดสภาได้ พรรคกล้าธรรมยืนยันพร้อมทำงาน ไม่ว่าจะบทบาทไหน

ประเด็นนี้แสดงให้เห็นถึงความสามัคคีในพรรคเล็กที่มักถูกมองว่าเปราะบาง แต่ ส.ส.หลายคนอย่างสิรภพและน็จมุดดีน แสดงจุดยืนชัดเจน สะท้อนวัฒนธรรมการเมืองไทยที่ความภักดีต่อผู้นำยังสำคัญ แม้จะมีข่าวลืองูเห่าออกมาเสมอ

ติดตามสถานการณ์การจัดตั้งรัฐบาลล่าสุด และข่าวการเมืองอื่นๆ ได้ที่นี่ เพื่อไม่พลาดอัพเดทสำคัญ คุณคิดอย่างไรกับข่าวนี้ คอมเมนต์ด้านล่างได้เลย!

ที่มา – “สิรภพ” ลั่นขอร่วมหัวจมท้ายกับ “ธรรมนัส” โต้ข่าว 9 งูเห่ากล้าธรรมร่วมรัฐบาลภูมิใจไทย

“อรรถกร” ยันไม่มีงูเห่าในพรรคกล้าธรรม

“อรรถกร” ยัน ไม่มีงูเห่าในพรรคกล้าธรรม ลั่นทุกคนกำลังใจดี พร้อมไปกับ “ธรรมนัส” เป็นประเด็นร้อนในแวดวงการเมืองไทยหลังการเลือกตั้ง เมื่อนายอรรถกร ศิริลัทธยากร ส.ส.ฉะเชิงเทรา เขต 2 พรรคกล้าธรรม และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ออกมาให้สัมภาษณ์ชัดเจนถึงสถานการณ์ภายในพรรค ท่ามกลางกระแสข่าวลือเรื่อง ‘งูเห่า’ หรือบุคคลที่อาจทรยศพรรค การยืนยันนี้ไม่เพียงสร้างความมั่นใจให้สมาชิก แต่ยังสะท้อนจุดยืนที่เหนียวแน่นของพรรคในการเดินหน้าสู่การจัดตั้งรัฐบาล

“อรรถกร” ยัน ไม่มีงูเห่าในพรรคกล้าธรรม ลั่นทุกคนกำลังใจดี พร้อมไปกับ “ธรรมนัส”

วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 หลังจากเดินทางเข้ารับหนังสือรับรองการเลือกตั้งที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายอรรถกรได้เปิดเผยกับสื่อมวลชนว่า สมาชิกพรรคกล้าธรรมทุกคนกำลังใจดี มีการพูดคุยกันอย่างสม่ำเสมอ และพร้อมที่จะเดินไปด้วยกันภายใต้การนำของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรค “เราคือครอบครัวเดียวกัน แม้จะมีพรรคอื่นโจมตี แต่เราพิสูจน์ตัวเองได้ด้วยคะแนนเสียงจากประชาชน 156 เขต” เขากล่าว

สถานการณ์การเมืองหลังเลือกตั้งกำลังเข้มข้น พรรคกล้าธรรมแสดงความพร้อมเข้าร่วมรัฐบาล โดยขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย นายอรรถกรยืนยันว่าพรรคมีศักยภาพและบุคลากรพร้อมขับเคลื่อนประเทศ แม้ตัวเขาเองจะไม่เข้าร่วมการเจรจาโดยตรง แต่พร้อมสนับสนุน ร.อ.ธรรมนัส อย่างเต็มที่

กระแสข่าว ‘งูเห่า’ ในพรรคกล้าธรรม

เมื่อถูกถามถึงกระแสข่าวเรื่องงูเห่าในพรรค นายอรรถกรหัวเราะก่อนตอบว่า “ไม่มีจริง ถ้ามีเบาะแสก็แจ้งมาได้ สมาชิกทุกคนให้กำลังใจกันดี” เขาเชื่อมั่นว่าหากมีคนทรยศจริง จะไม่ได้รับความไว้วางใจจากประชาชนในครั้งหน้า ซึ่งจะกระทบความเชื่อมั่นโดยรวม พรรคกล้าธรรมมีจุดยืนชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน ก็พร้อมทำเพื่อประโยชน์ประเทศ

นอกจากนี้ เขายังปฏิเสธข่าวลือเรื่องเสนอชื่อนายกฯ จากพรรคประชาชนแข่งกับพรรคภูมิใจไทย โดยยืนยันว่าไม่เคยพูดคุยกันในพรรค สำหรับกรณีพรรคเพื่อไทยยื่นคัดค้านผลเลือกตั้งในฉะเชิงเทรา นายอรรถกรมั่นใจในคะแนนที่ทิ้งห่าง 4-5 หมื่นเสียง ผลจากงานเข้าถึงประชาชนและแก้ปัญหาตรงจุด

ความพร้อมและผลงานกระทรวง

ในฐานะรัฐมนตรีท่องเที่ยวฯ นายอรรถกรยังคงมุ่งขับเคลื่อนงานที่ค้างคา โดยได้รับคำปรึกษาจาก ร.อ.ธรรมนัส ที่เป็นที่ปรึกษากระทรวง ส่วนกระทรวงเกษตรที่พรรคเคยดูแลมานาน ไม่ว่าจะ ร.อ.ธรรมนัส ศ.ดร.นฤมล หรือตัวเขาเอง ล้วนทำงานต่อเนื่องเพื่อเกษตรกร เขาเชื่อว่าใครต่อก็ต้องสานต่อให้ดีเพื่อประโยชน์ประชาชน

  • จุดแข็งพรรคกล้าธรรม: ได้รับความไว้วางใจ 156 เขต
  • กำลังใจสมาชิก: พูดคุยกันตลอด ไม่มีขัดแย้ง
  • จุดยืนชัด: พร้อมร่วมรัฐบาลหรือค้านเพื่อประเทศ
  • ผลงานกระทรวง: ต่อเนื่อง สร้างประโยชน์ยั่งยืน

การให้สัมภาษณ์ครั้งนี้ของ “อรรถกร” ยัน ไม่มีงูเห่าในพรรคกล้าธรรม ลั่นทุกคนกำลังใจดี พร้อมไปกับ “ธรรมนัส” สร้างความชัดเจนท่ามกลางความไม่แน่นอนทางการเมือง แสดงให้เห็นถึงความสามัคคีที่แท้จริง

ในมุมมองผู้เขียน พรรคกล้าธรรมมีโอกาสสูงในการเป็นส่วนหนึ่งของรัฐบาลใหม่ ด้วยผลงานและความพร้อม หากรักษาความเป็นเอกภาพได้ จะช่วยขับเคลื่อนประเทศไทยได้อย่างมั่นคง คุณคิดอย่างไรกับสถานการณ์นี้? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์และติดตามข่าวการเมืองอัปเดตที่นี่!

ที่มา – “อรรถกร” ยัน ไม่มีงูเห่าในพรรคกล้าธรรม ลั่นทุกคนกำลังใจดี พร้อมไปกับ “ธรรมนัส”

Scroll to top