ข่าววันนี้

ศุภจี เปิด 4 คณะทำงาน ดันเศรษฐกิจไทยรับมือความท้าทายโลก 5D

ในยุคที่โลกหมุนเร็วและเต็มไปด้วยความเปลี่ยนแปลง การขับเคลื่อนประเทศให้ทันต่อสถานการณ์เป็นเรื่องสำคัญยิ่ง ล่าสุด ศุภจี เปิด 4 คณะทำงาน ดันเศรษฐกิจไทยรับมือความท้าทายโลก 5D เพื่อสร้างความยืดหยุ่นและยกระดับศักยภาพในการแข่งขันของประเทศ โดยเน้นการทำงานแบบร่วมมือกันระหว่างภาครัฐและเอกชนที่เน้นผลลัพธ์ที่วัดผลได้จริง

ศุภจี เปิด 4 คณะทำงาน ดันเศรษฐกิจไทยรับมือความท้าทายโลก 5D

การปรับตัวครั้งนี้ไม่ได้มาเล่นๆ แต่เป็นการรับมือกับความท้าทายรอบด้านที่เรียกว่า 5D ได้แก่ ภูมิรัฐศาสตร์, การกระจายความเสี่ยง, เทคโนโลยีดิจิทัลและ AI, การเปลี่ยนผ่านด้านสิ่งแวดล้อม และโครงสร้างประชากร ซึ่ง ศุภจี เปิด 4 คณะทำงาน ดันเศรษฐกิจไทยรับมือความท้าทายโลก 5D ได้อย่างตรงจุด เพื่อให้เศรษฐกิจไทยไม่เพียงแค่อยู่รอด แต่ต้องเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งในตลาดโลก

กลยุทธ์ยกระดับเกษตรและ SMEs แบบ Cluster

การทำงานภายใต้ 4 คณะทำงานนี้ มุ่งเน้นการแก้ปัญหาผ่านระบบ Cluster เพื่อยกระดับภาคเกษตรกรรมและกลุ่ม SMEs โดยมีแนวทางที่ชัดเจน ดังนี้:

  • ภาคเกษตร: เน้นยกระดับการผลิต การแปรรูป และการสร้างมูลค่าเพิ่มตั้งแตต้นน้ำถึงปลายน้ำ เพื่อให้เกษตรกรไทยพึ่งพาตนเองได้ในระยะยาว
  • SMEs: สร้าง SME Journey ที่ดูแลผู้ประกอบการตั้งแต่เริ่มต้นธุรกิจ ไปจนถึงการก้าวขึ้นเป็นผู้เล่นระดับภูมิภาค ด้วยการปลดล็อกกฎระเบียบและเข้าถึงแหล่งทุน
  • เศรษฐกิจสร้างสรรค์และ Visitor Economy: ปรับโฉมจากแค่การนับจำนวนนักท่องเที่ยว สู่การสร้างประสบการณ์ที่มีมูลค่าสูง
  • การค้าระหว่างประเทศ: เน้นการขยายตลาดใหม่ๆ และการใช้ประโยชน์จาก FTA อย่างเต็มประสิทธิภาพ

สิ่งที่น่าสนใจคือการเน้นย้ำว่าเราต้องเปลี่ยนจากคำถามว่า “เรามีอะไร” เป็น “ตลาดต้องการอะไร” ซึ่งนี่คือหัวใจสำคัญของการปรับตัวในยุคใหม่ การทำงานที่มุ่งเน้นการลงมือปฏิบัติจริงโดยมีกูรูอย่าง คุณวีระศักดิ์ และ คุณกอบศักดิ์ เข้ามาช่วยขับเคลื่อน จะทำให้เราเห็นการเปลี่ยนแปลงที่เป็นรูปธรรมมากขึ้นในเร็วๆ นี้

โดยสรุป การผนึกกำลังครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญที่สะท้อนว่าประเทศไทยพร้อมแล้วที่จะก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมๆ การให้ความสำคัญกับกลุ่มเกษตรกรและผู้ประกอบการ SMEs คือกุญแจหลักที่จะกระจายรายได้และความมั่งคั่งให้ลงไปถึงฐานรากของสังคมได้อย่างแท้จริง ซึ่งเราต้องจับตาดูกันต่อไปว่าผลสัมฤทธิ์ใน 6 เดือนถึง 1 ปีข้างหน้าจะสร้างการเปลี่ยนแปลงได้มากน้อยเพียงใด

ที่มา – “ศุภจี” เปิด 4 คณะทำงาน ดันเศรษฐกิจไทยรับมือความท้าทายโลก 5D ยกระดับเกษตร-SMEs

ปภ. เตือนมวลน้ำป่าจาก อ.ปัว ไหลถึง อ.ท่าวังผา จ่อเข้าเมืองน่านคืนนี้

สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคเหนือยังคงน่าเป็นห่วง ล่าสุดมีรายงานว่า ปภ. เตือนมวลน้ำป่าจาก อ.ปัว ไหลถึง อ.ท่าวังผา จ่อเข้าเมืองน่านคืนนี้ หลังจากเกิดฝนตกหนักต่อเนื่องในพื้นที่ภูเขา ส่งผลให้มวลน้ำจำนวนมากไหลหลากเข้าสู่พื้นที่ต่ำอย่างรวดเร็ว ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เร่งแจ้งเตือนประชาชนให้เตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์วิกฤตที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา

สถานการณ์ล่าสุด: ปภ. เตือนมวลน้ำป่าจาก อ.ปัว ไหลถึง อ.ท่าวังผา จ่อเข้าเมืองน่านคืนนี้

นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า จากการประเมินเส้นทางน้ำ พบว่ามวลน้ำจากอำเภอปัวกำลังเคลื่อนตัวผ่านอำเภอท่าวังผา และคาดการณ์ว่าจะใช้เวลาประมาณ 8 ชั่วโมงก่อนจะเข้าสู่เขตเทศบาลเมืองน่านในช่วงคืนนี้ ทาง ปภ. จึงได้ใช้ระบบแจ้งเตือนภัยผ่านเซลล์บรอดคาสต์ เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยเร่งอพยพกลุ่มเปราะบางและขนย้ายทรัพย์สินขึ้นที่สูงทันที

มาตรการรับมือเมื่อ ปภ. เตือนมวลน้ำป่าจาก อ.ปัว ไหลถึง อ.ท่าวังผา จ่อเข้าเมืองน่านคืนนี้

เพื่อให้ประชาชนได้รับความปลอดภัยสูงสุด ทาง ปภ. ได้จัดเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่ เครื่องจักรหนัก และประสานความร่วมมือกับมูลนิธิต่างๆ เพื่อเข้าช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน โดยมีแนวทางปฏิบัติสำหรับประชาชนดังนี้:

  • ติดตามข่าวสารสถานการณ์น้ำจากหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด
  • หากอาศัยอยู่ริมแม่น้ำหรือพื้นที่ราบเชิงเขา ควรเตรียมตัวอพยพทันทีเมื่อได้รับแจ้งเตือน
  • เคลื่อนย้ายสิ่งของมีค่าขึ้นที่สูง และตัดกระแสไฟฟ้าหากน้ำเริ่มท่วมขังในตัวบ้าน
  • นักท่องเที่ยวควรหลีกเลี่ยงการลงเล่นน้ำในลำธารหรือสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติในช่วงนี้

นอกเหนือจากอำเภอเมืองน่านแล้ว มวลน้ำก้อนนี้จะเคลื่อนตัวเข้าสู่อำเภอเวียงสาในลำดับถัดไป ก่อนจะไหลลงสู่เขื่อนสิริกิติ์ ซึ่งจากการประเมินพบว่าเขื่อนยังมีพื้นที่รองรับน้ำได้อีกพอสมควร อย่างไรก็ตาม สภาพอากาศที่มีความแปรปรวนจากปรากฏการณ์เอลนีโญอาจทำให้มีฝนตกหนักซ้ำเติมในพื้นที่ ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าประมาทและเฝ้าระวังภัยจากดินโคลนถล่มและน้ำป่าไหลหลากอย่างต่อเนื่อง

ทางรัฐบาลได้เน้นย้ำให้ทุกภาคส่วนดูแลช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มกำลัง โดยเฉพาะการดูแลกลุ่มเปราะบางในศูนย์อพยพ เพื่อให้มั่นใจว่าทุกคนจะผ่านพ้นวิกฤตินี้ไปได้อย่างปลอดภัย เราขอส่งกำลังใจให้พี่น้องชาวน่านทุกท่านผ่านพ้นเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งนี้ไปได้โดยเร็วที่สุดครับ

ที่มา – ปภ. เตือนมวลน้ำป่าจาก อ.ปัว ไหลถึง อ.ท่าวังผา จ่อเข้าเมืองน่านคืนนี้

“สุริยะ” รับลูกนายกฯ เร่งลงพื้นที่น้ำท่วมน่าน ทันที

“สุริยะ” รับลูกนายกฯ เร่งลงพื้นที่น้ำท่วมน่าน ทันที

จากสถานการณ์ฝนตกหนักต่อเนื่องในพื้นที่ภาคเหนือ โดยเฉพาะที่จังหวัดน่าน ทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือนและพื้นที่การเกษตร ส่งผลให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนเป็นวงกว้าง ล่าสุด “สุริยะ” รับลูกนายกฯ เร่งลงพื้นที่น้ำท่วมน่าน เพื่อติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องระดมความช่วยเหลือประชาชนและเกษตรกรอย่างเร่งด่วนที่สุด

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้แสดงความห่วงใยพี่น้องประชาชนที่ประสบอุทกภัย โดยได้สั่งการให้รัฐมนตรีและตัวแทนรัฐบาลลงพื้นที่ทันทีเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน ในการนี้ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ประกาศยกเลิกภารกิจทั้งหมดเพื่อมุ่งหน้าสู่พื้นที่วิกฤต โดยเน้นย้ำถึงมาตรการการช่วยเหลือในด้านต่างๆ เช่น การอพยพประชาชน การจัดหาอาหารกล่องปรุงสุก รวมถึงการดูแลผลผลิตทางการเกษตรและสัตว์เลี้ยงของพี่น้องเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบ

มาตรการเร่งด่วนหลัง “สุริยะ” รับลูกนายกฯ เร่งลงพื้นที่น้ำท่วมน่าน

นอกจากนี้ กรมชลประทานได้รายงานสถานการณ์ผ่านศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ (SWOC) ว่ามีการเฝ้าระวังระดับน้ำในแม่น้ำน่านที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยนายสุริยะได้กำชับให้โครงการชลประทานน่านเตรียมความพร้อมรับมือตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมทั้งจัดเตรียมอุปกรณ์บรรเทาสาธารณภัยเพื่อรองรับสถานการณ์ฉุกเฉิน ดังนี้:

  • ติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาด 24 นิ้วในอำเภอเมือง และขนาด 8 นิ้ว จำนวน 11 เครื่องในอำเภอเวียงสา
  • ระดมรถแบ็กโฮและรถบรรทุก 7 คัน เพื่อเร่งกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำตามคอสะพาน
  • สนับสนุนยารักษาโรค เวชภัณฑ์ และเสบียงสำหรับปศุสัตว์แก่พื้นที่ที่เข้าถึงยาก

สถานการณ์น้ำท่วมน่านถือเป็นวาระเร่งด่วนที่รัฐบาลให้ความสำคัญสูงสุด การที่ “สุริยะ” รับลูกนายกฯ เร่งลงพื้นที่น้ำท่วมน่าน ในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการแสดงความห่วงใย แต่ยังเป็นการสั่งการเชิงรุกเพื่อลดความสูญเสียให้ได้มากที่สุด อย่างไรก็ตาม ขอให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่ลุ่มต่ำและพื้นที่ริมน้ำคอยติดตามข่าวสารจากทางราชการอย่างใกล้ชิด เพราะสภาพอากาศอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา

เราขอเป็นกำลังใจให้พี่น้องชาวน่านทุกท่านผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปได้โดยเร็ว และหวังว่าการช่วยเหลือจากทุกภาคส่วนจะช่วยบรรเทาความลำบากให้พี่น้องประชาชนได้โดยเร็วที่สุด

ที่มา – “สุริยะ” รับลูกนายกฯ เร่งลงพื้นที่น้ำท่วมน่าน สั่งทุกหน่วยช่วยประชาชน-เกษตรกรทันที

รมว.เกษตรฯ ลงพื้นที่ช่วยน้ำท่วมน่าน สั่งกรมชลฯ ระดมเครื่องสูบน้ำ-รถแบคโฮ ช่วยผู้ประสบภัย

รมว.เกษตรฯ ลงพื้นที่ช่วยน้ำท่วมน่าน สั่งกรมชลฯ ระดมเครื่องสูบน้ำ-รถแบคโฮ ช่วยผู้ประสบภัย

จากสถานการณ์ฝนตกหนักต่อเนื่องในพื้นที่ภาคเหนือ ทำให้หลายพื้นที่ของจังหวัดน่านเผชิญกับอุทกภัยอย่างหนัก ล่าสุด นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ประกาศยกเลิกภารกิจด่วนเพื่อลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมด้วยตนเอง พร้อมสั่งการให้กรมชลประทานระดมเครื่องมือหนักเข้าพื้นที่ทันที

ในวันนี้ การดำเนินงานของรัฐบาลเป็นไปอย่างเข้มข้น นายสุริยะย้ำว่า รมว.เกษตรฯ ลงพื้นที่ช่วยน้ำท่วมน่าน สั่งกรมชลฯ ระดมเครื่องสูบน้ำ-รถแบคโฮ ช่วยผู้ประสบภัย เป็นภารกิจเร่งด่วนที่สุดในขณะนี้ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน โดยเน้นย้ำเรื่องการจัดหาอาหารกล่องปรุงสุก การอพยพผู้ประสบภัย และการดูแลสุขภาพของสัตว์เลี้ยงในพื้นที่

การเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำตลอด 24 ชั่วโมง

ทางด้านศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ (SWOC) ได้รายงานว่า ปริมาณฝนสะสมในพื้นที่อำเภอปัวและอำเภอเมืองน่านอยู่ในเกณฑ์สูงมาก ทำให้แม่น้ำน่านมีระดับน้ำเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง กรมชลประทานจึงต้องปฏิบัติงานเชิงรุกเพื่อให้มั่นใจว่าสถานการณ์น้ำจะถูกบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ

  • การติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาด 24 นิ้ว ในอำเภอเมืองน่าน
  • การส่งเครื่องสูบน้ำขนาด 8 นิ้ว จำนวน 11 เครื่อง ไปยังอำเภอเวียงสา
  • การระดมเครื่องจักรกล รถแบคโฮ และรถบรรทุกเทท้ายกว่า 7 คัน เพื่อกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ

ความพยายามในการจัดการกับวิกฤตครั้งนี้ถือเป็นบทพิสูจน์สำคัญของการบูรณาการระหว่างหน่วยงานรัฐ การที่ รมว.เกษตรฯ ลงพื้นที่ช่วยน้ำท่วมน่าน สั่งกรมชลฯ ระดมเครื่องสูบน้ำ-รถแบคโฮ ช่วยผู้ประสบภัย นั้น ไม่เพียงแต่ช่วยลดความเสียหายของพื้นที่เกษตรกรรม แต่ยังเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้กับชาวบ้านที่กำลังลำบาก

เราขอเป็นกำลังใจให้พี่น้องชาวน่านทุกท่านผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปได้โดยเร็ว และขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยโปรดติดตามประกาศจากทางราชการอย่างใกล้ชิด เพราะสถานการณ์น้ำอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา การเตรียมพร้อมรับมือถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในสถานการณ์น้ำหลากเช่นนี้

หากคุณอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย ขอให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของครอบครัวคุณเองครับ

ที่มา – รมว.เกษตรฯ ลงพื้นที่ช่วยน้ำท่วมน่าน สั่งกรมชลฯ ระดมเครื่องสูบน้ำ-รถแบคโฮ ช่วยผู้ประสบภัย

ลูกสาว เขม โสกา โต้รับตำแหน่ง ทูตพิเศษนายกฯ ฮุน มาเนต

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในแวดวงการเมืองกัมพูชา เมื่อ ลูกสาว เขม โสกา โต้รับตำแหน่ง ทูตพิเศษนายกฯ ฮุน มาเนต โดยยืนยันว่าการตัดสินใจครั้งนี้ไม่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ทางการเมืองของบิดาแต่อย่างใด หลังจากที่เธอได้รับแต่งตั้งให้มีสถานะเทียบเท่ารัฐมนตรี ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์จากหลายฝ่าย

ลูกสาว เขม โสกา โต้รับตำแหน่ง ทูตพิเศษนายกฯ ฮุน มาเนต ไม่เกี่ยวเรื่องการเมือง

เขม มโนวิทยา บุตรสาวของอดีตผู้นำฝ่ายค้านชื่อดัง ออกมาปกป้องการตัดสินใจเข้ามาร่วมงานกับรัฐบาลของนายกรัฐมนตรีฮุน มาเนต โดยระบุว่าภารกิจหลักของเธอคือการดูแลงานด้านกิจการระหว่างประเทศ และการปกป้องบูรณภาพแห่งดินแดนของกัมพูชา ซึ่งเป็นประเด็นที่เธอให้ความสำคัญเป็นพิเศษ

เบื้องหลังการแต่งตั้งและกระแสวิพากษ์วิจารณ์

การเคลื่อนไหวของ ลูกสาว เขม โสกา โต้รับตำแหน่ง ทูตพิเศษนายกฯ ฮุน มาเนต ครั้งนี้ถือเป็นเรื่องที่น่าจับตามองอย่างมาก เนื่องจากอดีตบิดาของเธอเคยถูกตัดสินจำคุกถึง 27 ปีในข้อหากบฏ ก่อนที่จะได้รับพระราชทานอภัยโทษในเวลาต่อมา นักวิเคราะห์จำนวนมากมองว่าเหตุการณ์นี้สะท้อนถึงการอ่อนแรงลงของฝ่ายค้านในกัมพูชาและการพยายามสร้างภาพลักษณ์ใหม่ของรัฐบาล

  • การแต่งตั้งมีผลอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 17 สิงหาคมที่ผ่านมา
  • มุ่งเน้นงานด้านเศรษฐกิจและการทูตในระดับสากล
  • ข้อพิพาทชายแดนไทย-กัมพูชาถูกยกขึ้นมาเป็นประเด็นหลัก

ในมุมมองของนักวิชาการ การที่รัฐบาลดึงตัวบุตรสาวของอดีตคู่ปรับทางการเมืองมาร่วมงาน อาจเป็นความพยายามลดกระแสกดดันจากนานาชาติ อย่างไรก็ตาม เขม มโนวิทยา ยังคงยืนกรานว่าความรับผิดชอบต่อประเทศชาติคือสิ่งสำคัญที่สุดที่อยู่เหนือความขัดแย้งทางการเมืองเดิมที่มีอยู่

ท้ายที่สุดแล้ว ไม่ว่าเหตุผลที่แท้จริงจะเป็นอย่างไร การตัดสินใจครั้งนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่สังคมกัมพูชาต้องจับตาดูต่อไปว่า บทบาทในฐานะทูตพิเศษจะสามารถนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกในเวทีโลกได้จริงหรือไม่ หรือจะเป็นเพียงกลยุทธ์ทางการเมืองที่ซับซ้อนกว่าที่เห็นบนหน้าสื่อ

ที่มา – ลูกสาว “เขม โสกา” โต้ข่าวรับตำแหน่ง “ทูตพิเศษนายกฯ ฮุน มาเนต” ไม่เกี่ยวการเมืองพ่อ

“ป้าดา” บุก สน.พระโขนง ขอดูหลักฐาน เชื่อโดนยัดคดีปมที่ดิน “อับบาส”

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในสังคม เมื่อ “ป้าดา” บุก สน.พระโขนง ขอดูหลักฐาน เชื่อโดนยัดคดีปมที่ดิน “อับบาส” หลังจากที่เธอต้องต่อสู้กับคดีความมายาวนานกว่า 10 ปี โดยอ้างว่าถูกกระบวนการยุติธรรมยัดเยียดข้อหาอย่างไม่เป็นธรรม โดยเฉพาะเรื่องโฉนดที่ดินที่เป็นข้อพิพาทหลักของครอบครัวนายอับบาส ซึ่งวันนี้ป้าดาได้ตัดสินใจเดินทางมายังสถานีตำรวจเพื่อขอคำชี้แจงจากผู้กำกับการและพนักงานสอบสวนให้ได้

“ป้าดา” บุก สน.พระโขนง ขอดูหลักฐาน เชื่อโดนยัดคดีปมที่ดิน “อับบาส”

การปรากฏตัวของป้าดาในครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นการรวบรวมความกล้าเพื่อทวงคืนความยุติธรรม ป้าดายืนยันว่า เธอไม่ได้ต้องการอะไรมากไปกว่าการพิสูจน์ความจริงว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับครอบครัวนายอับบาสและบริวารรวม 31 ชีวิตนั้น คือการแจ้งความเท็จและการยัดคดีโดยใช้โฉนดที่ดินที่ไม่ถูกต้องมาเป็นหลักฐาน โดยเธอเน้นย้ำว่า:

  • ความจริง 3 สิ่งที่ปกปิดไม่ได้ คือ พระอาทิตย์ พระจันทร์ และความจริง
  • หลักฐานการจับกุมในคดีนี้มีความคลุมเครือและไม่โปร่งใส
  • เธอพร้อมสู้เพื่อปกป้องทรัพย์สินและสิทธิอันชอบธรรมตลอด 10 ปีที่ผ่านมา

เบื้องลึกปมข้อพิพาทและการ “ป้าดา” บุก สน.พระโขนง ขอดูหลักฐาน เชื่อโดนยัดคดีปมที่ดิน “อับบาส”

เมื่อถามถึงกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโซเชียลมีเดียเกี่ยวกับคดีความอื่นๆ ป้าดาก็ยังคงยืนหยัดในจุดยืนเดิม เธอไม่กังวลต่อการถูกแจ้งความเอาผิดในประเด็นต่างๆ รวมถึงกรณีที่ถูกกล่าวหาพาดพิงถึงมาตรา 112 โดยมองว่าเป็นเพียงการสร้างเรื่องขึ้นมาเพื่อกลบเกลื่อนความจริง ป้าดายังระบุด้วยว่าตนพร้อมที่จะแจ้งความกลับหากมีการดำเนินคดีอย่างไม่เป็นธรรม โดยเฉพาะในกรณีของสำนักงานที่ดินที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการให้ข้อมูลเท็จ

บรรยากาศที่ สน.พระโขนง เป็นไปอย่างตึงเครียด มีการโต้เถียงกันระหว่างป้าดาและเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นระยะ เนื่องจากป้าดารู้สึกว่าตนไม่ได้รับการตอบสนองที่ชัดเจนเกี่ยวกับพยานหลักฐานที่ใช้ดำเนินคดี ซึ่งทางตำรวจได้ชี้แจงว่าคดีเข้าสู่ชั้นศาลแล้ว หากมีหลักฐานใหม่ควรนำไปยื่นต่อศาลตามกระบวนการ แต่ป้าดาก็ยังคงยืนยันว่า ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา เธอไม่เคยถูกเรียกไปสอบปากคำอย่างเป็นทางการ ซึ่งถือเป็นความผิดปกติอย่างยิ่งในขั้นตอนการสืบสวนสอบสวน

ความพยายามของป้าดาในการเรียกร้องความยุติธรรมครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาในระบบยุติธรรมไทยที่ประชาชนหลายคนต้องเผชิญ การที่เธอออกมา “เปิดหน้าชน” กับหน่วยงานรัฐไม่ใช่แค่เรื่องของโฉนดที่ดิน แต่เป็นเรื่องของศักดิ์ศรีและความถูกต้องที่เธอเชื่อมั่น บทเรียนจากกรณีนี้คือ พลังของการติดตามคดีอย่างต่อเนื่องและการรวบรวมหลักฐานเป็นสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับผู้ที่ตกเป็นเหยื่อของความอยุติธรรม การที่ประชาชนลุกขึ้นมาตั้งคำถามกับหน่วยงานรัฐถือเป็นกลไกสำคัญในการตรวจสอบความโปร่งใสในสังคมประชาธิปไตย

ที่มา – “ป้าดา” บุก สน.พระโขนง ขอดูหลักฐาน เชื่อโดนยัดคดีปมที่ดิน “อับบาส”

กฟน. แจ้งไฟฟ้าดับ วันพรุ่งนี้ 20 สิงหาคม 2569 ในพื้นที่กรุงเทพฯ-นนทบุรี

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้เรามีข่าวสำคัญที่ต้องรีบมาบอกต่อกันก่อนจะเผลอลืมไปทำงานหรือใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าในช่วงเวลาที่ไม่คาดคิดครับ เพราะล่าสุดทาง กฟน. แจ้งไฟฟ้าดับ วันพรุ่งนี้ 20 สิงหาคม 2569 ในพื้นที่กรุงเทพฯ-นนทบุรี เพื่อให้การบำรุงรักษาและปรับปรุงระบบไฟฟ้าของเราให้ดียิ่งขึ้นครับ

กฟน. แจ้งไฟฟ้าดับ วันพรุ่งนี้ 20 สิงหาคม 2569 ในพื้นที่กรุงเทพฯ-นนทบุรี

การที่ทางเจ้าหน้าที่ต้องทำการงดจ่ายกระแสไฟฟ้าชั่วคราวในครั้งนี้ เป็นเพราะความจำเป็นในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านไฟฟ้า รวมถึงการปรับเปลี่ยนระบบสายไฟฟ้าจากสายอากาศไปสู่สายใต้ดินเพื่อให้มีความปลอดภัยและมีความเสถียรมากยิ่งขึ้นครับ ดังนั้นใครที่อาศัยอยู่ในโซนพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับประกาศ กฟน. แจ้งไฟฟ้าดับ วันพรุ่งนี้ 20 สิงหาคม 2569 ในพื้นที่กรุงเทพฯ-นนทบุรี ครั้งนี้ ควรเตรียมตัวรับมือกันไว้ก่อนนะครับ

รายละเอียดพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ

สำหรับพื้นที่ในกรุงเทพมหานคร ได้แก่:

  • ถนนสุขาภิบาลบางระมาด ซอยสุขาภิบาลบางระมาด 2 เวลา 08.30 – 11.30 น.
  • ถนนร่มเกล้า 1 ซอยใกล้แยกถนนพัฒนาชนบท 3 เวลา 09.00 – 15.00 น.

ส่วนพื้นที่จังหวัดนนทบุรี ได้แก่:

  • ริมถนนคลองถนน บริเวณ หมู่บ้านพฤกษ์ลดา บางใหญ่ เวลา 08.30 – 12.00 น.

สิ่งสำคัญคือ อย่าลืมสำรองไฟ หรือหากใครที่ต้องทำงานที่บ้าน (Work from Home) ในช่วงเวลาดังกล่าว อาจจะต้องวางแผนสำรองการใช้งานอินเทอร์เน็ตหรือชาร์จอุปกรณ์สื่อสารให้พร้อมครับ ข้อมูลจาก กฟน. แจ้งไฟฟ้าดับ วันพรุ่งนี้ 20 สิงหาคม 2569 ในพื้นที่กรุงเทพฯ-นนทบุรี นี้ ถือเป็นข้อมูลสำคัญที่เราควรอ่านและตรวจสอบให้ดีก่อนเริ่มวันใหม่นะครับ หวังว่าทุกคนจะเตรียมตัวกันทัน และขอให้การดำเนินงานของเจ้าหน้าที่เป็นไปอย่างราบรื่นครับ

หากเพื่อนๆ มีข้อสงสัยเพิ่มเติม สามารถตรวจสอบสถานะไฟดับได้ที่เว็บไซต์ของการไฟฟ้านครหลวงโดยตรง เพื่อความถูกต้องและอัปเดตข้อมูลล่าสุดได้เสมอครับ

ที่มา – กฟน. แจ้งไฟฟ้าดับ วันพรุ่งนี้ 20 สิงหาคม 2569 ในพื้นที่กรุงเทพฯ-นนทบุรี

“กุสุมาลวตี” นำหมายศาลอาญา ขอสำนวนไต่สวนคดีฮั้ว สว. อนุฯ ชุดที่ 26 จาก กกต.

“กุสุมาลวตี” นำหมายศาลอาญา ขอสำนวนไต่สวนคดีฮั้ว สว. อนุฯ ชุดที่ 26 จาก กกต.

กลายเป็นประเด็นที่หลายคนกำลังจับตามองในแวดวงการเมืองไทย เมื่อ “เจ๊แมว” นางกุสุมาลวตี ศิริโกมุท ได้เดินหน้าบุกสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อดำเนินการทางกฎหมายครั้งสำคัญ โดยการนำหมายศาลอาญามายื่นขอรับสำนวนการไต่สวนที่หลายคนรอคอย ซึ่งการที่ “กุสุมาลวตี” นำหมายศาลอาญา ขอสำนวนไต่สวนคดีฮั้ว สว. อนุฯ ชุดที่ 26 จาก กกต. ในครั้งนี้ ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นการรวบรวมหลักฐานสำคัญเพื่อใช้ในการต่อสู้คดีความที่กำลังดำเนินอยู่

เปิดเบื้องหลังการเคลื่อนไหว กุสุมาลวตี นำหมายศาลอาญา ขอสำนวนไต่สวนคดีฮั้ว สว. อนุฯ ชุดที่ 26 จาก กกต.

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2569 ณ สำนักงาน กกต. โดยคุณกุสุมาลวตีได้เดินทางเข้าพบเลขาธิการ กกต. เพื่อขอรับเอกสารสำนวนของคณะอนุกรรมการชุดที่ 26 ซึ่งเธออ้างว่าจำเป็นต้องรีบนำไปประกอบการพิจารณาคดีที่พรรคภูมิใจไทยได้ยื่นฟ้องเธอในข้อหาหมิ่นประมาท จากกรณีที่เธอเคยออกมาวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับการเลือกตั้ง สว. ปี 2567 ที่ผ่านมา

ความสำคัญของสำนวนชุดนี้อยู่ที่:

  • เป็นข้อมูลคำวินิจฉัยของอนุกรรมการไต่สวนชุดที่ 26 ทั้งหมด
  • เป็นหลักฐานที่ระบุถึงบุคคลที่เกี่ยวข้องกว่า 229 คน
  • ครอบคลุมเส้นทางการเงินที่เชื่อมโยงกับคดียุบพรรคและการเลือก สว.

นางกุสุมาลวตีเปิดเผยว่า หากทาง กกต. ไม่ส่งเอกสารชุดนี้ให้ศาล หรือเลือกส่งสำนวนของชุดอื่นที่ไม่เกี่ยวข้อง เธอและทีมกฎหมายก็พร้อมที่จะใช้มาตรา 144 เพื่อนำเอกสารชุดที่ 26 นี้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมด้วยตนเอง เพื่อเป็นการปกป้องผลประโยชน์ของประชาชนและสร้างความโปร่งใสให้กับกระบวนการตรวจสอบ โดยศาลได้กำหนดนัดพิจารณาคดีอีกครั้งในวันที่ 9 ตุลาคม 2569 ซึ่งถือเป็นเดดไลน์สำคัญที่ต้องเร่งดำเนินการให้เสร็จสิ้น

การเคลื่อนไหวของเจ๊แมวในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามในการใช้ช่องทางกฎหมายเพื่อต่อสู้ในประเด็นที่สังคมให้ความสนใจ การติดตามว่าผลของสำนวนชุดที่ 26 จะนำไปสู่จุดเปลี่ยนสำคัญในคดีการเมืองอย่างไร เป็นสิ่งที่ประชาชนต้องคอยติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะความโปร่งใสคือหัวใจสำคัญของระบอบประชาธิปไตย ไม่ว่าผลคดีจะออกมาเป็นอย่างไร นี่คือบทเรียนราคาแพงของการตรวจสอบนักการเมืองที่ต้องอาศัยทั้งความกล้าหาญและข้อเท็จจริงทางกฎหมายที่หนักแน่น

ที่มา – “กุสุมาลวตี” นำหมายศาลอาญา ขอสำนวนไต่สวนคดีฮั้ว สว. อนุฯ ชุดที่ 26 จาก กกต.

ลีโอ พุฒ – ต้าร์ บาร์บี้ เผยนาทีรู้ข่าวร้าย เร แม๊คโดแนลด์ เสียชีวิต

วงการบันเทิงไทยต้องพบกับข่าวเศร้าอีกครั้ง เมื่อมีการยืนยันการจากไปของนักแสดงชื่อดัง เร แม๊คโดแนลด์ ในวัย 49 ปี ท่ามกลางความตกใจของเพื่อนพ้องในวงการ โดยเฉพาะเพื่อนสนิทอย่าง ลีโอ พุฒ และ ต้าร์ บาร์บี้ ที่ได้ออกมาเปิดใจถึงเหตุการณ์ในครั้งนี้

ลีโอ พุฒ – ต้าร์ บาร์บี้ เผยนาทีรู้ข่าวร้าย เร แม๊คโดแนลด์ เสียชีวิต

เหตุการณ์การเสียชีวิตของ เร แม๊คโดแนลด์ เกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้าวันที่ 19 ส.ค. โดยภรรยาพบว่าสามีเสียชีวิตขณะนอนหลับอยู่บนโซฟา ซึ่งสร้างความสะเทือนใจให้แก่ครอบครัวและแฟนคลับเป็นอย่างมาก สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ลีโอ พุฒ เล่าว่าตนได้รับโทรศัพท์จากภรรยาของเรในช่วงเช้า ตอนแรกคิดว่าเป็นเรื่องการทะเลาะกันทั่วไป แต่เมื่อทราบความจริงว่าเพื่อนรักได้จากไปแล้ว ก็รู้สึกช็อกและทำอะไรไม่ถูกในวินาทีนั้น

คาดการณ์สาเหตุการเสียชีวิตและไลฟ์สไตล์

เพื่อนสนิทอย่าง ลีโอ พุฒ และ ต้าร์ บาร์บี้ ได้ตั้งข้อสังเกตถึงสาเหตุเบื้องต้น โดยคาดว่าอาจเกิดจากการโหมงานหนักและการพักผ่อนน้อย เพราะเรเป็นคนที่มีพลังงานล้นเหลือ รักการเดินทาง และไม่ค่อยแสดงออกเมื่อมีความเหนื่อยล้า หลายคนมองว่านี่คือบทเรียนสำคัญเกี่ยวกับเรื่องสุขภาพและการพักผ่อนของวัยทำงานที่มองข้ามไม่ได้เลย แม้ ลีโอ พุฒ – ต้าร์ บาร์บี้ เผยนาทีรู้ข่าวร้าย เร แม๊คโดแนลด์ เสียชีวิต จะเป็นข่าวที่สร้างความโศกเศร้าเพียงใด แต่ทุกคนก็พยายามทำใจยอมรับและระลึกถึงความดีของนักแสดงผู้ล่วงลับ

  • เร แม๊คโดแนลด์ เสียชีวิตด้วยวัย 49 ปี
  • เพื่อนสนิทร่วมไว้อาลัยและเผยความรู้สึกถึงความสูญเสียกะทันหัน
  • ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นคือการพักผ่อนไม่เพียงพอจากการทำงานหนัก

ในมุมของเพื่อนร่วมงาน เร แม๊คโดแนลด์ ถือเป็นนักแสดงที่มีความเป็นมืออาชีพและเป็นที่รักของทุกคน การจากไปของเขาครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นความสูญเสียของวงการบันเทิง แต่ยังเป็นเครื่องเตือนใจให้เราทุกคนหันกลับมาดูแลตัวเองให้มากขึ้น ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป

สุดท้ายนี้ ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวของ เร แม๊คโดแนลด์ การจากไปครั้งนี้เป็นเพียงการเปลี่ยนผ่านของการเดินทางในชีวิต หวังว่าความทรงจำดีๆ ที่เขาทิ้งไว้จะเป็นที่จดจำตลอดไป

ที่มา – “ลีโอ พุฒ – ต้าร์ บาร์บี้” เผยนาทีรู้ข่าวร้าย “เร แม๊คโดแนลด์” เสียชีวิต คาดพักผ่อนน้อย

Scroll to top