ข่าววันนี้

บำรุงราษฎร์ ผสานทีมแพทย์-เทคโนโลยี ดูแลผู้ป่วยหัวใจล้มเหลว

บำรุงราษฎร์ ผสานทีมแพทย์-เทคโนโลยี ดูแลผู้ป่วยหัวใจล้มเหลวอย่างครอบคลุม

ภาวะหัวใจล้มเหลวถือเป็นความท้าทายทางการแพทย์ที่ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญระดับสูง โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ได้ยกระดับการรักษาไปอีกขั้นด้วยแนวทาง บำรุงราษฎร์ ผสานทีมแพทย์-เทคโนโลยี ดูแลผู้ป่วยหัวใจล้มเหลวอย่างครอบคลุม เพื่อมอบโอกาสครั้งที่สองในการมีชีวิตให้กับผู้ป่วยทุกคน ตั้งแต่การวินิจฉัยไปจนถึงการฟื้นฟูหลังการรักษา

การทำงานร่วมกันของทีมสหสาขาวิชาชีพคือหัวใจสำคัญของโปรแกรมนี้ แพทย์เฉพาะทางด้านหัวใจล้มเหลวและทีมศัลยแพทย์ทำงานประสานกันอย่างไร้รอยต่อ เพื่อให้มั่นใจว่าทุกขั้นตอนของการรักษา ตั้งแต่ระยะเริ่มต้นไปจนถึงภาวะวิกฤต จะได้รับความดูแลอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง

ก้าวข้ามขีดจำกัดด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง

เมื่อผู้ป่วยเข้าสู่ภาวะวิกฤต การตัดสินใจที่ถูกต้องในเวลาที่เหมาะสมเป็นเรื่องคอขาดบาดตาย ด้วยแนวทางที่ บำรุงราษฎร์ ผสานทีมแพทย์-เทคโนโลยี ดูแลผู้ป่วยหัวใจล้มเหลวอย่างครอบคลุม ทีมแพทย์จึงนำเทคโนโลยีพยุงชีพขั้นสูงอย่าง ECMO และ Impella หรือที่เรียกว่า ECPELLA มาใช้เพื่อพยุงการทำงานของหัวใจและปอด เปิดโอกาสให้ร่างกายได้ฟื้นตัว หรือใช้เป็นสะพานเชื่อมรอการปลูกถ่ายหัวใจได้อย่างปลอดภัย

ความโดดเด่นของศูนย์หัวใจโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์:

  • ได้รับการรับรองมาตรฐาน JCI Heart Failure จากสหรัฐอเมริกา
  • อัตราการเสียชีวิตภายใน 30 วันหลังผ่าตัดปลูกถ่ายหัวใจเป็น 0%
  • มีประสบการณ์ด้านการผ่าตัดปลูกถ่ายหัวใจมาอย่างยาวนานกว่า 20 ปี
  • ทีมงานพร้อมดูแลแบบบูรณาการตั้งแต่ระยะเริ่มต้นจนถึงหลังการฟื้นฟู

ความสำเร็จนี้ไม่ได้วัดเพียงแค่การผ่าตัดผ่านพ้นไปด้วยดี แต่คือการที่ผู้ป่วยสามารถกลับไปใช้ชีวิตร่วมกับครอบครัวได้อย่างมีความสุข การที่ บำรุงราษฎร์ ผสานทีมแพทย์-เทคโนโลยี ดูแลผู้ป่วยหัวใจล้มเหลวอย่างครอบคลุม ได้พิสูจน์แล้วว่าเป็นมาตรฐานการดูแลสุขภาพที่ยั่งยืน

หากคุณหรือคนใกล้ชิดกำลังเผชิญกับภาวะหัวใจล้มเหลว การได้รับคำปรึกษาจากทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและเข้าถึงเทคโนโลยีที่ทันสมัยในเวลาที่เหมาะสม คือปัจจัยสำคัญที่จะช่วยเพิ่มโอกาสรอดชีวิตและพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด การดูแลด้วยหัวใจและการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้อย่างแม่นยำ คือเครื่องยืนยันถึงความสำเร็จที่โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ตั้งใจมอบให้ผู้ป่วยทุกคน

ที่มา – “บำรุงราษฎร์” ผสานทีมแพทย์-เทคโนโลยีขั้นสูง ดูแลผู้ป่วยหัวใจล้มเหลวอย่างครอบคลุม

ทธ. แจ้งเฝ้าระวัง แผ่นดินถล่ม ช่วง 19-21 ส.ค. เช็ก 15 จังหวัด

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน ช่วงนี้สภาพอากาศแปรปรวนกันน่าดูเลยนะครับ ล่าสุดทางกรมทรัพยากรธรณีได้ออกมาประกาศเตือนภัยด่วนให้ประชาชนติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด โดยมีการแจ้งเฝ้าระวัง แผ่นดินถล่ม และน้ำป่าไหลหลากในช่วงวันที่ 19-21 สิงหาคม 2569 นี้ ใครที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงต้องรีบเตรียมตัวและวางแผนรับมือให้พร้อมก่อนที่จะเกิดเหตุไม่คาดฝันนะครับ

ทธ. แจ้งเฝ้าระวัง แผ่นดินถล่ม ช่วง 19-21 ส.ค. เช็ก 15 จังหวัดพื้นที่เสี่ยงภัย

จากประกาศล่าสุดของศูนย์ปฏิบัติการธรณีพิบัติภัย กรมทรัพยากรธรณี ได้ระบุพื้นที่เสี่ยงภัยจำนวน 15 จังหวัดที่ต้องเฝ้าระวังการเกิด แผ่นดินถล่ม อย่างเข้มงวด โดยเฉพาะพื้นที่ภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก ซึ่งอาจมีฝนตกหนักสะสมติดต่อกันจนทำให้ดินไม่อุ้มน้ำและเกิดภัยพิบัติได้ง่ายกว่าปกติครับ

รายชื่อจังหวัดที่ต้องเฝ้าระวัง แผ่นดินถล่ม ระหว่างวันที่ 19-21 สิงหาคม 2569

สำหรับจังหวัดที่อยู่ในพื้นที่เฝ้าระวัง แผ่นดินถล่ม ได้แก่ น่าน, พะเยา, แพร่, อุตรดิตถ์, เชียงราย, เชียงใหม่, ลำพูน, ลำปาง, ตาก, แม่ฮ่องสอน, พิษณุโลก, เพชรบูรณ์, กาญจนบุรี, จันทบุรี และตราด หากคุณอาศัยอยู่ในจังหวัดเหล่านี้ ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด ดังนี้ครับ:

  • คอยติดตามข้อมูลสภาพอากาศและปริมาณน้ำฝน โดยเฉพาะพื้นที่ที่ฝนตกหนักมากกว่า 100 มม. ใน 24 ชั่วโมง
  • หากอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำ หรือใกล้ทางน้ำผ่าน ควรขนย้ายสิ่งของและสัตว์เลี้ยงขึ้นที่สูงโดยเร็ว
  • สังเกตสัญญาณเตือนภัยธรรมชาติ เช่น สีของน้ำในลำธารที่เปลี่ยนเป็นสีขุ่นเข้ม หรือมีเศษซากไม้พัดมากับน้ำ
  • หลีกเลี่ยงการเดินทางข้ามทางน้ำหรือเดินลัดเลาะลำธารในช่วงที่ฝนตกหนัก
  • จัดเวรยามเพื่อเฝ้าระวังสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง โดยเฉพาะในชุมชนที่ตั้งอยู่ใกล้พื้นที่ต้นน้ำ
  • เตรียมไฟฉายและอุปกรณ์ส่องสว่างให้พร้อมสำหรับการอพยพในยามค่ำคืน

สถานการณ์ภัยพิบัติเป็นสิ่งที่ไม่อาจคาดเดาได้แม่นยำ 100% แต่การเตรียมพร้อมและตื่นตัวอยู่เสมอจะช่วยลดความสูญเสียได้มากครับ ขอให้ทุกคนในพื้นที่เสี่ยงภัยปลอดภัยและผ่านพ้นช่วงวิกฤตนี้ไปได้ด้วยดี หากเห็นสัญญาณไม่ชอบมาพากลอย่ารอช้า ให้รีบอพยพไปยังจุดปลอดภัยทันทีนะครับ

ที่มา – ทธ. แจ้งเฝ้าระวัง “แผ่นดินถล่ม” ช่วง 19-21 ส.ค. เช็ก 15 จังหวัดพื้นที่เสี่ยงภัย

น้ำท่วมน่าน ประกาศพื้นที่ภัยพิบัติ หลังน้ำป่าไหลหลาก อ.ปัว กระทบ 12 ตำบล 107 หมู่บ้าน

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้เรามีสถานการณ์ด่วนที่น่าเป็นห่วงมาแจ้งให้ทราบ โดยเฉพาะพี่น้องชาวน่านครับ ล่าสุดเกิดเหตุการณ์ น้ำท่วมน่าน ประกาศพื้นที่ภัยพิบัติ หลังน้ำป่าไหลหลาก อ.ปัว กระทบ 12 ตำบล 107 หมู่บ้าน ซึ่งสร้างความเสียหายและความเดือดร้อนให้แก่พี่น้องประชาชนเป็นวงกว้าง หลังจากที่ฝนตกหนักต่อเนื่องกันหลายวันจนทำให้น้ำป่าทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนอย่างรวดเร็ว

น้ำท่วมน่าน ประกาศพื้นที่ภัยพิบัติ หลังน้ำป่าไหลหลาก อ.ปัว กระทบ 12 ตำบล 107 หมู่บ้าน

ทางจังหวัดน่านไม่ได้นิ่งนอนใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น นายบรรจง ขุนเพชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน จึงได้ลงนามในประกาศจังหวัดฯ เรื่อง เขตให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินอุทกภัย เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งเข้าช่วยเหลือพี่น้องชาวอำเภอปัวอย่างเร่งด่วนที่สุดครับ

รายละเอียดพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจาก น้ำท่วมน่าน ประกาศพื้นที่ภัยพิบัติ หลังน้ำป่าไหลหลาก อ.ปัว กระทบ 12 ตำบล 107 หมู่บ้าน

จากการสำรวจเบื้องต้น พบว่ามีพื้นที่ได้รับความเสียหายครอบคลุมถึง 12 ตำบล และ 107 หมู่บ้าน ดังนี้ครับ:

  • ตำบลเจดีย์ชัย (หมู่ 1-9)
  • ตำบลแงง (หมู่ 1-7)
  • ตำบลศิลาเพชร (หมู่ 1-10)
  • ตำบลภูคา (หมู่ 1-14)
  • ตำบลปัว (หมู่ 1-8)
  • ตำบลศิลาแลง (หมู่ 1-8)
  • ตำบลสถาน (หมู่ 1-13)
  • ตำบลไชยวัฒนา (หมู่ 1-8)
  • ตำบลวรนคร (หมู่ 1-8)
  • ตำบลอวน (หมู่ 1-11)
  • ตำบลสกาด (หมู่ 1-4)
  • ตำบลป่ากลาง (หมู่ 1-7)

ความเสียหายที่เกิดขึ้นในครั้งนี้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของกระทรวงการคลัง ซึ่งการประกาศเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติจะช่วยให้งบประมาณฉุกเฉินสามารถนำมาใช้ในการเยียวยาผู้ประสบภัยได้อย่างทันท่วงที โดยมีกรอบเวลาช่วยเหลือภายใน 3 เดือนนับจากวันเกิดเหตุครับ

ในยามวิกฤตเช่นนี้ การรวมพลังของคนในชุมชนและการติดตามข่าวสารจากทางราชการเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดครับ ขอให้พี่น้องในพื้นที่ อ.ปัว และพื้นที่ใกล้เคียงในจังหวัดน่าน ระมัดระวังเรื่องกระแสไฟฟ้าและสัตว์มีพิษที่อาจมากับน้ำด้วยนะครับ สำหรับใครที่อยากช่วยเหลือผู้ประสบภัย สามารถติดตามช่องทางการรับบริจาคจากหน่วยงานที่เชื่อถือได้ หรือแจ้งขอความช่วยเหลือผ่านทางอำเภอและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้โดยตรงครับ

เราขอส่งกำลังใจให้พี่น้องชาวน่านทุกท่านผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปได้อย่างปลอดภัย และหวังว่าสถานการณ์น้ำป่าไหลหลากจะคลี่คลายลงในเร็ววันครับ

ที่มา – น้ำท่วมน่าน ประกาศพื้นที่ภัยพิบัติ หลังน้ำป่าไหลหลาก อ.ปัว กระทบ 12 ตำบล 107 หมู่บ้าน

เปิ้ล นาคร ประสานทีม เตรียมพร้อมช่วยน้ำท่วมน่าน

เปิ้ล นาคร ประสานทีม เตรียมพร้อมช่วยน้ำท่วมน่าน

กลายเป็นเรื่องราวที่น่าประทับใจและสร้างกำลังใจให้กับพี่น้องชาวไทยอย่างมาก สำหรับสถานการณ์ล่าสุดที่เกิดขึ้นในภาคเหนือ โดยเฉพาะเมื่อ เปิ้ล นาคร ศิลาชัย นักแสดงและพิธีกรชื่อดัง ได้ออกมาประกาศความพร้อมผ่านโซเชียลมีเดียส่วนตัวว่า กำลังเร่งระดมทีมงานมูลนิธิไทนาคาเพื่อลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากเหตุการณ์ เปิ้ล นาคร ประสานทีม เตรียมพร้อมช่วยน้ำท่วมน่าน หลังจากที่ได้รับทราบข่าวความเดือดร้อนของชาวบ้านที่กำลังเผชิญกับมวลน้ำมหาศาล

ความเคลื่อนไหวจาก เปิ้ล นาคร ประสานทีม เตรียมพร้อมช่วยน้ำท่วมน่าน

ความมุ่งมั่นของพี่เปิ้ล นาคร ครั้งนี้ไม่ได้มาเล่นๆ เพราะเจ้าตัวถึงขั้นสั่งการให้ทีมงานเตรียมอุปกรณ์กู้ภัยทางน้ำที่จำเป็นให้ครบถ้วน เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพที่สุด โดยเปิ้ลได้โพสต์ข้อความว่า “ออกจากโรงพยาบาล แล้วบินเลย เจอกันคับน่าน” พร้อมย้ำเตือนให้ชาวบ้านเตรียมของใช้ที่จำเป็นไว้ให้พร้อมสำหรับการใช้ชีวิตในช่วง 3 วันข้างหน้า ซึ่งถือเป็นการลงมือทำด้วยใจจริงและมีความเป็นห่วงพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง

ทางด้านสถานการณ์ในพื้นที่ จังหวัดน่าน เองนั้น นายสุรพล เธียรสูตร นายกเทศมนตรีเมืองน่าน และทีมงานเทศบาล ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้เร่งดำเนินการหลายมาตรการเพื่อรับมือกับวิกฤต ดังนี้:

  • เร่งติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ในเขตบ้านน้ำล้อมเพื่อระบายน้ำออกจากพื้นที่เสี่ยง
  • มีการวางแนวกระสอบทรายในจุดที่เป็นพื้นที่ลุ่มต่ำ เช่น ชุมชนพระเนตร เพื่อป้องกันน้ำทะลักเข้าท่วมที่อยู่อาศัย
  • เจ้าหน้าที่เทศบาลเมืองน่านออกปฏิบัติการสำรวจและเฝ้าระวังระดับน้ำตลอด 24 ชั่วโมง

การร่วมมือกันระหว่างคนดังอย่าง เปิ้ล นาคร ประสานทีม เตรียมพร้อมช่วยน้ำท่วมน่าน กับหน่วยงานท้องถิ่น ถือเป็นตัวอย่างที่ดีของพลังความสามัคคีที่ช่วยให้ผู้ประสบภัยรู้สึกอุ่นใจขึ้น แม้สถานการณ์ภัยพิบัติจะเป็นสิ่งที่ควบคุมไม่ได้ แต่การมีคนพร้อมยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือกันแบบนี้ ทำให้รอยยิ้มและกำลังใจของคนในพื้นที่กลับมาได้เสมอ เราขอเป็นกำลังใจให้ทั้งทีมงานของเปิ้ล นาคร และเจ้าหน้าที่ทุกคนปฏิบัติภารกิจสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี ขอให้พี่น้องชาวน่านปลอดภัยและสถานการณ์กลับเข้าสู่สภาวะปกติโดยเร็วที่สุดครับ

ที่มา – “เปิ้ล นาคร” ประสานทีม เตรียมพร้อมช่วยน้ำท่วมน่าน บอกชาวบ้านรออยู่

บราซิลพบแหล่งน้ำมันนอกชายฝั่งปากแม่น้ำแอมะซอน ชี้เป็นพาสปอร์ตสู่อนาคตประเทศ

เชื่อว่าหลายคนคงได้ยินข่าวใหญ่ที่กำลังสั่นสะเทือนวงการพลังงานโลก เมื่อล่าสุดบริษัทเปโตรบราส (Petrobras) ยักษ์ใหญ่ด้านพลังงานของบราซิล ได้ออกมายืนยันอย่างเป็นทางการว่า บราซิลพบแหล่งน้ำมันนอกชายฝั่งปากแม่น้ำแอมะซอน ชี้เป็นพาสปอร์ตสู่อนาคตประเทศ อย่างแท้จริง โดยการค้นพบครั้งนี้เกิดขึ้นที่บ่อสำรวจมอร์โฟ (Morpho) ซึ่งตั้งอยู่ในเขตเส้นศูนย์สูตร ห่างจากรัฐอามาปาไปประมาณ 180 กิโลเมตร

บราซิลพบแหล่งน้ำมันนอกชายฝั่งปากแม่น้ำแอมะซอน ชี้เป็นพาสปอร์ตสู่อนาคตประเทศ

การค้นพบครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่การเจอแหล่งน้ำมันดิบธรรมดา แต่ประธานาธิบดีลูอิส อินาซิโอ ลูลา ดา ซิลวา ได้เปรียบเทียบว่านี่คือ “พาสปอร์ต” ที่จะช่วยพลิกโฉมเศรษฐกิจของประเทศ โดยเฉพาะในพื้นที่รัฐอามาปาให้หลุดพ้นจากการเป็นเพียงผู้ส่งออกสินค้าเกษตรแบบดั้งเดิม สู่การเป็นศูนย์กลางพลังงานระดับโลก

ศักยภาพมหาศาลภายใต้การค้นพบใหม่

แม้จะยังต้องใช้เวลาอีกสักระยะในการประเมินปริมาณสำรองน้ำมันดิบที่แน่นอน แต่ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่าบริเวณชายฝั่งดังกล่าวอาจมีน้ำมันสะสมอยู่ถึง 10,000 ล้านบาร์เรล ซึ่งหากเป็นจริง นี่จะเป็นการเปลี่ยนแปลงสำคัญของเศรษฐกิจบราซิล โดยเปโตรบราสมีแผนที่จะดำเนินการสำรวจเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง ดังนี้:

  • การขุดเจาะบ่อสำรวจมอร์โฟให้เสร็จสิ้นภายใน 15-20 วัน
  • วางแผนการขุดเจาะเพิ่มเติมอีก 3 บ่อในบริเวณใกล้เคียง
  • ขยายขอบเขตการสำรวจไปยังพื้นที่ข้างเคียงอีก 5 บ่อ เพื่อประเมินความคุ้มค่าเชิงพาณิชย์

ความเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่สำคัญมาก เพราะแหล่งน้ำมันใต้ชั้นเกลือที่บราซิลใช้อยู่ในปัจจุบันคาดว่าจะแตะจุดสูงสุดของการผลิตในช่วงปี 2034-2035 ดังนั้น การที่ บราซิลพบแหล่งน้ำมันนอกชายฝั่งปากแม่น้ำแอมะซอน ชี้เป็นพาสปอร์ตสู่อนาคตประเทศ จึงถือเป็นการวางรากฐานด้านอธิปไตยทางพลังงานที่ยั่งยืนสำหรับทศวรรษข้างหน้า

อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางความตื่นเต้นเรื่องผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ ก็ยังมีประเด็นเรื่องสิ่งแวดล้อมที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะข้อกังวลจากหน่วยงาน Ibama เกี่ยวกับผลกระทบต่อระบบนิเวศบริเวณปากแม่น้ำแอมะซอน ซึ่งเป็นพื้นที่เปราะบาง การพัฒนาโครงการนี้จึงต้องมีการบริหารจัดการด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยที่สุดเพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่เกิดเหตุการณ์น้ำมันรั่วไหล

ในมุมมองของนักวิเคราะห์ แม้การค้นพบนี้จะเป็นข่าวดี แต่กว่าที่ประเทศจะได้เห็นน้ำมันไหลออกมาในเชิงพาณิชย์จริง อาจต้องใช้เวลานานถึง 10 ปี แต่สิ่งนี้ก็แสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ที่มุ่งมั่นของรัฐบาลบราซิลในการดึงเอาทรัพยากรธรรมชาติมาสร้างประโยชน์เพื่อประชาชนในระยะยาว หากมองในแง่บวก นี่คือก้าวสำคัญที่จะทำให้บราซิลขยับตัวขึ้นมามีอิทธิพลในตลาดพลังงานโลกอีกครั้งอย่างปฏิเสธไม่ได้

ที่มา – บราซิลพบแหล่งน้ำมันนอกชายฝั่งปากแม่น้ำแอมะซอน ชี้เป็นพาสปอร์ตสู่อนาคตประเทศ

ยศชนัน เปลี่ยนภารกิจบินด่วนจากสุราษฎร์ธานี ขึ้นเหนือลุยช่วยน้ำท่วมน่าน

เรียกได้ว่าสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคเหนือปีนี้หนักหนาสาหัสจริงๆ ครับ โดยล่าสุดมีการเคลื่อนไหวสำคัญจากรัฐบาล เมื่อ ยศชนัน เปลี่ยนภารกิจบินด่วนจากสุราษฎร์ธานี ขึ้นเหนือลุยช่วยน้ำท่วมน่าน ทันทีหลังจากได้รับคำสั่งการด่วนจากท่านนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ซึ่งในขณะนั้นกำลังปฏิบัติภารกิจอยู่ที่ประเทศออสเตรเลีย แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจและความรวดเร็วในการแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนที่กำลังเดือดร้อนอย่างแสนสาหัสครับ

ยศชนัน เปลี่ยนภารกิจบินด่วนจากสุราษฎร์ธานี ขึ้นเหนือลุยช่วยน้ำท่วมน่าน

ภายหลังจากเสร็จสิ้นภารกิจในงาน ม.อ.วิชาการ และงานมหกรรมงานวิจัย ณ จังหวัดสุราษฎร์ธานี นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. ได้ปรับแผนการเดินทางทันทีเพื่อมุ่งหน้าสู่ จ.น่าน ในเวลา 15.00 น. เพื่อลงพื้นที่ อ.ปัว อย่างเร่งด่วน โดยการที่ ยศชนัน เปลี่ยนภารกิจบินด่วนจากสุราษฎร์ธานี ขึ้นเหนือลุยช่วยน้ำท่วมน่าน ในครั้งนี้ ถือเป็นการแสดงบทบาทของประธานคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยในพื้นที่ภาคเหนือที่ชัดเจนมากครับ

สถานการณ์ในพื้นที่ อ.ปัว จ.น่าน

บรรยากาศที่ อ.ปัว ตอนนี้ค่อนข้างตึงเครียดมากครับ เพราะฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่องทำให้เกิดมวลน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือน ส่งผลให้เส้นทางคมนาคมหลายสายถูกตัดขาด นายยศชนันจึงได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการดังนี้:

  • ติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาด 24 นิ้ว ในเขตอำเภอเมือง และเครื่องสูบน้ำ 8 นิ้ว จำนวน 11 เครื่อง ในพื้นที่ อ.เวียงสา เพื่อระบายน้ำให้เร็วที่สุด
  • ระดมเครื่องจักรขนาดใหญ่ ทั้งรถแบ็กโฮและรถบรรทุกเทท้ายกว่า 7 คัน เพื่อกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำและคอสะพานที่ถูกน้ำพัดพามา
  • ประสานงานกับ พมจ.น่าน เพื่อเข้าช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางและผู้ประสบภัยที่ติดค้างอยู่ตามจุดพักพิงต่างๆ อย่างเร่งด่วน

การทำงานเชิงรุกในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า รัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจต่อความเดือดร้อนของพี่น้องชาวเหนือ และพร้อมที่จะลงพื้นที่จริงเพื่อแก้ปัญหาหน้างานทันที เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าสถานการณ์อุทกภัยในจังหวัดน่านจะคลี่คลายลงในเร็ววัน และขอส่งกำลังใจให้ทั้งเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานและพี่น้องประชาชนผู้ประสบภัยทุกคนผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปได้ด้วยดีครับ

ที่มา – “ยศชนัน” เปลี่ยนภารกิจบินด่วนจากสุราษฎร์ธานี ขึ้นเหนือลุยช่วยน้ำท่วมน่าน

เมียสุดเศร้า เล่านาทีพบ เรย์ แมคโดนัลด์ นอนหมดสติ

เชื่อว่าแฟนคลับหลายคนคงได้รับข่าวที่สร้างความตกใจและสะเทือนใจเป็นอย่างมาก เมื่อมีรายงานข่าวการจากไปอย่างกะทันหันของนักแสดงชื่อดัง เรย์ แมคโดนัลด์ โดยมีภรรยาคู่ชีวิตได้ออกมาเปิดเผยเรื่องราวที่เกิดขึ้น ท่ามกลางความโศกเศร้าเสียใจอย่างที่สุดกับเหตุการณ์ที่ไม่มีใครคาดคิด

เมียสุดเศร้า เล่านาทีพบ เรย์ แมคโดนัลด์ นอนหมดสติ

เหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อภรรยาของเรย์ แมคโดนัลด์ เล่านาทีพบร่างสามีในบ้านพัก ย่านพัฒนาการ โดยเธอเล่าว่าในเช้าวันนั้นเธอตั้งใจจะลงไปปลุกสามีเพื่อให้ไปส่งลูกที่โรงเรียน เนื่องจากเป็นวันเปิดเทอมวันแรก แต่เมื่อเข้าไปพบกลับพบว่าสามีได้จากไปอย่างสงบแล้ว ซึ่งเรื่องราวของ เมียสุดเศร้า เล่านาทีพบ เรย์ แมคโดนัลด์ นอนหมดสติ กลายเป็นประเด็นที่คนในสังคมต่างเข้ามาแสดงความเสียใจกันอย่างล้นหลาม

สรุปเหตุการณ์ เมียสุดเศร้า เล่านาทีพบ เรย์ แมคโดนัลด์ นอนหมดสติ

จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดภายในบ้าน พบภาพเหตุการณ์ก่อนที่เรย์ แมคโดนัลด์ จะจากไปอย่างสงบ ดังนี้:

  • ช่วงเวลาเที่ยงคืน กล้องจับภาพได้ว่าเจ้าตัวกำลังนั่งดูทีวีอยู่ตามปกติ
  • จังหวะต่อมา เรย์มีอาการฟุบลงไปนอนคล้ายกับคนหลับปกติ ซึ่งภรรยาเข้าใจว่าสามีเพียงแค่นอนหลับเท่านั้น
  • ในตอนเช้า ภรรยาคิดว่าสามีแกล้งหลับเหมือนที่ชอบทำเป็นประจำ จึงไม่ได้เอะใจจนกระทั่งพบว่าเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน

ภรรยายังยืนยันว่า เรย์ แมคโดนัลด์ ไม่มีโรคประจำตัวมาก่อน ซึ่งการจากไปครั้งนี้เปรียบเสมือนการที่เขาเพียงแค่อยากพักผ่อน หลังจากที่ทำงานหนักมาตลอดชีวิต ซึ่งสร้างความสะเทือนใจให้กับแฟนคลับและคนในวงการบันเทิงเป็นอย่างมากที่ต้องสูญเสียนักแสดงฝีมือดีไปในวัยที่ยังสามารถสร้างสรรค์ผลงานได้อีกมากมาย

ทางด้านนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจ ได้รับร่างเพื่อทำการชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงอย่างละเอียดอีกครั้ง โดยกำหนดการพิธีทางศาสนาทางครอบครัวจะแจ้งให้ทราบผ่านทางเฟซบุ๊กเพจเร่ร่อนต่อไป ในฐานะแฟนคลับพวกเราทุกคนขอร่วมส่งกำลังใจให้ครอบครัวแมคโดนัลด์ผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปให้ได้ และขอให้พี่เรย์ไปสู่สุคติในภพภูมิที่ดี

ที่มา – เมียสุดเศร้า เล่านาทีพบ “เรย์ แมคโดนัลด์” นอนหมดสติ เช็กกล้องเจอดูทีวีแล้วฟุบไป

หุ้น Unitree ผู้ผลิตหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์จีน พุ่งกว่า 600%

เชื่อว่าหลายคนคงได้เห็นข่าวใหญ่ในแวดวงเทคโนโลยีระดับโลก เมื่อ หุ้น “Unitree” ผู้ผลิตหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์จีน พุ่งกว่า 600% ในการซื้อขายวันแรกที่ตลาดหลักทรัพย์เซี่ยงไฮ้ สร้างความฮือฮาให้กับนักลงทุนและผู้ที่ติดตามนวัตกรรมหุ่นยนต์ทั่วโลกอย่างมาก วันนี้เราจะมาสรุปประเด็นสำคัญที่ทำให้บริษัทนี้กลายเป็นดาวเด่นแห่งยุค Physical AI ครับ

ทำไมหุ้น Unitree ผู้ผลิตหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์จีน ถึงร้อนแรงขนาดนี้?

การที่ หุ้น “Unitree” ผู้ผลิตหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์จีน พุ่งกว่า 600% ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เกิดจากความเชื่อมั่นในศักยภาพของเทคโนโลยีที่ Unitree Robotics สั่งสมมาตั้งแต่ปี 2016 โดยเฉพาะการผลิตหุ่นยนต์ที่ใช้งานได้จริงในราคาที่จับต้องได้มากกว่าคู่แข่งจากฝั่งสหรัฐฯ อย่างมหาศาล

จุดแข็งของ Unitree ในตลาดโลก

  • ความคุ้มค่าด้านต้นทุน: หุ่นยนต์สุนัขของ Unitree มีราคาเริ่มต้นเพียง 2,700 ดอลลาร์ ซึ่งถูกกว่าคู่แข่งอย่าง Boston Dynamics หลายเท่าตัว
  • นวัตกรรมสุดล้ำ: ล่าสุดเพิ่งเปิดตัวหุ่นยนต์ “Superman” ที่วิ่งเร็วกว่าสถิติโลกของ ยูเซน โบลต์
  • โมเดลธุรกิจที่ทำกำไรได้จริง: ในขณะที่บริษัทหุ่นยนต์หลายแห่งยังขาดทุน แต่ Unitree สามารถทำกำไรสุทธิได้ถึง 278 ล้านหยวนในปี 2025

ความสำเร็จนี้สะท้อนให้เห็นว่า จีนกำลังก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำตัวจริงในอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ แม้จะต้องเผชิญกับมาตรการกีดกันทางการค้าจากสหรัฐฯ ก็ตาม การที่ หุ้น “Unitree” ผู้ผลิตหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์จีน พุ่งกว่า 600% นับเป็นหมุดหมายสำคัญที่บอกเราว่ายุคสมัยของหุ่นยนต์ใกล้ตัวเราเข้ามาทุกที ไม่ใช่แค่ในนิยายวิทยาศาสตร์อีกต่อไป

ความท้าทายในอนาคต

แม้ตลาดทุนจะตอบรับอย่างดีเยี่ยม แต่ความท้าทายที่แท้จริงคือการนำหุ่นยนต์ไปใช้งานจริงในวงกว้าง ทั้งเรื่องความปลอดภัยของข้อมูล ความทนทานของแบตเตอรี่ และกฎระเบียบระหว่างประเทศที่เข้มงวดขึ้น อย่างไรก็ตาม ความก้าวหน้าของบริษัทอย่าง Unitree คือเครื่องพิสูจน์ชั้นดีว่า จีนกำลังเร่งเครื่องเต็มที่เพื่อครองใจตลาดเทคโนโลยีโลก

สำหรับนักลงทุนและผู้ที่สนใจนวัตกรรม นี่คือบริษัทที่คุณต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด เพราะไม่ว่าการแข่งขันระหว่างขั้วมหาอำนาจจะเป็นอย่างไร เทคโนโลยีหุ่นยนต์ของ Unitree จะเข้ามาเปลี่ยนโฉมชีวิตประจำวันและภาคอุตสาหกรรมในอนาคตอย่างแน่นอน

ที่มา – หุ้น “Unitree” ผู้ผลิตหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์จีน พุ่งกว่า 600% หลังเข้าตลาดหุ้นเซี่ยงไฮ้

ผบช.ตชด. สั่งด่วน ส่งกำลังพลช่วยชาวบ้าน น้ำท่วมน่าน

ผบช.ตชด. สั่งด่วน ส่งกำลังพลช่วยชาวบ้าน น้ำท่วมน่าน

ในช่วงสัปดาห์นี้ จังหวัดน่านกำลังเผชิญกับสถานการณ์ฝนตกหนักต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลหลากในหลายอำเภอ สร้างความเดือดร้อนให้แก่พี่น้องประชาชนเป็นวงกว้าง ล่าสุดทาง พล.ต.ท.รุ่งโรจน์ ฐากูรปุณยสิริ ผบช.ตชด. ได้มีคำสั่งการด่วนให้เจ้าหน้าที่ ตชด.ภาค 3 และทีมตำรวจจิตอาสา ลงพื้นที่ปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุ ผบช.ตชด. สั่งด่วน ส่งกำลังพลช่วยชาวบ้าน น้ำท่วมน่าน ทันที พร้อมกำชับให้มีการเฝ้าระวังภัยพิบัติอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง

สถานการณ์วิกฤต น้ำท่วมน่าน และความช่วยเหลือจากภาครัฐ

พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักในขณะนี้ ได้แก่ อำเภอปัว อำเภอภูเพียง และอำเภอสันติสุข ซึ่งมีทั้งน้ำท่วมขัง ถนนขาด และดินสไลด์ปิดเส้นทางสัญจร เจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดนได้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ เพื่อเร่งระบายน้ำและอำนวยความสะดวกให้กับชาวบ้าน การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความห่วงใยที่ ผบช.ตชด. สั่งด่วน ส่งกำลังพลช่วยชาวบ้าน น้ำท่วมน่าน เพื่อให้มั่นใจว่าพี่น้องประชาชนจะได้รับการช่วยเหลืออย่างทันท่วงที โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางที่ต้องรีบอพยพไปอยู่ในพื้นที่ปลอดภัย

  • เร่งสำรวจความเสียหายของบ้านเรือนประชาชน
  • จัดเตรียมกำลังพลเฝ้าระวังระดับน้ำตลอด 24 ชั่วโมง
  • ประสานงานหน่วยงานท้องถิ่นอพยพผู้ประสบภัยออกจากจุดเสี่ยง
  • เตือนภัยชาวบ้านในพื้นที่ลุ่มต่ำและเชิงเขาให้ระวังดินโคลนถล่ม

นอกจากนี้ ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือยังได้ออกประกาศเตือนให้ประชาชนใน จ.น่าน ระมัดระวังปริมาณฝนสะสมที่อาจทำให้สถานการณ์ยืดเยื้อ สำหรับใครที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย ขอให้ติดตามข่าวสารจากทางราชการอย่างใกล้ชิด และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด หากท่านพบเห็นผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วน อย่าลังเลที่จะแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ทันที

สุดท้ายนี้ เราขอเป็นกำลังใจให้กับพี่น้องชาวน่านทุกท่านให้ผ่านพ้นวิกฤตินี้ไปได้อย่างปลอดภัย และขอชื่นชมการปฏิบัติงานอย่างเข้มแข็งของเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนที่ยังคงยืนหยัดเคียงข้างประชาชนในยามลำบากเช่นนี้

ที่มา – ผบช.ตชด. สั่งด่วน ส่งกำลังพลช่วยชาวบ้าน “น้ำท่วมน่าน” เฝ้าระวัง 24 ชม.

Scroll to top