ข่าวในกระแส

เช็กเงื่อนไข คนละครึ่งล่าสุด 2568 ใครได้บ้าง

รัฐบาลพรรคภูมิใจไทยเตรียมเปิดโครงการคนละครึ่งล่าสุด 2568 รอบใหม่! มาดูกันว่าใครมีสิทธิได้รับประโยชน์จากโครงการนี้บ้าง? โครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะสั้น ลดค่าครองชีพ และส่งเสริมการจับจ่ายใช้สอยของพี่น้องประชาชน โดยมีแนวโน้มว่าจะเปิดโอกาสให้คนไทยทุกคนได้เข้าร่วม แต่รายละเอียดการสนับสนุนอาจแตกต่างกันไปตามกลุ่มเป้าหมาย

เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2568 มีรายงานข่าวถึงแผนงานเร่งด่วนของรัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล ที่มีพรรคภูมิใจไทยเป็นแกนหลักในการจัดตั้งรัฐบาล มีการประกาศถึงการฟื้นโครงการ “คนละครึ่ง” ซึ่งเคยได้รับความนิยมในสมัยรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา โดยมีเป้าหมายหลักคือการเป็นนโยบายที่สามารถเห็นผลได้รวดเร็ว (Quick Win) เพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะสั้น ลดภาระค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน และส่งเสริมให้เกิดการจับจ่ายใช้สอยภายในประเทศ

นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้ออกมาเปิดเผยว่า นายอนุทินและคณะกรรมการบริหารพรรค รวมถึงทีมงานที่เกี่ยวข้องกับนโยบาย ได้มีการหารือถึงมาตรการคนละครึ่งล่าสุด 2568 นี้จริง โดยมองว่าเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะสั้น อย่างไรก็ตาม รูปแบบของโครงการอาจมีการปรับปรุงให้มีความเหมาะสมและครอบคลุมมากยิ่งขึ้น

นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวถึงแหล่งเงินทุนที่จะนำมาใช้ในโครงการนี้ว่า รัฐบาลยังมีวงเงินเหลืออยู่ประมาณ 25,000 ล้านบาทจากโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลชุดก่อน ซึ่งสามารถนำมาใช้ได้ทันที หากใช้เงินจำนวนนี้ จะสามารถเริ่มโครงการได้เร็ว แต่อาจต้องรอการตัดสินใจเชิงนโยบายอีกครั้ง หากต้องการขยายขนาดของโครงการให้ใหญ่ขึ้น

สำหรับเงื่อนไข คนละครึ่งล่าสุด 2568 เบื้องต้นแบ่งตามกลุ่มประชาชน ดังนี้

  • กลุ่มผู้เสียภาษีเงินได้ : ภาครัฐอาจจะช่วยจ่าย 60% และประชาชนจ่ายเอง 40%
  • ประชาชนทั่วไป (นอกระบบภาษี) : ภาครัฐอาจจะช่วยจ่าย 50% และประชาชนจ่ายเอง 50%

อย่างไรก็ตาม โครงการคนละครึ่งในอดีต มีเงื่อนไขคุณสมบัติของผู้เข้าร่วมโครงการดังนี้:

  • มีสัญชาติไทย
  • มีอายุ 18 ปีขึ้นไป
  • มีบัตรประจำตัวประชาชน
  • ไม่เป็นผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

โดยผู้ที่ได้รับสิทธิ จะต้องใช้จ่ายผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” และรัฐบาลจะให้เงินสนับสนุนสูงสุดวันละ 150 บาทต่อคน

โครงการ คนละครึ่งล่าสุด 2568 มีอะไรใหม่?

“โครงการคนละครึ่งล่าสุด 2568” มีแนวโน้มที่จะถูกปรับปรุงรูปแบบให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจและสังคมในปัจจุบันมากขึ้น ซึ่งอาจมีการเพิ่มสิทธิประโยชน์หรือปรับเงื่อนไขบางประการให้เหมาะสมกับสถานการณ์

ดังนั้น สิ่งสำคัญคือการติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด เพื่อไม่ให้พลาดโอกาสในการเข้าร่วมโครงการดีๆ ที่จะช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน

สรุปแล้ว โครงการคนละครึ่งล่าสุด 2568 ที่กำลังจะมาถึง ถือเป็นข่าวดีสำหรับประชาชนที่กำลังมองหาตัวช่วยลดค่าครองชีพ อย่างไรก็ตาม รายละเอียดและเงื่อนไขต่างๆ ยังอยู่ในระหว่างการพิจารณาและปรับปรุง ดังนั้น ขอให้ติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดเพื่อไม่พลาดโอกาสในการเข้าร่วมโครงการนี้นะคะ

ที่มา – เช็กเงื่อนไข คนละครึ่งล่าสุด 2568 ของ “รัฐบาลอนุทิน” รอบนี้ใครได้บ้าง

สง่า พรมเมือง: มั่นใจคว้าชัยเลือกตั้งซ่อม

การเลือกตั้งซ่อม สส. เชียงราย เขต 7 กำลังเป็นที่จับตา! วันนี้เราจะมาอัปเดตความเคลื่อนไหวล่าสุดของ “สง่า พรมเมือง” ผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทย ที่มั่นใจว่าจะคว้าชัยชนะในการเลือกตั้งครั้งนี้ไปครอง

เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา “สง่า พรมเมือง” ได้เดินทางไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งซ่อม สส.เชียงราย เขต 7 ในเวลา 9 โมงเช้า พร้อมแสดงความเชื่อมั่นว่าจะได้รับความไว้วางใจจากพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ขณะเดียวกัน เราก็ได้พูดคุยกับชาวบ้านที่ออกมาใช้สิทธิ์ ซึ่งหลายคนยังคงแสดงความรักและศรัทธาต่อพรรคเพื่อไทย และหวังว่าผู้แทนที่มาจากพรรคจะสามารถเข้ามาแก้ไขปัญหาราคาสินค้าเกษตรที่กำลังตกต่ำได้

บรรยากาศโดยรวมเป็นไปอย่างคึกคักตั้งแต่เช้าตรู่ โดยมีประชาชนทยอยเดินทางมายังหน่วยเลือกตั้งอย่างต่อเนื่อง นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง ก็ได้เดินทางมาตรวจเยี่ยมหน่วยเลือกตั้งและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ พร้อมกล่าวว่า สภาพอากาศวันนี้เป็นใจ ทำให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความราบรื่น

สง่า พรมเมือง: มั่นใจคว้าชัยเลือกตั้งซ่อม

สำหรับการเลือกตั้งซ่อมในครั้งนี้ มีผู้สมัคร 2 คน คือ นายสง่า พรมเมือง จากพรรคเพื่อไทย เบอร์ 1 และ นายสุทัศน์ ยาละ จากพรรคประชาชน เบอร์ 2

นายแสวง บุญมี ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า กกต.จังหวัดเชียงราย คาดการณ์ว่าจะมีผู้ออกมาใช้สิทธิ์ไม่ต่ำกว่า 65% และคาดว่าจะทราบผลการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการในเวลาประมาณ 20.00 น.

หลังจากใช้สิทธิ์เลือกตั้ง นายสง่า พรมเมือง ได้ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวว่า หลังจากนี้จะกลับไปพักผ่อนที่บ้าน หลังจากที่ได้เดินสายหาเสียงและพบปะกับพี่น้องประชาชนในหลายอำเภอ ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี และมีความเชื่อมั่นว่าจะได้รับความไว้วางใจจากพี่น้องประชาชนให้เป็นผู้แทนราษฎร

นอกจากนี้ เรายังได้พูดคุยกับนายบุญยก พรมปัญญา อายุ 80 ปี ชาวบ้านที่มาใช้สิทธิ์เลือกตั้ง ซึ่งได้แสดงความหวังว่า จะได้ผู้แทนที่เป็นคนเชียงแสน และมาจากพรรคเพื่อไทย เพื่อเข้ามาแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของชาวบ้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ เช่น ข้าว ข้าวโพด และมันสำปะหลัง

ทำไมนายสง่า พรมเมือง ถึงมั่นใจว่าจะชนะ?

ความมั่นใจของนายสง่า พรมเมือง มาจากการลงพื้นที่อย่างหนักหน่วง การรับฟังปัญหาของประชาชน และนโยบายที่ตอบโจทย์ความต้องการของคนในพื้นที่ พรรคเพื่อไทยมีฐานเสียงที่แข็งแกร่งในจังหวัดเชียงราย และความต้องการที่จะเห็นการเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้นของประชาชน ก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนให้ผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทยมีโอกาสชนะการเลือกตั้ง

สถานการณ์ราคาสินค้าเกษตรที่ตกต่ำอย่างต่อเนื่อง ส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของเกษตรกรในพื้นที่อย่างมาก การมีตัวแทนที่เข้าใจปัญหาและพร้อมที่จะผลักดันนโยบายเพื่อแก้ไขปัญหาเหล่านี้ จึงเป็นสิ่งที่ประชาชนต้องการ

การเลือกตั้งซ่อม สส. เชียงราย เขต 7 ในครั้งนี้ จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่ออนาคตของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ เพราะจะเป็นโอกาสให้พวกเขาได้เลือกผู้แทนที่พวกเขาเชื่อมั่นว่าจะสามารถนำพาความเปลี่ยนแปลงที่ดีมาสู่ชุมชนได้

ดังนั้น การตัดสินใจเลือกใครเข้าไปทำหน้าที่ผู้แทนราษฎร จึงเป็นสิ่งที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ เพื่อให้ได้คนที่เหมาะสมที่สุดที่จะเป็นปากเสียงให้กับประชาชน และนำพาจังหวัดเชียงรายไปสู่ความเจริญก้าวหน้า

ที่มา – “สง่า พรมเมือง” ผู้สมัคร สส. พรรคเพื่อไทย มั่นใจคว้าชัยชนะเลือกตั้งซ่อมเชียงราย

เปิดหีบ! เลือกตั้งซ่อม สส.เชียงราย ผู้ว่าฯ ชวนใช้สิทธิ์

เปิดหีบเลือกตั้งซ่อม สส.เชียงราย ผู้ว่าฯ เชิญชวนประชาชนออกมาใช้สิทธิ์

บรรยากาศการเลือกตั้งซ่อม สส.เชียงราย คึกคักตั้งแต่เช้า ประชาชนแห่มารอใช้สิทธิ์ก่อนเปิดหีบเลือกตั้งซะอีก! นายชรินทร์ ทองสุข ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ก็ไม่พลาด เชิญชวนพี่น้องชาวเชียงรายออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งกันเยอะๆ นะครับ

เมื่อเวลา 07.30 น. วันที่ 14 กันยายน 2568 ที่ผ่านมา นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมหน่วยเลือกตั้งที่ 6 และ 7 เขตเลือกตั้งที่ 7 ณ โรงเรียนบ้านสบคำ ต.เวียง อ.เชียงแสน จ.เชียงราย โดยมีนายชรินทร์ ทองสุข ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย พร้อมด้วยหน่วยงานราชการในพื้นที่ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น การตรวจเยี่ยมหน่วยเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย พบว่ามีประชาชนจำนวนมากให้ความสนใจมารอใช้สิทธิ์เลือกตั้งซ่อม สส.เชียงราย ก่อนเวลาเปิดหีบ

พอถึงเวลา 08.00 น. ก็ได้เวลาที่ทุกคนรอคอย! เจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้งได้ทำการเคารพธงชาติอย่างพร้อมเพรียง ก่อนจะทำการเปิดหีบเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ เพื่อให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่ได้เข้าไปลงคะแนนเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตเลือกตั้งที่ 7 จังหวัดเชียงรายกันครับ

นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ได้ให้สัมภาษณ์ว่า การลงพื้นที่ในครั้งนี้มีจุดประสงค์เพื่อตรวจเยี่ยมความเรียบร้อยของหน่วยเลือกตั้ง และให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานครับ ท่านยังบอกอีกว่า สภาพอากาศวันนี้เป็นใจ ท้องฟ้าแจ่มใส ทำให้การเดินทางมาใช้สิทธิ์ของประชาชนสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น ทาง กกต. จังหวัดเชียงราย คาดการณ์ว่าจะมีผู้ออกมาใช้สิทธิไม่ต่ำกว่า 65% เลยทีเดียว จากการสังเกตการณ์ก่อนเปิดหีบ พบว่าประชาชนให้ความสนใจในการเลือกตั้งซ่อม สส.เชียงราย เป็นอย่างมาก แม้ว่าจะเป็นการเลือกตั้งซ่อม และผู้ที่ได้รับเลือกอาจจะมีวาระการดำรงตำแหน่งไม่นานนัก

สำหรับการรายงานผลการเลือกตั้งนั้น คาดว่าจะเริ่มนับคะแนนหลังจากปิดหีบในเวลา 17.00 น. และคาดว่าจะแล้วเสร็จประมาณ 20.00 น. ขอให้ทุกท่านติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดนะครับ

ด้านนายชรินทร์ ทองสุข ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ได้กล่าวว่า หวังเป็นอย่างยิ่งว่าประชาชนจะออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งตามช่วงเวลาที่กำหนด และขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนชาวเชียงรายทุกท่าน ออกมาใช้สิทธิ์ใช้เสียงของท่าน เพื่อเลือกผู้แทนที่ท่านไว้วางใจเข้าไปทำงานเพื่อพัฒนาจังหวัดเชียงรายของเราต่อไป

ผู้ว่าฯ เชียงราย เชิญชวนใช้สิทธิ์เลือกตั้งซ่อม สส.

การเลือกตั้งซ่อม สส.เชียงราย ครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการกำหนดทิศทางและอนาคตของจังหวัดเชียงรายของเรา การที่ประชาชนทุกคนออกมาใช้สิทธิ์ใช้เสียงของตนเอง จะเป็นการแสดงพลังประชาธิปไตย และทำให้เราได้ผู้แทนที่มาจากความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง อย่าปล่อยให้สิทธิ์ของเราสูญเปล่า ออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งกันนะครับ!

ที่มา – เปิดหีบเลือกตั้งซ่อม สส.เชียงราย ผู้ว่าฯ เชิญชวนประชาชนออกมาใช้สิทธิ์

คนละครึ่ง 2568 ยังเข้าไม่ได้? ลุ้นลงทะเบียน!

www.คนละครึ่ง.com 2568 ยังเข้าไม่ได้ เตรียมลุ้นลงทะเบียนรับสิทธิ “คนละครึ่ง” เวอร์ชั่น 2.0

ภายหลังจาก “รัฐบาลอนุทิน” มีแนวคิดที่จะนำโครงการ “คนละครึ่ง” กลับมาปัดฝุ่น เพื่อใช้กระตุ้นเศรษฐกิจในระยะเร่งด่วนอีกครั้งนั้น ทางด้าน “กระทรวงการคลัง” มีความพร้อมที่จะทำโครงการคนละครึ่งได้ทันที หากมีนโยบายออกมาชัดเจน เพราะขณะนี้มีความพร้อมทั้งในส่วนระบบ งบประมาณ และความเหมาะสมต่อสถานการณ์เศรษฐกิจปัจจุบัน

สำหรับ “คนละครึ่ง” คือโครงการฟื้นฟูเศรษฐกิจระดับฐานราก สำหรับผู้ประกอบการรายย่อยโดยเฉพาะกลุ่มหาบเร่ แผงลอย เพื่อให้มีรายได้จากการขายสินค้าเพิ่มขึ้น โดยภาครัฐร่วมจ่ายค่าอาหาร เครื่องดื่ม และสินค้าทั่วไปผ่านฝ่ายของผู้ซื้อ 50% โดยใช้จ่ายผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ไม่เกิน 150 บาทต่อคนต่อวัน หรือไม่เกิน 3,000 บาทต่อคน ตลอดระยะเวลาโครงการ

คนละครึ่ง 2568 ยังเข้าไม่ได้

ทั้งนี้ หลังจากการเตรียมนำโครงการคนละครึ่ง มาใช้ฟื้นฟูเศรษฐกิจนั้น ประชาชนจำนวนมาก ต่างค้นหาวิธีลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ กระทั่งล่าสุด วันที่ 13 ก.ย. 2568 พบว่าโดเมน www.คนละครึ่ง.com ที่เคยใช้นั้นหายไป ซึ่งขึ้นว่าเป็นเว็บไซต์ไม่มีชื่อ และรายละเอียดที่โชว์ในหน้า google กลายเป็นภาษาจีนที่แปลได้ว่า “จำชื่อผู้ใช้ ลืมรหัสผ่าน? เข้าสู่ระบบ”

โดยก่อนหน้านี้ นายวรภัค ธันยาวงษ์ อดีตกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย ว่าที่ รมช.คลังคนใหม่ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ว่า “คนละครึ่งอาจถึงเวลาที่ต้องกลับมาอีกครั้ง แต่คราวนี้จะกลับมาในเวอร์ชัน คนละครึ่ง 2.0 ให้ประชาชนซื้อขายแบบกระตือรือร้นมากขึ้น”

คนละครึ่ง 2568: เงื่อนไขใหม่ที่ควรรู้

นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เผยว่า โครงการคนละครึ่งรอบใหม่จะให้สิทธิประชาชนคนไทยทุกคนในอัตรา 50:50 แต่สำหรับผู้ที่อยู่ในระบบภาษีหรือยื่นแบบแสดงรายการภาษีจะได้รับการสนับสนุนในอัตราที่สูงกว่า อาจอยู่ที่ 60:40

ทั้งนี้ ผู้ที่ได้สิทธิมากกว่า คือผู้ที่อยู่ในระบบภาษีหรือยื่นแบบแสดงรายการภาษี ไม่จำเป็นต้องเป็นผู้ที่เสียภาษีจริงกับรัฐเท่านั้น โดยเงื่อนไขการใช้จ่ายเบื้องต้นจะไม่แตกต่างจากโครงการเดิมมากนัก แต่อาจมีลูกเล่นใหม่เพิ่มเติมให้น่าสนใจมากขึ้น ส่วนวงเงินการใช้จ่ายต่อวันและวงเงินรวมของโครงการยังไม่ได้ข้อสรุป

โครงการ “คนละครึ่ง” ถือเป็นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ได้รับความนิยมอย่างมากในช่วงที่ผ่านมา การกลับมาอีกครั้งของโครงการนี้ย่อมเป็นที่จับตามองของประชาชนอย่างแน่นอน โดยเฉพาะเงื่อนไขและรายละเอียดต่างๆ ที่จะมีการปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้น หวังว่าโครงการ คนละครึ่ง 2568 จะช่วยให้เศรษฐกิจไทยกลับมาคึกคักได้อีกครั้ง และช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนได้เป็นอย่างดี การที่เว็บไซต์ คนละครึ่ง 2568 ยังเข้าไม่ได้ ในขณะนี้ อาจเป็นสัญญาณว่าโครงการกำลังอยู่ในช่วงเตรียมความพร้อมและปรับปรุงรายละเอียดต่างๆ ก่อนที่จะเปิดให้ลงทะเบียนในเร็วๆ นี้ ขอให้ประชาชนติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดเพื่อไม่ให้พลาดโอกาสในการเข้าร่วมโครงการดีๆ แบบนี้นะคะ

อย่างไรก็ตาม หากมีความคืบหน้าเกี่ยวกับ โครงการคนละครึ่ง 2.0 หรือ คนละครึ่งอัปเกรด หรือ คนละครึ่งพลัส แล้วนั้น จะรายงานให้ทราบต่อไป.

ที่มา – เว็บไซต์คนละครึ่ง 2568 ยังเข้าไม่ได้ ลุ้นลงทะเบียนรับสิทธิ เวอร์ชั่น 2.0

อนุทินรับจำเป็นต้องมี รมช.กห. ไม่ตอบชื่อ รมว.ยุติธรรม

“นายกฯ อนุทิน” ยอมรับมี “รมช.กลาโหม” เหตุคิดว่าจำเป็น ขอรอดู “รมว.ยุติธรรม” ว่าเป็นใคร ก่อนหัวเราะหลังสื่อจี้ถามเป็นอดีตตำรวจหรือไม่ ชี้ ทุกคนต้องมี ความสัมพันธ์กันหมด ปมเชื่อมโยง “บุรีรัมย์” ถามกลับ รมต.ยธ. คนปัจจุบัน สนิทกับใครบ้าง

วันที่ 13 ก.ย. 2568 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีโผคณะรัฐมนตรี(ครม.) จะสามารถนำขึ้นทูลเกล้าได้เมื่อไหร่นั้น ว่า คาดว่าเร็วๆนี้ ซึ่งตอนนี้รายชื่อนำส่งไปประกอบและบางส่วนทยอยส่งกลับมาแล้ว ซึ่งการตรวจสอบต้องการให้เกิดความชัดเจน และไม่มีปัญหา โดยต้องส่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบ เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่า รายชื่อที่ส่งไปไม่มีปัญหา

ส่วนมีความกังวลในการเข้ามาทำหน้าที่ตรงนี้ นายอนุทิน กล่าวว่าไม่มีนะ ทุกอย่างเป็นไปตามไทม์ไลน์ที่ตั้งไว้ ซึ่งตนก็เร่งถามไปที่เลขาคณะรัฐมนตรี และรัฐบาลที่ผ่านมาตนได้สอบถามไปว่า หลังจากมีการประกาศโปรดเกล้า นายกรัฐมนตรีใช้เวลาเท่าไหร่ ในการแถลงชื่อคณะรัฐมนตรี เลขาธิการครม.ก็ได้ตอบกลับมาว่า “นี่ก็เร็วแล้ว” ซึ่งต้องยอมรับว่าระยะภายหลังต้องมีการอิงคำพิพากษาของศาลรัฐธรรมนูญว่าด้วยเรื่องของจริยธรรม เราจึงต้องสอบถามไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อไม่ให้มีอะไรขัดต่อรัฐธรรมนูญ

ส่วนตอนนี้ชื่อของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมลงตัวแล้วหรือไม่ เพราะรัฐมนตรีคนอื่นมีการเปิดเผยชื่อออกมาหมดแล้ว นายอนุทิน กล่าวว่า เดี๋ยวขอรอให้ทุกอย่างเรียบร้อย ย้ำว่าเปิดเผยหมดทุกอย่าง ซึ่งตอนนี้ส่วนใหญ่ลงตัวหมดแล้ว และในส่วนรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม นายอนุทินบอกว่า มี คิดว่ามีความจำเป็น แต่ส่วนจะเป็นใครขอให้ทุกอย่างเรียบร้อยก่อน

ส่วนที่พรรคประชาชนมีการตั้งคำถามว่า ชื่อของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมมีความสัมพันธ์กับทางจังหวัดบุรีรัมย์ นายอนุทินย้อนถามกลับว่า และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมคนปัจจุบัน มีความสัมพันธ์กับใครบ้างหรือไม่ ก่อนย้ำว่าทุกคนก็มีความสำคัญ และความสัมพันธ์กันหมด ซึ่งต้องมีความรู้จักกันบ้าง รู้หน้าค่าตากัน

เมื่อผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า ว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมเป็นอดีตตำรวจ นายอนุทินไม่ตอบ ก่อนจะหัวเราะแล้วเดินออกจากวงสัมภาษณ์ ก่อนจะหันมาพูดอีกว่า คนปัจจุบันเป็น ก่อนจะไม่ตอบว่าคนถัดไปเป็นหรือไม่

อนุทินรับจำเป็นต้องมี รมช.กห. ไม่ตอบชื่อ รมว.ยุติธรรม

อนุทินตอบคำถามเรื่อง รมว.ยุติธรรม

จากกรณีที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับโผคณะรัฐมนตรี (ครม.) และมีประเด็นที่น่าสนใจคือการที่ท่านอนุทินรับจำเป็นต้องมี รมช.กห. ไม่ตอบชื่อ รมว.ยุติธรรมนั้น ทำให้หลายฝ่ายจับตามองไปยังตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมเป็นพิเศษ

คำถามสำคัญคือใครจะมาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม? นายอนุทินยังคงอุบไว้ก่อน โดยให้เหตุผลว่าขอให้ทุกอย่างเรียบร้อยเสียก่อน แต่ก็ยอมรับเป็นนัยว่าตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมนั้นมีความจำเป็น

ประเด็นที่น่าสนใจอีกประการหนึ่งคือคำถามที่ว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมคนใหม่จะมีความเชื่อมโยงกับจังหวัดบุรีรัมย์หรือไม่ ซึ่งนายอนุทินได้ตอบกลับด้วยคำถามที่ชวนคิดว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมคนปัจจุบันมีความสัมพันธ์กับใครบ้าง ก่อนจะย้ำว่าทุกคนมีความสัมพันธ์กันหมด

ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อถูกถามว่าว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมเป็นอดีตตำรวจหรือไม่ นายอนุทินก็ไม่ได้ตอบคำถามนี้โดยตรง แต่เลือกที่จะหัวเราะแล้วเดินออกจากวงสัมภาษณ์ ซึ่งยิ่งทำให้เกิดความสงสัยและความสนใจในตำแหน่งนี้มากขึ้นไปอีก

การที่นายอนุทินอนุทินรับจำเป็นต้องมี รมช.กห. ไม่ตอบชื่อ รมว.ยุติธรรมไม่ได้ให้คำตอบที่ชัดเจนเกี่ยวกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมคนใหม่ ทำให้หลายฝ่ายคาดการณ์ไปต่างๆ นานา แต่สิ่งที่แน่นอนคือตำแหน่งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง และการตัดสินใจเลือกบุคคลที่เหมาะสมจะส่งผลต่อการบริหารงานของรัฐบาลในภาพรวม

สถานการณ์ทางการเมืองยังคงเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ การติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวของรัฐบาลจึงเป็นสิ่งที่สำคัญ เพื่อให้เราเข้าใจถึงทิศทางและความเป็นไปของประเทศ และสามารถวิเคราะห์สถานการณ์ได้อย่างรอบด้าน

ดังนั้นการที่ อนุทินรับจำเป็นต้องมี รมช.กห. ไม่ตอบชื่อ รมว.ยุติธรรม จึงเป็นประเด็นที่ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด

การแต่งตั้งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมคนใหม่นี้จะเป็นใคร และจะมีนโยบายในการบริหารงานอย่างไร คงต้องติดตามกันต่อไปอย่างใกล้ชิด เชื่อว่าในเร็วๆ นี้เราคงจะได้ทราบกันอย่างแน่นอน

ที่มา – “อนุทิน” รับจำเป็นต้องมี รมช.กห. ไม่ตอบชื่อ รมว.ยุติธรรม ชี้ทุกคนต้องมีความสัมพันธ์กันหมด

“นิพนธ์” ยัน! ลูกสาวไม่รับตำแหน่ง รมช.พาณิชย์

“นิพนธ์ บุญญามณี” แจง ลูกสาวปฏิเสธเก้าอี้รัฐมนตรี เหตุธุรกิจเติบโต หาคนดูแลไม่ได้ ย้ำ ไม่มีส่งใครแทน แจ้งนายกฯ แล้ว ด้าน “นิธิยา บุญญามณี” เผยเหตุผล 3 ข้อ ไม่รับตำแหน่ง รมช.พาณิชย์

เมื่อเวลา 16.50 น. วันที่ 13 ก.ย. ที่พรรคภูมิใจไทย (ภท.) นายนิพนธ์ บุญญามณี อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าว น.ส.นิธิยา บุญญามณี บุตรสาว ขอไม่รับตำแหน่ง รมช.พาณิชย์ ว่า เป็นความจริง โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมามีกระแสข่าวว่าบุตรสาวของตนได้ถูกทาบทาม ให้ดำรงตำแหน่งในคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่ จึงขอโอกาสนี้แจ้งให้ทุกคนทราบแล้วตนได้แจ้งเรื่องนี้ให้กับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีรับทราบแล้ว ว่า น.ส.นิธิยา ไม่ประสงค์ที่จะเข้าร่วมในคณะรัฐมนตรี (ครม.) เนื่องจากติดภารกิจทางบ้านที่เป็นธุรกิจครอบครัว และหาคนมาดูแลแทนไม่ได้ กำลังขยายการผลิตโดยโรงงานที่ น.ส.นิธิยา ดูแลอยู่กำลังมีการขยายการผลิต และการตลาด ซึ่งต้องตัดสินใจจนวินาทีสุดท้าย เพราะไม่เช่นนั้นจะกระทบกับธุรกิจที่บ้านที่เป็นธุรกิจเกี่ยวกับอาหารสัตว์ ซึ่งเมื่อหาคนมาแทนไม่ได้จึงตัดสินใจไม่รับตำแหน่ง ก็ต้องขอขอบคุณนายกรัฐมนตรีและทีมงานทุกคน ที่ได้ให้โอกาส

อย่างไรก็ตาม ตนยินดีที่จะสนับสนุนภารกิจของนายกรัฐมนตรี ในการขับเคลื่อนและผลักดันโครงการต่างๆ

เมื่อถามย้ำว่า จะไม่ส่งคนอื่นขึ้นมาแทน น.ส.นิธิยา ใช่หรือไม่ นายนิพนธ์ กล่าวว่า ไม่มี ขณะที่นายสรรเพชญ บุญญามณี สส. สงขลา พรรค ปชป. บุตรชาย ก็ไม่รับตำแหน่ง ซึ่งนายกฯ ก็ไม่ได้ว่าอะไรเพราะที่ผ่านมาเป็นเพียงกระแสข่าวเท่านั้น

“นิพนธ์” รับเรื่องจริง ลูกสาวไม่รับตำแหน่งรมช.พาณิชย์-“นิธิยา” ยก 3 ข้อเหตุผล

ขณะที่เมื่อวันที่ 12 กันยายน ที่ผ่านมา น.ส.นิธิยา บุญญามณี บุตรสาว นายนิพนธ์ บุญญามณี อดีตรมช.มท. ได้ออกหนังสือชี้แจงไม่ขอรับตำแหน่ง รมช.พาณิชย์ ตามที่มีชื่อในโผ ครม. อนุทิน 1 ใจความว่า เรียนพี่น้องประชาชนและสื่อมวลชนทุกท่าน

ตามที่ได้มีข่าวปรากฏว่าดิฉัน น.ส.นิธิยา บุญญามณี ได้รับการทาบทามให้ดำรงตำแหน่ง รมช.พาณิชย์ ในคณะรัฐมนตรีชุดใหม่นั้น ดิฉันขอเรียนชี้แจง ดังนี้

  1. ขอเรียนว่าดิฉันรู้สึกตื่นเต้นและมีความยินดียิ่งที่ได้รับการทาบทาม เพราะเป็นตำแหน่งที่มีเกียรติ และมีความน่าภาคภูมิใจที่จะได้มีโอกาสทำงานรับใช้ชาติและประชาชนทำนองเดียวกับคุณพ่อ อย่างไรก็ตาม ด้วยความตระหนักในความรับผิดชอบในงานเดิมในภาคเอกชน ที่ต้องรับผิดชอบอยู่ และยังไม่สามารถหาผู้ที่เหมาะสมมาดูแลแทนได้ ในช่วงการขยายกำลังการผลิต และขยายการตลาด อาจไม่สามารถทุ่มเทให้เกิดประสิทธิภาพเต็มที่ตามที่รัฐบาลและพี่น้องประชาชนคาดหวัง
  2. ดิฉันขอกราบขอบพระคุณคณะทำงานของท่านอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่ได้ให้ความไว้วางใจและสนับสนุนทาบทามให้ดิฉันเข้ามาดำรงตำแหน่งดังกล่าว ถือเป็นเกียรติอย่างสูงในชีวิต
  3. สุดท้ายดิฉันขออภัย ที่ทำให้หลายฝ่ายเกิดความกังวลและเสียเวลาไปในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมาและขอยืนยันว่า แม้ไม่ได้เข้ามารับตำแหน่งทางการเมืองในครั้งนี้ แต่ยังคงพร้อมสนับสนุนการทำงานของรัฐบาลและมุ่งมั่นทำงานเพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชนในบทบาทที่เหมาะสมต่อไป

ทำไมนิธิยา บุญญามณี ถึงไม่รับตำแหน่ง รมช.พาณิชย์?

เรื่องราวของการ ไม่รับตำแหน่ง รมช.พาณิชย์ ของ น.ส.นิธิยา บุญญามณี กลายเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจอย่างมากในวงการการเมืองไทย เหตุผลหลักที่เธอให้ไว้คือภาระหน้าที่ทางธุรกิจที่กำลังขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ทำให้ไม่สามารถทุ่มเทเวลาให้กับการทำงานในตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ได้อย่างเต็มที่ การตัดสินใจครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความรับผิดชอบและความมุ่งมั่นในการบริหารธุรกิจของเธออย่างแท้จริง

นอกจากเหตุผลทางธุรกิจแล้ว น.ส.นิธิยา ยังได้กล่าวขอบคุณคณะทำงานของนายกรัฐมนตรีที่ให้ความไว้วางใจและเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งอันทรงเกียรติ แต่ด้วยความเสียใจที่ไม่สามารถตอบรับโอกาสนี้ได้ เธอได้ยืนยันว่าจะยังคงสนับสนุนการทำงานของรัฐบาลและทำงานเพื่อประโยชน์ของประชาชนในบทบาทอื่นๆ ต่อไป

การ ไม่รับตำแหน่ง รมช.พาณิชย์ ในครั้งนี้ถือเป็นการตัดสินใจที่น่าสนใจและแสดงให้เห็นถึงความซื่อตรงต่อตนเองและภาระหน้าที่ที่มีอยู่ น.ส.นิธิยา บุญญามณี ยังคงเป็นบุคคลที่น่าจับตามองในแวดวงธุรกิจและพร้อมที่จะสนับสนุนการพัฒนาประเทศในด้านต่างๆ ต่อไป

สรุปเหตุผลสำคัญที่ น.ส.นิธิยา บุญญามณี ตัดสินใจไม่รับตำแหน่ง รมช.พาณิชย์:

  • ภาระหน้าที่ทางธุรกิจที่กำลังขยายตัว
  • ความต้องการทุ่มเทให้กับการพัฒนาธุรกิจอย่างเต็มที่
  • ความรับผิดชอบต่อพนักงานและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในธุรกิจ

การตัดสินใจของ น.ส.นิธิยา บุญญามณี สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการพิจารณาความพร้อมและความเหมาะสมของตนเอง ก่อนที่จะรับตำแหน่งทางการเมืองใดๆ เพื่อให้มั่นใจว่าจะสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างเต็มศักยภาพและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติและประชาชน หากท่านกำลังคิดจะก้าวเข้าสู่สนามการเมือง การพิจารณาปัจจัยเหล่านี้อย่างรอบคอบจึงเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้

ท้ายที่สุดแล้ว การ ไม่รับตำแหน่งรมช.พาณิชย์ ของ น.ส.นิธิยา บุญญามณี เป็นการตัดสินใจที่น่าเคารพและแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการทำหน้าที่ของตนเองอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นในบทบาทนักธุรกิจหรือผู้สนับสนุนการพัฒนาประเทศในด้านอื่นๆ

ที่มา – “นิพนธ์” รับเรื่องจริง ลูกสาวไม่รับตำแหน่งรมช.พาณิชย์-“นิธิยา” ยก 3 ข้อเหตุผล

“กลุ่มคนเสื้อแดง” ให้กำลังใจทักษิณ หน้าเรือนจำ

“กลุ่มคนเสื้อแดง” รวมตัวให้กำลังใจ “ทักษิณ” พร้อมจัดกิจกรรม “กินข้าวเที่ยงพร้อมทักษิณ” บริเวณหน้าเรือนจำคลองเปรม เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2568 ที่ผ่านมา แม้จะมีเหตุชุลมุนเล็กน้อย แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจก็สามารถควบคุมสถานการณ์ได้

กลุ่มผู้สนับสนุน นำโดย นายเทวินทร์ พูลทวี, นางประนอม พูลทวี และนายภัทรพล ธนเดชพรเลิศ พร้อมด้วยกลุ่มคนเสื้อแดงจากโคราชและราชบุรี เดินทางมารวมตัวกันเพื่อแสดงพลังสนับสนุนอดีตนายกรัฐมนตรีที่กำลังถูกคุมขังในเรือนจำกลางคลองเปรมเป็นวันที่ 4

บรรยากาศโดยรวมเป็นไปอย่างคึกคัก กลุ่ม“กลุ่มคนเสื้อแดง” ปักหลักบริเวณฟุตบาทหน้าเรือนจำ พร้อมด้วยรถเครื่องเสียง นางประนอม พูลทวี และแกนนำคนอื่นๆ ได้นำอาหารหลากหลายชนิด เช่น ข้าวหมกไก่ ข้าวเหนียวมะม่วง น้ำดื่ม กล้วยทอด และข้าวโพดต้ม มาแจกจ่ายให้กับผู้ร่วมกิจกรรม เพื่อร่วมรับประทานอาหารเที่ยงพร้อมกับทักษิณ แม้ตัวจะห่าง แต่ใจยังผูกพัน

ในช่วงเช้า เวลาประมาณ 10.13 น. ได้เกิดเหตุชุลมุนขึ้นเล็กน้อย เมื่อมีชายวัยรุ่นขับขี่รถจักรยานยนต์ไม่ติดแผ่นป้ายเข้ามาในพื้นที่ชุมนุม และได้มีปากเสียงกับกลุ่มผู้ชุมนุม ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สน.ประชาชื่น ต้องเข้ามาระงับเหตุและควบคุมตัวชายดังกล่าวไปยังสถานีตำรวจเพื่อสอบสวนต่อไป

ทางด้านกรมราชทัณฑ์ ได้ออกเอกสารชี้แจงเรื่องการขยายอาณาเขตเรือนจำกลางคลองเปรม โดยระบุว่าเป็นการคืนพื้นที่เดิมที่เคยใช้เป็นพื้นที่ของทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 กลับมาให้เรือนจำกลางคลองเปรมดูแลตามเดิม

เนื่องจากปัจจุบันเรือนจำกลางคลองเปรมมีผู้ต้องขังจำนวนมาก และมีข้อจำกัดด้านพื้นที่ ประกอบกับมีผู้ต้องขังที่ต้องการการดูแลเป็นพิเศษ เช่น ผู้พิการ ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยติดเตียง การขยายพื้นที่จึงมีความจำเป็นเพื่อให้การดูแลผู้ต้องขังเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

กรมราชทัณฑ์ยังระบุอีกว่า การปรับเปลี่ยนอาณาเขตเรือนจำเป็นไปตามสถานการณ์และความเหมาะสมในการบริหารจัดการเรือนจำ โดยในปีงบประมาณ 2567 และ 2568 ได้มีการประกาศกำหนดอาณาเขตของเรือนจำต่างๆ ทั่วประเทศ เพื่อให้การควบคุมและพัฒนาพฤตินิสัยของผู้ต้องขังเป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด

“กลุ่มคนเสื้อแดง” ให้กำลังใจทักษิณ หน้าเรือนจำ

การรวมตัวของ“กลุ่มคนเสื้อแดง” ในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความผูกพันและความเชื่อมั่นที่พวกเขายังมีต่ออดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร แม้ว่าเขาจะอยู่ในสถานะผู้ต้องขังก็ตาม การจัดกิจกรรม “กินข้าวเที่ยงพร้อมทักษิณ” เป็นสัญลักษณ์ของการอยู่เคียงข้างและให้กำลังใจซึ่งกันและกัน

ทำไม “กลุ่มคนเสื้อแดง” ถึงยังให้กำลังใจทักษิณ?

คำถามนี้อาจมีคำตอบที่หลากหลาย ขึ้นอยู่กับมุมมองและความเชื่อของแต่ละบุคคล แต่สิ่งหนึ่งที่ปฏิเสธไม่ได้คือ ความสัมพันธ์ระหว่างทักษิณกับกลุ่มผู้สนับสนุนเสื้อแดงนั้นมีความแน่นแฟ้นมายาวนาน จากนโยบายต่างๆ ที่เคยสร้างความเปลี่ยนแปลงให้แก่สังคมไทย และจากเหตุการณ์ทางการเมืองต่างๆ ที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหน้าเรือนจำคลองเปรม ก็แสดงให้เห็นถึงความเห็นต่างและความขัดแย้งที่ยังคงมีอยู่ในสังคมไทย การแสดงออกทางการเมืองเป็นสิทธิเสรีภาพที่ได้รับการคุ้มครอง แต่ก็ต้องอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมายและความสงบเรียบร้อยของสังคม

การที่“กลุ่มคนเสื้อแดง” มาให้กำลังใจทักษิณ ถือเป็นการแสดงออกทางการเมืองอย่างหนึ่ง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความหลากหลายทางความคิดและความเชื่อในสังคมไทย สิ่งสำคัญคือการเคารพซึ่งกันและกัน และอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข

ไม่ว่าคุณจะมีความคิดเห็นทางการเมืองอย่างไร เราควรที่จะเคารพในสิทธิและเสรีภาพของผู้อื่นในการแสดงออกภายใต้กรอบของกฎหมายและความสงบเรียบร้อยของสังคม เพราะท้ายที่สุดแล้ว เราทุกคนก็คือคนไทยที่ต้องอยู่ร่วมกันและสร้างสรรค์สังคมให้ดีขึ้น

ที่มา – “กลุ่มคนเสื้อแดง” มาให้กำลังใจ “ทักษิณ” ทำกิจกรรมกินข้าวหน้าเรือนจำคลองเปรม

สะพัด! ครม.อนุทิน 1 ดึง “บิ๊กดุลย์” นั่ง รมช.กห.

อัปเดตโผ ครม.อนุทิน 1 พบชื่อ “บิ๊กดุลย์ อดุลย์ บุญธรรมเจริญ” อดีตแม่ทัพภาคที่ 2 เตรียมนั่ง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ในโควตาคนนอก ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมรุ่น วปอ.61 ของ “อนุทิน” เอง

เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับโผ ครม.อนุทิน 1 ที่มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นผู้จัดทำ ล่าสุดมีรายงานว่า พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ หรือ บิ๊กดุลย์ อดีตแม่ทัพภาคที่ 2 จะเข้ามาดำรงตำแหน่ง รมช.กลาโหม ในส่วนของโควตาคนนอก ซึ่งการตัดสินใจนี้เกิดขึ้นจากความเชี่ยวชาญของพลโทอดุลย์ในด้านงานพื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งกำลังเป็นพื้นที่ที่มีข้อพิพาทอยู่ การเข้ามาของพลโทอดุลย์จะช่วยแบ่งเบาภาระของพลเอกณัฐพล นาคพาณิชย์ ว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมได้เป็นอย่างดี

พลโท อดุลย์ เป็นนักเรียนเตรียมทหารรุ่นที่ 27 และจบจากโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า (จปร.) รุ่นที่ 38 นอกจากนี้ ท่านยังเคยเป็นเพื่อนร่วมรุ่น วปอ.61 กับนายอนุทิน ชาญวีรกูล อีกด้วย ความสัมพันธ์อันดีนี้อาจเป็นอีกปัจจัยที่ทำให้พลโทอดุลย์ได้รับความไว้วางใจให้เข้าร่วมคณะรัฐมนตรี

สำหรับความคืบหน้าเกี่ยวกับรายชื่อคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบจากสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) โดยเฉพาะในรายชื่อบางคนที่อาจมีความสุ่มเสี่ยงอยู่บ้าง ทางนายกรัฐมนตรีได้ส่งรายชื่อแคนดิเดตสำหรับตำแหน่งรัฐมนตรีเกินจำนวนที่ต้องการ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการทดแทนในกรณีที่จำเป็น คาดการณ์ว่ารายชื่อทั้งหมดจะสามารถนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายได้ภายในสัปดาห์หน้า

สะพัด! ครม.อนุทิน 1 ดึง “บิ๊กดุลย์” นั่ง รมช.กห.

การปรับ ครม.อนุทิน 1 ในครั้งนี้ มีความน่าสนใจหลายประการ โดยเฉพาะการดึงบุคคลภายนอกที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านเข้ามาเสริมทีม ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจของนายกรัฐมนตรีในการบริหารประเทศด้วยทีมงานที่มีความสามารถหลากหลาย การได้พลโทอดุลย์ บุญธรรมเจริญ มาร่วมงาน น่าจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับกระทรวงกลาโหมได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์ที่ภูมิภาคมีความผันผวนและมีความท้าทายด้านความมั่นคงเพิ่มมากขึ้น

ทำไมต้อง “บิ๊กดุลย์” ใน ครม.อนุทิน 1?

เหตุผลสำคัญที่ทำให้พลโทอดุลย์ได้รับการพิจารณาให้ดำรงตำแหน่ง รมช.กลาโหม อาจมาจากประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในด้านการบริหารจัดการพื้นที่ชายแดน ซึ่งเป็นปัญหาที่รัฐบาลให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง การมีบุคคลที่มีความรู้ความสามารถในด้านนี้ จะช่วยให้รัฐบาลสามารถกำหนดนโยบายและแก้ไขปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ การที่พลโทอดุลย์เป็นเพื่อนร่วมรุ่นกับนายกรัฐมนตรี ก็อาจเป็นปัจจัยเสริมที่ทำให้เกิดความไว้วางใจและทำงานร่วมกันได้อย่างราบรื่น

  • ความเชี่ยวชาญด้านชายแดน: พลโทอดุลย์มีประสบการณ์ในการทำงานในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความซับซ้อนและมีความท้าทายด้านความมั่นคง
  • ความสัมพันธ์ส่วนตัว: การเป็นเพื่อนร่วมรุ่นกับนายกรัฐมนตรี ช่วยสร้างความไว้วางใจและความเข้าใจในการทำงานร่วมกัน
  • การแบ่งเบาภาระ: การมี รมช.กลาโหม ที่มีความสามารถ จะช่วยแบ่งเบาภาระของรัฐมนตรีว่าการฯ และทำให้การบริหารงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

อย่างไรก็ตาม การแต่งตั้งบุคคลภายนอกให้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองก็อาจมีข้อเสียบ้าง เช่น การขาดประสบการณ์ในการทำงานในระบบราชการ หรือการไม่มีฐานเสียงทางการเมืองที่แข็งแกร่ง ดังนั้น รัฐบาลจะต้องพิจารณาอย่างรอบคอบและเตรียมพร้อมสำหรับการบริหารจัดการความท้าทายที่อาจเกิดขึ้น

การเปลี่ยนแปลงใน ครม.อนุทิน 1 ครั้งนี้ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการบริหารประเทศของรัฐบาลชุดปัจจุบัน การตัดสินใจต่างๆ ที่เกิดขึ้น สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามในการปรับปรุงและพัฒนาการทำงานของรัฐบาลให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น สิ่งสำคัญคือการที่รัฐบาลสามารถสื่อสารและสร้างความเข้าใจกับประชาชนเกี่ยวกับเหตุผลและความจำเป็นในการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ที่เกิดขึ้น เพื่อให้ประชาชนเกิดความเชื่อมั่นและให้การสนับสนุนการทำงานของรัฐบาลต่อไป

การจับตาดูการทำงานของ ครม.อนุทิน 1 ชุดใหม่นี้จึงเป็นสิ่งที่น่าสนใจอย่างยิ่ง เพราะผลงานของรัฐบาลชุดนี้ จะเป็นตัวชี้วัดสำคัญว่าประเทศไทยจะสามารถเดินหน้าต่อไปได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนหรือไม่

ที่มา – สะพัดครม.อนุทิน 1 ดึง “บิ๊กดุลย์” อดีตแม่ทัพภาคที่ 2 นั่ง รมช.กห. โควตาคนนอก

ว่าที่รัฐมนตรีเข้าภูมิใจไทย ประเด็นเปิดด่านล่าสุด

ประเด็นร้อนทางการเมืองวันนี้อยู่ที่การรวมตัวของบรรดาว่าที่รัฐมนตรีเข้าพรรคภูมิใจไทย เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนการแถลงนโยบายต่อรัฐสภาในช่วงบ่ายนี้ ท่ามกลางกระแสเรียกร้องให้เปิดด่านชายแดนที่ยังคงเป็นที่จับตามอง

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 13 กันยายน 2568 ณ ที่ทำการพรรคภูมิใจไทย บรรดาว่าที่รัฐมนตรีเข้าพรรคภูมิใจไทย นำโดยนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ, พลเอกณัฐพล นาคพาณิชย์ ว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม, นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน และนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้เดินทางมาถึงเพื่อหารือถึงแนวทางการจัดทำคำแถลงนโยบายต่อรัฐสภาที่จะเกิดขึ้น

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ได้ให้สัมภาษณ์สั้นๆ ก่อนเข้าร่วมการหารือว่า การเดินทางมายังพรรคในวันนี้มีจุดประสงค์หลักเพื่อหารือในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับนโยบายด้านเศรษฐกิจ ซึ่งถือเป็นส่วนสำคัญในการเตรียมความพร้อมสำหรับการแถลงนโยบายที่จะมีขึ้น

ในส่วนของประเด็นการเรียกร้องให้มีการเปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชา พลเอกณัฐพล นาคพาณิชย์ ได้ตอบคำถามสั้นๆ ว่า “ไม่มีอะไร” ซึ่งเป็นการบ่งชี้ว่าสถานการณ์ในขณะนี้ยังไม่มีความคืบหน้าเพิ่มเติมในประเด็นดังกล่าว

นอกจากนี้ ในเวลา 15.00 น. สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ของพรรคภูมิใจไทยมีกำหนดการที่จะร่วมประชุมกันเพื่อหารือถึงแนวทางการดำเนินงานในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรที่จะมีขึ้นในสัปดาห์นี้

ว่าที่รัฐมนตรีเข้าพรรคภูมิใจไทยในครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความพร้อมของรัฐบาลใหม่ในการผลักดันนโยบายต่างๆ ให้เป็นรูปธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งนโยบายด้านเศรษฐกิจที่หลายฝ่ายให้ความสนใจ

ว่าที่รัฐมนตรีเข้าพรรคภูมิใจไทย

ประเด็นสำคัญ: ว่าที่รัฐมนตรีเข้าพรรคภูมิใจไทย

การปรากฏตัวของว่าที่รัฐมนตรีหลายท่านที่พรรคภูมิใจไทยบ่งบอกถึงการเตรียมพร้อมอย่างเข้มข้นก่อนการเปิดสภาและการแถลงนโยบายสำคัญต่อประเทศชาติ โดยเฉพาะการหารือด้านนโยบายเศรษฐกิจที่คาดว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงและปรับปรุงให้เข้ากับสถานการณ์ปัจจุบัน

การที่ว่าที่รัฐมนตรีจากกระทรวงสำคัญต่างๆ มารวมตัวกันในวันนี้ แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจจริงในการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การดำเนินงานของรัฐบาลเป็นไปในทิศทางเดียวกันและบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ การหารือในวันนี้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการกำหนดทิศทางและนโยบายของรัฐบาลในอนาคต

นอกจากนี้ ประเด็นเรื่องการเปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชา ยังคงเป็นเรื่องที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด แม้ว่าพลเอกณัฐพล นาคพาณิชย์ จะกล่าวว่า “ไม่มีอะไร” แต่ก็ยังคงต้องรอดูว่ารัฐบาลจะมีมาตรการหรือแนวทางในการแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวข้องกับด่านชายแดนอย่างไร

สถานการณ์ทางการเมืองในปัจจุบันยังคงมีความไม่แน่นอน การติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวต่างๆ อย่างใกล้ชิดจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้เราสามารถเข้าใจถึงสถานการณ์และแนวโน้มที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

การรวมตัวของว่าที่รัฐมนตรีเข้าพรรคภูมิใจไทยในครั้งนี้ ถือเป็นสัญญาณที่บ่งบอกถึงความมุ่งมั่นและความตั้งใจของรัฐบาลในการทำงานเพื่อประชาชน อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องติดตามดูต่อไปว่านโยบายต่างๆ ที่จะถูกนำเสนอออกมานั้น จะสามารถแก้ไขปัญหาและพัฒนาประเทศได้อย่างยั่งยืนหรือไม่

จากภาพรวมของการหารือและสถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น การติดตามข่าวสารและข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นประโยชน์จึงเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง เพื่อให้เราสามารถวิเคราะห์และตัดสินใจได้อย่างมีเหตุผลและรอบคอบ

การเตรียมพร้อมด้านนโยบายเศรษฐกิจและการรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้น ถือเป็นความท้าทายที่รัฐบาลจะต้องเผชิญ การทำงานร่วมกันและความร่วมมือจากทุกภาคส่วนจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้ประเทศชาติก้าวข้ามอุปสรรคและเดินหน้าต่อไปได้อย่างมั่นคง

อย่างไรก็ตาม การที่รัฐบาลให้ความสำคัญกับการเตรียมความพร้อมก่อนการแถลงนโยบาย ถือเป็นสัญญาณที่ดีที่บ่งบอกถึงความรับผิดชอบและความใส่ใจในการทำงานเพื่อประชาชน การติดตามและให้กำลังใจรัฐบาลในการดำเนินงานจึงเป็นสิ่งสำคัญที่เราทุกคนสามารถทำได้

ดังนั้น การรวมตัวของว่าที่รัฐมนตรีเข้าพรรคภูมิใจไทยในวันนี้ จึงไม่ใช่แค่การรวมตัวเพื่อหารือ แต่เป็นการแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและความตั้งใจที่จะทำงานเพื่อประเทศชาติอย่างแท้จริง

ที่มา – ว่าที่รัฐมนตรีเข้าพรรคภูมิใจไทย – “บิ๊กเล็ก” บอกไม่มีอะไร ปมเรียกร้องให้เปิดด่าน

Scroll to top