คณะกรรมการการเลือกตั้ง

“กุสุมาลวตี” นำหมายศาลอาญา ขอสำนวนไต่สวนคดีฮั้ว สว. อนุฯ ชุดที่ 26 จาก กกต.

“กุสุมาลวตี” นำหมายศาลอาญา ขอสำนวนไต่สวนคดีฮั้ว สว. อนุฯ ชุดที่ 26 จาก กกต.

กลายเป็นประเด็นที่หลายคนกำลังจับตามองในแวดวงการเมืองไทย เมื่อ “เจ๊แมว” นางกุสุมาลวตี ศิริโกมุท ได้เดินหน้าบุกสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อดำเนินการทางกฎหมายครั้งสำคัญ โดยการนำหมายศาลอาญามายื่นขอรับสำนวนการไต่สวนที่หลายคนรอคอย ซึ่งการที่ “กุสุมาลวตี” นำหมายศาลอาญา ขอสำนวนไต่สวนคดีฮั้ว สว. อนุฯ ชุดที่ 26 จาก กกต. ในครั้งนี้ ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นการรวบรวมหลักฐานสำคัญเพื่อใช้ในการต่อสู้คดีความที่กำลังดำเนินอยู่

เปิดเบื้องหลังการเคลื่อนไหว กุสุมาลวตี นำหมายศาลอาญา ขอสำนวนไต่สวนคดีฮั้ว สว. อนุฯ ชุดที่ 26 จาก กกต.

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2569 ณ สำนักงาน กกต. โดยคุณกุสุมาลวตีได้เดินทางเข้าพบเลขาธิการ กกต. เพื่อขอรับเอกสารสำนวนของคณะอนุกรรมการชุดที่ 26 ซึ่งเธออ้างว่าจำเป็นต้องรีบนำไปประกอบการพิจารณาคดีที่พรรคภูมิใจไทยได้ยื่นฟ้องเธอในข้อหาหมิ่นประมาท จากกรณีที่เธอเคยออกมาวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับการเลือกตั้ง สว. ปี 2567 ที่ผ่านมา

ความสำคัญของสำนวนชุดนี้อยู่ที่:

  • เป็นข้อมูลคำวินิจฉัยของอนุกรรมการไต่สวนชุดที่ 26 ทั้งหมด
  • เป็นหลักฐานที่ระบุถึงบุคคลที่เกี่ยวข้องกว่า 229 คน
  • ครอบคลุมเส้นทางการเงินที่เชื่อมโยงกับคดียุบพรรคและการเลือก สว.

นางกุสุมาลวตีเปิดเผยว่า หากทาง กกต. ไม่ส่งเอกสารชุดนี้ให้ศาล หรือเลือกส่งสำนวนของชุดอื่นที่ไม่เกี่ยวข้อง เธอและทีมกฎหมายก็พร้อมที่จะใช้มาตรา 144 เพื่อนำเอกสารชุดที่ 26 นี้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมด้วยตนเอง เพื่อเป็นการปกป้องผลประโยชน์ของประชาชนและสร้างความโปร่งใสให้กับกระบวนการตรวจสอบ โดยศาลได้กำหนดนัดพิจารณาคดีอีกครั้งในวันที่ 9 ตุลาคม 2569 ซึ่งถือเป็นเดดไลน์สำคัญที่ต้องเร่งดำเนินการให้เสร็จสิ้น

การเคลื่อนไหวของเจ๊แมวในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามในการใช้ช่องทางกฎหมายเพื่อต่อสู้ในประเด็นที่สังคมให้ความสนใจ การติดตามว่าผลของสำนวนชุดที่ 26 จะนำไปสู่จุดเปลี่ยนสำคัญในคดีการเมืองอย่างไร เป็นสิ่งที่ประชาชนต้องคอยติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะความโปร่งใสคือหัวใจสำคัญของระบอบประชาธิปไตย ไม่ว่าผลคดีจะออกมาเป็นอย่างไร นี่คือบทเรียนราคาแพงของการตรวจสอบนักการเมืองที่ต้องอาศัยทั้งความกล้าหาญและข้อเท็จจริงทางกฎหมายที่หนักแน่น

ที่มา – “กุสุมาลวตี” นำหมายศาลอาญา ขอสำนวนไต่สวนคดีฮั้ว สว. อนุฯ ชุดที่ 26 จาก กกต.

พริษฐ์ เปิดแผนพวกยึดเสียงในวุฒิสภา เฉลยคลิปเสียงนายกฯ หนองคาย

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงทางการเมืองที่ต้องจับตามอง สำหรับกรณีที่ พริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้ออกมาแฉขบวนการทุจริตเลือก สว. ครั้งล่าสุด โดยเขาได้ทำการเปิดโปงแผนการและคลิปเสียงปริศนาที่ชี้เป้าไปถึงนักการเมืองท้องถิ่นในจังหวัดหนองคาย ซึ่งดูเหมือนจะเป็นกุญแจสำคัญในการไขคำตอบเรื่องความโปร่งใสของสภาสูงชุดนี้

พริษฐ์ เปิดแผนพวกยึดเสียงในวุฒิสภา เฉลยคลิปเสียงร่วมขบวนการฮั้ว สว. เป็นนายกท้องถิ่น จ.หนองคาย

ในการแถลงข่าวล่าสุด คุณพริษฐ์ได้อธิบายถึง 5 ฉากทัศน์ของขบวนการโกงที่เริ่มตั้งแต่การวางแผนยึดครองเสียงในวุฒิสภา การจัดตั้งเครือข่าย ไปจนถึงการใช้โพยควบคุมคะแนนเสียงในวันเลือกตั้งระดับประเทศ ซึ่งเรื่องนี้ไม่เพียงแต่เป็นคำถามถึงความซื่อสัตย์ แต่ยังสะท้อนถึงปัญหาเชิงโครงสร้างของรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันที่ปล่อยให้เกิดช่องโหว่มากมาย

เปิดหลักฐานเชื่อมโยง สว. กับคลิปเสียงนายกเทศมนตรี

นอกจากนี้ พริษฐ์ เปิดแผนพวกยึดเสียงในวุฒิสภา เฉลยคลิปเสียงร่วมขบวนการฮั้ว สว. เป็นนายกท้องถิ่น จ.หนองคาย โดยเขาระบุว่ามีหลักฐานเด็ดเป็นคลิปเสียงที่ถูกตั้งข้อสังเกตว่าเป็นนักการเมืองท้องถิ่นระดับนายกเทศมนตรีใน จ.หนองคาย หรือไม่? การเปรียบเทียบเสียงและภาพในคลิป รวมไปถึงหลักฐานการจองโรงแรมที่พักให้ผู้สมัคร สว. กลายเป็นสิ่งที่ กกต. ต้องออกมาทำความกระจ่างให้ประชาชนโดยเร็วที่สุด

  • การวางแผนยึดครองเสียงในสภาสูงอย่างเป็นระบบ
  • การใช้โพยสั่งการในวันเลือกตั้งระดับประเทศ
  • ความเชื่อมโยงของสถานที่พักกับรายชื่อผู้สมัคร สว.
  • บทบาทของนักการเมืองท้องถิ่นในการจัดตั้งเครือข่าย

หลายคนอาจสงสัยว่า ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญ? การมี สว. ที่มาจากการฮั้วเลือกตั้งนั้น ไม่ใช่แค่เรื่องของตัวบุคคล แต่มันคือการทำลายหลักการตรวจสอบถ่วงดุลของสภาสูงอย่างสิ้นเชิง หาก พริษฐ์ เปิดแผนพวกยึดเสียงในวุฒิสภา เฉลยคลิปเสียงร่วมขบวนการฮั้ว สว. เป็นนายกท้องถิ่น จ.หนองคาย นี้เป็นเรื่องจริง ก็เท่ากับว่ากระบวนการสรรหาบุคลากรมาทำหน้าที่กลั่นกรองกฎหมายระดับประเทศได้ล้มเหลวโดยสิ้นเชิง

บทเรียนในครั้งนี้ชี้ให้เห็นว่า สังคมไทยยังคงต้องการการตรวจสอบที่เข้มข้นขึ้น การปล่อยปละละเลยของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจทำให้ศรัทธาของประชาชนที่มีต่อระบบการเมืองดิ่งลงเหว เราในฐานะพลเมืองต้องช่วยกันจับตาดูว่าคดีนี้จะจบลงอย่างไร จะเป็นการหาพยานหลักฐานมามัดตัวผู้กระทำผิดได้จริง หรือสุดท้ายจะเป็นเพียงแค่อีกหนึ่งคดีที่ถูกยุติลงด้วยข้ออ้างว่าหลักฐานไม่เพียงพอ

ที่มา – “พริษฐ์” เปิดแผนพวกยึดเสียงในวุฒิสภา เฉลยคลิปเสียงร่วมขบวนการฮั้ว สว. เป็นนายกท้องถิ่น จ.หนองคาย

กกต.บอร์ดประกันสังคม ยืนยันไม่เลื่อนวันเลือกตั้ง ย้ำกำหนดเดิม 27 ก.ย. 69

กกต.บอร์ดประกันสังคม ยืนยันไม่เลื่อนวันเลือกตั้ง ย้ำกำหนดเดิม 27 ก.ย. 69

ข่าวดีสำหรับผู้ประกันตนและผู้ประกอบการทุกคนครับ! หลังจากที่มีกระแสข่าวเรื่องความกังวลเกี่ยวกับการจัดการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ล่าสุดทางคณะกรรมการการเลือกตั้งฯ ได้ออกมาสยบข่าวลือและชี้แจงสถานการณ์ให้ทราบโดยทั่วกันว่า กกต.บอร์ดประกันสังคม ยืนยันไม่เลื่อนวันเลือกตั้ง ย้ำกำหนดเดิม 27 ก.ย. 69 อย่างแน่นอน โดยจะเป็นการเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตน เพื่อเข้ามาทำหน้าที่ดูแลผลประโยชน์ของเราทุกคนในคณะกรรมการประกันสังคมครับ

ทำความเข้าใจใหม่: ชะลอแค่กระบวนการ ไม่ใช่เลื่อนวัน

หลายท่านอาจเกิดความสับสนเมื่อได้ยินข่าวเรื่องการชะลอการประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ผ่านมา แต่ผมขอเน้นย้ำตรงนี้ว่า กกต.บอร์ดประกันสังคม ยืนยันไม่เลื่อนวันเลือกตั้ง ย้ำกำหนดเดิม 27 ก.ย. 69 ซึ่งการที่ศาลปกครองกลางมีคำสั่งทุเลาการดำเนินการในบางส่วนนั้น เป็นเพียงการจัดการขั้นตอนภายในเพื่อความรอบคอบและถูกต้องตามกฎหมายเท่านั้น โดยจะไม่มีผลกระทบต่อวันเลือกตั้งจริงที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 27 กันยายน 2569 นี้ครับ

เพื่อให้การเลือกตั้งในครั้งนี้เป็นไปอย่างราบรื่นและโปร่งใส ทางสำนักงานประกันสังคมได้เตรียมความพร้อมในด้านต่างๆ อย่างเต็มที่ ดังนี้:

  • เร่งสรุปรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งให้ครอบคลุมและแม่นยำ
  • ปรับปรุงขั้นตอนการตรวจสอบสิทธิให้สะดวกและทั่วถึงมากที่สุด
  • ประกาศรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งตามกำหนดการเดิมในวันที่ 19 สิงหาคม 2569
  • เตรียมสถานที่จัดเลือกตั้งและหน่วยเลือกตั้งให้เพียงพอต่อความต้องการของผู้ใช้สิทธิ

ความพยายามในการจัดการเลือกตั้งครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญของการมีส่วนร่วมจากพี่น้องผู้ประกันตนและนายจ้างทุกท่าน ดังนั้น การที่ กกต.บอร์ดประกันสังคม ยืนยันไม่เลื่อนวันเลือกตั้ง ย้ำกำหนดเดิม 27 ก.ย. 69 จึงถือเป็นข่าวดีที่ทำให้เรายังคงสามารถไปใช้สิทธิเลือกตัวแทนที่จะเข้าไปบริหารกองทุนประกันสังคมได้ตามตารางเวลาที่วางไว้ครับ

หากท่านใดมีข้อสงสัยหรือต้องการตรวจสอบสิทธิของตนเอง สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์อำนวยการจัดการเลือกตั้งฯ (ศอ.ลต.) โทรศัพท์ 0 2956 2929 ในวันและเวลาราชการ หรือติดต่อสายด่วนสำนักงานประกันสังคม 1506 ได้ตลอด 24 ชั่วโมงครับ อย่าลืมเตรียมตัวไปใช้สิทธิเพื่อกำหนดทิศทางสวัสดิการของพวกเรากันนะครับ

ที่มา – กกต.บอร์ดประกันสังคม ยืนยันไม่เลื่อนวันเลือกตั้ง ย้ำกำหนดเดิม 27 ก.ย. 69

ศาลปกครองสั่งทุเลา ไม่ให้ชะลอเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม

ศาลปกครองสั่งทุเลา ไม่ให้ชะลอเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม

ข่าวใหญ่ที่เหล่าผู้ประกันตนกำลังจับตามองในขณะนี้ คงหนีไม่พ้นประเด็นที่ ศาลปกครองสั่งทุเลา ไม่ให้ชะลอเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม หลังจากที่ทีมประกันสังคมก้าวหน้าได้เดินหน้ายื่นฟ้องเพื่อขอให้เพิกถอนประกาศชะลอการเลือกตั้งที่สร้างความสับสนให้กับผู้ประกันตนทั่วประเทศ ซึ่งล่าสุดศาลได้มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวให้การเลือกตั้งเดินหน้าต่อไปได้ จนกว่าจะมีคำพิพากษาหรือคำสั่งอื่นจากศาลออกมา

เหตุการณ์นี้ถือเป็นก้าวสำคัญสำหรับอนาคตของระบบประกันสังคมไทย เพราะการที่ ศาลปกครองสั่งทุเลา ไม่ให้ชะลอเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม นั้น สะท้อนให้เห็นว่าศาลเห็นความสำคัญของการมีส่วนร่วมของผู้ประกันตน ในการเข้ามามีบทบาทตัดสินใจเรื่องสวัสดิการของตนเองผ่านตัวแทนที่มาจากการเลือกตั้งที่โปร่งใสและเป็นธรรม

ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญต่อผู้ประกันตน?

การเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เป็นเรื่องที่กระทบโดยตรงต่อสิทธิประโยชน์ที่เราได้รับทุกเดือน ไม่ว่าจะเป็นกรณีเจ็บป่วย ทุพพลภาพ หรือการชราภาพ การที่ศาลตัดสินให้ดำเนินกระบวนการต่อ ถือเป็นสัญญาณที่ดีว่าเสียงของผู้ประกันตนจะได้รับการรับฟัง โดยเหตุผลสำคัญที่ศาลระบุในการมีคำสั่งครั้งนี้ประกอบด้วย:

  • สำนักงานประกันสังคมมีความพร้อมในการดึงข้อมูลผู้ประกันตนทุกประเภทแยกตามจังหวัดได้ทันที
  • การเลือกตั้งไม่ถือเป็นอุปสรรคต่อการบริหารงานของรัฐหรือบริการสาธารณะ
  • กระบวนการที่ล่าช้าออกไปโดยไม่มีเหตุผลเพียงพออาจส่งผลกระทบต่อสิทธิของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย

หลังจากที่ทีมประกันสังคมก้าวหน้าได้ใช้เวลาไต่สวนอย่างยาวนานกว่า 13 ชั่วโมง จนนำไปสู่จุดที่ ศาลปกครองสั่งทุเลา ไม่ให้ชะลอเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม จนกว่าจะมีคำพิพากษาหรือคำสั่งอื่น ถือเป็นชัยชนะเล็กๆ ของภาคประชาชนที่ต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นในระบบประกันสังคมไทย

มุมมองทิ้งท้าย: ผมเชื่อว่าการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมเป็นหัวใจสำคัญที่จะทำให้กองทุนนี้มีความเป็นประชาธิปไตยมากขึ้น การที่ทุกฝ่ายออกมาช่วยกันติดตามตรวจสอบ ไม่เพียงแต่เป็นการรักษาสิทธิของตนเอง แต่ยังเป็นการสร้างบรรทัดฐานใหม่ในการบริหารจัดการกองทุนที่เงินทุกบาททุกสตางค์มาจากหยาดเหงื่อของผู้ประกันตนครับ มาร่วมกันติดตามบทสรุปสุดท้ายที่จะเกิดขึ้นในเร็ววันนี้ไปพร้อมกันนะครับ

ที่มา – ศาลปกครองสั่งทุเลา ไม่ให้ชะลอเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม จนกว่าจะมีคำพิพากษา หรือคำสั่งอื่น

อดีตผู้สมัคร สว. แฉยับ “แสวง” รู้กระบวนการฮั้ว สว. ท้าเปิดหีบพิสูจน์โพยฮั้ว

อดีตผู้สมัคร สว. แฉยับ “แสวง” รู้กระบวนการฮั้ว สว. ท้าเปิดหีบพิสูจน์โพยฮั้ว

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงทางการเมืองที่สังคมกำลังจับตามองอย่างใกล้ชิด สำหรับกรณีการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ที่ผ่านมา ซึ่งล่าสุดกลุ่มอดีตผู้สมัคร สว. ได้ออกมาเดินหน้าแฉยับถึงความไม่โปร่งใส โดยระบุว่า อดีตผู้สมัคร สว. แฉยับ “แสวง” รู้กระบวนการฮั้ว สว. ท้าเปิดหีบพิสูจน์โพยฮั้ว ท่ามกลางข้อสงสัยว่า กกต. ปล่อยปละละเลยให้เกิดกระบวนการที่อาจขัดต่อกฎหมายและหลักธรรมาภิบาลอย่างร้ายแรง

เบื้องลึกความไม่ชอบมาพากลในวันเลือก สว.

ในการเสวนาครบรอบ 2 ปีการเลือก สว. ที่อาคารรัฐสภา พยานบุคคลหลายท่านได้ร่วมตีแผ่ข้อมูลที่น่าตกใจ โดยเฉพาะประเด็นเรื่องการนำโพยเข้าไปในคูหาเลือกตั้ง ซึ่งในวันเลือก สว. ระดับประเทศเมื่อวันที่ 26 มิ.ย. 2567 มีความพยายามของเจ้าหน้าที่ที่ดูเหมือนจะเอื้อให้เกิดการใช้โพยอย่างโจ่งแจ้ง นอกจากนี้ยังมีการตรวจพบว่าผู้สมัครหลายคนมีคุณสมบัติไม่ตรงตามที่ระบุไว้ ทั้งเรื่องวุฒิการศึกษาและประวัติการทำงาน แต่ กกต. กลับเพิกเฉยต่อการตรวจสอบ ซึ่งเป็นการตั้งคำถามว่า อดีตผู้สมัคร สว. แฉยับ “แสวง” รู้กระบวนการฮั้ว สว. ท้าเปิดหีบพิสูจน์โพยฮั้ว นั้นมีมูลเหตุความเป็นจริงมากน้อยเพียงใด

  • ความผิดปกติในการใช้โพยเลือกตั้งภายในคูหา
  • การรับรองคุณสมบัติผู้สมัครที่ผิดพลาดและไม่เป็นไปตามจริง
  • การละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ของ ผอ.กกต. ระดับพื้นที่

นอกจากนี้ ยังมีการตั้งข้อสังเกตว่าการจัดสถานที่เลือกตั้งแบบรวมกันทำให้ขาดความเป็นส่วนตัวตามกฎหมาย อีกทั้งระเบียบที่ให้ใช้หมายเลขเดิมตั้งแต่ระดับจังหวัดจนถึงระดับประเทศ ยิ่งเปิดช่องโหว่ให้มีการฮั้วคะแนนได้อย่างง่ายดาย โดยมีรายงานระบุว่า นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ได้รับทราบถึงแผนการเหล่านี้มาโดยตลอด แต่กลับไม่มีการสั่งระงับหรือตรวจสอบอย่างจริงจัง จนเป็นเหตุให้ อดีตผู้สมัคร สว. แฉยับ “แสวง” รู้กระบวนการฮั้ว สว. ท้าเปิดหีบพิสูจน์โพยฮั้ว เพื่อเรียกร้องความยุติธรรมคืนสู่ระบอบประชาธิปไตย

ข้อเสนอแนะ: กกต. ต้องเปิดหีบพิสูจน์ความจริง

เสียงเรียกร้องจากอดีตผู้สมัคร สว. คือการท้าให้ กกต. เปิดหีบลงคะแนนเพื่อพิสูจน์ว่ามีการลงคะแนนซ้ำหรือการฮั้วเกิดขึ้นจริงหรือไม่ เพราะในฐานะองค์กรอิสระ กกต. ไม่ควรทำหน้าที่เป็นศาลเพื่อตัดสินชี้ขาดเอง แต่ควรส่งเรื่องให้กระบวนการยุติธรรมเป็นผู้ตรวจสอบ เพื่อรักษาความเชื่อมั่นของประชาชนต่อการเลือกตั้งในอนาคต

ท้ายที่สุดแล้ว ความโปร่งใสคือหัวใจสำคัญของการเลือกตั้ง หาก กกต. ยังคงปิดบังความจริงและเพิกเฉยต่อหลักฐานที่ชัดเจน ประชาชนย่อมมีสิทธิ์ตั้งคำถามถึงความเที่ยงธรรมในการทำงาน ความพยายามของกลุ่มผู้สมัครที่ออกมาเรียกร้องในครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงเพื่อประโยชน์ส่วนตัว แต่เป็นการปกป้องสิทธิของประชาชนทั้งประเทศที่ต้องการเห็น สว. ที่มาจากการเลือกตั้งอันบริสุทธิ์และยุติธรรมจริงๆ

ที่มา – อดีตผู้สมัคร สว. แฉยับ “แสวง” รู้กระบวนการฮั้ว สว. ท้าเปิดหีบพิสูจน์โพยฮั้ว

สมัครเลือกตั้งซ่อม สส.อุดรฯ เขต 3 วันแรก มี 2 คน

เชื่อว่าหลายคนกำลังจับตามองสถานการณ์การเมืองในพื้นที่จังหวัดอุดรธานีอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะเมื่อมีการประกาศเปิดสมัครเลือกตั้งซ่อม สส.อุดรฯ เขต 3 วันแรก ซึ่งบรรยากาศเป็นไปอย่างเรียบง่ายแต่แฝงไปด้วยความเข้มข้นของการแข่งขันเพื่อชิงเก้าอี้ที่ว่างลงในครั้งนี้ครับ

เกาะติดสถานการณ์สมัครเลือกตั้งซ่อม สส.อุดรฯ เขต 3 วันแรก

สำหรับการเปิดสมัครเลือกตั้งซ่อม สส.อุดรฯ เขต 3 วันแรก เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา ทางสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้สรุปตัวเลขผู้สมัครที่มีการยื่นเอกสารอย่างเป็นทางการจำนวน 2 ท่าน ได้แก่ นายอธิการ แก้วเครือศรี จากพรรคภูมิใจไทย และนายขจิตร ชัยนิคม จากพรรคประชาธิปไตยใหม่ ซึ่งทั้งสองท่านต่างก็มีความพร้อมและมุ่งมั่นที่จะเข้าไปทำหน้าที่เป็นกระบอกเสียงให้กับพี่น้องประชาชนในเขตอำเภอเพ็ญ อำเภอสร้างคอม และบางส่วนของอำเภอเมืองอุดรธานี

รายละเอียดการสมัครเลือกตั้งซ่อม สส.อุดรฯ เขต 3 วันแรก และกำหนดการ

การเปิดรับสมัครครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญก่อนจะนำไปสู่การเลือกตั้งจริงในวันอาทิตย์ที่ 30 สิงหาคม 2569 โดยมีรายละเอียดที่น่าสนใจสำหรับประชาชนในพื้นที่ ดังนี้:

  • สถานที่รับสมัคร: ห้องประชุมพุฒตาล ชั้น 2 ที่ว่าการอำเภอเพ็ญ จ.อุดรธานี
  • ระยะเวลาเปิดรับสมัคร: วันที่ 1 – 5 สิงหาคม 2569 เวลา 08.30 – 16.30 น.
  • ค่าธรรมเนียมการสมัคร: 10,000 บาท

ถึงแม้การสมัครเลือกตั้งซ่อม สส.อุดรฯ เขต 3 วันแรก จะมีผู้เสนอตัวเพียง 2 คน แต่ก็เชื่อว่าในวันถัดไปจนถึงวันปิดรับสมัคร อาจจะมีผู้สมัครเพิ่มเติมหรือมีการเคลื่อนไหวจากพรรคการเมืองต่างๆ ที่น่าจับตามองมากขึ้น ซึ่งแน่นอนว่าหัวใจสำคัญของการเลือกตั้งครั้งนี้ ไม่ได้อยู่ที่จำนวนผู้สมัคร แต่อยู่ที่การนำเสนอนโยบายที่จะเข้ามาพัฒนาคุณภาพชีวิตของพี่น้องชาวอุดรธานีให้ดีขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม

ในฐานะประชาชน เราควรติดตามตรวจสอบนโยบายของผู้สมัครแต่ละคนอย่างใกล้ชิด เพื่อให้มั่นใจได้ว่าตัวแทนที่เราจะเลือกเข้าไปในสภาฯ นั้น คือคนที่เข้าใจปัญหาในพื้นที่อย่างแท้จริง และพร้อมที่จะขับเคลื่อนจังหวัดอุดรธานีให้ก้าวหน้าต่อไป อย่าลืมไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งในวันที่ 30 สิงหาคมนี้กันนะครับ

ที่มา – กกต. เผย สมัครเลือกตั้งซ่อม สส.อุดรฯ เขต 3 วันแรก มี 2 คน “อธิการ-ขจิตร”

“สว.สมพาน” แจ้งความ “ยิ่งชีพ ไอลอว์” เหน็บต้องทำหน้าที่ สว. เลยไม่มีคนลวกก๋วยเตี๋ยว

“สว.สมพาน” แจ้งความ “ยิ่งชีพ ไอลอว์” เหน็บต้องทำหน้าที่ สว. เลยไม่มีคนลวกก๋วยเตี๋ยว

ประเด็นร้อนทางการเมืองกลับมาลุกเป็นไฟอีกครั้ง เมื่อ นายสมพาน พละศักดิ์ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) กลุ่ม 10 จ.อำนาจเจริญ ได้เดินทางเข้าแจ้งความที่สถานีตำรวจภูธรเมืองอำนาจเจริญ เพื่อดำเนินคดีกับ นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) ในข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ซึ่งกรณี “สว.สมพาน” แจ้งความ “ยิ่งชีพ ไอลอว์” เหน็บต้องทำหน้าที่ สว. เลยไม่มีคนลวกก๋วยเตี๋ยว กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางบนโลกออนไลน์

เหตุการณ์เริ่มต้นจากการที่ นายยิ่งชีพ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ชี้เป้าว่า สว.สมพาน อาจมีคุณสมบัติไม่ครบถ้วนในการสมัคร สว. กลุ่ม 10 จนนำไปสู่ความเข้าใจผิดในวงกว้าง งานนี้ สว.สมพาน ไม่ยอมอยู่เฉย ออกมาโต้กลับทันควันว่า ตนได้ยื่นหลักฐานการทำงานและผ่านการตรวจสอบจาก กกต. อย่างถูกต้องตามกฎหมายทุกประการมาตั้งแต่ต้นแล้ว

ปมขัดแย้งเรื่องหลักกฎหมายที่ใช้ยึดถือ

สว.สมพาน ตั้งข้อสังเกตอย่างน่าสนใจว่า ข้อมูลที่นายยิ่งชีพนำมาเผยแพร่นั้นเป็นการใช้ “หลัก iLaw” หรือ “หลักกฎหมายของฉัน” ในการตีความ แทนที่จะยึดตามหลักกฎหมายปกติที่ กกต. และคนทั่วไปใช้กัน ซึ่งการกระทำดังกล่าวอาจสร้างความสับสนและวุ่นวายให้กับบ้านเมือง และที่ผ่านมาก็มีการนำข้อมูลจากเว็บไซต์ iLaw ไปใช้ฟ้องร้องจนคดีถูกยกไปหลายต่อหลายครั้ง

นอกจากนี้ ในประเด็นเรื่องร้านก๋วยเตี๋ยวที่เป็นประเด็นดราม่า สว.สมพาน ได้ชี้แจงว่า:

  • ตนประกอบอาชีพเจ้าของร้าน “ปุ๊ก ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลา” อย่างสุจริต ไม่ได้เป็น “พ่อค้าก๋วยเตี๋ยวไก่” ตามที่ถูกกล่าวอ้าง
  • ร้านของตนเป็นร้านขนาดเล็ก ไม่สามารถจุคนได้ถึง 200 คน เหมือนกับห้องจูปิเตอร์ อิมแพค เมืองทองธานี ที่นายยิ่งชีพคุ้นเคย
  • การที่ต้องปิดร้านในบางวัน เพราะต้องมาปฏิบัติหน้าที่สำคัญในฐานะ สว. จึงไม่มีคนมาลวกก๋วยเตี๋ยวให้ลูกค้า ไม่ใช่เพราะสาเหตุอื่นที่นำไปตีความกันไปเอง

ด้วยเหตุผลที่ว่าการโพสต์ข้อความดังกล่าวทำให้ตนและครอบครัวเสื่อมเสียชื่อเสียง และถูกสังคมดูหมิ่นเกลียดชัง สว.สมพาน จึงยืนยันว่าการเดินหน้าฟ้องร้องครั้งนี้นำไปสู่การดำเนินการทางกฎหมายให้ถึงที่สุด โดยย้ำชัดว่า “สว.สมพาน” แจ้งความ “ยิ่งชีพ ไอลอว์” เหน็บต้องทำหน้าที่ สว. เลยไม่มีคนลวกก๋วยเตี๋ยว ไม่ใช่การฟ้องปิดปาก แต่เป็นการปกป้องเกียรติและศักดิ์ศรีของตนเองในฐานะบุคคลที่ทำงานสุจริต

ไม่ว่าบทสรุปของคดีนี้จะจบลงอย่างไร ก็ถือเป็นอุทาหรณ์ให้เห็นว่าการใช้พื้นที่สื่อออนไลน์วิพากษ์วิจารณ์ผู้อื่นโดยเฉพาะในแง่ของกฎหมาย จำเป็นต้องอาศัยความระมัดระวังและข้อเท็จจริงที่แม่นยำ เพราะผลกระทบต่อชีวิตของคนหนึ่งคนนั้นอาจรุนแรงกว่าที่คุณคิด

ที่มา – “สว.สมพาน” แจ้งความ “ยิ่งชีพ ไอลอว์” เหน็บต้องทำหน้าที่ สว. เลยไม่มีคนลวกก๋วยเตี๋ยว

“ทวี” ยกคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ แค่เข้าเกณฑ์ “หลักฐานอันควรเชื่อได้” ต้องส่งศาลฎีกา

“ทวี” ยกคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ แค่เข้าเกณฑ์ “หลักฐานอันควรเชื่อได้” ต้องส่งศาลฎีกา

กลายเป็นประเด็นร้อนที่สังคมไทยกำลังจับตามองอย่างใกล้ชิด สำหรับความคืบหน้ากรณีการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ที่มีข้อกังขาเรื่องความไม่โปร่งใส ล่าสุด พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ ได้ออกมาเคลื่อนไหวผ่านช่องทางโซเชียลมีเดีย โดยเน้นย้ำถึงบทบาทของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่าไม่ควรทำหน้าที่เสมือนเป็นศาลตัดสินเอง แต่ควรยึดหลักกฎหมายอย่างเคร่งครัด

ประเด็นสำคัญที่ พ.ต.อ.ทวี ชี้ให้เห็นคือเรื่องของเกณฑ์ในทางกฎหมาย โดยระบุชัดเจนว่า “ทวี” ยกคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ แค่เข้าเกณฑ์ “หลักฐานอันควรเชื่อได้” ต้องส่งศาลฎีกา เพราะนี่คือหัวใจสำคัญของการรักษาหลักนิติธรรมในกระบวนการเลือกตั้ง หากมีข้อบ่งชี้ว่าการเลือกตั้งไม่สุจริต กกต. มีหน้าที่ส่งเรื่องให้ศาลฎีกาเป็นผู้ชี้ขาดตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ แทนที่จะเก็บสำนวนไว้พิจารณาเอง

ทำไมต้องส่งเรื่องให้ศาลฎีกาพิจารณา?

การที่สังคมตั้งคำถามถึงความโปร่งใสของ กกต. นั้นไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะมีข้อเท็จจริงหลายประการที่ดูย้อนแย้ง เช่น:

  • ประเด็นความเชื่อมโยงระหว่างผู้ดำรงตำแหน่ง สว. กับการให้ความเห็นชอบกรรมการ กกต. ในอดีต
  • ระเบียบ กกต. ที่เปิดช่องให้เกิดพฤติการณ์จัดตั้งหรือ “โหวตล็อก”
  • ความล่าช้าและการปรับเปลี่ยนแนวทางการตรวจสอบสำนวนคดี

ด้วยเหตุผลเหล่านี้ “ทวี” ยกคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ แค่เข้าเกณฑ์ “หลักฐานอันควรเชื่อได้” ต้องส่งศาลฎีกา เพื่อให้เกิดความกระจ่างและสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน ผู้ซึ่งถือเป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตยที่แท้จริง

ในเชิงกฎหมายมหาชน มาตรฐานการส่งเรื่องไปยังศาลฎีกานั้นไม่ได้เข้มข้นเท่ากับการตัดสินคดีอาญาที่ต้องปราศจากข้อสงสัย แต่กติกาพุ่งเป้าไปที่ “หลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า” การเลือกตั้งนั้นไม่สุจริต ซึ่งหากเข้าเงื่อนไขนี้ กกต. ไม่มีหน้าที่อื่นใดนอกจากต้องส่งเรื่องให้ศาลฎีกาไต่สวนต่อไป

บทสรุปและมุมมอง: การกระทำขององค์กรอิสระในสถานการณ์นี้เปรียบเสมือนบททดสอบครั้งสำคัญของชาติ หาก กกต. ยึดมั่นในความโปร่งใสและหลักนิติธรรม แทนที่จะใช้อำนาจล้นเกินจนถูกสังคมครหา การเปิดทางให้ศาลฎีกาเข้ามาตัดสินจะเป็นวิธีการที่ดีที่สุดในการยุติความขัดแย้ง และกอบกู้ศรัทธาที่ประชาชนมีต่อกระบวนการยุติธรรมของไทยให้กลับคืนมาอีกครั้ง

ที่มา – “ทวี” ยกคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ แค่เข้าเกณฑ์ “หลักฐานอันควรเชื่อได้” ต้องส่งศาลฎีกา

รัฐบาลยันไม่ได้อ้างศาลฯ เลื่อนเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม

เชื่อว่าหลายคนอาจกำลังสงสัยและติติงกรณีการชะลอการเลือกตั้งผู้แทนในคณะกรรมการประกันสังคม ล่าสุดทางรัฐบาลออกมาเปิดเผยข้อมูลให้เข้าใจชัดเจนยิ่งขึ้น โดยยืนยันว่า รัฐบาลยันไม่ได้อ้างศาลฯ เลื่อนเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม แต่เป็นการใช้อำนาจตามระเบียบที่เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันปัญหาการเลือกตั้งเป็นโมฆะและปกป้องสิทธิประโยชน์ของผู้ประกันตนกว่า 11 ล้านคนทั่วประเทศ

เหตุผลแท้จริงที่รัฐบาลยันไม่ได้อ้างศาลฯ เลื่อนเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม

หลายคนอาจเข้าใจผิดว่าศาลปกครองกลางมีคำสั่งให้เลื่อนการเลือกตั้ง แต่ในความเป็นจริง ศาลเพียงแค่มีคำสั่งทุเลาการบังคับชั่วคราวเกี่ยวกับเกณฑ์การลงทะเบียนเท่านั้น ดังนั้น การตัดสินใจชะลอกระบวนการเลือกตั้ง จึงเป็นหน้าที่ของหน่วยงานที่ต้องใช้อ้างอิงกฎหมายและระเบียบของกระทรวงแรงงาน พ.ศ. 2564 เพื่อประเมินผลกระทบอย่างรอบคอบ

ทำไมต้องรัดกุม? ป้องกันการเลือกตั้งเป็นโมฆะเพื่อผู้ประกันตน

การดำเนินการจัดการเลือกตั้งนั้นมีความซับซ้อนมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ:

  • การจัดทำบัญชีผู้มีสิทธิเลือกตั้ง
  • การจัดสรรงบประมาณและการพิมพ์บัตรเลือกตั้ง
  • การเตรียมหน่วยเลือกตั้งและสถานที่รวบรวมคะแนน

หากหน่วยงานดึงดันเดินหน้าต่อไปโดยไม่คำนึงถึงประเด็นข้อกฎหมายที่ศาลทักท้วงไว้ อาจนำไปสู่สถานการณ์ที่ผลการเลือกตั้งถูกเพิกถอนได้ ซึ่งนั่นหมายความว่าความพยายามและงบประมาณมหาศาลจะสูญเปล่า และที่สำคัญที่สุดคือสิทธิของผู้ประกันตนจะได้รับผลกระทบโดยตรง ดังนั้น การประกาศที่ว่า รัฐบาลยันไม่ได้อ้างศาลฯ เลื่อนเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม แต่ใช้วิธีการทบทวนเพื่อความสง่างามและถูกต้องตามกฎหมาย จึงเป็นแนวทางที่เหมาะสมที่สุดในสถานการณ์นี้

ในฐานะผู้ประกันตน ผมมองว่าความชัดเจนและโปร่งใสเป็นสิ่งสำคัญที่สุดครับ การชะลอเพื่อเตรียมความพร้อมให้ทุกอย่างเป็นไปตามระเบียบอย่างไม่มีที่ติ ย่อมดีกว่าการเร่งรีบเพื่อให้ได้เลือกตั้งแต่ต้องมานั่งกังวลว่าผลจะถูกล้มในภายหลัง หวังว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเร่งดำเนินการให้การเลือกตั้งเกิดขึ้นโดยเร็วที่สุดภายใต้ความถูกต้องที่ตรวจสอบได้ เพื่อให้พี่น้องวัยทำงานทุกคนได้ส่งเสียงของตัวเองผ่านคะแนนเลือกตั้งอย่างเต็มภาคภูมิครับ

ที่มา – รัฐบาลยันไม่ได้อ้างศาลฯ เลื่อนเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม แต่ใช้อำนาจตามระเบียบป้องกันเลือกตั้งโมฆะ

Scroll to top