จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์

ประท้วงวุ่น “เท้ง” พาดพิงเพื่อไทยขายวิญญาณ

ในวันที่ 9 เมษายน 2567 การแถลงนโยบายของรัฐบาลกลายเป็นเวทีร้อนระอุ เมื่อเกิด ประท้วงวุ่น “เท้ง” พาดพิงเพื่อไทยขายวิญญาณ ขึ้นในสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หรือ “เท้ง” หัวหน้าพรรคประชาชน อภิปรายนโยบายแล้วโยงไปถึงพรรคเพื่อไทยว่าเป็นพรรคอันดับ 2 ที่ “ขายวิญญาณ” เข้าร่วมรัฐบาล สร้างความไม่พอใจให้ฝั่งเพื่อไทยทันที

ประท้วงวุ่น “เท้ง” พาดพิงเพื่อไทยขายวิญญาณ

เหตุการณ์เริ่มต้นจากนายณัฐพงษ์ อภิปรายโจมตีรัฐบาล โดยพูดถึงพรรคการเมืองที่เข้าร่วมรัฐบาล โดยเฉพาะพรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นพรรคอันดับ 2 ในรัฐบาล โดยใช้คำว่า “ขายวิญญาณ” ทำให้ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ลุกใช้สิทธิ์ทันที ขอให้ถอนคำพูดดังกล่าว เพราะการเข้าร่วมรัฐบาลเป็นกระบวนการตามรัฐธรรมนูญและระบอบประชาธิปไตย

นายจุลพันธ์ ยืนยันว่า พรรคเพื่อไทยตอบตกลงเข้าร่วมหลังพรรคอันดับ 1 เชิญมาร่วมหารือนโยบาย ซึ่งเป็นกลไกการเมืองปกติ ไม่ใช่การขายวิญญาณอย่างที่ถูกกล่าวหา คำพูดนี้จึงเป็นการใส่ร้ายที่ไม่เหมาะสมในสภา

ประธานสภา วินิจฉัยคำพูด “ขายวิญญาณ” ไม่เหมาะสม

นายโสภน ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้วินิจฉัยว่า คำว่า “ขายวิญญาณ” เป็นการกล่าวหาที่ร้ายแรง ใส่ร้ายผู้อื่น จึงขอให้นายณัฐพงษ์ เปลี่ยนคำพูดเพื่อให้การประชุมดำเนินไปอย่างราบรื่น สุดท้าย “เท้ง” ยอมเปลี่ยนเป็น “ละทิ้งจุดยืนเดิม” ทำให้การอภิปรายเดินหน้าต่อได้

  • จุดโต้แย้งจากฝั่งประชาชน: นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล ส.ส.ประชาชน มองว่าถ้าต้องถอนทุกคำกล่าวหา สภาจะไม่เดินหน้าได้ ขณะที่นายรังสิมันต์ โรม ชี้ว่าประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินคำพูดเหล่านี้
  • การประท้วงของจุลพันธ์: ยกข้อบังคับที่ 69 ห้ามเสียดสีใส่ร้าย ขอให้ประธานบังคับใช้เพื่อความราบรื่น
  • ผลลัพธ์: คำพูดถูกเปลี่ยน สภาเดินหน้าต่อ

ประท้วงวุ่น “เท้ง” พาดพิงเพื่อไทยขายวิญญาณ นี้ สะท้อนถึงความตึงเครียดทางการเมืองระหว่างพรรคฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล โดยเฉพาะประเด็นการจัดตั้งรัฐบาลที่พรรคเพื่อไทยเข้าร่วมกับพรรคภูมิใจไทยและอื่นๆ แม้จะถูกมองว่าเป็น coalision ปกติ แต่ฝ่ายค้านมองว่าเป็นการทรยศอุดมการณ์เดิม

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นท่ามกลางการแถลงนโยบายรัฐบาลชุดใหม่ ซึ่ง ส.ส. แต่ละพรรคต่างใช้เวทีนี้โจมตีกันอย่างดุเดือด บรรยากาศในสภาเต็มไปด้วยการลุกหารือและประท้วง ทำให้การประชุมล่าช้า แต่ก็เป็นส่วนหนึ่งของประชาธิปไตยที่ให้ทุกฝ่ายแสดงจุดยืน

นอกจากนี้ ยังมีประเด็นเรื่องบรรทัดฐานการใช้คำพูดในสภา หากคำร้ายแรงต้องถอนทุกครั้ง อาจทำให้การอภิปรายอิสระลดลง แต่ถ้าปล่อยไว้ ก็อาจนำไปสู่การโจมตีส่วนตัวมากเกินไป ประธานสภาจึงต้องวินิจฉัยอย่างสมดุล

จากมุมมองของผู้สังเกตการณ์ เหตุการณ์ ประท้วงวุ่น “เท้ง” พาดพิงเพื่อไทยขายวิญญาณ แสดงให้เห็นถึงความแตกแยกในเวทีการเมืองไทย โดยเฉพาะหลังการเลือกตั้งที่ผลลัพธ์ไม่เป็นไปตามคาดของหลายฝ่าย พรรคเพื่อไทยถูกวิจารณ์หนักเรื่องการตัดสินใจเข้าร่วมรัฐบาล แต่ตัวแทนยืนยันว่าเพื่อประโยชน์ชาติและเสถียรภาพ

สุดท้ายแล้ว การเปลี่ยนคำพูดของ “เท้ง” ถือเป็นการคลี่คลายสถานการณ์ได้ดี แต่ก็ทิ้งคำถามว่าบรรทัดฐานนี้จะถูกนำไปใช้อย่างไรในอนาคต คุณคิดว่าคำว่า “ขายวิญญาณ” ร้ายแรงเกินไปหรือไม่? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และติดตามข่าวการเมืองอัปเดตได้ที่บล็อกนี้!

ที่มา – แถลงนโยบาย ประท้วงวุ่น “เท้ง” พาดพิงเพื่อไทยขายวิญญาณร่วมรัฐบาล ทำ “จุลพันธ์” จี้ถอนคำพูด

มติพรรคเพื่อไทย ร่วมยื่นญัตติด่วนสภาฯ แก้วิกฤตน้ำมัน

สวัสดีครับทุกคน ในช่วงที่ราคาน้ำมันพุ่งสูงและสถานการณ์ตึงเครียดจากสงครามในตะวันออกกลางกำลังส่งผลกระทบหนักหน่วงต่อชีวิตประจำวันของเรา พรรคเพื่อไทยก็ไม่นิ่งนอนใจ ล่าสุดมี มติพรรคเพื่อไทย ร่วมยื่นญัตติด่วนสภาฯ แก้วิกฤตน้ำมัน ดันตั้ง กมธ.วิสามัญ เร่งหาทางออก เพื่อเร่งแก้ปัญหานี้ให้ตรงจุดและเป็นรูปธรรมทันที

มติพรรคเพื่อไทย ร่วมยื่นญัตติด่วนสภาฯ แก้วิกฤตน้ำมัน ดันตั้ง กมธ.วิสามัญ เร่งหาทางออก

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ได้เปิดเผยหลังการสัมมนา ส.ส. เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2567 ว่า ที่ประชุมพรรคได้หารือกันอย่างกว้างขวางเกี่ยวกับปัญหาพลังงานที่เกิดจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งทำให้ประชาชนเดือดร้อนหนัก ทั้งค่าน้ำมันแพง หาน้ำมันเติมรถไม่ได้ และราคาสินค้าที่พุ่งตามมา

มติสำคัญนี้กำหนดให้พรรคเพื่อไทยร่วมกับพรรคอื่นๆ ยื่นญัตติด่วนต่อสภาผู้แทนราษฎร โดยมีนายจาตุรนต์ ฉายแสง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย เป็นผู้เปิดอภิปรายหลัก และมี ส.ส. หลายคนพร้อมร่วมอภิปราย แม้บางคนจะอยู่ในฝั่งรัฐบาลก็ตาม เพราะปัญหานี้กระทบทุกคน เราต้องช่วยกันแก้ไข

ปัญหาหลักจากวิกฤตน้ำมันที่ต้องเร่งแก้

จากที่ที่ประชุมวิเคราะห์ ปัญหาหลักๆ มีหลายมิติ ไม่ใช่แค่น้ำมันขาดแคลน แต่รวมถึง:

  • การบริหารโลจิสติกส์ล้มเหลว: ส่งน้ำมันไปยังปั๊มต่างๆ ไม่ทัน ประชาชนต้องลุ้นหาน้ำมันเติม
  • ข้อครหาการกักตุน: มีความสงสัยว่ามีการกักตุนน้ำมันในบางจุด ทำให้สถานการณ์ยิ่งแย่
  • ราคาสินค้าพุ่ง: ค่าขนส่งแพง สินค้าอุปโภคบริโภคขึ้นราคาตาม
  • ผลกระทบต่อเศรษฐกิจ: ผู้รับเหมาก่อสร้างชะลอโครงการเพราะต้นทุนพลังงานสูง หาน้ำมันยาก ส่งผลให้การจ้างงานและเศรษฐกิจชะงัก
  • ห่วงโซ่อุปทานสะดุด: การลงทุนต่างๆ ถูกเลื่อน สร้างความเสียหายระยะยาว

สถานการณ์แบบนี้ถ้าปล่อยไว้ จะยิ่งทำให้ประชาชนลำบากและเศรษฐกิจไทยสะดุดได้ครับ

แนวทางแก้ไขที่เป็นรูปธรรมจากพรรคเพื่อไทย

พรรคเพื่อไทยไม่ได้แค่วิจารณ์ แต่มีข้อเสนอชัดเจนเพื่อให้รัฐบาลนำไปใช้ทันที โดยมุ่งเน้น 2 เรื่องหลัก:

  • ใช้กลไกสภา: รวบรวมความเห็นจากการอภิปราย ส่งสรุปให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่ เพื่อขับเคลื่อนทันที
  • ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ: ศึกษาผลกระทบจากสถานการณ์ตะวันออกกลางและพลังงาน ใช้เวลาแค่ 10-20 วัน แล้วรายงานสภาและส่งครม. เพื่อดำเนินการจริงจัง

นอกจากนี้ ยังเน้นเรื่องการสื่อสารที่โปร่งใสและรวดเร็วจากภาครัฐ เพื่อสร้างความมั่นใจให้ประชาชนว่ารัฐมีน้ำมันเพียงพอ ไม่ต้องตื่นตระหนก

มติพรรคเพื่อไทย ร่วมยื่นญัตติด่วนสภาฯ แก้วิกฤตน้ำมัน ดันตั้ง กมธ.วิสามัญ เร่งหาทางออก ถือเป็นก้าวแรกที่สำคัญในการรวมพลังสภาแก้ปัญหาให้ประชาชน หากทำได้เร็ว จะช่วยลดผลกระทบทางเศรษฐกิจและคืนความสุขให้คนไทยได้ไม่น้อย

ส่วนตัวผมมองว่านี่คือโอกาสดีที่นักการเมืองจะแสดงความรับผิดชอบจริงจัง แทนที่จะทะเลาะกันเอง คุณล่ะครับคิดเห็นยังไงกับมติล่าสุดของพรรคเพื่อไทย? ลองแชร์ความคิดในคอมเมนต์ด้านล่าง แล้วเรามาติดตามกันว่านายจาตุรนต์จะอภิปรายอย่างไรในสภา!

ที่มา – มติพรรคเพื่อไทย ร่วมยื่นญัตติด่วนสภาฯ แก้วิกฤตน้ำมัน ดันตั้ง กมธ.วิสามัญ เร่งหาทางออก

“จุลพันธ์” มั่นใจ รมต.เพื่อไทย คุณสมบัติครบถ้วน

“จุลพันธ์” มั่นใจ รมต.เพื่อไทย คุณสมบัติครบถ้วน ยันไม่มีแรงกระเพื่อมภายในพรรค

สวัสดีครับเพื่อนๆ ผู้สนใจข่าวการเมืองไทย วันนี้เรามีเรื่องน่าสนใจจากพรรคเพื่อไทยมาอัปเดตกันครับ กับประเด็นร้อนเรื่องโผคณะรัฐมนตรี หรือที่เรียกกันว่า ‘ครม.อนุทิน 2’ ที่หลายคนจับตามอง โดยเฉพาะข่าวลือว่ามี ส.ส. ภายในพรรคไม่พอใจการจัดสรรตำแหน่ง แต่ “จุลพันธ์” มั่นใจ รมต.เพื่อไทย คุณสมบัติครบถ้วน ยันไม่มีแรงกระเพื่อมภายในพรรค แบบชัดเจนเลยทีเดียว

วันที่ 24 มี.ค. 2567 ณ โรงแรมเอสซี ปาร์ค นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย ในฐานะหัวหน้าพรรค ได้ออกมาให้สัมภาษณ์อย่างเป็นกันเอง ยืนยันว่าข่าวที่ออกมานั้นเป็นเพียงการคาดเดาจากภายนอกเท่านั้น ภายในพรรคทุกคนยังสามัคคีกันดี ไม่มีใครแสดงความไม่พอใจอะไรเลย เพราะกระบวนการจัดตั้งรัฐบาลต้องมีการเจรจากันหลายฝ่าย และต้องพิจารณาคุณสมบัติ ความเหมาะสม รวมถึงความสามารถในการขับเคลื่อนกระทรวงและนโยบายของแต่ละคน

ไม่มีแรงกระเพื่อมภายในพรรคเพื่อไทยจริงหรือ?

หลายคนอาจสงสัยว่าข่าวลือเรื่อง ส.ส. ไม่พอใจแล้วจะกระทบพรรคหรือไม่ นายจุลพันธ์ ชี้แจงชัดว่าทุกคนเข้าใจดี ตำแหน่งมีจำกัด แต่โอกาสในการทำงานยังมีอีกมาก ไม่ว่าจะเป็นบทบาทในสภาฯ หรือหน้าที่อื่นๆ ในการเป็นตัวแทนประชาชน “ตอนนี้ไม่มีใครน้อยใจ และไม่มีใครจะออกจากพรรค” เขาย้ำอย่างหนักแน่น แถมยังบอกว่าการประชุมภายในพรรคทุกคนมาร่วมครบถ้วน พร้อมเดินหน้านโยบายรัฐบาลต่อไป

จากที่ฟังดูแล้ว เหมือนพรรคเพื่อไทยจัดการอารมณ์ ส.ส. ได้ดีมากเลยครับ เพราะในอดีตทุกครั้งที่มีการจัดโผใหญ่ๆ ก็มักมีกระแสแบบนี้ แต่สุดท้ายทุกคนก็พร้อมทำงานเสมอ

คุณสมบัติรัฐมนตรีเพื่อไทยผ่านการคัดกรองอย่างไร

อีกประเด็นสำคัญคือคุณสมบัติของรัฐมนตรีที่พรรคเพื่อไทยเสนอไป “จุลพันธ์” มั่นใจ รมต.เพื่อไทย คุณสมบัติครบถ้วน ทุกคนผ่านการคัดกรองมาอย่างดี ไม่ใช่แค่สมัคร ส.ส. หรือเคยเป็นรัฐมนตรีมาก่อน แต่ยังผ่านกระบวนการหลายชั้น รายชื่อส่งให้ นายกรัฐมนตรีเรียบร้อยแล้ว รอเพียงขั้นตอนโปรดเกล้าฯ และตรวจสอบจากเลขาธิการคณะรัฐมนตรีเท่านั้น

ปัจจุบันยังไม่มีรายชื่อไหนถูกส่งกลับมา แสดงว่าทุกอย่างลงตัว และถึงการตรวจสอบครั้งนี้จะเข้มงวด แต่พรรคก็มั่นใจในบุคลากรของตัวเอง เพราะมีประสบการณ์ ความรู้ และความพร้อมสูง

  • ผ่านการคัดกรองหลายครั้ง: ตั้งแต่สมัครเลือกตั้ง ส.ส. จนถึงเสนอชื่อ ครม.
  • เหมาะสมกับกระทรวง: พิจารณาความสามารถในการขับเคลื่อน
  • นายกฯ รับได้: ส่งชื่อไปแล้ว ไม่มีปัญหา
  • ไม่มีรายชื่อสำรองลับ: แต่พร้อมหากจำเป็น

นอกจากนี้ นายจุลพันธ์ ยังไม่ยืนยันรายชื่อที่หลุดออกมาในสื่อ เพราะกระบวนการยังไม่จบ ต้องรอคำสั่งแต่งตั้งอย่างเป็นทางการ

มุมมองต่อสถานการณ์การเมืองปัจจุบัน

จากข่าวนี้ เราจะเห็นว่าพรรคเพื่อไทยยังคงแข็งแกร่ง สามัคคีกันดี แม้จะมีข่าวลือจากภายนอกบ้าง แต่ภายในพรรคทุกอย่างเรียบร้อย พร้อมสนับสนุนรัฐบาลในการขับเคลื่อนประเทศ ในช่วงที่การเมืองไทยกำลังเปลี่ยนผ่าน โผครม.ชุดนี้จะเป็นกุญแจสำคัญในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ สังคม และอื่นๆ ต่อไป

ส่วนตัวผมคิดว่า การที่นายจุลพันธ์ออกมาพูดแบบนี้ ช่วยลดกระแสข่าวลือได้เยอะเลยครับ แสดงให้เห็นถึงความเป็นมืออาชีพของพรรค ส.ส.ทุกคนก็เข้าใจบทบาทของตัวเอง คุณล่ะคิดยังไงกับเรื่องนี้ ลองแชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างได้นะครับ หรือติดตามข่าวอัปเดตโผครม.เพิ่มเติมที่นี่!

ที่มา – “จุลพันธ์” มั่นใจ รมต.เพื่อไทย คุณสมบัติครบถ้วน ยันไม่มีแรงกระเพื่อมภายในพรรค

จุลพันธ์ ปัดเพื่อไทยคุยโควตารัฐมนตรี ยศชนันมั่นใจผลงาน

วงการการเมืองไทยกำลังคึกคักกับข่าวการจัดตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ หลังจากการเลือกตั้งที่ผ่านมา พรรคเพื่อไทยในฐานะพรรคใหญ่สุดต้องร่วมรัฐบาลกับพรรคร่วมอื่นๆ ล่าสุด จุลพันธ์ ปัดเพื่อไทยคุยโควตารัฐมนตรี อย่างเป็นทางการ โดยนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ยืนยันว่ายังไม่มีการหารือเรื่องนี้ สิ่งที่ปรากฏตามสื่อเป็นเพียงการคาดเดาเท่านั้น

จุลพันธ์ ปัดเพื่อไทยคุยโควตารัฐมนตรี

เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 14 มีนาคม 2567 นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ได้ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวที่ ส.ส. ในพรรคสะท้อนเรื่องการจัดสรรโควตารัฐมนตรีว่า ในที่ประชุมพรรคไม่ได้พูดถึงประเด็นนี้เลย ทุกคนมุ่งเน้นการทำงานไปข้างหน้า ผลักดันนโยบายของพรรคเพื่อไทยในฐานะพรรคร่วมรัฐบาล เพื่อแก้ปัญหาให้ประชาชนซึ่งเป็นจุดร่วมของทุกคน

นายจุลพันธ์ ยังชี้แจงว่า กระบวนการตัดสินใจเรื่องบุคลากร เช่น รัฐมนตรี กรรมาธิการ หรือวิป จะเปิดช่องให้ทุกคนแสดงความเห็น แต่สุดท้ายขึ้นอยู่กับคณะกรรมการบริหารพรรค สำหรับความคืบหน้าโควตารัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทยนั้น ยังไม่มีการหารืออย่างเป็นทางการ สิ่งที่ออกสื่อ เช่น โผ ครม.อนุทิน 2 เป็นแค่การคาดการณ์หรือหารือนอกรอบ ในวันที่ 14-15 มีนาคม จะมีกระบวนการทางรัฐสภา เช่น การลงมติ แต่เรื่องแบ่งกระทรวงยังเป็นการคาดเดา พรรคจะคุยกันเพื่อหาจุดร่วมที่เหมาะสม

  • ไม่มีการถกโควตารัฐมนตรีในที่ประชุมพรรค
  • สื่อรายงานเป็นเพียงคาดการณ์ ไม่ใช่ทางการ
  • เน้นผลักดันนโยบายแก้ปัญหาประชาชน
  • เปิดรับฟังความเห็น แต่ตัดสินใจโดย กก.บห.

ยศชนัน มั่นใจการทำงานเพิ่มแต้มให้พรรคได้

ในส่วนของนโยบายการศึกษานั้น นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย มั่นใจว่าจะช่วยเรียกคะแนนนิยมกลับมาได้ หากผลักดันสำเร็จจะเห็นผลเปลี่ยนแปลงคะแนน โดยย้ำว่าผลงานที่ส่งผลต่อประชาชนและเปลี่ยนแปลงประเทศจะเป็นคะแนนที่ประชาชนมอบให้ในการเลือกตั้งครั้งหน้า

นายยศชนันยังกล่าวถึงกระแสที่มองว่ากระทรวงที่เพื่อไทยอาจได้ เช่น การศึกษา ทำคะแนนยากกว่าเศรษฐกิจ ว่า ในอดีตอาจเป็นเช่นนั้น แต่ปัจจุบันทุกกระทรวงเชื่อมโยงกัน ต้องทำงานร่วมกันด้วยความสามัคคี ไม่ใช่ยุคต่างคนต่างทำอีกต่อไป ไม่ว่าอยู่กระทรวงไหนก็สร้างผลงานได้

  • มุ่งเปลี่ยนแปลงด้วยนโยบายการศึกษา
  • ผลงานคือกุญแจเพิ่มคะแนนพรรค
  • ทุกกระทรวงต้องร่วมมือกัน

ประเสริฐ ตั้งเป้า 4 ปีฟื้นความยิ่งใหญ่พรรคเพื่อไทย

ขณะที่นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.บัญชีรายชื่อ และเลขาธิการพรรคเพื่อไทย แสดงความมั่นใจว่าจะใช้เวลา 4 ปีของรัฐบาลชุดนี้ฟื้นความเชื่อมั่นพรรคให้ยิ่งใหญ่กว่าเดิม โดยกำชับ ส.ส. ให้ลงพื้นที่ตอบสนองความต้องการประชาชน แก้ปัญหาจริงจัง ทุกฝ่ายต้องช่วยกัน พรรคหวังเติบโตและพัฒนาในอนาคต

จุลพันธ์ ปัดเพื่อไทยคุยโควตารัฐมนตรี สะท้อนถึงทิศทางของพรรคที่ให้ความสำคัญกับผลงานมากกว่าการแย่งชิงตำแหน่ง ในสถานการณ์ที่พรรคร่วมรัฐบาลต้องประสานงานกัน การเมืองไทยกำลังเข้าสู่ยุคใหม่ที่เน้นความสามัคคีและผลลัพธ์ให้ประชาชน หลังจากพรรคเพื่อไทยได้ ส.ส. มากที่สุดแต่เลือกเส้นทางร่วมรัฐบาลเพื่อความมั่นคง

จากมุมมองนี้ พรรคเพื่อไทยกำลังวางกลยุทธ์ระยะยาว โดยใช้โควตาที่ได้ไม่ว่าจะกระทรวงใดมาสร้างผลงานเด่น เช่น นโยบายการศึกษาที่อาจช่วยยกระดับทรัพยากรมนุษย์ของชาติ สร้างโอกาสให้เยาวชน นอกจากนี้ การลงพื้นที่ของ ส.ส. จะช่วยเชื่อมโยงพรรคกับฐานเสียง ทำให้คะแนนนิยมพุ่งในเลือกตั้งหน้า

อย่างไรก็ตาม การเมืองยังมีความไม่แน่นอน โผครม. อาจเปลี่ยนแปลงตามการเจรจา แต่สิ่งที่แน่นอนคือพรรคเพื่อไทยพร้อมทำงานเพื่อประชาชน คุณคิดว่าพรรคเพื่อไทยจะทำได้ตามเป้าหมาย 4 ปีหรือไม่? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมติดตามข่าวการเมืองอัปเดตจากเราเพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ!

สรุปแล้ว จุลพันธ์ ปัดเพื่อไทยคุยโควตารัฐมนตรี เป็นสัญญาณดีที่พรรคมุ่งผลงานมากกว่าดราม่าตำแหน่ง ซึ่งจะช่วยเสริมภาพลักษณ์พรรคในสายตาประชาชน

ที่มา – “จุลพันธ์” ปัดเพื่อไทยคุยโควตารัฐมนตรี “ยศชนัน” มั่นใจการทำงานเพิ่มแต้มให้พรรคได้

เพื่อไทยประชุม สส. “ยศชนัน” มั่นใจ 4 ปีจะกลับมา

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวการเมืองสายอัปเดต! วันนี้เรามาคุยกันเรื่อง เพื่อไทยประชุม สส. “ยศชนัน” มั่นใจ 4 ปีจะกลับมา กันแบบเป็นกันเองเลยนะ ที่พรรคเพื่อไทยเพิ่งจัดประชุม สส. ก่อนเข้าเปิดสภา เป็นการรวมตัวใหญ่เพื่อเตรียมความพร้อม โหวตประธานสภา และรองประธานในวันพรุ่งนี้ แถมยังวางแผนผลักดันกฎหมายถึง 47 ฉบับ เพื่อพาเศรษฐกิจไทยก้าวสู่มูลค่าสูงสุดยอด!

เพื่อไทยประชุม สส. “ยศชนัน” มั่นใจ 4 ปีจะกลับมา

บรรยากาศในที่ประชุมคึกคักมาก มีนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรค นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ สส.บัญชีรายชื่อและแคนดิเดตนายกฯ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ และนายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาฯพรรค มาร่วมเป็นประธาน สส.เพื่อไทยมาร่วมเพียบเลยครับ

ยศชนันปลอบใจผู้สมัครพลาดหวัง มั่นใจ 4 ปีข้างหน้าจะกลับมาได้

คุณยศชนันพูดแบบให้กำลังใจสุดๆ เลยว่า ต้องขอบคุณและให้กำลังใจผู้สมัครทุกคนที่ครั้งนี้อาจไม่ได้เป็น สส. แต่ทุกคนสมควรได้เป็นจริงๆ ใน 2-3 สัปดาห์นี้ จะไปพบปะส่วนตัว ฟังความเห็น แล้วนำมาปรับใช้ในการเป็นพรรคร่วมรัฐบาล เปิดใจคุยกันหมด ถ้ามีไอเดียดีๆ เดินมาบอกได้เลย จะปรับให้ดีที่สุด

ยศชนันยังย้ำชัด ถ้าเราทำ 4 ปีนี้ให้ดีที่สุด ครั้งหน้าพรรคกลับมาแน่นอน! ทุกวันหลังจากนี้คือวันเริ่มหาเสียงเลือกตั้งใหม่แล้ว มีเวลา 4 ปี ต้องทำให้เต็มที่ ไม่ใช่แค่พื้นที่ที่ชนะ ต้องเรียนรู้ ปรับยุทธศาสตร์ไปด้วยกัน บวกกับยศชนันบอกว่าหน้าตึงๆ ของตัวเอง หลังจากนี้จะพิสูจน์ด้วยการทำงาน และเราปรับตัวเข้าหากันได้แน่นอน ช่วงที่ผ่านมาไม่ได้หยุด พัฒนาความพร้อมเข้าไปเสนอกฎหมายที่ประชาชนหวังได้ ขอให้ทุกคนสู้ๆ!

จุลพันธ์ หรือ “หนิม” ปลุกขวัญ สส. เร่งทำงานชี้ชะตาพรรค

ฝั่งหัวหน้าพรรค จุลพันธ์ พูดเปิดประชุมแบบจุดไฟเลยครับ บอกว่าการทำงานส่วนกลางอย่างเดียวไม่พอ ต้องอาศัย สส.ทุกคนที่ฟันฝ่าพายุการเลือกตั้งมาได้ แม้โครงสร้างไม่เอื้อ แต่ทุกคนเก่งมาก พรรคกำลังยกเครื่องใหญ่ ถอดบทเรียนจากเวิร์คช็อปหลายรอบ เพื่อให้พรรคเข้มแข็ง เป็นสถาบันการเมืองตัวจริง สู่เลือกตั้งครั้งหน้า

เรื่องร่วมรัฐบาล เจรจาสมบูรณ์แล้ว แต่กระทรวงยังไม่คุยกัน การทำงานฝ่ายนิติบัญญัติต้องเปลี่ยนใหม่ ทุกคนคาดหวังกฎหมายจากเรา ยึดเป้าเศรษฐกิจมูลค่าสูง การทำงานของ สส.ทุกคนจะชี้ชะตาพรรคเลือกตั้งหน้า ถ้าทำดี เพื่อนที่พลาดจะกลับมาได้ พรรคพร้อมหนุนทุกทาง ขอบคุณทุกคนที่สู้!

  • เตรียมโหวตประธานสภาและรอง ในวันที่ 15 มี.ค.
  • ผลักดัน 47 กฎหมายเศรษฐกิจเด่น
  • ให้กำลังใจผู้สมัครไม่ผ่าน
  • ปรับยุทธศาสตร์ 4 ปี พรรคจะกลับมา
  • เจรจารัฐบาลเสร็จ กระทรวงรอคุย

น่าสนใจมากเลยนะครับ การประชุมครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าพรรคเพื่อไทยไม่ได้ยอมแพ้ กำลังเร่งเครื่องเต็มสูบ สร้างความหวังให้ฐานเสียง ถ้าทำได้ตามแผน 4 ปีข้างหน้า น่าจะพลิกเกมได้จริงๆ

คุณล่ะคิดยังไงกับทิศทางพรรคเพื่อไทย? มั่นใจเหมือนยศชนันไหม? มาคอมเมนต์บอกกันหน่อย ส่งต่อข่าวดีๆ แชร์ให้เพื่อนๆ รู้ด้วยนะ!

นี่คือ insight จากผม: การให้กำลังใจและถอดบทเรียนแบบนี้ คือกุญแจสำคัญของพรรคการเมืองที่อยากอยู่ยาว ต้องรอดูผลงานจริงในสภา!

ที่มา – เพื่อไทยประชุม สส. “ยศชนัน” มั่นใจ 4 ปีข้างหน้าจะกลับมาได้ “จุลพันธ์” ปลุกขวัญเร่งทำงาน

เพื่อไทยมาส่งโผ “อนุทิน” หยอดหวาน “หนูมารอหนิมตั้งนาน” ก่อนสวมกอดชื่นมื่น

ในวงการการเมืองไทยที่เต็มไปด้วยความเคลื่อนไหวสุดเข้มข้น ล่าสุดเกิดเหตุการณ์น่ารักๆ ที่ทำให้หลายคนยิ้มได้ เมื่อเพื่อไทยมาส่งโผ “อนุทิน” หยอดหวาน “หนูมารอหนิมตั้งนาน” ก่อนสวมกอดชื่นมื่น บรรยากาศเป็นกันเองสุดๆ ระหว่างแกนนำพรรคใหญ่สองพรรค มาดูรายละเอียดกันเลยครับ

เพื่อไทยมาส่งโผ “อนุทิน” หยอดหวาน “หนูมารอหนิมตั้งนาน” ก่อนสวมกอดชื่นมื่น

วันที่ 12 มีนาคม 2567 ที่ทำการพรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ยืนรอต้อนรับคณะแกนนำพรรคเพื่อไทยอย่างอบอุ่น นำทีมโดยนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย พร้อมนายชูศักดิ์ ศิรินิล และนางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล พวกเขามายื่นรายชื่อรัฐมนตรีในสัดส่วนของพรรคเพื่อไทย รวมถึงรายชื่อรองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2 ให้พรรคภูมิใจไทยในฐานะแกนนำจัดตั้งรัฐบาล

เพื่อไทยมาส่งโผ อนุทิน หยอดหวาน หนูมารอหนิม

ทันทีที่รถของนายจุลพันธ์จอด นายอนุทินก็รีบเดินเข้าไปทักทายด้วยรอยยิ้มกว้าง พร้อมหยอดหวานว่า “หนิม หนูมารอหนิมตั้งนาน” ก่อนจะสวมกอดกันอย่างชื่นมื่น เป็นการพบกันครั้งแรกหลังจากที่นายจุลพันธ์หายเจ็บป่วย ไม่ได้ร่วมแถลงตั้งรัฐบาลก่อนหน้า บรรยากาศแบบนี้ทำให้ทุกคนในที่เกิดเหตุรู้สึกอบอุ่นใจ เหมือนครอบครัวใหญ่ที่รวมตัวกันเพื่อทำงานเพื่อประเทศ

อนุทินสวมกอดจุลพันธ์ ชื่นมื่น

เพื่อไทยมาส่งโผ “อนุทิน” หยอดหวาน “หนูมารอหนิมตั้งนาน” ความหมายสำคัญอย่างไร

การส่งโผรายชื่อรัฐมนตรีครั้งนี้ ไม่ใช่แค่เรื่องเอกสาร แต่เป็นสัญญาณชัดเจนของความเป็นปึกแผ่นในพรรคร่วมรัฐบาล นายอนุทินมั่นใจว่าทุกอย่างจะราบรื่น ก่อนเข้าสู่การประชุมสภาที่สำคัญ คาดว่าจะหารือแนวทางการลงมติเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร รองประธานสภา และนายกรัฐมนตรี ให้ตรงกันทุกพรรค

พรรคภูมิใจไทยยังนัด ส.ส. ประชุมเตรียมพร้อมสำหรับรัฐพิธีเปิดประชุมรัฐสภาวันที่ 14 มีนาคม 2567 ส่วนวันที่ 15 มีนาคม จะเป็นวันประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 27 สมัยสามัญประจำปีครั้งที่ 1 มีวาระหลักคือเลือกประธานสภาและรองประธานสภาฯ 2 คน ซึ่งเป็นก้าวแรกของการนิติบัญญัติอย่างเป็นทางการ

บริบทการเมืองและพรรคร่วมรัฐบาล

หลังการเลือกตั้งใหญ่ พรรคเพื่อไทยและภูมิใจไทยจับมือกันตั้งรัฐบาล โดยพรรคภูมิใจไทยรับบทแกนนำจัดตั้ง นำโดยนายอนุทินที่ได้รับความไว้วางใจให้เป็นนายกรัฐมนตรี เหตุการณ์เพื่อไทยมาส่งโผ “อนุทิน” หยอดหวาน “หนูมารอหนิมตั้งนาน” ก่อนสวมกอดชื่นมื่น จึงยิ่งตอกย้ำความสัมพันธ์อันดี ไม่มีดราม่าหรือขัดแย้งแบบที่หลายคนกังวล

  • รายชื่อรัฐมนตรี: เพื่อไทยส่งสัดส่วนเต็มตามข้อตกลง
  • รองประธานสภา: เสนอชื่อคนที่ 2 ให้ภูมิใจไทย
  • การลงมติ: ประสานงานให้โหวตเดียวกัน
  • กำหนดการ: เปิดสภา 14 มี.ค. เลือกประธาน 15 มี.ค.

นอกจากนี้ ยังมีการพูดคุยถึงนโยบายเร่งด่วน เช่น เศรษฐกิจ การเกษตร และสาธารณสุข ซึ่งเป็นจุดแข็งของทั้งสองพรรค การทำงานร่วมกันแบบนี้จะช่วยให้รัฐบาลใหม่เดินหน้าต่อได้อย่างมั่นคง

ในมุมมองของผม เหตุการณ์หยอดหวานนี้ไม่ใช่แค่โมเมนต์น่ารัก แต่เป็นสัญลักษณ์ของความสามัคคีที่การเมืองไทยต้องการมานาน ถ้าพรรคร่วมรัฐบาลยังคงแบบนี้ต่อไป ประชาชนอย่างเราก็น่าจะได้ประโยชน์เต็มๆ คุณล่ะคิดเห็นยังไงกับเพื่อไทยมาส่งโผ “อนุทิน” หยอดหวาน “หนูมารอหนิมตั้งนาน” ก่อนสวมกอดชื่นมื่น ? คอมเมนต์แชร์ความคิดเห็นด้านล่างเลยนะ แล้วอย่าลืมติดตามข่าวการเมืองอัปเดตประจำวัน!

ที่มา – เพื่อไทยมาส่งโผ “อนุทิน” หยอดหวาน “หนูมารอหนิมตั้งนาน” ก่อนสวมกอดชื่นมื่น

พรรคเพื่อไทย ถกชื่อรองประธานสภาฯ ส่งภูมิใจไทย

การเมืองไทยช่วงนี้กำลังเข้มข้น เมื่อพรรคเพื่อไทย ถกชื่อรองประธานสภาฯ ส่งภูมิใจไทยเพื่อพิจารณาในบ่ายวันนี้ โดยปัดตกข่าวลือชื่อ “พัฒนา สัพโส” ถูกตีกลับ สะท้อนกระบวนการเจรจาโควต้าตำแหน่งในรัฐบาลกึ่งกลางที่กำลังดำเนินไปอย่างละเอียดรอบคอบ

พรรคเพื่อไทย ถกชื่อรองประธานสภาฯ ส่งภูมิใจไทย

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 12 มีนาคม 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พรรคเพื่อไทยจัดการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค เพื่อพิจารณารายชื่อบุคคลของพรรคที่เหมาะสมเสนอให้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองสำคัญ โดยมีนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรค และกรรมการบริหารคนอื่นๆ เข้าร่วม จากนั้นเวลา 13.00 น. พรรคเพื่อไทยจะนำรายชื่อเหล่านี้ไปหารือกับพรรคภูมิใจไทย ซึ่งเป็นพรรคร่วมรัฐบาลแกนนำ

รายละเอียดการประชุมพรรคเพื่อไทย ถกชื่อรองประธานสภาฯ ส่งภูมิใจไทย

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ให้สัมภาษณ์ก่อนประชุมว่า การประชุมครั้งนี้เป็นขั้นตอนมาตรฐาน เพื่อมอบหมายบุคคลให้คัดสรรตัวผู้เหมาะสมไปดำรงตำแหน่งต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นรองประธานสภาผู้แทนราษฎร หรือรัฐมนตรีโควต้าของพรรคเพื่อไทยที่ได้ 8 ตำแหน่ง แต่ยังไม่ยืนยันจำนวนหรือตำแหน่งแน่นอน ต้องรอหารือกับพรรคแกนนำหลัก โดยรายชื่อที่จะส่งจะตรงตามโควต้า และเป็นไปตามกระบวนการของพรรค

สถานการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจากรัฐบาลใหม่กำลังจัดสรรตำแหน่งกันอย่างเข้มข้น พรรคเพื่อไทยในฐานะพรรคใหญ่สุดในรัฐบาลกึ่งกลาง มีบทบาทสำคัญในการเสนอชื่อ ขณะที่พรรคภูมิใจไทยซึ่งได้รองนายกฯ และกระทรวงมหาดไทย ก็มีสิทธิ์ตรวจสอบและให้ความเห็นชอบ โดยเฉพาะตำแหน่งรองประธานสภาฯ คนที่ 2 ที่เป็นประเด็นร้อน

ปัดข่าวชื่อ “พัฒนา สัพโส” ถูกตีกลับ

มีกระแสข่าวว่าพรรคเพื่อไทยเคยส่งชื่อนายพัฒนา สัพโส ส.ส.สกลนคร เข้าชิงรองประธานสภาฯ คนที่ 2 แต่ถูกพรรคภูมิใจไทยตีกลับ นายจุลพันธ์ ชี้แจงชัดว่าไม่เป็นความจริง เพราะยังไม่เคยส่งชื่อใครเลยสักคน "มีการพูดกันเยอะ แต่สุดท้ายตำแหน่งมีแค่ 1 คน อย่าโยนชื่อเด็ดขาด” เขากล่าว พร้อมย้ำว่าพรรคมีบุคลากรศักยภาพหลายคน พร้อมดำรงตำแหน่ง

  • หลักเกณฑ์การคัดเลือก: ยึดตามกฎหมาย รัฐธรรมนูญ และความสามารถในการทำงานตอบโจทย์ประชาชน
  • ไม่ใช่เรื่องชอบใจส่วนตัว: ต้องผ่านการตรวจสอบทุกระดับ
  • รายชื่อจะส่งมากกว่าโควต้าเล็กน้อย เพื่อให้มีการพิจารณาเลือกสรร

ก่อนหน้านี้ พรรคภูมิใจไทยเคยตั้งคำถามกับบางรายชื่อ แต่พรรคเพื่อไทยยืนยันว่าจะเสนอตามที่เห็นสมควร โดยทุกอย่างต้องชอบด้วยกฎหมาย หากไม่มีปัญหาก็ไม่มีเหตุผลปฏิเสธ นี่แสดงถึงความโปร่งใสในกระบวนการจัดตั้งรัฐบาล

บริบทการเจรจาโควต้ารัฐมนตรีและสภา

หลังการเลือกตั้งทั่วไปปี 2566 พรรคเพื่อไทยไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลคนเดียวได้ จึงจับมือกับพรรคภูมิใจไทยและพรรคร่วมอื่นๆ สร้างรัฐบาลกึ่งกลาง ตำแหน่งรองประธานสภาฯ มี 3 คน โดยคนแรกเป็นของฝ่ายค้าน คนที่ 2-3 เป็นฝ่ายรัฐบาล พรรคเพื่อไทยได้โควต้ารองนายกฯ รัฐมนตรี 8 คน และตำแหน่งสภา ทำให้การถกชื่อพรรคเพื่อไทย ถกชื่อรองประธานสภาฯ ส่งภูมิใจไทยเป็นประเด็นที่ทุกคนจับตา

นอกจากนี้ ยังมีตำแหน่งอื่นๆ เช่น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงต่างๆ ที่ต้องแบ่งกัน พรรคเพื่อไทยเน้นบุคคลที่มีประสบการณ์ ทำงานได้จริง เพื่อขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจ สังคม และแก้ปัญหาปากท้องประชาชน

การประชุมครั้งนี้ไม่เพียงแต่กำหนดชื่อบุคคล แต่ยังสะท้อนกลยุทธ์ของพรรคในการรักษาเสถียรภาพรัฐบาล ท่ามกลางแรงกดดันจากฝ่ายค้านและปัญหาเศรษฐกิจที่รอแก้ไข

จากมุมมองผู้วิเคราะห์ การที่พรรคเพื่อไทยยืนกรานเรื่องกฎหมายและศักยภาพ แสดงถึงความเป็นมืออาชีพ หากชื่อที่เสนอผ่านการพิจารณาได้ ก็จะช่วยให้สภาเริ่มทำงานได้เร็วขึ้น สร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน

คุณคิดเห็นอย่างไรกับการถกชื่อรองประธานสภาฯ ครั้งนี้? ชื่อไหนน่าจะได้ไป? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อติดตามข่าวการเมืองอัปเดต!

ที่มา – พรรคเพื่อไทย ถกชื่อรองประธานสภาฯ ส่งภูมิใจไทย บ่ายนี้ ปัดชื่อ “พัฒนา สัพโส” ถูกตีกลับ

เพื่อไทย ปัดข่าว สส.ไม่พอใจเก้าอี้ รมต. ป้องประเสริฐ

ในสถานการณ์การเมืองที่กำลังร้อนระอุ พรรคเพื่อไทยออกมาเคลียร์ข่าวลือที่แพร่สะพัดเกี่ยวกับการจัดสรรเก้าอี้รัฐมนตรี โดยยืนยันว่าไม่มี สส. ไม่พอใจแต่อย่างใด ล่าสุด นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ได้ให้สัมภาษณ์ชี้แจงประเด็นร้อนนี้อย่างชัดเจน

เพื่อไทย ปัดข่าว สส.ไม่พอใจเก้าอี้ รมต. ป้อง “ประเสริฐ” ไม่ขาดคุณสมบัตินั่งครม.

เพื่อไทย ปัดข่าว สส.ไม่พอใจเก้าอี้ รมต. ป้อง “ประเสริฐ” ไม่ขาดคุณสมบัตินั่งครม. เรียบร้อยแล้ว โดยนายจุลพันธ์ ระบุว่าพรรคจะนัดประชุมใหญ่ในวันที่ 14 มีนาคม 2567 เพื่อเคาะชื่อรัฐมนตรีทั้ง 5 ตำแหน่ง ซึ่งประกอบด้วยรัฐมนตรีว่าการ 3 ตำแหน่ง รัฐมนตรีช่วย 1 ตำแหน่ง และรองประธานสภาผู้แทนราษฎร 1 ตำแหน่ง แม้จะยังไม่มีชื่อชัดเจน แต่ยืนยันว่าการตัดสินใจจะเป็นไปตามกลไกพรรค รับฟังความเห็นจาก สส. และสมาชิกทุกคน

กระแสข่าวที่ว่ามี สส. เพื่อไทยไม่พอใจเพราะเก้าอี้ตกเป็นของกลุ่มโคราช โดยเฉพาะนายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค และน.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล สส.บัญชีรายชื่อนครราชสีมา นั้น นายจุลพันธ์ ปฏิเสธทันควัน "ไม่มีมุ้ง ไม่มีกลุ่ม พรรคเพื่อไทยยึดหลักคุณสมบัติ ความถนัด และประสบการณ์เป็นหลัก ไม่มีใครไม่พอใจ กระแสข่าวเหล่านี้มาจากแหล่งข่าวที่หาตัวไม่ได้" เขากล่าว

ป้องประเสริฐ ไม่ขาดคุณสมบัติ ยังไม่มีกระบวนการเอาผิด

สำหรับประเด็นร้อนเรื่องนายประเสริฐ ที่มีข่าวติดคดี จนอาจขาดคุณสมบัติเป็นรัฐมนตรี นายจุลพันธ์ ยืนยันให้ความเป็นธรรม "ยังไม่มีกระบวนการเอาผิดใดๆ ยังไม่มีมติส่งชื่อใครชัดเจน พรรคจะตรวจสอบเชิงลึกอีกครั้ง แต่ตอนนี้ยังไม่มีข้อบ่งชี้ว่าขาดคุณสมบัติ" นอกจากนี้ ตำแหน่งรองประธานสภาฯ ที่มีชื่อนางมนพร เจริญศรี สส.นครพนม ก็ยังไม่ฟันธง ต้องรอประชุม 14 มี.ค. และมติกรรมการบริหารพรรคก่อน

เพื่อไทยในฐานะพรรคร่วมรัฐบาลลำดับ 2 จะจัดสรรตำแหน่งให้เหมาะสม โดยรอพิธีเปิดสภา เลือกประธานสภา และนายกฯ ก่อน การพูดคุยจะเน้นบุคคลที่ขับเคลื่อนโยบายแก้ปัญหาชาวบ้านได้จริง ไม่ใช่เรื่องจำนวนเก้าอี้ที่ไม่พอ สส.

  • กำหนดการสำคัญ: ประชุมพรรค 14 มี.ค. เคาะชื่อครม.
  • โควตาเพื่อไทย: รมว. 3, รมช. 1, รองประธานสภา 1
  • หลักการเลือก: คุณสมบัติ ถนัด ประสบการณ์ ไม่มีกลุ่มก๊วน
  • สถานะประเสริฐ: ไม่ขาดคุณสมบัติ ยังบริสุทธิ์

แม้จะมีข่าวลือ แต่พรรคเพื่อไทยยืนยันไม่มีขัดแย้งภายใน สิ่งนี้แสดงให้เห็นถึงความเป็นเอกภาพของพรรคที่แข็งแกร่ง สามารถจัดการเรื่องภายในได้อย่างมืออาชีพ

ในมุมมองของผู้เขียน การเมืองไทยกำลังเข้าสู่โหมดจัดตั้งรัฐบาลใหม่ การเคลียร์ข่าวลือแบบนี้ช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนได้ดี หากเพื่อไทยเลือกคนเหมาะสมจริง ผลงานคงตามมาแน่นอน คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้ ลองแสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมติดตามข่าวการเมืองอัปเดตจากเรา!

ที่มา – เพื่อไทย ปัดข่าว สส.ไม่พอใจเก้าอี้ รมต. ป้อง “ประเสริฐ” ไม่ขาดคุณสมบัตินั่งครม.

โผ ครม.อนุทิน 2 เพื่อไทย 5 รมว.นิ่งแล้ว

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวข่าวการเมืองทุกท่าน! วันนี้มีข่าวเด็ดมาอัปเดตกันแบบเรียลไทม์เลยนะ โผ ครม.อนุทิน 2 เพื่อไทย 5 รมว.นิ่งแล้ว “สุดาวรรณ” ได้เก้าอี้ พม. “สมศักดิ์” หลุดโผ นี่แหละข่าวที่แฟนๆ การเมืองรอคอยมานาน หลังจากที่โควตาพรรคเพื่อไทย (พท.) ได้สัดส่วนรัฐมนตรีว่าการ 5 เก้าอี้ และรัฐมนตรีช่วยอีก 3 เก้าอี้ ล่าสุดในส่วนของรัฐมนตรีว่าการนิ่งสนิทแล้วครับ แต่ชื่อดังอย่าง “สมศักดิ์ เทพสุทิน” ต้องหลุดโผไปแบบน่าเสียดาย ส่วนสุดาวรรณได้ไปนั่งเก้าอี้กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) แบบสวยงาม มาดูรายละเอียดกันเลยดีกว่าครับ

โผ ครม.อนุทิน 2 เพื่อไทย 5 รมว.นิ่งแล้ว “สุดาวรรณ” ได้เก้าอี้ พม. “สมศักดิ์” หลุดโผ

จากรายงานของผู้สื่อข่าวเมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2567 โควตาของพรรคเพื่อไทยในคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ภายใต้อนุทิน ชาญสมอน ได้รับการยืนยันแล้วในส่วนหลักๆ โดย 5 ชื่อเด่นที่จะได้เป็นรัฐมนตรีว่าการมีดังนี้ครับ เพื่อนๆ ลองดูกันว่ามีใครบ้าง และทำไมถึงเหมาะกับตำแหน่งนั้นๆ

  • นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย เตรียมรับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ชื่อนี้เหมาะมากเพราะมีประสบการณ์ด้านวิชาการและนวัตกรรมมาอย่างโชกโชน คาดว่าจะช่วยผลักดันนโยบายไทย 4.0 ได้ดี
  • นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ แกนนำพรรคคนสำคัญ ได้ไปนั่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สุริยะเป็นคนที่มีฐานในภาคเกษตร ถือเป็นตัวเลือกที่ลงตัวเพราะเข้าใจปัญหาชาวนาและเกษตรกรไทยเป็นอย่างดี
  • นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย คว้าเก้าอี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน จุลพันธ์มีวิสัยทัศน์ด้านแรงงานชัดเจน น่าจะช่วยแก้ปัญหาการว่างงานและยกระดับทักษะแรงงานไทยได้
  • นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ได้รับมอบหมายให้ดูแลกระทรวงศึกษาธิการ ประเสริฐเป็นนักการเมืองรุ่นเก๋า มีเครือข่ายในวงการศึกษา คาดว่าจะปฏิรูประบบเรียนการสอนให้ทันสมัยมากขึ้น
  • น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล ก๊วนใหญ่นครราชสีมา สายโคราชแท้ๆ ได้นั่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ชื่อนี้มาแรงมาก ฐานมั่นคงในพื้นที่อีสาน ถือเป็นชัยชนะของกลุ่มโคราชในพรรคเพื่อไทย

ส่วนที่ทุกคนพูดถึงคือ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ที่เคยอยู่ในโผแต่หลุดออกไป สาเหตุน่าจะมาจากการพิจารณาสมดุลภายในพรรคและพันธมิตร ทำให้ต้องปรับเปลี่ยนเพื่อให้โผลงตัวที่สุดครับ

เก้าอี้ รมช.เพื่อไทย ยังไม่นิ่ง ที่ว่าง 3 ลุ้น 7 คน

สำหรับรัฐมนตรีช่วยที่เหลือ 3 เก้าอี้ จะกระจายไปที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 2 ตำแหน่ง และกระทรวงศึกษาธิการ 1 ตำแหน่ง แต่ตอนนี้ยังไม่เคาะขั้นสุดท้าย มีชื่อในตะกร้าถึง 7 คนเลยทีเดียว แกนนำพรรคกำลังประชุมถกกันอยู่ครับ รายชื่อผู้ลุ้นมีดังนี้

  • นายพัฒนา สัพโส ส.ส.สกลนคร บ้านใหญ่สกลฯ ลูกสาวและภรรยาครองตำแหน่งใหญ่ในพื้นที่ ถือเป็นตัวเต็ง
  • นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล ส.ส.เลย 2 สมัย คล่องแคล่ว ประสานงานเก่ง
  • นายศุภชัย นพขำ ส.ส.ปทุมธานี 2 สมัย สู้สุดใจแม้เจอคู่แข่งหนัก
  • น.ส.ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช ส.ส.เชียงราย 2 สมัย ยึดพื้นที่สีแดงได้ท่ามกลางการรุมเจาะ
  • นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองหัวหน้าพรรค มือปราศรัยหลัก ปากแจ๋วสุดๆ
  • นายศึกษิษฐ์ ศรีจอมขวัญ โฆษกพรรคเพื่อไทย โควตากลาง
  • น.ส.ธีราภา ไพโรหกุล อดีตรองเลขาฯ นายกฯ ฝ่ายการเมือง โควตากลางอีกคน

คาดว่าภายในไม่กี่วัน แกนนำพรรคจะเคาะชื่อสุดท้าย ใครจะรอดตาเขียวบ้างรอติดตามนะครับ

โดยรวมแล้ว โผ ครม.อนุทิน 2 เพื่อไทย 5 รมว.นิ่งแล้ว “สุดาวรรณ” ได้เก้าอี้ พม. “สมศักดิ์” หลุดโผ นี้สะท้อนกลยุทธ์ของพรรคเพื่อไทยที่ให้ความสำคัญกับ ส.ส.บ้านใหญ่และแกนนำหลัก เพื่อเสริมความมั่นคงให้รัฐบาลชุดใหม่ให้ทำงานได้อย่างราบรื่น ในมุมมองผมคิดว่านี่เป็นการจัดทีมที่สมดุลดี ช่วยให้ครอบคลุมทุกภาคส่วน ทั้งการศึกษา เกษตร แรงงาน และสังคม ถ้าทำงานได้จริง นโยบายประชาชนนำไทยจะไปได้สวยแน่นอน คุณคิดเห็นยังไงกับโผชุดนี้ ลองแชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างเลยครับ! และอย่าลืมกดติดตามบล็อกเราเพื่ออัปเดตข่าวการเมืองล่าสุดแบบไม่พลาดนะ

ที่มา – โผ ครม.อนุทิน 2 เพื่อไทย 5 รมว.นิ่งแล้ว “สุดาวรรณ” ได้เก้าอี้ พม. “สมศักดิ์” หลุดโผ

Scroll to top