ในวันที่ 9 เมษายน 2567 การแถลงนโยบายของรัฐบาลกลายเป็นเวทีร้อนระอุ เมื่อเกิด ประท้วงวุ่น “เท้ง” พาดพิงเพื่อไทยขายวิญญาณ ขึ้นในสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หรือ “เท้ง” หัวหน้าพรรคประชาชน อภิปรายนโยบายแล้วโยงไปถึงพรรคเพื่อไทยว่าเป็นพรรคอันดับ 2 ที่ “ขายวิญญาณ” เข้าร่วมรัฐบาล สร้างความไม่พอใจให้ฝั่งเพื่อไทยทันที
ประท้วงวุ่น “เท้ง” พาดพิงเพื่อไทยขายวิญญาณ
เหตุการณ์เริ่มต้นจากนายณัฐพงษ์ อภิปรายโจมตีรัฐบาล โดยพูดถึงพรรคการเมืองที่เข้าร่วมรัฐบาล โดยเฉพาะพรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นพรรคอันดับ 2 ในรัฐบาล โดยใช้คำว่า “ขายวิญญาณ” ทำให้ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ลุกใช้สิทธิ์ทันที ขอให้ถอนคำพูดดังกล่าว เพราะการเข้าร่วมรัฐบาลเป็นกระบวนการตามรัฐธรรมนูญและระบอบประชาธิปไตย
นายจุลพันธ์ ยืนยันว่า พรรคเพื่อไทยตอบตกลงเข้าร่วมหลังพรรคอันดับ 1 เชิญมาร่วมหารือนโยบาย ซึ่งเป็นกลไกการเมืองปกติ ไม่ใช่การขายวิญญาณอย่างที่ถูกกล่าวหา คำพูดนี้จึงเป็นการใส่ร้ายที่ไม่เหมาะสมในสภา
ประธานสภา วินิจฉัยคำพูด “ขายวิญญาณ” ไม่เหมาะสม
นายโสภน ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้วินิจฉัยว่า คำว่า “ขายวิญญาณ” เป็นการกล่าวหาที่ร้ายแรง ใส่ร้ายผู้อื่น จึงขอให้นายณัฐพงษ์ เปลี่ยนคำพูดเพื่อให้การประชุมดำเนินไปอย่างราบรื่น สุดท้าย “เท้ง” ยอมเปลี่ยนเป็น “ละทิ้งจุดยืนเดิม” ทำให้การอภิปรายเดินหน้าต่อได้
- จุดโต้แย้งจากฝั่งประชาชน: นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล ส.ส.ประชาชน มองว่าถ้าต้องถอนทุกคำกล่าวหา สภาจะไม่เดินหน้าได้ ขณะที่นายรังสิมันต์ โรม ชี้ว่าประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินคำพูดเหล่านี้
- การประท้วงของจุลพันธ์: ยกข้อบังคับที่ 69 ห้ามเสียดสีใส่ร้าย ขอให้ประธานบังคับใช้เพื่อความราบรื่น
- ผลลัพธ์: คำพูดถูกเปลี่ยน สภาเดินหน้าต่อ
ประท้วงวุ่น “เท้ง” พาดพิงเพื่อไทยขายวิญญาณ นี้ สะท้อนถึงความตึงเครียดทางการเมืองระหว่างพรรคฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล โดยเฉพาะประเด็นการจัดตั้งรัฐบาลที่พรรคเพื่อไทยเข้าร่วมกับพรรคภูมิใจไทยและอื่นๆ แม้จะถูกมองว่าเป็น coalision ปกติ แต่ฝ่ายค้านมองว่าเป็นการทรยศอุดมการณ์เดิม
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นท่ามกลางการแถลงนโยบายรัฐบาลชุดใหม่ ซึ่ง ส.ส. แต่ละพรรคต่างใช้เวทีนี้โจมตีกันอย่างดุเดือด บรรยากาศในสภาเต็มไปด้วยการลุกหารือและประท้วง ทำให้การประชุมล่าช้า แต่ก็เป็นส่วนหนึ่งของประชาธิปไตยที่ให้ทุกฝ่ายแสดงจุดยืน
นอกจากนี้ ยังมีประเด็นเรื่องบรรทัดฐานการใช้คำพูดในสภา หากคำร้ายแรงต้องถอนทุกครั้ง อาจทำให้การอภิปรายอิสระลดลง แต่ถ้าปล่อยไว้ ก็อาจนำไปสู่การโจมตีส่วนตัวมากเกินไป ประธานสภาจึงต้องวินิจฉัยอย่างสมดุล
จากมุมมองของผู้สังเกตการณ์ เหตุการณ์ ประท้วงวุ่น “เท้ง” พาดพิงเพื่อไทยขายวิญญาณ แสดงให้เห็นถึงความแตกแยกในเวทีการเมืองไทย โดยเฉพาะหลังการเลือกตั้งที่ผลลัพธ์ไม่เป็นไปตามคาดของหลายฝ่าย พรรคเพื่อไทยถูกวิจารณ์หนักเรื่องการตัดสินใจเข้าร่วมรัฐบาล แต่ตัวแทนยืนยันว่าเพื่อประโยชน์ชาติและเสถียรภาพ
สุดท้ายแล้ว การเปลี่ยนคำพูดของ “เท้ง” ถือเป็นการคลี่คลายสถานการณ์ได้ดี แต่ก็ทิ้งคำถามว่าบรรทัดฐานนี้จะถูกนำไปใช้อย่างไรในอนาคต คุณคิดว่าคำว่า “ขายวิญญาณ” ร้ายแรงเกินไปหรือไม่? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และติดตามข่าวการเมืองอัปเดตได้ที่บล็อกนี้!
ที่มา – แถลงนโยบาย ประท้วงวุ่น “เท้ง” พาดพิงเพื่อไทยขายวิญญาณร่วมรัฐบาล ทำ “จุลพันธ์” จี้ถอนคำพูด


