ธรรมนัส พรหมเผ่า

“สุชาติ” ปัดไม่รู้ข้อมูลดีลงูเขียว ยกรัฐบาลอนุทินแข็งแรง

“สุชาติ” ปัดไม่รู้ข้อมูลดีลงูเขียว ยกรัฐบาลอนุทินแข็งแรง

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในแวดวงการเมืองไทยช่วงนี้ สำหรับกระแสข่าวลือเรื่อง “สุชาติ” ปัดไม่รู้ข้อมูลดีลงูเขียว บอกเจอ “บุญยิ่ง” สส.กล้าธรรม แค่ในสภาฯ ยกรัฐบาลอนุทินแข็งแรง ซึ่งกำลังเป็นที่จับตามองว่าพรรคภูมิใจไทยจะมีการขยับขยายตัวเลข สส. เพิ่มขึ้นหรือไม่ โดยนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ออกมาเปิดเผยผ่านสื่อมวลชนถึงข้อเท็จจริงในประเด็นนี้แบบตรงไปตรงมา

สถานการณ์การเมืองกับการดีลงูเขียว

เมื่อถูกถามถึงกรณีที่ สส. พรรคกล้าธรรม เตรียมย้ายมาร่วมงานกับภูมิใจไทย นายสุชาติยืนยันว่า ตนไม่ทราบข้อมูลเรื่องนี้จริงๆ และไม่ได้เข้าไปมีส่วนร่วมในวงสนทนาใดๆ โดยมองว่านี่เป็นเรื่องความคิดเห็นส่วนบุคคลของแต่ละคน ส่วนกรณีที่มีภาพร่วมกับนางบุญยิ่ง นิติกาญจนา นั้น เป็นเพียงการพบปะตามมารยาทปกติในสภาผู้แทนราษฎรเท่านั้น สำหรับหัวข้อ “สุชาติ” ปัดไม่รู้ข้อมูลดีลงูเขียว บอกเจอ “บุญยิ่ง” สส.กล้าธรรม แค่ในสภาฯ ยกรัฐบาลอนุทินแข็งแรง จึงเป็นสิ่งที่สะท้อนว่าทางพรรคภูมิใจไทยยังเน้นการทำงานตามขั้นตอนมากกว่าการดึงคนแบบไร้ทิศทาง

  • ไม่ทราบข้อมูลการย้ายพรรคของ สส. กล้าธรรม
  • ย้ำชัดการตัดสินใจเป็นเรื่องของหัวหน้าพรรค
  • มั่นใจในเสถียรภาพรัฐบาลชุดปัจจุบัน

นายสุชาติยังกล่าวเสริมว่า ตนไม่ได้เป็นกรรมการบริหารพรรค จึงไม่อยู่ในจุดที่จะตัดสินใจเรื่องทิศทางของพรรคได้ ทุกอย่างต้องขึ้นอยู่กับการนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล ในฐานะหัวหน้าพรรคและนายกรัฐมนตรี แต่สิ่งที่มั่นใจได้คือเสถียรภาพของรัฐบาลชุดนี้มีความแข็งแกร่งเป็นอย่างมาก

เทียบวิกฤตโควิดกับสถานการณ์ปัจจุบัน

นายสุชาติได้ให้มุมมองที่น่าสนใจว่า ปัญหาที่รัฐบาลกำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้ ยังถือว่าเทียบไม่ได้เลยกับวิกฤตการณ์โควิด-19 ที่เคยผ่านพ้นมา ซึ่งในตอนนั้นทั้งนายอนุทินและตัวเขาเองต่างก็อยู่ในตำแหน่งสำคัญที่ต้องรับผิดชอบชีวิตประชาชนนับล้านคน การผ่านพ้นวิกฤตระดับโลกมาได้ ทำให้มีความเชื่อมั่นว่าปัญหาในสภาฯ ปัจจุบันจะไม่สามารถทำลายความตั้งใจในการทำงานเพื่อประเทศชาติของรัฐบาลชุดนี้ได้

หากถามว่าทำไมกระแสข่าว “สุชาติ” ปัดไม่รู้ข้อมูลดีลงูเขียว บอกเจอ “บุญยิ่ง” สส.กล้าธรรม แค่ในสภาฯ ยกรัฐบาลอนุทินแข็งแรง จึงถูกพูดถึงบ่อยครั้ง น่าจะเป็นเพราะสีสันทางการเมืองที่ต้องการสร้างแรงกระเพื่อมในรัฐบาล แต่สุดท้ายแล้วการยืนหยัดด้วยผลงานจะเป็นคำตอบที่ดีที่สุดสำหรับประชาชนทุกคน

ที่มา – “สุชาติ” ปัดไม่รู้ข้อมูลดีลงูเขียว บอกเจอ “บุญยิ่ง” สส.กล้าธรรม แค่ในสภาฯ ยกรัฐบาลอนุทินแข็งแรง

“อิ๊งค์” โพสต์โต้กระแสดีลลับโมนาโก ลั่นมาเที่ยวพักผ่อน

“อิ๊งค์” โพสต์โต้กระแสดีลลับโมนาโก ลั่นมาเที่ยวพักผ่อน

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในโลกโซเชียลทันที เมื่อนางสาวแพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้ออกมาเคลื่อนไหวผ่านอินสตาแกรมส่วนตัวเพื่อสยบข่าวลือกรณี “อิ๊งค์” โพสต์โต้กระแสดีลลับโมนาโก หลังจากที่มีกระแสข่าวลือหนาหูเกี่ยวกับดีลลับระหว่างขั้วการเมือง “แดง-เขียว” ในดินแดนหรูอย่างโมนาโก จนทำเอาหลายคนอดสงสัยไม่ได้ว่าเบื้องหลังเรื่องนี้มีอะไรซ่อนอยู่หรือไม่

เบื้องลึกเรื่อง “อิ๊งค์” โพสต์โต้กระแสดีลลับโมนาโก

สำหรับการเคลื่อนไหวครั้งนี้ แพทองธารได้โพสต์ข้อความสไตล์คนรุ่นใหม่ที่ชัดเจนและเป็นกันเองว่า “มาเที่ยวครับ พักผ่อนครับ โนดีลลับครับ ดีลเดียวที่มี คือ ดีลกับลูกครับ #ingsaway” ซึ่งถือเป็นการตอบโต้ข่าวลือที่แชร์กันอย่างกว้างขวางว่าเธอได้ไปพบปะหารือทางการเมืองกับร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า จนทำให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์ถึงทิศทางการเมืองไทยในช่วงที่ผ่านมา

ก่อนหน้านี้ นายไทกร พลสุวรรณ ได้ออกมาโพสต์ข้อมูลเชิงวิเคราะห์เกี่ยวกับการเมืองที่ทำเอาหลายคนตื่นตระหนก โดยอ้างว่ามีดีลลับเกิดขึ้นเพื่อปรับเปลี่ยนทิศทางอำนาจทางการเมือง อย่างไรก็ตาม เมื่อ “อิ๊งค์” โพสต์โต้กระแสดีลลับโมนาโก ออกมาเช่นนี้ ก็ถือว่าเป็นการปิดประตูข่าวลือทั้งหมดอย่างเป็นทางการ

  • ไม่มีการนัดพบนักการเมืองในโมนาโก
  • ทริปนี้เป็นเพียงการพักผ่อนกับครอบครัวเท่านั้น
  • เน้นย้ำความชัดเจนด้วยความจริงใจสไตล์คนรุ่นใหม่

ในฝั่งของร้อยเอกธรรมนัสเอง ก็ได้ออกมาชี้แจงผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า ตนเองได้เดินทางไปพักผ่อนที่ฝรั่งเศสและโมนาโกจริง แต่ไปกับครอบครัวและไม่มีเรื่องการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องแต่อย่างใด พร้อมทั้งท้าให้เช็กการเดินทางของนายทักษิณ ชินวัตร ได้เลยว่าไม่ได้อยู่ในพื้นที่ดังกล่าวตามที่เป็นข่าว ดังนั้น เรื่องราวดีลลับที่ถูกกล่าวขวัญถึงจึงเป็นเพียงการคาดเดาจากกระแสสังคมเท่านั้น

ในมุมมองของเรา เรื่องราวเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าในยุคดิจิทัล ข้อมูลข่าวสารแพร่กระจายไปเร็วมาก โดยเฉพาะข่าวลือทางการเมืองที่มักจะถูกหยิบยกมาวิเคราะห์จนเกินจริง การที่คนดังหรือนักการเมืองออกมาสื่อสารด้วยตัวเองอย่างตรงไปตรงมาเช่นนี้ ถือเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการลดความสับสนของประชาชนครับ

ที่มา – “อิ๊งค์” โพสต์โต้กระแสดีลลับโมนาโก ลั่นมาเที่ยวพักผ่อน โนดีลลับ ดีลเดียวที่มีคือดีลกับลูก

“ธรรมนัส” โต้ข่าวลือบินพบ “ทักษิณ” ที่โมนาโก

“ธรรมนัส” โต้ข่าวลือบินพบ “ทักษิณ” ที่โมนาโก

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในแวดวงการเมืองไทยทันที เมื่อมีกระแสข่าวลือหนาหูว่า ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า ได้เดินทางไปพบกับอดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร ถึงที่ประเทศโมนาโก งานนี้เจ้าตัวไม่รอช้า รีบออกมาเคลียร์ชัดผ่านโซเชียลมีเดียส่วนตัว เพื่อสยบข่าวเม้าท์มอยที่อาจส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์และการทำงาน

ร้อยเอก ธรรมนัส ยืนยันหนักแน่นว่า การเดินทางไปต่างประเทศครั้งนี้มีเพียงจุดประสงค์เพื่อการพักผ่อนหย่อนใจกับครอบครัวเท่านั้น ไม่ได้มีวาระซ่อนเร้นหรือเรื่องทางการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องอย่างที่หลายคนตั้งข้อสังเกตแต่อย่างใด

ทำไม “ธรรมนัส” โต้ข่าวลือบินพบ “ทักษิณ” ที่โมนาโก ในครั้งนี้?

สาเหตุที่ต้องออกมาเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว เพราะกระแสสังคมเริ่มตั้งคำถามถึงความสัมพันธ์และดีลลับต่างๆ ดังนั้นการที่ “ธรรมนัส” โต้ข่าวลือบินพบ “ทักษิณ” ที่โมนาโก จึงถือเป็นกลยุทธ์การสื่อสารเชิงรุกที่น่าสนใจ โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้:

  • การไปฝรั่งเศสและโมนาโกคือทริปครอบครัวล้วนๆ
  • เจ้าตัวลั่นวาจาว่าไม่ใช่นักการเมืองประเภท “อีแอบ” ที่ชอบทำอะไรลับหลัง
  • หากใครสงสัย สามารถตรวจสอบเส้นทางการเดินทางของนายทักษิณ ชินวัตร ได้เลย เพราะความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย

ร้อยเอก ธรรมนัส ยังกล่าวทิ้งท้ายด้วยความมั่นใจว่า การจะมากล่าวหากันลอยๆ นั้นไม่มีประโยชน์อะไร เพราะหลักฐานการเดินทางสามารถตรวจสอบได้โดยง่าย ไม่จำเป็นต้องไปสาบานที่ไหนเพื่อให้ใครเชื่อ นี่คือความชัดเจนในแบบฉบับของตัวเขาเองที่ยึดถือมาโดยตลอด

มุมมองทิ้งท้าย: ในยุคที่โซเชียลมีเดียมีอิทธิพลสูง ข่าวลือมักแพร่กระจายเร็วกว่าความจริง แต่การที่นักการเมืองออกมาตั้งโต๊ะแถลงหรือสื่อสารตรงไปตรงมาแบบนี้ ก็ถือเป็นช่องทางที่ดีที่สุดในการปกป้องตัวเองและยุติข้อครหา แต่สุดท้ายแล้ว ประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินเองว่าคำชี้แจงนี้มีน้ำหนักเพียงพอหรือไม่ ท่ามกลางกระดานการเมืองไทยที่ไม่มีวันหยุดนิ่ง

ที่มา – “ธรรมนัส” โต้ข่าวลือบินพบ “ทักษิณ” ที่โมนาโก

ไผ่-เบนซ์ สวน มนพร อย่าร้อนตัว พรรคกล้าธรรมไม่หวง ก.เกษตรฯ

ไผ่-เบนซ์ สวน มนพร อย่าร้อนตัว พรรคกล้าธรรมไม่หวง ก.เกษตรฯ

กลายเป็นประเด็นร้อนทางการเมืองที่หลายฝ่ายจับตามอง เมื่อล่าสุดมีกระแสตอบโต้กันไปมาระหว่างแกนนำพรรคกล้าธรรมและฝั่งรัฐบาล ถึงเรื่องการบริหารงานในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยนายไผ่ ลิกค์ และนายอรรถกร ศิริลัทธยากร ได้ออกมาเปิดใจถึงกรณีที่นางมนพร เจริญศรี ออกมาวิจารณ์การเคลื่อนไหวของพรรคกล้าธรรม ว่าเป็นการหวงกระทรวงหรือไม่

ไผ่-เบนซ์ สวน มนพร อย่าร้อนตัว พรรคกล้าธรรมไม่หวง ก.เกษตรฯ ยืนยันว่าพรรคเพียงแค่ต้องการทำหน้าที่ฝ่ายค้านในการสอดส่องดูแลความถูกต้องเท่านั้น โดยนายไผ่ได้ระบุชัดเจนว่า ตนไม่ได้ยึดติดกับตัวบุคคลหรือตำแหน่งในกระทรวง แต่ในฐานะที่มีประสบการณ์ทำงานที่ผ่านมา จึงอยากเตือนให้ระวังการโยกย้ายข้าราชการที่อาจส่งผลกระทบต่อขวัญและกำลังใจของคนทำงานจริง

ประสบการณ์การทำงานคือสิ่งที่พรรคกล้าธรรมยึดถือ

นายไผ่ยังกล่าวเสริมว่า สิ่งที่พรรคกล้าธรรมนำมาวิพากษ์วิจารณ์นั้น ไม่ใช่การมโนขึ้นมาเอง แต่มาจากข้อมูลเชิงลึกที่ได้รับจากคนในกระทรวง และหากมีการโยกย้ายข้าราชการที่ไม่เป็นธรรมเกิดขึ้นจริง พรรคกล้าธรรมพร้อมที่จะตรวจสอบอย่างเข้มข้น โดยเน้นย้ำว่า ไผ่-เบนซ์ สวน มนพร อย่าร้อนตัว พรรคกล้าธรรมไม่หวง ก.เกษตรฯ แต่ห่วงเรื่องผลงานและการแก้ปัญหาให้แก่พี่น้องเกษตรกรมากกว่า พร้อมชี้ให้เห็นว่า หากกระทรวงขาดการบริหารงานที่โปร่งใส ปัญหาเรื่องการทุจริตหรือการกินเปอร์เซ็นต์อาจกลับมาเป็นประเด็นใหญ่

  • การตรวจสอบการโยกย้ายข้าราชการต้องเป็นไปตามความเหมาะสม
  • ขวัญกำลังใจของข้าราชการคือหัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนเกษตรไทย
  • ฝ่ายค้านพร้อมทำหน้าที่ตรวจสอบหากพบความไม่โปร่งใส

ในขณะที่นายอรรถกร ศิริลัทธยากร หรือเบนซ์ ได้ออกมาตอกกลับอย่างดุเดือดว่า อย่าเอามาตรฐานการทำงานของนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ มาเหมารวมกับแนวทางการทำงานของคนอื่น โดยมองว่าในช่วงที่ ร.อ.ธรรมนัส ดูแลกระทรวงนั้น มุ่งเน้นการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุและไม่ก้าวก่ายในเรื่องผลประโยชน์ส่วนตัว สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่าการเมืองคือการแข่งขันด้วยผลงาน ไม่ใช่การสร้างภาพ

สุดท้ายนี้ ความขัดแย้งดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าการเมืองไทยกำลังอยู่ในจุดที่ต้องพิสูจน์ด้วยผลลัพธ์ที่จับต้องได้ ประชาชนกำลังเฝ้ามองว่า การทำงานของกระทรวงเกษตรฯ จะเดินหน้าไปในทิศทางใด และการออกมาเตือนของกลุ่มพรรคกล้าธรรมจะเป็นจริงหรือไม่ในอนาคต

ที่มา – “ไผ่-เบนซ์” สวน “มนพร” อย่าร้อนตัว ลั่นกล้าธรรมไม่ได้หวง ก.เกษตรฯ แต่มีประสบการณ์

“มนพร” โต้กล้าธรรม อย่าใช้วิธีทำงานตัวเองตัดสินคนอื่น

“มนพร” โต้กล้าธรรม อย่าใช้วิธีทำงานตัวเองตัดสินคนอื่น

กลายเป็นประเด็นเดือดในแวดวงการเมืองไทยเมื่อนางมนพร เจริญศรี สส.นครพนม และรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ได้ออกมาตอบโต้กรณีที่พรรคกล้าธรรมพยายามโจมตีและดิสเครดิตการทำงานของนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยมีการตั้งคำถามถึงความโปร่งใสในการโยกย้ายตำแหน่งข้าราชการ ซึ่งเรื่องนี้ฝ่ายรัฐบาลยืนยันชัดเจนว่า “มนพร” โต้กล้าธรรม อย่าใช้วิธีทำงานตัวเองตัดสินคนอื่น เพราะมองว่าการกระทำดังกล่าวอาจเกิดจากทัศนคติที่เคยบริหารงานมาก่อนหรือไม่

เปิดเบื้องหลังความขัดแย้งและการทำงานที่โปร่งใส

นางมนพร เจริญศรี ได้กล่าวถึงกรณีที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า หัวหน้าพรรคกล้าธรรม ออกมาวิจารณ์การแต่งตั้งโยกย้ายในกระทรวงเกษตรฯ ว่าการวิพากษ์วิจารณ์เป็นสิทธิ แต่การโจมตีอย่างไร้หลักฐานนั้นไม่เป็นธรรม โดยนางมนพรย้ำว่า นายสุริยะทำงานโดยมุ่งเน้นประโยชน์ของพี่น้องเกษตรกรเป็นที่ตั้ง และการปรับเปลี่ยนตำแหน่งต่างๆ ในกระทรวงฯ เป็นไปตามหลักความรู้ความสามารถตามระบบราชการปกติ โดยไม่มีเรื่องของการเรียกรับผลประโยชน์หรือการซื้อขายตำแหน่งเข้ามาเกี่ยวข้องอย่างแน่นอน

บทเรียนที่น่าสนใจจากการโต้ตอบทางการเมืองในครั้งนี้คือ:

  • การตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลต้องยึดหลักข้อเท็จจริงมากกว่าข่าวลือ
  • ไม่ควรนำบรรทัดฐานส่วนตัวที่อาจเคยทำมาก่อนมาใช้ตัดสินคนอื่น
  • การให้ร้ายโดยไม่มีหลักฐานส่งผลเสียต่อขวัญกำลังใจของข้าราชการที่ตั้งใจทำงาน

นอกจากนี้ นางมนพรยังฝากไปถึงพรรคกล้าธรรมว่า ปัญหาเรื้อรังที่เกิดขึ้นในกระทรวงเกษตรฯ หลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นปัญหาปลาหมอคางดำหรือโควตานมโรงเรียน ล้วนเป็นปัญหาที่สะสมมาตั้งแต่ยุคที่พรรคกล้าธรรมมีอำนาจบริหาร ดังนั้นการออกมาตั้งข้อสงสัยในตอนนี้จึงดูเหมือนเป็นการสร้างความสับสนให้กับสังคมเสียมากกว่า

หากพรรคกล้าธรรมมีหลักฐานชัดเจนว่ามีการทุจริตหรือเรียกรับผลประโยชน์ รัฐบาลชุดปัจจุบันก็พร้อมให้ตรวจสอบเต็มที่ เพราะนายสุริยะได้ยืนยันความโปร่งใสมาโดยตลอด การออกมาดิสเครดิตกันผ่านสื่อสังคมออนไลน์ไม่ใช่ทางออกที่ดีสำหรับเกษตรกรไทย การทำงานที่ใส่ใจประชาชนคือคำตอบที่แท้จริง เราหวังว่าทุกฝ่ายจะหันมาใช้กระบวนการทางกฎหมายและข้อเท็จจริงแทนการปะทะกันด้วยวาทกรรม นี่ถือเป็นบทพิสูจน์สำคัญว่าการเมืองแบบสร้างสรรค์ยังคงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับเราทุกคน

ที่มา – “มนพร” โต้กล้าธรรม อย่าใช้วิธีทำงานตัวเองตัดสินคนอื่น ยัน “สุริยะ” ยึดเหมาะสมไม่มีเรียกผลประโยชน์

ธรรมนัสหดหู่ ข่าวย้ายผู้บริหาร ไม่สนองนโยบายการเงิน

ธรรมนัสหดหู่ ข่าวย้ายผู้บริหาร ไม่สนองนโยบายการเงิน

กลายเป็นประเด็นร้อนที่ทำเอาหลายคนต้องหันมาจับตามอง เมื่อ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า หัวหน้าพรรคกล้าธรรม ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ซึ่งมีเนื้อหาที่สะท้อนถึงความรู้สึกไม่สบายใจอย่างรุนแรงต่อกระแสข่าวเกี่ยวกับการโยกย้ายข้าราชการข้าระดับสูงในหลายกรม โดยประเด็นที่น่าสนใจและทำให้เกิดข้อโต้เถียงกันอย่างกว้างขวางคือ ข่าวย้ายผู้บริหารที่ดูเหมือนว่าจะเป็นเพราะเหตุผลเรื่อง “ธรรมนัสหดหู่ ข่าวย้ายผู้บริหาร ไม่สนองนโยบายการเงิน” มากกว่าประเด็นความสามารถในการปฏิบัติงานจริง

เบื้องลึกปัญหาเมื่อการงานแพ้การเงิน

ร.อ.ธรรมนัส ได้เผยว่า การได้รับทราบข่าวสารเหล่านี้ทำให้ตนรู้สึกหดหู่ใจเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะกับข้าราชการที่ตั้งใจปฏิบัติตนเพื่อประโยชน์ของส่วนรวมและประชาชน แต่กลับต้องมาถูกโยกย้ายเพียงเพราะไม่ตอบสนองต่อผลประโยชน์ทางการเงินของผู้มีอำนาจ นี่คือจุดที่ทำให้เกิดคำถามว่า ในยุคปัจจุบันระบบราชการไทยเดินทางมาถึงจุดที่ความดีความชอบเริ่มวัดกันด้วยตัวเลขในกระเป๋ามากกว่าผลงานเชิงประจักษ์แล้วจริงหรือ?

ผลกระทบที่อาจตามมาหากปล่อยให้สถานการณ์นี้ดำเนินต่อไป มีดังนี้:

  • ข้าราชการน้ำดีขาดกำลังใจในการทำงาน
  • ประสิทธิภาพในการแก้ไขปัญหาให้ประชาชนลดน้อยลง
  • เกิดระบบอุปถัมภ์ที่ให้ความสำคัญกับผลประโยชน์ทับซ้อน
  • ผลกระทบต่อภาคเกษตรกรโดยตรง เช่น ปัญหาการส่งออกสินค้าเกษตร หรือการทะลักของสินค้าจากต่างประเทศ

ร.อ.ธรรมนัส ยังได้ย้ำเตือนด้วยความเป็นห่วงว่า หากข่าวเรื่อง “ธรรมนัสหดหู่ ข่าวย้ายผู้บริหาร ไม่สนองนโยบายการเงิน” เป็นเรื่องจริง ปัญหาที่จะตามมาคือผลกระทบที่เกิดขึ้นกับพี่น้องเกษตรกรไทย ซึ่งปัจจุบันก็ต้องเผชิญกับปัญหามากมายอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องกุ้ง ปลากะพง รวมถึงความเสี่ยงที่ไก่จากจีนจะทะลักเข้ามาทำลายกลไกตลาดในบ้านเรา ซึ่งสิ่งเหล่านี้ต้องการผู้บริหารที่ใส่ใจงานมากกว่ามองหาช่องทางโกยเงินเข้ากระเป๋าตนเอง

สถานการณ์นี้ถือเป็นโจทย์ใหญ่สำหรับรัฐบาลในการตรวจสอบและวางรากฐานการบริหารจัดการให้โปร่งใส เพราะข้าราชการคือฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศ หากฟันเฟืองเหล่านี้เดินไปอย่างไม่เป็นธรรม ประชาชนนั่นแหละที่จะเป็นผู้รับกรรมโดยตรง เราจึงหวังว่าสิ่งที่เกิดขึ้นจะได้รับความกระจ่าง และหากเป็นเพียงข่าวลือ ก็ควรมีการจัดการให้ความมั่นใจแก่ผู้ที่ตั้งใจทำงานอย่างแท้จริง

ที่มา – “ธรรมนัส” หดหู่ ข่าวย้ายผู้บริหารหลายกรม ไม่สนองนโยบาย “การเงิน” มากกว่า “การงาน”

“ธรรมนัส” ลั่น ไม่ใช่ฝ่ายแค้น-ฝ่ายคอย มีศักดิ์ศรี

“ธรรมนัส” ลั่น ไม่ใช่ฝ่ายแค้น-ฝ่ายคอย มีศักดิ์ศรีนักการเมือง ขอเดินหน้าฝ่ายค้านเต็มที่ คำพูดสุดแซ่บจาก ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า หัวหน้าพรรคกล้าธรรมคนใหม่ ที่เพิ่งขึ้นเวทีประกาศกร้าวหลังได้รับตำแหน่ง เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2569 ที่โรงแรมโกลเดน ทิวลิป ซอฟเฟอริน กรุงเทพฯ วันนี้เรามาชำแหละคำแถลงที่สร้างความฮือฮาในวงการการเมืองไทยกันเลย

ธรรมนัส ลั่น ไม่ใช่ฝ่ายแค้น-ฝ่ายคอย

หลังจากนั่งเก้าอี้หัวหน้าพรรคกล้าธรรมคนใหม่ “ธรรมนัส ลั่น ไม่ใช่ฝ่ายแค้น-ฝ่ายคอย” โดยย้ำชัดว่าพรรคไม่ได้มาด้วยความแค้นเคืองส่วนตัว แต่มาด้วยศักดิ์ศรีของนักการเมืองตัวจริง เขาพูดถึงการเปลี่ยนแปลงผู้บริหารพรรคชุดใหม่ 21 คน ที่ผ่านการรับรองจาก กกต. อย่างถูกต้อง และบอกว่าทุกคนคือครอบครัวพี่น้อง ไม่มีบ่าวไพร่ ไม่มีเผด็จการตัดสินใจคนเดียว

นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ หัวหน้าพรรคชุดเก่าที่ทำหน้าที่มานานกว่า 2 ปี ก็ไม่ได้ถูกตำหนิ แต่เป็นเวลาที่เหมาะสมสำหรับธรรมนัสในการนำทัพ สร้างพรรคให้เป็นความหวังของคนไทยในฐานะ ส.ส. ที่เข้มแข็ง

ศักดิ์ศรีนักการเมือง ขอเดินหน้าฝ่ายค้านเต็มที่

ย้อนดูผลเลือกตั้งที่ผ่านมา พรรคกล้าธรรมได้ ส.ส. เขต 56 เขต แม้ถูกโจมตีหนัก แต่รอดมาได้แบบบอบช้ำ ถ้ามีเวลาหาเสียงมากกว่า 28 วัน คาดว่าทะลุ 100 ที่นั่งแน่นอน! แถมยังมีคะแนนสำรองอีกเพียบ ถ้าเจาะลึกเข้าไป

สิ่งที่ภูมิใจที่สุดคือบทบาทฝ่ายค้าน ส.ส. หน้าใหม่หลายคนกลายเป็นดาวสภา พูดมีหลักการ จังหวะดี แม้ธรรมนัสจะเคยอยู่ฝ่ายบริหารมานานตั้งแต่ปี 2562 แต่ยืนยันว่านักการเมืองต้องถนัดทุกด้าน โดยเฉพาะการตรวจสอบรัฐบาลในยุคเศรษฐกิจย่ำแย่ ภัยธรรมชาติ ภัยมนุษย์ สงคราม

รัฐบาลควรทำอะไร ไม่ควรทำอะไร พรรคจะนำเสนอชัดเจน ถ้าไม่ฟังก็อภิปรายไม่ไว้วางใจทันที แต่ “ธรรมนัส ลั่น ไม่ใช่ฝ่ายแค้น-ฝ่ายคอย” ชัดๆ ไม่เอาส่วนตัว ไม่แค้นเก่า ไม่รอคอยเฉยๆ แต่ทำหน้าที่เต็มที่เพื่อประชาชน

  • ไม่ใช้ความแค้นส่วนตัวเป็นเงื่อนไข
  • มีศักดิ์ศรีนักการเมืองที่แท้จริง
  • ตรวจสอบรัฐบาลอย่างมีหลักการ
  • นำเสนอทางออกเศรษฐกิจและปัญหาประชาชน

ธรรมนัสยังเล่าถึงการสู้แบบสุดตัว ยามลูกน้องสู้ก็สู้ให้ชนะ ไม่เคยทำให้ผิดหวัง และเชิญชวน ส.ส. จากพรรคอื่นมาร่วมครอบครัวกล้าธรรม เพื่อเพิ่มจำนวน ส.ส. สูงสุด ตอบโจทย์ประชาชนมากที่สุด

พิธีรดน้ำดำหัวจากผู้สูงอายุที่มาร่วมยินดี ยังแสดงถึงความผูกพัน พ่อแม่ผู้ใหญ่ใจดีไปหาเสียงทุกที่ ทำให้ได้ ส.ส. 58 เสียงจากความรักเคารพซึ่งกันและกัน ประเพณีปีใหม่ไทย “สูมาคารวะ” แบบเหนือ สวยงาม ขอพรให้สุขภาพดี มีความสุข โชคดี

สุดท้าย ธรรมนัสขอบคุณทุกคน และกลุ่มผู้สูงอายุอวยให้เป็นนายกฯ ในอนาคต! การเมืองไทยกำลังเข้มข้น ฝ่ายค้านอย่างพรรคกล้าธรรมจะเป็นกระบอกเสียงประชาชนได้ดีแค่ไหน รอติดตาม

คุณคิดอย่างไรกับคำประกาศ “ธรรมนัส ลั่น ไม่ใช่ฝ่ายแค้น-ฝ่ายคอย” นี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และกดแชร์เพื่อให้เพื่อนๆ ได้อ่านด้วยนะ สนับสนุนการเมืองที่โปร่งใส มีศักดิ์ศรีกันเถอะ!

ที่มา – “ธรรมนัส” ลั่น ไม่ใช่ฝ่ายแค้น-ฝ่ายคอย มีศักดิ์ศรีนักการเมือง ขอเดินหน้าฝ่ายค้านเต็มที่

กล้าธรรมร่วมงาน ปชน. ราบรื่น กั๊กร่วมยื่น ป.ป.ช.

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวบล็อกข่าวการเมือง! วันนี้เรามีเรื่องร้อนๆ มาอัปเดตกันแบบเป็นกันเองเลยนะครับ กล้าธรรมร่วมงาน ปชน. ราบรื่น แต่ยังกั๊กๆ เรื่องร่วมลงชื่อฝ่ายค้านยื่นสอบ ป.ป.ช. ในคดี “ศักดิ์สยาม” ชิดชอบ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายอรรถกร ศิริลัทธิยากร ส.ส.ฉะเชิงเทรา พรรคกล้าธรรม ได้เปิดใจก่อนประชุมใหญ่พรรคที่โรงแรมโกลเดน ทิวลิป ซอฟเฟอริน เมื่อ 28 เมษายน 2567 (ปีในข่าวอาจพิมพ์ผิดเป็น 2569) ว่าพรรคของเขาทำงานกับพรรคประชาชนได้ดีมากๆ ไม่มีดราม่าเลย

กล้าธรรมร่วมงาน ปชน. ราบรื่น แบบตรงไปตรงมา

คุณอรรถกรเล่าว่า ตั้งแต่เข้าร่วมวิปฝ่ายค้าน พรรคกล้าธรรมยึดหลักทำงานตรงไปตรงมา ถ้ามีจุดที่เห็นต่างก็บอกตรงๆ ไม่มีกั๊ก ตั้งแต่วันแรกที่ประชุมคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน ก็ได้รับการตอบรับดีมาก ทำงานด้วยกันมาสองเดือนแล้วลื่นไหลสุดๆ โดยเฉพาะกับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.บัญชีรายชื่อและประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ที่ทั้งคู่สไตล์พูดตรงๆ ไม่ต้องเดาใจกัน การทำงานแบบนี้ทำให้ทุกฝ่ายสบายใจ ไม่ต้องลำบากใจว่าจะพรรคกล้าธรรมจะไปทางไหน

เพื่อนๆ ลองนึกภาพสิครับ ในวงการการเมืองที่เต็มไปด้วยการเจรจาลับๆ การที่พรรคเล็กอย่างกล้าธรรมกล้าพูดกล้าแสดงจุดยืนแบบนี้ ถือเป็นลมเย็นเลยนะ โดยเฉพาะกับพรรคประชาชนที่เป็นหัวหอกฝ่ายค้าน การร่วมงานที่ราบรื่นแบบนี้ช่วยเสริมพลังฝ่ายค้านให้แข็งแกร่งขึ้นได้เยอะ

กั๊กร่วมลงชื่อฝ่ายค้าน ยื่นสอบ ป.ป.ช. คดี “ศักดิ์สยาม”

ส่วนประเด็นร้อนที่สื่อถามต่อ คือพรรคกล้าธรรมจะร่วมลงชื่อยื่นต่อประธานสภา เพื่อส่งศาลฎีกาตั้งกก.ไต่สวน ป.ป.ช. ว่าปฏิบัติหน้าที่มิชอบในคดีศักดิ์สยามหรือไม่? คุณอรรถกรตอบชัดว่า เช้านั้นประชุมวิปฝ่ายค้านไม่เป็นทางการ แต่ละพรรคโชว์จุดยืนกันหมด แต่เขาบอกไปตรงๆ ว่าต้องนำเรื่องนี้ไปคุยกับกรรมการบริหารและสมาชิกพรรคก่อน จะได้ไม่รับปากแล้วเปลี่ยนทีหลัง ซึ่งฝ่ายค้านก็เข้าใจและยินดีทำงานแบบนี้

ขณะนี้กำลังคุยกันในพรรค คาดอีก 1-2 วันรู้ผลครับ คดีศักดิ์สยามนี่เองที่ ป.ป.ช. ชี้มูลว่ามีพฤติกรรมรับผลประโยชน์จากบริษัทเอกชนตอนเป็น รมว.คค. แต่ฝ่ายค้านมองว่าป.ป.ช.อาจล่าช้าหรือไม่เด็ดขาดพอ เลยอยากยื่นสอบกลับ เพื่อให้เกิดความโปร่งใส

  • จุดเด่นของพรรคกล้าธรรม: ตรงไปตรงมา ไม่รับปากมั่ว
  • ความสัมพันธ์กับปชน.: ราบรื่น ไม่มีปัญหา
  • สถานะคดีศักดิ์สยาม: รอหารือภายในพรรค
  • บทบาทในฝ่ายค้าน: เสริมพลังด้วยหลักยึดมั่น

เพื่อนๆ คิดดูสิครับ การเมืองไทยมักมีดราม่าจากการสัญญาแล้วไม่ทำ แต่พรรคกล้าธรรมเลือกทางนี้ แสดงถึงความรับผิดชอบต่อฐานเสียงจริงๆ นอกจากนี้ ยังช่วยให้ฝ่ายค้านมีเอกภาพมากขึ้น ถ้ากล้าธรรมตัดสินใจร่วม ก็จะเป็นก้าวสำคัญในการตรวจสอบอำนาจรัฐ

ในมุมมองผมนะ การ กล้าธรรมร่วมงาน ปชน. ราบรื่น แบบนี้ เป็นตัวอย่างที่ดีให้พรรคเล็กๆ อื่นๆ ว่าสามารถยืนหยัดจุดยืนได้โดยไม่เสียเพื่อนร่วมงาน สุดท้ายแล้ว การเมืองที่ดีต้องโปร่งใสและซื่อสัตย์แบบนี้แหละ

คุณคิดยังไงกับจุดยืนของพรรคกล้าธรรม? จะร่วมยื่นสอบ ป.ป.ช. หรือไม่? คอมเมนต์มาบอกกันหน่อยครับ ติดตามข่าวการเมืองอัปเดตเพิ่มเติมได้ที่บล็อกเราเลย!

ที่มา – กล้าธรรมร่วมงาน ปชน. ราบรื่น กั๊กร่วมลงชื่อฝ่ายค้าน ยื่นสอบ ป.ป.ช. คดี “ศักดิ์สยาม”

สส.กล้าธรรม รดน้ำขอพร ธรรมนัส-นฤมล ช่วยประชาชนเต็มที่

ในช่วงเทศกาลสงกรานต์อันเป็นวันขึ้นปีใหม่ไทยที่เต็มไปด้วยความสุขและประเพณีอันงดงาม สส.พรรคกล้าธรรม ได้จัดกิจกรรมรดน้ำดำหัวขอพรอย่างอบอุ่น โดยมีสมาชิกพรรคและ สส. จากทั่วประเทศมาร่วมกัน สร้างบรรยากาศแห่งความสามัคคีและความมุ่งมั่นในการทำงานเพื่อประชาชน นี่คือเหตุการณ์ที่สะท้อนถึงหัวใจของพรรคที่ยึดมั่นในหลักการรับใช้ประชาชนไม่ว่าสถานการณ์การเมืองจะเป็นเช่นไร

สส.กล้าธรรม รดน้ำขอพร “ธรรมนัส-นฤมล” ยัน สถานะไหนก็ทำงานเพื่อประชาชนเต็มที่

กิจกรรมนี้จัดขึ้นเมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 21 เมษายน 2569 ณ สำนักงานพรรคกล้าธรรม โดยมีคณะกรรมการบริหารพรรค สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) และสมาชิกพรรคจำนวนมากเข้าร่วม พวกเขาร่วมรดน้ำดำหัวขอพร ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า สส.บัญชีรายชื่อและประธานที่ปรึกษาพรรค รวมถึงนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ หัวหน้าพรรคกล้าธรรม สร้างโมเมนต์น่าประทับใจที่แสดงถึงความเคารพและความผูกพันในครอบครัวพรรค

สส.กล้าธรรม รดน้ำขอพร ธรรมนัส-นฤมล

รายชื่อ สส.พรรคกล้าธรรมที่เข้าร่วมกิจกรรม

  • นายอัครา พรหมเผ่า สส.พะเยา
  • นายอรรถกร ศิริลัทธยากร สส.ฉะเชิงเทรา
  • จ่าเอกยศสิงห์ เหลี่ยมเลิศ สส.ฉะเชิงเทรา
  • นายจตุพร กมลพันธ์ทิพย์ สส.ราชบุรี
  • นายจำลอง ภูนวนทา สส.กาฬสินธุ์
  • นายจีรเดช ศรีวิราช สส.พะเยา
  • นายนเรศ ธำรงค์ทิพยคุณ สส.เชียงใหม่
  • นายสัญญา นิลสุพรรณ สส.นครสวรรค์
  • สส.นราธิวาส: นายลุตฟี หะยีอีแต, นายอามินทร์ มะยูโซ๊ะ, นายสัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ
  • นายประสิทธิ์ โนทะ สส.น่าน

นอกจากนี้ยังมี น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ประธานยุทธศาสตร์พรรค นางมุกดา พงษ์สมบัติ อดีต สส.ขอนแก่น และนางอนุรักษ์ บุญศล อดีต สส.สกลนคร มาร่วมด้วย ทำให้กิจกรรมคึกคักและเต็มเปี่ยมด้วยพลังบวก

กิจกรรมรดน้ำดำหัวพรรคกล้าธรรม
สส.กล้าธรรม รดน้ำขอพร ธรรมนัส-นฤมล

คำอวยพรและวิสัยทัศน์จาก ร.อ.ธรรมนัส

ร.อ.ธรรมนัส ได้กล่าวอวยพรสมาชิกพรรคและประชาชน โดยยืนยันว่า ตราบใดที่ยังมีลมหายใจ จะอยู่เคียงข้างครอบครัวพรรคกล้าธรรม แม้พรรคจะไม่ได้เป็นรัฐบาล แต่ยังคงได้รับการสนับสนุนจากประชาชนทั่วประเทศ จากการลงพื้นที่จังหวัดพะเยา พบว่าประชาชนยังเดินทางมาพบอย่างต่อเนื่อง สะท้อนความเชื่อมั่นในพรรค

ร.อ.ธรรมนัส ยังชูแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น โดยใช้ มหกรรมดนตรีและกีฬา เป็นเครื่องมือกระตุ้นการท่องเที่ยว เช่น ในพะเยาได้จัดมหกรรมดนตรีช่วงสงกรานต์และปีใหม่ จนกลายเป็นกิจกรรมประจำปีที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจำนวนมาก แผนการขยายไปยังทุกภาคส่วน ทั้งเหนือ อีสาน กลาง ตะวันออก และใต้ ผ่านการแข่งขันกีฬาชิงถ้วยพระราชทาน เจ็ตสกีชิงแชมป์ประเทศไทย เพื่อสร้างรายได้และชื่อเสียงให้ท้องถิ่น

ร.อ.ธรรมนัส อวยพรสมาชิกพรรค

ไม่ว่าพรรคจะอยู่ในสถานะรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน พรรคกล้าธรรมยืนยันว่าจะทำงานช่วยเหลือประชาชนผ่านเครือข่ายทั่วประเทศ โดยเตรียมจัดโครงสร้างการทำงานระดับภูมิภาค เพื่อให้การช่วยเหลือทั่วถึงและมีประสิทธิภาพ สุดท้ายได้อวยพรให้ทุกคนมีความสุข สุขภาพแข็งแรง และขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครอง โดยเฉพาะพี่น้องชาวไทยมุสลิม ขอให้อัลลอฮ์ประทานความสงบสุข

หัวหน้าพรรค นฤมล รับพรจากสส.
สส.กล้าธรรม ร่วมพิธีสงกรานต์

เหตุการณ์ สส.กล้าธรรม รดน้ำขอพร “ธรรมนัส-นฤมล” ครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการรักษาประเพณีไทยเท่านั้น แต่ยังเป็นสัญญาณชัดเจนว่าพรรคกล้าธรรมพร้อมลุยเต็มที่เพื่อประชาชน แม้อยู่ในสถานะฝ่ายค้าน แผนมหกรรมดนตรีและกีฬาจะช่วยฟื้นเศรษฐกิจท้องถิ่นได้อย่างยั่งยืน ในมุมมองของผู้เขียน นี่คือตัวอย่างของนักการเมืองที่ยึดประชาชนเป็นที่ตั้ง ไม่ยึดติดอำนาจ คุณคิดเห็นอย่างไรกับแนวทางนี้ ลองแชร์ในคอมเมนต์เพื่อแลกเปลี่ยนไอเดียกันเถอะ!

ที่มา – สส.กล้าธรรม รดน้ำขอพร “ธรรมนัส-นฤมล” ยัน สถานะไหนก็ทำงานเพื่อประชาชนเต็มที่

Scroll to top