ธรรมนัส พรหมเผ่า

“อนุทิน” ร้องโอ้โห! เพื่อนธรรมนัสไม่มีวันหมดอายุ

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวข่าวการเมืองทุกท่าน! วันนี้เรามีเรื่องเด็ดจากวงในรัฐสภา ที่ทำเอาทุกคนฮือฮา นั่นคือ “อนุทิน” ร้องโอ้โห ยอมรับ “ธรรมนัส” ยังไม่ได้คุย แต่เพื่อนกันไม่มีวันหมดอายุ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน ได้ให้สัมภาษณ์แบบเป็นกันเองสุดๆ หลังการประชุมสภาฯ เมื่อวันที่ 15 มี.ค. 2569 ที่อาคารรัฐสภา เรื่องนี้กลายเป็นไวรัลทันที เพราะแสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์แบบเพื่อนเก่าที่ไม่เคยจางหายในแวดวงการเมืองไทย

“อนุทิน” ร้องโอ้โห ยอมรับ “ธรรมนัส” ยังไม่ได้คุย แต่เพื่อนกันไม่มีวันหมดอายุ

มาดูรายละเอียดกันเลยครับ หลังจากสภาผู้แทนราษฎรเลือกประธานสภาและรองประธานเรียบร้อย นายอนุทินได้เผยไทม์ไลน์สำคัญต่อไป เริ่มจากทำเอกสารทูลเกล้าฯ รอพระมหากรุณาโปรดเกล้าฯ ประธานสภา จากนั้นก็เรียกประชุมสภา ไม่น่าจะล่าช้าเท่าไหร่ แต่สำหรับข่าวลือว่าจะโหวตนายกฯ วันที่ 19 มี.ค. นั้น อนุทินบอกว่า “ยังกำหนดไม่ได้” เพราะต้องรอโปรดเกล้าฯ ทุกตำแหน่งให้ครบถ้วนก่อน

ส่วนเรื่องคณะรัฐมนตรี (ครม.) นั้น ยังไม่ส่งรายชื่อ เพราะต้องรอโหวตนายกฯ โดยสมบูรณ์ก่อน จากนั้นจะนัดพรรคร่วมรัฐบาลมาคุยโควตา พรรคแต่ละพรรคส่งชื่อรัฐมนตรีมา แล้วส่ง สลค. ตรวจสอบคุณสมบัติแบบเข้มงวดสุดๆ โดยเฉพาะเรื่องจริยธรรมตามคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ อนุทินย้ำว่าทุกพรรคต้องกลั่นกรองดีๆ รวมถึงพรรคภูมิใจไทยเองก็สกรีนผ่านคณะกรรมการบริหารพรรค เพื่อให้ไม่มีข้อครหา

สกรีนครม. เข้ม! ไร้ปัญหาจริยธรรม

อนุทินมั่นใจว่าครม. ชุดนี้จะถูกใจประชาชนแน่นอน เพราะพรรคภูมิใจไทยได้คะแนนเสียงมาสูง ต้องทำตามความคาดหวังประชาชน ยึดหลักจริยธรรมทุกขั้นตอน ถ้ามีปัญหาก็หารือหัวหน้าพรรคปรับเปลี่ยนได้ แต่หวังว่าจะไม่เกิดขึ้น ทุกคนรู้โจทย์หมดแล้ว ต้องเสนอคนสะอาด 100%

  • นัดพรรคร่วมหลังโหวตนายกฯ เพื่อแบ่งโควตาครม.
  • ส่งชื่อครม. หลังโปรดเกล้าฯ นายกฯ
  • ตรวจสอบคุณสมบัติโดย สลค. และสกรีนพรรค
  • ยึดแนวทางศาล รธน. เรื่องจริยธรรม
  • ไม่มีข้อครหา ถูกใจประชาชน

ที่เด็ดสุดคือตอนถูกถามถึง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้า (กธ.) อนุทินบอกว่า ยังไม่ได้คุยกันเพราะคนเยอะ แต่เจอ ส.ส. พรรคกล้า อย่างนายอัครา พรหมเผ่า (น้องชายธรรมนัส) แค่แสดงความยินดีที่ได้เป็น ส.ส. พอถามว่าจะคุยกับธรรมนัสในฐานะเพื่อนมั้ย อนุทินร้อง โอ้โห แล้วพูดว่า เพื่อนกันไม่มีวันหมดอายุ โอ้ย มันซึ้งซึ้งยังไงไม่รู้ เหมือนหนังการเมืองไทยที่มิตรภาพเก่ายังคงอยู่ท่ามกลางการแข่งขัน!

เรื่องนี้สะท้อนภาพการเมืองไทยที่แม้จะมีดราม่าโควตา ครม. หรือการสกรีนคุณสมบัติ แต่ความเป็นเพื่อนเก่ายังสำคัญ โดยเฉพาะอนุทินกับธรรมนัสที่เคยร่วมงานกันสมัยก่อน หลังเลือกตั้งครั้งนี้ พรรคภูมิใจไทยเป็นพรรคใหญ่สุดในรัฐบาลผสม ทำให้บทบาทในการจัดครม. สำคัญมาก ประชาชนต่างรอคอยครม. ชุดใหม่ที่ไร้ปัญหา จะช่วยแก้เศรษฐกิจ สังคม และการเมืองให้มั่นคง

ในมุมมองผมนะครับ “อนุทิน” ร้องโอ้โห ยอมรับ “ธรรมนัส” ยังไม่ได้คุย แต่เพื่อนกันไม่มีวันหมดอายุ แสดงให้เห็นว่าการเมืองไม่ใช่ศัตรูกันตลอดไป มิตรภาพช่วยประสานพรรคร่วมได้ดี ถ้าครม. ออกมาสะอาดจริง คงเป็นจุดเริ่มต้นรัฐบาลใหม่ที่น่าจับตา คุณล่ะคิดยังไง? มิตรภาพการเมืองช่วยไทยได้มั้ย? คอมเมนต์บอกกันหน่อยสิ แล้วอย่าลืมแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ อ่านด้วยนะครับ เพื่อติดตามอัพเดทข่าวการเมืองล่าสุด!

ที่มา – “อนุทิน” ร้องโอ้โห ยอมรับ “ธรรมนัส” ยังไม่ได้คุย แต่เพื่อนกันไม่มีวันหมดอายุ

มติพรรคกล้าธรรม งดออกเสียง โหวตประธานสภาฯ-รองประธาน

มติพรรคกล้าธรรม งดออกเสียง โหวตประธานสภาฯ-รองประธาน เป็นประเด็นร้อนในแวดวงการเมืองไทยช่วงนี้ โดยเฉพาะหลังจากการประชุม ส.ส. ของพรรคที่เพิ่งมีขึ้น เมื่อวันที่ 15 มี.ค. 2569 ที่รัฐสภา ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกฯ และ รมว.เกษตรฯ ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ได้เผยมติสำคัญของพรรค ซึ่งส่งผลต่อการโหวตตำแหน่งสำคัญในสภา

มติพรรคกล้าธรรม งดออกเสียง โหวตประธานสภาฯ-รองประธาน

การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นที่ห้อง 202 อาคารรัฐสภา เวลา 09.20 น. โดยมี ร.อ.ธรรมนัส และนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.ศึกษาธิการ ในฐานะหัวหน้าพรรคกล้าธรรม ร่วมเป็นประธาน ส.ส.พรรคกล้าธรรมมาร่วมประชุมเพื่อหารือทิศทางการโหวตประธานสภาผู้แทนราษฎรและรองประธาน ซึ่งเป็นตำแหน่งที่สำคัญยิ่งในการกำหนดทิศทางของสภาในสมัยใหม่

ร.อ.ธรรมนัส กล่าวในที่ประชุมว่า วันนี้เป็นวันแรกที่ ส.ส.ทุกคนเข้าสู่บทบาทเต็มรูปแบบ หลังจากปฏิญาณตนเมื่อวานนี้ (14 มี.ค.) ทุกคนลำบากกว่าจะมาถึงจุดนี้ และต้องทำหน้าที่ให้ดีเพราะประชาชนกำลังจับตามองผ่านการถ่ายทอดสดทีวีรัฐสภา โดยเฉพาะการประชุมวันพุธ-พฤหัส ซึ่งเป็นวันหลัก ยกเว้นกรณีพิเศษอย่างการประชุมร่วมรัฐสภา

ท่านยังกำชับ ส.ส. ใหม่ให้ศึกษาข้อบังคับสภาให้ดี แม้ตัวเองเป็น ส.ส. 3 สมัยแล้วยังจำไม่ครบ เพราะการพูดในสภาต้องถูกต้องตามกฎ หากกดไมค์พูดผิดอาจถูกตำหนิได้ เน้นย้ำว่าประชาชนที่บ้านกำลังดูอยู่ ต้องรับผิดชอบต่อหน้าที่

รายละเอียดมติพรรคกล้าธรรมในการโหวต

หลังประชุมเสร็จ เวลา 09.25 น. ร.อ.ธรรมนัส เผยต่อสื่อว่า ที่ประชุมมีมติชัดเจนให้ งดออกเสียง ในการเลือกตั้งประธานสภาฯ และรองประธานสภาฯ ซึ่งเป็นจุดยืนของพรรคกล้าธรรมในขณะนี้ การตัดสินใจนี้มาจากการหารืออย่างรอบคอบ เพื่อให้ ส.ส. แต่ละคนทำหน้าที่อย่างมีอิสระ แต่ยึดมติพรรค

  • มติงดออกเสียง: ไม่โหวตให้ผู้สมัครฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง
  • เหตุผล: รักษาความเป็นกลางและศึกษาข้อมูลให้ครบถ้วน
  • ผลกระทบ: อาจส่งผลต่อการนับคะแนนในสภา

การตัดสินใจนี้สะท้อนถึงจุดยืนของพรรคกล้าธรรมที่ต้องการเป็นพรรคที่โปร่งใสและไม่ล็อบบี้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ในบริบทการเมืองไทยที่กำลังเข้มข้น โดยเฉพาะการจัดตั้งรัฐบาลใหม่และการเลือกผู้นำสภา ซึ่งประธานสภาฯ มีบทบาทสำคัญในการควบคุมวาระการประชุมและความเป็นธรรม

นอกจากนี้ พรรคกล้าธรรมยังเน้นย้ำกับ ส.ส. ว่าต้องเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการอภิปรายครั้งต่อๆ ไป เพราะสภาจะมีการประชุมถี่ยิบ และทุกคำพูดจะถูกบันทึกและถ่ายทอดสด สร้างความรับผิดชอบสูงสุดต่อประชาชน

ความสำคัญของประธานสภาฯ และผลต่อการเมือง

ประธานสภาผู้แทนราษฎรเป็นหัวใจสำคัญของสภา ดูแลการประชุมให้เป็นไปตามระเบียบ และตัดสินใจในประเด็นขัดแย้ง การโหวตครั้งนี้จึงเป็นที่จับตา โดยพรรคกล้าธรรมเลือกงดออกเสียงเพื่อไม่ให้ถูกมองว่าสนับสนุนฝ่ายใดเป็นพิเศษ ซึ่งอาจช่วยรักษาฐานเสียงที่หลากหลายของพรรค

ในมุมกว้างขึ้น การเมืองไทยกำลังเข้าสู่ยุคใหม่หลังเลือกตั้ง ส.ส. ใหม่ๆ ต้องปรับตัวเข้ากับระบบสภา ร.อ.ธรรมนัส ในฐานะรุ่นพี่ ยังให้คำแนะนำเรื่องการศึกษาข้อบังคับ ซึ่งมีรายละเอียดซับซ้อน เช่น การยื่นญัตติ การอภิปราย และการลงมติ

พรรคกล้าธรรมก่อตั้งโดยกลุ่มนักการเมืองที่มีประสบการณ์ เน้นนโยบายกล้าแกร่งและโปร่งใส มติครั้งนี้ยืนยันจุดยืนดังกล่าว หากคุณสนใจการเมืองไทย อย่าลืมติดตามการประชุมสภาผ่านทีวีรัฐสภา

สุดท้าย มติพรรคกล้าธรรมนี้แสดงให้เห็นถึงความเป็นมืออาชีพในการตัดสินใจ หาก ส.ส.ทุกพรรคทำเช่นนี้ได้ การเมืองไทยจะก้าวหน้าขึ้นแน่นอน คุณคิดอย่างไรกับมติล่าสุดนี้ ลองแสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง!

ที่มา – มติพรรคกล้าธรรม งดออกเสียง โหวตประธานสภาฯ-รองประธาน

“ธรรมนัส-นฤมล” ไม่บังคับกล้าธรรมโหวตประธานสภาฯ

“ธรรมนัส-นฤมล” ไม่บังคับกล้าธรรมเรื่องโหวตประธานสภาฯ แต่ต้องเป็นเอกภาพ เป็นประเด็นร้อนในแวดวงการเมืองไทยช่วงนี้ โดยเฉพาะการตัดสินใจของพรรคกล้าธรรมในการโหวตเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งกำลังเป็นที่จับตาของทุกฝ่าย

“ธรรมนัส-นฤมล” ไม่บังคับกล้าธรรมเรื่องโหวตประธานสภาฯ แต่ต้องเป็นเอกภาพ

วันที่ 15 มีนาคม 2569 ที่รัฐสภา นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ในฐานะนายทะเบียนพรรคกล้าธรรม ได้เปิดเผยก่อนการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เกี่ยวกับทิศทางการโหวตตำแหน่งประธานสภาฯ ว่า วันนี้จะมีการหารือต่อในช่วงเช้า หลังจากเมื่อวานที่ 14 มีนาคม ได้มีการพูดคุยกันเบื้องต้นแล้วเกี่ยวกับแนวทางการทำงาน

เมื่อสื่อถามถึงแนวทางโหวตว่าจะงดออกเสียง ไม่เห็นชอบ หรือเห็นชอบ นายอรรถกรตอบแบบขำๆ ว่า “มีให้เลือกสองทางหรือ” และย้ำว่าขอเวลาสรุปก่อนประชุม โดยมั่นใจว่ามติพรรคจะออกมาเป็นเอกภาพแน่นอน

จากข้อมูลเบื้องต้น ทิศทางของ ส.ส.พรรคกล้าธรรมยัง “กลางๆ” ไม่ชัดเจนว่าจะเห็นชอบหรือไม่ มีความเห็นหลากหลายจากสมาชิกพรรค จึงให้การบ้านกลับไปคิดหนึ่งคืน นอกจากนี้ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรค และนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะหัวหน้าพรรค ไม่ได้บังคับลูกพรรคเรื่องการลงคะแนน แต่เน้นย้ำตั้งแต่แรกว่าอยากให้ทุกคนเป็นไปในทิศทางเดียวกัน เพื่อความเป็นเอกภาพของพรรค

ทิศทาง “กลางๆ” ของพรรคกล้าธรรมหมายถึงอะไร

คำว่า “กลางๆ” ที่นายอรรถกรใช้ อาจตีความได้หลายแบบ บางคนมองว่างดออกเสียง บางคนว่ายังไม่ตัดสินใจชัดเจน แต่สิ่งสำคัญคือพรรคกล้าธรรมซึ่งมี ส.ส. จำนวนไม่น้อย กำลังพยายามรักษาความเป็นเอกภาพภายในพรรค ท่ามกลางแรงกดดันจากพันธมิตรและฝ่ายตรงข้าม การตัดสินใจครั้งนี้จะส่งผลต่อภาพลักษณ์ของพรรคและบทบาทในสภาฯ ต่อไป

พรรคกล้าธรรมก่อตั้งขึ้นมาไม่นาน แต่มีบุคลากรชั้นนำอย่าง ร.อ.ธรรมนัส และนฤมลภิญโญ ที่มีประสบการณ์ทางการเมืองสูง ทั้งสองท่านเคยผ่านการทำงานในพรรคพลังประชารัฐมาก่อน และย้ายมาสร้างพรรคใหม่นี้เพื่อตอบโจทย์ประชาชนในประเด็นต่างๆ เช่น เกษตรกรรม การศึกษา และการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นกระทรวงที่ทั้งคูรับผิดชอบ

  • ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า: ผู้เชี่ยวชาญด้านเกษตร เน้นนโยบายช่วยเหลือเกษตรกร
  • นฤมล ภิญโญสินวัฒน์: หัวหน้าพรรค สายการศึกษา ผลักดัน改革การเรียนการสอน
  • นายอรรถกร ศิริลัทธยากร: นายทะเบียนพรรค ดูแลการท่องเที่ยว

การที่ “ธรรมนัส-นฤมล” ไม่บังคับกล้าธรรมเรื่องโหวตประธานสภาฯ แต่ต้องเป็นเอกภาพ แสดงให้เห็นถึงหลักการนำพรรคที่ให้อิสระแก่ ส.ส. แต่ยึดมั่นในความสามัคคี ซึ่งเป็นกลยุทธ์สำคัญในเวทีการเมืองที่เต็มไปด้วยการต่อรอง

ผลกระทบต่อการเมืองไทย

การโหวตประธานสภาฯ ครั้งนี้มีความสำคัญยิ่ง เพราะจะกำหนดทิศทางของสภาผู้แทนราษฎรในการพิจารณากฎหมายและอภิปรายรัฐบาล หากพรรคกล้าธรรมตัดสินใจเห็นชอบ อาจช่วยเสริมสร้างเสถียรภาพให้รัฐบาล แต่หากงดหรือไม่เห็นชอบ อาจนำไปสู่ความขัดแย้งภายในพรรคร่วมรัฐบาล

จากประวัติศาสตร์การเมืองไทย พรรคเล็กๆ มักถูกมองว่าเป็นตัวแปรสำคัญในการโหวตใหญ่ๆ ครั้งนี้เช่นกัน นักวิเคราะห์การเมืองคาดการณ์ว่าพรรคกล้าธรรมน่าจะเลือกทางที่เป็นประโยชน์ต่อนโยบายหลักของพรรค เช่น การสนับสนุนเกษตรกรและการศึกษา

นอกจากนี้ ยังมีกระแสข่าวว่าพรรคอื่นๆ กำลังเก็บบอลรอผลการโหวตของกล้าธรรม เพื่อปรับกลยุทธ์ของตัวเอง สถานการณ์นี้ทำให้บรรยากาศที่รัฐสภาในวันนี้ตึงเครียดแต่ก็น่าติดตาม

สรุปแล้ว “ธรรมนัส-นฤมล” ไม่บังคับกล้าธรรมเรื่องโหวตประธานสภาฯ แต่ต้องเป็นเอกภาพ เป็นตัวอย่างของการนำพรรคที่สมดุลระหว่างอิสระและความสามัคคี คุณคิดว่าพรรคกล้าธรรมจะโหวตอย่างไร? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และติดตามอัปเดตข่าวการเมืองจากเราเพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ

ที่มา – “ธรรมนัส-นฤมล” ไม่บังคับกล้าธรรมเรื่องโหวตประธานสภาฯ แต่ต้องเป็นเอกภาพ

“ธรรมนัส” ส่งรถขนของออกจากห้องทำงาน ที่ทำเนียบ

วันนี้เรามีข่าวการเมืองร้อนๆ มาอัปเดตกันครับ “ธรรมนัส” ส่งรถขนของออกจากห้องทำงาน ที่ทำเนียบรัฐบาล หลังจากที่ “ครม.อนุทิน 2” ประกาศไลน์อัพแบบไร้พรรคกล้าธรรมร่วมด้วย สร้างความฮือฮาให้สื่อและนักการเมืองไม่น้อย มาดูกันว่ามีอะไรเกิดขึ้นบ้าง

ธรรมนัส ส่งรถขนของออกจากห้องทำงาน

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 14 มีนาคม 2569 ซึ่งเป็นวันหยุดราชการ บรรยากาศที่ทำเนียบรัฐบาลคึกคักผิดปกติ ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า อดีตรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่นำรถบรรทุกเล็ก 4 ล้อ จำนวน 2 คัน มาจอดรอขนของจากห้องทำงานรองนายกรัฐมนตรี ในตึกบัญชาการ 1 ของทำเนียบฯ

รถบรรทุกขนของธรรมนัส

“ธรรมนัส” ส่งรถขนของออกจากห้องทำงาน ที่ทำเนียบรัฐบาล

ของที่ถูกขนออกมามีหลายชิ้นเลยครับ ส่วนใหญ่เป็นเฟอร์นิเจอร์ส่วนตัว เช่น เก้าอี้รับแขก ชุดโต๊ะทำงาน พระพุทธรูป และโต๊ะหมู่บูชา แสดงให้เห็นว่าทุกอย่างถูกรื้อถอนอย่างเรียบร้อย ไม่เหลือร่องรอย เหมือนเตรียมย้ายออกจริงจัง ภาพรถกระบะสองคันที่กำลังยกของขึ้นบรรทุกกลายเป็นสัญลักษณ์ของการสิ้นสุดบทบาทในรัฐบาลชุดเก่า

ของที่ขนออกจากห้องธรรมนัส
บรรยากาศขนของที่ทำเนียบ

หลัง ครม.อนุทิน 2 ไร้พรรคกล้าธรรม

สาเหตุหลักมาจากการที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีคนใหม่และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้ประกาศปิดดีลพรรคร่วมรัฐบาลชุดใหม่ครบ 291 เสียงแบบแน่นปึ้ก แต่ที่น่าเซอร์ไพรส์คือ ไม่มีพรรคกล้าธรรม ซึ่งเป็นพรรคที่ร.อ.ธรรมนัสสังกัด ร่วมด้วย ส่งผลให้ทีมธรรมนัสต้องถอนตัวจากตำแหน่งทั้งหมด

การเมืองไทยช่วงนี้เปลี่ยนแปลงไวมาก จากที่เคยเป็นรองนายกฯ ช่วยดูแลเกษตร ต้องมาขนของออกจากทำเนียบในวันหยุด แสดงถึงความรวดเร็วของการต่อรองหลังเลือกตั้ง พรรคภูมิใจไทยภายใต้การนำของอนุทินดูจะรวมเสียงได้สำเร็จโดยไม่ต้องพึ่งพรรคเล็กๆ อย่างกล้าธรรม ทำให้เกิดภาพ “ธรรมนัส” ส่งรถขนของออกจากห้องทำงาน ที่กลายเป็นไวรัลในโซเชียล

  • รถบรรทุกเล็ก 4 ล้อ 2 คัน
  • เฟอร์นิเจอร์ โต๊ะ เก้าอี้
  • พระพุทธรูปและเครื่องบูชา
  • ขนออกจากตึกบัญชาการ 1

หลายคนวิเคราะห์ว่าการเคลื่อนไหวนี้อาจเป็นสัญญาณว่ารัฐบาลอนุทิน 2 จะเน้นนโยบายใหม่ๆ โดยไม่ติดกับปัญหาเก่าๆ ที่เคยมีกับฝั่งธรรมนัส เช่น เรื่องยาเสพติดหรือดราม่าการเมืองในอดีต พรรคกล้าธรรมอาจหันไปเป็นฝ่ายค้านหรือเจรจาใหม่ในอนาคต

นอกจากนี้ ยังมีกระแสวิจารณ์จากโซเชียลว่าทำไมต้องขนในวันหยุด บางคนบอกว่าเพื่อหลีกเลี่ยงสื่อ แต่ภาพก็หลุดออกมาอยู่ดี สะท้อนวัฒนธรรมการเมืองไทยที่ทุกอย่างต้องรีบร้อนและลับๆ ล่อๆ

สำหรับแฟนข่าวการเมืองอย่างเราๆ การติดตามเหตุการณ์แบบนี้สนุกดีนะครับ มันเหมือนละครน้ำเน่าแต่เป็นจริง เหตุการณ์ “ธรรมนัส ส่งรถขนของออกจากห้องทำงาน ที่ทำเนียบรัฐบาล” นี้อาจเป็นจุดเริ่มต้นของศึกใหม่ในสภา คุณล่ะคิดว่าพรรคกล้าธรรมจะไปทางไหนต่อ?

insights จากผมคือ การเมืองไทยยังคงผันผวนสูง รัฐบาลใหม่ต้องพิสูจน์ผลงานให้เห็นจริงเพื่อความยั่งยืน อย่าลืมติดตามอัปเดตข่าวสารการเมืองล่าสุดจากบล็อกเรา และแสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างว่าคุณมองอนาคตรัฐบาลอนุทิน 2 อย่างไร!

ที่มา – “ธรรมนัส” ส่งรถขนของออกจากห้องทำงาน ที่ทำเนียบรัฐบาล หลัง ครม.อนุทิน 2 ไร้พรรคกล้าธรรม

“ธรรมนัส” พร้อมจับมือ ปชน. เป็นฝ่ายค้าน ลั่นอาจไปไม่นาน

ในวงการการเมืองไทยที่กำลังร้อนระอุหลังการเลือกตั้ง “ธรรมนัส” หรือ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกฯ และ รมว.เกษตรฯ ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ได้ออกมาแสดงจุดยืนชัดเจนว่า “ธรรมนัส” พร้อมจับมือ ปชน. เป็นฝ่ายค้าน ลั่นอาจไปไม่นาน ถ้ามีวาสนาได้กลับมาจะทำให้ดี คำพูดนี้กลายเป็นประเด็นร้อนที่ทุกคนจับตามอง เพราะพรรคกล้าธรรมที่มี ส.ส. ถึง 58 เสียง ถูก “ลอยแพ” จากโผรัฐบาลของพรรคภูมิใจไทย

“ธรรมนัส” พร้อมจับมือ ปชน. เป็นฝ่ายค้าน ลั่นอาจไปไม่นาน ถ้ามีวาสนาได้กลับมาจะทำให้ดี

เมื่อวันที่ 11 มี.ค. 2569 ที่โรงแรมปรินซ์ พาเลซ กรุงเทพฯ ร.อ.ธรรมนัส ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนอย่างเป็นกันเอง โดยยืนยันว่าพรรคกล้าธรรมยังไม่ตัดสินใจทิศทางโหวตเลือกประธานสภา จะประชุมมติพรรคในวันที่ 15 มี.ค. นี้ แม้จะยังไม่คุยกับ “อนุทิน ชาญวีรกูล” หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย แต่ก็พร้อมรับบทฝ่ายค้านเต็มตัว

“การเป็นนักการเมืองต้องทำได้ทุกบทบาท ไม่ว่าจะบริหารหรือนิติบัญญัติ” ธรรมนัสกล่าว พร้อมเน้นย้ำ ส.ส. ทั้ง 58 คน ให้ทำงานหนักเพื่อประชาชนในพื้นที่ แม้ไม่ได้ร่วมรัฐบาล เครือข่ายที่สร้างมา 7-8 ปีต้องสานต่อ โดยเฉพาะการแก้ปัญหาให้ชาวบ้าน

ธรรมนัส พรหมเผ่า ให้สัมภาษณ์สื่อ

ธรรมนัส ชี้มิตรภาพการเมืองไม่จีรัง พร้อมจับมือ ปชน.

ที่น่าสนใจคือ แม้พรรคประชาชน (ปชน.) จะเคยโจมตีมา แต่ธรรมนัสย้ำว่า “ธรรมนัส” พร้อมจับมือ ปชน. เป็นฝ่ายค้าน ลั่นอาจไปไม่นาน ถ้ามีวาสนาได้กลับมาจะทำให้ดี มิตรภาพการเมืองไม่จีรัง วันนี้ร่วมมือกันเพื่อประชาชน ไม่เอาส่วนตัวมาเกี่ยว ฝ่ายค้านต้องมีหลักการ ไม่ค้านทุกเรื่อง แต่สนับสนุนที่เป็นประโยชน์

ส่วนการตรวจสอบรัฐบาล ธรรมนัสหัวเราะ “ยังไม่ได้เป็นเลย ใจเย็นๆ” แต่ยืนยันนโยบาย สปก. 4-01 จะสานต่อแน่ ถ้าไม่ก็ใช้ ส.ส. ขับเคลื่อนในสภา สำหรับข่าวลือที่พรรคถูกสกัดเพราะนักการเมืองคนอื่น ธรรมนัสตอบกวนๆ “นักวิชาการใช่มั้ย ไม่รู้จริง”

ธรรมนัสยังวิเคราะห์ว่า ชัยชนะเลือกตั้งไม่การันตีรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน พรรคอันดับ 1 ควบคุมได้ แต่พรรคกล้าธรรมไม่ได้อันดับ 1 ก็ต้องยอมรับ ส่วนปัญหากับภูมิใจไทยเรื่องแข่ง ส.ส. ในเขตเดียวกัน เขาตอบฮาๆ “ถ้าไม่แข่ง ก็ฮั้วกันสิ”

  • พร้อมทำงานฝ่ายค้าน ร่วมกับพรรคประชาชน
  • เน้นผลประโยชน์ประชาชน ไม่ค้านมั่ว
  • สานต่อนโยบายเกษตร เช่น สปก. 4-01
  • มิตรภาพการเมืองเปลี่ยนได้ ไม่เป็นศัตรูถาวร
  • อาจลาออกจากเกษตรฯ ไม่นาน ถ้าวาสนากลับมาจะทำให้ดีกว่าเดิม
ธรรมนัส พูดบนเวทีกระทรวงเกษตร

ในงานสัมมนาเกษตรกรช่วงเช้า ธรรมนัสพูดเปรยบนเวทีว่า “อาจไปไม่นาน ถ้ามีวาสนากลับมา จะทำให้ดี” พร้อมฝากข้าราชการสำนึกแผ่นดิน อย่าลืมว่าเป็นข้าของประชาชน รัฐมนตรีเปลี่ยน แต่กระทรวงคือบ้าน ต้องรักงาน ทำงานเต็มที่ 8 โมงถึง 4 โมง

ปิดท้ายแซวสื่อว่า ไม่ต้องดักรอที่กระทรวง และย้ำ “ผมไม่ใช่ฝ่ายค้าน ฝ่ายแค้น มีคุณธรรมพอ” แสดงถึงสไตล์การเมืองแบบเก๋าเกมของธรรมนัส

สถานการณ์การเมืองไทยหลังเลือกตั้งยังผันผวน พรรคกล้าธรรมอาจกลายเป็นตัวแปรสำคัญในฝ่ายค้าน คุณมองว่าธรรมนัสจะกลับมารัฐบาลได้จริงหรือ? การจับมือปชน. จะสำเร็จแค่ไหน? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์ได้เลย! ติดตามข่าวการเมืองอัปเดตทุกวันเพื่อไม่พลาดทุกมุมมอง

ที่มา – “ธรรมนัส” พร้อมจับมือ ปชน. เป็นฝ่ายค้าน ลั่นอาจไปไม่นาน ถ้ามีวาสนาได้กลับมาจะทำให้ดี

“โรม” ถามแรง รมต.แก๊งลูกบังเกิดเกล้าพึ่งพาได้กี่คน

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวบล็อกข่าวการเมืองวันนี้เรามาพูดถึงประเด็นร้อนๆ ที่ “โรม” ถามแรง รมต.แก๊งลูกบังเกิดเกล้าพึ่งพาได้กี่คน กันครับ นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้ออกมาวิเคราะห์สถานการณ์การจัดตั้งรัฐบาลอนุทิน 2 อย่างแสบสัน โดยเฉพาะแก๊งลูกบังเกิดเกล้าจากพรรคภูมิใจไทย ที่หลายคนตั้งคำถามว่าพวกเขาพึ่งพาได้จริงหรือ ในยุคที่ประเทศไทยกำลังเผชิญความท้าทายมากมาย ทั้งเศรษฐกิจ สังคม และปัญหาอาชญากรรมออนไลน์

“โรม” ถามแรง รมต.แก๊งลูกบังเกิดเกล้าพึ่งพาได้กี่คน

เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2569 ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม ได้ให้สัมภาษณ์อย่างตรงไปตรงมา โดยชี้ว่าประชาชนคาดหวังคณะรัฐมนตรีที่เน้นความสามารถมากกว่าความสัมพันธ์ทางสายเลือด “ข่าวการจัดตั้งรัฐบาลยังเปลี่ยนแปลงได้ แต่ถ้าเอาวงศาคณาญาติมาเป็นหลัก เราจะรับมือปัญหาประเทศได้จริงเหรอ?” โรมตั้งคำถามถึงรัฐมนตรีกลุ่มนี้ ซึ่งเป็นทายาทนักการเมืองรุ่นใหม่ของพรรคภูมิใจไทย

โรมย้ำว่าประเทศมีปัญหาเพียบ ไม่ว่าจะเป็นการฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังโควิด การปฏิรูปโครงสร้างสังคม หรือแม้กระทั่งปัญหาสแกมเมอร์ที่กำลังระบาดหนัก ถ้ารัฐมนตรีส่วนใหญ่ขาดความเชี่ยวชาญ เราจะฝากอนาคตชาติไว้กับใคร? นี่คือคำถามที่ “โรม” ถามแรง รมต.แก๊งลูกบังเกิดเกล้าพึ่งพาได้กี่คน ซึ่งสะท้อนความกังวลของประชาชนจำนวนมาก

เตือนท่าทีรัฐบาลให้ “ชนนพัฒฐ์” เสวยสุข หยามกฎหมาย

นอกจากนี้ โรมยังกัดไม่หยุดกรณีสแกมเมอร์ โดยเฉพาะ นายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว ส.ส.สงขลา เขต 4 พรรคกล้าธรรม ที่ถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับอาชญากรรมออนไลน์ แต่กลับยังใช้ชีวิตปกติสุข ไปงานแต่งได้สบายๆ โรมเตือนว่ารัฐบาลมีท่าทีอ่อนแอเกินไป “ทำไมเจ้าหน้าที่ถึงไม่จริงจัง? ถ้าเป็นพรรคส้ม คดีคงรวดเร็วปานกามนิตหนุ่ม แต่กรณีนี้กลับปล่อยให้เสวยสุข หยามกฎหมายชัดๆ”

โรมยังพูดถึงกรณีเครื่องบินของนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ที่เชื่อมโยงกับนายเบน สมิธ ซึ่งข้อมูลหลุดออกมาแต่ยังไม่มีดำเนินการจริงจัง แม้จะส่งเรื่องให้ ป.ป.ช. แล้วก็ตาม พรรคประชาชนในฐานะว่าที่ฝ่ายค้านพร้อมตรวจสอบเต็มที่ ถ้าสภาฯ เปิดเร็วๆ นี้

  • ปัญหาสแกมเมอร์ข้ามชาติยังแก้ไม่จริงจัง
  • นักการเมืองที่เกี่ยวข้องอ้างเอกสิทธิ์immunity
  • มาตรฐานสองที่สำหรับพรรคการเมืองต่างๆ
  • เว็บพนันออนไลน์ยังลุกลาม

โรมชี้ว่าการขยันช่วงเลือกตั้งหายไป กลายเป็นอุ้มชูกันแทน ทำให้ประชาชนไม่มั่นใจในประสิทธิภาพรัฐบาล ส่วนโอกาสส่งตัวนายชนนพัฒฐ์ไปดำเนินคดี โรมบอกว่ากระบวนการสภาฯ 過去มีน้อยมากที่ส่ง ส.ส. แต่เจ้าหน้าที่รู้จังหวะดี ถ้าอ้างปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ก็ยังดำเนินการได้หลัง 12 มีนาคม

พรรคประชาชนยืนกรานไม่โหวตอนุทิน

โรมย้ำคำพูดตอนหาเสียงว่าจะไม่โหวตนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกฯ เพราะพรรคอันดับ 1 มีสิทธิ์จัดตั้งก่อน พรรคประชาชนรักษาคำสัญญากับประชาชน แต่ยังไม่แน่ใจฝ่ายค้านจะมีใครบ้าง อาจมีงูเห่า และพรรคกล้าธรรมยังคลุมเครือ ขอให้ถาม ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า

ประเด็นนี้ทำให้การเมืองไทยร้อนระอุยิ่งขึ้น แก๊งลูกบังเกิดเกล้าจะพึ่งได้จริงหรือ? ประชาชนรอดูท่าทีรัฐบาลต่อสแกมเมอร์และนักการเมืองต้องสงสัย โรมเรียกร้องมาตรฐานเดียวกัน ไม่เลือกปฏิบัติ

เพื่อขยายมุมมอง ลองดูบริบทกว้างๆ การเมืองไทยชุดนี้มีข้อครหาเรื่องเลือกตั้งมัวหมอง สภาฯ เปิดช้า ทำให้ฝ่ายค้านตรวจสอบลำบาก ปัญหาสแกมเมอร์ไม่ใช่แค่เงินหาย แต่ทำลายความเชื่อมั่นระบบยุติธรรม ถ้ารัฐบาลไม่เอาจริง ประชาชนจะยิ่งผิดหวัง

ในมุม SEO การเมือง 关键词 อย่าง รังสิมันต์ โรม, พรรคประชาชน, รัฐบาลอนุทิน, สแกมเมอร์การเมือง, ชนนพัฒฐ์ จะช่วยให้บทความนี้เข้าถึงคนสนใจข่าวการเมืองไทยมากขึ้น

สุดท้าย ความเห็นส่วนตัว: “โรม” ถามแรง รมต.แก๊งลูกบังเกิดเกล้าพึ่งพาได้กี่คน เป็นคำถามที่รัฐบาลต้องตอบ ประชาชนสมควรได้ผู้นำที่มีศักยภาพจริง ไม่ใช่เนโปติซึม ชวนเพื่อนๆ คอมเมนต์ด้านล่างว่าคุณคิดยังไงกับรัฐบาลชุดนี้? กดแชร์เพื่อให้ข่าวนี้แพร่หลาย!

ที่มา – “โรม” ถามแรง รมต.แก๊งลูกบังเกิดเกล้าพึ่งพาได้กี่คน เตือนท่าทีรัฐให้ “ชนนพัฒฐ์” เสวยสุข

นายกฯ ลาป่วย มอบ “พิพัฒน์” นำประชุม ครม.

ในวันที่ 10 มีนาคม 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล เกิดเหตุการณ์สำคัญที่ทุกคนให้ความสนใจ เมื่อนายกฯ ลาป่วย มอบ “พิพัฒน์” นำประชุม ครม. โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี แจ้งลาป่วยกะทันหัน ทำให้ต้องมอบหมายให้นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม มาดำเนินการเป็นประธานแทน หากนายกฯ สภาพดีขึ้น คาดว่าจะเดินทางมาร่วมทีหลัง

นายกฯ ลาป่วย มอบ “พิพัฒน์” นำประชุม ครม.

การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ครั้งนี้ มีรัฐมนตรีหลายท่านที่ไม่สามารถเข้าร่วมได้ โดยมีผู้ลาประชุมทั้งหมด 5 คน ได้แก่ ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกฯ และรัฐมนตรีเกษตรฯ, นายอัครา พรหมเผ่า รัฐมนตรีพัฒนาสังคม, น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ, นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีดิจิทัลฯ (ลาป่วย) และนายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีสาธารณสุข ส่วนนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีศึกษาฯ เข้าประชุมผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ Zoom

รัฐมนตรีงดใส่สูท ประหยัดพลังงานเริ่มต้น

  • รัฐมนตรีและผู้ติดตามแต่งกายด้วยเสื้อเชิ้ต งดสูทและเนกไท เพื่อเป็นตัวอย่างมาตรการประหยัดพลังงาน
  • เป็นส่วนหนึ่งของการขอความร่วมมือจากประชาชน ท่ามกลางสถานการณ์ราคาพลังงานผันผวน

วาระสำคัญของการประชุมวันนี้ มุ่งเน้นไปที่ผลกระทบจากราคาพลังงานโลก โดยเฉพาะทิศทางราคาน้ำมันที่ได้รับอิทธิพลจากสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง ซึ่งทำให้ราคาน้ำมันดิบ Brent และ WTI พุ่งสูง ส่งผลกระทบโดยตรงต่อประเทศไทยที่พึ่งพาการนำเข้าน้ำมันกว่า 80% รัฐบาลจึงหารือมาตรการประหยัดพลังงานต่าง ๆ เช่น การลดใช้เครื่องปรับอากาศในอาคารรัฐ, ส่งเสริมการใช้รถสาธารณะ, และรณรงค์ให้ประชาชนปิดไฟเมื่อไม่ใช้งาน

นอกจากนี้ ยังมีการพิจารณาวาระสำคัญอื่น ๆ เช่น สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) เสนอร่างพระราชกฤษฎีกาเรียกประชุมรัฐสภา พ.ศ. 2569 เพื่อกำหนดวันเปิดสมัยประชุมใหม่

วาระเพื่อทราบจากหน่วยงานต่าง ๆ

  • คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เสนอมาตรการป้องกันการทุจริตเกี่ยวกับการลักลอบค้ายุทธภัณฑ์ที่อาจใช้ในการรบ ตาม พ.ร.บ.ควบคุมยุทธภัณฑ์ พ.ศ. 2530 ซึ่งเป็นประเด็นละเอียดอ่อนท่ามกลางความขัดแย้งโลก
  • กระทรวงพาณิชย์ รายงานดัชนีเศรษฐกิจการค้าประจำเดือนมกราคม 2569 สถานการณ์ส่งออกไทยเดือนธันวาคม 2568 และทั้งปี 2568 โดยคาดว่าการส่งออกจะฟื้นตัวดีขึ้นแม้เผชิญสงครามการค้า
  • ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน เสนอสรุปการป้องกันอุบัติเหตุช่วงสงกรานต์ เพื่อเตรียมพร้อมเทศกาลปีใหม่ไทย

สถานการณ์ตะวันออกกลางที่รุนแรงขึ้น โดยเฉพาะความขัดแย้งระหว่างอิสราเอล-ฮามาส และความตึงเครียดในทะเลแดง ทำให้เส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญถูกขัดขวาง ส่งผลให้ราคาน้ำมันโลกพุ่งทะลุ 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ประเทศไทยซึ่งนำเข้าน้ำมันดิบกว่า 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน จึงต้องเร่งมาตรการรับมือ อย่างการกระจายจุดจำหน่ายน้ำมัน LPG สำหรับแท็กซี่สาธารณะ และส่งเสริมพลังงานทดแทน เช่น โซลาร์และลม

การที่รัฐมนตรีเริ่มงดใส่สูท ถือเป็นสัญญาณเชิงสัญลักษณ์ที่ดี แสดงถึงความจริงจังของรัฐบาลในการประหยัดพลังงานจากเครื่องปรับอากาศ คาดว่ามาตรการนี้จะขยายไปสู่หน่วยงานรัฐทั่วประเทศ ช่วยลดค่าไฟฟ้าได้หลายสิบล้านบาทต่อเดือน นอกจากนี้ ประชาชนสามารถมีส่วนร่วมได้โดยการตรวจจสอบการใช้ไฟฟ้าในบ้าน เช่น ใช้หลอด LED และตั้งเครื่องปรับที่ 25 องศา

โดยรวมแล้ว การประชุมครั้งนี้สะท้อนถึงความคล่องตัวของรัฐบาลในการรับมือวิกฤต แม้ผู้นำจะลาป่วย แต่การมอบหมายให้ “พิพัฒน์” นำประชุม ครม. ก็ดำเนินไปอย่างราบรื่น หากคุณกำลังกังวลเรื่องราคาน้ำมันที่แพงขึ้น ลองปรับพฤติกรรมประหยัดพลังงานตั้งแต่วันนี้ เพื่อช่วย國家และตัวเองในระยะยาว

ความเห็นส่วนตัว: มาตรการงดสูทดูจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี แต่รัฐบาลควรมีนโยบายใหญ่ เช่น ลดภาษีนำเข้าน้ำมันหรือเร่งรถ EV ให้ชัดเจนกว่านี้ เพื่อให้ประชาชนได้รับผลดีจริง

ติดตามข่าวสารการเมืองและเศรษฐกิจเพิ่มเติมได้ที่บล็อกของเรา หรือแชร์บทความนี้หากคุณเห็นด้วยกับมาตรการประหยัดพลังงาน!

ที่มา – นายกฯ ลาป่วย มอบ “พิพัฒน์” นำประชุม ครม. ถกมาตรการประหยัดพลังงาน ขณะ รมต. งดใส่สูทเข้าประชุม

“อนุทิน” ปัดตอบปมเคยตั้ง “ธรรมนัส” นั่ง รมต.

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวการเมืองไทยทุกท่าน วันนี้เรามาคุยกันเรื่องร้อนๆ ในแวดวงการเมือง ที่กำลังเป็นกระแสอนุทิน ปัดตอบปมเคยตั้ง ธรรมนัส นั่ง รมต.กันเลยทีเดียว นายอนุทิน ชาญวีรกูล ในฐานะนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้ให้สัมภาษณ์แบบปัดๆ ไปมา เกี่ยวกับประเด็นที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า จากพรรคกล้าธรรม ประกาศว่าจะไม่ยอมเสียศักดิ์ศรีเดินเข้าหาพรรคภูมิใจไทยอีก และเรื่องคุณสมบัติในการตั้งรัฐมนตรี เรียกได้ว่าสถานการณ์ตึงเครียดแต่ อนุทินก็เล่นบทเพลย์เซฟแบบมือโปรเลยครับ

อนุทิน ปัดตอบปมเคยตั้ง ธรรมนัส นั่ง รมต. ที่สนามช้าง จ.บุรีรัมย์

อนุทิน ปัดตอบปมเคยตั้ง ธรรมนัส นั่ง รมต.

เหตุการณ์เกิดขึ้นวันที่ 8 มี.ค. 2569 เวลา 10.30 น. ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งเป็นสังเวียนแข่งขันมอเตอร์สปอร์ตชื่อดังของเจ้าของพรรคภูมิใจไทย เมื่อนักข่าวถามถึงกรณีที่ ร.อ.ธรรมนัส เคยถูกตั้งเป็นรัฐมนตรีสมัยก่อน แต่ครั้งนี้ทำไมไม่กล้าแต่งตั้งอีก นายอนุทินเลือกที่จะไม่ตอบตรงๆ แต่ยกคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเรื่องหลักเกณฑ์คุณสมบัติรัฐมนตรีมาเป็นเกราะป้องกัน บอกว่าต้องยึดตามนั้น และขอเพลย์เซฟไว้ก่อน เพื่อไม่ให้เสียเวลาไปรบกับศาล

บริบทพรรคกล้าธรรมประกาศเป็นฝ่ายค้าน

ก่อนหน้านี้ นายไผ่ ลิกค์ ส.ส.กำแพงเพชร เลขาธิการพรรคกล้าธรรม ประกาศชัดว่าจะเป็นฝ่ายค้าน ขณะที่เลขาฯ พรรคภูมิใจไทยอย่างนายไชยชนก ชิดชอบ บอกว่ารัฐบาลจัดตั้งเสร็จ 99.99% แล้ว แต่อนุทิน ปัดตอบปมเคยตั้ง ธรรมนัส นั่ง รมต. โดยบอกว่าทุกพรรคต้องพร้อมทุกบทบาท พรรคภูมิใจไทยเองก็เคยเป็นรัฐบาลแล้วกลายเป็นฝ่ายค้านมาแล้ว ยกตัวอย่างพรรคประชาชนที่เป็นฝ่ายค้านมาตลอดแต่ก็ทำประโยชน์ให้ประเทศได้มากมาย อย่ายึดติดว่ารัฐบาลหรือค้านนะครับ

ส่วนเรื่องจัดตั้งรัฐบาล อนุทินย้ำว่าต้องรอขั้นตอน รอเลือกประธานสภาในวันที่ 14 มี.ค. 2569 ก่อน แล้วค่อยตั้งคณะรัฐมนตรีที่ต้องโปรดเกล้าฯ ไม่ควรพูดล่วงหน้าเพราะมิบังควร บอกว่าพรรคแต่ละพรรคมีสไตล์ต่างกัน ไม่ต้องเลียนแบบใคร

  • หลักเกณฑ์เชิญร่วมรัฐบาล: ยึดหลักทำงานเพื่อประชาชนและขับเคลื่อนประเทศ
  • มั่นใจโหวตนายกฯ: ต้องมีกระบวนการก่อน พูดคุยระดับหนึ่ง
  • เรื่องธรรมนัส: เคารพศักดิ์ศรีหัวหน้าพรรคทุกพรรค ไม่ได้คุยกันเลย
ภาพอนุทิน ชาญวีรกูล ระหว่างให้สัมภาษณ์ปมอนุทิน ปัดตอบปมเคยตั้ง ธรรมนัส นั่ง รมต.

วิเคราะห์สถานการณ์การเมืองหลังเลือกตั้ง

จากคำตอบของอนุทิน เห็นได้ชัดว่าพรรคภูมิใจไทยกำลังวางหมากอย่างระมัดระวัง โดยเฉพาะประเด็นจริยธรรมและคุณสมบัติรัฐมนตรีที่ศาลรัฐธรรมนูญเคยวินิจฉัยชัดเจนแล้ว ไม่อยากเสี่ยงโดนร้องเรียน แม้เคยตั้งธรรมนัสมาก่อนแต่ตอนนี้สถานการณ์เปลี่ยน พรรคกล้าธรรมอาจไปทางฝ่ายค้านเต็มตัว ทำให้การจัดตั้งรัฐบาลน่าจะเน้นพรรคร่วมที่มั่นคงกว่า

นอกจากนี้ อนุทินยังเน้นย้ำว่าพรรคการเมืองต้องทำหน้าที่ผู้แทนราษฎรให้ดี ไม่ว่าจะบทบาทไหนก็สร้างประโยชน์ได้ทั้งนั้น เป็นการส่งสัญญาณให้ทุกฝ่ายใจเย็น รอขั้นตอนกฎหมาย

ส่วนตัวผมมองว่าอนุทิน ปัดตอบปมเคยตั้ง ธรรมนัส นั่ง รมต. แบบนี้ เป็นกลยุทธ์ฉลาด ป้องกันดราม่า แต่ก็ทำให้เกิดคำถามต่อว่าพรรคกล้าธรรมจะไปทางไหนต่อ หรือจะมีเซอร์ไพรส์อะไรรออยู่ คุณล่ะคิดยังไงกับเรื่องนี้? คอมเมนต์มาบอกกันหน่อยครับ หรือติดตามข่าวการเมืองอัปเดตเพิ่มเติมได้ที่บล็อกนี้เลย!

สุดท้ายนี้ การเมืองไทยยังคงน่าติดตามเสมอ หวังว่ารัฐบาลใหม่จะมาถึงเร็วๆ เพื่อขับเคลื่อนประเทศให้เจริญรุ่งเรือง

ที่มา – “อนุทิน” ปัดตอบปมเคยตั้ง “ธรรมนัส” นั่ง รมต. ยกพรรคประชาชนก็เป็นฝ่ายค้านมาตลอด

“ธรรมนัส” ไม่รู้ปม DSI-ปปง ค้นบ้านชนนพัฒฐ์ ชี้ไม่กระทบกล้าธรรม

วันนี้เรามาพูดถึงประเด็นร้อนทางการเมืองที่กำลังเป็นที่สนใจของประชาชนทั่วประเทศ นั่นคือ ธรรมนัส ไม่รู้ปม DSI-ปปง ค้นบ้านชนนพัฒฐ์ ซึ่งกลายเป็นข่าวใหญ่เมื่อเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) นำกำลังบุกค้นบ้านของนายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว ส.ส.เขต 3 สงขลา สังกัดพรรคกล้าธรรม โดยเชื่อมโยงกับปมเว็บพนันออนไลน์ที่กำลังถูกจับตาอย่างหนัก

ธรรมนัส ไม่รู้ปม DSI-ปปง ค้นบ้านชนนพัฒฐ์

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นท่ามกลางกระแสข่าวการปราบปรามเว็บพนันออนไลน์ที่รัฐบาลให้ความสำคัญ โดย DSI และ ปปง. กำลังเร่งสืบสวนเครือข่ายอาชญากรรมทางไซเบอร์ที่แพร่ระบาด สร้างความเสียหายให้สังคมไทยมหาศาล ไม่ว่าจะเป็นการฟอกเงิน การพนันผิดกฎหมาย และปัญหาสังคมที่ตามมา ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ได้ให้สัมภาษณ์เมื่อเวลา 11.55 น. วันที่ 6 มีนาคม 2567 ที่อาคารรัฐสภา โดยยืนยันว่า ธรรมนัส ไม่รู้ปม DSI-ปปง ค้นบ้านชนนพัฒฐ์ ยังไม่มีข้อมูลรายละเอียด และต้องรอฟังการแถลงจากกระทรวงยุติธรรมในวันเดียวกันนั้น

ธรรมนัส ไม่รู้ปม DSI-ปปง ค้นบ้านชนนพัฒฐ์

ร.อ.ธรรมนัส กล่าวอย่างชัดเจนว่า ตนเองยังไม่ทราบรายละเอียดของคดีนี้เลย เนื่องจากนายชนนพัฒฐ์เป็น ส.ส. ที่มีเอกสิทธิ์คุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ จึงต้องรอให้กระบวนการยุติธรรมดำเนินไปตามขั้นตอน เขายังเน้นย้ำว่าเรื่องนี้เป็น “ความผิดเฉพาะบุคคล” ไม่ได้เกี่ยวข้องกับพรรคกล้าธรรมโดยรวม เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงผลกระทบต่อภาพลักษณ์พรรค ร.อ.ธรรมนัส ตอบกลับด้วยน้ำเสียงขบขันว่า “ไม่เกี่ยว เป็นเรื่องส่วนตัว” และย้อนถามสื่อว่า “ทำไมไม่ถามเรื่องการทำงานในสภาฯ บ้าง” ซึ่งสะท้อนถึงความหงุดหงิดต่อการโฟกัสที่ประเด็นลบมากกว่าผลงาน

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ให้สัมภาษณ์ปม DSI ค้นบ้าน ส.ส.ชนนพัฒฐ์

ปฏิกิริยาจากฝั่งพรรคกล้าธรรม

นอกจากนี้ เมื่อถามย้ำว่านายชนนพัฒฐ์เคยอ้างว่าตนได้โทรคุยกับ ร.อ.ธรรมนัส แล้วนั้น ทำให้ ร.อ.ธรรมนัส หัวเราะและบอกว่า “กลับมาเรื่องนี้อีกแล้ว” ส่วนนายไผ่ ลิกค์ เลขาธิการพรรคกล้าธรรม ได้ขอให้สื่อรอหลังประชุมพรรคเพื่อแถลงเพิ่มเติม พรรคกล้าธรรมซึ่งเป็นพรรคใหม่ที่กำลังสร้างฐานเสียง โดยมี ร.อ.ธรรมนัส เป็นกำลังสำคัญ กำลังเผชิญบททดสอบครั้งใหญ่จากประเด็นนี้ แม้จะยืนยันว่าไม่กระทบ แต่ก็อาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นของสมาชิกและผู้สนับสนุน

DSI และ ปปง. มีบทบาทสำคัญในการสืบสวนคดีใหญ่ โดย DSI รับผิดชอบคดีพิเศษที่มีความซับซ้อน ส่วน ปปง. มุ่งปราบปรามการฟอกเงิน ปมเว็บพนันออนไลน์นี้เชื่อมโยงกับขบวนการใหญ่ที่มีมูลค่าหลายพันล้านบาท สร้างรายได้ให้รัฐสูญเสียภาษีมหาศาล และก่อปัญหายาเสพติด หนี้สิน สังคมแตกแยก

  • DSI และ ปปง. บุกค้น: เพื่อหาหลักฐานเชื่อมโยงเว็บพนัน
  • สถานะ ส.ส.: มีเอกสิทธิ์ ต้องยื่นศาลรัฐธรรมนูญถอน
  • มุมมองธรรมนัส: เรื่องส่วนบุคคล ไม่กระทบพรรค
  • การทำงานสภา: เรียกร้องให้สื่อสนใจผลงานมากขึ้น

ข่าวปม DSI-ปปง ค้นบ้าน ส.ส.พรรคกล้าธรรม

บริบทและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น

พรรคกล้าธรรมก่อตั้งขึ้นเพื่อต่อสู้กับการทุจริตและยึดมั่นหลักธรรมาภิบาล แต่ประเด็นนี้ทำให้ถูกตั้งคำถาม หากคดีมีมูลจริง อาจนำไปสู่การถอนเอกสิทธิ์และดำเนินคดี ขณะที่ ร.อ.ธรรมนัส เองก็มีประวัติเคยถูกกล่าวหาคดีเก่าแต่พ้นผิดมาแล้ว ทำให้ข่าวนี้ยิ่ง敏感 การแถลงของกระทรวงยุติธรรมจึงเป็นจุดเปลี่ยนที่ทุกคนรอคอย นอกจากนี้ ยังสะท้อนปัญหาใหญ่ของการเมืองไทยที่ ส.ส. ถูกผูกโยงกับข่าวอาชญากรรมบ่อยครั้ง ส่งผลต่อความเชื่อมั่นประชาชน

ในมุมมองของผู้เขียน ธรรมนัส ไม่รู้ปม DSI-ปปง ค้นบ้านชนนพัฒฐ์ อาจเป็นโอกาสให้พรรคพิสูจน์ความโปร่งใส หากจัดการเด็ดขาด จะช่วยเสริมภาพลักษณ์ได้ การเมืองไทยควรโฟกัสที่การทำงานเพื่อประชาชนมากกว่าสร้างข่าวลือ สุดท้ายแล้ว กระบวนการยุติธรรมต้องเป็นธรรมและโปร่งใสเพื่อความยุติธรรมแก่ทุกฝ่าย

คุณคิดเห็นอย่างไรกับประเด็นนี้? มาร่วมแสดงความคิดเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมติดตามข่าวอัปเดตการเมืองไทยจากบล็อกของเราเพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ!

ที่มา – “ธรรมนัส” ไม่รู้ปม DSI-ปปง. ค้นบ้าน “ชนนพัฒฐ์” ชี้เรื่องส่วนบุคคล ไม่กระทบกล้าธรรม

Scroll to top