นายกฯ ลาป่วย มอบ 'พิพัฒน์' นำประชุม ครม. ถกมาตรการประหยัดพลังงาน ขณะ รมต. งดใส่สูทเข้าประชุม

นายกฯ ลาป่วย มอบ “พิพัฒน์” นำประชุม ครม.

ในวันที่ 10 มีนาคม 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล เกิดเหตุการณ์สำคัญที่ทุกคนให้ความสนใจ เมื่อนายกฯ ลาป่วย มอบ “พิพัฒน์” นำประชุม ครม. โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี แจ้งลาป่วยกะทันหัน ทำให้ต้องมอบหมายให้นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม มาดำเนินการเป็นประธานแทน หากนายกฯ สภาพดีขึ้น คาดว่าจะเดินทางมาร่วมทีหลัง

นายกฯ ลาป่วย มอบ “พิพัฒน์” นำประชุม ครม.

การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ครั้งนี้ มีรัฐมนตรีหลายท่านที่ไม่สามารถเข้าร่วมได้ โดยมีผู้ลาประชุมทั้งหมด 5 คน ได้แก่ ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกฯ และรัฐมนตรีเกษตรฯ, นายอัครา พรหมเผ่า รัฐมนตรีพัฒนาสังคม, น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ, นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีดิจิทัลฯ (ลาป่วย) และนายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีสาธารณสุข ส่วนนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีศึกษาฯ เข้าประชุมผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ Zoom

รัฐมนตรีงดใส่สูท ประหยัดพลังงานเริ่มต้น

  • รัฐมนตรีและผู้ติดตามแต่งกายด้วยเสื้อเชิ้ต งดสูทและเนกไท เพื่อเป็นตัวอย่างมาตรการประหยัดพลังงาน
  • เป็นส่วนหนึ่งของการขอความร่วมมือจากประชาชน ท่ามกลางสถานการณ์ราคาพลังงานผันผวน

วาระสำคัญของการประชุมวันนี้ มุ่งเน้นไปที่ผลกระทบจากราคาพลังงานโลก โดยเฉพาะทิศทางราคาน้ำมันที่ได้รับอิทธิพลจากสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง ซึ่งทำให้ราคาน้ำมันดิบ Brent และ WTI พุ่งสูง ส่งผลกระทบโดยตรงต่อประเทศไทยที่พึ่งพาการนำเข้าน้ำมันกว่า 80% รัฐบาลจึงหารือมาตรการประหยัดพลังงานต่าง ๆ เช่น การลดใช้เครื่องปรับอากาศในอาคารรัฐ, ส่งเสริมการใช้รถสาธารณะ, และรณรงค์ให้ประชาชนปิดไฟเมื่อไม่ใช้งาน

นอกจากนี้ ยังมีการพิจารณาวาระสำคัญอื่น ๆ เช่น สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) เสนอร่างพระราชกฤษฎีกาเรียกประชุมรัฐสภา พ.ศ. 2569 เพื่อกำหนดวันเปิดสมัยประชุมใหม่

วาระเพื่อทราบจากหน่วยงานต่าง ๆ

  • คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เสนอมาตรการป้องกันการทุจริตเกี่ยวกับการลักลอบค้ายุทธภัณฑ์ที่อาจใช้ในการรบ ตาม พ.ร.บ.ควบคุมยุทธภัณฑ์ พ.ศ. 2530 ซึ่งเป็นประเด็นละเอียดอ่อนท่ามกลางความขัดแย้งโลก
  • กระทรวงพาณิชย์ รายงานดัชนีเศรษฐกิจการค้าประจำเดือนมกราคม 2569 สถานการณ์ส่งออกไทยเดือนธันวาคม 2568 และทั้งปี 2568 โดยคาดว่าการส่งออกจะฟื้นตัวดีขึ้นแม้เผชิญสงครามการค้า
  • ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน เสนอสรุปการป้องกันอุบัติเหตุช่วงสงกรานต์ เพื่อเตรียมพร้อมเทศกาลปีใหม่ไทย

สถานการณ์ตะวันออกกลางที่รุนแรงขึ้น โดยเฉพาะความขัดแย้งระหว่างอิสราเอล-ฮามาส และความตึงเครียดในทะเลแดง ทำให้เส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญถูกขัดขวาง ส่งผลให้ราคาน้ำมันโลกพุ่งทะลุ 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ประเทศไทยซึ่งนำเข้าน้ำมันดิบกว่า 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน จึงต้องเร่งมาตรการรับมือ อย่างการกระจายจุดจำหน่ายน้ำมัน LPG สำหรับแท็กซี่สาธารณะ และส่งเสริมพลังงานทดแทน เช่น โซลาร์และลม

การที่รัฐมนตรีเริ่มงดใส่สูท ถือเป็นสัญญาณเชิงสัญลักษณ์ที่ดี แสดงถึงความจริงจังของรัฐบาลในการประหยัดพลังงานจากเครื่องปรับอากาศ คาดว่ามาตรการนี้จะขยายไปสู่หน่วยงานรัฐทั่วประเทศ ช่วยลดค่าไฟฟ้าได้หลายสิบล้านบาทต่อเดือน นอกจากนี้ ประชาชนสามารถมีส่วนร่วมได้โดยการตรวจจสอบการใช้ไฟฟ้าในบ้าน เช่น ใช้หลอด LED และตั้งเครื่องปรับที่ 25 องศา

โดยรวมแล้ว การประชุมครั้งนี้สะท้อนถึงความคล่องตัวของรัฐบาลในการรับมือวิกฤต แม้ผู้นำจะลาป่วย แต่การมอบหมายให้ “พิพัฒน์” นำประชุม ครม. ก็ดำเนินไปอย่างราบรื่น หากคุณกำลังกังวลเรื่องราคาน้ำมันที่แพงขึ้น ลองปรับพฤติกรรมประหยัดพลังงานตั้งแต่วันนี้ เพื่อช่วย國家และตัวเองในระยะยาว

ความเห็นส่วนตัว: มาตรการงดสูทดูจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี แต่รัฐบาลควรมีนโยบายใหญ่ เช่น ลดภาษีนำเข้าน้ำมันหรือเร่งรถ EV ให้ชัดเจนกว่านี้ เพื่อให้ประชาชนได้รับผลดีจริง

ติดตามข่าวสารการเมืองและเศรษฐกิจเพิ่มเติมได้ที่บล็อกของเรา หรือแชร์บทความนี้หากคุณเห็นด้วยกับมาตรการประหยัดพลังงาน!

ที่มา – นายกฯ ลาป่วย มอบ “พิพัฒน์” นำประชุม ครม. ถกมาตรการประหยัดพลังงาน ขณะ รมต. งดใส่สูทเข้าประชุม

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Share the Post: