ปั๊มน้ํามัน

ปชป. เปิดแพลตฟอร์ม “จับตา” แก้สินค้าแพง เชื่อมรัฐคุมราคา

ปชป. เปิดแพลตฟอร์ม “จับตา” แก้สินค้าแพง เป็นข่าวดีสำหรับประชาชนที่กำลังเผชิญค่าครองชีพสูงขึ้นทุกวัน จากสถานการณ์ความขัดแย้งในต่างประเทศที่ทำให้ราคาพลังงานและต้นทุนสินค้าพุ่งปรี๊ด พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ไม่นิ่งนอนใจ ร่วมกับทีม Tech Lab เปิดตัวเครื่องมือดิจิทัลสุดล้ำเพื่อช่วยเหลือโดยตรง โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้น้อย ผู้ประกอบการ SME และเกษตรกรที่เดือดร้อนหนัก

ปชป. เปิดแพลตฟอร์ม “จับตา” แก้สินค้าแพง

ปชป. เปิดแพลตฟอร์ม “จับตา” แก้สินค้าแพง อย่างไร

เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2569 ที่สำนักงานพรรคประชาธิปัตย์ นางการดี เลียวไพโรจน์ สมาชิกรัฐสภาและนายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรค พร้อมทีมงาน แถลงข่าวเปิดตัวแพลตฟอร์ม “จับตา” อย่างเป็นทางการ แพลตฟอร์มนี้เปลี่ยนบทบาทประชาชนจากผู้เดือดร้อนให้กลายเป็น “ผู้ตรวจสอบ” รายงานราคาสินค้าอุปโภคบริโภคแบบเรียลไทม์ทั่วประเทศ ผ่านแผนที่อัจฉริยะที่แสดงข้อมูลสรุปชัดเจน เห็นจุดไหนราคาผิดปกติหรือถูกกักตุนได้ทันที เหมือนมี Early Warning System ในมือทุกคน

ภาพแถลงข่าวปชป. เปิดแพลตฟอร์ม จับตา
ตัวอย่างแผนที่ราคาสินค้าบนแพลตฟอร์ม จับตา

คุณสมบัติเด่นของแพลตฟอร์ม “จับตา”

  • รายงานราคาเรียลไทม์: ถ่ายรูปใบเสร็จหรือป้อนข้อมูลราคาสินค้าที่ตลาด ตลาดนัด ร้านค้า ส่งตรงเข้าฐานข้อมูล
  • แผนที่อัจฉริยะ: แสดงจุดสีแดงเมื่อราคาพุ่งผิดปกติ ช่วยเห็นภาพรวมทั้งประเทศ
  • บูรณาการ Line OA: เข้าถึงง่าย สแกนลิงก์ https://liff.line.me/2009555163-09I8zuzR ทดลองใช้เวอร์ชันเบต้าได้เลย
  • API เชื่อมภาครัฐ: เปิดให้กระทรวงพาณิชย์ กรมการค้าภายในดึงข้อมูล ควบคุมราคาโปร่งใส

นางการดี เน้นย้ำว่า ข้อมูลจากแพลตฟอร์มจะนำไปวิเคราะห์ช่วยเหลือแบบเจาะจง อย่างโครงการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย ลดภาระ SME และสนับสนุนเกษตรกร ทดสอบระบบเต็มรูปแบบในวันที่ 24 มีนาคม ก่อนเปิดจริง ด้วยพลัง Civic Engagement ประชาชนมีส่วนร่วมกำหนดนโยบายได้จริง

นางการดี เลียวไพโรจน์ แถลงปชป. เปิดแพลตฟอร์ม จับตา

ในยุคดิจิทัลแบบนี้ การใช้เทคโนโลยีแก้ปัญหาสินค้าแพงถือเป็นทางออกที่ชาญฉลาด ปชป. เปิดแพลตฟอร์ม “จับตา” แก้สินค้าแพง ไม่ใช่แค่รายงาน แต่เป็นเครื่องมือสร้างความโปร่งใส สร้างสมดุลให้ผู้บริโภคและผู้ขาย มันแสดงให้เห็นว่าพรรคการเมืองสามารถใช้เทคโนโลยีเพื่อประชาชนได้จริง

เชิญชวนทุกท่าน: ลองเข้าไปทดสอบแพลตฟอร์ม “จับตา” วันนี้ที่ ลิงก์ Line รายงานราคาสินค้าที่คุณเจอ แล้วช่วยกันกดดันให้ราคาถูกลง อนาคตของค่าครองชีพอยู่ในมือเรา!

ที่มา – ปชป. เปิดแพลตฟอร์ม “จับตา” แก้สินค้าแพง พร้อมนำข้อมูลเชื่อมต่อภาครัฐคุมราคาสินค้า

“กรวีร์” เรียกร้องรัฐบาลแก้ปัญหาโควตาน้ำมัน

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้เรามาคุยกันเรื่องที่กำลังเป็นปัญหาใหญ่ของหลายๆ คนเลย นั่นคือ ปัญหาโควตาน้ำมัน ที่ทำให้ปั๊มน้ำมันหลายแห่งต้องปิดรับลูกค้าหลายวันแล้ว ชาวบ้านเดือดร้อนหนักมาก เพราะน้ำมันเติมไม่ได้ รถสตาร์ทไม่ติด ไปไหนมาไหนลำบากสุดๆ

กรวีร์ เรียกร้องรัฐบาลแก้ปัญหาโควตาน้ำมัน

นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล ส.ส.อ่างทอง จากพรรคภูมิใจไทย ออกมาโพสต์เฟซบุ๊กเรียกร้องให้รัฐบาล โดยเฉพาะกระทรวงพลังงาน รีบแก้ปัญหานี้ให้ทันท่วงที หลังจากที่เขาได้ลงพื้นที่พูดคุยกับผู้ประกอบการปั๊มน้ำมันจริงๆ ได้ยินปัญหาตรงจากปากเจ้าของปั๊ม โควตาน้ำมันที่กำหนดไว้เดือนละ 120,000 ลิตร ซึ่งปกติเพียงพอ แต่ตอนนี้หมดเกลี้ยงตั้งแต่วันที่ 23 มีนาคม 2567 (หรือ 2569 ตามข่าว) แล้ว กว่าจะได้รอบใหม่ต้องรอถึง 1 เมษายน

ลองคิดดูสิครับ แล้วอีกเกือบ 10 วันเจ้าของปั๊มจะเอาอะไรมาขาย? ประชาชนจะเติมน้ำมันที่ไหน? ความต้องการน้ำมันพุ่งสูงขึ้นมาก หน้าปั๊มขายหมด แต่คลังไม่มีส่งเพิ่ม ส่งผลให้ทุกคนเดือดร้อนทั้งการเดินทาง การทำมาหลายอย่างหยุดชะงัก

สาเหตุและผลกระทบของปัญหาโควตาน้ำมัน

ปัญหานี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉยๆ นะครับ มาจากหลายปัจจัย เช่น ราคาน้ำมันโลกที่ผันผวน สงครามในตะวันออกกลางทำให้อุปทานตึงตัว รัฐบาลมีนโยบายควบคุมราคาน้ำมันดีเซลและเบนซินด้วยการกำหนดโควตาเพื่อ补贴ราคาให้ถูก แต่โควตาไม่พอตาม demand ที่เพิ่มขึ้นจากเศรษฐกิจฟื้นตัวหลังโควิด ผู้คนใช้รถมากขึ้น ปั๊มเล็กๆ หลายแห่งได้รับผลกระทบหนักเพราะโควตาน้อย

ผลกระทบลามไปถึงทุกภาคส่วน ชาวบ้านต้องขับรถวนหาปั๊มที่มีน้ำมัน รถบรรทุกสินค้าต้องหยุดวิ่ง ส่งผลให้ราคาสินค้าขึ้นตามมา เศรษฐกิจชะลอตัว นี่คือวิกฤตที่รัฐบาลมองข้ามไม่ได้

แนวทางแก้ไขที่กรวีร์เสนอ

กรวีร์ เรียกร้องรัฐบาลแก้ปัญหาโควตาน้ำมันด้วยมาตรการเร่งด่วนหลายอย่าง ดังนี้

  • เติมน้ำมันเข้าระบบทันที: ผลักดันน้ำมันสำรองเข้าสู่ตลาดให้เร็วที่สุด เพื่อให้ปั๊มมีของขาย
  • ปรับระบบจัดสรรโควตา: ทำให้การส่งน้ำมันทั่วถึง ไม่ให้ปั๊มใหญ่กินหมด ปั๊มเล็กต้องได้ส่วนแบ่ง
  • ปราบกักตุนและฉวยโอกาส: จัดทีมตรวจสอบตั้งแต่คลัง ต้นทาง กลางทาง ถึงปลายทาง ถ้ามีกักตุนลงโทษหนัก เปิดเผยให้ประชาชนรู้
  • สร้างความเชื่อมั่น: ปล่อยข้อมูลชัดเจน 透明 ว่ามีน้ำมันพอจริง ให้ประชาชนเห็นด้วยตา

สิ่งสำคัญที่สุดตอนนี้คือ “ความเชื่อมั่น” ครับ วิกฤตความเชื่อมั่นแก้ยากกว่าวิกฤตน้ำมันหลายเท่า ถ้าประชาชนไม่เชื่อว่ารัฐจัดการได้ ปัญหาก็จะบานปลาย กรวีร์ยังบอกด้วยว่าการประชุมสภาผู้แทนราษฎรวันพุธนี้ ทุกพรรคจะหยิบเรื่องนี้มาถกเถียงแน่นอน

ในฐานะบล็อกเกอร์ที่ติดตามข่าวการเมืองและเศรษฐกิจ ผมเห็นด้วยกับกรวีร์มาก รัฐบาลต้องลงมือจริง ไม่ใช่แค่พูด ควรเพิ่มโควตาชั่วคราว ลดภาษีนำเข้าน้ำมัน หรือเจรจากับผู้ผลิตต่างชาติให้ส่งเพิ่ม นอกจากนี้ ยังควรส่งเสริมการใช้พลังงานทางเลือกอย่างไฟฟ้าและก๊าซหุงต้มในระยะยาว เพื่อลดการพึ่งพาน้ำมัน

ปัญหาโควตาน้ำมันนี้เป็นบทเรียนว่าระบบจัดการพลังงานของเรายังไม่พร้อมรับมือวิกฤต ถ้าปล่อยไว้อาจกลายเป็นดอกเบี้ยทบต้น สร้างความไม่พอใจให้ประชาชน ถ้าคุณกำลังเจอปัญหานี้ ลองแชร์ประสบการณ์ในคอมเมนต์ด้านล่างนะครับ หรือกดแชร์บทความนี้เพื่อให้เสียงดังขึ้น รัฐบาลจะได้รีบแก้ไข!

สุดท้ายนี้ ความเห็นส่วนตัวผมคิดว่ารัฐบาลต้องฟังเสียง ส.ส. อย่างกรวีร์มากขึ้น เพราะเขาลงพื้นที่จริง รู้ปัญหาจริง ทางออกมีแน่นอน ถ้าทำทันเวลา

ที่มา – “กรวีร์” เรียกร้องรัฐบาลแก้ปัญหาโควตาน้ำมันให้ทันท่วงที หลังหลายปั๊มโควตาหมดหลายวันแล้ว

สส.ปชน. ห่วงนักเรียนกลุ่มเปราะบางจากวิกฤตน้ำมัน

สส.ปชน. ห่วงนักเรียนกลุ่มเปราะบางอาจไม่ได้กลับไปเรียน เหตุวิกฤตน้ำมันซ้ำเติมครัวเรือนภาคเกษตร ปัญหานี้กำลังเป็นที่กังวลของหลายฝ่าย โดยเฉพาะในช่วงเปิดเทอมใหม่ที่กำลังจะมาถึง ครอบครัวเกษตรกรจำนวนมากกำลังเผชิญความยากลำบากจากราคาน้ำมันพุ่งสูง ปุ๋ยแพง และผลผลิตทางการเกษตรราคาตกต่ำ ส่งผลให้รายได้ครอบครัวลดฮวบ เด็กๆ ในครัวเรือนเหล่านี้อาจต้องหยุดเรียนเพื่อช่วยพ่อแม่ทำงาน

สส.ปชน. ห่วงนักเรียนกลุ่มเปราะบางอาจไม่ได้กลับไปเรียน เหตุวิกฤตน้ำมันซ้ำเติมครัวเรือนภาคเกษตร

น.ส.ณัฐยา บุญภักดี ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้ออกมาแสดงความเห็นเมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2569 ถึงวิกฤตน้ำมันที่กำลังซ้ำเติมครอบครัวเกษตรกร โดยชี้ว่าปีนี้สถานการณ์รุนแรงกว่าทุกปี ปัญหาต้นทุนการผลิตสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ไม่ว่าจะเป็นน้ำมันเชื้อเพลิงที่ขาดแคลน ปุ๋ยเคมีราคาแพง และราคาขายผลผลิตที่ดิ่งลงสู่พื้นดิน ทำให้ครัวเรือนเกษตรกรจำนวนมากขาดสภาพคล่องทางการเงิน

ทุกปี เกษตรกรไทยต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนของรายได้ ซึ่งนำไปสู่กับดักความจนข้ามรุ่น แต่ปีนี้ยิ่งหนักหน่วงเพราะเป็นดับเบิลวิกฤต สถิติล่าสุดระบุว่า เด็กและเยาวชนในครัวเรือนภาคเกษตรมีจำนวนเกือบ 8 ล้านคน คิดเป็น 39.2% ของเด็กทั้งประเทศ และมีอัตราความยากจนสูงเกือบสองเท่าของค่าเฉลี่ยทั่วไป ครอบครัวเหล่านี้มีรายได้เฉลี่ยต่ำกว่าอาชีพอื่นๆ มาก

ผลกระทบรุนแรงต่อเด็กและเยาวชนในภาคเกษตร

จากบทเรียนวิกฤตโควิด-19 ที่ผ่านมา พบว่าเด็กในครอบครัวยากจนต้องเผชิญปัญหาหลายด้าน เช่น โภชนาการไม่เพียงพอ การเรียนรู้ถดถอย ความมั่นคงในชีวิตสั่นคลอน และการหลุดรอดจากระบบการศึกษา ปัจจุบัน วิกฤตน้ำมันกำลังเข้ามาเพิ่มแรงกดดัน ทำให้เด็กจำนวนมากอาจไม่ได้กลับไปเรียนในเทอมใหม่ สังคมไทยที่กำลังเข้าสู่วัยสูงอายุและแก่ก่อนรวย จะยิ่งขาดแคลนทุนมนุษย์คุณภาพหากไม่แก้ไขปัญหานี้ทันที

ข้อเสนอแนะเร่งด่วนจากสส.ปชน.

น.ส.ณัฐยา เรียกร้องให้รัฐบาลออกมาตรการลดแรงกระแทกโดยด่วน เพื่อปกป้องเด็กและเยาวชนจากผลกระทบ โดยมีข้อเสนอหลักดังนี้

  • กระทรวงศึกษาธิการและกระทรวงการอุดมศึกษา เร่งสำรวจผลกระทบต่อนักเรียนนักศึกษาทุกระดับ แม้ช่วงปิดเทอม เพื่อเฝ้าระวังและช่วยเหลือทันที
  • กระทรวงมหาดไทย สำรวจครัวเรือนเปราะบางในท้องถิ่น เชื่อมข้อมูลกับกระทรวงศึกษาฯ เพื่อช่วยเหลือเฉพาะจุด
  • กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ ใช้ฐานข้อมูลครัวเรือนเปราะบางวางแผนเชิงรุก เป็นเจ้าภาพเชื่อมโยงทุกกระทรวง ลดความซ้ำซ้อนในการช่วยเหลือ

นอกจากนี้ พรรคประชาชนยังจัดทำ dashboard รับแจ้งข้อมูลจากอาสาส้มกว่า 4,500 คน เพื่อติดตามสถานการณ์ค่าครองชีพที่สูงขึ้น ซึ่งอาจกระทบต่อการศึกษาของเด็กๆ โดยตรง

ปัญหา สส.ปชน. ห่วงนักเรียนกลุ่มเปราะบางอาจไม่ได้กลับไปเรียน เหตุวิกฤตน้ำมันซ้ำเติมครัวเรือนภาคเกษตร นี้ไม่ใช่แค่เรื่องเศรษฐกิจ แต่เป็นเรื่องอนาคตของชาติ หากรัฐบาลไม่เร่งดำเนินการ กับดักความจนจะยิ่งลึกซึ้ง และสังคมไทยจะเผชิญความเหลื่อมล้ำที่รุนแรงยิ่งขึ้น การลงทุนในเด็กทุกคนคือกุญแจสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน

คุณคิดว่ารัฐบาลควรมีมาตรการอะไรเพิ่มเติมเพื่อช่วยเหลือเด็กกลุ่มนี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์และแชร์บทความนี้เพื่อกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลง!

ที่มา – สส.ปชน. ห่วงนักเรียนกลุ่มเปราะบางอาจไม่ได้กลับไปเรียน เหตุวิกฤตน้ำมันซ้ำเติมครัวเรือนภาคเกษตร

ผู้ว่าฯโคราชตรวจปั๊มน้ำมัน ไม่พบผิดปกติ

สถานการณ์น้ำมันเชื้อเพลิงในไทยช่วงนี้กำลังร้อนระอุ จากผลกระทบสงครามตะวันออกกลางที่ทำให้ราคาน้ำมันผันผวน ผู้คนตื่นตระหนกแห่ซื้อตุน สร้างคิวยาวเหยียดตามปั๊มทั่วประเทศ นายกรัฐมนตรียืนยันว่าไทยไม่ขาดแคลน แต่ปัญหามาจากความตื่นตระหนกของประชาชนเอง ล่าสุดที่จังหวัดนครราชสีมา หรือโคราช ผู้ว่าฯ โคราช ตรวจปั๊มน้ำมัน ไม่พบความผิดปกติ แจง “หมดชั่วคราว” เกิดจากกระบวนการขนส่ง ทำให้ประชาชนโล่งใจไปตามๆ กัน

ผู้ว่าฯ โคราช ตรวจปั๊มน้ำมัน ไม่พบความผิดปกติ แจง “หมดชั่วคราว” เกิดจากกระบวนการขนส่ง

เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2569 เวลา 11.30 น. นายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา นำทีมเจ้าหน้าที่จากพลังงานจังหวัด พาณิชย์จังหวัด ตำรวจภูธรจังหวัด และฝ่ายปกครอง เดินทางลงพื้นที่ตรวจสอบสถานีบริการน้ำมันในอำเภอเมือง เพื่อป้องกันการเอาเปรียบประชาชนและสร้างความเชื่อมั่น

ผู้ว่าฯ โคราช ตรวจปั๊มน้ำมัน ไม่พบความผิดปกติ

จากการสุ่มตรวจ 3 ปั๊มในตัวเมือง พบว่าการจำหน่ายน้ำมันโดยรวมปกติ ไม่มีกักตุนเพื่อเก็งกำไร แต่บางปั๊มมีน้ำมันหมดชั่วคราว ซึ่งผู้ว่าฯ ชี้แจงว่าเกิดจากกระบวนการขนส่งที่กำลังดำเนินการ ไม่ใช่การเจตนาปฏิเสธขาย สร้างความกระจ่างให้ชาวโคราชที่กังวล

ผลการตรวจสอบปั๊มน้ำมันทั่วโคราช

โคราชมีปั๊มน้ำมันทั้งสิ้น 1,153 แห่ง ครอบคลุม 32 อำเภอ ผู้ว่าฯ สั่งการนายอำเภอทุกพื้นที่ตรวจสอบต่อเนื่อง โดยเน้น:

  • ตรวจสอบการกักตุนหรือปฏิเสธขายโดยไม่มีเหตุผล
  • เอกซเรย์หัวจ่ายน้ำมัน ตรวจความเที่ยงตรง ให้ได้น้ำมันเต็มลิตร
  • ดำเนินคดีเด็ดขาดหากพบผิดกฎหมาย
ผู้ว่าฯ โคราช ตรวจปั๊มน้ำมัน

นอกจากนี้ ยังย้ำให้ประชาชนวางแผนการใช้รถ ใช้น้ำมันอย่างประหยัด เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำรอย หากเจอพฤติกรรมไม่เป็นธรรม สามารถแจ้งได้ที่:

  • ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด
  • ตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา
  • พลังงานจังหวัด การค้าภายใน พาณิชย์จังหวัด
  • สายด่วน 1567 และ 1569

วิกฤติน้ำมันครั้งนี้สอนให้เราเห็นว่า ความตื่นตระหนกสามารถทำให้ปัญหาใหญ่ขึ้นได้ ผู้ว่าฯ โคราชทำหน้าที่ดีมากในการตรวจสอบทันที สถานการณ์ในโคราชจึงน่าไว้วางใจ หวังว่าทุกจังหวัดจะเลียนแบบ เพื่อให้ประชาชนใช้ชีวิตปกติ

สุดท้าย ขอให้ทุกท่านช่วยกันประหยัดน้ำมัน หลีกเลี่ยงการตุนเกินจำเป็น แล้วปัญหาจะคลี่คลายเร็วขึ้น ลองแชร์ประสบการณ์ปั๊มใกล้บ้านคุณในคอมเมนต์ด้านล่างนะครับ!

ที่มา – ผู้ว่าฯ โคราช ตรวจปั๊มน้ำมัน ไม่พบความผิดปกติ แจง “หมดชั่วคราว” เกิดจากกระบวนการขนส่ง

ยันไทยมีน้ำมันใช้ได้อีก 103 วัน ดีเซล需求สูง

ในสถานการณ์ที่หลายคนกังวลเรื่องน้ำมันขาดแคลน เรามีข่าวดีจากอธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน ที่ ยันไทยมีน้ำมันใช้ได้อีก 103 วัน แต่ยอมรับดีเซลยังมีความต้องการสูงกว่าปกติ วันนี้เราจะมาอัปเดตข้อมูลแบบละเอียด เพื่อให้ทุกคนมั่นใจและเข้าใจสถานการณ์กันชัดเจน

ยันไทยมีน้ำมันใช้ได้อีก 103 วัน แต่ยอมรับดีเซลยังมีความต้องการสูงกว่าปกติ

นายสราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน กระทรวงพลังงาน ได้แถลงข่าวเมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2569 ถึงสถานการณ์น้ำมันในประเทศ โดยยืนยันชัดเจนว่า ยันไทยมีน้ำมันใช้ได้อีก 103 วัน แต่ยอมรับดีเซลยังมีความต้องการสูงกว่าปกติ จากข้อมูลล่าสุด ปริมาณน้ำมันสำรองมีถึง 1,504 ล้านลิตรสำหรับการค้า 3,389 ล้านลิตรตามกฎหมาย และกำลังขนส่งอีก 4,206 ล้านลิตร รวมทั้งยืนยันการจัดหาแล้ว 3,700 ล้านลิตร พอใช้ได้ยาวๆ 103 วัน ไม่ต้องห่วง!

การผลิตน้ำมันเบนซินและดีเซลในประเทศ

สำหรับน้ำมันเบนซิน 5 โรงกลั่นผลิตได้ 35.28 ล้านลิตรต่อวัน ซึ่งเป็นเบนซินพื้นฐานที่จะผสมเอทานอล โดยผู้ค้าน้ำมันมาตรา 7 หลังผสมแล้วกลายเป็นแก๊สโซฮอล์ 91 และ 95 รวม 34.40 ล้านลิตร ส่งให้ผู้ค้าหลัก 14 ราย และจำหน่ายผ่านปั๊ม 28.78 ล้านลิตร ที่เหลือขายให้ผู้ค้ารายย่อย ข้อมูลผู้ค้ารายย่อยจะชัดเจนใน 2-3 วันนี้

ส่วนดีเซล 6 โรงกลั่นผลิตพื้นฐาน 79.91 ล้านลิตรเมื่อ 20 มี.ค. ส่งบางส่วนให้อุตสาหกรรม โรงไฟฟ้า เรือเดินทะเล หลังผสมไบโอดีเซลได้ดีเซลหมุนเร็ว 66.81 ล้านลิตร ส่งให้ผู้ค้า 15 ราย รวม 71 ล้านลิตร โดยดึงสต็อกเก่า ปกติดีเซลใช้ 67-70 ล้านลิตร/วัน แต่ตอนนี้สูงกว่า บางวันพุ่ง 100 ล้านลิตร!

การตรวจสอบคลังน้ำมันและปราบปรามการโกง

ความคืบหน้าดีมาก ตรวจคลังน้ำมันบริษัทใหญ่ในอ่างทอง 19 มี.ค. จากรอยสิงห์บุรีที่ขายแพง พบใบกำกับขนส่งผิด – ระบุส่งกรุงเทพฯ แต่ไปโผล่อ่างทอง กำลังตรวจสอบเพิ่ม เก็บตัวอย่างน้ำมันส่งตร. นอกจากนี้ ลงพื้นที่ตรวจ 8 คลัง 4 จังหวัดกับ รมว.ยุติธรรม ไม่พบผิดปกติ จะตรวจต่อเนื่อง

  • คำสั่งนายก: ผู้ค้ามาตรา 7-10 ต้องรายงานราคาและข้อมูลทุกวัน 18:00 น.
  • พัฒนาแอป Pump Radar และ Fuel Now ให้เช็คราคาน้ำมันง่ายๆ ผ่านพลังงานจังหวัด
  • ผ่อนผันนำเข้าน้ำมันกระจายปั๊มเร็วสุด

ข้อมูลพวกนี้ช่วยให้ระบบโปร่งใส ผู้บริโภคเข้าถึงง่าย สถานการณ์โดยรวมยังควบคุมได้ แม้ดีเซล需求พุ่งจากภาค運輸และอุตสาหกรรม

ข้อแนะนำสำหรับผู้ใช้รถ

ตอนนี้ไม่ต้องตื่นตระหนก ควรเช็คราคาผ่านแอปใหม่ๆ เติมน้ำมันปกติ แต่ถ้าดีเซล需求สูง อาจลองใช้แก๊สโซฮอล์หรือ E20 ถ้ารถรองรับ เพื่อช่วยลดภาระระบบ สุดท้าย ยันไทยมีน้ำมันใช้ได้อีก 103 วัน แต่ยอมรับดีเซลยังมีความต้องการสูงกว่าปกติ คือสัญญาณดีว่ารัฐบาลจัดการได้ ติดตามอัปเดตต่อไป และแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ รับรู้ด้วยนะ!

ติดตามข่าวพลังงานล่าสุดเพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ ลดความเสี่ยงจากข่าวลือ

ที่มา – ยันไทยมีน้ำมันใช้ได้อีก 103 วัน แต่ยอมรับดีเซลยังมีความต้องการสูงกว่าปกติ

สงขลา สถานการณ์น้ำมันยังไม่คลี่คลาย

ในช่วงนี้ สงขลา สถานการณ์น้ำมันยังไม่คลี่คลาย ยังคงเป็นประเด็นร้อนที่ชาวบ้านหลายพื้นที่ต้องเผชิญหน้า แม้จังหวัดสงขลาจะมีคลังน้ำมันตั้งอยู่ใกล้เคียง แต่ปัญหาการขาดแคลนน้ำมันดีเซลยังคงเกิดขึ้น โดยเฉพาะที่ปั๊มน้ำมันต่างๆ ชาวบ้านต้องมารอคิวยาวตั้งแต่เช้ามืด เพียงเพื่อหวังเติมน้ำมันให้พอสำหรับการเดินทางประจำวัน

สงขลา สถานการณ์น้ำมันยังไม่คลี่คลาย

วิกฤติน้ำมันที่เกิดจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ส่งผลกระทบโดยตรงต่อประเทศไทย แม้นายกรัฐมนตรีจะออกมาประกาศว่าไทยไม่ขาดแคลนน้ำมัน และไม่มีกลุ่มทุนตุนของ แต่ปัญหาหลักเกิดจากความตื่นตระหนกของประชาชนที่แห่ไปซื้อเก็บสต็อก ทำให้ปริมาณน้ำมันไม่เพียงพอต่อความต้องการ ส่งผลให้หลายจังหวัดทั่วประเทศ รวมถึงสงขลา ต้องเผชิญกับสถานการณ์ตึงตัว

จากรายงานเมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2567 บรรยากาศที่ปั๊มน้ำมัน ปตท. ถนนกาญจนวนิช หน้าสวนสาธารณะเทศบาลนครหาดใหญ่ คึกคักตั้งแต่ตี 5 มีรถยนต์ส่วนตัวและรถบรรทุกต่อแถวยาวเหยียดเกือบครึ่งกิโลเมตร รอเติมน้ำมันดีเซลเป็นหลัก แต่น่าเสียดายที่น้ำมันยังไม่มา ปั๊มต้องติดป้ายแจ้งว่า “น้ำมันอยู่ระหว่างขนส่งมาเติม” ทำให้ผู้รอต้องนั่งรออย่างไม่แน่นอน

คิวยาวรอเติมน้ำมันดีเซลที่ปั๊ม ปตท. สงขลา สถานการณ์น้ำมันยังไม่คลี่คลาย

รายละเอียดปัญหาที่ปั๊มน้ำมันในสงขลา

เจ้าหน้าที่ปั๊มเปิดเผยว่า ปกติแล้วน้ำมันดีเซลจะมาถึงวันละประมาณ 9,000 ลิตร เวลา 6 โมงเช้า แต่ช่วงนี้การขนส่งล่าช้า เวลาไม่แน่นอน สาเหตุหลักมาจากปัญหาการกระจายสินค้าทั่วประเทศ น้ำมันเบนซินและแก๊สโซฮอล์ยังเติมได้ปกติ แต่ดีเซลซึ่งเป็นที่ต้องการสูงสำหรับรถบรรทุกและรถโดยสาร กลับขาดแคลน ชาวบ้านบางรายรอมาตั้งแต่ตี 5 แต่ต้องผิดหวังกลับบ้านมือเปล่า

สงขลา สถานการณ์น้ำมันยังไม่คลี่คลาย สะท้อนปัญหาเชิงระบบที่เกิดขึ้นหลายพื้นที่ เช่น กรุงเทพฯ ชลบุรี และภาคใต้ โดยกระทรวงพลังงานต้องเร่งนำเข้าน้ำมันเพิ่ม และควบคุมการตุนของ หากประชาชนยังคงตื่นตระหนก สถานการณ์อาจยืดเยื้อ

ผลกระทบต่อชีวิตประจำวันของชาวสงขลา

ปัญหานี้ไม่เพียงทำให้เสียเวลา แต่ยังกระทบต่อการประกอบอาชีพ โดยเฉพาะพ่อค้าแม่ค้าที่ใช้รถบรรทุกสินค้า หรือแท็กซี่ที่ต้องวิ่งรับส่งผู้โดยสาร ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นเพราะบางรายต้องไปเติมที่ปั๊มไกลๆ หรือซื้อน้ำมันดำตลาดมืดในราคาแพง นอกจากนี้ ยังเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุจากความเหนื่อยล้าของผู้ขับขี่ที่รอคิวนาน

สาเหตุหลักและแนวทางแก้ไข

  • สาเหตุ: สงครามตะวันออกกลางทำให้ราคาน้ำมันโลกพุ่ง การขนส่งล่าช้า และพฤติกรรมตื่นตระหนกของประชาชน
  • แนวทางแก้ไข: รัฐบาลควรเพิ่มการสื่อสารโปร่งใส ควบคุมปริมาณซื้อต่อคัน และเร่งกระจายน้ำมันจากคลังสงขลา
  • ประชาชนควรเติมน้ำมันตามปกติ ไม่ตุนเกินจำเป็น เพื่อป้องกันปัญหายืดเยื้อ

จากข้อมูลของกรมธุรกิจพลังงาน พบว่าคลังน้ำมันในไทยมีสำรองเพียงพอเกิน 90 วัน ดังนั้นไม่จำเป็นต้องกังวล หากทุกฝ่ายร่วมมือกัน ปัญหาจะคลี่คลายได้เร็ว

ในมุมมองของผู้เขียน สถานการณ์นี้เป็นบทเรียนให้เราต้องเตรียมพร้อมรับมือวิกฤติพลังงานในอนาคต ควรหันไปใช้ยานยนต์ไฟฟ้าหรือพลังงานทางเลือกมากขึ้น เพื่อลดการพึ่งพาน้ำมันนำเข้า ลองติดตามอัปเดตสถานการณ์น้ำมันใกล้บ้านคุณได้ที่เว็บไซต์ของเรา และแบ่งปันประสบการณ์ในคอมเมนต์ด้านล่างด้วยนะครับ

ที่มา – สงขลา สถานการณ์น้ำมันยังไม่คลี่คลาย ปั๊มติดป้าย “น้ำมันอยู่ระหว่างขนส่งมาเติม”

ศปนม.ตร. สุ่มตรวจปั๊มน้ำมัน จ.นนทบุรี ป้องกันกักตุน

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน ในช่วงที่สถานการณ์น้ำมันเชื้อเพลิงกำลังตึงเครียด หลายคนคงกังวลเรื่องคิวยาวหรือกลัวโดนโก่งราคาใช่ไหมครับ? วันนี้มีข่าวดีจากทางตำรวจมาบอก ศปนม.ตร. หรือศูนย์ป้องกันและปราบปรามการกักตุนและผูกขาดน้ำมันเชื้อเพลิง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ลงพื้นที่สุ่มตรวจปั๊มน้ำมันในจังหวัดนนทบุรี เพื่อป้องกันปัญหาการกักตุนและโก่งราคาให้ประชาชนมั่นใจมากขึ้น

ศปนม.ตร. สุ่มตรวจปั๊มน้ำมัน จ.นนทบุรี ป้องกันกักตุน-โก่งราคา สั่งทั่วประเทศตรวจเข้มทุกวัน

เมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2567 (ตามรายงาน) พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศปนม.ตร. ได้นำทีมเจ้าหน้าที่ระดับสูงหลายท่าน ร่วมกันสุ่มตรวจสถานีบริการน้ำมันเชลล์ สาขา 1 ถนนติวานนท์ ตำบลบ้านใหม่ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี ทีมตรวจสอบประกอบด้วย พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผบช.ภ.1, พล.ต.ต.สถาพร เอมโอษฐ์ รอง จตร.ช่วย.ภ.1/ผอ.ศปนม.ภ.1, พล.ต.ต.วรชาติ แสนคำ ผบก.สส.ภ.1/รอง ผอ.ศปนม.ภ.1 และเจ้าหน้าที่อื่นๆ อีกมากมาย

การตรวจครั้งนี้มุ่งเน้นไปที่การจัดจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงทุกประเภท โดยเฉพาะปริมาณที่จำหน่ายไปแล้ว มีการกักตุนหรือไม่ รวมถึงตรวจสอบคุณภาพน้ำมันว่าตรงมาตรฐานหรือปลอมปนหรือเปล่า จากผลการตรวจเบื้องต้น ไม่พบหลักฐานการกักตุนเลยครับ มีเพียงน้ำมันดีเซลที่จำหน่ายหมดไป เหลือเก็บไว้ในถัง 1,200 ลิตร เพื่อไม่ให้ถังแห้งสนิทเท่านั้น น้ำมันเบนซินยังคงเพียงพอ และคุณภาพน้ำมันทุกชนิดได้มาตรฐาน ไม่มีสารเจือปน

ผลการตรวจปั๊มน้ำมันนนทบุรีและมาตรการทั่วประเทศ

พล.ต.อ.ธัชชัย กล่าวหลังตรวจเสร็จว่า การสุ่มตรวจแบบนี้จะทำต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนวางใจว่าปัญหาน้ำมันขาดแคลนไม่ได้มาจากการกักตุนของผู้ประกอบการ นอกจากนี้ ยังได้รับมอบหมายจากผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ให้กำหนดมาตรการตรวจปั๊มน้ำมันทั่วประเทศ โดยเฉพาะปั๊มที่ปิดบริการทั้งวัน บางช่วงเวลา หรือแจ้งว่าหมดน้ำมัน ตามนโยบายนายกรัฐมนตรีที่สั่งการให้ตำรวจและฝ่ายปกครองร่วมตรวจสอบอย่างเข้มงวด

  • ตรวจใบจดทะเบียน: ครบถ้วนถูกต้อง
  • ปริมาณน้ำมัน: ดีเซลหมดจากความต้องการสูง เบนซินเพียงพอ
  • คุณภาพน้ำมัน: ผ่านมาตรฐาน ไม่มีปัญหา
  • มาตรการเพิ่ม: สั่งศปนม.ทุกระดับ ร่วมฝ่ายปกครอง ตรวจทุกวัน รายงานผลต่อเนื่อง หากผิดกฎหมายดำเนินคดีเด็ดขาด

สถานการณ์น้ำมันในไทยช่วงนี้เกิดจากปัจจัยหลายอย่าง เช่น ความขัดแย้งโลกที่กระทบราคาน้ำมันดิบ การส่งออกน้ำมันไปยังประเทศเพื่อนบ้านที่เพิ่มขึ้น และความต้องการในประเทศที่พุ่งสูงจากเศรษฐกิจฟื้นตัว การตรวจเข้มแบบนี้จึงสำคัญมากครับ ช่วยป้องกันไม่ให้ผู้ประกอบการฉวยโอกาสกักตุนรอขายแพง หรือโก่งราคาเกินกว่าที่กำหนด

หากมองในแง่บวก การที่ศปนม.ตร. สุ่มตรวจปั๊มน้ำมัน จ.นนทบุรี และสั่งตรวจทั่วประเทศทุกวัน จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน ลดความตื่นตระหนก และกระตุ้นให้ผู้ประกอบการกระจายน้ำมันอย่างเป็นธรรมมากขึ้น นอกจากนี้ ยังเป็นตัวอย่างที่ดีในการบังคับใช้กฎหมายอย่างโปร่งใส

สำหรับพี่น้องประชาชน หากพบเบาะแสการกักตุน ส่งออกน้ำมันผิดกฎหมาย หรือโก่งราคา อย่าลังเลนะครับ แจ้งสายด่วนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ร่วมกันรักษาความเป็นธรรมในสังคมครับ

ความเห็นส่วนตัว: การตรวจเข้มแบบนี้เป็นมาตรการที่ตรงจุดและทันเวลา หวังว่าจะช่วยให้สถานการณ์คลี่คลายเร็วๆ นี้ ทุกคนช่วยกันประหยัดน้ำมัน รอตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่ ก็จะผ่านพ้นไปได้ครับ

ที่มา – ศปนม.ตร. สุ่มตรวจปั๊มน้ำมัน จ.นนทบุรี ป้องกันกักตุน-โก่งราคา สั่งทั่วประเทศตรวจเข้มทุกวัน

รัฐบาลเผยสถานการณ์น้ำมันเริ่มคลี่คลาย คุมราคาเข้ม

รัฐบาลเผยสถานการณ์น้ำมันเริ่มคลี่คลาย แล้วครับ หลังจากสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางส่งผลกระทบหนัก แต่ตอนนี้ทุกอย่างกำลังดีขึ้น รัฐบาลเร่งกระจายน้ำมันให้ทั่วถึง คุมเข้มราคาสินค้าทุกประเภท และยังประสานช่วยเหลือ 3 ลูกเรือไทยบนเรือมยุรีนารีอย่างใกล้ชิด วันนี้เรามาอัปเดตรายละเอียดกันเลย

วันที่ 21 มีนาคม 2569 รัฐบาลสรุปสถานการณ์ตะวันออกกลางว่ายังมีความรุนแรงต่อเนื่อง คู่ขัดแย้งอย่างกลุ่มฮิซบุลลอฮ์และอิสราเอลยังโจมตีกันไม่หยุด แถมขยายไปยังโครงสร้างพลังงานหลายประเทศ ส่งผลให้ราคาน้ำมันโลกผันผวนหนัก ช่องแคบฮอร์มุซก็ตึงเครียด สหรัฐฯ และอิสราเอลส่งกำลังทหารเพิ่ม ล่าสุดโฆษก IRGC ของอิหร่านเสียชีวิตจากโดรนอิสราเอล สถานการณ์แบบนี้กระทบไทยโดยตรงเรื่องพลังงาน

ยังติดตามช่วย 3 ลูกเรือมยุรี นารี

กระทรวงการต่างประเทศไทยออกแถลงการณ์วันที่ 20 มีนาคม 2569 เรียกร้องให้ทุกฝ่ายกลับมาเจรจาทางการทูตตามกฎหมายสากล เน้นความปลอดภัยพลเรือนและเส้นทางเดินเรือฮอร์มุซ สำหรับคนไทยในพื้นที่ เราให้ความช่วยเหลือเต็มที่ เช่น แรงงานไทย 1 คนเสียชีวิตจากสะเก็ดระเบิดในอิสราเอล ทูตไทยที่เทลอาวีฟกำลังประสานส่งศพกลับบ้าน พร้อมสิทธิชดเชย

ส่วน 3 ลูกเรือไทยบนเรือมยุรีนารี รัฐบาลประสานทั้งโอมานและอิหร่านแล้ว ทั้งสองฝ่ายพร้อมช่วย แต่สถานการณ์มั่นคงยังล่อแหลม เราจึงติดตามใกล้ชิดเพื่อความปลอดภัยสูงสุด ขอให้คนไทยในตะวันออกกลางฟังข่าวจากช่องทางการทูตและทำตามคำเตือนครับ

สถานการณ์น้ำมันเริ่มคลี่คลาย

ข่าวดีสำหรับพี่น้องประชาชน! กรมธุรกิจพลังงานรายงานว่าสถานการณ์น้ำมันเริ่มคลี่คลาย หลังอนุญาตรถบรรทุกน้ำมันวิ่ง 24 ชม. ทั่วประเทศในเดือนมีนาคม เพื่อกระจายน้ำมันเข้าสถานีบริการทุกพื้นที่ ปริมาณขายดีเซลและเบนซินรายวันใกล้เคียงปกติแล้ว ความต้องการที่พุ่งสูงก่อนหน้ากลับสมดุล

กระทรวงพลังงานยกร่างประกาศตาม พรบ.การค้าน้ำมัน 2543 เพื่อให้โรงกลั่นและคลังแสดงราคา-สต็อกโปร่งใส ตามคำสั่งนายกฯ ที่ 3/2569 นอกจากนี้ ผ่อนปรนสำรองน้ำมันชั่วคราวตามที่นายกฯสั่งเมื่อ 19 มีนาคม เพื่อเพิ่มปริมาณในระบบ รัฐบาลติดตามสถานีบริการทั่วประเทศ ป้องกันกักตุนและขายไม่เป็นธรรม ประชาชนเข้าถึงน้ำมันได้แน่นอน

รัฐบาลเผยสถานการณ์น้ำมันเริ่มคลี่คลายในภาพรวม

สรุปง่ายๆ คือ ทุกอย่างกำลังเข้าที่ รัฐบาลบริหารจัดการเชิงระบบดีมาก ไม่ต้องกังวลครับ

เข้มราคาสินค้า ขอผู้ประกอบการไม่ปรับขึ้นโดยไม่มีเหตุผล

กระทรวงพาณิชย์สั่งการสำนักงานพาณิชย์จังหวัด 76 แห่ง ร่วมผู้ว่าราชการจังหวัด พลังงานจังหวัด และ กจร. ลงพื้นที่ตรวจทุกวัน ดูราคา ปริมาณ และป้องกันปฏิเสธขาย

ระหว่าง 5-20 มีนาคม ตรวจ 2,021 แห่ง: สถานีน้ำมัน 1,262, ร้านปุ๋ย 433, ตลาด/ค้าส่ง 326 พบผิด 10 รายใน 8 จังหวัด

  • ชุมพร
  • สระแก้ว
  • สกลนคร
  • อุบลราชธานี
  • เชียงราย
  • นครศรีธรรมราช
  • ชัยภูมิ
  • นครพนม

ผิดเรื่องไม่ปิดป้ายราคา ดำเนินคดีปรับแล้ว ประสาน บก.ปคบ. ตรวจสถานีอ่างทองที่ขายแพงเกิน

น้ำมันปาล์มสต็อก 3.5 แสนตัน พอใช้ เมษายน-กรกฎาคม ผลผลิตใหม่ 4 แสนตัน/เดือน ราคาขวด 42-50 บาท ไม่ขึ้น ติดตามตั้งต้นทางถึงปลายทาง ป้องกันฉวยโอกาส

กระทรวงย้ำคุมเข้ม ขอผู้ประกอบการอย่าปรับราคาไร้เหตุผล ประชาชนอย่าตื่นตระหนก สินค้ามีพอ แจ้งผิดได้ที่ 1569 หรือพาณิชย์จังหวัด

โดยรวมสถานการณ์น้ำมันเริ่มคลี่คลาย ชัดเจน รัฐบาลทำงานเต็มที่เพื่อความมั่นคงพลังงานและราคาสินค้า ประชาชนอย่างเราควรมั่นใจและไม่สะสมของเกินจำเป็น สนับสนุนรัฐบาลด้วยการแจ้งเบาะแสหากเจอขายผิดปกติ หากอยากอัปเดตข่าวเพิ่ม ติดตามบล็อกนี้ต่อไปนะครับ!

ที่มา – รัฐบาลเผยสถานการณ์น้ำมันเริ่มคลี่คลาย คุมเข้มราคาสินค้า ยังประสานช่วย 3 ลูกเรือมยุรีฯ

“สิทธิพล” จี้รัฐช่วยผู้ประกอบการท่องเที่ยววิกฤตน้ำมัน

“สิทธิพล” สส.ปชน. จี้รัฐบาลเร่งช่วยผู้ประกอบการท่องเที่ยวด่วน เสี่ยงได้รับผลกระทบจากวิกฤตน้ำมันหนักหน่วงเลยนะครับ สถานการณ์ตอนนี้มันน่าเป็นห่วงมาก โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยวที่เป็นเส้นเลือดใหญ่ของเศรษฐกิจไทย คิดเป็น 12% ของ GDP เลยทีเดียว วันนี้เรามาคุยกันแบบเป็นกันเองว่าปัญหานี้มันรุนแรงแค่ไหน และอะไรที่ “สิทธิพล” สส.ปชน. เสนอให้รัฐบาลทำด่วน

“สิทธิพล” สส.ปชน. จี้รัฐบาลเร่งช่วยผู้ประกอบการท่องเที่ยวด่วน

จากข่าวเมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2567 นายสิทธิพล วิบูลย์ธนากุล สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน ออกมาแสดงความกังวลต่อวิกฤตน้ำมันที่เกิดจากสงครามตะวันออกกลาง ราคาน้ำมันพุ่งสูง ส่งผลกระทบตรงๆ ต่อการท่องเที่ยวไทย โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากยุโรปที่ต้องบินอ้อมน่านฟ้าสงคราม ค่าเครื่องแพงขึ้นเท่าตัว สายการบินตะวันออกกลางลดเที่ยวบินลง ทำให้ยอดจองโรงแรมที่ภูเก็ตลด 10% ภาคเหนือลดถึง 30% ถ้าปล่อยไว้นานเกิน 3 เดือน นักท่องเที่ยวอาจหายไป 25% เหลือแค่ 27 ล้านคนเท่านั้น!

ไม่ใช่แค่นักท่องเที่ยวต่างชาติหรอกครับ การท่องเที่ยวในประเทศก็สะดุดหนัก คนไทยเริ่มกลัวเที่ยวเพราะ “กลัวไม่มีน้ำมันเติม” โดยเฉพาะเส้นทางสายเหนืออย่างอ่างทอง-สุโขทัย ปั๊มน้ำมันหมดเกลี้ยง รอคิวยาว ให้เติมแค่นิดเดียว สายใต้ชุมพร-นครศรีธรรมราช ก็หมดตั้งแต่เช้า คนขับรถเครียดสุดๆ ถ้าถึงสงกรานต์แล้วยังเป็นแบบนี้ ใครจะกล้าเที่ยวด้วยรถยนต์? ผู้ประกอบการอย่างที่พัทยาก็บ่น ทัวร์จีนลุ้นส่งลูกค้าถึงสนามบินทันหรือไม่ เพราะปั๊ม ปตท. หมดสนิท

ผลกระทบวิกฤตน้ำมันต่อผู้ประกอบการท่องเที่ยวที่ “สิทธิพล” เตือน

คุณลองนึกภาพดูสิครับ โรงแรม รีสอร์ท ทัวร์ รถบัสทัวร์ ตอนนี้ต้นทุนพุ่ง ค่าพลังงานแพง ลูกค้าหาย ผู้ประกอบการรายย่อยเสี่ยงเจ๊งซ้ำรอยโควิด รัฐบาลต้องเลิกบอกว่า “ไม่มีปัญหา” แล้ว ต้องลงมือจริงจัง สิทธิพลย้ำว่ารัฐต้องเข้าอกเข้าใจประชาชนและผู้ประกอบการ อย่าฟังแค่คนใกล้ชิด

เพื่อแก้ปัญหานี้ “สิทธิพล” สส.ปชน. จี้รัฐบาลเร่งช่วยผู้ประกอบการท่องเที่ยวด่วน เสนอ 3 มาตรการหลักที่ทำได้ทันที ดังนี้

  • 1. แก้ความกลัวด้วยข้อมูล Real-time Dashboard: สร้างแดชบอร์ดแสดงสถานะปั๊มน้ำมันทั่วประเทศแบบเรียลไทม์ ให้คนวางแผนเที่ยวได้มั่นใจ ไม่ต้องเดาทางเอง สร้างความเชื่อมั่นในการเดินทาง ซึ่งเป็นหัวใจของการท่องเที่ยว
  • 2. บุกตลาดทดแทน: เร่งโปรโมชั่นดึงนักท่องเที่ยวจากเอเชีย เช่น จีน อินเดีย ญี่ปุ่น อาเซียน ที่บินตรงไม่ผ่านโซนสงคราม เพื่อชดเชยตลาดยุโรปที่หายไป
  • 3. ตาข่ายรองรับผู้ประกอบการ: ให้ บสย. ค้ำประกันสินเชื่อ ออก Soft Loan เข้าถึงง่าย ไม่ล่าช้า ป้องกันหนี้เสีย (NPL) จากลูกค้าลดและต้นทุนสูง

มาตรการเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องไกลตัวนะครับ มันช่วยรักษาธุรกิจท่องเที่ยวนับล้านราย ช่วยเศรษฐกิจไทยไม่ให้ดิ่งเหว ถ้ารัฐบาลทำเร็ว ปัญหาน้ำมันจะไม่กลายเป็นวิกฤตใหญ่โต ภาคท่องเที่ยวจะฟื้นตัวได้ไว

ในมุมมองผม การท่องเที่ยวคือหัวใจเศรษฐกิจไทย วิกฤตแบบนี้ต้องช่วยด่วน ถ้าปล่อยไว้ ผู้ประกอบการจะล้มระนาว สุดท้ายประชาชนเดือดร้อนทั้งระบบ คุณคิดว่ารัฐบาลควรทำอะไรเพิ่ม? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างเลยครับ จะได้ช่วยกันกดดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลง!

ที่มา – “สิทธิพล” สส.ปชน. จี้รัฐบาลเร่งช่วยผู้ประกอบการท่องเที่ยวด่วน เสี่ยงได้รับผลกระทบวิกฤตน้ำมัน

Scroll to top