พรรคไทยสร้างไทย

“คุณหญิงสุดารัตน์” เอาผิด “โดม” แม้ขอโทษ!

คุณหญิงสุดารัตน์” ยืนยันเดินหน้าเอาผิดทางกฎหมายกับ “โดม ปกรณ์ ลัม” แม้จะเข้ามาขอโทษแล้วก็ตาม ด้าน “จินนี่” พร้อมให้ปากคำตำรวจ แต่จะไม่เผชิญหน้า ย้ำเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องส่วนตัว แต่เป็นหน้าที่ของพรรคการเมืองในการเปลี่ยนแนวคิดและเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์

เมื่อวันที่ 4 มกราคม 2569 เวลา 15:30 น. ที่ลิโด้ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย พร้อมแคนดิเดตนายกของพรรค ได้ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี โดม ปกรณ์ ลัม นักร้อง นักแสดงชื่อดังที่แสดงความคิดเห็นคุกคาม นางสาวยศสุดา ลีลาปัญญาเลิศ หรือ จินนี่ บุตรสาว ว่า โดม ปกรณ์ ลัม ได้ติดต่อมาตั้งแต่ก่อนปีใหม่ แต่ไม่ได้ติดต่อโดยตรง แต่ติดต่อผ่านคนรอบข้าง เพื่อขอเข้าพบ ซึ่งในวันที่ข่าวออกว่าโดมได้เดินทางมาที่ทำการพรรค แต่พวกเราไม่ได้อยู่ที่ทำการพรรค โดมจึงฝากกระเช้าไว้กับ รปภ. และแจ้งผ่านคนที่ติดต่อมาว่าหลังปีใหม่ค่อยพูดคุยกัน ยืนยันว่าการดำเนินการครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องส่วนตัว แต่เพื่อต้องการให้สังคมหยุดมองผู้หญิงเป็นวัตถุ และหันมาเคารพคุณค่าความเป็นมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นเพศใด ทั้งผู้หญิง, ผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศ, ผู้ชาย, คนพิการ และเด็ก

“วันนี้มีการแสดงเจตจำนงชัดเจนในการดำเนินคดี เพื่อให้สังคมตระหนักว่าการมองผู้หญิงเป็นวัตถุ ในปี พ.ศ.นี้ ควรจบได้แล้ว” คุณหญิงสุดารัตน์กล่าว

พรรคไทยสร้างไทยเป็นพรรคการเมือง เมื่อเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ เราจึงต้องปกป้องในกรณีอื่นๆ และกรณีนี้ไม่ใช่เรื่องส่วนตัว แต่เป็นหน้าที่ของพรรคการเมืองที่ต้องทำเพื่อเปลี่ยนความคิดของคนในสังคม ให้เคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ หากใครโดนแบบนี้ ไม่ใช่แค่ลูกสาวตน แต่เป็นลูกหลานใครก็ควรได้รับการเคารพเช่นกัน

“คุณหญิงสุดารัตน์” เดินหน้าเอาผิด “โดม” แม้จะมาขอโทษ

เมื่อถูกถามถึงแนวคิดในการเพิ่มโทษสำหรับการคุกคามทางออนไลน์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับดาราหรืออินฟลูเอนเซอร์ ที่ไม่เกรงกลัวกฎหมาย คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า กฎหมายนี้เพิ่งประกาศใช้ และกำลังพิจารณาช่องโหว่ทางกฎหมาย เพื่อให้เกิดความรัดกุมยิ่งขึ้น ซึ่งถือเป็นนโยบายที่สำคัญในการสร้างสังคมที่ปลอดภัย ทั้งด้านการกดขี่ทำร้ายทางร่างกายและจิตใจ

เมื่อถามว่า หากโดมเข้ามาขอโทษ จะรับคำขอโทษหรือไม่? คุณหญิงสุดารัตน์ ตอบว่า เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องความแค้น แต่ต้องสื่อสารให้เข้าใจว่าสังคมควรมองกันอย่างเป็นพี่น้อง ครอบครัวเดียวกัน และเอื้ออาทรต่อกัน ไม่ใช่ดูหมิ่นหรือดูถูกใคร ไม่ว่าเขาจะยากจนแค่ไหน แต่ต้องมีการพูดคุยกันก่อน และในช่วงหลังปีใหม่นี้ยังไม่ได้ติดต่อจาก โดม ปกรณ์ ลัม

ส่วนเรื่องการให้ปากคำกับตำรวจ สน.พหลโยธิน และโอกาสที่จะเผชิญหน้ากับคู่กรณี คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า ในทางกฎหมายคงไม่มีการเผชิญหน้ากันอย่างแน่นอน จินนี่เองตอนแรกรู้สึกเสียใจ แต่เมื่อตั้งสติได้ก็เข้มแข็ง และสามารถแก้ปัญหาและไตร่ตรองทุกอย่างด้วยสติ

สำหรับการดำเนินการหลังจากนี้ให้เป็นไปตามกฎหมาย ซึ่งจินนี่เองต้องเข้าให้ปากคำตามกฎหมาย ส่วนจะเข้าไปวันไหนนั้นยังไม่มีการนัดหมาย

น.ส.ยศสุดา กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องนัดหมายกับทีมทนายอีกครั้ง หลังจากผ่านช่วงปีใหม่ หลังจากนั้นจะดำเนินการตามกระบวนการต่อไป

ทำไม “คุณหญิงสุดารัตน์” ถึงยังยืนยันที่จะดำเนินคดี?

แม้ว่าโดม ปกรณ์ ลัม จะออกมาขอโทษแล้ว แต่คุณหญิงสุดารัตน์ยังคงยืนยันที่จะดำเนินคดีต่อไป เหตุผลสำคัญไม่ใช่เรื่องความแค้นส่วนตัว แต่เป็นการส่งสัญญาณไปยังสังคมว่าการคุกคามทางเพศและการลดทอนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์เป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ การดำเนินคดีนี้จึงเป็นเหมือนการสร้างบรรทัดฐานใหม่ เพื่อให้สังคมตระหนักถึงความสำคัญของการเคารพซึ่งกันและกัน

การตัดสินใจของคุณหญิงสุดารัตน์ครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการปกป้องสิทธิสตรีและผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางความคิดในสังคม การเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์เป็นสิ่งที่ทุกคนควรได้รับ และการกระทำใดๆ ที่เป็นการลดทอนคุณค่าของความเป็นมนุษย์ไม่ควรถูกมองข้าม

ที่มา – “คุณหญิงสุดารัตน์” เดินหน้าเอาผิด “โดม” แม้จะมาขอโทษ เดือดต้องหยุดมองผู้หญิงเป็นวัตถุ

“ชัชวาล” ชูแคนดิเดตนายกฯ ไทยสร้างไทย ครบเครื่อง!

“ชัชวาล” ชู 3 แคนดิเดตนายกฯ ไทยสร้างไทย ผลงานจับต้องได้ มือสะอาด ครบเครื่อง เป็นทางเลือกหลักของคนไทย ช่วย “หายเหนื่อย หายจน”

วันที่ 3 มกราคม 2569 นายชัชวาล แพทยาไทย เลขาธิการพรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) กล่าวถึงแคนดิเดตนายกฯ พรรคไทยสร้างไทยว่า บุคลากรระดับแม่ทัพของพรรคไทยสร้างไทย ที่มีจุดแข็งเหนือกว่าผู้นำพรรคอื่นชัดเจนในทุกมิติ โดยเฉพาะคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรค เป็นนักบริหารที่มีความซื่อสัตย์เป็นที่ประจักษ์และมีทักษะการบริหารงานสำเร็จ มีผลงานโดดเด่น อาทิ โครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค จนสำเร็จ โดยนั่งเป็นรัฐมนตรีถึง 4 ปีเต็ม และการจัดการวิกฤตโรคระบาดระดับโลกอย่าง SARS และไข้หวัดนก จน WHO มอบรางวัลยกย่อง คือข้อพิสูจน์ว่า คุณหญิงสุดารัตน์สามารถแปลงนโยบายยากๆ ให้เป็นความจริงที่กินได้ และเป็นที่พึ่งของประชาชนได้ทุกเมื่อด้วยประสบการณ์การทำงานที่สั่งสมมาอย่างยาวนาน

ส่วนขุนพลด้านกฎหมาย พรรคไทยสร้างไทย ชู นายโภคิน พลกุล อดีตประธานรัฐสภาและอดีตผู้พิพากษาศาลปกครองสูงสุด ซึ่งเป็นนักกฎหมายมหาชนระดับแถวหน้าของเมืองไทย ผู้อยู่เบื้องหลังการปลดล็อกกฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่อการทำมาหากินของ SME และคนทำมาหากิน 1,000 ฉบับ ภายในเวลา 1 ปี และการผลักดันรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน ให้อำนาจให้คนไทย 50,000 คน ถอดถอนนักการเมืองทุจริต รวมทั้งองค์กรอิสระ และศาลรัฐธรรมนูญ ที่ทำหน้าที่ไม่สุจริต

สำหรับงานในมิติของความมั่นคงและยุทธศาสตร์การเมือง พรรคมี พล.ท.ภาราดร พัฒนถาบุตร หรือ “เสธ.แมว” อดีตเลขาธิการ สมช. ผู้มีความเชี่ยวชาญด้านความมั่นคงระดับประเทศและเป็นมือประสานสิบทิศในการสร้างสันติภาพชายแดนใต้ ซึ่งถือเป็นแคนดิเดตนายกฯ พรรคไทยสร้างไทยที่โดดเด่นเรื่องความซื่อตรงและการมองความมั่นคงผ่านเลนส์ประชาธิปไตย ทั้งนี้ แคนดิเดตนายกฯ พรรคไทยสร้างไทย 3 คนของพรรคไทยสร้างไทยคือ ส่วนผสมที่ลงตัวที่สุดระหว่าง “ประสบการณ์-ความสำเร็จ-ความซื่อสัตย์” ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่หาได้ยากในผู้นำยุคปัจจุบัน โดยพรรคไม่ได้เน้นเพียงแค่การหาเสียง แต่เน้นการสร้างประเทศไทยด้วยมืออาชีพที่เชื่อมือได้และไม่เคยมีประวัติด่างพร้อยเรื่องการทุจริต พร้อมที่จะนำนโยบายบำนาญประชาชน 3,000 บาท และการปฏิรูปโครงสร้างรัฐสวัสดิการมาทำให้สำเร็จเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทยทุกคนอย่างยั่งยืน เหนือกว่าทุกทางเลือกที่ประชาชนเคยมีมา

“ชัชวาล” ชูแคนดิเดตนายกฯ พรรคไทยสร้างไทย ผลงานจับต้องได้ มือสะอาด ครบเครื่อง

ทำไมต้องเลือกแคนดิเดตนายกฯ พรรคไทยสร้างไทย?

  • ประสบการณ์: ผู้นำที่มีประสบการณ์ในการบริหารประเทศและแก้ไขปัญหาระดับชาติ
  • ความสำเร็จ: มีผลงานเป็นที่ประจักษ์และสามารถวัดผลได้จริง
  • ความซื่อสัตย์: โปร่งใส ตรวจสอบได้ และไม่เคยมีประวัติด่างพร้อยเรื่องทุจริต
  • ความครบเครื่อง: มีความรู้ความสามารถรอบด้าน ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง และความมั่นคง

พรรคไทยสร้างไทยนำเสนอทางเลือกที่แตกต่างและดีกว่าสำหรับประชาชน ด้วยทีมผู้บริหารที่มีความสามารถและวิสัยทัศน์ มุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืน และพร้อมที่จะสร้างประเทศไทยให้เป็นประเทศที่น่าอยู่สำหรับทุกคน

อย่ารอช้า! ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างประเทศไทยที่ดีกว่าเดิม เลือกพรรคไทยสร้างไทยในการเลือกตั้งครั้งต่อไป

ที่มา – “ชัชวาล” ชูแคนดิเดตนายกฯ พรรคไทยสร้างไทย ผลงานจับต้องได้ มือสะอาด ครบเครื่อง

ไทยสร้างไทย ปล่อยป้าย “หวยบำเหน็จ” สุดครีเอทีฟ!


ไทยสร้างไทย ปล่อยป้าย “หวยบำเหน็จ” สุดครีเอทีฟ!

พรรคไทยสร้างไทย ฉีกทุกกฎป้ายหาเสียง ประเดิมปล่อยไอเดียป้าย “หวยบำเหน็จ” สุดครีเอทีฟ ให้ ผู้สมัคร สส.กทม. ขูดเลขที่ต้นไม้ เผยหลังปีใหม่มีเซอร์ไพรส์อีกชุดใหญ่

วันที่ 2 มกราคม 2568 พรรคไทยสร้างไทย ปล่อยป้ายหาเสียงสุดครีเอทีฟ ประเดิมด้วยนโยบายส่งเสริมการออมอย่าง “หวยบำเหน็จ” ที่นำเอาความชอบลุ้นโชคของคนไทยมาเปลี่ยนเป็นเครื่องมือการออม พร้อมชูคอนเซปต์เปลี่ยนเงินที่เคยเสียเปล่าจากการซื้อหวยให้กลายเป็นเงินฝากที่จะได้รับคืนพร้อมดอกเบี้ยเมื่อเกษียณ ถือเป็นการเริ่มต้นสื่อสารนโยบายที่เข้าใจง่าย ไม่น่าเบื่อ และฉีกกรอบการหาเสียงแบบเดิมๆ ที่มักเน้นแต่ตัวเลขทางเศรษฐกิจที่จับต้องยาก มาเป็นการใช้วิถีชีวิตที่ใกล้ตัวประชาชนมากที่สุด

โดยในภาพ คือ นายแทนรัก ศาตะมาน ผู้สมัคร สส.กทม. พรรคไทยสร้างไทย กำลังขูดเลขที่ต้นไม้ เป็นเลข 48 พร้อมระบุว่า “ขูดเข้าไป ยังไงก็มีเงินเก็บ” พร้อมระบุด้วยว่า หายเหนื่อย กับหวยบำเหน็จ คืนทั้งต้น คืนทั้งดอก เมื่ออายุครบ 60, 80 ปี

พรรคไทยสร้างไทย ยังระบุด้วยว่า นี่เป็นเพียงการอุ่นเครื่องเท่านั้น เพราะหลังปีใหม่ 2569 นี้ พรรคไทยสร้างไทยเตรียมสร้างปรากฏการณ์ใหม่ด้วย “ป้ายหาเสียงไอเดียสุดล้ำ” ชุดใหญ่ที่จะกระจายตัวไปทั่วพื้นที่ เพื่อตอกย้ำภาพลักษณ์พรรคที่คิดต่างและทำจริง ซึ่งป้ายชุดใหม่นี้จะยิ่งมีความครีเอทีฟและเข้าถึงปัญหาเชิงลึกของชาวบ้านในแบบที่คาดไม่ถึงแน่นอน

ไทยสร้างไทย กับนโยบาย “หวยบำเหน็จ” ที่น่าจับตา

แนวคิดเรื่อง “หวยบำเหน็จ” ของพรรคไทยสร้างไทย ถือเป็นนโยบายที่น่าสนใจ เพราะเป็นการผสมผสานความบันเทิงและความมั่นคงทางการเงินเข้าด้วยกันอย่างลงตัว คนไทยจำนวนมากชื่นชอบการเสี่ยงโชค และการซื้อหวยก็เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน การที่พรรคไทยสร้างไทยมองเห็นโอกาสตรงนี้ และนำมาพัฒนาเป็นนโยบายที่ช่วยส่งเสริมการออม จึงเป็นเรื่องที่น่าชื่นชม

ทำไมนโยบาย “หวยบำเหน็จ” ถึงโดนใจคนไทย?

  • เข้าใจง่าย: นโยบายนี้ไม่ได้ซับซ้อน เข้าใจง่าย และตรงไปตรงมา คนทั่วไปสามารถเข้าใจแนวคิดพื้นฐานได้ทันที
  • จับต้องได้: การเปลี่ยนเงินที่เคยจ่ายไปกับการซื้อหวยให้กลายเป็นการออมที่ได้ดอกผลตอบแทน เป็นสิ่งที่จับต้องได้และสร้างแรงจูงใจ
  • ตอบโจทย์: นโยบายนี้ตอบโจทย์ความต้องการของคนที่ต้องการออมเงิน แต่ยังอยากมีโอกาสลุ้นโชคไปพร้อมๆ กัน

นอกจากนี้ การที่พรรคไทยสร้างไทยเลือกใช้ป้ายหาเสียงที่ครีเอทีฟและแตกต่าง ก็แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจที่จะสื่อสารกับประชาชนด้วยวิธีการใหม่ๆ ที่น่าสนใจ การขูดเลขที่ต้นไม้เพื่อสื่อถึงนโยบาย “หวยบำเหน็จ” เป็นไอเดียที่สร้างสรรค์และดึงดูดความสนใจได้เป็นอย่างดี

อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญที่สุดคือการทำให้นโยบาย “หวยบำเหน็จ” เป็นจริงได้ และบริหารจัดการอย่างโปร่งใส เพื่อให้ประชาชนมั่นใจได้ว่าเงินออมของพวกเขาจะปลอดภัยและได้รับผลตอบแทนอย่างที่คาดหวังไว้ นอกจากนี้ การให้ความรู้และคำแนะนำเกี่ยวกับการวางแผนทางการเงินควบคู่ไปด้วย ก็จะช่วยให้ประชาชนสามารถตัดสินใจได้อย่างรอบคอบและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

การเลือกตั้งครั้งนี้ เป็นโอกาสที่ประชาชนจะได้พิจารณานโยบายของแต่ละพรรคอย่างละเอียด ถี่ถ้วน และเลือกพรรคที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของตนเองได้ดีที่สุด นโยบาย “หวยบำเหน็จ” ของพรรคไทยสร้างไทย เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ ซึ่งอาจเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่ต้องการเริ่มต้นการออมและวางแผนอนาคตทางการเงินของตนเอง

ที่มา – ไทยสร้างไทย ปล่อยป้ายหาเสียงสุดครีเอทีฟให้ผู้สมัครขูดเลขที่ต้นไม้ ชูนโยบาย “หวยบำเหน็จ”

“แม่หน่อย” ปกป้องศักดิ์ศรี “จินนี่” ลั่นไม่ควรถูกดูหมิ่น

“คุณหญิงสุดารัตน์” ปกป้องศักดิ์ศรีลูกสาว “จินนี่ ยศสุดา” หลังโดนคอมเมนต์คุกคามทางเพศ ลั่น ย่ำยีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ขอบคุณทุกคนที่ช่วยกันส่งเสียง ผู้กระทำผิดต้องรับผิดชอบต่อสิ่งที่ก่อไว้

เมื่อเวลา 13.13 น. วันที่ 30 ธันวาคม 2568 คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย และเป็นมารดาของ น.ส.ยศสุดา ลีลาปัญญาเลิศ หรือ จินนี่ ระบุถึงกรณีที่เกิดขึ้นกับลูกสาวหลังโดนข้อความในเชิงคุกคามทางเพศ ผ่านทางเฟซบุ๊ก ว่า ในฐานะแม่ ขอแสดงจุดยืนอย่างหนักแน่นต่อกรณีการคุกคามทางเพศที่เกิดขึ้นกับลูกสาว แม้ในช่วงนี้สภาพร่างกายของตนเองจะไม่แข็งแรงนัก แต่จะนิ่งเฉยไม่ได้ เมื่อแม่เจ็บป่วยลูกก็ช่วยไปทำหน้าที่เป็นกระบอกเสียงให้พรรคและเป็นกำลังใจให้ทีมงานด้วยความตั้งใจที่ดีต่อประเทศและองค์กร แต่กลับมาเกิดเหตุการณ์เช่นนี้

“ดิฉันต้องลุกขึ้นมาทำหน้าที่แม่ ปกป้องศักดิ์ศรีของลูกสาวของดิฉัน และลูกผู้หญิงทุกคนอย่างถึงที่สุด ซึ่งเหตุการณ์เช่นนี้ไม่ควรที่จะเกิดขึ้นกับใครทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นเพศใด ไม่ควรถูกดูหมิ่นศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์กันเช่นนี้ การแสดงความคิดเห็นที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ไม่ใช่เพียงเรื่องล้อเล่น แต่เป็นการย่ำยีศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ ความเท่าเทียมทางเพศ และเข้าข่ายการละเมิดและกระทำผิดกฎหมาย”

คุณหญิงสุดารัตน์ ระบุในช่วงท้ายว่า ขอขอบพระคุณพี่น้องทุกท่านที่ช่วยกันส่งเสียงปกป้องจินนี่ และแสดงจุดยืนเคียงข้างความถูกต้อง การออกมาเรียกร้องครั้งนี้ไม่ใช่เพียงเพื่อจินนี่คนเดียว แต่เพื่อยืนยันว่าการคุกคามทางเพศไม่ว่าจะในรูปแบบใดหรือกับใครก็ตาม เป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ในสังคมไทย และผู้กระทำผิดต้องรับผิดชอบต่อสิ่งที่ตนเองก่อไว้ทั้งทางสังคมและกฎหมายอย่างยุติธรรม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในเวลา 15.30 น. ทนายความของ น.ส.ยศสุดา จะเดินทางไปแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนที่ สน.พหลโยธิน

(ภาพจากเฟซบุ๊ก คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ Sudarat Keyuraphan)

“แม่หน่อย” ขอปกป้องศักดิ์ศรี “จินนี่” ลั่น เพศใดก็ไม่ควรถูกดูหมิ่น ขอบคุณช่วยกันส่งเสียง

จากกรณีที่คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ออกมาปกป้องลูกสาว จินนี่ ยศสุดา จากการถูกคุกคามทางเพศบนโลกออนไลน์ กลายเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจอย่างกว้างขวางในสังคมไทย การออกมาแสดงจุดยืนของคุณหญิงสุดารัตน์ในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และการต่อต้านการคุกคามทางเพศในทุกรูปแบบ

ทำไม “แม่หน่อย” ถึงต้องออกมาปกป้องศักดิ์ศรี “จินนี่”?

การคุกคามทางเพศไม่ว่ารูปแบบใดก็ตาม ถือเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน และสร้างผลกระทบทางจิตใจอย่างรุนแรงต่อผู้ถูกกระทำ ในกรณีของจินนี่ ยศสุดา การที่คุณหญิงสุดารัตน์ ผู้เป็นมารดา ออกมาปกป้องศักดิ์ศรีของลูกสาวอย่างแข็งขัน เป็นการแสดงให้เห็นว่าการคุกคามทางเพศเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ และผู้กระทำผิดต้องได้รับโทษตามกฎหมาย

คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ใช่แค่เรื่องล้อเล่น แต่เป็นการย่ำยีศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์และความเท่าเทียมทางเพศ ซึ่งถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย

สังคมควรมีบทบาทอย่างไรในการปกป้องศักดิ์ศรี

สังคมมีบทบาทสำคัญในการสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับปัญหาการคุกคามทางเพศ และส่งเสริมค่านิยมของการเคารพซึ่งกันและกัน การให้ความรู้เกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน และการสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้ผู้ถูกคุกคามสามารถออกมาพูดได้อย่างเปิดเผย เป็นสิ่งจำเป็นในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการคุกคามทางเพศอย่างยั่งยืน

ทุกภาคส่วนในสังคมควรช่วยกันส่งเสียงดังๆ เพื่อต่อต้านการคุกคามทางเพศทุกรูปแบบ และสร้างสังคมที่เคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน

การที่ “แม่หน่อย” ออกมาปกป้องศักดิ์ศรี “จินนี่” อย่างเด็ดขาด แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการยืนหยัดเพื่อความถูกต้อง และเป็นกำลังใจให้ผู้หญิงทุกคนที่ถูกคุกคาม กล้าที่จะออกมาเรียกร้องความเป็นธรรม

เรื่องราวของ “แม่หน่อย” ขอปกป้องศักดิ์ศรี “จินนี่” ลั่น เพศใดก็ไม่ควรถูกดูหมิ่น ขอบคุณช่วยกันส่งเสียง เป็นเครื่องเตือนใจให้เราทุกคนตระหนักถึงปัญหาการคุกคามทางเพศ และร่วมกันสร้างสังคมที่ปลอดภัยและเคารพซึ่งกันและกัน

ที่มา – “แม่หน่อย” ขอปกป้องศักดิ์ศรี “จินนี่” ลั่น เพศใดก็ไม่ควรถูกดูหมิ่น ขอบคุณช่วยกันส่งเสียง

เลือกตั้ง 2569: สุดารัตน์ แคนดิเดตนายกฯ ไทยสร้างไทย

การเลือกตั้ง 2569 ที่กำลังจะมาถึงนี้ พรรคไทยสร้างไทยได้เปิดตัวแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการแล้ว นำทีมโดยคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ พร้อมด้วยพล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร และนายสุรเดช ทวีแสงสกุลไทย เตรียมพร้อมสำหรับการสู้ศึกเลือกตั้ง 2569 ที่กำลังจะเกิดขึ้น

เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา พรรคไทยสร้างไทยได้ประกาศรายชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีทั้ง 3 ท่านอย่างเป็นทางการ ซึ่งถือเป็นสัญญาณสำคัญของการเตรียมความพร้อมสำหรับการเลือกตั้ง 2569 ที่ใกล้เข้ามาทุกที

แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคไทยสร้างไทย

รายชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรคไทยสร้างไทยมีดังนี้:

  • คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์
  • พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร
  • นายสุรเดช ทวีแสงสกุลไทย

คุณหญิงสุดารัตน์

ทำความรู้จักกับแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคไทยสร้างไทย

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์: อดีตรัฐมนตรีหลายกระทรวง ผู้มีประสบการณ์ทางการเมืองมายาวนาน และเป็นที่รู้จักในวงกว้าง

พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร: อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ผู้มีประสบการณ์ด้านความมั่นคงของประเทศ

นายสุรเดช ทวีแสงสกุลไทย: ผู้บริหารบริษัท ขอนแก่น พัฒนาเมือง (KKTT) จำกัด ผู้มีวิสัยทัศน์ในการพัฒนาเมือง

นอกจากนี้ นางสาวยศสุดา ลีลาปัญญาเลิศ หรือ จินนี่ ลูกสาวของคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ได้จับสลากเบอร์ปาร์ตี้ลิสต์ของพรรคไทยสร้างไทย ได้หมายเลข 48 ในการเลือกตั้ง 2569 ที่จะถึงนี้

จินนี่ ยศสุดา

การเปิดตัวแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคไทยสร้างไทยในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและความพร้อมในการเข้าสู่สนามเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในปี 2569 ซึ่งเป็นที่น่าสนใจอย่างยิ่งว่าพรรคไทยสร้างไทยจะนำเสนอนโยบายอะไร และจะได้รับการตอบรับจากประชาชนอย่างไรบ้าง

การมีตัวเลือกที่หลากหลายสำหรับผู้ที่จะมาเป็นผู้นำประเทศ ถือเป็นเรื่องที่ดีสำหรับประชาธิปไตย ผู้มีสิทธิเลือกตั้งควรศึกษาข้อมูลของผู้สมัครแต่ละท่านอย่างละเอียด เพื่อประกอบการตัดสินใจในการเลือกผู้ที่เหมาะสมที่สุดที่จะนำพาประเทศไปข้างหน้า

ที่มา – เลือกตั้ง 2569 : แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคไทยสร้างไทย “สุดารัตน์-ภราดร-สุรเดช”

“จินนี่ ยศสุดา” ร่วมส่ง สส.กทม. ไทยสร้างไทย

“จินนี่ ยศสุดา” ลูกสาวคุณหญิงสุดารัตน์ มาร่วมส่งผู้สมัคร สส.กทม. “พรรคไทยสร้างไทย” พร้อมอาสาดูแลประชาชน นี่คือข่าวการเมืองที่น่าสนใจในช่วงนี้

วันที่ 27 ธ.ค. 2568 น.ส.ยศสุดา ลีลาปัญญาเลิศ หรือ จินนี่ ลูกสาวคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุพันธุ์ เดินทางมาร่วมส่งผู้สมัคร สส.กทม. พรรคไทยสร้างไทย ณ สนามไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง พร้อมกับ พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร แคนดิเดตนายกฯ พรรคไทยสร้างไทย

น.ส.ยศสุดา ลีลาปัญญาเลิศ เผยว่า อยากให้รอติดตามการสมัคร สส.บัญชีรายชื่อของพรรคเราในวันพรุ่งนี้ เพราะมีเซอร์ไพรส์ จริงๆ คุณแม่หรือครอบครัวไม่ได้บังคับหรือขอให้มาทำงานการเมืองเลย แต่อาจจะเป็นเพราะว่าเราอยู่กับพรรคไทยสร้างไทยตั้งแต่เริ่มต้น เราเห็นทีมงาน บุคลากรในพรรคที่มีความตั้งใจ ไม่หยุดที่จะทำงานให้บ้านเมือง ไม่หยุดที่จะอาสามาทำงานเพื่อคนไทย ก็เลยรู้สึกว่าถ้าเรามีโอกาสในการอยู่องค์กรที่มีคุณภาพแบบนี้ ก็อยากจะเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือองค์กร

พรรคไทยสร้างไทย หลายคนอาจจะติดภาพคุณหญิงสุดารัตน์ แต่ถ้ามองดูอย่างละเอียดแล้ว พรรคไทยสร้างไทยมีทั้งคนรุ่นใหม่และคนรุ่นใหญ่ที่มีประสบการณ์ ฉะนั้นพรรคไทยสร้างไทยถือเป็นตัวเลือกที่ดีมากๆ เพราะการที่เรามีนักการเมืองหรือนักบริหารบ้านเมืองที่มีประสบการณ์ทำงานมาหลายสิบปี และมีคนรุ่นใหม่ที่ตั้งใจทำงานมาผนวกกำลัง เรารู้สึกว่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีของประชาชนมากๆ

ในด้านนโยบายเอง พวกเราคิดอย่างครอบคลุมมากๆ มีนโยบายที่จะดูแลทุกคนตั้งแต่เกิดจนแก่ เพราะฉะนั้นทุกวันนี้เราอยากให้คนไทยหายเหนื่อย อยากจะขอโอกาสมาดูแลพี่น้องประชาชน

นอกจากนี้ เรามีโมทโทประจำพรรคการเมือง คือเราอยากจะทำการเมืองให้สุจริต การเมืองสีขาว การเมืองที่ไม่โกง การเมืองที่ทุกคนสามารถไว้ใจผู้บริหารบ้านเมืองได้ หลายคนอาจเบื่อคำว่าไม่โกง ไม่คอร์รัปชัน ซึ่งเราได้ยินมาตั้งแต่เด็กๆ แสดงให้เห็นว่าผ่านมากี่สิบปี ปัญหาทุจริตคอร์รัปชันนี้ไม่ได้หายจากประเทศไทยไปไหนเลย จนทุกวันนี้ปัญหาคอร์รัปชันทำให้ประเทศไทยติดอยู่หลุมดำ ฉะนั้นพรรคเราเห็นถึงปัญหานี้แล้วเราคัดแต่ผู้สมัครและผู้อาสาที่มีใจในการทำการเมืองอย่างสุจริตจริงๆ.

“จินนี่ ยศสุดา” มาร่วมส่งผู้สมัคร สส.กทม. พรรคไทยสร้างไทย

การปรากฏตัวของ “จินนี่ ยศสุดา” ในการร่วมส่งผู้สมัคร สส.กทม. พรรคไทยสร้างไทย สร้างความสนใจให้กับหลายฝ่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแง่ของการสนับสนุนจากคนรุ่นใหม่ และความตั้งใจที่จะเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศ

ความสำคัญของการมีส่วนร่วมของคนรุ่นใหม่

การที่ “จินนี่ ยศสุดา” เข้ามามีบทบาทในการสนับสนุนพรรคไทยสร้างไทย สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการมีส่วนร่วมของคนรุ่นใหม่ในการเมืองไทย คนรุ่นใหม่มีความคิดสร้างสรรค์ มีความเข้าใจในเทคโนโลยี และมีความคาดหวังต่ออนาคตที่แตกต่างจากคนรุ่นก่อน การมีส่วนร่วมของคนรุ่นใหม่จะช่วยให้การเมืองไทยมีความหลากหลายและตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนมากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ การที่ “จินนี่ ยศสุดา” เน้นย้ำถึงความสำคัญของการเมืองสุจริต ก็เป็นสิ่งที่สอดคล้องกับความต้องการของคนรุ่นใหม่ ที่ต้องการเห็นการเมืองที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ และปราศจากการทุจริตคอร์รัปชัน

พรรคไทยสร้างไทยจึงเป็นอีกพรรคการเมืองที่น่าจับตามองในการเลือกตั้งครั้งหน้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเขตกรุงเทพมหานคร ที่มีฐานเสียงของคนรุ่นใหม่จำนวนมาก

การสนับสนุนจาก “จินนี่ ยศสุดา” ในการเลือกตั้ง สส.กทม. ครั้งนี้ อาจจะเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญของการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในประเทศไทย หวังว่าการเลือกตั้งที่จะมาถึงนี้ จะเป็นการเลือกตั้งที่บริสุทธิ์ ยุติธรรม และเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศอย่างเต็มที่

จินนี่ ยศสุดา” ลูกสาวคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ได้แสดงจุดยืนอย่างชัดเจนในการสนับสนุนผู้สมัคร สส.กทม. ของพรรคไทยสร้างไทย การตัดสินใจของเธอสร้างความฮือฮาและก่อให้เกิดกระแสความสนใจในวงกว้าง การร่วมงานกับพรรคไทยสร้างไทยของ “จินนี่ ยศสุดา” ไม่ได้เป็นเพียงแค่การสนับสนุนทางการเมือง หากแต่เป็นการส่งสัญญาณถึงความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาสังคมและประเทศชาติ การอาสาเข้ามาดูแลประชาชนของ “จินนี่ ยศสุดา” ถือเป็นอีกหนึ่งความหวังสำหรับอนาคตทางการเมืองของไทย

ที่มา – “จินนี่ ยศสุดา” มาร่วมส่งผู้สมัคร สส.กทม. พรรคไทยสร้างไทย พร้อมอาสาดูแลประชาชน

“เสธ.แมว” ชี้ ปัญหาการเมืองกัมพูชาบีบคั้น

“เสธ.แมว” ชี้ ปัญหาการเมืองกัมพูชาบีบคั้น จนปะทุเป็นวิกฤตชายแดน ย้ำไทยต้องจัดการเครือข่ายสแกมเมอร์ให้สิ้นซาก ควบคู่ยุทธศาสตร์การรบ

วันที่ 9 ธันวาคม 2568 พล.ท. ภราดร พัฒนถาบุตร ประธานยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคง พรรคไทยสร้างไทย แสดงความกังวลต่อสถานการณ์ปะทะตามแนวชายแดนไทย กัมพูชา ซึ่งกำลังทวีความตึงเครียดขึ้นจากปัจจัยหลายด้าน ทั้งความเปราะบางทางการเมืองภายในกัมพูชา ปัญหาเศรษฐกิจ และแรงกดดันจากมหาอำนาจที่กำลังจับตาพฤติกรรมของกลุ่มผู้มีอำนาจในกัมพูชา โดย พล.ท. ภราดร ระบุว่า สถานการณ์ล่าสุดเป็นมากกว่าการยิงตอบโต้ระหว่างทหารสองประเทศ แต่มีมิติทางภูมิรัฐศาสตร์และสงครามข่าวสารเข้ามาพัวพันอย่างซับซ้อน

พล.ท. ภราดร ชี้ให้เห็นว่า ต้นตอความตึงเครียดรอบใหม่ส่วนหนึ่งเกิดจากปัญหาเครือข่ายสแกมเมอร์ข้ามชาติซึ่งโยงใยเชิงผลประโยชน์กับกลุ่มผู้มีอำนาจในกัมพูชา การที่ไทยเข้มงวดด้านการบังคับใช้กฎหมายและอายัดทรัพย์ผู้เกี่ยวข้อง ทำให้เกิดแรงกดดันต่อผู้นำกัมพูชาจนมีความพยายามเบี่ยงเบนความสนใจของประชาชนภายในประเทศ นอกจากนี้ มหาอำนาจอย่างสหรัฐฯ และจีนต่างกังวลต่อบทบาทของเครือข่ายสแกมเมอร์ระดับภูมิภาค จึงผลักดันให้กัมพูชาเร่งสะสางปัญหา ยิ่งทำให้แรงกดดันทางการเมืองภายในทวีคูณจนสะท้อนออกมาในพื้นที่ชายแดน

พล.ท. ภราดร ยังกล่าวถึงรูปแบบการเคลื่อนไหวของกัมพูชาที่มีการใช้สงครามข่าวสารอย่างเข้มข้น ทั้งการเผยแพร่ข้อมูลที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง รวมถึงการใช้พื้นที่พลเรือนเป็นฐานยิงหรือจุดตั้งอาวุธหนัก ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่สร้างความเสี่ยงต่อประชาชนและละเมิดหลักปฏิบัติสากล ขณะที่ฝ่ายไทยยืนยันว่าปฏิบัติการทุกอย่างเป็นการป้องกันตนเอง และมีการเก็บหลักฐานอย่างต่อเนื่องเพื่อเสนอต่อประชาคมโลก โดยเฉพาะในช่วงที่มีการปะทะตามหลายจุดสำคัญริมชายแดนที่กัมพูชามีการใช้อาวุธยิงสนับสนุนเข้ามาอย่างต่อเนื่อง

พล.ท. ภราดร ระบุว่า รัฐบาลและกองทัพไทยต้องเป็นเอกภาพร่วมกันกำหนดกลยุทธ์ปฏิบัติการที่ชัดเจนเพื่อยุติภัยคุกคามให้เร็วที่สุด ทั้งการตอบโต้เฉพาะเป้าหมายทางทหาร การทำลายเส้นทางลำเลียงกำลังและคลังอาวุธ รวมถึงการเตรียมพร้อมป้องกันล่วงหน้าไม่ให้สถานการณ์ลุกลาม พร้อมย้ำว่ากองทัพจะไม่ประมาทแม้กัมพูชาจะมีข้อจำกัดด้านยุทโธปกรณ์ ในขณะที่ฝ่ายปกครองก็เร่งเตรียมความพร้อมด้านการอพยพและแผนช่วยเหลือประชาชนในทุกพื้นที่เสี่ยง

พล.ท. ภราดร ย้ำว่าหากไทยต้องการให้วิกฤตครั้งนี้ยุติลงอย่างยั่งยืน จำเป็นต้องจัดการปัญหาเครือข่ายสแกมเมอร์อย่างจริงจังเพื่อสร้างความโปร่งใส ความสะอาดบริสุทธิ์ในระบบเศรษฐกิจและการเมือง ควบคู่กับการดำเนินยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคงที่เด็ดขาดให้สถานการณ์ชายแดนจบลงอย่างแท้จริง พร้อมระบุว่าการมีการเมืองที่สุจริตและไม่ปล่อยให้เครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติฝังตัวอยู่ในภูมิภาค จะเป็นรากฐานสำคัญที่ทำให้ไทยไม่ต้องเผชิญความไม่มั่นคงซ้ำซาก และช่วยสร้างเสถียรภาพระยะยาวทั้งภายในประเทศและในภูมิภาคต่อไป

“เสธ.แมว” ชี้ ปัญหาการเมืองกัมพูชาบีบคั้น

สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาที่กำลังตึงเครียดขึ้น ทำให้หลายฝ่ายออกมาแสดงความกังวลและเสนอแนะแนวทางแก้ไข หนึ่งในนั้นคือ พล.ท. ภราดร พัฒนถาบุตร หรือ “เสธ.แมว” ที่ออกมาวิเคราะห์ถึงสาเหตุของวิกฤตและเสนอแนะแนวทางการแก้ไขอย่างตรงจุด

ปัจจัยที่ทำให้ปัญหาการเมืองกัมพูชาบีบคั้น

ตามที่ “เสธ.แมว” ได้กล่าวไว้ ปัจจัยที่ทำให้ ปัญหาการเมืองกัมพูชาบีบคั้น จนนำไปสู่วิกฤตชายแดนมีหลายประการ ได้แก่

  • ความเปราะบางทางการเมืองภายในกัมพูชา
  • ปัญหาเศรษฐกิจที่ส่งผลกระทบต่อประชาชน
  • แรงกดดันจากมหาอำนาจที่ต้องการให้กัมพูชาจัดการปัญหาเครือข่ายสแกมเมอร์

ปัจจัยเหล่านี้ล้วนส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของรัฐบาลกัมพูชา และอาจเป็นสาเหตุให้เกิดการเบี่ยงเบนความสนใจของประชาชนโดยการสร้างสถานการณ์ความตึงเครียดตามแนวชายแดน

นอกจากนี้ “เสธ.แมว” ยังชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของการจัดการปัญหาเครือข่ายสแกมเมอร์ข้ามชาติ ซึ่งเป็นต้นตอของปัญหาหลายอย่าง และมีความเชื่อมโยงกับกลุ่มผู้มีอำนาจในกัมพูชา การจัดการปัญหาเหล่านี้อย่างจริงจัง จะช่วยสร้างความโปร่งใสและความน่าเชื่อถือให้กับระบบเศรษฐกิจและการเมืองของทั้งสองประเทศ

การแก้ไข ปัญหาการเมืองกัมพูชาบีบคั้น ไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยการใช้กำลังทหารเพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน เพื่อสร้างความเข้าใจและความไว้วางใจซึ่งกันและกัน รวมถึงการแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุอย่างยั่งยืน

ดังนั้น การที่ “เสธ.แมว” ออกมาให้ข้อมูลและเสนอแนะแนวทางการแก้ไข ปัญหาการเมืองกัมพูชาบีบคั้น จึงเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการหาทางออกให้กับวิกฤตชายแดนในครั้งนี้ และเป็นสัญญาณที่ดีที่แสดงให้เห็นว่ายังมีผู้ที่ห่วงใยและต้องการเห็นสันติภาพและความมั่นคงในภูมิภาค

ที่มา – “เสธ.แมว” ชี้ปัญหาการเมืองกัมพูชาบีบคั้น จนปะทุเป็นวิกฤตชายแดน แนะฟันเครือข่ายสแกมเมอร์ให้สิ้นซาก

“เสธ.แมว” จี้ “อนุทิน” เคลียร์ปม “เบน สมิธ” ด่วน!

“พล.ท.ภราดร” เสนอ “อนุทิน” ทำ 2 เรื่องเร่งด่วนปม “เบน สมิธ” เคลียร์ข้อกังขาต่อสังคมความเชื่อมโยงถึงนายกฯ ไทย ย้ำ ผู้นำต้องกล้าตัดสินใจและจริงใจต่อประชาชน หากทำได้ฟื้นความเชื่อมั่นให้รัฐบาล

วันที่ 6 ธันวาคม 2568 พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร ประธานยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคง พรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) กล่าวถึงกรณีกระแสสังคมตั้งข้อสงสัยความสัมพันธ์ระหว่าง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กับนายเบน สมิธ มีภาพปรากฏร่วมกับผู้มีอำนาจหลายคนในไทย รวมถึงนายอนุทิน ว่า จากคำชี้แจงของนายอนุทิน ที่ระบุยอมรับว่าเคยพบกับนายเบน สมิธ เพียงไม่กี่ครั้ง และปฏิเสธการทำธุรกิจร่วมกัน รวมถึงการอ้างว่าเคยถูกย้ายจากกระทรวงมหาดไทยเพราะไม่ยอมอนุมัติสัญชาติไทยให้นายเบน สมิธ ทำให้เรื่องนี้จำเป็นต้องคลี่คลายอย่างเร่งด่วน ตนเชื่อว่านายอนุทิน ไม่น่ามีผลประโยชน์ทับซ้อนกับนายเบน สมิธ แต่ฝ่ายรัฐบาลโดยเฉพาะนายกรัฐมนตรี น่าจะมีข้อมูลสำคัญที่ช่วยให้ข้อสงสัยต่างๆ กระจ่างขึ้นได้ เพื่อให้รัฐบาลหลุดพ้นจากข้อครหาว่าเกี่ยวพันกับนายเบน สมิธ พร้อมเสนอว่าควรดำเนินการอย่างเร่งด่วน 2 ข้อดังนี้

1. เร่งออกหมายจับ นายเบน สมิธ ซึ่งเป็นบุคคลเดียวที่ยังไม่มีหมายจับจากทางการไทย พร้อมทั้งตรวจสอบเส้นทางการเงินอย่างละเอียด หากพบการกระทำผิดกฎหมายต้องเร่งดำเนินคดี อายัดทรัพย์ และจัดการผู้เกี่ยวข้องทุกระดับโดยไม่ละเว้น

2. เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับกระบวนการพิจารณาออกสัญชาติไทยให้แก่ นายเบน สมิธ โดยเฉพาะการตรวจสอบว่าใครเป็นผู้สั่งการให้นายอนุทินในขณะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เพื่อแสดงความโปร่งใสและคลายข้อสงสัยว่ามีผู้มีอิทธิพลทางการเมืองอยู่เบื้องหลังหรือไม่

“ผมมองว่าการเปิดเผยข้อมูลและการดำเนินการอย่างเด็ดขาดของนายกรัฐมนตรี จะช่วยให้การปราบปรามขบวนการสแกมเมอร์ และเครือข่ายผู้สนับสนุนเป็นไปอย่างจริงจัง ลดพื้นที่ให้กลุ่มอิทธิพลที่ยังคงได้รับประโยชน์จากช่องโหว่ของระบบ พร้อมทั้งเร่งดำเนินการอายัดทรัพย์สินของนายเบนที่ยังหลงเหลืออยู่จำนวนมาก ขอย้ำว่าประเทศต้องการผู้นำที่กล้าตัดสินใจและจริงใจต่อประชาชน การจัดการปัญหานี้อย่างรวดเร็วและโปร่งใสจะเป็นก้าวสำคัญในการฟื้นความเชื่อมั่น และแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจจริงของรัฐบาลในการต่อสู้กับอาชญากรรมข้ามชาติและเครือข่ายผู้มีอิทธิพลในประเทศ”

“เสธ.แมว” จี้ “อนุทิน” ทำด่วน 2 เรื่องปม “เบน สมิธ” เคลียร์ข้อกังขาโยงถึงนายกฯ ไทย

จากกรณีที่ พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร ได้ออกมาเรียกร้องให้มีการดำเนินการอย่างเร่งด่วนเกี่ยวกับประเด็นของนายเบน สมิธ ที่มีความเชื่อมโยงกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล รวมถึงข้อสงสัยที่โยงไปถึงนายกรัฐมนตรีนั้น ได้สร้างความสนใจและความกังวลให้กับประชาชนเป็นอย่างมาก การออกมาเรียกร้องให้มีการเคลียร์ข้อกังขาโดยด่วนถือเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง เพื่อรักษาความโปร่งใสและความน่าเชื่อถือของรัฐบาล

ประเด็นสำคัญที่ “เสธ.แมว” เน้นย้ำในเรื่อง “เบน สมิธ”

พล.ท.ภราดร ได้เน้นย้ำถึง 2 ประเด็นหลักที่นายอนุทินควรดำเนินการโดยเร็ว ได้แก่ การเร่งออกหมายจับนายเบน สมิธ และการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับกระบวนการพิจารณาออกสัญชาติไทย การดำเนินการเหล่านี้จะช่วยคลี่คลายข้อสงสัยและแสดงให้เห็นถึงความโปร่งใสของรัฐบาลในการจัดการกับปัญหาที่เกิดขึ้น

การที่ “เสธ.แมว” ออกมาจี้ “อนุทิน” ให้ดำเนินการใน 2 เรื่องนี้ เป็นการแสดงให้เห็นถึงความต้องการที่จะให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียดและโปร่งใส เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบข้อมูลที่ถูกต้องและครบถ้วน การดำเนินการอย่างรวดเร็วและเด็ดขาดจะช่วยลดข้อกังขาและความคลางแคลงใจที่เกิดขึ้นในสังคมได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ การที่รัฐบาลแสดงความจริงใจในการจัดการกับปัญหาดังกล่าว จะเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการต่อสู้กับการทุจริตและอาชญากรรมข้ามชาติ การดำเนินการอย่างเด็ดขาดและโปร่งใสจะเป็นก้าวสำคัญในการฟื้นฟูความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อรัฐบาล

“เสธ.แมว” จี้ “อนุทิน” ทำด่วน 2 เรื่องปม “เบน สมิธ” เคลียร์ข้อกังขาโยงถึงนายกฯ ไทย ถือเป็นประเด็นที่สังคมให้ความสนใจและต้องการคำตอบที่ชัดเจน การดำเนินการตามข้อเรียกร้องของ พล.ท.ภราดร จะเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความจริงใจและความโปร่งใสของรัฐบาลในการจัดการกับปัญหาที่เกิดขึ้น

สิ่งที่เกิดขึ้นนี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการตรวจสอบและการเปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใสในสังคม การที่ประชาชนมีสิทธิที่จะรับรู้ข้อมูลที่ถูกต้องและครบถ้วนเป็นสิ่งสำคัญในการสร้างสังคมที่เป็นธรรมและมีความน่าเชื่อถือ การดำเนินการอย่างเด็ดขาดกับผู้กระทำผิดและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องเป็นสิ่งที่จำเป็นในการรักษากฎหมายและความสงบเรียบร้อยของสังคม

การเรียกร้องของ “เสธ.แมว” ในครั้งนี้จึงเป็นการกระตุ้นเตือนให้รัฐบาลตระหนักถึงความสำคัญของการรักษาความโปร่งใสและความน่าเชื่อถือ การดำเนินการอย่างรวดเร็วและเด็ดขาดจะเป็นการแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหาและสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน

ในท้ายที่สุดแล้ว การจัดการกับปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างโปร่งใสและเป็นธรรมจะเป็นก้าวสำคัญในการสร้างสังคมที่เข้มแข็งและมีความน่าเชื่อถือ การที่รัฐบาลให้ความสำคัญกับการตรวจสอบและการเปิดเผยข้อมูลจะเป็นการสร้างบรรทัดฐานที่ดีในการบริหารประเทศและสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในระยะยาว

การดำเนินการตามข้อเรียกร้องของ “เสธ.แมว” ไม่เพียงแต่จะช่วยคลี่คลายข้อสงสัยที่เกิดขึ้น แต่ยังเป็นการแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการต่อสู้กับการทุจริตและอาชญากรรมข้ามชาติ การดำเนินการอย่างเด็ดขาดและโปร่งใสจะเป็นก้าวสำคัญในการสร้างสังคมที่เป็นธรรมและมีความน่าเชื่อถือ

ที่มา – “เสธ.แมว” จี้ “อนุทิน” ทำด่วน 2 เรื่องปม “เบน สมิธ” เคลียร์ข้อกังขาโยงถึงนายกฯ ไทย

ทสท. เปิดแคมเปญ **สร้างการเมืองสุจริต**

“ไทยสร้างไทย” ประกาศ “สร้างการเมืองสุจริต” ล้างบางคนโกง! ชู 3 มาตรการคนโกงต้องไม่มีที่ยืนในสังคมไทยอีกต่อไป

วันที่ 5 ธันวาคม 2568 คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย ประกาศเปิดตัวแคมเปญใหญ่ “Big Cleaning ประเทศไทย ได้เวลาล้างบางคนโกง” โดยระบุว่าการ “สร้างการเมืองสุจริต” คือภารกิจหลักในการเปลี่ยนประเทศ พร้อมน้อมนำพระราชดำรัสรัชกาลที่ 9 เรื่องการส่งเสริมคนดีมาปกครองบ้านเมือง และประกาศเจตนารมณ์ว่า “คนโกงต้องไม่มีที่ยืนในสังคมไทย” อีกต่อไป

คุณหญิงสุดารัตน์ชี้ว่า การทุจริตที่ฝังรากลึกทำลายเศรษฐกิจอย่างรุนแรง ทำให้การเติบโตของประเทศต่ำกว่า 2% และดันหนี้ครัวเรือนพุ่งสูงถึง 16 ล้านล้านบาทเกือบเท่า GDP ของประเทศ ขณะเดียวกันปัญหาคอร์รัปชันยังเชื่อมโยงกับอาชญากรรมสมัยใหม่ เช่น แก๊งคอลเซ็นเตอร์ สแกมเมอร์ และระบบส่วย ซึ่งเป็นสัญญาณว่าประเทศกำลังเสี่ยงสู่ภาวะ “รัฐล้มเหลว” หากไม่เร่งรื้อโครงสร้างอำนาจที่เปิดช่องให้ทุนดำครอบงำ

ภายใต้แคมเปญนี้ คุณหญิงสุดารัตน์บอกว่า พรรคเตรียมผลักดัน 3 มาตรการปราบคอร์รัปชันอย่างเด็ดขาด ดังนี้:

  • เพิ่มโทษสูงสุดถึงขั้นประหารชีวิต สำหรับเจ้าหน้าที่รัฐและนักการเมืองที่โกงชาติ
  • ให้อำนาจประชาชนเข้าชื่อ 50,000 ชื่อถอดถอนองค์กรอิสระและศาลรัฐธรรมนูญ หากพบว่ามีการเอื้อประโยชน์ให้คนโกง
  • จัดตั้ง ป.ป.ช. ภาคประชาชน เปิดทางให้ตรวจสอบและส่งฟ้องโครงการทุจริตของรัฐได้อย่างแท้จริง

คุณหญิงสุดารัตน์จึงอยากเชิญชวนประชาชนลุกขึ้นมาร่วมสู้ อย่าสยบยอมให้กับคนเลว เพื่อนำพาประเทศไทยก้าวพ้นหลุมดำแห่งคอร์รัปชันอย่างยั่งยืน

สร้างการเมืองสุจริต

ทำไมต้องสร้างการเมืองสุจริต?

การสร้างการเมืองสุจริตไม่ใช่แค่คำสวยหรู แต่เป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน ลองคิดดูว่าถ้าเงินภาษีของเราไม่รั่วไหลไปกับการทุจริต เราจะสามารถนำเงินเหล่านั้นไปพัฒนาด้านสาธารณสุข การศึกษา โครงสร้างพื้นฐาน และอีกมากมายได้อีกเท่าไหร่?

ปัญหาคอร์รัปชันกัดกินประเทศไทยมานาน ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ สังคม และความเชื่อมั่นของประชาชน การที่นักการเมืองและข้าราชการบางส่วนแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตัว ทำให้โครงการต่างๆ ไม่ได้มาตรฐาน งบประมาณบานปลาย และประชาชนต้องแบกรับภาระในที่สุด

การสร้างการเมืองสุจริตจึงเป็นเรื่องที่ทุกคนต้องร่วมมือกัน ไม่ใช่แค่หน้าที่ของพรรคการเมืองหรือองค์กรใดองค์กรหนึ่ง แต่เป็นหน้าที่ของประชาชนทุกคนที่จะต้องตรวจสอบ ติดตาม และลงโทษผู้ที่กระทำการทุจริต

พรรคไทยสร้างไทยได้เสนอนโยบายที่น่าสนใจหลายประการในการปราบปรามคอร์รัปชัน เช่น การเพิ่มโทษผู้กระทำผิด การให้อำนาจประชาชนในการตรวจสอบ และการจัดตั้งองค์กรภาคประชาชน แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการที่ประชาชนต้องตระหนักถึงพิษภัยของคอร์รัปชัน และร่วมมือกันเปลี่ยนแปลงประเทศให้ดีขึ้น

เราต้องไม่ยอมให้การทุจริตเป็นเรื่องปกติในสังคมไทย เราต้องสร้างการเมืองสุจริตเพื่อให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่น่าอยู่สำหรับทุกคน

มาร่วมกันเป็นส่วนหนึ่งในการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้ดีขึ้น ร่วมกันสนับสนุนพรรคการเมืองและนโยบายที่มุ่งเน้นการปราบปรามคอร์รัปชัน และร่วมกันตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลและหน่วยงานต่างๆ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าเงินภาษีของเราถูกใช้อย่างโปร่งใสและมีประสิทธิภาพ

ที่มา – ทสท. เปิดแคมเปญ “ล้างบางคนโกง” ประกาศสร้างการเมืองสุจริต

Scroll to top