“เสธ.แมว” ชี้ ปัญหาการเมืองกัมพูชาบีบคั้น จนปะทุเป็นวิกฤตชายแดน ย้ำไทยต้องจัดการเครือข่ายสแกมเมอร์ให้สิ้นซาก ควบคู่ยุทธศาสตร์การรบ
วันที่ 9 ธันวาคม 2568 พล.ท. ภราดร พัฒนถาบุตร ประธานยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคง พรรคไทยสร้างไทย แสดงความกังวลต่อสถานการณ์ปะทะตามแนวชายแดนไทย กัมพูชา ซึ่งกำลังทวีความตึงเครียดขึ้นจากปัจจัยหลายด้าน ทั้งความเปราะบางทางการเมืองภายในกัมพูชา ปัญหาเศรษฐกิจ และแรงกดดันจากมหาอำนาจที่กำลังจับตาพฤติกรรมของกลุ่มผู้มีอำนาจในกัมพูชา โดย พล.ท. ภราดร ระบุว่า สถานการณ์ล่าสุดเป็นมากกว่าการยิงตอบโต้ระหว่างทหารสองประเทศ แต่มีมิติทางภูมิรัฐศาสตร์และสงครามข่าวสารเข้ามาพัวพันอย่างซับซ้อน
พล.ท. ภราดร ชี้ให้เห็นว่า ต้นตอความตึงเครียดรอบใหม่ส่วนหนึ่งเกิดจากปัญหาเครือข่ายสแกมเมอร์ข้ามชาติซึ่งโยงใยเชิงผลประโยชน์กับกลุ่มผู้มีอำนาจในกัมพูชา การที่ไทยเข้มงวดด้านการบังคับใช้กฎหมายและอายัดทรัพย์ผู้เกี่ยวข้อง ทำให้เกิดแรงกดดันต่อผู้นำกัมพูชาจนมีความพยายามเบี่ยงเบนความสนใจของประชาชนภายในประเทศ นอกจากนี้ มหาอำนาจอย่างสหรัฐฯ และจีนต่างกังวลต่อบทบาทของเครือข่ายสแกมเมอร์ระดับภูมิภาค จึงผลักดันให้กัมพูชาเร่งสะสางปัญหา ยิ่งทำให้แรงกดดันทางการเมืองภายในทวีคูณจนสะท้อนออกมาในพื้นที่ชายแดน
พล.ท. ภราดร ยังกล่าวถึงรูปแบบการเคลื่อนไหวของกัมพูชาที่มีการใช้สงครามข่าวสารอย่างเข้มข้น ทั้งการเผยแพร่ข้อมูลที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง รวมถึงการใช้พื้นที่พลเรือนเป็นฐานยิงหรือจุดตั้งอาวุธหนัก ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่สร้างความเสี่ยงต่อประชาชนและละเมิดหลักปฏิบัติสากล ขณะที่ฝ่ายไทยยืนยันว่าปฏิบัติการทุกอย่างเป็นการป้องกันตนเอง และมีการเก็บหลักฐานอย่างต่อเนื่องเพื่อเสนอต่อประชาคมโลก โดยเฉพาะในช่วงที่มีการปะทะตามหลายจุดสำคัญริมชายแดนที่กัมพูชามีการใช้อาวุธยิงสนับสนุนเข้ามาอย่างต่อเนื่อง
พล.ท. ภราดร ระบุว่า รัฐบาลและกองทัพไทยต้องเป็นเอกภาพร่วมกันกำหนดกลยุทธ์ปฏิบัติการที่ชัดเจนเพื่อยุติภัยคุกคามให้เร็วที่สุด ทั้งการตอบโต้เฉพาะเป้าหมายทางทหาร การทำลายเส้นทางลำเลียงกำลังและคลังอาวุธ รวมถึงการเตรียมพร้อมป้องกันล่วงหน้าไม่ให้สถานการณ์ลุกลาม พร้อมย้ำว่ากองทัพจะไม่ประมาทแม้กัมพูชาจะมีข้อจำกัดด้านยุทโธปกรณ์ ในขณะที่ฝ่ายปกครองก็เร่งเตรียมความพร้อมด้านการอพยพและแผนช่วยเหลือประชาชนในทุกพื้นที่เสี่ยง
พล.ท. ภราดร ย้ำว่าหากไทยต้องการให้วิกฤตครั้งนี้ยุติลงอย่างยั่งยืน จำเป็นต้องจัดการปัญหาเครือข่ายสแกมเมอร์อย่างจริงจังเพื่อสร้างความโปร่งใส ความสะอาดบริสุทธิ์ในระบบเศรษฐกิจและการเมือง ควบคู่กับการดำเนินยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคงที่เด็ดขาดให้สถานการณ์ชายแดนจบลงอย่างแท้จริง พร้อมระบุว่าการมีการเมืองที่สุจริตและไม่ปล่อยให้เครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติฝังตัวอยู่ในภูมิภาค จะเป็นรากฐานสำคัญที่ทำให้ไทยไม่ต้องเผชิญความไม่มั่นคงซ้ำซาก และช่วยสร้างเสถียรภาพระยะยาวทั้งภายในประเทศและในภูมิภาคต่อไป
“เสธ.แมว” ชี้ ปัญหาการเมืองกัมพูชาบีบคั้น
สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาที่กำลังตึงเครียดขึ้น ทำให้หลายฝ่ายออกมาแสดงความกังวลและเสนอแนะแนวทางแก้ไข หนึ่งในนั้นคือ พล.ท. ภราดร พัฒนถาบุตร หรือ “เสธ.แมว” ที่ออกมาวิเคราะห์ถึงสาเหตุของวิกฤตและเสนอแนะแนวทางการแก้ไขอย่างตรงจุด
ปัจจัยที่ทำให้ปัญหาการเมืองกัมพูชาบีบคั้น
ตามที่ “เสธ.แมว” ได้กล่าวไว้ ปัจจัยที่ทำให้ ปัญหาการเมืองกัมพูชาบีบคั้น จนนำไปสู่วิกฤตชายแดนมีหลายประการ ได้แก่
- ความเปราะบางทางการเมืองภายในกัมพูชา
- ปัญหาเศรษฐกิจที่ส่งผลกระทบต่อประชาชน
- แรงกดดันจากมหาอำนาจที่ต้องการให้กัมพูชาจัดการปัญหาเครือข่ายสแกมเมอร์
ปัจจัยเหล่านี้ล้วนส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของรัฐบาลกัมพูชา และอาจเป็นสาเหตุให้เกิดการเบี่ยงเบนความสนใจของประชาชนโดยการสร้างสถานการณ์ความตึงเครียดตามแนวชายแดน
นอกจากนี้ “เสธ.แมว” ยังชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของการจัดการปัญหาเครือข่ายสแกมเมอร์ข้ามชาติ ซึ่งเป็นต้นตอของปัญหาหลายอย่าง และมีความเชื่อมโยงกับกลุ่มผู้มีอำนาจในกัมพูชา การจัดการปัญหาเหล่านี้อย่างจริงจัง จะช่วยสร้างความโปร่งใสและความน่าเชื่อถือให้กับระบบเศรษฐกิจและการเมืองของทั้งสองประเทศ
การแก้ไข ปัญหาการเมืองกัมพูชาบีบคั้น ไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยการใช้กำลังทหารเพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน เพื่อสร้างความเข้าใจและความไว้วางใจซึ่งกันและกัน รวมถึงการแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุอย่างยั่งยืน
ดังนั้น การที่ “เสธ.แมว” ออกมาให้ข้อมูลและเสนอแนะแนวทางการแก้ไข ปัญหาการเมืองกัมพูชาบีบคั้น จึงเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการหาทางออกให้กับวิกฤตชายแดนในครั้งนี้ และเป็นสัญญาณที่ดีที่แสดงให้เห็นว่ายังมีผู้ที่ห่วงใยและต้องการเห็นสันติภาพและความมั่นคงในภูมิภาค
ที่มา – “เสธ.แมว” ชี้ปัญหาการเมืองกัมพูชาบีบคั้น จนปะทุเป็นวิกฤตชายแดน แนะฟันเครือข่ายสแกมเมอร์ให้สิ้นซาก


