พลังงาน

“ชัยวัฒน์” ชี้รัฐแจงเรื่องน้ำมันย้อนแย้งความจริง

ในสถานการณ์ที่ราคาน้ำมันผันผวนหนักจากปัจจัยสงครามและปัญหาการขนส่งทั่วโลก “ชัยวัฒน์” ชี้รัฐแจงเรื่องน้ำมันย้อนแย้งความจริง กลายเป็นประเด็นร้อนที่ประชาชนหลายคนกำลังให้ความสนใจ นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ฝ่ายต่างประเทศ ได้ออกมาแสดงความเห็นอย่างตรงไปตรงมาว่า การชี้แจงของรัฐบาลเกี่ยวกับปริมาณน้ำมันสำรองดูไม่สอดคล้องกับความเป็นจริงที่เกิดขึ้นตามปั๊มน้ำมันทั่วประเทศ

“ชัยวัฒน์” ชี้รัฐแจงเรื่องน้ำมันย้อนแย้งความจริง

วันที่ 16 มีนาคม 2569 นายชัยวัฒน์ ระบุว่าปริมาณน้ำมันที่รัฐบาลอ้างว่ามีเพียงพอและเหลือเกือบร้อยวัน น่าจะนับรวมน้ำมันที่กำลังขนส่งอยู่ด้วย แต่ในความเป็นจริง ตามปั๊มน้ำมันโดยเฉพาะในต่างจังหวัด หลายแห่งเริ่มขาดแคลน บางปั๊มจำกัดการเติมได้เพียง 500 บาทต่อครั้ง ยิ่งไปกว่านั้น มีรายงานว่าบางวัดไม่สามารถรับเผาศพได้เพราะขาดน้ำมัน สร้างปัญหาการจัดเก็บศพอย่างหนัก การชี้แจงเช่นนี้จึงดูย้อนแย้งกับสิ่งที่ประชาชนเผชิญ

ปัญหาการใช้เงินกองทุนน้ำมันพยุงราคาไม่ยั่งยืน

นายชัยวัฒน์วิเคราะห์ว่า รัฐบาลกำลังใช้นโยบาย补贴ราคาน้ำมันด้วยเงินจากกองทุนน้ำมัน ซึ่งเป็นการบิดเบือนราคาตลาด ทำให้ผู้ประกอบการรายใหญ่ เช่น บริษัทขนส่ง เกษตรกร และอุตสาหกรรม ที่ปกติซื้อน้ำมันจำนวนมากจากโรงกลั่น ต้องหันมาแย่งเติมที่ปั๊มเพื่อราคาถูกกว่า 14 บาท ส่งผลให้ประชาชนทั่วไปเติมน้ำมันลำบาก การพึ่งพากองทุนเช่นนี้ไม่ยั่งยืน เพราะจะสะสมหนี้และดอกเบี้ย เปรียบเสมือนเอาเงินภาษีของประชาชนในอนาคตมาหลอกตัวเองในปัจจุบัน

เพื่อแก้ปัญหา “ชัยวัฒน์” ชี้รัฐแจงเรื่องน้ำมันย้อนแย้งความจริง โดยเสนอมาตรการระยะสั้น เช่น สนับสนุน Work from Home ในหน่วยงานรัฐและเอกชน ลดการใช้รถยนต์ส่วนตัว ส่งเสริมขนส่งสาธารณะด้วยการลดค่ารถเมล์ รถไฟฟ้า หรือให้ขึ้นฟรีชั่วคราว ซึ่งแม้จะเริ่มช้าแต่ก็ยังดีกว่าไม่ทำ

ข้อเสนอแนะระยะยาวปรับโครงสร้างราคาน้ำมัน

สำหรับระยะยาว นายชัยวัฒน์แนะนำให้ทบทวนโครงสร้างราคาน้ำมัน โดยกำหนดเพดานค่าการกลั่น หากเกินให้เก็บภาษีลาภลอยจากกำไรส่วนเกินของโรงกลั่น (Unearned Profit) แล้วนำเงินมาช่วยลดภาระประชาชน นอกจากนี้ ควรปรับโครงสร้างน้ำมันชีวภาพ เช่น ไบโอดีเซลและเอทานอลจากปาล์มและผลผลิตเกษตร ในช่วงน้ำมันโลกแพง การเพิ่มสัดส่วนเอทานอลจะช่วยดึงราคาลงได้ หากปรับโครงสร้างให้เหมาะสมโดยไม่กระทบกองทุน

  • ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรู้ว่ารถยนต์ส่วนใหญ่เติม E20 หรือไบโอดีเซลได้
  • ส่งเสริมโซลาร์เซลล์ภาคประชาชน โดยให้รัฐรับซื้อไฟฟ้าจากหลังคาบ้านโดยไม่ยุ่งยาก
  • กระจายแหล่งนำเข้าน้ำมันและวัตถุดิบ เช่น ยูเรีย เพื่อป้องกันราคาปุ๋ยและอาหารพุ่ง

ปัญหายังไม่จบแค่น้ำมัน เพราะราคาค่าไฟ ก๊าซหุงต้มจะตามมา สงครามที่กำลังดำเนินอยู่ไม่น่าจะคลี่คลายเร็ว รัฐต้องสื่อสารตรงไปตรงมาถึงสินค้าที่จะแพง เพื่อให้ประชาชนเตรียมตัว

ในมุมมองของผม สถานการณ์นี้เป็นโอกาสให้รัฐบาลปรับนโยบายพลังงานให้ยั่งยืนมากขึ้น ฟังเสียงจากฝ่ายค้านและผู้เชี่ยวชาญจะช่วยลดผลกระทบต่อค่าครองชีพได้ คุณล่ะคิดอย่างไรกับข้อเสนอของชัยวัฒน์? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ รับทราบด้วยนะครับ

ที่มา – “ชัยวัฒน์” ชี้รัฐแจงเรื่องน้ำมันย้อนแย้งความจริง ใช้เงินกองทุนพยุงไม่ยืน แนะลดค่ารถเมล์ รถไฟฟ้า

อดีต รมต.พลังงานยูเครน ถูกจับกุมขณะพยายามหลบหนีออกจากประเทศ

อดีต รมต.พลังงานยูเครน ถูกจับกุมขณะพยายามหลบหนีออกจากประเทศ สร้างความฮือฮาในวงการการเมืองยูเครน ท่ามกลางกระแสปราบปรามคอร์รัปชันที่เข้มข้นจากรัฐบาลประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี เหตุการณ์นี้ไม่เพียงเผยให้เห็นปัญหาการทุจริตในภาคพลังงาน แต่ยังสะท้อนถึงความพยายามของยูเครนในการฟื้นฟูความเชื่อมั่นจากนานาชาติ โดยเฉพาะสหรัฐฯ ที่กดดันเรื่องการเลือกตั้งใหม่

อดีต รมต.พลังงานยูเครน ถูกจับกุมขณะพยายามหลบหนีออกจากประเทศ

นายเกอร์มัน กาลุชเชนโก อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานของยูเครน ซึ่งถูกปลดจากตำแหน่งเมื่อปี 2568 หลังถูกพาดพิงคดีทุจริต ถูกจับกุมตัวได้อย่างฉิวเฉียดบนรถไฟที่กำลังมุ่งหน้าออกนอกประเทศ สำนักข่าวต่างประเทศรายงานโดยอ้างแถลงการณ์จากสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (Nabu) ว่า การจับกุมนี้เป็นส่วนหนึ่งของปฏิบัติการ “ไมดัส” (Operation Midas) ที่สืบสวนมานาน 15 เดือน

เจ้าหน้าที่ตรวจพบตัวเขา “ขณะกำลังข้ามพรมแดน” แต่ยังไม่เปิดเผยจุดหมายปลายทางที่เขาตั้งใจจะหลบหนี สื่อยูเครนหลายแห่งยืนยันชื่อบุคคลนี้คือกาลุชเชนโก ซึ่งถูกกล่าวหาว่าร่วมวางแผนยักยอกเงินมูลค่า 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากภาคพลังงาน โดยเฉพาะบริษัทเอเนอร์โกอะตอม (Energoatom) ผู้ดูแลโรงไฟฟ้านิวเคลียร์

รายละเอียดข้อกล่าวหาและคดีที่เกี่ยวข้อง

กาลุชเชนโกถูกกล่าวหาว่าเรียกรับสินบนอย่างเป็นระบบจากผู้รับเหมา โดยคิดเป็น 10-15% ของมูลค่าสัญญา นอกจากนี้ ยังมีชื่อบุคคลระดับสูงอื่นๆ ที่ตกเป็นข่าว เช่น นายโอเล็กซี เชอร์นิชอฟ อดีตรองนายกฯ ที่ถูกจับในข้อหาร่ำรวยผิดปกติ และนายติมูร์ มินดิช เจ้าของสตูดิโอ Kvartal95 ซึ่งหลบหนีออกนอกประเทศแล้ว เหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นท่ามกลางสงครามกับรัสเซียที่ยืดเยื้อเกือบ 4 ปี ทำให้ประชาชนยูเครนเดือดร้อนหนักจากไฟฟ้าดับและขาดแคลนความอบอุ่นในฤดูหนาว

ก่อนหน้านี้ นายอันดรีย์ เยอร์มัก ที่ปรึกษาใกล้ชิดเซเลนสกี ก็ลาออกหลังบ้านถูกค้น แต่ไม่ถูกดำเนินคดี สถานการณ์นี้กดดันให้ยูเครนต้องจัดการคอร์รัปชันเพื่อรับความช่วยเหลือจากตะวันตก โดยเฉพาะสหรัฐฯ ที่เรียกร้องให้มีการเลือกตั้งใหม่ แม้รัฐธรรมนูญจะห้ามชั่วคราวเนื่องจากสงคราม

  • ปฏิบัติการไมดัส: สืบสวนยักยอกเงินจาก Energoatom
  • บุคคลที่เกี่ยวข้อง: กาลุชเชนโก, เชอร์นิชอฟ, มินดิช
  • ผลกระทบ: สร้างความโกรธเคืองประชาชนและแรงกดดันจากนานาชาติ

การทุจริตในภาคพลังงานยิ่งรุนแรงเพราะรัสเซียโจมตีโครงสร้างพื้นฐาน ทำให้ยูเครนขาดแคลนพลังงานอย่างหนัก ประชาชนต้องเผชิญความมืดมิดและหนาวเย็น ซึ่งทำให้เรื่องอื้อฉาวนี้ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง

นับเป็นก้าวสำคัญในการปราบปรามคอร์รัปชันของยูเครน ที่เซเลนสกีให้คำมั่นตั้งแต่ขึ้นสู่อำนาจ หากดำเนินคดีได้สำเร็จ จะช่วยเสริมภาพลักษณ์และดึงดูดความช่วยเหลือเพิ่มเติม ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ การจับกุมครั้งนี้คือสัญญาณบวก แต่ยูเครนยังต้องพิสูจน์ด้วยการปฏิรูปโครงสร้างอย่างยั่งยืน

คุณคิดอย่างไรกับเหตุการณ์นี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์และติดตามข่าวต่างประเทศเพิ่มเติมเพื่ออัปเดตสถานการณ์ล่าสุด!

ที่มา – อดีต รมต.พลังงานยูเครน ถูกจับกุมขณะพยายามหลบหนีออกจากประเทศ

รวมไทยสร้างชาติลั่นไปกันต่อ หาคนอุดมการณ์ร่วมงาน

ในยุคที่การเมืองไทยเต็มไปด้วยความไม่แน่นอนและความเบื่อหน่ายจากประชาชน พรรครวมไทยสร้างชาติกำลังก้าวขึ้นมาอย่างโดดเด่นด้วยวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน โดยล่าสุดมีข่าวสำคัญที่กำลังเป็นกระแส รวมไทยสร้างชาติลั่นไปกันต่อ ประกาศหาคนอุดมการณ์เดียวกันมาร่วมงาน ซึ่งเป็นการเชิญชวนให้คนรุ่นใหม่และผู้ที่มีใจเพื่อชาติเข้ามามีส่วนร่วมในการเปลี่ยนแปลงการเมืองให้ดีขึ้น

รวมไทยสร้างชาติลั่นไปกันต่อ ประกาศหาคนอุดมการณ์เดียวกันมาร่วมงาน

วันที่ 27 กันยายน 2568 นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ได้ออกมาเปิดเผยถึงจุดยืนของพรรคที่มุ่งมั่นในการเมืองเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง ไม่ใช่เพื่อผลประโยชน์ส่วนตัวหรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ที่ผ่านมาประชาชนไทยจำนวนไม่น้อยรู้สึกผิดหวังกับนักการเมืองที่ชอบอ้างชื่อประชาชน แต่พอได้อำนาจแล้วกลับหันไปหาผลประโยชน์ส่วนตัว โดยละเลยปัญหาที่ประชาชนเผชิญหน้ามาอย่างยาวนาน เช่น ปัญหาเศรษฐกิจ ค่าครองชีพ และโครงสร้างพื้นฐานที่ล้มเหลว

พรรครวมไทยสร้างชาติเกิดขึ้นจากความจำเป็นนี้ เพื่อเป็นทางเลือกใหม่ให้กับการเมืองไทย โดยนายพีระพันธุ์เล่าว่า ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ขณะดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน พรรคได้พิสูจน์ตัวเองผ่านการทำงานจริงจัง โดยเฉพาะในด้านพลังงานที่สามารถลดค่าไฟฟ้า ไม่เคยขึ้นค่าแก๊ส และกำลังวางแผนควบคุมราคาน้ำมันให้มั่นคง ไม่ให้ผันผวนรายวันอีกต่อไป นี่คือตัวอย่างของการเมืองที่ ‘ทำจริง’ ไม่ใช่แค่พูด

การประกาศ รวมไทยสร้างชาติลั่นไปกันต่อ ประกาศหาคนอุดมการณ์เดียวกันมาร่วมงาน นี้ เป็นสัญญาณว่าพรรคพร้อมขยายฐาน โดยมุ่งหาคนที่มีอุดมการณ์เดียวกัน คือ ต้องการการเมืองที่โปร่งใส ยุติธรรม และมุ่งแก้ปัญหาประชาชนเป็นหลัก หัวหน้าพรรคย้ำว่า พรรคไม่ใช่เครื่องมือของใคร แต่เป็นของประชาชนทุกคนที่อยากเห็นประเทศไทยก้าวหน้า

รวมไทยสร้างชาติลั่นไปกันต่อ ประกาศหาคนอุดมการณ์เดียวกันมาร่วมงาน เพื่ออนาคตที่ดีกว่า

หากคุณกำลังเบื่อหน่ายกับการเมืองแบบเดิม ๆ ที่เต็มไปด้วยการทุจริตและการต่อสู้แย่งชิงอำนาจ นี่คือโอกาสของคุณ พรรครวมไทยสร้างชาติเชิญชวนทุกท่านที่มีแนวคิดคล้ายกัน ไม่ว่าจะเป็นนักธุรกิจ นักวิชาการ นักกิจกรรม หรือประชาชนทั่วไป มาร่วมสร้างการเมืองใหม่ที่เน้นผลลัพธ์จริง เช่น การพัฒนาโครงสร้างพลังงานที่ยั่งยืน ลดภาระค่าครองชีพ และส่งเสริมเศรษฐกิจฐานราก

ในช่วงที่ประเทศไทยกำลังเผชิญกับวิกฤตเศรษฐกิจหลังโควิด-19 และความไม่แน่นอนทางการเมือง การมีพรรคที่ยึดมั่นในหลักการเพื่อประชาชนจึงสำคัญยิ่ง นายพีระพันธุ์ เน้นย้ำว่าการทำงานในรัฐบาลครั้งที่ผ่านมา ได้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่น โดยไม่มีเรื่องอื้อฉาวหรือผลประโยชน์ทับซ้อน ซึ่งแตกต่างจากพรรคการเมืองอื่น ๆ หลายแห่งที่ถูกวิจารณ์เรื่องนี้

นอกจากนี้ พรรคยังมีแผนงานที่ชัดเจนในหลายด้าน เช่น การปฏิรูประบบพลังงานให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม สนับสนุนเกษตรกรและ SME ผ่านนโยบายที่เป็นรูปธรรม และเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนท้องถิ่น การ รวมไทยสร้างชาติลั่นไปกันต่อ ประกาศหาคนอุดมการณ์เดียวกันมาร่วมงาน จึงไม่ใช่แค่การรับสมัครสมาชิก แต่เป็นการสร้างขบวนการเพื่อชาติที่ยั่งยืน

  • สมัครด้วยตนเอง: ไปที่สำนักงานพรรครวมไทยสร้างชาติ เลขที่ 35/3 ซอยอารีย์ 5 ถนนพหลโยธิน กรุงเทพฯ เปิดให้บริการทุกวันทำการ
  • สมัครออนไลน์: กรอกข้อมูลผ่านลิงก์ https://forms.gle/jwYGG9zNnGedtiqb7 สะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย

หัวหน้าพรรคกล่าวทิ้งท้ายว่า “ผมขอเชิญชวนท่านทั้งหลายที่เบื่อการเมืองแบบเก่า ๆ ที่ชอบอ้างประชาชนแต่ทำเพื่อตัวเอง มาร่วมกันที่พรรครวมไทยสร้างชาติ เพื่อพิสูจน์ว่าประเทศนี้ยังไปต่อได้ ถ้าเรามีใจเดียวกัน” คำเชิญนี้ไม่ใช่แค่คำพูด แต่เป็นการกระทำที่พร้อมต้อนรับทุกคน

การเข้าร่วมพรรครวมไทยสร้างชาติไม่เพียงแต่ช่วยเสริมสร้างพรรคให้แข็งแกร่งขึ้น แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งในการเปลี่ยนแปลงสังคมไทยให้ดีขึ้น หากคุณเชื่อในอุดมการณ์เพื่อประชาชนและชาติ อย่ารอช้า ลองสมัครดูวันนี้ แล้วเราจะไปด้วยกันเพื่ออนาคตที่สดใสกว่าเดิม

ที่มา – รวมไทยสร้างชาติลั่นไปกันต่อ ประกาศหาคนอุดมการณ์เดียวกันมาร่วมงาน

นายกฯสิงคโปร์ โทรยินดี “อนุทิน” นายกฯคนใหม่

“อนุทิน” โพสต์ภาพส่วนตัวนั่งคุยโทรศัพท์ เผย “ลอเรน หว่อง” นายกฯ สิงคโปร์ โทรยินดี “อนุทิน” รับตำแหน่งนายกฯ ไทยคนใหม่ ยันรัฐบาลไทยเดินหน้าความร่วมมือทุกด้านร่วมกัน

วันที่ 12 ก.ย. 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อค่ำวันที่ 11 กันยายน 2568 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี โพสต์ภาพขณะนั่งคุยโทรศัพท์มือถือ ลงเฟซบุ๊กส่วนตัว พร้อมข้อความว่า นายลอว์เรนซ์ หว่อง นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ ได้โทรศัพท์มาแสดงความยินดีในโอกาสที่ตนได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแห่งราชอาณาจักรไทย

นายอนุทินระบุว่า ได้ยืนยันกับผู้นำสิงคโปร์ว่า รัฐบาลไทยพร้อมที่จะร่วมมือและกระชับความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการสร้างความร่วมมือในมิติใหม่ ๆ เช่น เศรษฐกิจดิจิทัล ฟินเทค ความมั่นคงทางอาหาร พลังงาน และการศึกษา

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีทั้งสองประเทศยังได้หารือถึงการพบปะอย่างเป็นทางการในช่วงไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า เพื่อสานต่อความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างไทย–สิงคโปร์ให้ก้าวหน้าและเกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม

นายกฯ สิงคโปร์ โทรยินดี “อนุทิน” รับตำแหน่งนายกฯ ไทยคนใหม่

การที่นายกฯ สิงคโปร์ โทรยินดี “อนุทิน” รับตำแหน่งนายกฯ ไทยคนใหม่ สะท้อนให้เห็นถึงความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศไทยและสิงคโปร์ที่มีมายาวนาน และยังแสดงให้เห็นถึงความคาดหวังของสิงคโปร์ต่อรัฐบาลไทยชุดใหม่ในการที่จะสานต่อและพัฒนาความร่วมมือระหว่างสองประเทศให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นไปอีก

ความร่วมมือที่นายอนุทินได้กล่าวถึง เช่น เศรษฐกิจดิจิทัล ฟินเทค ความมั่นคงทางอาหาร พลังงาน และการศึกษา ล้วนเป็นประเด็นสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมของทั้งสองประเทศให้เติบโตอย่างยั่งยืน

ความสำคัญของการที่นายกฯสิงคโปร์ โทรยินดี “อนุทิน” รับตำแหน่งนายกฯ ไทยคนใหม่

  • แสดงถึงมิตรภาพและความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างประเทศ
  • เป็นสัญญาณที่ดีต่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการเมือง
  • สร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนและประชาชน

การสนทนาทางโทรศัพท์ระหว่างนายกรัฐมนตรีทั้งสองท่าน ยังเป็นการปูทางไปสู่การพบปะอย่างเป็นทางการในอนาคตอันใกล้นี้ ซึ่งจะเปิดโอกาสให้ผู้นำทั้งสองได้หารือในรายละเอียดเกี่ยวกับความร่วมมือในด้านต่างๆ และกำหนดทิศทางความสัมพันธ์ระหว่างไทย–สิงคโปร์ในอนาคต โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการที่นายกฯ สิงคโปร์ โทรยินดี “อนุทิน” รับตำแหน่งนายกฯ ไทยคนใหม่

นอกจากนี้ การที่นายอนุทินได้ยืนยันความพร้อมของรัฐบาลไทยในการร่วมมือกับสิงคโปร์ ยังเป็นการส่งสัญญาณบวกไปยังประชาคมโลก ว่าประเทศไทยพร้อมที่จะมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจภูมิภาค และร่วมมือกับประเทศต่างๆ ในการแก้ไขปัญหาและความท้าทายระดับโลก

ในภาพรวมแล้ว การที่นายกฯ สิงคโปร์ โทรยินดี “อนุทิน” รับตำแหน่งนายกฯ ไทยคนใหม่ ถือเป็นข่าวดีและเป็นนิมิตหมายอันดีสำหรับความสัมพันธ์ระหว่างไทยและสิงคโปร์ และเป็นสัญญาณที่บ่งบอกถึงอนาคตที่สดใสสำหรับความร่วมมือระหว่างสองประเทศ

ประเทศไทยและสิงคโปร์มีความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งและยาวนานอยู่แล้ว การที่ผู้นำทั้งสองได้พูดคุยกันตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นของการดำรงตำแหน่งของนายอนุทิน ชาญวีรกูล ย่อมเป็นการตอกย้ำถึงความสำคัญของความสัมพันธ์นี้ หวังว่าการพบปะอย่างเป็นทางการที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้จะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมและเป็นประโยชน์ต่อทั้งสองประเทศ

ที่มา – นายกฯ สิงคโปร์ โทรยินดี “อนุทิน” รับตำแหน่งนายกฯ ไทยคนใหม่

Scroll to top