มวยไทย

ซาบีดา ยันกัมพูชานั่งบอร์ดมรดกวัฒนธรรมฯ ไม่กระทบไทย

กลายเป็นประเด็นที่หลายคนให้ความสนใจในโซเชียลมีเดีย กรณีแต่งตั้งกัมพูชาเป็นสมาชิกคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลเพื่อการสงวนรักษามรดกวัฒนธรรมฯ ของยูเนสโก ว่าจะส่งผลต่อการยื่นขึ้นทะเบียนมรดกทางวัฒนธรรมของไทยหรือไม่ ล่าสุด ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ออกมาชี้แจงให้สบายใจกันแล้วครับ

ซาบีดา ยันกัมพูชานั่งบอร์ดมรดกวัฒนธรรมฯ ไม่กระทบไทย

นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ ยืนยันชัดเจนว่า การที่กัมพูชาเข้ามามีบทบาทในคณะกรรมการดังกล่าว ซาบีดา ยันกัมพูชานั่งบอร์ดมรดกวัฒนธรรมฯ ไม่กระทบไทยยื่นขึ้นทะเบียนชุดไทย-มวยไทย อย่างแน่นอน เนื่องจากกลไกของ UNESCO เป็นระบบพหุภาคีที่ยึดหลักสากลเป็นสำคัญ ไม่มีประเทศใดประเทศหนึ่งมีอำนาจเบ็ดเสร็จในการตัดสินหรือแบนใครได้ตามใจชอบ

กระบวนการพิจารณาเชิงวิชาการ

สำหรับการยื่นเอกสารทั้ง ชุดไทยพระราชนิยม และ มวยไทย นั้น กระทรวงวัฒนธรรมได้เตรียมความพร้อมไว้เป็นอย่างดี โดยมีขั้นตอนดังนี้:

  • รวบรวมหลักฐานทางประวัติศาสตร์และภูมิปัญญาอย่างละเอียด
  • การตรวจสอบจากคณะผู้ประเมินอิสระ (Evaluation Body)
  • การติดตามสถานการณ์ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในเชิงรุก

โดยข้อมูลที่ไทยเตรียมไว้นั้นมีความครบถ้วนสมบูรณ์ ทั้งภาพถ่ายหลักฐานเชิงวิชาการ และร่องรอยทางวัฒนธรรมที่ชัดเจน การเป็นสมาชิกคณะกรรมการไม่ได้หมายความว่าจะสามารถแทรกแซงกระบวนการพิจารณาที่เป็นกลางได้

นอกจากนี้ ประเทศไทยเองก็ยังมีบทบาทในคณะกรรมการบริหาร (UNESCO Executive Board) ซึ่งเป็นชุดใหญ่ในการกำหนดทิศทางองค์กรไปจนถึงปี 2029 ส่งผลให้ไทยยังมีสถานะที่เข้มแข็งในการดูแลภารกิจด้านวัฒนธรรมในระดับนานาชาติอีกด้วย ดังนั้น พี่น้องชาวไทยมั่นใจได้เลยว่ามรดกภูมิปัญญาของเราจะได้รับการปกป้องและขึ้นทะเบียนอย่างเป็นธรรม

ในมุมมองของผู้เขียน การที่หน่วยงานภาครัฐออกมาสื่อสารให้ชัดเจนแบบนี้ ถือเป็นเรื่องดีมากครับ เพราะช่วยลดข้อกังวลของสังคมและทำให้เราเห็นถึงความเป็นมืออาชีพในการยื่นเรื่องระดับโลก เรามาร่วมกันเป็นกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ทุกคนผลักดันมรดกไทยสู่ระดับสากลให้สำเร็จกันดีกว่าครับ

ที่มา – “ซาบีดา” ยันกัมพูชานั่งบอร์ดมรดกวัฒนธรรมฯ ยูเนสโก ไม่กระทบไทยยื่นขึ้นทะเบียนชุดไทย-มวยไทย

“ทีมไทยแลนด์” บุกโตเกียว เปิดคูหาในงาน Thai Festival Tokyo 2026

“ทีมไทยแลนด์” บุกโตเกียว เปิดคูหาในงาน Thai Festival Tokyo 2026 เป็นข่าวร้อนที่สร้างความตื่นเต้นให้กับวงการท่องเที่ยวไทยเลยทีเดียว! งานนี้จัดขึ้นเพื่อโปรโมทเสน่ห์ไทยผ่านวัฒนธรรมป๊อปที่ทันสมัย ดึงดูดนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นให้มาไทยมากขึ้น โดยตั้งเป้า 1.2 ล้านคนในปี 2569 มาดูกันว่ามีอะไรน่าสนใจบ้าง

“ทีมไทยแลนด์” บุกโตเกียว เปิดคูหาในงาน Thai Festival Tokyo 2026

วันที่ 9 พฤษภาคม 2569 ณ สวนสาธารณะโยโยงิ กรุงโตเกียว รัฐบาลไทย โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงการต่างประเทศ และพันธมิตรต่างๆ ร่วมจัดงาน Thai Festival Tokyo 2026 ครั้งที่ 26 ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Amazing Thailand: Thai Pop Culture Move” เน้นนำเสนอ Thai Pop Culture ที่ผสมผสานวัฒนธรรม ศิลปะ ดนตรี มวยไทย คราฟต์ และไลฟ์สไตล์ไทยร่วมสมัย ให้เข้ากับสไตล์นักท่องเที่ยวญี่ปุ่นรุ่นใหม่ที่ชอบอะไรแปลกใหม่ สดใส และสร้างสรรค์

ปีนี้พิเศษตรงที่ออกแบบพื้นที่แบบ “ซอยไทย” สีสันสดใส ทันสมัย แบ่งเป็น 5 โซนหลัก บวกเวทีกลาง เพื่อให้ผู้เข้าร่วมได้สัมผัสประสบการณ์ไทยแบบเต็มๆ

โซนกิจกรรมเด่นในงาน Thai Festival Tokyo 2026

  • SOI 1: TAT Experience Hub & Partner Zone – จุดให้ข้อมูลท่องเที่ยวไทยครบครัน พร้อมกิจกรรมร่วมกับสายการบินพันธมิตร ช่วยวางแผนทริปมาไทยง่ายๆ
  • SOI 2: Thai Craft & Textile Workshop by JUTATIP – เวิร์กช็อปทอผ้าไทย ถ่ายทอดภูมิปัญญาชาวบ้านและแนวคิดยั่งยืน สนุกและได้ของที่ระลึกกลับบ้าน
  • SOI 3: Thai Pop Culture Playground by TOMATO TWINS – ค้นหา “Your Thai Vibe” ผ่าน T-POP อาหารไทย ศิลปะ และ Wellness แบบไทยๆ ร่วมสมัยสุดคูล
  • SOI 4: Siam Si Experience – ประสบการณ์เซียมซีไทยจากวัดดัง ในสไตล์โมเดิร์น ลองเสี่ยงทายดวงแบบไทยแท้
  • SOI 5: Muay Thai Experience by LONGNUAMBOYZ – สัมผัสเสน่ห์มวยไทยผ่านแฟชั่นสตรีทและกิจกรรม互动 สนุกมันส์แบบไม่ต้องชกจริง
  • Main Stage: รถแห่ไทย – เวทีกลางโชว์ T-POP ดนตรี ศิลปะ และวัฒนธรรมไทยทั้งวัน ไม่มีเบื่อแน่นอน

“ทีมไทยแลนด์” บุกโตเกียว เปิดคูหาในงาน Thai Festival Tokyo 2026 ครั้งนี้ ถือเป็นกลยุทธ์สำคัญในการผลักดันไทยสู่ Global Cultural Destination ด้วย Soft Power และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่าการบูรณาการทุกหน่วยงานจะช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้ชาวญี่ปุ่นมาท่องเที่ยวไทยจริงๆ

งานนี้ไม่ใช่แค่งานเทศกาล แต่เป็นการเชื่อมโยงวัฒนธรรมไทยกับญี่ปุ่น สร้างภาพลักษณ์ไทยที่ทันสมัย เข้าถึงง่าย โดยเฉพาะ Illustration สีสันสดใสที่ดึงดูดคนรุ่นใหม่ หากคุณเป็นแฟน Thai Pop Culture อย่าง T-POP มวยไทย หรือคราฟต์ไทย งานนี้คือ天堂เลย!

นอกจากนี้ ยังช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจไทยหลังโควิด โดยตั้งเป้านักท่องเที่ยวญี่ปุ่น 1.2 ล้านคนในปี 2569 ซึ่งเป็นตลาดใหญ่และมีศักยภาพสูง ด้วยการนำเสนอประสบการณ์เชิงสร้างสรรค์ที่แตกต่างจากงานเทศกาลไทยทั่วไป

หากคุณกำลังวางแผนท่องเที่ยว ลองศึกษาข้อมูลจาก ททท. และจองตั๋วมาไทยเลย! ประเทศไทยพร้อมต้อนรับด้วยรอยยิ้มและวัฒนธรรมสุดเจ๋ง สนับสนุน Thai Soft Power ไปด้วยกันนะ

ที่มา – “ทีมไทยแลนด์” บุกโตเกียว เปิดคูหาในงาน Thai Festival Tokyo 2026

“สีหศักดิ์” เปิด Thai Festival Tokyo ครั้งที่ 26

เริ่มต้นอย่างยิ่งใหญ่! “สีหศักดิ์” เปิดงาน Thai Festival Tokyo ครั้งที่ 26 ย้ำบทบาทอาหารไทยในฐานะทูตวัฒนธรรมเชิงรุกที่คนทั้งโลกรู้จัก

วันที่ 9 พฤษภาคม 2569 (ค.ศ. 2026) นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เป็นประธานกล่าวเปิดงาน Thai Festival Tokyo ครั้งที่ 26 ณ สวนโยโยงิ (Yoyogi Park) กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น โดยมีผู้ร่วมพิธีเปิดสำคัญ เช่น นายสยาม ศิริมงคล อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน, นายวิชชุ เวชชาชีวะ เอกอัครราชทูต ณ กรุงโตเกียว, H.E. Mr. SHIMADA Tomoaki Parliamentary Vice-Minister for Foreign Affairs (ผู้แทนรัฐบาลญี่ปุ่น), นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และ Mr. Niki Hirobumi รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข แรงงาน และสวัสดิการญี่ปุ่น

นายสีหศักดิ์ เปิดงาน Thai Festival Tokyo ครั้งที่ 26

Thai Festival Tokyo ครั้งที่ 26: เทศกาลไทยใหญ่สุดในต่างแดน

งาน Thai Festival Tokyo ครั้งที่ 26 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 9-10 พฤษภาคม 2569 ถือเป็นเทศกาลไทยที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในต่างประเทศ และได้รับการบรรจุในปฏิทินกิจกรรมประจำปีของญี่ปุ่นเรียบร้อยแล้ว เริ่มต้นจากกิจกรรมเล็กๆ ในทำเนียบสถานทูตเมื่อกว่า 30 ปีก่อน ปัจจุบันขยายตัวจนกลายเป็นเวทีสำคัญในการประชาสัมพันธ์วัฒนธรรมไทย แบรนด์ไทย และผลักดันการทูตวัฒนธรรมเชิงรุก (Cultural Diplomacy) เพื่อ Rebranding ประเทศไทยในภาพลักษณ์ใหม่ที่ทันสมัยและน่าดึงดูด

นายสีหศักดิ์ กล่าวถึงวิวัฒนาการของงานที่เติบโตจากผู้มาร่วมไม่กี่ร้อยคน สู่เทศกาลยิ่งใหญ่ที่มีของดีจากไทยทั้งดั้งเดิมและสมัยใหม่ โดยปีนี้กระทรวงการต่างประเทศไทยเน้นชุดไทยและผ้าไทยเป็นพิเศษ เพื่อสอดรับแนวพระราชดำริของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ที่กำลังผลักดันให้จดทะเบียนเป็นมรดกทางวัฒนธรรมโลกแบบจับต้องได้

กิจกรรม Thai Festival Tokyo ครั้งที่ 26

อาหารไทย: ทูตวัฒนธรรมที่คนทั้งโลกรู้จัก

หนึ่งในจุดเด่นที่นายสีหศักดิ์ย้ำคืออาหารไทยที่กลายเป็นซอฟต์พาวเวอร์ชั้นนำ จากเมื่อ 30 ปีก่อนที่ต้มยำกุ้งและแกงเขียวหวานเป็นที่นิยมในญี่ปุ่น สู่เมนูฮิตยุคใหม่อย่างผัดกะเพราไข่ดาว นอกจากนี้ ผลไม้ไทยชื่อดังอย่างทุเรียน มังคุด และมะม่วง ก็ถูกนำมาจำหน่ายสดๆ ในงาน ทำให้ชาวญี่ปุ่นและนักท่องเที่ยวได้ลิ้มรสชาติแท้ๆ ของไทย แบรนด์ไทยขยายตัวไปเกือบทุกมุมโลก แม้แต่ประเทศที่คาดไม่ถึงก็มีร้านอาหารไทยเปิดครองใจผู้บริโภค

ไฮไลท์กิจกรรม Thai Festival Tokyo ครั้งที่ 26

นอกจากอาหารและผลไม้ งานยังอัดแน่นด้วยกิจกรรมสุดมันส์

  • ทัพศิลปิน T-Pop ชูคอนเซิร์ต “Thai Wave” โชว์เพลงไทยสุดฮิต
  • การแสดงรำไทยและมวยไทยตลอดวัน สืบสานศิลปะการแสดงไทยแท้
  • ร้านอาหารไทยและสินค้า OTOP ชื่อดังมากมาย
  • นิทรรศการชุดไทย ผ้าไทย สินค้าสร้างสรรค์ไทย
  • ผลไม้ไทยสดใหม่ ทุเรียน มังคุด มะม่วง ราคาพิเศษ

กิจกรรมเหล่านี้ไม่เพียงสร้างความบันเทิง แต่ยังเป็นเวทีให้ทุกภาคส่วนของไทยแสดงศักยภาพ ส่งเสริมการทูตเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทยในระดับสากล

ความสำคัญของ Thai Festival Tokyo ครั้งที่ 26 ต่อ soft power ไทย

การจัดงานอย่างต่อเนื่องกว่า 30 ปี สะท้อนยุทธศาสตร์ของกระทรวงการต่างประเทศไทยในการยกระดับภาพลักษณ์ประเทศ อาหารไทย ชุดไทย T-Pop และมวยไทย ล้วนเป็นเครื่องมือทูตที่ทรงพลัง ช่วยให้ชาวต่างชาติติดใจเสน่ห์ไทย สร้างโอกาสทางธุรกิจ การท่องเที่ยว และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ โดยเฉพาะกับญี่ปุ่นพันธมิตรสำคัญ

ในมุมมองของผู้เขียน งาน Thai Festival Tokyo ครั้งที่ 26 คือตัวอย่างชัดเจนของการทูตวัฒนธรรมที่ประสบความสำเร็จ ช่วยให้ไทยก้าวสู่การเป็นผู้นำซอฟต์พาวเวอร์อาเซียน หากคุณชื่นชอบวัฒนธรรมไทย อย่าลืมติดตามหรือวางแผนไปร่วมงานเทศกาลไทยอื่นๆ ทั่วโลก เพื่อสัมผัสเสน่ห์ไทยแท้ๆ และสนับสนุนเศรษฐกิจไทยไปด้วยกัน!

ที่มา – “สีหศักดิ์” เปิดงาน Thai festival Tokyo ครั้งที่ 26 ย้ำอาหารไทยทูตวัฒนธรรมที่คนทั้งโลกรู้จัก

“ซาบีดา” ชี้ สงกรานต์ไทย ขึ้นทะเบียน UNESCO ปี 2566

ในช่วงนี้มีกระแสข่าวเกี่ยวกับประเพณีสงกรานต์ที่หลายคนกังวลใจ โดยเฉพาะข่าวที่กัมพูชาเตรียมเสนอชื่อ “Mohasangkran chnam thmey” หรือปีใหม่เขมรแบบดั้งเดิมเข้าสู่รายการมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติของ UNESCO แต่ไม่ต้องห่วงนะครับ เพราะ สงกรานต์ไทย ขึ้นทะเบียน UNESCO ไปแล้วตั้งแต่ปี 2566 ทำให้สถานะของเรามั่นคงมาก!

สงกรานต์ไทย ขึ้นทะเบียน UNESCO ตั้งแต่ปี 2566

นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ได้ออกมาชี้แจงอย่างชัดเจนเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2569 ว่า ข่าวที่กัมพูชาเตรียมยื่นเรื่องนั้นเป็นความจริงตามที่สื่อนำเสนอ แต่ยืนยันว่า สงกรานต์ไทย ขึ้นทะเบียน UNESCO เรียบร้อยแล้วในปี 2566 และการยื่นของประเทศอื่นจะไม่กระทบต่อสิทธิ์ของไทยเลย การขึ้นทะเบียนของ UNESCO ไม่ได้หมายถึงการผูกขาดความเป็นเจ้าของ แต่เป็นการยอมรับมรดกวัฒนธรรมที่คล้ายคลึงกันในภูมิภาค ซึ่งหลายประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ก็มีประเพณีคล้ายกัน เช่น การสาดน้ำเพื่อการชำระล้างและเฉลิมฉลองปีใหม่

ประเพณีสงกรานต์ไทยของเรามีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เช่น การรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ การสรงน้ำพระพุทธรูป และการละเล่นน้ำที่สนุกสนานทั่วประเทศ ซึ่งได้รับการบันทึกไว้อย่างสมบูรณ์ในทะเบียน UNESCO ทำให้เป็นสมบัติของมนุษยชาติที่ไทยเป็นเจ้าภาพหลัก

ทำไมกรณีกัมพูชาจึงไม่กระทบ สงกรานต์ไทย ขึ้นทะเบียน UNESCO

UNESCO มีระบบที่ยืดหยุ่น โดยอนุญาตให้หลายประเทศมีมรดกที่คล้ายกันได้ หากแต่ละแห่งมีบริบททางวัฒนธรรมที่แตกต่าง เช่น สงกรานต์ไทยเน้นด้านพุทธศาสนาและความกตัญญู ขณะที่ของกัมพูชาอาจมีองค์ประกอบเขมรโบราณ ดังนั้น ไม่มีการแย่งชิงกัน ซาบีดายังเสริมอีกว่า กระทรวงวัฒนธรรมกำลังติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด โดยมอบหมายกรมส่งเสริมวัฒนธรรมประชาสัมพันธ์ข้อมูลที่ถูกต้องให้ประชาชน

ไทยรุกหนัก เสนอมรดกวัฒนธรรมเพิ่มอีกหลายรายการ

นอกจาก สงกรานต์ไทย ขึ้นทะเบียน UNESCO แล้ว ไทยยังเตรียมเสนอรายการอื่นๆ เพื่อปกป้องมรดกชาติให้ยั่งยืน โดยเฉพาะ “ชุดไทย” ที่มีกำหนดเข้าสู่การพิจารณาของ UNESCO ในช่วงปลายปี 2569 นี่เอง! นอกจากนี้ ยังมีรายการเด่นอื่นๆ ที่กำลังดำเนินการ

  • ชุดไทย: สื่อถึงความงามและภูมิปัญญาการทอผ้าแบบไทยแท้ จะเป็นตัวแทนเครื่องแต่งกายมรดกชาติ
  • มวยไทย: ศิลปะการต่อสู้ที่เป็นเอกลักษณ์ระดับโลก
  • ผ้าขาวม้า: ผ้าทอมือที่ใช้ในชีวิตประจำวันและพิธีกรรม
  • ลอยกระทง: ประเพณีสวยงามที่แสดงถึงความกตัญญูต่อน้ำและสิ่งแวดล้อม

การดำเนินการเหล่านี้แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลไทยทำงานเชิงรุก เพื่อรักษาและเผยแพร่วัฒนธรรมไทยสู่สายตาโลก ช่วยเสริมสร้างความภาคภูมิใจให้ชาวไทยทุกคน

UNESCO หรือองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ มีบทบาทสำคัญในการอนุรักษ์มรดกที่ไม่ใช่สิ่งก่อสร้าง แต่เป็นประเพณี ความรู้ และทักษะที่ส่งต่อกันมา การที่สงกรานต์ไทยได้รับการยอมรับ ช่วยให้เทศกาลนี้ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวทั่วโลก สร้างรายได้มหาศาลให้เศรษฐกิจไทยในทุกปี

สำหรับปีนี้ สงกรานต์ 2567 ที่ผ่านมา (หรือ 2568?) ก็คึกคักสุดๆ แม้จะมีข่าวลือ แต่ชาวไทยยังคงเฉลิมฉลองอย่างเต็มที่ สะท้อนถึงความมั่นใจในมรดกของเรา หากคุณเป็นคนรักวัฒนธรรมไทย ลองนึกภาพปีหน้าที่ชุดไทยอาจขึ้นทะเบียนแล้ว จะยิ่งเพิ่มความภาคภูมิใจ!

สุดท้ายนี้ ขอเชิญชวนทุกท่านร่วมกันรักษาและเผยแพร่ประเพณีไทย โดยเฉพาะ สงกรานต์ไทย ขึ้นทะเบียน UNESCO ให้เป็นที่รู้จักทั่วโลก สาดน้ำด้วยความรัก สงกรานต์ปีหน้าเจอกันนะครับ!

ที่มา – “ซาบีดา” ชี้ “สงกรานต์ไทย” ขึ้นทะเบียน UNESCO ตั้งแต่ปี 2566 กรณีกัมพูชา ไม่กระทบไทย

ฮาเวียร์ กัลเวซ พร้อมชน “ลำน้ำมูลเล็ก ทีเด็ด99”

แฟนหมัดมวยเตรียมลุ้นไฟต์เดือดสุดสัปดาห์นี้ เมื่อ ฮาเวียร์ กัลเวซ นักสู้คิกบ็อกซิ่งชาวสเปน ผู้มีฉายา “กำปั้นแดนกระทิงดุ” ประกาศความพร้อมเต็มร้อย ก่อนขึ้นดวลเดือดกับ “ลำน้ำมูลเล็ก ทีเด็ด99” จอมบู๊จากไทย ในศึก ONE ลุมพินี 135 ที่จะระเบิดความมันวันศุกร์นี้ ณ เวทีลุมพินี กรุงเทพมหานคร

ฮาเวียร์ กัลเวซ

โปรไฟล์เดือดของ ฮาเวียร์ กัลเวซ

กัลเวซ ถือเป็นหนึ่งในนักสู้สเปนที่น่าจับตาที่สุดในยุโรป ด้วยสไตล์ “บู๊ไม่ถอย” เน้นออกอาวุธหนักและคอมโบรวดเร็ว จุดเด่นของเขาคือ

  • หมัดทรงพลัง
  • เกมบู๊ดุดันเดินหน้าไล่กดดัน
  • ประสบการณ์คิกบ็อกซิ่งระดับนานาชาติหลายรายการ

นักสู้รายนี้ถูกยกให้เป็น บททดสอบสำคัญของลำน้ำมูลเล็ก ในการพิสูจน์ตัวเองบนเส้นทางคิกบ็อกซิ่งระดับโลก

ลำน้ำมูลเล็ก เจอศึกใหญ่!

ฝั่ง “ลำน้ำมูลเล็ก ทีเด็ด99” อยู่ในช่วงฟอร์มร้อนแรง และตั้งเป้าเก็บชัยเพื่อไต่อันดับใน ONE รุ่นแบนตัมเวต โดยไฟต์นี้ถือเป็นหนึ่งในคู่ที่แฟนไทยจับตามากที่สุด เพราะสไตล์โหด-เร็ว-แม่น ของเจ้าตัว ถือเป็นคู่ต่อกรสุดมันกับพลังปะทะของนักสเปนรายนี้

ทีมงาน ONE ประเมินไฟต์นี้ว่าเป็น “คู่ระเบิดความเดือดตั้งแต่ยกแรก” เพราะทั้งคู่ต่างเป็นสายบู๊ที่พร้อมเปิดเกมแลกแบบไม่ประหยัดแรง

🕖 ถ่ายทอดสด 19:30 น. วันศุกร์นี้

ศึก ONE ลุมพินี 135 จะเริ่มคู่แรกเวลา 19:30 น. โดยคู่ของ ฮาเวียร์ vs ลำน้ำมูลเล็ก ถูกคาดว่าเป็นหนึ่งในไฮไลต์ของค่ำคืน

แฟนมวยไทย–คิกบ็อกซิ่งไม่ควรพลาดเด็ดขาด เพราะนี่คือไฟต์ที่อาจเปลี่ยนเส้นทางอาชีพของทั้งสองฝ่าย

สรุป

ศึก ONE ลุมพินี 135 ระหว่าง ฮาเวียร์ กัลเวซ กำปั้นแดนกระทิงดุจากสเปน และ ลำน้ำมูลเล็ก ทีเด็ด99 จอมบู๊ขวัญใจชาวไทย ถือเป็นหนึ่งในคู่ที่แฟนหมัดมวยทั่วโลกรอชม สไตล์บู๊ดุดันของกัลเวซจะปะทะกับความเร็วและความแม่นของลำน้ำมูลเล็กแบบไม่มีใครยอมใคร ไฟต์นี้อาจเป็นจุดเปลี่ยนเส้นทางอาชีพของทั้งคู่ และพร้อมระเบิดความมันตั้งแต่ยกแรกอย่างแน่นอน แฟนมวยไม่ควรพลาดเด็ดขาดในค่ำคืนวันศุกร์นี้!

ข่าวมวยวันนี้

“ไผ่ ลิกค์” ย้ำ! ต้องใช้ “มวยไทย” ในซีเกมส์

“ไผ่ ลิกค์” สส.กำแพงเพชร พรรคกล้าธรรม ในฐานะนายกสมาคมกีฬาคิกบ็อกซิ่งแห่งประเทศไทย ออกมาเน้นย้ำว่า ในการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ครั้งที่ 33 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ จะต้องใช้ชื่อ “มวยไทย” เท่านั้น โดยไม่จำเป็นต้องเกรงใจประเทศเพื่อนบ้านอย่างกัมพูชา ที่เคยบิดเบือนศิลปะการต่อสู้ของไทยไปอ้างว่าเป็นของตนเอง พร้อมทั้งแนะว่าประเทศไทยควรรักษาและยืนหยัดในเอกลักษณ์ของชาติอย่างแข็งขัน

นายไผ่ ลิกค์ กล่าวว่า ในการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ครั้งที่ 33 ที่กำลังจะมาถึง ประเทศไทยต้องยืนยันการใช้ชื่อ “มวยไทย” ในการแข่งขันอย่างเป็นทางการ เหมือนดังเช่นที่เคยปฏิบัติมาในการแข่งขันซีเกมส์ครั้งที่ 27 ถึง 31 ในช่วงปี 2013-2022 ที่ผ่านมา ซึ่งทุกครั้งก็ใช้คำว่า “Muaythai” มาโดยตลอด อย่างไรก็ตาม ในปี 2023 ที่ประเทศกัมพูชาเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันซีเกมส์ครั้งที่ 32 กลับมีการเปลี่ยนแปลงชื่อการแข่งขันมวยไทยไปเป็น “กุน ขแมร์” โดยอ้างว่าเป็นกีฬาที่เป็นต้นแบบของมวยไทย

“มวยไทย” ต้องใช้ในซีเกมส์ครั้งที่ 33

นายไผ่ กล่าวเพิ่มเติมว่า “ครั้งที่แล้วเราถูกเขมรย่ำยีเอาไปแล้ว เปลี่ยนชื่อเป็น กุน ขแมร์ บิดเบือนเอาศิลปะการต่อสู้ไทยไปอ้างเป็นของตัวเอง” ซึ่งเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้อง เนื่องจาก มวยไทย คืออัตลักษณ์ของชาติไทยอย่างแท้จริง และได้รับการรับรองจากคณะกรรมการโอลิมปิกสากล (IOC) ในชื่อ “Muaythai” อย่างเป็นทางการ รวมถึงองค์กรที่รับผิดชอบโดยตรงอย่างสหพันธ์มวยไทยนานาชาติ หรือ IFMA ก็ให้การรับรองชื่อนี้เช่นกัน

ทำไมต้อง “มวยไทย”?

นายไผ่ยังกล่าวอีกว่า “เราไม่จำเป็นต้องเกรงใจเขมร เพราะมวยไทย คือ ศิลปะการต่อสู้ที่เป็นอัตลักษณ์ของชาติไทย และยังเป็นหนึ่งในโครงการ Soft Power ที่รัฐบาลไทยกำลังผลักดัน เพื่อเผยแพร่วัฒนธรรมไทยสู่ระดับนานาชาติ” การที่ประเทศไทยยืนหยัดในการใช้ชื่อ “มวยไทย” ในการแข่งขันซีเกมส์ ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องของศักดิ์ศรี แต่เป็นการแสดงออกถึงความภาคภูมิใจในวัฒนธรรมและศิลปะของชาติ

การบิดเบือนหรือช่วงชิงอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ และประเทศไทยต้องแสดงจุดยืนที่ชัดเจนในการปกป้องมรดกทางวัฒนธรรมของตนเอง การใช้ชื่อ “มวยไทย” ในการแข่งขันซีเกมส์ครั้งที่ 33 จึงเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่ง

นอกจากนี้ การส่งเสริม มวยไทย ในฐานะ Soft Power จะช่วยสร้างชื่อเสียงและความนิยมให้กับประเทศไทยในระดับนานาชาติ และยังเป็นการสนับสนุนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของประเทศอีกด้วย การผลักดันให้มวยไทยเป็นที่รู้จักและยอมรับในวงกว้าง จะนำมาซึ่งโอกาสและความเจริญก้าวหน้าในหลากหลายด้าน

ดังนั้น การที่ประเทศไทยยืนยันที่จะใช้ชื่อ “มวยไทย” ในการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ครั้งที่ 33 ไม่ใช่เพียงแค่การรักษาชื่อเสียง แต่เป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อมรดกทางวัฒนธรรม และเป็นการสร้างโอกาสในการพัฒนาประเทศในระยะยาว

ที่มา – “ไผ่ ลิกค์” ชี้ต้องใช้ “มวยไทย” ในกีฬาซีเกมส์ครั้งที่ 33 อย่าให้กัมพูชาบิดเบือน

Scroll to top