“ไผ่ ลิกค์” สส.กำแพงเพชร พรรคกล้าธรรม ในฐานะนายกสมาคมกีฬาคิกบ็อกซิ่งแห่งประเทศไทย ออกมาเน้นย้ำว่า ในการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ครั้งที่ 33 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ จะต้องใช้ชื่อ “มวยไทย” เท่านั้น โดยไม่จำเป็นต้องเกรงใจประเทศเพื่อนบ้านอย่างกัมพูชา ที่เคยบิดเบือนศิลปะการต่อสู้ของไทยไปอ้างว่าเป็นของตนเอง พร้อมทั้งแนะว่าประเทศไทยควรรักษาและยืนหยัดในเอกลักษณ์ของชาติอย่างแข็งขัน
นายไผ่ ลิกค์ กล่าวว่า ในการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ครั้งที่ 33 ที่กำลังจะมาถึง ประเทศไทยต้องยืนยันการใช้ชื่อ “มวยไทย” ในการแข่งขันอย่างเป็นทางการ เหมือนดังเช่นที่เคยปฏิบัติมาในการแข่งขันซีเกมส์ครั้งที่ 27 ถึง 31 ในช่วงปี 2013-2022 ที่ผ่านมา ซึ่งทุกครั้งก็ใช้คำว่า “Muaythai” มาโดยตลอด อย่างไรก็ตาม ในปี 2023 ที่ประเทศกัมพูชาเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันซีเกมส์ครั้งที่ 32 กลับมีการเปลี่ยนแปลงชื่อการแข่งขันมวยไทยไปเป็น “กุน ขแมร์” โดยอ้างว่าเป็นกีฬาที่เป็นต้นแบบของมวยไทย
“มวยไทย” ต้องใช้ในซีเกมส์ครั้งที่ 33
นายไผ่ กล่าวเพิ่มเติมว่า “ครั้งที่แล้วเราถูกเขมรย่ำยีเอาไปแล้ว เปลี่ยนชื่อเป็น กุน ขแมร์ บิดเบือนเอาศิลปะการต่อสู้ไทยไปอ้างเป็นของตัวเอง” ซึ่งเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้อง เนื่องจาก มวยไทย คืออัตลักษณ์ของชาติไทยอย่างแท้จริง และได้รับการรับรองจากคณะกรรมการโอลิมปิกสากล (IOC) ในชื่อ “Muaythai” อย่างเป็นทางการ รวมถึงองค์กรที่รับผิดชอบโดยตรงอย่างสหพันธ์มวยไทยนานาชาติ หรือ IFMA ก็ให้การรับรองชื่อนี้เช่นกัน
ทำไมต้อง “มวยไทย”?
นายไผ่ยังกล่าวอีกว่า “เราไม่จำเป็นต้องเกรงใจเขมร เพราะมวยไทย คือ ศิลปะการต่อสู้ที่เป็นอัตลักษณ์ของชาติไทย และยังเป็นหนึ่งในโครงการ Soft Power ที่รัฐบาลไทยกำลังผลักดัน เพื่อเผยแพร่วัฒนธรรมไทยสู่ระดับนานาชาติ” การที่ประเทศไทยยืนหยัดในการใช้ชื่อ “มวยไทย” ในการแข่งขันซีเกมส์ ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องของศักดิ์ศรี แต่เป็นการแสดงออกถึงความภาคภูมิใจในวัฒนธรรมและศิลปะของชาติ
การบิดเบือนหรือช่วงชิงอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ และประเทศไทยต้องแสดงจุดยืนที่ชัดเจนในการปกป้องมรดกทางวัฒนธรรมของตนเอง การใช้ชื่อ “มวยไทย” ในการแข่งขันซีเกมส์ครั้งที่ 33 จึงเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่ง
นอกจากนี้ การส่งเสริม มวยไทย ในฐานะ Soft Power จะช่วยสร้างชื่อเสียงและความนิยมให้กับประเทศไทยในระดับนานาชาติ และยังเป็นการสนับสนุนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของประเทศอีกด้วย การผลักดันให้มวยไทยเป็นที่รู้จักและยอมรับในวงกว้าง จะนำมาซึ่งโอกาสและความเจริญก้าวหน้าในหลากหลายด้าน
ดังนั้น การที่ประเทศไทยยืนยันที่จะใช้ชื่อ “มวยไทย” ในการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ครั้งที่ 33 ไม่ใช่เพียงแค่การรักษาชื่อเสียง แต่เป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อมรดกทางวัฒนธรรม และเป็นการสร้างโอกาสในการพัฒนาประเทศในระยะยาว
ที่มา – “ไผ่ ลิกค์” ชี้ต้องใช้ “มวยไทย” ในกีฬาซีเกมส์ครั้งที่ 33 อย่าให้กัมพูชาบิดเบือน

