มาตรการความปลอดภัย

“สรรเพชญ” รมช.คมนาคม ตรวจสายใต้ พร้อมรับสงกรานต์

ช่วงเทศกาลสงกรานต์ใกล้เข้ามาแล้ว ประชาชนจำนวนมากเตรียมตัวเดินทางกลับภูมิลำเนา รัฐบาลจึงเร่งเตรียมความพร้อมทุกภาคส่วน โดยเฉพาะการขนส่งสาธารณะ ล่าสุด “สรรเพชญ” รมช.คมนาคม ตรวจสายใต้ พร้อมรับสงกรานต์ เพื่อให้แน่ใจว่าผู้โดยสารเดินทางได้อย่างปลอดภัยและสะดวกสบาย

“สรรเพชญ” รมช.คมนาคม ตรวจสายใต้ พร้อมรับสงกรานต์

วันที่ 10 เมษายน 2569 นายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมสถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ (บรมราชชนนี) หรือที่รู้จักกันในชื่อสถานีขนส่งสายใต้ เพื่อติดตามความพร้อมในการให้บริการประชาชนที่ทยอยเดินทางกลับบ้านในช่วงเทศกาลสงกรานต์ โดยเน้นเส้นทางไปยังภาคใต้เป็นหลัก

ในการตรวจครั้งนี้ มีนายชีพ น้อมเศียร รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก นายชญศักดิ์ รตินนท์สกุล หัวหน้างานบริหารกิจการเดินรถบรมราชชนนี (สายใต้) และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมให้ข้อมูลเกี่ยวกับมาตรการต่างๆ ที่เตรียมไว้ ไม่ว่าจะเป็นการจัดสรรรถโดยสารให้เพียงพอ การตรวจสภาพรถทุกคันก่อนออกเดินทาง และการเตรียมความพร้อมของพนักงานขับรถให้อยู่ในสภาพร่างกายและจิตใจที่สมบูรณ์แบบ

มาตรการคุมเข้มความปลอดภัยผู้โดยสาร

นายสรรเพชญ เน้นย้ำว่าการลงพื้นที่ “สรรเพชญ” รมช.คมนาคม ตรวจสายใต้ พร้อมรับสงกรานต์ มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน โดยกำชับผู้ประกอบการและเจ้าหน้าที่ทุกคนให้ปฏิบัติตามมาตรการความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด เช่น

  • ตรวจสภาพรถโดยสาร: ทุกคันต้องผ่านการตรวจเช็คก่อนให้บริการ เพื่อป้องกันอุบัติเหตุจากยานพาหนะที่ชำรุด
  • ความพร้อมของพนักงานขับรถ: ต้องมีสุขภาพดี ไม่เมาสุรา ไม่ใช้สารเสพติด และพักผ่อนเพียงพอ
  • จำนวนเที่ยวรถ: สถานีขนส่งสายใต้จัดรถประมาณ 600 เที่ยวต่อวัน รองรับผู้โดยสารเฉลี่ย 12,000 คนต่อวัน โดยคาดว่าวันพรุ่งนี้จะเพิ่มขึ้น
  • ราคาตั๋ว: ไม่มีการปรับขึ้นราคาในช่วงเทศกาล เพื่อบรรเทาภาระประชาชน

นอกจากนี้ ยังมีการตรวจสอบการจำหน่ายตั๋วอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันการฉวยโอกาสขึ้นราคาแบบไม่เป็นธรรม

กฎระเบียบการขับขี่ที่สำคัญ

นายสรรเพชญ ได้กำชับกฎหมายจากกรมการขนส่งทางบกอย่างชัดเจน โดยรถบรรทุกและรถโดยสารต้องขับต่อเนื่องไม่เกิน 4 ชั่วโมง จากนั้นต้องหยุดพักอย่างน้อย 30 นาที ก่อนขับต่อได้อีกไม่เกิน 4 ชั่วโมง รวมไม่เกิน 8 ชั่วโมงใน 24 ชั่วโมง เพื่อป้องกันอาการง่วงนอนและลดความเสี่ยงอุบัติเหตุ

การตรวจสอบครั้งนี้ไม่ใช่แค่รูปแบบ แต่เป็นการแสดงถึงความรับผิดชอบต่อประชาชน โดยเฉพาะในช่วงที่การจราจรหนาแน่นสูงสุด สถานีขนส่งสายใต้ซึ่งเป็นประตูสำคัญสู่ภาคใต้ จึงต้องพร้อม 100% เพื่อรองรับนักเดินทางที่เพิ่มขึ้นอย่างคาดไม่ถึง

เคล็ดลับเดินทางปลอดภัยช่วงสงกรานต์

เพื่อเสริมความปลอดภัยในการเดินทางของคุณเอง เราแนะนำดังนี้

  • จองตั๋วล่วงหน้าผ่านแอปหรือเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ
  • เช็คสภาพรถและเอกสารคนขับก่อนขึ้นรถ
  • พกน้ำดื่มและของว่าง เตรียมรับมือการจราจรติดขัด
  • งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทั้งผู้โดยสารและคนขับ
  • สวมใส่เข็มขัดนิรภัยตลอดการเดินทาง

นอกจากนี้ ควรติดตามข่าวสารจากกรมการขนส่งทางบกและสถานีขนส่ง เพื่ออัปเดตตารางเที่ยวรถแบบเรียลไทม์

การเตรียมพร้อมของกระทรวงคมนาคมในครั้งนี้ ถือเป็นสัญญาณที่ดีที่แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลใส่ใจความปลอดภัยของประชาชนเป็นลำดับแรก โดยเฉพาะ “สรรเพชญ” รมช.คมนาคม ตรวจสายใต้ พร้อมรับสงกรานต์ ซึ่งจะช่วยลดอุบัติเหตุและสร้างความอุ่นใจให้ทุกคนเดินทางกลับบ้านได้อย่างมีความสุข

หากคุณกำลังวางแผนเดินทางช่วงสงกรานต์ ลองแวะเช็คข้อมูลเพิ่มเติมและจองตั๋วที่สถานีขนส่งสายใต้ได้เลย เพื่อประสบการณ์การเดินทางที่ปลอดภัยและสนุกสนาน!

ที่มา – “สรรเพชญ” รมช.คมนาคม ตรวจสายใต้ พร้อมรับสงกรานต์ คุมเข้มความปลอดภัยผู้โดยสาร

เสธ.ทร.เร่งประสานโอมานช่วยลูกเรือมยุรีนารี 3 คน

ในสถานการณ์ตึงเครียดบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ เสธ.ทร.เร่งประสานทางการโอมานเพื่อช่วยเหลือลูกเรือมยุรีนารี ที่เหลืออีก 3 คนให้ทันวันนี้ หลังจากลูกเรือไทย 20 คนปลอดภัยแล้ว เหตุการณ์โจมตีเรือสินค้าไทย “มยุรีนารี” โดยกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ของอิหร่าน สร้างความกังวลให้กับการเดินเรือในพื้นที่เสี่ยงนี้

เสธ.ทร.เร่งประสานทางการโอมานเพื่อช่วยเหลือลูกเรือ “มยุรีนารี” อีก 3 คน ให้ได้ในวันนี้

พลเรือเอก ธาดาวุธ ทัดพิทักษ์กุล เสนาธิการทหารเรือ (เสธ.ทร.) ยืนยันเมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2569 ว่ากองทัพเรือไทยกำลังเร่งประสานงานกับทางการโอมานอย่างเต็มที่ เพื่อช่วยเหลือลูกเรือไทยที่เหลือบนเรือมยุรีนารี ซึ่งเป็นเรือสินค้าของบริษัท พรีเชียส ชิพปิ้ง จำกัด (มหาชน) ลูกเรือทั้งหมด 23 คนได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว โดยปัจจุบัน 20 คนได้รับการช่วยเหลือและปลอดภัยแล้ว แม้บางคนจะบาดเจ็บเล็กน้อย แต่บริษัทเจ้าของเรือรับผิดชอบดูแลและเตรียมส่งกลับไทย

สำหรับลูกเรืออีก 3 คนที่เป็นช่างเครื่อง เสธ.ทร.ระบุว่าจะเร่งนำตัวมารวมกลุ่มให้ได้ภายในวันนี้ โดยประสานผ่านกองกำลังทางทะเลผสม (CMF) ที่บาห์เรน และสถานทูตไทยในพื้นที่ นอกจากนี้ ยังมีการตรวจสอบชนิดอาวุธที่ใช้โจมตี เพื่อประเมินความเสี่ยงต่อเรือสินค้าไทยที่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญในการขนส่งน้ำมันและสินค้าทั่วโลก

พื้นหลังเหตุการณ์โจมตีเรือมยุรีนารี

ช่องแคบฮอร์มุซเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่เชื่อมอ่าวเปอร์เซียกับทะเลอาหรับ เรือสินค้าต้องผ่านที่นี่กว่า 20% ของน้ำมันโลก แต่พื้นที่นี้มีความขัดแย้งสูงระหว่างอิหร่าน สหรัฐ และอิสราเอล ล่าสุด IRGC ประกาศรับผิดชอบการโจมตี ทำให้เกิดความวิตกกังวลต่อความปลอดภัยของลูกเรือและเรือพาณิชย์

  • เรือมยุรีนารีเสียหายหนักจากการโจมตี
  • ลูกเรือไทย 23 คน ถูกช่วยเหลือบางส่วน
  • กองทัพเรือไทยประสาน CMF และโอมานทันที
  • บริษัทเจ้าของเรือดูแลค่ารักษาและเดินทางกลับ

มาตรการความปลอดภัยที่กองทัพเรือไทยเตรียมไว้

เสธ.ทร.เน้นย้ำว่าเหตุการณ์นี้ขัดต่ออนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS 1982) แต่ในภาวะขัดแย้ง ต้องพิจารณาท่าทีของคู่กรณี กองทัพเรือและศูนย์อำนวยการรักษาความปลอดภัยทางทะเล (ศรชล.) จะกำหนดมาตรการเพิ่มเติม เช่น

  • เพิ่มการลาดตระเวนและประสานงานนานาชาติ
  • แจ้งเตือนเรือสินค้าไทยหลีกเลี่ยงเส้นทางเสี่ยง
  • ฝึกอบรมลูกเรือเรื่องการรับมือเหตุฉุกเฉิน
  • ประสานกระทรวงการต่างประเทศสำหรับท่าที外交

ผลกระทบอาจทำให้ค่าใช้จ่ายการขนส่งสินค้าไทยสูงขึ้น และกระทบเศรษฐกิจ แต่ไทยจะวางตัวอย่างเป็นกลางตามนโยบายรัฐบาล

เหตุการณ์ เสธ.ทร.เร่งประสานทางการโอมานเพื่อช่วยเหลือลูกเรือมยุรีนารี นี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของกองทัพเรือไทยในการปกป้องพลเรือนไทยในต่างแดน สร้างความเชื่อมั่นให้กับอุตสาหกรรมเดินเรือไทย

ในมุมมองผู้เชี่ยวชาญ การโจมตีครั้งนี้อาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงเส้นทางการค้าโลก หากคุณเป็นเจ้าของธุรกิจส่งออก ควรติดตามข่าวสารและพิจารณาประกันภัยเพิ่มเติม ติดตามอัปเดตเหตุการณ์นี้กับเราต่อไปเพื่อข้อมูลล่าสุด!

ที่มา – เสธ.ทร.เร่งประสานทางการโอมานเพื่อช่วยเหลือลูกเรือ “มยุรีนารี” อีก 3 คน ให้ได้ในวันนี้

เช็กด่วน ระบบปฏิบัติการ Android และ iOS ก่อน Mobile Banking

คุณกำลังใช้ เช็กด่วน ระบบปฏิบัติการ Android และ iOS หรือยังครับ? ถ้ายัง วันนี้เรามีข่าวสำคัญที่คนใช้แอปธนาคารทุกคนต้องรู้! ใกล้เข้ามาแล้ววันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569 ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นไป ถ้าอุปกรณ์ของคุณใช้ระบบปฏิบัติการเก่าเกินไป จะเข้าใช้งาน Mobile Banking ของธนาคารไทยทุกแห่งไม่ได้เลยนะครับ สมาคมธนาคารไทยร่วมกับ TB-CERT ได้ยกระดับความปลอดภัย เพื่อป้องกันมัลแวร์ ฟิชชิง และการโจมตีไซเบอร์ที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ

ทำไมถึงต้องทำแบบนี้? เพราะระบบปฏิบัติการรุ่นเก่ามีช่องโหว่เพียบ ไม่ได้รับอัปเดตแพตช์ความปลอดภัย ทำให้แฮกเกอร์เจาะข้อมูลบัญชี โอนเงินของคุณได้ง่ายๆ สถิติจากหน่วยงานความปลอดภัยไซเบอร์ในไทยบอกว่าปีที่แล้วมีเคสหลอกลวงทางการเงินพุ่งสูงกว่า 20% โดยเฉพาะผ่านมือถือ ถ้าคุณไม่อยากตกเป็นเหยื่อ รีบเช็กเลยครับ!

เช็กด่วน ระบบปฏิบัติการ Android และ iOS ของคุณวันนี้

เกณฑ์ขั้นต่ำที่กำหนดชัดเจนคือ iOS เวอร์ชัน 14 ขึ้นไป สำหรับ iPhone และ iPad และ Android เวอร์ชัน 10 ขึ้นไป ถ้าต่ำกว่านี้ แอป SCB, K PLUS, Krungthai NEXT, Bualuang mBanking หรือแอปธนาคารอื่นๆ จะบล็อกไม่ให้เข้าใช้งานทันที อุปกรณ์เก่าอย่าง iPhone 6s หรือต่ำกว่า Android 9 อย่าง Samsung Galaxy รุ่นเก่าๆ จะได้รับผลกระทบหนักที่สุด

นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่ามาตรการนี้ช่วยลดความเสี่ยงได้มหาศาล ลูกค้าธนาคารหลายล้านคนต้องเตรียมตัว ถ้าอัปเดตได้ก็รีบอัปเดตเลย แต่บางเครื่องอัปไม่ได้เพราะฮาร์ดแวร์ไม่รองรับ ก็ต้องคิดถึงการเปลี่ยนเครื่องใหม่ที่รองรับระบบล่าสุด เพื่อความปลอดภัยระยะยาว

วิธีเช็กเวอร์ชันระบบปฏิบัติการ Android ง่ายๆ 3 ขั้นตอน

  • เปิดแอป การตั้งค่า (Settings)
  • เลื่อนลงไปที่ เกี่ยวกับโทรศัพท์ (About Phone)
  • ดูที่ ข้อมูลซอฟต์แวร์ (Software Information) หรือ Android Version ถ้าเป็น 10 หรือสูงกว่า ปลอดภัยครับ!

ถ้าต่ำกว่า รีบไปตั้งค่า > ระบบ > อัปเดตซอฟต์แวร์ เพื่อดาวน์โหลดเวอร์ชันใหม่ทันที เชื่อมต่อ Wi-Fi ที่เสถียรและชาร์จแบตเต็มๆ นะครับ

วิธีเช็กเวอร์ชัน iOS บน iPhone/iPad สุดแสนง่าย

  • เปิด การตั้งค่า (Settings)
  • แตะ ทั่วไป (General)
  • เลือก เกี่ยวกับ (About) แล้วดูเลขเวอร์ชัน iOS ถ้า 14+ ดีเลย!

อัปเดต iOS ทำได้ที่ ทั่วไป > อัปเดตซอฟต์แวร์ เช่นเดียวกัน อย่าลืมสำรองข้อมูล iCloud ก่อนนะ

ผลกระทบและคำแนะนำหากระบบปฏิบัติการเก่าเกินไป

ถ้าเช็กแล้วต่ำเกณฑ์ ธุรกรรมโอนเงิน จ่ายบิล โปรโมชันต่างๆ จะหยุดชะงักทันที สมาคมธนาคารไทยย้ำว่า “เป็นขั้นตอนสำคัญเพื่อความปลอดภัยของทุกคน” แนะนำให้ตรวจสอบล่วงหน้า อย่างน้อย 1 สัปดาห์ก่อนวันกำหนด

สำหรับคนงบจำกัด ลองเช็ครุ่นเครื่องเก่าที่อัปได้มั้ย หรือมองหาเครื่องมือสองราคาถูกที่รองรับ Android 13+ หรือ iOS 17+ อย่าง iPhone SE รุ่นใหม่ หรือ Samsung A series ล่าสุด นอกจากปลอดภัยแล้ว ยังเร็ว ลื่นกว่าเดิมอีก!

ในยุคดิจิทัลแบบนี้ ความปลอดภัยต้องมาก่อน ถ้าปล่อยไว้ อาจเสียเงินฟรีจากแฮกเกอร์ นอกจากเช็ก OS แล้ว อย่าลืมตั้งรหัส PIN แข็งแรง เปิด biometric, ไม่คลิกลิงก์แปลกๆ และอัปเดตแอปธนาคารเสมอ

สรุปคือ เช็กด่วน ระบบปฏิบัติการ Android และ iOS วันนี้เพื่อไม่ให้พลาดการทำธุรกรรม รีบเช็ก อัปเดต หรือเปลี่ยนเครื่องใหม่ซะตอนนี้ ชีวิตทางการเงินของคุณจะปลอดภัยยิ่งขึ้นแน่นอน! ถ้ามีคำถามคอมเมนต์ด้านล่างได้เลยครับ

ที่มา – เช็กด่วน ระบบปฏิบัติการ Android และ iOS ก่อนเข้าแอปฯ ธนาคาร Mobile Banking ไม่ได้

ผู้ตรวจการแผ่นดิน ถกเข้ม จี้มาตรการความปลอดภัยก่อสร้าง

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้เรามาพูดคุยกันเรื่องข่าวร้อนที่กำลังเป็นกระแสในวงการโครงสร้างพื้นฐานของไทยกันครับ นั่นคือกรณี ผู้ตรวจการแผ่นดิน ถกเข้มหน่วยงานรัฐ จี้มาตรการความปลอดภัยไซต์งานก่อสร้าง-บำรุงทาง หลังจากเกิดอุบัติเหตุเครนถล่มซ้ำซากหลายครั้ง โดยเฉพาะที่พระราม 2 และสีคิ้ว ที่ทำให้มีทั้งผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก สร้างความกังวลให้ประชาชนเป็นอย่างยิ่ง

ผู้ตรวจการแผ่นดิน ถกเข้มหน่วยงานรัฐ จี้มาตรการความปลอดภัยไซต์งานก่อสร้าง-บำรุงทาง

เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 นายทรงศักดิ์ สายเชื้อ ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ได้เรียกประชุมด่วนกับหน่วยงานรัฐต่างๆ ณ ห้องประชุม 901-902 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ โซนซี เพื่อติดตามความคืบหน้าการดำเนินการตามคำวินิจฉัยเมื่อ 29 กันยายน 2568 ซึ่งมุ่งแก้ปัญหาโศกนาฏกรรมจากงานก่อสร้างของรัฐ ผู้เข้าร่วมมีทั้งรองปลัดกระทรวงคมนาคม อธิบดีกรมทางหลวง กรมบัญชีกลาง กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้าง และหน่วยงานอื่นๆ เช่น การรถไฟแห่งประเทศไทย การทางพิเศษฯ สภาวิศวกร ฯลฯ

ปัญหาอุบัติเหตุในไซต์งานก่อสร้างไม่ใช่เรื่องใหม่ครับ ในไทยเรามีสถิติอุบัติเหตุงานก่อสร้างสูงกว่ามาตรฐานสากลมาก โดยเฉพาะโครงการใหญ่ๆ ของรัฐที่ใช้เครื่องจักรหนักอย่างเครน รถบรรทุก หรือโครงสร้างยกระดับ หากขาดมาตรการความปลอดภัยที่เข้มงวด ก็เสี่ยงต่อการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินมหาศาล การประชุมครั้งนี้จึงเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ภาครัฐเริ่มจริงจังมากขึ้น

สรุปผลการประชุม: 4 ประเด็นหลักที่หน่วยงานรัฐกำลังดำเนินการ

จากการประชุม พบว่าหน่วยงานต่างๆ ได้ดำเนินการตามข้อเสนอแนะของผู้ตรวจการแผ่นดินใน 4 ด้านหลักแล้ว ดังนี้

  • 1. การจัดสรรงบประมาณด้านความปลอดภัย: กรมทางหลวงปรับสัญญาโครงการใหญ่ปี 2569 เพิ่มงบความปลอดภัยเป็น 2.5% ของมูลค่าโครงการ รวมถึงอุปกรณ์ตรวจวัดโครงสร้าง (Structural Health Monitoring) ค่าจ้างผู้เชี่ยวชาญ และประกันภัย กำลังหารือกับกรมบัญชีกลางเพื่อขยายไปปี 2570 เรื่องนี้ดีมากครับ เพราะก่อนหน้านี้หลายโครงการงบส่วนนี้มักถูกมองข้าม
  • 2. มาตรการและแนวทางปฏิบัติด้านความปลอดภัย: กรมทางหลวงเพิ่มเงื่อนไข Construction Safety และ Traffic Work Zone Safety ในสัญญา มีค่าปรับรายวัน หยุดงานหากไม่ปฏิบัติตาม ผู้รับเหมาจะโดนกำชับหนักแน่น ช่วยลดความเสี่ยงจากจราจรและการทำงานหนักได้จริง
  • 3. กลไกการตรวจสอบและกำกับดูแล: กระทรวงคมนาคมตั้งคณะกรรมการติดตามตามคำสั่ง 121/2569 กรมทางหลวงตั้งคณะทำงาน RSA และ CSA สำหรับโครงการเล็กและใหญ่ โดยจะประเมินความเสี่ยง 360 โครงการ หากเสี่ยงสูงใช้ Third Party ตรวจสอบ นี่คือก้าวสำคัญสู่การกำกับที่โปร่งใส
  • 4. สมุดพกผู้รับเหมา: กรมบัญชีกลางออกกฎกระทรวง (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2569 ติดตามผลงาน หากประมาทเลินเล่อ ลดชั้น ระงับ หรือเพิกถอนทะเบียน กำลังร่างระเบียบเพิ่มเพื่อให้ระบบนี้มีพลังมากขึ้น

นอกจากนี้ สำหรับอุบัติเหตุที่เกิด ทั้งการรถไฟฯ และกรมทางหลวงได้ชดเชยเยียวยาตามกฎหมาย และสั่งงดงานชั่วคราว ปิดจราจรเพื่อปกป้องประชาชน

ในมุมมองของผม การเคลื่อนไหวแบบ ผู้ตรวจการแผ่นดิน ถกเข้มหน่วยงานรัฐ จี้มาตรการความปลอดภัยไซต์งานก่อสร้าง-บำรุงทาง ครั้งนี้ เป็นสัญญาณบวกที่ภาครัฐตื่นตัว หากทำต่อเนื่อง จะช่วยลดอุบัติเหตุได้มาก คุณที่ทำงานในสายก่อสร้างหรือขับรถผ่านไซต์งานบ่อยๆ ลองเช็คมาตรการในโครงการใกล้ตัวดูนะครับ มันอาจช่วยชีวิตคุณได้! ถ้าชอบบทความนี้ แชร์ต่อและคอมเมนต์ความเห็นของคุณด้านล่างเลยครับ อย่าลืมติดตามข่าวอัปเดตมาตรการความปลอดภัยเพิ่มเติม

ที่มา – ผู้ตรวจการแผ่นดิน ถกเข้มหน่วยงานรัฐ จี้มาตรการความปลอดภัยไซต์งานก่อสร้าง-บำรุงทาง

เพชรบูรณ์เข้ม! รับ “ทริปน้ำไม่อาบ” 22-23 พ.ย. นี้

เพชรบูรณ์เตรียมพร้อมรับมือ “ทริปน้ำไม่อาบ” ที่จะมาเยือนอำเภอหล่มเก่าและเขาค้อในช่วงวันที่ 22-23 พฤศจิกายน 2568 โดยมีการประชุมวางมาตรการเข้มงวดเพื่อความปลอดภัยของประชาชนและนักท่องเที่ยว

เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2568 ณ ศาลากลางจังหวัดเพชรบูรณ์ นายสมพงษ์ หอมสนิท ปลัดจังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นประธานในการประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านความปลอดภัยทางถนน โดยมี พล.ต.ต. สารนัย คงเมือง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเพชรบูรณ์ เข้าร่วมการประชุมเพื่อหารือถึงมาตรการต่างๆ ในการรองรับกิจกรรม “ทริปน้ำไม่อาบ” ที่กำลังจะเกิดขึ้น

จากการรายงานของศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนจังหวัดเพชรบูรณ์ พบว่าการจัดกิจกรรมในปีที่ผ่านมามีพฤติกรรมเสี่ยงหลายประการ เช่น การแสดงดนตรีและการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การขับขี่ขณะมึนเมา รถเสียงดัง และการขับขี่ที่ไม่ปลอดภัย ซึ่งอาจนำไปสู่อุบัติเหตุทางถนนได้ ดังนั้นจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องวางมาตรการเชิงรุกเพื่อป้องกันและลดความเสี่ยง

เพชรบูรณ์เตรียมรับมือ “ทริปน้ำไม่อาบ” อย่างเข้มงวด

ที่ประชุมจึงมีมติให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามมาตรการต่างๆ อย่างเข้มงวด ดังนี้:

  • ศูนย์ปฏิบัติการความปลอดภัยทางถนนทุกอำเภอ บูรณาการกำลังพลเรือน-ตำรวจ-ทหาร ตั้งด่านตรวจ กวดขันวินัยจราจร และบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด
  • สำนักงานขนส่งจังหวัดเพชรบูรณ์ จัดเจ้าหน้าที่ร่วมจุดตรวจ ให้ความรู้ผู้ขับขี่ ตรวจสอบความพร้อมของคนและรถ
  • สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด สั่งโรงพยาบาลทุกแห่งและหน่วยกู้ชีพกู้ภัย เตรียมพร้อมเจ้าหน้าที่และเวชภัณฑ์ รองรับเหตุฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้น
  • แขวงทางหลวงและแขวงทางหลวงชนบท จัดเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกผู้ใช้ทาง พร้อมตรวจแก้จุดเสี่ยงและติดป้ายเตือน
  • อำเภอหล่มเก่าและอำเภอเขาค้อ ประสานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จัด อปพร. ดูแลพื้นที่จัดกิจกรรมและการจราจร

ปลัดจังหวัดเพชรบูรณ์ได้เน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานบูรณาการการทำงานอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันอุบัติเหตุและสร้างความปลอดภัยสูงสุดแก่ประชาชนและนักท่องเที่ยวในช่วงกิจกรรม “ทริปน้ำไม่อาบ”

พล.ต.ต. สารนัย คงเมือง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเพชรบูรณ์ กล่าวว่า มาตรการดูแลความสงบเรียบร้อยในปีนี้จะมีความเข้มข้นเช่นเดียวกับปีก่อน โดยมีการถอดบทเรียนจากปีที่ผ่านมาเพื่อปรับปรุงการปฏิบัติงานให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยเน้น 4 ประเด็นหลัก ได้แก่ การบังคับใช้กฎหมายที่สมบูรณ์มากขึ้น การประสานความร่วมมือกับจังหวัดข้างเคียง การควบคุมกิจกรรมบนพื้นที่สูง และการอาศัยความร่วมมือจากภาคประชาชนในการสอดส่องดูแล

นอกจากนี้ ยังมีการเปิดช่องทางให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวสามารถแจ้งเหตุได้ผ่านสายด่วน 191 รวมถึงศูนย์อำนวยการร่วมที่ตั้งอยู่ในพื้นที่จัดกิจกรรมและพื้นที่พักแรมต่างๆ

มาตรการเพิ่มเติมเพื่อรับมือ “ทริปน้ำไม่อาบ”

เพื่อให้การรับมือกับ “ทริปน้ำไม่อาบ” เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ จังหวัดเพชรบูรณ์ได้เพิ่มความเข้มงวดในการบังคับใช้กฎหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการจราจรและการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ นอกจากนี้ยังมีการประสานงานกับจังหวัดข้างเคียงเพื่อร่วมกันดูแลความปลอดภัยและป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้น

การเตรียมพร้อมรับมือกับกิจกรรม “ทริปน้ำไม่อาบ” แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจและความมุ่งมั่นของจังหวัดเพชรบูรณ์ในการดูแลความปลอดภัยและรักษาความสงบเรียบร้อยในช่วงเทศกาลต่างๆ การบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน และการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด จะช่วยสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเยือนจังหวัดเพชรบูรณ์ได้เป็นอย่างดี

ที่มา – เพชรบูรณ์เข้ม ประชุมวางมาตรการรับ “ทริปน้ำไม่อาบ” ช่วง 22-23 พ.ย. 68

ทรัมป์ประกาศภาวะฉุกเฉิน ดี.ซี. กวาดล้างอาชญากร

โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศภาวะฉุกเฉินใน ดี.ซี. พร้อมสั่งให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการเพื่อกวาดล้างแก๊งอาชญากรรม และรื้อที่อยู่ของคนไร้บ้าน เพื่อให้เมืองหลวงกลับมาสะอาดและปลอดภัยอีกครั้ง

เมื่อวันจันทร์ที่ 11 ส.ค. 2568 โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ จัดงานแถลงข่าว เปิดเผยแผนการที่เขาระบุว่าเป็นการทำให้กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. สะอาดและปลอดภัยมากขึ้น โดยประกาศมาตรการหลายข้อ รวมถึง ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความปลอดภัยสาธารณะ, ส่งตำรวจกับเจ้าหน้าที่เอฟบีไอลงพื้นที่มากขึ้น และกำจัดแก๊งอาชญากรรมออกจากเมือง

นายทรัมป์เริ่มแถลงด้วยการระบุว่า “เราจะนำเมืองหลวงของเรากลับคืนมา” โดยเขาวางแผนจะให้รัฐบาลกลางเข้าควบคุมสำนักงานตำรวจเทศบาลกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. โดยตรง ด้วยกฎหมายว่าด้วยการปกครองตนเองของเขตปกครองพิเศษโคลัมเบีย (District of Columbia Home Rule Act)

นอกจากนั้น เขาจะส่งทหารกองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิไปยังดี.ซี. ทำให้สำนักงานตำรวจท้องถิ่นกลายเป็นของรัฐบาลกลางด้วย

นายทรัมป์ยังอ้างว่า เมืองหลวงแห่งนี้ถูกยึดไปโดยกลุ่มแก๊งผู้ใช้ความรุนแรง และอาชญากรกระหายเลือด รวมถึงคนบ้าเพราะยาเสพติดและคนไร้บ้าน โดยบอกกับบรรดาผู้สื่อข่าวที่มารวมตัวกันในงานแถลงของเขาว่า พวกเขาก็ตกเป็นเหยื่อของคนเหล่านี้เช่นกัน และว่า “พวกคุณคงไม่อยากถูกปล้น ข่มขืน หรือถูกสังหารหรอก”

ผู้นำสหรัฐฯ กล่าวอีกว่า อัตราการเกิดเหตุอาชญากรรมในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ตอนนี้สูงกว่าบางพื้นที่ที่ได้ชื่อว่าเลวร้ายที่สุดในโลกเสียอีก ขณะที่จำนวนเหตุโจรกรรมรถยนต์และการจี้รถก็เพิ่มสูงขึ้นด้วย

ทั้งนี้ นายทรัมป์อ้างสถิติสูงสุดในปี 2566 แต่ ณ ปัจจุบัน นายมูริเอล บาวเซอร์ นายกเทศมนตรีกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ออกมายืนยันว่า นับตั้งแต่เข้าสู่ปี 2568 จนถึงตอนนี้ จำนวนเหตุอาชญากรรมในเมืองหลวงแห่งนี้ลดลง 7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และจำนวนอาชญากรรมความรุนแรงทั้งหมด ก็ลดลง 26% ด้วย

อย่างไรก็ตาม นายทรัมป์พูดถึงกรณีที่ อดีตลูกจ้างของกระทรวงประสิทธิภาพรัฐบาล (DOGE) ถูกทำร้ายก่อนหน้านี้ โดยกล่าวว่า “เขาถูกทุบตีอย่างรุนแรงโดยกลุ่มอันธพาลที่ผ่านมา” และถูกทิ้งให้จมกองเลือด

ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ยังพูดถึงกรณีลูกจ้างรัฐบาลกลางกับเจ้าหน้าที่หน่วยงานเลือกตั้งคนอื่นๆ ที่ถูกโจมตีในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. รวมถึงสมาชิกสภาจากพรรคเดโมแครตและพนักงานฝึกงาน “เหตุการณ์เหล่านี้กระทบต่อการทำงานของรัฐบาลกลาง และเป็นภัยต่อเมริกา”

“เรากำลังกำจัดสลัมออกไปด้วย” นายทรัมป์กล่าว โดยหันไปพูดเรื่องคนไร้บ้าน “ผมรู้ว่ามันไม่ใช่เรื่องถูกต้องทางการเมือง แต่เรากำลังกำจัดสลัมที่พวกเขาอาศัยอยู่” อย่างไรก็ตาม นายทรัมป์ไม่ได้พูดเชื่อมโยงเหล่าคนไร้บ้านกับเหตุอาชญากรรมที่เขาพูดถึงก่อนหน้านี้

จากนั้นนายทรัมป์ก็วกกลับไปพูดเรื่องอาชญากรรมต่อ โดยระบุว่า กลุ่มวัยรุ่นจำนวนมากกำลังอาละวาดตามท้องถนนในเมืองวอชิงตัน ดี.ซี. และเขาเห็นกลุ่มวัยรุ่นหัวรุนแรงต่อสู้ขัดขืนเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายเมื่อคืนที่ผ่านมานี้เอง

“คนพวกนี้ชอบถ่มน้ำลายรดหน้าตำรวจ” และกรีดร้องใส่หน้าเจ้าหน้าที่ที่อยู่ห่างออกไปเพียง 1 นิ้ว “คุณบอกพวกเขาไปเลย ว่าถ้าคุณถุยเราจะทุบ” (you spit and we hit) “และพวกเขาจะถูกทุบอย่างหนักด้วย” นายทรัมป์กล่าว และเสริมว่า เขาเห็นเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นมาหลายปีแล้ว

นายทรัมป์หันไปพูดถึงเรื่องจำนวนตำรวจใน ดี.ซี. โดยระบุว่า เขาได้คุยกับสำนักงานตำรวจเทศบาลกรุงวอชิงตัน ดี.ซี.ในเรื่องนี้แล้ว และพบว่า ถึงแม้จำนวนเจ้าหน้าที่จะลดลง แต่เมืองหลวงแห่งนี้ก็ยังมีตำรวจกว่า 3,500 นาย ซึ่งนายทรัมป์ระบุว่า เป็นจำนวนที่เยอะมาก ก่อนจะเสนอเพิ่มกฎหมายและข้อบังคับแทนที่จะเพิ่มจำนวนตำรวจ

จากนั้นนายทรัมป์ก็หันไปกล่าวโจมตีรัฐบาลชุดก่อนของอดีตประธานาธิบดี โจ ไบเดน เรื่องการดูแลชายแดนในภาคใต้ของประเทศ และอ้างว่า ตัวเขาแก้ปัญหาชายแดนนี้ตั้งแต่สัปดาห์แรกที่เข้าทำงานแล้ว

นายทรัมป์ปิดท้ายการแถลงข่าวด้วยการประกาศมาตรการหลายอย่าง รวมถึง ประกาศภาวะฉุกเฉินใน ดี.ซี. อย่างเป็นทางการ, ให้ แพม บอนดี อัยการสูงสุด เข้าควบคุมสำนักงานตำรวจเทศบาลกรุงวอชิงตัน ดี.ซี., ส่งตำรวจและเอฟบีไอตรวจตราตามท้องถนนมากขึ้น และกำจัดแก๊งอาชญากรรมออกจากเมือง

หลังจากนายทรัมป์ลงจากโพเดียมไปแล้ว นายดั๊ก เบอร์กัม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยก็ขึ้นมาแถลงต่อ โดยระบุว่า สำนักงานตำรวจอุทยานแห่งสหรัฐฯ (US Park Police) ได้รับมอบหมายให้จัดการกับอาชญากรรมในวอชิงตัน ดี.ซี. และพวกเขาเริ่มการรื้อแคมป์คนไร้บ้านกับการปกป้องอนุสาวรีย์ต่างๆ แล้ว

อนึ่ง เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา นายทรัมป์ประกาศว่าคนไร้บ้านจะต้องย้ายออกจากเมืองหลวงในทันที โดยรัฐบาลจะหาสถานที่อื่นที่ไกลจากเมืองหลวงไว้ให้ แต่จนถึงตอนนี้ยังไม่มีการเปิดเผยว่า สถานที่ดังกล่าวคือที่ใด

ต่อมานายพีท เฮกเซธ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ก็บอกกับผู้สื่อข่าวว่า กองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิจะเข้าสู่วอชิงตัน ดี.ซี. ภายในสัปดาห์นี้ ตามคำสั่งของนายทรัมป์ และพวกเขาเตรียมนำหน่วยพิเศษอื่นๆ เข้าสู่เมืองหลวงแห่งนี้ด้วย

หลังจากนายเฮกเซธพูดเสร็จก็ถึงคิวของ น.ส.แพม บอนดี อัยการสูงสุด โดยกล่าวว่า เธอต้องการทำให้ชัดเจนที่สุดว่า อาชญากรรมใน ดี.ซี. กำลังจะจบลงและจะจบลงในวันนี้ รัฐบาลจะใช้ทุกอำนาจที่มีเพื่อต่อสู้กับอาชญากรรม

ด้าน น.ส. จีไนน์ ปีร์โร อัยการสูงสุดกรุงวอชิงตัน ดี.ซี.คนใหม่ ขึ้นมากล่าวว่า เธอเห็นอาชญากรรมความรุนแรงฝีมือกลุ่มวัยรุ่นที่คิดว่าตัวเองจะทำร้ายใครก็ได้มากเกินไปแล้ว พวกเขารู้ว่าสามารถหลุดรอดไปได้ เพราะกฎหมายต่ออาชญากรเยาวชนนั้นมันอ่อนแอเกินไป

“เราเห็นพวกคุณแล้ว เรากำลังจับตามองพวกคุณ และเราจะเปลี่ยนแปลงกฎหมายเพื่อจับพวกคุณ” น.ส.ปีร์โรกล่าว

ทรัมป์ประกาศภาวะฉุกเฉินใน ดี.ซี. สั่งกวาดล้างอาชญากร ไล่คนไร้บ้าน

ผลกระทบจากทรัมป์ประกาศภาวะฉุกเฉินใน ดี.ซี.

มาตรการที่ทรัมป์ประกาศ จะส่งผลกระทบต่อประชาชนในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. อย่างไรบ้าง? การทรัมป์ประกาศภาวะฉุกเฉินใน ดี.ซี. นี้ จะช่วยลดอาชญากรรมได้จริงหรือไม่? ต้องติดตามกันต่อไป

การตัดสินใจของทรัมป์ครั้งนี้ ก่อให้เกิดคำถามมากมายเกี่ยวกับอำนาจของรัฐบาลกลางในการควบคุมเมืองหลวง และผลกระทบต่อสิทธิของประชาชน

หากคุณเป็นผู้อาศัยอยู่ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เตรียมพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นจากมาตรการเหล่านี้ และติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด

ทรัมป์ประกาศภาวะฉุกเฉินใน ดี.ซี. เป็นเหตุการณ์สำคัญที่ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด เพราะมีผลกระทบต่อความปลอดภัยและเสรีภาพของประชาชน

ที่มา – ทรัมป์ประกาศภาวะฉุกเฉินใน ดี.ซี. สั่งกวาดล้างอาชญากร ไล่คนไร้บ้าน

Scroll to top