รถไฟฟ้าสายสีม่วง

รัฐบาลเร่งแก้ผลกระทบรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงวงเวียนใหญ่

รัฐบาลเร่งแก้ผลกระทบรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงวงเวียนใหญ่ เพื่อความปลอดภัยสูงสุด

สำหรับใครที่สัญจรผ่านไปมาบริเวณวงเวียนใหญ่ในช่วงนี้ คงจะทราบถึงสถานการณ์การดำเนินงานของโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงเตาปูน–ราษฎร์บูรณะ กันเป็นอย่างดี ซึ่งล่าสุดรัฐบาลเร่งแก้ผลกระทบรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงวงเวียนใหญ่ จากกรณีดินทรุดตัว เพื่อให้ทุกอย่างกลับมาอยู่ในสภาวะปกติโดยเร็วที่สุด โดยเน้นย้ำเรื่องความปลอดภัยของประชาชนเป็นอันดับหนึ่งครับ

ในส่วนของความคืบหน้าล่าสุด นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ด้วยตัวเอง พร้อมกำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามหลักวิศวกรรมอย่างเคร่งครัด โดยเป้าหมายหลักคือการฟื้นฟูพื้นที่และคืนสภาพการจราจรให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่โดยเร็วที่สุดครับ

มาตรการทางวิศวกรรมในการแก้ไขผลกระทบ

เพื่อให้การทำงานมีความมั่นคงและยั่งยืน ทางเจ้าหน้าที่ได้เริ่มดำเนินการเสริมความมั่นคงของชั้นดิน (Grouting) ไปแล้วกว่า 40 จุด และมีแผนจะขยายเพิ่มเติมอีก 80 จุด โดยกระบวนการนี้คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 2-3 เดือน เพื่อสร้างความมั่นใจในโครงสร้างพื้นฐานก่อนจะเปิดให้ใช้งานตามปกติ ทั้งนี้ รัฐบาลเร่งแก้ผลกระทบรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงวงเวียนใหญ่ โดยมีการติดตั้งอุปกรณ์ตรวจวัดการเคลื่อนตัวของอาคารและโครงสร้างโดยรอบอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้เกิดความปลอดภัยต่อบ้านเรือนประชาชนอย่างที่สุด

  • ดำเนินการอัดฉีดวัสดุเสริมความมั่นคงชั้นดิน (Grouting)
  • ตรวจสอบจุดรั่วซึมภายในอุโมงค์อย่างละเอียด
  • ประเมินเสถียรภาพพื้นที่อย่างต่อเนื่องก่อนคืนผิวจราจร
  • เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบอย่างทั่วถึง

นอกจากนี้ หลังจากกระบวนการเสริมความมั่นคงแล้วเสร็จ ทางทีมวิศวกรจะทยอยลดระดับน้ำภายในอุโมงค์เพื่อตรวจสอบจุดรั่วซึมอย่างละเอียด หากพบความจำเป็นก็พร้อมที่จะยกระดับมาตรการทางวิศวกรรมให้สูงขึ้นทันที เพื่อป้องกันปัญหาในระยะยาว

ท้ายที่สุดนี้ ผมเชื่อมั่นว่าการที่ รัฐบาลเร่งแก้ผลกระทบรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงวงเวียนใหญ่ อย่างจริงจังเช่นนี้ จะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนได้ในไม่ช้า การคืนผิวจราจรเป็นรายจุดจะช่วยให้การเดินทางและการทำมาค้าขายในพื้นที่วงเวียนใหญ่กลับมาคึกคักอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม ความปลอดภัยของพวกเราทุกคนต้องมาก่อนเสมอครับ

ที่มา – รัฐบาลเร่งแก้ผลกระทบรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงวงเวียนใหญ่

ครม. เห็นชอบให้ รฟม. ปล่อยเช่า-พัฒนาพื้นที่ตามแนวรถไฟฟ้า 3 สาย น้ำเงิน-ม่วง-ส้ม

เชื่อว่าเพื่อนๆ ที่ใช้บริการรถไฟฟ้าเป็นประจำคงจะตื่นเต้นไม่น้อย เมื่อล่าสุดมีข่าวดีจากทางภาครัฐออกมาครับ โดยเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีได้มีมติสำคัญในการอนุญาตให้การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย หรือ รฟม. ดำเนินการจัดหาผลประโยชน์ในอสังหาริมทรัพย์ขององค์กร โดยมีการอนุมัติให้ ครม. เห็นชอบให้ รฟม. ปล่อยเช่า-พัฒนาพื้นที่ตามแนวรถไฟฟ้า 3 สาย น้ำเงิน-ม่วง-ส้ม ซึ่งถือเป็นการขยับขยายศักยภาพพื้นที่รอบสถานีให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประชาชนครับ

ครม. เห็นชอบให้ รฟม. ปล่อยเช่า-พัฒนาพื้นที่ตามแนวรถไฟฟ้า 3 สาย น้ำเงิน-ม่วง-ส้ม

การดำเนินการในครั้งนี้ครอบคลุมพื้นที่มากถึง 56 แห่ง รวมขนาดพื้นที่กว่า 117,199 ตารางเมตร โดย รฟม. มีจุดประสงค์หลักคือการเพิ่มความสะดวกสบายให้กับผู้ใช้บริการรถไฟฟ้า ไม่ว่าจะเป็นการติดตั้งตู้กดเงินสด (ATM) ตู้กดสินค้าอัตโนมัติ ร้านค้าสะดวกซื้อ รวมถึงพื้นที่สันทนาการต่างๆ ซึ่งจะทำให้การเดินทางในแต่ละวันของเรามีสีสันและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมืองมากขึ้นอย่างแน่นอน

รายละเอียดการพัฒนาพื้นที่ภายใต้โครงการ ครม. เห็นชอบให้ รฟม. ปล่อยเช่า-พัฒนาพื้นที่ตามแนวรถไฟฟ้า 3 สาย น้ำเงิน-ม่วง-ส้ม

สำหรับแผนการพัฒนาพื้นที่ในครั้งนี้ จะแบ่งกลุ่มการดำเนินงานออกเป็น 4 โหมดหลัก เพื่อให้ครอบคลุมทุกจุดเชื่อมต่อของโครงการรถไฟฟ้ามวลชน ดังนี้ครับ:

  • กลุ่มที่ 1: อาคารเชื่อมต่อระบบและอาคารอเนกประสงค์ของสายสีน้ำเงิน
  • กลุ่มที่ 2: พื้นที่ตามแนวทางวิ่งและศูนย์ซ่อมบำรุงของสายสีน้ำเงินและสีม่วง
  • กลุ่มที่ 3: สถานีและศูนย์ซ่อมบำรุงของสายสีฉลองรัชธรรม (สายสีม่วง)
  • กลุ่มที่ 4: อาคารและลานอเนกประสงค์ของสายสีส้ม ช่วงศูนย์วัฒนธรรมฯ – มีนบุรี

ด้วยมูลค่าของอสังหาริมทรัพย์ที่สูงเกินสิบล้านบาท การนำพื้นที่เหล่านี้มาพัฒนาผ่านการให้เช่าหรือให้สิทธิ จะช่วยลดภาระงบประมาณจากภาครัฐ และในขณะเดียวกันก็เป็นการเพิ่มรายได้ให้กับ รฟม. เพื่อนำกลับมาพัฒนาการให้บริการที่ดีขึ้น อีกทั้งยังเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจบริเวณโดยรอบสถานีให้มีความคึกคักและน่าใช้งานมากยิ่งขึ้นด้วยครับ

ส่วนตัวผมมองว่าเรื่องนี้เป็นก้าวสำคัญที่น่าสนใจมาก เพราะการมีร้านค้าหรือบริการที่จำเป็นตั้งอยู่ใกล้สถานีรถไฟฟ้า จะช่วยอำนวยความสะดวกให้คนทำงานหรือนักเรียนนักศึกษาได้เป็นอย่างดี ลองจินตนาการดูสิครับว่าการได้แวะซื้อของกินหรือจัดการธุระการเงินก่อนถึงสถานีปลายทางนั้นจะประหยัดเวลาและชีวิตง่ายขึ้นแค่ไหน เชื่อว่าโปรเจกต์นี้จะสร้างความเปลี่ยนแปลงเชิงบวกให้กับผู้โดยสารทุกคนอย่างแน่นอนครับ

ที่มา – ครม. เห็นชอบให้ รฟม. ปล่อยเช่า-พัฒนาพื้นที่ตามแนวรถไฟฟ้า 3 สาย น้ำเงิน-ม่วง-ส้ม

กางสูตรค่ารถไฟฟ้า 40-60 บาท ดีเดย์ 1 ม.ค. 70

รัฐบาลไทยกำลังเร่งผลักดันนโยบายสำคัญที่ประชาชนรอคอย นั่นคือ กางสูตรค่ารถไฟฟ้า 40-60 บาท ดีเดย์ 1 ม.ค. 70 เพื่อลดค่าครองชีพและเพิ่มทางเลือกการเดินทาง โดยยืนยันว่าจะไม่เพิ่มหนี้สาธารณะ พร้อมเปิดโอกาสให้เอกชนเช่ารางรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพระบบขนส่ง นโยบายนี้มาจากการสั่งการของนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ที่ลงพื้นที่กรมการขนส่งทางราง (ขร.) เพื่อมอบนโยบายเร่งด่วน

กางสูตรค่ารถไฟฟ้า 40-60 บาท ดีเดย์ 1 ม.ค. 70

นโยบาย กางสูตรค่ารถไฟฟ้า 40-60 บาท ดีเดย์ 1 ม.ค. 70 เป็นส่วนหนึ่งของแผนลดค่าครองชีพ โดยจะปรับโครงสร้างค่าโดยสารแบบเหมาจ่าย (บุฟเฟต์) ตามระยะทาง เพื่อให้ประชาชนเดินทางสะดวกและประหยัดมากขึ้น ปัจจุบันโครงการรถไฟฟ้าสายสีแดงและสายสีม่วงใช้ค่าโดยสาร 40 บาทตลอดวันแล้ว และประสบความสำเร็จ ผู้โดยสารเพิ่มขึ้นจนไม่ต้องใช้เงินชดเชย ขณะที่แผนใหญ่จะขยายไปทุกเส้นทาง หลังจากดำเนินการ Single Ownership หรือการบริหารรถไฟฟ้ารายเดียวให้เสร็จสิ้น

ขั้นตอนสำคัญคือการเจรจากับเอกชนผู้รับสัมปทาน 2 ราย โดยเปลี่ยนรูปแบบสัญญาจาก PPP Net Cost เป็น PPP Gross Cost รัฐรับความเสี่ยงรายได้ กำหนดราคาค่าโดยสารเอง และจ้างเอกชนเดินรถซ่อมบำรุง โดยไม่ใช้งบซื้อคืนสัมปทาน ไม่กู้เงิน ไม่กระทบหนี้สาธารณะ แผนจะเสนอบอร์ดนโยบายขนส่งทางราง 30 เม.ย. 2569 แล้วส่งครม. ตั้งบอร์ดลดค่าครองชีพภายใน พ.ค. 2569

รายละเอียดสูตรค่าโดยสารรถไฟฟ้าใหม่

  • เดินทางไม่เกิน 10 สถานีต่อเที่ยว: เหมาจ่าย 40 บาทตลอดวัน (ไม่จำกัดรอบ)
  • เดินทางเกิน 10 สถานีต่อเที่ยว: เหมาจ่าย 60 บาทตลอดวัน (ไม่จำกัดรอบ)
  • หมายเหตุ: หากเดินทางใกล้และค่าโดยสารจริงต่ำกว่า 40 บาท จ่ายตามระยะจริง

สูตรนี้จะปรับขึ้นปีละ 5 บาท เป็นเวลา 6 ปี สูงสุด 90 บาท และเปิดรับฟังความเห็นประชาชน ก.ย. 2569 นอกจากนี้ ยังกำชับให้ค่าโดยสารเหมาะสมกับค่าครองชีพ สะดวก ปลอดภัย ไม่เป็นภาระรัฐ

ไอเดียเอกชนเช่าราง รฟท. นำร่อง ก.ค. 2569

อีกไฮไลต์คือการเปิดสล็อตให้เอกชนเช่าราง รฟท. ลงทุนขบวนรถเอง วิ่งเส้นทางว่าง ไม่กระทบบริการเดิม เพิ่มทางเลือกขนส่งผู้โดยสารและสินค้า รฟท. จัด Network Statement ภายใน ก.ค. 2569 กำหนดสล็อตว่าง หากผู้สนใจรายเดียวทำสัญญาทันที หากหลายรายคัดเลือกเพื่อความเป็นธรรม นำร่องเส้นทางคู่ใหม่ เช่น สายเหนือ เด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ 322 กม. และสายอีสาน บ้านไผ่-นครพนม 355 กม. ช่วยลดภาระงบรัฐ สอดคล้องแผนฟื้นฟู รฟท.

นอกจากนี้ กรมรางเร่งเบิกจ่ายงบ 2569 ให้ทัน เปิดทางลงทุน PPP-TFF โครงการใหญ่ไม่สะดุด ปรับลดรายจ่ายไม่จำเป็น เร่ง Quick Win เช่น รถไฟทางคู่ สร้าง ICD ลาดกระบัง ลดต้นทุนโลจิสติกส์ รถไฟความเร็วสูง เชื่อมโยงเพื่อนบ้าน พัฒนาสถานีให้เข้ากันชุมชน ใช้พลังงานสะอาด ลด PM2.5 ส่งเสริมดิจิทัล โปร่งใส

นายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดีขร. ย้ำความปลอดภัยและค่าโดยสารเป็นธรรม นโยบายนี้จะยกระดับระบบรางไทยให้ทันสมัย ประชาชนได้ประโยชน์สูงสุด

นโยบายนี้แสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์รัฐบาลที่คำนึงถึงประชาชน ลดภาระค่าเดินทางกระตุ้นเศรษฐกิจ เปิดเอกชนร่วมลงทุนโดยไม่เพิ่มหนี้ หากคุณกำลังวางแผนเดินทางด้วยรถไฟฟ้า อย่าลืมติดตามความคืบหน้า และแสดงความเห็นเพื่อนโยบายสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น

ที่มา – กางสูตรค่ารถไฟฟ้า 40-60 บาท ดีเดย์ 1 ม.ค. 70 ยันไม่เพิ่มหนี้สาธารณะ ผุดไอเดียเอกชนเช่ารางรถไฟ

เร่งเครื่อง! รถไฟฟ้า 40 บาทตลอดวัน ทันรัฐบาลนี้

“พิพัฒน์” เร่งนโยบายรถไฟฟ้า 40 บาทตลอดวัน ใช้ได้ครบทุกสีทุกสายภายในรัฐบาลนี้ สั่ง รฟม. หารือ กระทรวงการคลัง เคาะแนวทางซื้อคืนสัมปทานรถไฟฟ้าจากเอกชน-ศึกษาเงินชดเชยให้จบภายใน 6 พ.ย.นี้ ก่อนชง ครม. 25 พ.ย. พร้อมเตรียมคลอดมาตรการลดค่าครองชีพ ประเดิมค่าทางด่วน 50 บาทตลอดสายทุกเส้นทาง มอบเป็นของขวัญปีใหม่ให้ประชาชน

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ได้มอบหมายให้การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เร่งดำเนินการศึกษาข้อมูลแนวทางรวมศูนย์การบริหารจัดการระบบรถไฟฟ้าแบบองค์รวม (Single Ownership) เพื่อให้บริการ “บัตรโดยสารเหมาจ่ายรายวัน” ครอบคลุมกับโครงการรถไฟฟ้าทุกสาย นอกเหนือจากรถไฟฟ้าสายสีแดง และสายสีม่วง ที่จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค. 2568 – 30 พ.ย. 2569 โดย รฟม. จะต้องไปดำเนินการศึกษาข้อมูลให้ชัดเจน ทั้งเรื่องเงินชดเชย เรื่องการซื้อคืนสัมปทานโครงการรถไฟฟ้าจากเอกชนกลับมาเป็นของรัฐบาล ซึ่งจะต้องไปหารือร่วมกับกระทรวงการคลังด้วย 

ทั้งนี้ รฟม. จะต้องสรุปผลการศึกษาเสนอกลับมายังกระทรวงคมนาคมในวันที่ 6 พ.ย.นี้ จากนั้นในวันที่ 11 พ.ย. 2568 จะเสนอไปยังที่ประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนการดำเนินนโยบายการกำหนดอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้าเพื่อลดภาระค่าครองชีพของประชาชน ครั้งที่ 2/2568 ก่อนเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาในวันที่ 25 พ.ย. 2568 เพื่อให้เริ่มดำเนินการได้ทันภายในรัฐบาลชุดนี้

นายพิพัฒน์ กล่าวต่อว่า เบื้องต้นการซื้อคืนสัมปทานโครงการรถไฟฟ้า เมื่อกลับมาเป็นของรัฐบาลแล้ว จะใช้วิธีว่าจ้างให้เอกชนเข้ามาทำหน้าที่บริหารจัดการและเดินรถ ส่วนการจัดหาแหล่งเงินทุนสำหรับซื้อคืนสัมปทานนั้น  ได้เน้นย้ำว่า จะต้องไม่สร้างผลกระทบต่อภาระหนี้สาธารณะ ส่วนการจัดเก็บค่าธรรมเนียมรถติด (Congestion Chage) เพื่อนำเงินมาใช้ซื้อคืนสัมปทาน ก็ถือเป็นอีกแนวทางหนึ่ง แต่มองว่า อาจจะต้องใช้ระเวลาในการดำเนินการนานเกินไป จึงอาจจะต้องใช้แหล่งเงินทุนจากช่องทางอื่น หรืออาจจะวิธีการกู้เงินมาดำเนินการก่อน

อย่างไรก็ตาม การปรับอัตราค่าโดยสาร รถไฟฟ้า 40 บาทตลอดวัน จะช่วยลดภาระค่าเดินทางของประชาชนในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลได้อย่างเป็นรูปธรรม รวมทั้งช่วยให้ระบบขนส่งมวลชนทางรางเป็นทางเลือกหลักของประชาชนมากขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล พร้อมทั้งช่วยลดมลภาวะทางอากาศ หรือฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ด้วย

นายพิพัฒน์ กล่าวอีกว่า ขณะที่นโยบายแพ็คเกจลดค่าครองชีพในการเดินทางของประชาชน ขณะนี้ กระทรวงคมนาคมได้มอบหมายให้ปลัดกระทรวงคมนาคม เร่งดำเนินการ เบื้องต้นเตรียมลดค่าผ่านทางพิเศษ (ทางด่วน) ทุกเส้นทางในอัตราสูงสุดไม่เกิน 50 บาทตลอดสายต่อครั้ง คาดว่า จะสามารถประกาศใช้เป็น “ของขวัญปีใหม่” ให้กับประชาชนได้ภายในสิ้นปี 2568 อย่างแน่นอน ทั้งนี้ แพ็คเกจดังกล่าว จะยังไม่รวมโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) เนื่องจากมีโครงสร้างค่าผ่านทางที่แตกต่างกัน

อ่านข่าว “นโยบายรัฐ” เพิ่มเติม

ข่าวดี! รถไฟฟ้า 40 บาทตลอดวัน มาแน่

เตรียมเฮ! นโยบาย รถไฟฟ้า 40 บาทตลอดวัน กำลังจะกลายเป็นจริงในรัฐบาลนี้แน่นอน รองนายกฯ พิพัฒน์ สั่งเร่งเครื่องเต็มสูบ ให้ รฟม. หาทางออกเรื่องการซื้อคืนสัมปทานและการชดเชยต่างๆ ให้จบภายในพฤศจิกายนนี้ ก่อนจะเสนอ ครม. ภายในสิ้นเดือน เพื่อให้ประชาชนได้ใช้ รถไฟฟ้า 40 บาทตลอดวัน กันถ้วนหน้า

ความคืบหน้าล่าสุดของนโยบาย รถไฟฟ้า 40 บาทตลอดวัน

หลังจากที่ รฟม. ได้รับมอบหมายให้ศึกษาแนวทางการรวมศูนย์การบริหารจัดการระบบรถไฟฟ้าแบบองค์รวม เพื่อให้สามารถใช้ “บัตรโดยสารเหมาจ่ายรายวัน” ได้กับรถไฟฟ้าทุกสาย นอกเหนือจากสายสีแดงและสีม่วงที่เริ่มไปแล้ว ตอนนี้ รฟม. กำลังเร่งหาข้อสรุปในเรื่องต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น เงินชดเชย, การซื้อคืนสัมปทานจากเอกชน และแหล่งเงินทุนที่จะนำมาใช้ ซึ่งจะต้องไม่กระทบต่อหนี้สาธารณะ

นอกจากเรื่อง รถไฟฟ้า 40 บาทตลอดวัน แล้ว รัฐบาลยังมีแผนที่จะลดค่าครองชีพในการเดินทางอื่นๆ อีกด้วย โดยเตรียมที่จะลดค่าทางด่วนทุกเส้นทาง ไม่เกิน 50 บาทตลอดสาย หวังให้เป็นของขวัญปีใหม่ให้กับประชาชน

การที่รัฐบาลผลักดันนโยบาย รถไฟฟ้า 40 บาทตลอดวัน อย่างจริงจัง ถือเป็นเรื่องที่น่ายินดี เพราะจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางของคนกรุงเทพฯ และปริมณฑลได้อย่างมาก ทำให้การเดินทางสะดวกและประหยัดมากยิ่งขึ้น แถมยังช่วยลดปัญหาจราจรและมลพิษทางอากาศได้อีกด้วย หากนโยบายนี้สำเร็จจริง จะเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมอย่างแท้จริง

ที่มา – เร่งนโยบายรถไฟฟ้า 40 บาทตลอดวัน ให้ทันรัฐบาลนี้ ข่าวดีปีใหม่ จ่อลดค่าทางด่วนเหลือ 50 บาท

รมว.คมนาคมลั่น! ไม่ต่อ รถไฟฟ้า 20 บาท

“พิพัฒน์” ลั่น ไม่เดินหน้านโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ส่งผล 1 ต.ค. 68 ประชาชนต้องกลับไปจ่ายค่ารถไฟฟ้าสายสีม่วง-แดง ในราคาปกติ แม้ว่ารัฐบาลก่อนจะเสนอ ครม. ขยายระยะเวลา 20 บาทจากหมด 30 ก.ย. 68 ไปหมด 30 ก.ย. 69 ก็ตาม เหตุไม่ใช่นโยบายพรรคภูมิใจไทย แต่จะหาวิธีในการลดค่าครองชีพประชาชน แบบครบทุกโหมด “บก-ราง-น้ำ” ภายใน 2 สัปดาห์หลังจากแถลงนโยบายรัฐบาล

ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงคมนาคมว่า เมื่อเวลา 08.19 น. นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คมนาคม พร้อมด้วยนางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รมช.คมนาคม ได้เดินทางมากราบสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์กระทรวงคมนาคม หลังจากนั้นมารับมอบดอกไม้แสดงความยินดีจากผู้บริหารกระทรวงคมนาคม

โดยนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า กระทรวงคมนาคมยืนยันว่าจะไม่เดินหน้านโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสายในรถไฟฟ้าสายสีม่วง และ สายสีแดง อย่างแน่นอน แม้ว่ารัฐบาลชุดก่อนจะเคยมีมติ ครม. เมื่อวันที่ 6 ก.ค. 68 ขยายระยะเวลามาตรการรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสายจากหมดเขต 30 ก.ย. 68 เป็นหมดเขต 30 ก.ย. 69 ก็ตาม เนื่องจากไม่เป็นไปตามนโยบายของพรรคภูมิใจไทย ขณะเดียวกันภายหลังจากที่รัฐบาลแถลงนโยบายเสร็จ ตนได้มอบหมายให้กระทรวงคมนาคม หาแนวทางในการลดค่าครองชีพประชาชนให้ครบทุกโหมดของการเดินทางทั้ง ทางบก ทางราง และ ทางน้ำ ภายใต้รัฐบาลชุดใหม่ เพื่อขยายผลให้ครอบคลุมมากกว่าเดิม แต่ยอมรับว่าอาจเกิดช่วงสุญญากาศบ้าง

ทั้งนี้ที่ไม่สามารถเดินหน้ามาตรการ 20 บาทตลอดสายได้เลยนั้น เพราะกรอบเวลาที่รัฐบาลต้องแถลงนโยบายต่อรัฐสภา จะมีขึ้นในวันที่ 29–30 ก.ย. 68 ทำให้การนำเรื่องเข้าสู่ที่ประชุม ครม. นัดแรกอาจไม่ทันการณ์ ส่งผลให้มีโอกาสที่ค่าโดยสารจะกลับไปใช้อัตราเดิมเป็นเวลา 1–2 สัปดาห์ก่อนประกาศนโยบายใหม่ เพราะเมื่อมีการเปลี่ยนรัฐบาล จำเป็นต้องนำเรื่องนี้เข้าสู่ที่ประชุม ครม. อีกครั้ง เพื่อพิจารณาว่าจะทำอะไรให้ได้มากกว่าที่เป็นอยู่

อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่า รัฐบาลภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี มีเป้าหมายที่จะออกมาตรการแพ็กเกจลดค่าครองชีพด้านการคมนาคมอยู่แล้ว แต่ขอเวลา ภายใน 2 สัปดาห์หลังการแถลงนโยบาย ซึ่งเป้าหมายก็เพื่อแบ่งเบาภาระการเดินทางของประชาชน โดยจะครอบคลุมรถไฟฟ้าสายอื่น ๆ ด้วย ซึ่งไม่ได้หยุดเฉพาะสายสีแดง และ สายสีม่วง รวมถึงรถโดยสารประจำทางทั้งรถร้อนและรถแอร์, ค่าทางด่วน และอาจรวมถึงการเดินทางทางน้ำ ส่วนการเดินทางทางอากาศและค่าธรรมเนียมการใช้สนามบิน (PSC) ยังไม่อยู่ในแผนพิจารณา คงไม่ได้หยุดแค่สีม่วงกับสีแดง แต่จะมองภาพรวมทั้งหมด

(ซ้าย) นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม (ขวา) นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รมช.คมนาคม
(ซ้าย) นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม (ขวา) นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รมช.คมนาคม

“ส่วนแนวคิด “ตั๋วร่วม” หรือค่าโดยสารราคาเดียว เช่น 40 บาทตลอดสาย ซึ่งเคยเป็นนโยบายหาเสียง จะถูกพิจารณาเป็นส่วนหนึ่งของแพ็กเกจใหม่ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องหาจุดสมดุลระหว่างภาระงบประมาณรัฐบาลและประโยชน์ของประชาชน โดยจะอ้างอิงบทเรียนจากนโยบาย 20 บาททุกเส้นทางในอดีตที่สร้างภาระชดเชยให้รัฐเกือบ 20,000 ล้านบาทต่อปี ซึ่งนโยบายนี้ก็อาจไม่เป็นธรรมต่อประชาชนในต่างจังหวัด”

นายพิพัฒน์ กล่าวต่อว่า ในส่วนของการเร่งเดินหน้าผลักดันโครงการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่นั้น ก็ให้เดินหน้าตามปกติ ไม่มีสะดุด แม้ว่ารัฐบาลจะมีกรอบเวลาการทำงานเพียง 4 เดือน โดยเฉพาะโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่ง เพื่อพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้เชื่อมโยงการขนส่งระหว่างอ่าวไทย-อันดามัน หรือ แลนด์บริดจ์ แม้ว่าโครงการนี้จะมีทั้งผู้สนับสนุนและผู้คัดค้านก็ตาม ส่วนโครงการรถไฟทางคู่ก็จะเร่งผลักดันภายในรัฐบาลชุดนี้ เพื่อเชื่อมต่อเศรษฐกิจภูมิภาค

อ่านข่าว “นโยบายรัฐ” เพิ่มเติม

รมว.คมนาคม ลั่น ไม่สานต่อ “รถไฟฟ้า 20 บาท”

จากข่าวดังกล่าว รมว.คมนาคม ประกาศชัดเจนว่าจะไม่สานต่อนโยบาย รถไฟฟ้า 20 บาท ตลอดสาย ซึ่งมีผลกระทบต่อผู้ใช้บริการรถไฟฟ้าสายสีม่วงและสีแดงโดยตรง นโยบายนี้เคยเป็นที่คาดหวังว่าจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางของประชาชน แต่เนื่องจากไม่ใช่แนวนโยบายของพรรคภูมิใจไทย จึงทำให้ต้องมีการพิจารณาแนวทางอื่น ๆ ในการช่วยเหลือค่าครองชีพ

ผลกระทบจากยกเลิก รถไฟฟ้า 20 บาท

การยกเลิกนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาท จะส่งผลให้ประชาชนต้องกลับไปจ่ายค่าโดยสารในราคาปกติ ซึ่งอาจเพิ่มภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางประจำวัน โดยเฉพาะผู้ที่ต้องใช้บริการรถไฟฟ้าสายสีม่วงและสีแดงเป็นประจำในการเดินทางไปทำงานหรือทำธุระต่าง ๆ อย่างไรก็ตาม รัฐบาลใหม่กำลังพิจารณามาตรการอื่น ๆ เพื่อช่วยเหลือค่าครองชีพในด้านการเดินทาง

แนวทางแก้ไขและมาตรการช่วยเหลือ

แม้ว่าจะไม่มีรถไฟฟ้า 20 บาท แล้ว รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล กำลังพิจารณาแพ็กเกจลดค่าครองชีพด้านการคมนาคม ซึ่งอาจครอบคลุมถึงรถไฟฟ้าสายอื่น ๆ รถโดยสารประจำทาง ค่าทางด่วน และการเดินทางทางน้ำ โดยคาดว่าจะมีการประกาศรายละเอียดภายใน 2 สัปดาห์หลังการแถลงนโยบายของรัฐบาล

นอกจากนี้ รัฐบาลยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจและอำนวยความสะดวกในการเดินทางของประชาชน ซึ่งรวมถึงโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ (แลนด์บริดจ์) และโครงการรถไฟทางคู่

การยกเลิกนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทอาจสร้างความไม่พอใจให้กับผู้ใช้บริการ แต่รัฐบาลกำลังเร่งหามาตรการอื่น ๆ เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายด้านการเดินทางและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานให้ดียิ่งขึ้น ซึ่งต้องติดตามกันต่อไปว่ามาตรการใหม่จะตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนได้มากน้อยเพียงใด

ที่มา – รมว.คมนาคม ลั่น ไม่สานต่อ “รถไฟฟ้า 20 บาท” สายสีแดง-ม่วง เตรียมจ่ายเต็ม

Scroll to top