ราคาน้ํามันวันนี้

ดูแลสินค้าจำเป็น: ศุภจีรับคุมราคาไม่ทั้งหมด

ช่วงนี้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นลิตรละ 6 บาท ทำเอาประชาชนหลายคนกังวลว่าราคาสินค้าต่างๆ จะตามมาแพงตามไปด้วย ล่าสุด นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้ออกมาให้ข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับการ ดูแลสินค้าจำเป็น เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้ประชาชนในยามวิกฤตนี้ โดยยอมรับตรงๆ ว่าทางรัฐไม่สามารถควบคุมราคาสินค้าทุกตัวได้ทั้งหมด แต่จะโฟกัสไปที่สินค้าจำเป็นที่กระทบชีวิตประจำวันของคนไทยเป็นหลัก

ดูแล “สินค้าจำเป็น” ให้ประชาชนเดือดร้อนน้อยสุด

นางศุภจี เปิดเผยว่า รัฐบาลมีมาตรการช่วยเหลือเร่งด่วน 7 มาตรการ โดยกระทรวงพาณิชย์จะช่วยกลุ่มเปราะบางที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ผ่านโครงการ “ไทยช่วยไทย” คัดสินค้าเฮาส์แบรนด์และแบรนด์รองที่ใช้ประจำวันมาขายราคาพิเศษ กระจายไป 77 จังหวัดทั่วประเทศ เริ่มเมษายน-พฤษภาคม 2569 นอกจากนี้ยังมีงานธงฟ้าลดราคาสินค้าจำเป็น ตั้งแต่มีนาคม-สิงหาคม 2569 เพื่อสกัดการฉวยโอกาสขึ้นราคาในช่วงวิกฤต

เพิ่มสินค้าและบริการควบคุมใหม่ 7 รายการ

ที่ประชุมคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) เมื่อ 25 มีนาคม 2569 มีมติเพิ่มสินค้าและบริการในบัญชีควบคุมอีก 7 รายการ หลังรับฟังความเห็นทุกฝ่ายแล้ว โดยมีความจำเป็นเร่งด่วน ทำให้ยอดรวมเพิ่มจาก 59 เป็น 66 รายการ คาดเสนอ ครม. 31 มีนาคม 2569 สินค้าใหม่ ได้แก่:

  • เม็ดพลาสติก
  • มะพร้าวผลอ่อนและผลิตภัณฑ์
  • ปลากะพงขาว
  • น้ำดื่มบรรจุขวด
  • น้ำปลา
  • ซีอิ๊ว
  • กากถั่วเหลือง

สำหรับเม็ดพลาสติก มะพร้าวผลอ่อน ปลากะพงขาว จะมีมาตรการทางกฎหมายต้องแจ้งราคาและปริมาณ ส่วนน้ำดื่ม น้ำปลา ซีอิ๊ว กากถั่วเหลือง ขึ้นบัญชีไว้เพื่อพร้อมใช้กฎหมายหากมีปัญหา

นอกจากนี้ ยังเพิ่มมาตรการเข้มงวดกับสินค้าไก่ สุกร ไข่ไก่ โดยใช้มาตรา 27 พ.ร.บ.ราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542 สามารถกำหนดราคา กำไรสูงสุด ห้ามส่งออก-นำเข้า หรือห้ามจำหน่ายได้ทันทีหากจำเป็นเร่งด่วน

สำหรับน้ำตาลทราย ต้องแจ้งกรมการค้าภายในก่อนปรับราคา ส่วนยารักษาโรค เวชภัณฑ์ บริการขนส่งออนไลน์ รอราคาฐานจาก อย. สบส. กขค. และกระทรวงดิจิทัล

ยกระดับมาตรการสินค้าควบคุม 8 รายการ

ยกระดับสินค้าอุปโภค 6 รายการ จากแจ้งราคาเป็นต้องขออนุญาตก่อนปรับ เช่น กระดาษชำระ แชมพู ผงซักฟอก ผลิตภัณฑ์ล้างจาน ผ้าอนามัย สบู่ รวมน้ำมันปาล์มดิบต้องขออนุญาตส่งออก น้ำมันปาล์มขวดขออนุญาตปรับราคา หอมหัวใหญ่แจ้งข้อมูลนำเข้า-คงเหลือ

“ในสถานการณ์ไม่ปกติ ยอมรับว่าไม่สามารถควบคุมราคาสินค้าได้ทั้งหมด แต่ได้เลือกดูแลสินค้าจำเป็นที่กระทบประชาชนโดยตรง หากพบการเอาเปรียบ แจ้งมาได้ รัฐพร้อมตรวจสอบทันที” นางศุภจีย้ำ ปัจจุบันดีเซลขึ้นลิตรละ 9 บาท ยังไม่มีผู้ประกอบการขอขึ้นราคา แต่กรมการค้าภายในวิเคราะห์ผลกระทบแล้ว

ด้านนายสมชาย พรรัตนเจริญ ที่ปรึกษาสมาคมค้าส่ง-ปลีกไทย ชี้ว่าราคาน้ำมันขึ้นกระทบขนส่งรายย่อย บางเส้นทางหยุดวิ่งแล้ว เช่น สิงห์บุรี-ขอนแก่น ต้นทุนขึ้น 30% สินค้าที่เสี่ยง ได้แก่ เหล้าเบียร์ น้ำดื่ม เครื่องดื่มชูกำลัง น้ำปลา ซีอิ๊ว แต่ยังไม่มีปรับราคา

การดูแลสินค้าจำเป็นครั้งนี้ แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับค่าครองชีพประชาชน แม้สถานการณ์ยากลำบาก แต่มาตรการเหล่านี้ช่วยสกัดการเก็งกำไรได้ดี หากคุณพบราคาสินค้าแปลกๆ แจ้งกรมการค้าภายในได้เลย เพื่อความเป็นธรรมแก่ทุกคน

ติดตามข่าวอัพเดทมาตรการเศรษฐกิจและเคล็ดลับประหยัดเงินในช่วงราคาน้ำมันแพงได้ที่บล็อกนี้!

ที่มา – ดูแล “สินค้าจำเป็น” ให้ประชาชนเดือดร้อนน้อยสุด “ศุภจี” รับคุมราคาสินค้าไม่ได้ทั้งหมด

มติ ครม.นัดพิเศษ ไฟเขียวลดภาษีน้ำมัน เติมเงินบัตรคนจน

สวัสดีครับทุกท่าน ในยุคที่ราคาน้ำมันพุ่งสูงส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชนและผู้ประกอบการอย่างหนัก รัฐบาลไม่นิ่งนอนใจ ล่าสุดมี มติ ครม.นัดพิเศษ ไฟเขียวลดอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมัน-เติมเงิน 100 บาทเข้าบัตรคนจน เพื่อเยียวยาเร่งด่วน ช่วยลดภาระให้พี่น้องชาวไทยทุกคน วันนี้เราจะมาสรุปให้ฟังแบบเข้าใจง่ายๆ กันครับ

มติ ครม.นัดพิเศษ ไฟเขียวลดอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมัน-เติมเงิน 100 บาทเข้าบัตรคนจน

วันที่ 26 มีนาคม 2569 นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง ได้แถลงหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษ เพื่อรับมือวิกฤตพลังงาน ที่ประชุมเห็นชอบ 7 มาตรการหลัก เพื่อบรรเทาค่าครองชีพและต้นทุนการผลิต โดยมุ่งช่วยเหลือประชาชนกลุ่มเปราะบาง ผู้ประกอบการ SME เกษตรกร และภาคประมงเป็นหลักครับ

รายละเอียด 7 มาตรการเยียวยาเร่งด่วน

มาดูกันทีละข้อเลยว่า มติ ครม.นัดพิเศษ นี้จะช่วยอะไรบ้าง:

  • 1. ลดอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมัน: ครม.ไฟเขียวให้กระทรวงการคลังกลับไปพิจารณาปรับลดภาษีนี้ตามความเหมาะสมทั้งวิธีและระยะเวลา คาดว่าจะช่วยให้ราคาน้ำมันถูกลง ลดภาระค่าพลังงานให้ทุกคน
  • 2. เติมเงินเข้าบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ: เพิ่มจาก 300 บาท เป็น 400 บาทต่อเดือนต่อคน (เติมเพิ่ม 100 บาท) สำหรับผู้ถือบัตร 13.3 ล้านคน ใช้งบกลาง 1,300 ล้านบาท นำร่อง 1 เดือนก่อน แล้วประเมินต่อ ช่วยค่าอุปโภคบริโภคได้ทันที
  • 3. ช่วยเหลือกลุ่มขนส่ง: ครอบคลุมรถบรรทุก มอเตอร์ไซค์รับจ้าง และผู้ประกอบการขนส่งที่ได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันแพง โดยปลัดกระทรวงพลังงานจะชี้แจงรายละเอียดเพิ่มเติม
  • 4. สนับสนุนภาคเกษตร: ใช้โครงการธงเขียวช่วยค่าปุ๋ย ลดต้นทุนการผลิต ส่งเสริมปุ๋ยทางเลือก ลดการนำเข้าปุ๋ยเคมี ช่วยเกษตรกรยั่งยืนยิ่งขึ้น
  • 5. เยียวยาภาคประมง: สนับสนุนใช้น้ำมัน B20 ซึ่งถูกกว่าน้ำมันปกติ 5-6 บาทต่อลิตร ช่วยลดต้นทุนเรือประมง ลดภาระชาวประมง
  • 6. ช่วยคู่สัญญาภาครัฐและก่อสร้าง: ขยายเวลาตรวจรับงาน ปรับค่าปรับให้เหมาะสม ชดเชยค่า K โดยสำนักงบประมาณ เพื่อไม่ให้งานล่าช้าจากขาดน้ำมัน
  • 7. Soft Loan SME 1 หมื่นล้าน: ธนาคารออมสินพร้อมวงเงินสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ 10,000 ล้านบาท ช่วยเสริมสภาพคล่อง SME ทุกกลุ่มที่ได้รับผลกระทบ ไม่ว่าจะรายย่อยหรือซัพพลายเชน

มาตรการเหล่านี้เป็นการตอบสนองอย่างรวดเร็วต่อสถานการณ์ราคาน้ำมันที่ผันผวน โดยเฉพาะในช่วงรัฐบาลรักษาการ ปลัดคลังยืนยันว่างบประมาณพร้อมใช้เพื่อประชาชน รายรับรัฐที่ลดจากภาษีจะให้กรมสรรพสามิตคำนวณต่อไป

ผลกระทบและประโยชน์ที่คาดหวัง

สำหรับประชาชนทั่วไป โดยเฉพาะผู้ถือบัตรสวัสดิการ การเติมเงินเพิ่ม 100 บาท จะช่วยซื้อของใช้จำเป็นได้มากขึ้น ส่วนผู้ประกอบการ SME และเกษตรกร จะลดต้นทุนได้ชัดเจน อย่างน้ำมัน B20 สำหรับประมง หรือ soft loan ที่เข้าถึงง่าย แต่ต้องติดตามว่ามาตรการจะยืดเยื้อหรือไม่ หากราคาน้ำมันยังสูงต่อเนื่อง

ในมุมมองของผม มาตรการนี้เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการเยียวยาแบบตรงจุด แต่รัฐบาลควรมีแผนระยะยาว เช่น ส่งเสริมพลังงานทดแทน เพื่อไม่ให้เกิดวิกฤตซ้ำซาก คุณล่ะคิดว่ามาตการเหล่านี้เพียงพอหรือยัง? ลองแสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง หรือแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ที่กำลังเดือดร้อนจากราคาน้ำมันกันนะครับ จะได้ช่วยกันกดดันให้รัฐช่วยเหลือต่อเนื่อง!

ที่มา – มติ ครม.นัดพิเศษ ไฟเขียวลดอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมัน-เติมเงิน 100 บาทเข้าบัตรคนจน

“สุดารัตน์” สงสัยขึ้นราคาเพื่อ “ปิดจ๊อบ” ให้ขบวนการกักตุนน้ำมันหรือไม่

“สุดารัตน์” สงสัยขึ้นราคาเพื่อ “ปิดจ๊อบ” ให้ขบวนการกักตุนน้ำมันหรือไม่ เป็นประเด็นร้อนที่คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย ได้โพสต์เฟซบุ๊กเมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2569 ท่ามกลางวิกฤตค่าครองชีพที่พุ่งสูง โดยเฉพาะการปรับขึ้นราคาน้ำมันถึง 2 ครั้งใน 3 วัน รวมกว่า 8 บาทต่อลิตร ทำให้ประชาชนเดือดร้อนหนัก

แม้คุณหญิงสุดารัตน์จะเข้าใจความจำเป็นของรัฐบาลที่ต้องปรับราคาน้ำมันให้ใกล้เคียงต้นทุนจริง แต่สิ่งที่ติดใจคือ วิธีการดำเนินการที่ยังไม่โปร่งใส เธอย้อนถามตรงๆ ว่า การขึ้นราคาครั้งนี้เป็นการ “ปิดจ๊อบ” ให้ขบวนการกักตุนน้ำมันหรือไม่? โดยเฉพาะการไม่ตรวจสอบสต็อกน้ำมันก่อนประกาศขึ้นราคา ซึ่งอาจเปิดช่องให้นายทุนขูดรีดประชาชน

“สุดารัตน์” สงสัยขึ้นราคาเพื่อ “ปิดจ๊อบ” ให้ขบวนการกักตุนน้ำมันหรือไม่

ประเด็นนี้ถูกหยิบยกขึ้นมาอย่างชัดเจนในโพสต์ของหัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย ที่ชี้ให้เห็นถึงข้อบกพร่องหลายประการในการบริหารจัดการราคาน้ำมันครั้งนี้ ซึ่งไม่เพียงกระทบค่าครองชีพ แต่ยังอาจเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มทุนบางกลุ่ม

1. ทำไมไม่ลดภาษีและค่าการตลาดก่อน?

ก่อนขึ้นราคา รัฐบาลควรพิจารณางดเก็บภาษีสรรพสามิต ภาษีมูลค่าเพิ่ม และลดค่าการตลาดก่อน ซึ่งรวมกันกว่า 10 บาทต่อลิตร หากทำได้ ประชาชนจะได้ค่าน้ำมันถูกลงทันที โดยไม่ต้องผลักภาระทั้งหมดมาที่ผู้บริโภค การใช้น้ำมันกองทุนฯ อุ้มราคาในระยะสั้น กลับกลายเป็นการกู้เงินอนาคตของประชาชน เมื่อราคาน้ำมันโลกลง ประชาชนก็ยังต้องจ่ายแพงเพื่อชดเชยกองทุน สุดท้ายใครได้ประโยชน์?

2. ไม่ตรวจสอบสต็อกน้ำมันก่อนขึ้นราคา?

น้ำมันที่ขายในตลาดตอนนี้คือสต็อกเก่า ต้นทุนเดิม แต่กลับขึ้นราคา 8 บาทต่อลิตร หากคำนวณจากน้ำมันสำรองการค้า 1,500 ล้านลิตร จะได้ส่วนต่างถึง 12,000 ล้านบาท เข้ากระเป๋านายทุน! นี่คือการขูดรีดประชาชนชัดๆ หรือไม่? “สุดารัตน์” สงสัยขึ้นราคาเพื่อ “ปิดจ๊อบ” ให้ขบวนการกักตุนน้ำมันหรือไม่ จึงเป็นคำถามที่รัฐบาลต้องตอบ

3. มาตรการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางล่าช้า

รัฐบาลควรออกมาตรการ Targeted Subsidy ทันที เช่น คูปองส่วนลดน้ำมันให้เกษตรกร ชาวประมง SME รถขนส่ง วินมอเตอร์ไซค์ ไรเดอร์ และแท็กซี่ กลุ่มเหล่านี้ได้รับผลกระทบโดยตรงจากราคาน้ำมันแพง การช่วยเหลือเฉพาะเจาะจงจะยั่งยืนกว่าการแจกกระจายแบบเหมาเข่ง

4. ขบวนการกักตุนน้ำมันรอดตัว?

มีข้อสังเกตกลุ่ม “ไอ้โม่ง” ที่กักตุนน้ำมันในช่วงก่อนหน้า เมื่อขึ้นราคาทันที การสืบสวนผู้กระทำผิดก็ยากขึ้น นี่คือการปิดจ๊อบให้พวกเขาหรือ? คุณหญิงสุดารัตน์เรียกร้องให้ตรวจสอบให้โปร่งใส เพื่อไม่ให้ประชาชนเป็นเหยื่อ

5. ควบคุมราคาสินค้าอุปโภคอย่างไร?

ต้นทุนพลังงานพุ่ง รัฐบาลมีแผนชัดเจนแค่ไหนในการตรึงราคาสินค้าอุปโภคบริโภค? หากปล่อยไป ราคาอาหาร ของใช้ จะทะยานตาม สร้างข้าวยากหมากแพงหนักขึ้น ต้องมีมาตรการรูปธรรม เช่น ตรวจสอบราคาเข้มงวด

ข้อเสนอทั้งหมดนี้มาจากความห่วงใยประชาชนที่กำลังแบกภาระหนัก หากรัฐบาลปรับปรุงให้โปร่งใสและคำนึงถึงประชาชนเป็นหลัก วิกฤตครั้งนี้จะคลี่คลายได้เร็วขึ้น ในมุมมองของผู้เขียน การตั้งคำถามแบบนี้ช่วยกระตุ้นให้เกิดการตรวจสอบที่ดีขึ้น สุดท้าย ประชาชนควรติดตามและมีส่วนร่วมในการกำกับดูแล เพื่อไม่ให้ถูกเอาเปรียบ

คุณคิดอย่างไรกับประเด็นนี้? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์และช่วยแพร่กระจายเพื่อให้เสียงประชาชนดังขึ้น!

ที่มา – “สุดารัตน์” สงสัยขึ้นราคาเพื่อ “ปิดจ๊อบ” ให้ขบวนการกักตุนน้ำมันหรือไม่

สกนช. แนะขับรถประหยัดน้ำมัน 40%

ในยุคที่ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงพุ่งสูงขึ้นไม่หยุดหย่อน โดยเฉพาะจากสถานการณ์สงครามตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบโดยตรง ทำให้เงินในกระเป๋าเราหนักใจทุกครั้งที่แวะปั๊ม แต่ไม่ต้องกังวล! สกนช. แนะขับรถประหยัดน้ำมัน 40% ด้วยการปรับเปลี่ยนแค่ 4 พฤติกรรมการขับขี่ง่ายๆ ก็ช่วยให้คุณประหยัดค่าน้ำมันได้มหาศาล เงินเหลือใช้จ่ายเรื่องอื่นได้สบายๆ มาดูกันเลยว่าวิธีไหนบ้างที่ สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (สกนช.) แนะนำ

สกนช. แนะขับรถประหยัดน้ำมัน 40%

สกนช. หรือ สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ได้โพสต์เคล็ดลับสุดเจ๋งบนเฟซบุ๊ก เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2567 โดยเน้นย้ำว่า แค่เปลี่ยนนิสัยขับรถนิดหน่อย ก็ลดการใช้ “น้ำมัน” ได้ถึง 40% รวมกัน สร้างความยั่งยืนด้านพลังงานให้ประเทศไปด้วยกัน ท่ามกลางราคาน้ำมันที่ผันผวนแบบนี้ เคล็ดลับเหล่านี้เป็นอาวุธลับที่ทุกคนทำได้ทันที

1. ขับด้วยความเร็วคงที่ 90 กม./ชม.

เคล็ดลับแรกที่ สกนช. แนะขับรถประหยัดน้ำมัน 40% คือ การรักษาความเร็วที่ 90 กม./ชม. โดยเฉพาะในช่วงวิกฤตราคาน้ำมัน เหตุผลง่ายๆ คือ แรงต้านทานอากาศจะเพิ่มขึ้นแบบกำลังสองตามความเร็ว ยิ่งขับเร็ว เช่น 110 กม./ชม. ขึ้นไป รถจะกินน้ำมันมากกว่าเดิมถึง 15-25% การขับช้าแต่คงที่ช่วยให้เครื่องยนต์ทำงานมีประสิทธิภาพสูงสุด ลองนึกภาพสิ ขับเร็วเหมือนกำลังเผาเงินสดทิ้งเปล่าๆ โดยเฉพาะบนทางด่วน ลองปรับดู คุณจะเห็นความแตกต่างชัดเจนในถังน้ำมัน

2. เช็คลมยางให้ตรงสเปกทุกครั้ง

  • ยางอ่อนเกินไปแม้แค่ 1 PSI ก็ทำให้รถกินน้ำมันเพิ่มทันที
  • การเติมลมยางให้พอดีตามคู่มือรถ ช่วยประหยัดได้ 2-3% ต่อเดือน

หลายคนมองข้ามเรื่องนี้ แต่สกนช. ย้ำว่าลมยางผิดปกติเพิ่มแรงต้านทานการหมุนของล้อ ทำให้เครื่องยนต์ต้องใช้พลังงานมากขึ้น แนะนำให้เช็คทุกสัปดาห์ โดยเฉพาะรถใช้งานหนัก วิธีเช็คง่ายๆ ใช้เกจวัดลมยางที่ปั๊ม หรือแอปมือถือบางตัวช่วยได้ เงินที่รั่วไหลจากยางอ่อน จะหยุดลงทันทีที่คุณใส่ใจ

3. ออกตัวนุ่มนวล ไม่กระชากคันเร่ง

การเหยียบคันเร่งแบบมิดสุดตั้งแต่เริ่มออกตัว ทำให้ระบบฉีดน้ำมันทำงานหนักเกินจำเป็น สกนช. แนะให้ค่อยๆ เร่งความเร็วแบบ smooth รักษาความเร็วคงที่หลังจากนั้น เทคนิคนี้ช่วยลดการสิ้นเปลืองได้ถึง 10-30% โดยเฉพาะในเมืองที่มีสัญญาณไฟจราจรเยอะ ลองฝึกขับแบบ ‘นุ่มนวล’ เหมือนกำลังลูบขนแมว จะเห็นว่าน้ำมันเหลือเยอะขึ้นจริงๆ

4. ชะลอรถแบบ Coast to Stop

  • ถอนคันเร่งล่วงหน้าเมื่อเห็นไฟแดงหรือจุดหมาย
  • ใช้แรงเฉื่อยของรถแทนการเหยียบเบรกหนัก

วิธีนี้ช่วยให้เครื่องยนต์ตัดการฉีดน้ำมันขณะไหล ลดการใช้พลังงานอีก 5% หลีกเลี่ยงการเบรกกะทันหันที่ทำให้ต้องเร่งใหม่ทั้งหมด เหมาะมากสำหรับการขับในเมืองติดๆ ขัดๆ

สรุปแล้ว แค่รวม 4 วิธีที่ สกนช. แนะขับรถประหยัดน้ำมัน 40% เข้าด้วยกัน คุณจะประหยัดได้สูงสุด 40% ไม่ใช่แค่ช่วยเงินในกระเป๋า แต่ยังลดการปล่อยคาร์บอน ลดการพึ่งพาน้ำมันนำเข้า สร้างอนาคตพลังงานยั่งยืนให้ลูกหลาน ลองนำไปปฏิบัติตั้งแต่วันนี้ แล้วคุณจะติดใจ!

คำเรียกดู: ลองปรับพฤติกรรมขับขี่ตามเคล็ดลับสกนช. แล้วแชร์ประสบการณ์ว่าประหยัดได้กี่เปอร์เซ็นต์ในคอมเมนต์ด้านล่างนะครับ ช่วยกันประหยัดเพื่อโลกใบนี้!

ที่มา – สกนช. แนะวิธี “ขับรถ” อย่างไรให้เงินเหลือๆ ประหยัด “น้ำมัน” ได้สูงสุด 40%

“นภินทร” เผย วงประชุมครม.นัดพิเศษ ออกมาตรการช่วยประชาชน

ในสถานการณ์ที่ราคาน้ำมันดีขึ้นอย่างรวดเร็วหลายบาท สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนทั่วประเทศ รัฐบาลจึงได้จัดประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษ เพื่อหามาตรการช่วยเหลือโดยด่วน ล่าสุด “นภินทร” เผย วงประชุมครม.นัดพิเศษ ออกมาตรการช่วยประชาชน อย่างเป็นรูปธรรม มั่นใจว่ารัฐบาลจะรับมือได้อย่างแน่นอน

“นภินทร” เผย วงประชุมครม.นัดพิเศษ ออกมาตรการช่วยประชาชน

นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้เปิดเผยหลังเข้าร่วมการประชุมครม.นัดพิเศษ เมื่อวันที่ 26 มี.ค. 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล ว่า การประชุมครั้งนี้มีการหารือหลายประเด็นสำคัญ โดยจะมีมติออกมาตรการช่วยเหลือประชาชน รอการแถลงอย่างเป็นทางการจากนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์

เมื่อถูกถามว่ารัฐบาลจะเอาอยู่หรือไม่ นายนภินทร ตอบอย่างมั่นใจว่า “เอาอยู่สิครับ” โดยย้ำว่ามีมาตรการภาษีสรรพสามิตมาช่วยลดราคาน้ำมัน รวมถึงมาตรการอื่นๆ เช่น ลดราคาสินค้าจำเป็น ควบคุมราคาให้ประชาชนมีน้ำมันใช้ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่กำลังจะมาถึง และป้องกันการกักตุนหรือเก็งกำไร

บรรยากาศในที่ประชุมเป็นไปด้วยดี ทุกคนร่วมกันระดมสมองเพื่อหาทางออกที่ดีที่สุดให้กับประชาชน โดยเฉพาะในช่วงที่ราคาน้ำมันโลกผันผวนจากปัจจัยต่างๆ เช่น ความขัดแย้งระหว่างประเทศและอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้น

ไชยชนก ขอปรับทัศนคติ ใช้ชีวิตพอเพียง ท่ามกลางวิกฤต “นภินทร” เผย วงประชุมครม.นัดพิเศษ

ด้านนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวภายหลังประชุมเช่นกันว่า ได้หารือทั้งมาตรการระยะสั้นและยาว โดยนำเทคโนโลยีมาช่วยอัพเดทสถานการณ์ปั๊มน้ำมันแบบเรียลไทม์ เพื่อให้ประชาชนติดตามได้โดยไม่ต้องไปเช็คทีละแห่ง นอกจากนี้ยังควบคุมราคาผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับน้ำมัน และประสานงานจัดซื้อจากประเทศพันธมิตร

นายไชยชนก ยอมรับว่าราคาน้ำมันพุ่งขึ้น 6 บาทต่อลิตรนั้น มาจากกลไกราคาตลาดโลก หากกดราคาไว้มากเกินไป อาจทำให้เกิดการรั่วไหลไปยังประเทศเพื่อนบ้าน สร้างปัญหาน้ำมันเถื่อนและขาดแคลนในประเทศ เช่น “กองทัพมด” ที่แฝงตัวมาซื้อไปขายต่อ ซึ่งปิดกั้นได้ยาก รัฐบาลจึงติดตามใกล้ชิด ทุกกระทรวงต้องปรับตัว

ที่สำคัญ นายไชยชนก ขอให้ประชาชนปรับทัศนคติ ใช้ชีวิตแบบพอเพียง เพราะสถานการณ์นี้อาจยืดเยื้อ และมีผลกระทบอื่นๆ ตามมา รัฐบาลพร้อมช่วยเหลือเต็มที่ภายใต้ข้อจำกัดก่อนครม.ชุดใหม่

ผลกระทบราคาน้ำมันและมาตรการรัฐบาล

  • ลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน เพื่อบรรเทาภาระประชาชน
  • ควบคุมราคาสินค้าจำเป็นในช่วงสงกรานต์
  • ใช้เทคโนโลยีติดตามสถานการณ์ปั๊มน้ำมัน
  • ประสานซื้อน้ำมันจากพันธมิตร
  • ส่งเสริมใช้ชีวิตพอเพียง ลดการบริโภคเกินจำเป็น

มาตรการเหล่านี้จะช่วยให้ประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนาในช่วงสงกรานต์ได้อย่างไม่ลำบาก โดยรัฐบาลย้ำว่ามีน้ำมันเพียงพอแน่นอน สถานการณ์นี้เป็นบททดสอบให้เราทุกคนช่วยกันประหยัดพลังงาน ลดการใช้รถส่วนตัว หันมาใช้ระบบขนส่งสาธารณะมากขึ้น

นอกจากนี้ ยังควรติดตามข่าวสารจากช่องทาง官方อย่างใกล้ชิด เพื่อไม่พลาดมาตรการใหม่ๆ ที่จะออกมา ผู้เขียนมองว่ารัฐบาลกำลังทำงานอย่างขยันขันแข็ง แม้จะมีข้อจำกัด แต่ความมุ่งมั่นช่วยประชาชนชัดเจน หากเราทุกคนร่วมมือกัน ปรับพฤติกรรมการใช้พลังงาน สถานการณ์จะคลี่คลายได้เร็วขึ้น

CTA: ติดตามข่าวอัพเดทมาตรการรัฐบาลได้ที่เว็บไซต์ของเรา และแชร์บทความนี้เพื่อให้เพื่อนๆ ได้รับรู้ข้อมูลดีๆ กันนะครับ!

ที่มา – “นภินทร” เผย วงประชุมครม.นัดพิเศษ ออกมาตรการช่วยประชาชน

สว.เดือด แฉยับ “ไอ้โม่ง” ฟันกำไรสต๊อกน้ำมัน

สว.เดือด แฉยับ “ไอ้โม่ง” ฟันกำไรสต๊อกน้ำมัน ค่าไฟจ่อขึ้นรับสงกรานต์! วิกฤติพลังงานกำลังกลายเป็นปัญหาใหญ่ที่ซ้ำเติมประชาชนไทย โดยเฉพาะช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่กำลังใกล้เข้ามา รัฐบาลถูกวิจารณ์หนักจากสมาชิกวุฒิสภาที่ออกมาแฉพฤติกรรมไม่โปร่งใสของผู้ประกอบการน้ำมันบางราย

สว.เดือด แฉยับ “ไอ้โม่ง” ฟันกำไรสต๊อกน้ำมัน ค่าไฟจ่อขึ้นรับสงกรานต์

ในวันที่ 26 มกราคม 2569 ที่รัฐสภา นายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร สว. และประธานกรรมาธิการพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา ได้แถลงข่าวอย่างดุเดือด โดยชี้ว่าการขาดแคลนน้ำมันที่เกิดขึ้นไม่ใช่เพราะประชาชนตื่นตระหนกอย่างที่กรมธุรกิจพลังงานอ้าง แต่มีพิรุธชัดเจนจากการลดโควตาน้ำมันที่ปั๊มหลายแห่ง

ข้อมูลจากกรรมาธิการฯ พบว่าปั๊มน้ำมันจำนวนมากถูกลดปริมาณน้ำมันส่งมา ทำให้เกิดการกักตุนที่ต้นทางคือโรงกลั่น รัฐบาลตรวจสอบแค่ปลายทางแต่ไม่กล้าแตะโรงกลั่น สว. จึงเตรียมทำหนังสือจี้ขอข้อมูลทั้งระบบ เพื่อหาความจริงว่าน้ำมันหายไปไหน และใครคือผู้รับผิดชอบ

ผลกระทบลูกโซ่: ค่าไฟพุ่ง – สินค้าของแพงรับสงกรานต์

สว.เดือด แฉยับ “ไอ้โม่ง” ฟันกำไรสต๊อกน้ำมัน ค่าไฟจ่อขึ้นรับสงกรานต์ ไม่ใช่แค่น้ำมันเท่านั้น แต่ราคาน้ำมันที่ขึ้น 6-8 บาทต่อลิตร จะลามไปยังค่าไฟฟ้าอย่างแน่นอน การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) รายงานต้นทุนก๊าซ LNG พุ่งจาก 13 ดอลลาร์เป็น 25 ดอลลาร์ต่อล้าน BTU ส่งผลให้แบกหนี้กว่า 30,000 ล้านบาท คาดการณ์เดือนพฤษภาคม 2569 ค่าไฟจะขึ้นอย่างน้อย 50-60 สตางค์ต่อหน่วย

นอกจากนี้ กรมการค้าภายในยอมรับว่าสามารถตรึงราคาสินค้าอุปโภคบริโภคได้ถึงแค่มกราคม-เมษายนเท่านั้น หลังสงกรานต์ ประชาชนต้องเผชิญภาวะเงินเฟ้อทั้งระบบ สินค้าจำเป็นอย่างข้าวสาร เนื้อสัตว์ และน้ำมันทำอาหารจะแพงขึ้นตาม

  • น้ำมันดีเซลขึ้น 8 บาท: ช็อกเศรษฐกิจทันที ส่งผลกระทบขนส่ง ค่าอาหาร ค่าน้ำมันรถ
  • ค่าไฟขึ้น 0.50-0.60 บาท/หน่วย: ครัวเรือนและโรงงานเดือดร้อน
  • สินค้าอุปโภค: หลังสงกรานต์ ราคาแตกกระจาย

ข้อเสนอแนะจาก สว. เพื่อแก้ปัญหา

กรรมาธิการฯ มีข้อเสนอชัดเจนให้รัฐบาลเร่งใช้ พ.ร.บ.กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2562 ดึงกำไรส่วนเกินจาก ค่าการกลั่น ที่พุ่งจาก 2 บาทเป็น 6 บาทต่อลิตร รวมถึงกำไรจากสต๊อกน้ำมันเก่าที่ซื้อมาราคาถูกแต่ขายราคาใหม่ นอกจากนี้ต้องยกเลิกราคาอ้างอิงสิงคโปร์ที่บวกค่าขนส่ง phantom ทำให้คนไทยเสียเงินฟรีปีละ 36,000 ล้านบาท ทั้งที่น้ำมันกลั่นในไทยเอง

นายสุนทร พฤกษ์พิพัฒน์ สว. ประธานอนุกรรมาธิการคุ้มครองผู้บริโภค ระบุด้วยอารมณ์เดือดว่านายกรัฐมนตรีควรแสดงพัฒนาการแก้ปัญหาดีกว่านี้ การอ้างไม่มีอำนาจตรวจสต๊อกคือข้อแก้ตัวที่ยอมรับไม่ได้ เพราะไม่มีกฎหมายห้ามตรวจเพื่อปกป้องประชาชน

วิกฤตินี้สะท้อนปัญหาการกำกับดูแลพลังงานที่อ่อนแอ ผู้ประกอบการ “ไอ้โม่ง” ใช้โอกาสสงครามโลกกินส่วนต่างกำไรพุงกาง ขณะประชาชนต้องแบกรับภาระ สว. จึงเรียกร้องให้รัฐเปิดข้อมูลโปร่งใสและลงโทษผู้กระทำผิดทันที

ในมุมมองผู้เขียน สถานการณ์นี้เป็นสัญญาณเตือนว่ารัฐต้องปฏิรูประบบพลังงานด่วน ประชาชนควรรวมตัวเรียกร้องสิทธิ์ผ่านสื่อโซเชียลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อไม่ให้ถูกเอาเปรียบอีก คุณคิดอย่างไร? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์และแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ทราบ เพื่อสร้างกระแสเปลี่ยนแปลง!

ที่มา – สว.เดือด แฉยับ “ไอ้โม่ง” ฟันกำไรสต๊อกน้ำมัน ค่าไฟจ่อขึ้นรับสงกรานต์

ปชป. ซัดรัฐบาลลักไก่ขึ้นราคาน้ำมัน 6 บาท ผลักภาระประชาชน

พรรคประชาธิปัตย์ออกโรงวิจารณ์รัฐบาลอย่างหนัก กรณีประกาศขึ้นราคาน้ำมันแบบกะทันหัน 6 บาทต่อลิตร ในช่วงดึกหลังสภาฯปิดประชุม ชี้เป็นการลักไก่ผลักภาระให้ประชาชนแบกหนักโดยไม่มียุทธศาสตร์ชัดเจน สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนทั่วประเทศ

ปชป. ซัดรัฐบาลลักไก่ขึ้นราคาน้ำมัน 6 บาท ผลักภาระประชาชน

วันที่ 26 มีนาคม 2569 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ร่วมกับนายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้า น.ส.การดี เลียวไพโรจน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และนายชัยชนะ เดชเดโช ส.ส.นครศรีธรรมราช ได้ร่วมพูดคุยในรายการ กรรมกรข่าว คุยนอกจอ เพื่อวิพากษ์วิจารณ์การตัดสินใจของรัฐบาลที่ประกาศขึ้นราคาน้ำมันก๊าดแก็สโซฮอล์และดีเซล 6 บาทต่อลิตรแบบไม่ทันตั้งตัว โดยทำในช่วงดึกประมาณ 22.00-23.00 น. หลังการประชุมสภาผู้แทนราษฎรสิ้นสุดลง

นายอภิสิทธิ์ตั้งข้อสังเกตสำคัญว่า การประกาศขึ้นราคาในเวลาดังกล่าวอาจเป็นการจงใจ เพื่อหลีกเลี่ยงการถูก ส.ส. ตรวจสอบหรือซักถามในสภา ซึ่งขัดหลักการปกครองระบอบประชาธิปไตยที่รัฐมนตรีควรแถลงชี้แจงต่อสาธารณะและสภาโดยตรง เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลที่โปร่งใส

3 ประเด็นหลักที่ปชป. ซัดรัฐบาลลักไก่ขึ้นราคาน้ำมัน 6 บาท

หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์สรุปความล้มเหลวของรัฐบาลในวิกฤตราคาน้ำมันครั้งนี้ไว้เป็น 3 ประเด็นหลัก ดังนี้

  • ขาดความชัดเจนเชิงยุทธศาสตร์: รัฐบาลไม่มีเป้าหมายชัดเจนว่าจะตรึงราคาน้ำมันไว้เท่าใด หรือจนกว่าราคาตลาดโลกจะปรับตัว ส่งผลให้ภาคเอกชนและประชาชนวางแผนชีวิตไม่ได้
  • ผลักภาระประชาชนฝ่ายเดียว: ไม่ขอความร่วมมือจากโรงกลั่นน้ำมันให้ส่งเงินค่าการกลั่นที่สูงขึ้น (ลาภลอย) เข้ากองทุนน้ำมัน หรือลดภาษีสรรพสามิต แต่ปล่อยให้ราคาดีเซลพุ่งสูงทันที
  • มาตรการช่วยเหลือล่าช้า: ถึงมีแผนช่วยเหลือ 5 กลุ่มเป้าหมาย แต่ยังไม่บังคับใช้ ขณะที่ราคาน้ำมันขึ้นไปแล้ว ควรทำควบคู่กัน
ปชป. ซัดรัฐบาลลักไก่ขึ้นราคาน้ำมัน 6 บาท ผลักภาระประชาชน

นอกจากนี้ นายอภิสิทธิ์ยังอ้างอภิปรายของนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ส.ส.พรรคภูมิใจไทย ที่ชี้ข้อมูลย้อนแย้ง ภาครัฐบอกน้ำมันสำรองพอ แต่ปั๊มขาดแคลน สะท้อนการกักตุนโดย “ไอ้โม่ง” การขึ้นราคา 6 บาทรวดจึงเหมือน “ปล่อยผีไอ้โม่ง” ให้ปล่อยน้ำมันออกมาขายหลังราคาขึ้นตามที่ต้องการ

“การขึ้นราคาทีเดียว 6 บาทเมื่อคืนนี้ เปรียบเสมือนการปล่อยผีไอ้โม่ง เพราะก่อนหน้านี้มีการกักตุนน้ำมันไว้เนื่องจากราคาไม่สะท้อนความเป็นจริง แต่พอราคาขยับขึ้นมาแบบนี้ก็ไม่มีใครไปตามจับไอ้โม่งแล้ว” นายอภิสิทธิ์กล่าว

นายกรณ์ จาติกวณิช เสริมว่า สาเหตุน้ำมันขาดแคลนมาจากรัฐบาลค้างชำระเงินชดเชยโรงกลั่นกว่า 20,000 ล้านบาท เพราะกองทุนน้ำมันยังกู้เงินไม่ได้ โรงกลั่นจึงขาดสภาพคล่อง ถ้าปล่อยราคาตลาดจริง ราคาอาจพุ่งอีก 10 บาทต่อลิตร จึงเรียกร้องให้รัฐบาลเปิดเผยงบกองทุนน้ำมันให้โปร่งใส

การกระทำของรัฐบาลครั้งนี้ไม่เพียงสร้างภาระค่าครองชีพให้ประชาชนเพิ่มขึ้น แต่ยังสั่นคลอนความเชื่อมั่นในระบบประชาธิปไตย เนื่องจากขาดการรับผิดชอบต่อสภา ในอนาคต รัฐบาลควรมีแผนรับมือราคาน้ำมันระยะยาว เช่น เพิ่มการสำรองน้ำมัน ลดการพึ่งพานำเข้า และกระจายภาระอย่างเป็นธรรม

สุดท้ายแล้ว ปชป. ซัดรัฐบาลลักไก่ขึ้นราคาน้ำมัน 6 บาท ผลักภาระประชาชน นี้เป็นเครื่องเตือนใจว่าประชาชนต้องติดตามนโยบายอย่างใกล้ชิด คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์และแชร์บทความเพื่อกระจายข้อมูลให้เพื่อนๆ ทราบ!

ที่มา – ปชป. ซัดรัฐบาลลักไก่ขึ้นราคาน้ำมัน 6 บาท ผลักภาระประชาชน จงใจขึ้นหลังปิดสภาฯ หรือไม่

“ณัฐพงษ์” ซัดรัฐบาลขาดความจริงใจปัญหาน้ำมันสภา

สถานการณ์ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นอย่างกะทันหันกำลังสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนทั่วประเทศ ล่าสุด “ณัฐพงษ์” ซัดรัฐบาลขาดความจริงใจ เลือกไม่ยอมชี้แจงข้อสงสัยปัญหาน้ำมันในสภาฯ ทำให้เกิดคำถามมากมายเกี่ยวกับความโปร่งใสในการบริหารจัดการของรัฐบาล โดยเฉพาะประเด็นผลประโยชน์ทับซ้อนที่ถูกหยิบยกขึ้นมา

“ณัฐพงษ์” ซัดรัฐบาลขาดความจริงใจ เลือกไม่ยอมชี้แจงข้อสงสัยปัญหาน้ำมันในสภาฯ

วันที่ 26 มีนาคม 2567 ที่สำนักงานพรรคประชาชน นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน พร้อมด้วยนายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร รองหัวหน้าพรรค ได้แถลงข่าวถึงกรณีราคาน้ำมันปรับขึ้นสูงถึง 6 บาทต่อลิตรในช่วงคืนที่ผ่านมา สถานการณ์นี้เกิดขึ้นท่ามกลางวิกฤตขาดแคลนน้ำมันที่ทำให้ประชาชนต้องต่อคิวยาวเหยียดเพื่อเติมน้ำมัน สร้างความทุกข์ร้อนให้กับทุกภาคส่วน

นายณัฐพงษ์ ระบุว่า เมื่อวันที่ 25 มีนาคมที่ผ่านมา สภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณาญัตติด่วนเรื่องนี้แล้ว แต่รัฐบาลกลับเลือกที่จะไม่ชี้แจงอย่างตรงไปตรงมา พรรคประชาชนได้เรียกร้องให้รัฐบาลเปิดเผยความจริงและแสดงหลักฐานการบริหารจัดการที่โปร่งใส เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน

ข้อสงสัยผลประโยชน์ทับซ้อนจากนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ

หนึ่งในประเด็นสำคัญที่นายณัฐพงษ์ชี้ให้เห็นคือ การแต่งตั้งนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นผู้อำนวยการศูนย์บริหารสถานการณ์ป้องกันโจรกรรมน้ำมัน (ศบก.) โดยอ้างความเชี่ยวชาญ แต่นายณัฐพงษ์ตั้งคำถามว่ารัฐบาลทราบล่วงหน้าการปรับราคาน้ำมันหรือไม่ และนายพิพัฒน์ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกิจพลังงาน จะทำให้เกิดผลประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่ “ณัฐพงษ์” ซัดรัฐบาลขาดความจริงใจ เลือกไม่ยอมชี้แจงข้อสงสัยปัญหาน้ำมันในสภาฯ โดยเฉพาะในเวทีสภาที่เป็นกลไกหลักในการตรวจสอบ

  • รัฐบาลอ้างว่าน้ำมันไม่ขาดแคลน แต่ประชาชนต้องรอคิวหลายชั่วโมง
  • จับกุมเฉพาะผู้กักตุนรายย่อย ไม่พบตัวการใหญ่
  • หลีกเลี่ยงการชี้แจงโดยนายกรัฐมนตรีและนายพิพัฒน์ในสภา
  • ชี้แจงผ่านสื่อที่รัฐบาลควบคุม แทนเวทีสาธารณะ

วิกฤตความเชื่อมั่นและผลกระทบต่อประชาชน

ที่ผ่านมารัฐบาลยืนยันว่าน้ำมันไม่เคยขาดแคลน แต่ความเป็นจริงคือประชาชนในหลายพื้นที่ต้องเผชิญกับสถานการณ์ขาดแคลน ตำรวจนายจับกุมผู้กระทำผิดรายย่อยเท่านั้น โดยยังไม่สามารถตามหา “ไอ้โม่ง” ตัวใหญ่ได้ สถานการณ์นี้ชี้ให้เห็นว่ามีผู้ได้ประโยชน์จากความเดือดร้อนของประชาชนอย่างแน่นอน การขึ้นราคาน้ำมัน 6 บาทต่อลิตรกะทันหัน ยิ่งทำให้เกิดข้อสงสัยว่าส่วนต่างราคาจะตกไปถึงใคร และมีการกักตุนล่วงหน้าก่อนขึ้นราคาหรือไม่

ในที่ประชุมสภา พรรคประชาชนพยายามเรียกร้องให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และนายพิพัฒน์ ลุกขึ้นชี้แจงโดยตรง แต่ทั้งสองไม่ปรากฏตัว มีเพียง ส.ส. รัฐบาลบางส่วนตอบแทน สิ่งนี้ยิ่งตอกย้ำถึงวิกฤตความเชื่อมั่นที่ใหญ่กว่าวิกฤตน้ำมันเสียอีก รัฐบาลยังไม่สามารถกอบกู้ใจประชาชนได้ และยังมองไม่เห็นทางออกชัดเจนในการคลี่คลายสถานการณ์

ปัญหาน้ำมันครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องราคา แต่สะท้อนถึงการบริหารจัดการที่ขาดความโปร่งใส การกักตุนน้ำมัน การขึ้นราคาแบบไม่ทันตั้งตัว และการหลีกเลี่ยงการตรวจสอบในสภา ล้วนเป็นสัญญาณเตือนถึงปัญหาเชิงระบบที่รัฐบาลต้องแก้ไขโดยด่วน ประชาชนต้องการคำตอบที่ชัดเจน ไม่ใช่คำแก้ตัวผ่านสื่อ

จากมุมมองของผู้เขียน สถานการณ์นี้แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลต้องปรับปรุงการสื่อสารและการตรวจสอบภายในให้ดีขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดข้อครหาในอนาคต หากปล่อยไว้ ความเชื่อมั่นของประชาชนจะยิ่งเสื่อมถอย

คุณคิดอย่างไรกับประเด็นนี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และแชร์บทความเพื่อให้ข้อมูลนี้แพร่กระจายสู่สาธารณะ เพื่อกดดันให้รัฐบาลโปร่งใสมากขึ้น!

ที่มา – “ณัฐพงษ์” ซัดรัฐบาลขาดความจริงใจ เลือกไม่ยอมชี้แจงข้อสงสัยปัญหาน้ำมันในสภาฯ

กัณวีร์ ซัดแรงรัฐบาล หลังขึ้นน้ำมัน 6 บาท

วันนี้เรามาคุยกันเรื่องดราม่าร้อน ๆ ในวงการการเมืองไทย เมื่อ กัณวีร์ ซัดแรงรัฐบาล ครั้งใหญ่ หลังจากที่รัฐบาลแอบประกาศขึ้นราคาน้ำมันลิตรละ 6 บาท เมื่อคืนวันที่ 26 มีนาคม 2569 นายกัณวีร์ สืบแสง หัวหน้าพรรคพลวัต ออกมาโพสท่าทางไม่ไว้หน้าเลย สุดจัดหนักว่าการทำงานของรัฐบาลนี่แหละคือ “กำปั้นทุบดิน” ไม่รู้จักแก้ปัญหา รู้แต่การกิน!

กัณวีร์ ซัดแรงรัฐบาล ไม่รู้จักการแก้ปัญหา

กัณวีร์บอกตรง ๆ ว่าปัญหาพลังงานมันกระทบทุกคนอยู่แล้ว เพราะมาจากวิกฤตโลก ไม่ใช่ปัญหาภายในประเทศ รัฐบาลมีหน้าที่ชะลอและแก้ไขผลกระทบให้ประชาชน ไม่ใช่มานั่งเป็นแค่ “หัวโขน” ฝ่ายบริหารแบบงง ๆ เอาใครมาก็นั่งได้หมด! เขายังย้ำว่าการชนะเลือกตั้งแบบไทย ๆ ที่รวมกลุ่มเก่า ๆ ชนะแบบไม่สะอาด มันไม่ได้แปลว่าบริหารประเทศศตวรรษที่ 21 ได้ดี มีเทคนิครัคส์ ข้อมูลเพียบ แต่สุดท้ายตัดสินใจแบบเดิม ๆ ที่เข้าถึงอำนาจเท่านั้นเอง

กัณวีร์ ซัดแรงรัฐบาล หลังแอบขึ้นราคาน้ำมัน

ที่พีคสุดคือการสื่อสารมั่ว ๆ ของรัฐบาล ประกาศตรึงราคาได้ถึงวันไหน มีน้ำมันสำรองเท่าไหร่ ใช้กองทุนช่วยผู้ประกอบการ สุดท้ายประชาชนไม่มั่นใจ เลยตะเกียกตะกายตุนน้ำมัน แต่คนตุนจริง ๆ คือพวกนายทุนใหญ่! ผลคือขึ้นราคา 6 บาท เข้าทางทุกคน นี่แหละสูตรสำเร็จทางการเมือง แสวงหาประโยชน์จากวิกฤตโลก ทำท่าทางแก้ไม่ได้ แต่กินได้สบาย

กัณวีร์ชี้ว่าประชาชนตาสว่างแล้วกับผลเลือกตั้งและการแก้ปัญหาของรัฐบาล Soft Landing ไต่ราคาช้า ๆ ก็ไม่มี timeframe ชัดเจน ภาษีลอยตัวตามราคาโลก targeted timeframe ก็ไม่ได้ รวมถึง พ.ร.บ.น้ำมันเชื้อเพลิง 2516 ก็ล้าสมัยไปแล้ว นี่คือการแก้ปัญหาจริง ๆ เหรอ?

  • สื่อสารไร้ทิศทาง ทำให้ประชาชนตื่นตระหนก
  • ไม่ชะลอผลกระทบจากวิกฤตโลกให้ประชาชน
  • ทำงานแบบกำปั้นทุบดิน ไม่มีแผนระยะยาว
  • แสวงหาประโยชน์ส่วนตัวมากกว่าแก้ปัญหา
  • ขาดความเป็นกลางและอิสรภาพในการตัดสินใจ

ปัญหาน้ำมันแพงไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่การจัดการของรัฐบาลชุดนี้ทำให้สถานการณ์ยิ่งแย่ ประชาชนต้องแบกรับภาระเพิ่ม โดยเฉพาะผู้ใช้รถใช้ถนนรายวัน ค่าน้ำมันขึ้น 6 บาท กระทบค่าครองชีพทั้งระบบ ส่งผลให้ราคาสินค้าทุกอย่างแพงตาม ธุรกิจขนาดเล็กเดือดร้อนหนัก

ในมุมมองของพรรคพลวัต พวกเขามีวิสัยทัศน์ที่เน้นประชาชนเป็นศูนย์กลาง ควรมีนโยบายที่โปร่งใส ชัดเจน เช่น การใช้กองทุนน้ำมันอย่างมีประสิทธิภาพ สนับสนุนพลังงานทางเลือก ลดการพึ่งพาน้ำมันนำเข้า และสื่อสารให้ประชาชนมั่นใจ

สุดท้ายแล้ว กัณวีร์ ซัดแรงรัฐบาล ครั้งนี้เป็นสัญญาณเตือนว่าประชาชนต้องการผู้นำที่แท้จริง ไม่ใช่แค่นั่งเก้าอี้ คุณคิดว่าปัญหาน้ำมันแพงจะจบยังไง? รัฐบาลควรปรับตัวยังไงให้ดีขึ้น ลองแชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างนะครับ เราอยากฟังมุมมองจากทุกคน!

ที่มา – “กัณวีร์” ซัดแรงรัฐบาล ไม่รู้จักการแก้ ทำงานแบบกำปั้นทุบดิน หลังแอบขึ้นราคาน้ำมันลิตรละ 6 บาท

Scroll to top