“สุดารัตน์” สงสัยขึ้นราคาเพื่อ “ปิดจ๊อบ” ให้ขบวนการกักตุนน้ำมันหรือไม่ เป็นประเด็นร้อนที่คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย ได้โพสต์เฟซบุ๊กเมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2569 ท่ามกลางวิกฤตค่าครองชีพที่พุ่งสูง โดยเฉพาะการปรับขึ้นราคาน้ำมันถึง 2 ครั้งใน 3 วัน รวมกว่า 8 บาทต่อลิตร ทำให้ประชาชนเดือดร้อนหนัก
แม้คุณหญิงสุดารัตน์จะเข้าใจความจำเป็นของรัฐบาลที่ต้องปรับราคาน้ำมันให้ใกล้เคียงต้นทุนจริง แต่สิ่งที่ติดใจคือ วิธีการดำเนินการที่ยังไม่โปร่งใส เธอย้อนถามตรงๆ ว่า การขึ้นราคาครั้งนี้เป็นการ “ปิดจ๊อบ” ให้ขบวนการกักตุนน้ำมันหรือไม่? โดยเฉพาะการไม่ตรวจสอบสต็อกน้ำมันก่อนประกาศขึ้นราคา ซึ่งอาจเปิดช่องให้นายทุนขูดรีดประชาชน
“สุดารัตน์” สงสัยขึ้นราคาเพื่อ “ปิดจ๊อบ” ให้ขบวนการกักตุนน้ำมันหรือไม่
ประเด็นนี้ถูกหยิบยกขึ้นมาอย่างชัดเจนในโพสต์ของหัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย ที่ชี้ให้เห็นถึงข้อบกพร่องหลายประการในการบริหารจัดการราคาน้ำมันครั้งนี้ ซึ่งไม่เพียงกระทบค่าครองชีพ แต่ยังอาจเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มทุนบางกลุ่ม
1. ทำไมไม่ลดภาษีและค่าการตลาดก่อน?
ก่อนขึ้นราคา รัฐบาลควรพิจารณางดเก็บภาษีสรรพสามิต ภาษีมูลค่าเพิ่ม และลดค่าการตลาดก่อน ซึ่งรวมกันกว่า 10 บาทต่อลิตร หากทำได้ ประชาชนจะได้ค่าน้ำมันถูกลงทันที โดยไม่ต้องผลักภาระทั้งหมดมาที่ผู้บริโภค การใช้น้ำมันกองทุนฯ อุ้มราคาในระยะสั้น กลับกลายเป็นการกู้เงินอนาคตของประชาชน เมื่อราคาน้ำมันโลกลง ประชาชนก็ยังต้องจ่ายแพงเพื่อชดเชยกองทุน สุดท้ายใครได้ประโยชน์?
2. ไม่ตรวจสอบสต็อกน้ำมันก่อนขึ้นราคา?
น้ำมันที่ขายในตลาดตอนนี้คือสต็อกเก่า ต้นทุนเดิม แต่กลับขึ้นราคา 8 บาทต่อลิตร หากคำนวณจากน้ำมันสำรองการค้า 1,500 ล้านลิตร จะได้ส่วนต่างถึง 12,000 ล้านบาท เข้ากระเป๋านายทุน! นี่คือการขูดรีดประชาชนชัดๆ หรือไม่? “สุดารัตน์” สงสัยขึ้นราคาเพื่อ “ปิดจ๊อบ” ให้ขบวนการกักตุนน้ำมันหรือไม่ จึงเป็นคำถามที่รัฐบาลต้องตอบ
3. มาตรการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางล่าช้า
รัฐบาลควรออกมาตรการ Targeted Subsidy ทันที เช่น คูปองส่วนลดน้ำมันให้เกษตรกร ชาวประมง SME รถขนส่ง วินมอเตอร์ไซค์ ไรเดอร์ และแท็กซี่ กลุ่มเหล่านี้ได้รับผลกระทบโดยตรงจากราคาน้ำมันแพง การช่วยเหลือเฉพาะเจาะจงจะยั่งยืนกว่าการแจกกระจายแบบเหมาเข่ง
4. ขบวนการกักตุนน้ำมันรอดตัว?
มีข้อสังเกตกลุ่ม “ไอ้โม่ง” ที่กักตุนน้ำมันในช่วงก่อนหน้า เมื่อขึ้นราคาทันที การสืบสวนผู้กระทำผิดก็ยากขึ้น นี่คือการปิดจ๊อบให้พวกเขาหรือ? คุณหญิงสุดารัตน์เรียกร้องให้ตรวจสอบให้โปร่งใส เพื่อไม่ให้ประชาชนเป็นเหยื่อ
5. ควบคุมราคาสินค้าอุปโภคอย่างไร?
ต้นทุนพลังงานพุ่ง รัฐบาลมีแผนชัดเจนแค่ไหนในการตรึงราคาสินค้าอุปโภคบริโภค? หากปล่อยไป ราคาอาหาร ของใช้ จะทะยานตาม สร้างข้าวยากหมากแพงหนักขึ้น ต้องมีมาตรการรูปธรรม เช่น ตรวจสอบราคาเข้มงวด
ข้อเสนอทั้งหมดนี้มาจากความห่วงใยประชาชนที่กำลังแบกภาระหนัก หากรัฐบาลปรับปรุงให้โปร่งใสและคำนึงถึงประชาชนเป็นหลัก วิกฤตครั้งนี้จะคลี่คลายได้เร็วขึ้น ในมุมมองของผู้เขียน การตั้งคำถามแบบนี้ช่วยกระตุ้นให้เกิดการตรวจสอบที่ดีขึ้น สุดท้าย ประชาชนควรติดตามและมีส่วนร่วมในการกำกับดูแล เพื่อไม่ให้ถูกเอาเปรียบ
คุณคิดอย่างไรกับประเด็นนี้? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์และช่วยแพร่กระจายเพื่อให้เสียงประชาชนดังขึ้น!
ที่มา – “สุดารัตน์” สงสัยขึ้นราคาเพื่อ “ปิดจ๊อบ” ให้ขบวนการกักตุนน้ำมันหรือไม่

