ลงทะเบียนคนละครึ่ง

ตร.เตือน! แลกเงินสด “คนละครึ่งพลัส” ผิดกฎหมาย

สำนักงานตำรวจแห่งชาติเตือนประชาชนและร้านค้าที่นำสิทธิ “คนละครึ่งพลัส” ไปแลกเงินสดโดยไม่ได้มีการซื้อขายจริง อาจเข้าข่ายการฉ้อโกง ซึ่งมีโทษทั้งจำและปรับ

ตร. เตือนนำสิทธิ “คนละครึ่งพลัส” ไปแลกเงินสด เข้าข่ายฉ้อโกง มีโทษทั้งจำทั้งปรับ

พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ออกมาเปิดเผยว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มีความห่วงใยประชาชนที่อาจกระทำผิดโดยไม่รู้ตัว จากการใช้สิทธิในโครงการ “คนละครึ่งพลัส” ในทางที่ผิดวัตถุประสงค์ ซึ่งในช่วงวันที่ 29 ตุลาคม 2568 ถึง 31 ธันวาคม 2568 รัฐบาลได้จัดโครงการนี้ขึ้นมาเพื่อช่วยเหลือและบรรเทาภาระค่าครองชีพในสถานการณ์ที่เศรษฐกิจชะลอตัว โดยให้วงเงินสำหรับซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น

จากโครงการคนละครึ่งในอดีต (ปี 2563-2564) พบว่ามีประชาชนและร้านค้าบางส่วนใช้สิทธิอย่างไม่ถูกต้อง โดยการนำสิทธิไปแลกเป็นเงินสด หรือสมรู้ร่วมคิดกันในการใช้สิทธิโดยที่ไม่มีการซื้อขายสินค้าจริงเกิดขึ้น

การกระทำดังกล่าวถือเป็นการ “แสดงข้อความอันเป็นเท็จ” และเข้าข่ายความผิดฐาน “ฉ้อโกง” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ นอกจากนี้ ผู้กระทำผิดอาจถูกระงับสิทธิในการเข้าร่วมโครงการอื่นๆ ของรัฐ และต้องชดใช้เงินคืนให้กับรัฐอีกด้วย

โทษของการนำสิทธิ “คนละครึ่งพลัส” ไปแลกเงินสด

สำนักงานตำรวจแห่งชาติจึงขอเตือนประชาชนที่ได้รับสิทธิ“คนละครึ่งพลัส” ห้ามนำสิทธินี้ไปขายต่อให้ผู้อื่น หรือใช้สิทธิโดยไม่มีการซื้อขายสินค้าจริง เพราะถือว่าเป็นการกระทำผิดกฎหมาย หากพบเห็นพฤติกรรมดังกล่าว สามารถแจ้งเบาะแสการทุจริตได้ที่สายด่วน 191 หรือสายด่วนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

เพื่อให้เข้าใจถึงความผิดและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น มาดูกันว่าการกระทำลักษณะนี้ผิดกฎหมายอย่างไรได้บ้าง:

  • การนำสิทธิไปแลกเงินสดถือว่าเป็นการใช้สิทธิผิดวัตถุประสงค์ของโครงการ
  • การสมรู้ร่วมคิดระหว่างผู้ใช้สิทธิและร้านค้าในการแลกเงินสดโดยไม่มีการซื้อขายจริง ถือว่าเป็นการฉ้อโกง
  • การแจ้งข้อมูลเท็จเพื่อให้ได้สิทธิ ถือว่าเป็นการให้ข้อมูลอันเป็นเท็จแก่รัฐ

ผลกระทบที่ตามมาอาจร้ายแรงกว่าที่คิด ไม่เพียงแต่ต้องโทษตามกฎหมายอาญาเท่านั้น แต่อาจถูกตัดสิทธิจากโครงการอื่นๆ ของรัฐในอนาคต และต้องชดใช้เงินคืนทั้งหมดที่ได้รับมาอย่างไม่ถูกต้อง

ด้วยสถานการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบัน การเข้าร่วมโครงการของรัฐบาลเป็นโอกาสที่ดีในการบรรเทาภาระค่าใช้จ่าย แต่การใช้สิทธิอย่างถูกต้องและซื่อสัตย์เป็นสิ่งสำคัญที่สุด เพื่อให้โครงการเหล่านี้สามารถช่วยเหลือผู้ที่ต้องการได้อย่างแท้จริง และไม่สร้างผลกระทบเชิงลบต่อสังคมโดยรวม

หากไม่แน่ใจในเงื่อนไขหรือการใช้สิทธิ ควรตรวจสอบข้อมูลอย่างละเอียดจากแหล่งที่เชื่อถือได้ หรือติดต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อขอคำแนะนำ เพื่อหลีกเลี่ยงการกระทำที่อาจผิดกฎหมายโดยไม่ได้ตั้งใจ

จำไว้ว่าการใช้สิทธิอย่างซื่อสัตย์และถูกต้อง จะนำมาซึ่งประโยชน์ที่ยั่งยืนแก่ตัวเราเองและสังคม

ที่มา – ตร. เตือนนำสิทธิ “คนละครึ่งพลัส” ไปแลกเงินสด เข้าข่ายฉ้อโกง มีโทษทั้งจำทั้งปรับ

เริ่มแล้ว! วิธีใช้สิทธิ คนละครึ่งพลัส ผ่านแอปเป๋าตัง

เปิดขั้นตอนการใช้สิทธิโครงการ “คนละครึ่งพลัส” วันแรกผ่านแอปฯ “เป๋าตัง” รัฐออกให้สูงสุดวันละ 200 บาท พร้อมวิธีเติมเงินเข้า G Wallet

หลังจากรัฐบาล เปิดให้ประชาชนกดรับสิทธิเข้าร่วมโครงการ “คนละครึ่งพลัส” ผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” แล้ว เพื่อหวังลดรายจ่ายให้ประชาชนมีกำลังจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น และสร้างรายได้แก่ร้านค้ารายย่อย นำไปสู่การกระตุ้นและฟื้นฟูเศรษฐกิจไทย

โดยวันนี้ (29 ตุลาคม 2568) เป็นวันแรกที่เปิดให้ประชาชนใช้สิทธิโครงการคนละครึ่งพลัส ผ่านแอปฯ เป๋าตัง เริ่มตั้งแต่เวลา 06.00-23.00 น. ของทุกวัน

ที่สำคัญคือประชาชนที่ได้รับสิทธิแล้วจะต้องใช้สิทธิครั้งแรกภายในเวลา 23.00 น. ของวันที่ 11 พฤศจิกายน 2568 เพื่อไม่ให้ถูกตัดสิทธิ์ตามเงื่อนไขของโครงการ ทั้งนี้ ผู้ที่เข้าร่วม “คนละครึ่งพลัส” จะสามารถใช้สิทธิไปจนถึงวันสิ้นสุดโครงการคือวันที่ 31 ธันวาคม 2568 เวลา 23.00 น.

คนละครึ่งพลัส ใช้ยังไง แนะขั้นตอนใช้สิทธิง่ายๆ ผ่านแอปฯ เป๋าตัง

สำหรับผู้ที่ไม่เคยเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งมาก่อน อาจจะยังสับสนขั้นตอนการใช้สิทธิ “คนละครึ่งพลัส” วันนี้ไทยรัฐออนไลน์จึงขอนำขั้นตอนการใช้สิทธิง่ายๆ ผ่านแอปฯ เป๋าตัง มาฝากดังนี้

1. เข้าแอปฯ เป๋าตัง เลือกแบนเนอร์โครงการคนละครึ่งพลัส

2. กดปุ่มสแกน QR เพื่อใช้สิทธิ์

3. สแกน QR ร้านค้าถุงเงิน

4. กดปุ่ม “ยืนยัน” เพื่อยืนยันการชำระเงิน

5. ใส่รหัส PIN เป๋าตัง 6 หลัก

6. บันทึกสลิป ทำรายการสำเร็จ

สรุปเงื่อนไขการใช้สิทธิ คนละครึ่งพลัส 2568

1. ประชาชนสามารถใช้สิทธิโครงการคนละครึ่ง พลัส ได้ตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม – 31 ธันวาคม 2568 เวลา 06.00 – 23.00 น.

2. รัฐช่วยจ่าย 50% ผู้ได้รับสิทธิจ่ายเอง 50% ผ่านแอปฯ เป๋าตัง ตลอดระยะเวลาโครงการ ตั้งแต่ 29 ตุลาคม – 31 ธันวาคม 2568 เวลา 06.00 – 23.00 น.

3. จำกัดสิทธิไม่เกิน 200 บาท/คน/วัน หรือสูงสุด ตามวงเงินสิทธิ

  • ผู้ยื่นแบบภาษี : 2,400 บาท/คน
  • ผู้ไม่ยื่นแบบภาษี : 2,000 บาท/คน

4. สิทธิจะถูกสะสม หากใช้ไม่หมดในแต่ละวันระบบจะคืนสิทธิที่ไม่ได้ใช้เข้ายอดรวมของผู้ได้รับสิทธิและจะคำนวณสิทธิใหม่ในเวลา 06.00 น. ของทุกวัน

5. ใช้สิทธิกับร้านค้าที่ร่วมโครงการเท่านั้น (ค้นหาร้านค้าได้ที่นี่)

6. ใช้สิทธิได้ตั้งแต่ 06.00 – 23.00 น. ของทุกวัน ไม่สามารถใช้สิทธินอกเวลาดังกล่าวได้

7. แจ้งเตือนยอดใช้จ่ายสิทธิคงเหลือได้ที่แอปฯ เป๋าตังใช้ง่ายครบจบในแอปฯ เดียว

8. ใช้จ่ายกับร้านค้าฟู้ดเดลิเวอรี่ ได้ตั้งแต่วันที่ 7 พฤศจิกายน – 31 ธันวาคม 2568 เวลา 06:00 – 21:00 น. เฉพาะร้านอาหาร/เครื่องดื่มที่เข้าร่วมโครงการเท่านั้น (ไม่รวมค่าจัดส่ง)

ช่องทางเติมเงิน G Wallet บนแอปฯ เป๋าตัง เพื่อใช้สิทธิ คนละครึ่งพลัส

สามารถทำได้ 4 ช่องทางดังนี้

1. Mobile Banking ของธนาคารกรุงไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ธนาคารทหารไทยธนชาต ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ธนาคารออมสิน และธนาคารยูโอบี โดยระบุ G Wallet ID 15 หลัก และจำนวนเงิน

2. บัญชีธนาคารกรุงไทยที่ผูกอยู่บนแอปฯ เป๋าตัง โดยต้องมีบัญชีกรุงไทย และผูกบนแอปฯ เป๋าตัง

3. QR PromptPay โดยสแกน QR ด้วย Mobile Banking ทุกธนาคาร

4. ตู้ ATM ของธนาคารกรุงไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ธนาคารทหารไทยธนชาต โดยเลือกเมนูเติมเงินพร้อมเพย์ ระบุ G Wallet ID 15 หลัก และจำนวนเงิน.

วิธีเติมเงินเข้า G Wallet บนแอปฯ เป๋าตัง

1. เลือก G Wallet (หน้าแรกเป๋าตัง)

2. เลือกเติมเงินเข้า G Wallet

การเติมเงิน G Wallet บนแอปฯ เป๋าตัง สามารถทำรายการได้ 4 ช่องทาง ได้แก่

  • เติมเงินผ่าน Banner Paotang Pay
  • เติมเงินผ่าน Banner Krungthai NEXT
  • เติมเงินผ่าน โลโก้บัญชีกรุงไทย
  • เติมเงินผ่าน โลโก้กรุงไทย (หรือธนาคารอื่นๆ)

วิธีเติมเงินเข้า G Wallet : QR พร้อมเพย์

1. เลือก G Wallet (หน้าแรกเป๋าตัง)

2. เลือกเติมเงินเข้า G Wallet

3. เลือก กรุงไทย

4. เลือก QR พร้อมเพย์

5. สแกน QR เพื่อเติมเงินทันที หรือกดบันทึก เพื่อทำการเติมเงินในภายหลัง

6. เลือก สแกน

7. กดปุ่ม เปิดอัลบั้มรูป ระบุ PIN NEXT เพื่อเลือก รูป QR Code ที่เก็บไว้

8. ระบุ จำนวนเงิน

9. ตรวจสอบรายการ แล้วจึงกดยืนยัน

10. ระบุ PIN NEXT

11. ทำรายการสำเร็จ และบันทึกสลิป โดยอัตโนมัติ

วิธีเติมเงินเข้า G Wallet : Krungthai ATM

1. เลือก G Wallet (หน้าแรกเป๋าตัง)

2. เลือกเติมเงินเข้า G Wallet

3. เลือก กรุงไทย

4. เลือก ตู้ ATM

5. ระบบแสดงวิธีการเติมเงินผ่านตู้ ATM

จากนั้นให้ทำขั้นตอนที่ปรากฏในหน้าจอ ดังต่อไปนี้

(1) สอดบัตร ATM

(2) กรุณารอสักครู่

(3) ใส่รหัสบัตร

(4) เลือกเมนู “เติมเงิน”

(5) เลือกเมนู “เติมเงินพร้อมเพย์”

(6) เลือกประเภทบัญชีในบัตร ในที่นี้คือบัตร ATM ที่ผูกกับบัญชีออมทรัพย์

(7) ระบุเลข G Wallet ID 15 หลัก

(8) ระบุจำนวนเงิน

(9) ตรวจสอบ และยืนยันรายการโดยกดตกลง

(10) กรุณารอสักครู่

(11) ตรวจสอบและกดตกลงยืนยันรายการ

(12) กดปุ่ม “ไม่ต้องการ” หยิบบัตรและใบบันทึกรายการ

โครงการคนละครึ่งพลัสเป็นอีกหนึ่งมาตรการภาครัฐที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับประชาชน อย่าลืมศึกษารายละเอียดและใช้สิทธิให้คุ้มค่าภายในระยะเวลาที่กำหนดนะครับ

ที่มา – เริ่มแล้ว แนะวิธีใช้สิทธิ “คนละครึ่งพลัส” ผ่านแอปฯ เป๋าตัง รัฐออกให้สูงสุดวันละ 200 บาท

“คนละครึ่งพลัส” เริ่มพรุ่งนี้! เตรียมพร้อม G-Wallet

สรุปเงื่อนไข “คนละครึ่งพลัส” พร้อมใช้สิทธิวันแรกพรุ่งนี้ 29 ต.ค. 68! อย่าลืมเติมเงินเข้า G-Wallet ล่วงหน้าเพื่อความสะดวกในการใช้งานแอปฯ เป๋าตังกันด้วยนะ

วันที่ 28 ตุลาคม 2568 นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง ได้ออกมาเปิดเผยถึงความคืบหน้าเกี่ยวกับการลงทะเบียนและการเตรียมความพร้อมในการใช้จ่ายของประชาชน รวมถึงความคืบหน้าในการลงทะเบียนร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัส

สำหรับการเตรียมพร้อมการใช้จ่ายนั้น โครงการฯ ได้เปิดให้ประชาชนลงทะเบียนไปตั้งแต่วันที่ 20 ตุลาคม 2568 และมีผู้ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการครบจำนวน 20 ล้านรายไปแล้วเมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา โดยผู้ที่ได้รับสิทธิจะสามารถเริ่มใช้จ่ายได้ตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม 2568 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2568 (ตั้งแต่เวลา 06.00 – 23.00 น.) ผ่านแอปพลิเคชั่น “เป๋าตัง” โดยจะได้รับการสนับสนุนค่าอาหาร เครื่องดื่ม สินค้าและบริการที่กำหนดในอัตราร้อยละ 50 แต่ไม่เกิน 200 บาทต่อคนต่อวัน และไม่เกินวงเงินสิทธิที่ได้รับ

สำหรับประชาชนที่ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด. 90, ภ.ง.ด. 91 หรือ ภ.ง.ด. 95) ในปีภาษี 2567 จะได้รับวงเงินสิทธิไม่เกิน 2,400 บาทต่อคน ส่วนประชาชนทั่วไปจะได้รับวงเงินสิทธิไม่เกิน 2,000 บาทต่อคนตลอดระยะเวลาของโครงการฯ

ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ได้เตรียมความพร้อมของระบบเพื่อรองรับการใช้จ่ายผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ของประชาชนที่เข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัสแล้ว

คนละครึ่งพลัส

เพื่อหลีกเลี่ยงความแออัดในการใช้งานแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ในช่วงแรก ประชาชนสามารถสมัครใช้บริการ G-Wallet (กระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ของภาครัฐ) ในแอปฯ “เป๋าตัง” และเติมเงินเข้า G-Wallet ล่วงหน้าก่อนวันเริ่มใช้จ่ายจริง หรือจะทยอยเติมเงินในช่วงเวลาต่างๆ ตลอด 24 ชั่วโมงก็ได้เช่นกัน

ผู้ได้รับสิทธิต้องใช้สิทธิโครงการฯ โดยการซื้อสินค้าหรือบริการครั้งแรกผ่านแอปฯ “เป๋าตัง” ภายในวันที่ 11 พฤศจิกายน 2568 หากพ้นกำหนดนี้ จะถือว่าไม่ประสงค์เข้าร่วมโครงการฯ และจะถูกตัดสิทธิ

นอกจากนี้ ยังสามารถซื้ออาหารหรือเครื่องดื่มจากร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการฯ ผ่านผู้ให้บริการระบบขนส่งอาหาร (Food Delivery Platform) ที่ได้รับอนุมัติให้เข้าร่วมโครงการฯ ผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ได้ตั้งแต่วันที่ 7 พฤศจิกายน 2568 เป็นต้นไป (เวลา 06.00 – 21.00 น.) โดยมีผู้ให้บริการ Food Delivery Platform เข้าร่วม 4 ราย ได้แก่ Grab, Lineman, ShopeeFood และ Robinhood

ร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัส

จากข้อมูล ณ วันที่ 28 ตุลาคม 2568 พบว่ามีร้านค้าที่ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ แล้วดังนี้

  1. ร้านค้าที่ลงทะเบียนสำเร็จ: 523,603 ราย (ร้านค้ารายเดิม 94,669 ราย, ร้านค้ารายใหม่ 428,934 ราย)
  2. ร้านค้าที่อยู่ระหว่างดำเนินการ: 101,741 ราย (รอร้านค้ายอมรับเงื่อนไข 97,300 ราย, รอดำเนินการตรวจสอบ 4,441 ราย)

ผู้ประกอบการร้านค้าที่สนใจสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ ได้อย่างต่อเนื่องจนถึงวันที่ 19 ธันวาคม 2568 และสามารถเริ่มรับชำระเงินจากประชาชนผ่านแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” ได้ตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม 2568 เป็นต้นไป

โครงการคนละครึ่งพลัสได้รับความสนใจอย่างมาก และมีการปรับเพิ่มวงเงินสิทธิที่รัฐสมทบต่อวันเป็นไม่เกิน 200 บาทต่อคนต่อวัน ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการฯ โฆษกกระทรวงการคลังจึงขอเชิญชวนร้านค้าสมัครเข้าร่วมโครงการฯ

สำหรับร้านค้าที่สมัครเข้าร่วมโครงการฯ แล้ว อย่าลืมตรวจสอบการยินยอม รับทราบ และยอมรับข้อตกลงและเงื่อนไขในแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” ด้วย เพื่อให้การลงทะเบียนสำเร็จ และขอยืนยันว่าจะไม่มีการส่งข้อมูลยอดขายให้กรมสรรพากรแต่อย่างใด

โครงการคนละครึ่งพลัสนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่น่าสนใจ อย่าลืมเตรียมตัวให้พร้อมและใช้สิทธิให้คุ้มค่า เพื่อช่วยสนับสนุนร้านค้ารายย่อยและขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไปด้วยกัน

ที่มา – “คนละครึ่งพลัส” เปิดใช้สิทธิพรุ่งนี้ 29 ต.ค. 68 แนะเติมเงินเข้า G-Wallet ล่วงหน้า

คนละครึ่งพลัส: สิทธิเต็มแล้ว หลังเปิดลงทะเบียน

ตรวจสอบสิทธิคนละครึ่งพลัส ผ่าน www.คนละครึ่งพลัส.com หลังจากเปิดให้ลงทะเบียนเพิ่ม 908 สิทธิ ล่าสุดสิทธิเต็มแล้ว

หลังจากรัฐบาลเปิดให้ประชาชนกดรับสิทธิเข้าร่วมโครงการ “คนละครึ่งพลัส” ผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2568 โดยโครงการดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อลดรายจ่ายให้ประชาชนมีกำลังจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น และสร้างรายได้แก่ร้านค้ารายย่อย นำไปสู่การกระตุ้นและฟื้นฟูเศรษฐกิจไทย

ล่าสุด เมื่อเวลา 05.52 น. วันที่ 22 ตุลาคม 2568 เว็บไซต์ www.คนละครึ่งพลัส.com ขึ้นข้อความสิทธิคงเหลือโครงการคนละครึ่งพลัส จำนวน 908 สิทธิ

ต่อมาเวลา 06.00 น. ซึ่งเป็นเวลาเปิดให้ลงทะเบียน พบว่าระบบขึ้นข้อความว่า “มีผู้ลงทะเบียนครบตามวงเงินสิทธิ” เนื่องจากมีผู้ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัสครบแล้ว

ทั้งนี้ ประชาชนที่สนใจเข้าร่วมโครงการ สามารถลงทะเบียนรับสิทธิคนละครึ่งพลัส ผ่านแอปฯ เป๋าตัง โดยการกดผ่านแบนเนอร์ของโครงการคนละครึ่งพลัสเท่านั้น ตั้งแต่เวลา 06.00 – 22.00 น. หรือจนกว่าจะครบจำนวนสิทธิ หรือครบวงเงินงบประมาณของโครงการ.

คนละครึ่งพลัส ล่าสุดสิทธิเต็มแล้ว

โครงการคนละครึ่งพลัสเป็นโครงการที่รัฐบาลออกมาเพื่อช่วยเหลือประชาชนและกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยให้ประชาชนร่วมจ่ายค่าสินค้าและบริการกับภาครัฐในอัตราส่วนที่กำหนด ทำให้ประชาชนสามารถซื้อสินค้าและบริการได้ในราคาที่ถูกลง และช่วยเพิ่มรายได้ให้กับร้านค้า

ทำไมสิทธิคนละครึ่งพลัสถึงเต็มเร็ว?

ความนิยมของโครงการคนละครึ่งพลัสเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้สิทธิเต็มเร็ว เนื่องจากประชาชนจำนวนมากต้องการเข้าร่วมโครงการเพื่อลดค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน นอกจากนี้ การประชาสัมพันธ์โครงการของภาครัฐก็มีส่วนช่วยให้ประชาชนรับทราบข้อมูลและลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการอย่างรวดเร็ว

สำหรับประชาชนที่พลาดโอกาสในการลงทะเบียนคนละครึ่งพลัสในครั้งนี้ อาจจะต้องรอติดตามข่าวสารจากภาครัฐเกี่ยวกับโครงการอื่นๆ ที่อาจจะเปิดให้ลงทะเบียนในอนาคต หรือพิจารณาโครงการช่วยเหลืออื่นๆ ที่มีอยู่ในปัจจุบัน

นอกจากนี้ การวางแผนการใช้จ่ายอย่างรอบคอบและการประหยัดค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันก็เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้ประชาชนสามารถรับมือกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจในปัจจุบันได้

ถึงแม้ว่าสิทธิคนละครึ่งพลัสจะเต็มแล้ว แต่ก็ยังมีโครงการอื่นๆ อีกมากมายที่รัฐบาลได้จัดทำขึ้นเพื่อช่วยเหลือประชาชน ดังนั้น อย่าเพิ่งท้อแท้และติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดเพื่อไม่ให้พลาดโอกาสในการรับความช่วยเหลือจากภาครัฐ

ที่มา – www.คนละครึ่งพลัส.com ล่าสุดสิทธิเต็มแล้ว หลังเปิดลงทะเบียนเพิ่มเช้านี้

รอดูยอดคนใช้ “คนละครึ่งพลัส” ก่อนเปิดเฟสใหม่

“สิริพงศ์” เผยรัฐบาลเล็งเปิด “คนละครึ่งพลัส เฟส 2” หลังลงทะเบียนครบ 20 ล้านสิทธิแล้ว หวังช่วยลดภาระประชาชนให้มากที่สุด รอดูยอดอีกครั้งหากไม่ได้ใช้สิทธิใน 11 พ.ย. นำสิทธิให้ผู้ตกหล่นลงทะเบียน

วันที่ 20 ตุลาคม 2568 นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า หลังจากที่รัฐบาลได้เปิดให้ประชาชนลงทะเบียนโครงการคนละครึ่งพลัส ตั้งแต่ 06.00 น.ที่ผ่านมา ขณะนี้มีผู้ลงทะเบียนครบ 20 ล้านสิทธิแล้ว ซึ่งผลการลงทะเบียนที่รวดเร็วนั้นไม่ได้เกินความคาดหมาย สะท้อนให้เห็นว่าโครงการนี้เป็นที่รอคอยและสามารถตอบสนองความต้องการของประชาชนได้อย่างแท้จริง

สำหรับผู้ที่ลงทะเบียนไม่ทันในรอบนี้ไม่ต้องกังวล จากผลการลงทะเบียนที่ล้นหลามนี้จะพิจารณาถึงการเปิดเฟสใหม่ของโครงการ ซึ่งหากเรามีงบประมาณก็จะดำเนินการอย่างแน่นอน เพราะสามารถช่วยเหลือประชาชนและเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศได้อีกด้วย ทั้งนี้ ต้องรอดูยอดการใช้งานครั้งแรกของผู้ที่ได้รับสิทธิภายในวันที่ 11 พฤศจิกายนนี้ด้วย หากผู้ที่ลงทะเบียนไว้แต่ยังไม่ได้มีการใช้งาน ก็จะนำสิทธิที่เหลือให้ประชาชนรายอื่นลงทะเบียนอีกครั้ง

“โครงการนี้เป็นโครงการที่ประชาชนรอคอย ในการช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับพวกเขา ซึ่งโครงการดีๆ แบบนี้รัฐบาลอยากจะดำเนินการต่ออีกเฟส สำหรับผู้ที่ลงทะเบียนไม่ทันในรอบนี้ ซึ่งเดี๋ยวรัฐบาลคงจะได้เร่งพิจารณากันเพื่อช่วยเหลือประชาชนให้ได้มากที่สุด คาดว่าเศรษฐกิจหลังจากนี้จะค่อยๆ กระเตื้องขึ้น ทั้งจากผลของโครงการคนละครึ่งพลัส และโครงการอื่นๆ ที่รัฐบาลกำลังเร่งดำเนินการ”

รอดูยอดคนใช้ “คนละครึ่งพลัส”

ข่าวดีสำหรับใครที่พลาดการลงทะเบียนโครงการ “คนละครึ่งพลัส” ในรอบแรก! รัฐบาลกำลังพิจารณาเปิดเฟส 2 หากมีงบประมาณเพียงพอ และที่สำคัญคือการรอดูยอดการใช้จ่ายจริงของผู้ที่ได้รับสิทธิในวันที่ 11 พฤศจิกายนนี้ หากพบว่ามีสิทธิเหลือ ก็จะนำมาเปิดให้ผู้ที่พลาดโอกาสในรอบแรกได้ลงทะเบียนกันอีกครั้ง

ทำไมต้องรอดูยอดคนใช้ “คนละครึ่งพลัส”

การรอดูยอดการใช้จ่ายจริงมีความสำคัญอย่างมาก เพราะจะช่วยให้รัฐบาลประเมินผลของโครงการได้อย่างแม่นยำ หากพบว่ามีการใช้จ่ายจริงเป็นจำนวนมาก ก็แสดงว่าโครงการนี้ประสบความสำเร็จและเป็นประโยชน์ต่อประชาชนอย่างแท้จริง ซึ่งจะสนับสนุนการพิจารณาเปิดเฟส 2 ให้เป็นไปได้มากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังเป็นการยืนยันว่าเงินที่รัฐบาลลงทุนไปนั้นคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อเศรษฐกิจของประเทศอีกด้วย

สำหรับผู้ที่ได้รับสิทธิแล้ว อย่าลืมใช้จ่ายภายในวันที่กำหนด เพื่อรักษาสิทธิของท่าน และเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนโครงการดีๆ แบบนี้ให้เดินหน้าต่อไป หากท่านไม่สะดวกหรือไม่ต้องการใช้สิทธิ ขอให้แจ้งยกเลิก เพื่อให้สิทธิของท่านถูกส่งต่อไปยังผู้อื่นที่ต้องการอย่างแท้จริง

แต่สำหรับใครที่ยังไม่ได้ลงทะเบียนและกำลังรอคอยโอกาสในเฟส 2 ก็ขอให้ติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด เตรียมตัวให้พร้อม และเมื่อมีการเปิดให้ลงทะเบียนอีกครั้ง อย่ารอช้า รีบลงทะเบียนทันที เพราะสิทธิมีจำนวนจำกัด และโอกาสดีๆ แบบนี้ไม่ได้มีมาบ่อยๆ

โครงการ “คนละครึ่งพลัส” เป็นหนึ่งในมาตรการสำคัญของรัฐบาลที่มุ่งเน้นในการช่วยเหลือประชาชน ลดภาระค่าใช้จ่าย และกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศไปพร้อมๆ กัน ด้วยการสนับสนุนให้ประชาชนจับจ่ายใช้สอยในร้านค้าขนาดเล็กและร้านค้ารายย่อย โครงการนี้ไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มรายได้ให้กับผู้ประกอบการ แต่ยังช่วยสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจฐานรากอีกด้วย

ดังนั้น การที่รัฐบาลมุ่งเน้นไปที่การรอดูยอดการใช้จ่ายจริงของโครงการ “คนละครึ่งพลัส” จึงเป็นสิ่งที่สมเหตุสมผลและมีความจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อให้การดำเนินงานในอนาคตเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อทุกฝ่าย

อย่าลืมติดตามข่าวสารและเตรียมพร้อมสำหรับโอกาสดีๆ ที่กำลังจะมาถึงนะครับ! โครงการนี้อาจเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยสำคัญที่จะทำให้ชีวิตของคุณง่ายขึ้น และช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศให้กลับมาสดใสอีกครั้ง

ที่มา – รอดูยอดคนใช้ “คนละครึ่งพลัส” หากไม่ใช้ใน 11 พ.ย. นำสิทธิให้ผู้ตกหล่นลงทะเบียน

“วรภัค” ตอบคนละครึ่งพลัส เข้มร้านค้า

“วรภัค” รมช.คลัง แจงกระทู้สดในวงประชุม สว. ตรวจสอบเข้มร้านค้าเข้าร่วม “โครงการคนละครึ่งพลัส” เพื่อความโปร่งใส หวั่นถูกแก๊งสแกมเมอร์-บัญชีม้าสวมรอย

เมื่อเวลาประมาณ 11.45 น. วันที่ 20 ตุลาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานการประชุมวุฒิสภา มีการพิจารณากระทู้ถามสดถึง “โครงการคนละครึ่งพลัส” ที่เปิดให้ลงทะเบียนวันนี้เป็นวันแรก โดยนายวรภัค ธันยาวงษ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ชี้แจงว่า ขณะนี้มีผู้ลงทะเบียนแล้ว 17 ล้านราย เหลือสิทธิลงทะเบียน 3 ล้านราย จะครบ 20 ล้านคน กรณีที่มีประชาชนแห่ไปเข้าคิวที่ธนาคารกรุงไทยจำนวนมากเพราะไม่สามารถลงทะเบียนออนไลน์ได้ 3 วันที่ผ่านมามีประชาชนที่ต้องการใช้สิทธิ แต่ต้องลงทะเบียนใหม่ 4.6 แสนราย เนื่องจากเปลี่ยนหมายเลขโทรศัพท์ ทำให้การยืนยันตัวตนต้องทำผ่านสาขาธนาคารกรุงไทย อีกส่วน 4.5 แสนราย ที่ลืมรหัสจำเป็นต้องเข้าไปใช้บริการที่สาขาธนาคารกรุงไทย แต่การเปลี่ยนพินโค้ดสามารถแก้ไขผ่านช่องทางออนไลน์ได้ ขอให้ธนาคารกรุงไทยประชาสัมพันธ์ไปยังประชาชนว่าสามารถแก้ไขผ่านระบบออนไลน์ได้

ส่วนกรณีปัญหาร้านค้าไม่สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการได้นั้น นายวรภัค ชี้แจงว่า ต้องยอมรับช่วงเวลา 3 ปี ร้านค้าเว้นจากโครงการคนละครึ่งพลัส จึงต้องตรวจสอบว่าร้านค้ายังทำกิจการจริงหรือไม่ ให้การใช้เงินแผ่นดินโปร่งใส ต้องให้กระทรวงมหาดไทยตรวจสอบรายละเอียด กลุ่มแรกต้องมีใบอนุญาตจากหน่วยงานรัฐ เช่น ร้านสปา ร้านนวด ร้านธงฟ้า ขณะที่กลุ่มร้านค้าทั่วไปต้องได้รับการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่ เรื่องนี้ต้องทำให้ชัดเจน เพราะกังวลจะเป็นแก๊งสแกมเมอร์ บัญชีม้า ต้องตรวจสอบให้ชัดเจน

รมช.คลัง ชี้แจงในช่วงท้ายว่า ข้อมูลที่ได้รับจากการใช้จ่ายในโครงการคนละครึ่งพลัส จะนำไปใช้ประโยชน์ต่อยอดในอนาคต โดยโครงการนี้ตั้งเป้าประชาชนได้สิทธิ 20 ล้านคน ร้านค้า 9 แสนร้านค้า ในเฟส 1 และเฟส 2 ซึ่งในส่วนของร้านค้ายังเปิดให้ลงทะเบียนถึงวันที่ 19 ธันวาคม 2568 เชื่อว่าจะใช้สิทธิเต็ม.

“วรภัค” ตอบกระทู้สด “คนละครึ่งพลัส” เข้มตรวจร้านค้าหวั่นสแกมเมอร์-บัญชีม้าสวมรอย

โครงการ “คนละครึ่งพลัส” กลับมาอีกครั้งพร้อมมาตรการที่เข้มข้นขึ้น โดยเฉพาะการตรวจสอบร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ เพื่อป้องกันการทุจริตและรักษาความโปร่งใสของโครงการนี้ นายวรภัค ธันยาวงษ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ได้ตอบกระทู้สดในที่ประชุมวุฒิสภาถึงประเด็นดังกล่าว

ทำไมต้องตรวจสอบร้านค้าในโครงการคนละครึ่งพลัสอย่างเข้มงวด?

เหตุผลหลักในการตรวจสอบร้านค้าอย่างเข้มงวดในโครงการคนละครึ่งพลัส คือการป้องกันการสวมรอยจากแก๊งสแกมเมอร์และบัญชีม้า เนื่องจากโครงการนี้มีเม็ดเงินหมุนเวียนจำนวนมาก ทำให้มีความเสี่ยงที่มิจฉาชีพจะเข้ามาแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบ การตรวจสอบอย่างละเอียดจะช่วยลดความเสี่ยงและสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนที่เข้าร่วมโครงการ

  • ความโปร่งใส: การตรวจสอบช่วยให้มั่นใจได้ว่าเงินภาษีของประชาชนถูกใช้อย่างถูกต้องและเป็นประโยชน์
  • ป้องกันการทุจริต: ลดความเสี่ยงที่ร้านค้าจะฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าหรือบริการเกินจริง
  • สร้างความเชื่อมั่น: ทำให้ประชาชนมั่นใจว่าโครงการนี้มีความน่าเชื่อถือและปลอดภัย

นอกจากนี้ การตรวจสอบยังรวมถึงการยืนยันว่าร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการยังคงดำเนินกิจการอยู่จริง เนื่องจากระยะเวลาที่ห่างจากการดำเนินโครงการครั้งก่อน ทำให้ต้องมีการตรวจสอบสถานะของร้านค้าเพื่อให้มั่นใจว่ายังให้บริการตามเงื่อนไขของโครงการ

สำหรับประชาชนที่สนใจเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัส ควรศึกษาข้อมูลและเงื่อนไขของโครงการอย่างละเอียด เพื่อให้สามารถใช้สิทธิได้อย่างถูกต้องและเต็มประสิทธิภาพ และหากพบเห็นความผิดปกติหรือการทุจริต สามารถแจ้งเบาะแสไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการตรวจสอบต่อไป

การกลับมาของโครงการคนละครึ่งพลัส ถือเป็นข่าวดีสำหรับผู้บริโภคและผู้ประกอบการ เพราะนอกจากจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายแล้ว ยังเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศอีกด้วย อย่างไรก็ตาม การรักษากฎระเบียบและความโปร่งใสของโครงการเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้โครงการนี้ประสบความสำเร็จและเป็นประโยชน์ต่อทุกฝ่าย

ที่มา – “วรภัค” ตอบกระทู้สด “คนละครึ่งพลัส” เข้มตรวจร้านค้าหวั่นสแกมเมอร์-บัญชีม้าสวมรอย

อนุทินชี้ คนละครึ่งพลัส กระแสแรง คนแห่ลงทะเบียน!

“นายกฯ อนุทิน” เผยกระแส “ลงทะเบียนคนละครึ่งพลัส” ดีเกินคาด ประชาชนแห่ลงทะเบียนกันอย่างล้นหลาม พร้อมแง้ม รมว.คลัง เตรียมแผน คนละครึ่งพลัส เฟส 2 ไว้รอแล้ว โฆษกรัฐบาลย้ำ ประชาชนที่ “กำลังรอผลการลงทะเบียน” ไม่ต้องกังวล รัฐบาลจองสิทธิไว้ให้แล้วในระบบ

เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2568 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการเปิดลงทะเบียน “โครงการคนละครึ่งพลัส” ในวันแรก ว่า ทุกอย่างน่าจะดี น่าจะโอเค เพราะยังไม่ได้รับรายงานว่ามีปัญหาอะไร แสดงให้เห็นถึงการเริ่มต้นที่ดีของโครงการ

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่ประชาชนลงทะเบียนจำนวนมาก นายอนุทิน ตอบว่า เราอยากจะเห็นพี่น้องประชาชนมาลงทะเบียนจำนวนมาก เพราะเป็นโครงการที่ดี เป็นประโยชน์กับประชาชน ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งระยะเวลา 2 เดือนนี้ประชาชน สามารถซื้อของ 200 บาท โดยจ่ายเพียง 100 บาท ฉะนั้นจึงอยากเชิญชวนพี่น้องประชาชนทุกท่านให้มาเร่งลงทะเบียน ซึ่งมีเวลาประมาณ 1 สัปดาห์ รีบเลย!

หากผลตอบรับช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจจะมีการขยายระยะเวลาโครงการหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ขอดำเนินการเฟสแรกให้เรียบร้อยก่อน เชื่อว่าน่าจะได้รับการตอบรับที่ดี เพราะอยู่ในช่วงเทศกาลสิ้นปี ขณะเดียวกัน นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้เตรียมเฟส 2 ไว้แล้ว เดี๋ยวค่อยว่ากัน พร้อมยืนยันว่าอะไรที่เป็นประโยชน์เราทำให้หมด เป็นข่าวดีสำหรับคนที่รอคอยคนละครึ่งพลัส เฟสต่อไป

ทางด้าน นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ประชาชนให้ความสนใจลงทะเบียนรับสิทธิคนละครึ่งพลัสอย่างล้นหลาม เพียง 2 ชั่วโมงแรก (06.00-08.00 น.) ข้อมูลจากธนาคารกรุงไทย ระบุว่า ประชาชนลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” สำเร็จแล้วกว่า 13 ล้านสิทธิ จากจำนวนสิทธิทั้งหมด 20 ล้านสิทธิ

พร้อมย้ำวิธีการลงทะเบียนคนละครึ่งพลัส ผ่านแอปฯ เป๋าตัง ซึ่งเปิดให้เริ่มลงทะเบียนตั้งแต่วันนี้-26 ตุลาคม 2568 สำหรับวิธีและหน้าจอแจ้งผลการลงทะเบียน มีดังนี้

  • ขั้นตอนแรก เข้าแอปฯ เป๋าตัง
  • ขั้นตอนที่ 2 กดรูปโครงการคนละครึ่งพลัส (หน้าแรกเป๋าตัง หรือ หน้าหลัก G Wallet)ขั้นตอนที่ 3 อ่านรายละเอียดเงื่อนไขโครงการ จากนั้นกดปุ่ม “ลงทะเบียน”

สำหรับคุณสมบัติผู้เข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัส 2568 จะต้องเป็นผู้มีสัญชาติไทย มีอายุตั้งแต่ 16 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันที่ลงทะเบียน มีบัตรประจำตัวประชาชน ไม่เป็นผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐตามฐานข้อมูลของกระทรวงการคลัง ณ วันที่ 1 ตุลาคม 2568 และไม่เป็นผู้ที่ถูกระงับสิทธิหรือถูกเรียกเงินคืนในโครงการของรัฐ ได้แก่

  • (1) โครงการคนละครึ่ง
  • (2) โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 2
  • (3) โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3
  • (4) โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 4
  • (5) โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 5

นายสิริพงศ์ เน้นย้ำด้วยว่า กรณีประชาชนที่ไม่เคยเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งเฟส 5 (ปี 2565) เมื่อลงทะเบียนแล้ว ระบบขึ้นแจ้งว่า “กำลังรอผลการลงทะเบียน ระบบจะแจ้งผลผ่านการแจ้งเตือนของแอปฯ เป๋าตัง หรือ SMS ภายใน 3 วัน” ขอประชาชนอย่าเป็นกังวล โดยรัฐบาลได้มีการจองสิทธิไว้ให้ท่านแล้วในระบบ และขอให้รอผลการแจ้งในระยะเวลา 3 วัน โดยไม่ต้องลงทะเบียนซ้ำ ทั้งนี้ ในส่วนของผู้ที่เคยเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งเฟส 5 (ปี 2565) เมื่อลงทะเบียนสำเร็จระบบจะแจ้งว่า “คุณได้รับสิทธิคนละครึ่งพลัสสำหรับผู้ยื่นภาษี จำนวน 2,400 บาท” (กรณีผู้เสียภาษี) หรือ “คุณได้รับสิทธิคนละครึ่งพลัสแล้ว จำนวน 2,000 บาท” (กรณีไม่เป็นผู้เสียภาษี)

คนละครึ่งพลัส กระแสแรง คนแห่ลงทะเบียน

ทำไมคนถึงสนใจ คนละครึ่งพลัส กันมากขนาดนี้?

โครงการนี้ไม่เพียงแต่จะช่วยลดค่าใช้จ่ายให้กับประชาชน แต่ยังเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับฐานรากอีกด้วย ด้วยเงื่อนไขที่เอื้อประโยชน์ต่อทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย ทำให้ คนละครึ่งพลัส ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว ใครที่ยังไม่ได้ลงทะเบียน รีบเลย!

สำหรับใครที่กำลังรอผลการลงทะเบียน คนละครึ่งพลัส อยู่ ก็ไม่ต้องกังวลใจ รอรับการแจ้งเตือนภายใน 3 วันได้เลย และสำหรับใครที่พลาดการลงทะเบียนในรอบนี้ ก็รอติดตามข่าวสารเฟส 2 กันได้เลย!

ที่มา – “อนุทิน” ชี้ “คนละครึ่งพลัส” กระแสดี คนแห่ลงทะเบียน แง้ม รมว.คลัง เตรียมเฟส 2 รอแล้ว

คนละครึ่งพลัส: เดินทางทั่วไทย จ่ายแค่ครึ่งเดียว!

ข่าวดีสำหรับนักเดินทาง! รัฐบาลผลักดันโครงการ “คนละครึ่ง พลัส” ให้คุณเดินทางทั่วไทย จ่ายแค่ครึ่งเดียว! ครอบคลุมระบบขนส่งสาธารณะทั่วประเทศ สูงสุดวันละ 200 บาท ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายและกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากไปพร้อมๆ กัน

คนละครึ่ง พลัส เดินทางทั่วไทย จ่ายแค่ครึ่งเดียว สูงสุดวันละ 200 บาท

นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลมุ่งมั่นในการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากอย่างต่อเนื่อง โดยขยายผลโครงการ “คนละครึ่ง พลัส” ให้ครอบคลุมค่าใช้จ่ายในการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะทั่วประเทศ เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพของประชาชน

รายละเอียดโครงการคนละครึ่ง พลัส เดินทางทั่วไทย

รัฐบาลเข้าใจดีว่าค่าเดินทางเป็นปัจจัยสำคัญในการดำรงชีวิตของประชาชน จึงได้ปรับปรุงโครงการเพื่อตอบโจทย์นี้โดยเฉพาะ โครงการนี้เป็นการตอกย้ำความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการดูแลประชาชนทุกกลุ่มอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม และเป็นการใช้กลไกของรัฐในการหมุนเวียนเม็ดเงินสู่ผู้ประกอบการรายเล็ก

ขณะนี้ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) ได้เข้าร่วมโครงการอย่างเป็นทางการแล้ว ประชาชนสามารถใช้สิทธิชำระค่าตั๋วรถ บขส. ทุกเส้นทางทั่วประเทศ ณ ช่องจำหน่ายตั๋วทุกสถานี ตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม – 31 ธันวาคม 2568 โดยจำกัดวงเงินใช้สิทธิสูงสุดที่ 200 บาทต่อวัน

นอกจาก บขส. แล้ว โครงการนี้ยังเปิดกว้างสำหรับรถสาธารณะทุกประเภท ได้แก่ รถจักรยานยนต์สาธารณะ, รถตุ๊กตุ๊ก, รถแท็กซี่, รถสองแถว, รถตู้โดยสาร และรถโดยสารประจำทาง กรมการขนส่งทางบกเปิดรับผู้ประกอบการเข้าร่วมลงทะเบียนได้ทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม – 19 ธันวาคม 2568 โดยเน้นการเข้าถึงสิทธิสำหรับผู้ประกอบการที่มีใบอนุญาตถูกต้อง และนิติบุคคลรายเล็ก (รายได้ไม่เกิน 1.8 ล้านบาท/ปี)

เงื่อนไขและรายละเอียดเพิ่มเติม:

  • วงเงินสนับสนุนค่าเดินทาง: สูงสุด 200 บาทต่อวัน
  • ระยะเวลาโครงการ: 29 ตุลาคม – 31 ธันวาคม 2568
  • ช่องทางการใช้สิทธิ: ชำระค่าโดยสาร ณ จุดจำหน่ายตั๋ว หรือช่องทางที่กำหนด
  • ผู้มีสิทธิ: ประชาชนทั่วไป และผู้ประกอบการขนส่งสาธารณะที่เข้าร่วมโครงการ

รัฐบาลเชื่อมั่นว่ามาตรการนี้จะช่วยฉีดเม็ดเงินเข้าระบบเศรษฐกิจฐานรากได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งยังเป็นการสนับสนุนให้ผู้ประกอบการรายย่อยเข้าสู่ระบบ และพัฒนาบริการให้เป็นระบบดิจิทัลมากยิ่งขึ้น นี่คือการลงทุนเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทย และสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน

โครงการ “คนละครึ่ง พลัส” ไม่ได้เป็นเพียงแค่การลดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง แต่ยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศ และกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับชุมชน ลองวางแผนการเดินทางของคุณ และใช้สิทธิประโยชน์จากโครงการนี้ให้เต็มที่ เพื่อสนับสนุนประเทศไทยของเราให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้น!

ที่มา – รัฐบาล ผลักดัน “คนละครึ่ง พลัส” เดินทางทั่วไทย จ่ายแค่ครึ่งเดียว สูงสุดวันละ 200 บาท

คนละครึ่งพลัส: ลงทะเบียน 20-26 ต.ค. นี้!

รัฐบาลย้ำ! เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับโครงการ คนละครึ่งพลัส เปิดให้ประชาชนลงทะเบียนระหว่างวันที่ 20-26 ตุลาคมนี้ ตั้งแต่เวลา 06.00-22.00 น. อย่าพลาดโอกาสดีๆ เริ่มใช้จ่ายได้ตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคมนี้เป็นต้นไป แต่ระวัง! มิจฉาชีพอาจแฝงตัวมาในรูปแบบต่างๆ อย่าหลงเชื่อลิงก์ปลอม

เตรียมตัว! ลงทะเบียนคนละครึ่งพลัส 20-26 ต.ค.

นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เน้นย้ำถึงความสำคัญในการลงทะเบียน คนละครึ่งพลัส ในช่วงเวลาที่กำหนด โดยโครงการนี้ได้รับความสนใจจากทั้งประชาชนและผู้ประกอบการอย่างมาก ข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 17 ตุลาคม 2568 พบว่ามีร้านค้าลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการแล้วกว่า 123,960 ราย แบ่งเป็นร้านค้ารายเดิม 72,185 ราย และร้านค้ารายใหม่ 51,775 ราย

สำหรับผู้ประกอบการร้านค้าที่สนใจเข้าร่วมโครงการ ยังสามารถลงทะเบียนได้อย่างต่อเนื่อง จนถึงวันที่ 19 ธันวาคม 2568 โอกาสดีๆ ที่จะช่วยกระตุ้นยอดขายและเพิ่มลูกค้าให้กับร้านค้าของคุณ

ประชาชนเตรียมตัวลงทะเบียนคนละครึ่งพลัส

สำหรับประชาชนทั่วไป การลงทะเบียน คนละครึ่งพลัส จะเปิดให้ลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ในช่วงวันที่ 20-26 ตุลาคม 2568 ตั้งแต่เวลา 06.00-22.00 น. หลังจากลงทะเบียนสำเร็จ ก็สามารถเริ่มใช้จ่ายได้ตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม – 31 ธันวาคม 2568

ด้วยกระแสความนิยมของโครงการฯ ทำให้เกิดกลุ่มมิจฉาชีพที่พยายามหลอกลวงประชาชน โดยเฉพาะการส่งลิงก์ปลอมเพื่อขโมยข้อมูลส่วนตัวและทรัพย์สิน รัฐบาลได้ให้ความสำคัญกับปัญหานี้และดำเนินการเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด

เพื่อความปลอดภัยของข้อมูลและทรัพย์สินของคุณ โปรดปฏิบัติตามคำแนะนำจากตำรวจไซเบอร์:

  • อย่ากดลิงก์จาก SMS/ข้อความแปลกปลอม: โครงการรัฐจะไม่ส่งลิงก์ลงทะเบียนผ่านข้อความ
  • อย่าหลงเชื่อเพจ/บัญชีโซเชียลที่ไม่เป็นทางการ: ตรวจสอบเครื่องหมายยืนยัน (✔ Verified) และจำนวนผู้ติดตามที่แท้จริง การลงทะเบียนที่ถูกต้องทำได้เฉพาะผ่านแอปฯ “เป๋าตัง” และ “ถุงเงิน” เท่านั้น
  • อย่าให้ข้อมูลส่วนตัว: เช่น เลขบัตรประชาชน, วันเกิด, PIN, OTP, ข้อมูลบัญชีธนาคาร
  • อย่าเชื่อสายโทรศัพท์ที่อ้างเป็นเจ้าหน้าที่: หน่วยงานรัฐและธนาคารไม่มีนโยบายโทรขอ OTP หรือให้โอนเงิน
  • ตรวจสอบข้อมูลทุกครั้ง: หากมีข้อสงสัย ให้โทรศัพท์สอบถามหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรง และอย่าแชร์ข้อมูลจากข่าวลือ/เพจที่ไม่น่าเชื่อถือ

หากได้รับลิงก์ปลอม ขอให้ตั้งสติและอย่ากดลิงก์ หากเผลอกดลิงก์ปลอมและได้รับความเสียหายจากการหลอกลวงออนไลน์ สามารถแจ้งความออนไลน์ได้ที่ www.thaipoliceonline.go.th หรือ โทร.สายด่วน 1441 เพื่อระงับบัญชีคนร้ายภายใน 72 ชั่วโมง และเข้าพบพนักงานสอบสวนที่สถานีตำรวจใกล้บ้าน

โครงการ คนละครึ่งพลัส ถือเป็นอีกหนึ่งโครงการดีๆ จากรัฐบาล ที่จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับประชาชน อย่าลืมเตรียมตัวให้พร้อมและลงทะเบียนในช่วงเวลาที่กำหนด เพื่อรับสิทธิประโยชน์จากโครงการนี้

ที่มา – รัฐบาลย้ำ 20-26 ต.ค. ประชาชนลงทะเบียน “คนละครึ่งพลัส” เตือนระวังลิงก์ปลอม

Scroll to top