สิทธิเลือกตั้ง

สปส. เชิญชวนผู้มีสิทธิลงทะเบียนร่วมเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม 2569

สปส. เชิญชวนผู้มีสิทธิลงทะเบียนร่วมเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม 2569

สวัสดีครับเพื่อนๆ ผู้ประกันตนทุกคน วันนี้มีข่าวสำคัญมาฝากกันครับ เกี่ยวกับอนาคตสิทธิประโยชน์ของเราทุกคน นั่นก็คือการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมนั่นเองครับ ทางสำนักงานประกันสังคม (สปส.) ได้ออกมาเน้นย้ำเลยว่าทุกคะแนนเสียงของเรานั้นมีความหมายอย่างยิ่ง จึงอยากเชิญชวนให้พี่น้องผู้ประกันตนและนายจ้างทุกคนมาร่วมลงทะเบียนและใช้สิทธิเลือกตั้งในโครงการ สปส. เชิญชวนผู้มีสิทธิลงทะเบียนร่วมเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม 2569 ครั้งนี้ครับ

ทำไมเราต้องสนใจการเลือกตั้งครั้งนี้ให้มาก?

การเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมไม่ใช่เรื่องไกลตัวเลยครับ เพราะคณะกรรมการเหล่านี้มีหน้าที่โดยตรงในการกำหนดทิศทางนโยบาย การบริหารกองทุน รวมถึงการพัฒนาสิทธิประโยชน์ต่างๆ ที่เราได้รับ ดังนั้น การมีตัวแทนที่เราเลือกเข้าไปทำหน้าที่เป็นปากเป็นเสียงแทนเรา จึงสำคัญมากๆ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าเสียงของเราจะไปถึงผู้บริหารและนำไปสู่การพัฒนาที่ตอบโจทย์เราจริงๆ

หากคุณสงสัยว่าต้องทำอย่างไร ข้อมูลหลักของโครงการ สปส. เชิญชวนผู้มีสิทธิลงทะเบียนร่วมเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม 2569 นั้นมีขั้นตอนไม่ยากเลยครับ โดยมีกำหนดการสำคัญที่เราต้องจำให้ขึ้นใจ ดังนี้:

  • 10 สิงหาคม 2569: ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งและสถานที่ลงคะแนน
  • จนถึงวันที่ 16 กันยายน 2569: เปิดรับยื่นคำร้องขอเพิ่มชื่อหรือถอนชื่อออกจากบัญชีรายชื่อ
  • 19 สิงหาคม 2569: ประกาศรายชื่อหมายเลขผู้สมัครรับเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ
  • 27 กันยายน 2569: วันลงคะแนนเลือกตั้งจริง

ทาง สปส. ยืนยันหนักแน่นว่าการเลือกตั้ง สปส. เชิญชวนผู้มีสิทธิลงทะเบียนร่วมเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม 2569 ครั้งนี้ จะดำเนินการด้วยความโปรงใสและตรวจสอบได้อย่างแน่นอน ทุกคะแนนเสียงของคุณจะเป็นพลังสำคัญในการกำหนดอนาคตสวัสดิการของคนทำงานทุกคน ฉะนั้นอย่าพลาดโอกาสสำคัญในการใช้สิทธิของตัวเองนะครับ

สำหรับใครที่ต้องการข้อมูลเพิ่มเติม หรืออยากตรวจสอบสิทธิของตัวเอง สามารถเข้าไปดูได้ที่เว็บไซต์ของสำนักงานประกันสังคม (www.sso.go.th) หรือแอปพลิเคชัน SSO Plus ได้เลยครับ หรือถ้ามีคำถามเพิ่มเติมก็โทรสอบถามได้ที่สายด่วน 1506 กด 9 ตลอด 24 ชั่วโมง ได้เลยครับ

ท้ายที่สุดนี้ ผมอยากฝากไว้ว่าสิทธิประโยชน์ของเรา เราต้องช่วยกันดูแลครับ การออกมาเลือกตั้งแม้จะเป็นหนึ่งเสียงเล็กๆ แต่เมื่อรวมกันเป็นพลังที่ยิ่งใหญ่ จะสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กองทุนประกันสังคมยั่งยืนและตอบโจทย์ผู้ประกันตนอย่างแท้จริงครับ

ที่มา – สปส. เชิญชวนผู้มีสิทธิลงทะเบียนร่วมเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม 2569

เหลืออีก 5 วัน ลงทะเบียนเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ย้ำรีบทำก่อนหมดเขต

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้มีข่าวสำคัญมาเตือนสำหรับใครที่เป็นผู้ประกันตนหรือนายจ้างในระบบประกันสังคมครับ ตอนนี้ทางภาครัฐออกมาแจ้งเตือนย้ำหนักมากว่า เหลืออีก 5 วัน ลงทะเบียนเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ย้ำรีบทำก่อนหมดเขต ภายในวันที่ 20 กรกฎาคมนี้เท่านั้นนะครับ เพื่อไม่ให้เสียสิทธิในการเป็นส่วนหนึ่งของการตัดสินใจเรื่องอนาคตสวัสดิการของพวกเราเองทุกคน

เหลืออีก 5 วัน ลงทะเบียนเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ย้ำรีบทำก่อนหมดเขต

หลายคนอาจจะยังไม่ทราบครับว่า การเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคม ครั้งนี้สำคัญอย่างไร ขอบอกเลยว่านี่คือโอกาสทองที่จะทำให้เราได้ร่วมกำหนดนโยบายและบริหารกองทุนเงินประกันสังคมที่มีมูลค่ามหาศาลถึง 2.9 ล้านล้านบาท! หากเราไม่ใช้สิทธิลงทะเบียนเพื่อไปโหวตเลือกตัวแทนเข้าไปทำหน้าที่ เราก็อาจจะเสียโอกาสในการผลักดันสิทธิประโยชน์ที่ตอบโจทย์ชีวิตความเป็นอยู่ของตัวเราจริงๆ

วิธีเช็กสิทธิและลงทะเบียนง่ายๆ ก่อนหมดเขต

สำหรับใครที่ยังไม่ได้ดำเนินการหรือลืมไปเลย ไม่ต้องกังวลครับ เพราะตอนนี้สำนักงานประกันสังคมได้อัปเดตระบบให้ใช้งานง่ายขึ้นมาก โดยช่องทางที่เราสามารถทำได้ทันทีมีดังนี้ครับ:

  • เข้าไปลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ www.sso.go.th
  • ใช้งานผ่านแอปพลิเคชัน SSO Plus ที่สะดวกและรวดเร็ว
  • ระบบเปิดให้ลงทะเบียนได้ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่มีวันหยุด

ที่ผ่านมาแม้จะมีคนลงทะเบียนไปแล้วกว่า 1 ล้านคน แต่จากสถิติผู้มีสิทธิทั้งหมดกว่า 11 ล้านคนนั้น ถือว่ายังมีผู้ที่ยังไม่ได้ดำเนินการอีกจำนวนมาก ซึ่งการที่เราต้องรีบดำเนินการเพราะการ เหลืออีก 5 วัน ลงทะเบียนเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ย้ำรีบทำก่อนหมดเขต ในครั้งนี้ หากเลยกำหนดไปแล้วเราจะไม่สามารถย้อนกลับมาแก้ไขได้ครับ

ผมอยากเชิญชวนให้ทุกคนหันมาให้ความสำคัญกับการออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งครั้งนี้ครับ เพราะบอร์ดประกันสังคมคือตัวแทนที่จะเข้าไปดูแลสิทธิประโยชน์ของเรา ทั้งกรณีเจ็บป่วย ทุพพลภาพ หรือสิทธิประโยชน์ในอนาคต การมีส่วนร่วมเพียงแค่นิดเดียวคือการเริ่มต้นที่ดีของการเปลี่ยนแปลงครับ อย่าปล่อยให้สิทธิของตัวเองหลุดมือไปเพียงเพราะเราลืมหรือชะล่าใจนะครับ รีบเข้าไปกดลงทะเบียนกันเดี๋ยวนี้เลย!

ที่มา – เหลืออีก 5 วัน ลงทะเบียนเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ย้ำรีบทำก่อนหมดเขต

กกต. ย้ำสิทธิเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.- สก.ต้องมีชื่อในทะเบียนบ้านในเขตเลือกตั้งไม่น้อยกว่า 1 ปี

เชื่อว่าหลายคนอาจจะกำลังงงหรือสับสนกับกฎกติกาการเลือกตั้งท้องถิ่น โดยเฉพาะประเด็นเรื่องการย้ายทะเบียนบ้าน ล่าสุดทาง กกต. ได้ออกมาชี้แจงให้ชัดเจนเกี่ยวกับหลักเกณฑ์สำคัญว่า กกต. ย้ำสิทธิเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.- สก.ต้องมีชื่อในทะเบียนบ้านในเขตเลือกตั้งไม่น้อยกว่า 1 ปี เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเข้าใจผิดในการไปใช้สิทธิเลือกตั้งครั้งต่อไปครับ

กกต. ย้ำสิทธิเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.- สก.ต้องมีชื่อในทะเบียนบ้านในเขตเลือกตั้งไม่น้อยกว่า 1 ปี

การเข้าใจกฎหมายเลือกตั้งเป็นเรื่องสำคัญมากสำหรับคนกรุงเทพฯ หลายคนอาจเพิ่งย้ายเข้ามาอยู่ใหม่หรือย้ายเขต และกังวลว่าจะเสียสิทธิในการเลือกตั้ง ผู้ว่าฯ กทม. หรือ ส.ก. หรือไม่ ทางสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งจึงได้ออกมาทำความเข้าใจว่า การจะไปใช้สิทธิลงคะแนนได้นั้น ท่านจำเป็นต้องมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขตเลือกตั้งนั้นๆ ติดต่อกันมาไม่น้อยกว่า 1 ปีนับถึงวันเลือกตั้งครับ

ข้อควรทราบหากคุณเพิ่งย้ายทะเบียนบ้าน

หากใครที่ย้ายทะเบียนบ้านภายในเขตกรุงเทพมหานครเอง แต่ยังไม่ครบ 1 ปี ทางกฎหมายไม่ได้ตัดสิทธิคุณโดยสิ้นเชิง แต่มีข้อกำหนดที่ต้องปฏิบัติดังนี้:

  • คุณยังคงมีสิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นในเขตเลือกตั้งเดิมที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านติดต่อกันไม่น้อยกว่า 1 ปี
  • ต้องยื่นคำขอเพิ่มชื่อในบัญชีผู้มีสิทธิเลือกตั้ง (แบบ ส.ถ./ผ.ถ. 1/7) ต่อนายทะเบียนท้องถิ่นในเขตก่อนวันเลือกตั้งอย่างน้อย 10 วัน

ด้วยเหตุนี้ กกต. ย้ำสิทธิเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.- สก.ต้องมีชื่อในทะเบียนบ้านในเขตเลือกตั้งไม่น้อยกว่า 1 ปี โดยระเบียบ กกต. ปี 2562 ได้ระบุชัดเจนเกี่ยวกับวิธีการใช้สิทธิในกรณีที่ย้ายทะเบียนบ้านภายในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเดียวกัน เพื่อให้เราทุกคนยังคงสามารถใช้สิทธิประชาธิปไตยได้อย่างถูกต้อง ครบถ้วน ตามหลักการพื้นฐานของกฎหมายครับ

ผมมองว่าการศึกษากฎเกณฑ์เหล่านี้ล่วงหน้าเป็นเรื่องที่ดีมากครับ เพราะการเลือกตั้งทุกครั้งคือโอกาสสำคัญที่เราจะได้เลือกตัวแทนไปพัฒนาเมืองของเรา อย่าปล่อยให้สิทธิอันชอบธรรมของเราหลุดมือไปเพียงเพราะข้อมูลที่คลาดเคลื่อน หากใครมีข้อสงสัยเพิ่มเติม แนะนำให้เช็กสิทธิกับหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรง เพื่อให้พร้อมที่สุดในวันเข้าคูหาครับ

ที่มา – กกต. ย้ำสิทธิเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.- สก.ต้องมีชื่อในทะเบียนบ้านในเขตเลือกตั้งไม่น้อยกว่า 1 ปี

แพทองธารพร้อมครอบครัว ใช้สิทธิ์เลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.-สก.

บรรยากาศ แพทองธารพร้อมครอบครัว ใช้สิทธิ์เลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.-สก.

เมื่อช่วงสายของวันที่ 28 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา ถือเป็นวันสำคัญทางการเมืองท้องถิ่นของคนกรุงเทพมหานคร โดยมีภาพบรรยากาศที่น่าสนใจเมื่อ แพทองธารพร้อมครอบครัว ใช้สิทธิ์เลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.-สก. ณ หน่วยเลือกตั้งที่ 15 เต็นท์บริเวณลานกีฬา 1 หมู่บ้านเคหะธานี 3 ซึ่งสร้างความสนใจให้กับประชาชนและสื่อมวลชนที่ไปปักหลักรอทำข่าวกันอย่างคึกคัก

โดย น.ส.แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้เดินทางมาพร้อมกับคุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ และ น.ส.พินทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์ พี่สาว ท่ามกลางบรรยากาศที่เป็นกันเองและอบอุ่น ทั้งหมดมีสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสและทักทายประชาชนที่มารอติดตามสถานการณ์เลือกตั้งอย่างเป็นกันเอง ซึ่งกิจกรรมในครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงการให้ความสำคัญต่อการมีส่วนร่วมในระบอบประชาธิปไตยผ่านการเลือกตั้งระดับท้องถิ่นที่ส่งผลโดยตรงต่อการพัฒนาเมืองหลวงของเรา

รายละเอียดการเดินทางมาใช้สิทธิ์ของ แพทองธารพร้อมครอบครัว ใช้สิทธิ์เลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.-สก.

เมื่อเดินทางไปถึงหน่วยเลือกตั้ง น.ส.แพทองธารและครอบครัวได้ทักทาย นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ อดีต สส.กทม. และนางชญาดา วิภัติภูมิประเทศ ผู้สมัคร สก. ก่อนจะเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบรายชื่อ รับบัตรเลือกตั้งผู้ว่าฯ และบัตรเลือกตั้ง สก. เพื่อนำเข้าไปใช้สิทธิ์ในคูหาตามขั้นตอน โดยทุกขั้นตอนเป็นไปอย่างเรียบร้อยและรวดเร็ว

หากคุณต้องการทราบผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการของการเลือกตั้งครั้งนี้ สามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ไทยรัฐ เพื่ออัปเดตสถานการณ์แบบเรียลไทม์ โดยขั้นตอนการเลือกตั้งพื้นฐานที่คุณควรรู้มีดังนี้:

  • ตรวจสอบหน่วยเลือกตั้งและลำดับรายชื่อของตนเอง
  • เตรียมบัตรประชาชนให้พร้อมเพื่อใช้ยืนยันตัวตน
  • ทำเครื่องหมายกากบาทในช่องผู้สมัครที่ต้องการเพียงคนเดียว
  • หากไม่ประสงค์ลงคะแนน ให้เลือกช่อง “ไม่ประสงค์ลงคะแนน”

การออกมาใช้สิทธิ์ในวันนี้ของ แพทองธารพร้อมครอบครัว ใช้สิทธิ์เลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.-สก. ไม่เพียงแต่เป็นการทำหน้าที่พลเมืองที่ดี แต่ยังเป็นการกระตุ้นให้คนกรุงเทพฯ ตระหนักถึงความสำคัญของการออกไปเลือกตั้ง เพื่อกำหนดทิศทางการพัฒนาเมืองหลวงของเราให้ดียิ่งขึ้น ทุกคะแนนเสียงมีผลลัพธ์ที่สำคัญเสมอสำหรับอนาคตของคนกรุงเทพมหานครอย่างแน่นอนครับ

ที่มา – “แพทองธาร” พร้อมครอบครัว ใช้สิทธิ์เลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.-สก.

“เท้ง” ปลุกเลือกทั้งผู้ว่าฯ และ สก. พรรคประชาชน

ช่วงโค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้งกรุงเทพมหานคร บรรยากาศทางการเมืองกำลังคึกคักอย่างยิ่ง เมื่อ “เท้ง ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” หัวหน้าพรรคประชาชน ได้ออกมาเคลื่อนไหวครั้งสำคัญโดยการ “เท้ง” ปลุกเลือกทั้งผู้ว่าฯ และ สก. พรรคประชาชน เพื่อให้คนกรุงร่วมกันสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ในการปกครองท้องถิ่น

“เท้ง” ปลุกเลือกทั้งผู้ว่าฯ และ สก. พรรคประชาชน จุดเปลี่ยนเมืองหลวง

เวทีปราศรัย “เติมกรุงเทพให้เต็ม 10” ณ สวนเบญจกิติ เป็นเวทีที่สะท้อนถึงเจตจำนงของพรรคประชาชนที่ต้องการเข้าไปเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการเมืองท้องถิ่น โดยคุณณัฐพงษ์ย้ำชัดว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่การเลือกตัวแทนเข้าไปทำหน้าที่ดูแลเรื่องน้ำไหลไฟสว่างเพียงอย่างเดียว แต่มันคือเครื่องมือสำคัญในการส่งสัญญาณต่อต้านวงจรการเมืองแบบเดิมที่ขาดการตรวจสอบ

ทำไมการเลือกตั้งครั้งนี้ถึงสำคัญต่อประเทศ?

เมื่อเราพูดถึงคำว่า “เท้ง” ปลุกเลือกทั้งผู้ว่าฯ และ สก. พรรคประชาชน ทางพรรคมองว่ากรุงเทพมหานครจะเป็นโดมิโนตัวแรกที่จะสร้างแรงบันดาลใจให้กับจังหวัดอื่นๆ ทั่วประเทศ หากประชาชนเลือกตัวแทนที่มีเจตจำนงแน่วแน่ในการรักษาผลประโยชน์ของภาษีประชาชนได้สำเร็จ ก็จะกลายเป็นต้นแบบให้นวัตกรรมการเมืองแบบใหม่เติบโตขึ้นอย่างยั่งยืน

ทำไมคนกรุงควรพิจารณาเลือกผู้สมัครจากพรรคประชาชน:

  • เพื่อสนับสนุนนักการเมืองที่ตรงไปตรงมาและตรวจสอบได้
  • เพื่อให้งบประมาณหลักหมื่นล้านถูกใช้ไปกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตจริงๆ
  • เพื่อสร้างกลไกการเมืองที่ประชาชนเป็นเจ้าของประเทศอย่างแท้จริง
  • เพื่อเป็นจุดเริ่มต้นในการส่งต่อโมเดลการบริหารที่โปร่งใสไปยังการเมืองระดับประเทศ

คุณณัฐพงษ์ยังได้กล่าวถึงคุณสมบัติของผู้นำเมืองว่า ในประเทศไทยเรามีคนเก่งมากมาย แต่สิ่งที่ขาดหายไปคือผู้นำที่กล้ายืนหยัดข้างประชาชนในวันที่ผลประโยชน์ขัดกัน ผู้นำที่ดีต้องเป็นเหมือนผนังทองแดงกำแพงเหล็กให้กับประชาชน ไม่ทรยศต่อเสียงที่ได้รับมา และพร้อมที่จะเผชิญปัญหาด้วยความโปร่งใส ซึ่งนี่คือหัวใจสำคัญที่พรรคได้คัดสรรผู้สมัครมาอย่างดีเยี่ยม

การตัดสินใจเข้าคูหาเลือกตั้งในอีกไม่กี่วันข้างหน้า จึงไม่ใช่แค่การกาบัตรตามความคุ้นเคย แต่เป็นการใช้สิทธิด้วย “ความหวัง” เพื่อให้แน่ใจว่าอนาคตของเมืองหลวงและประเทศไทยจะถูกขับเคลื่อนด้วยคนที่พร้อมทำงานเพื่อเราทุกคนอย่างแท้จริง มาร่วมกันตัดสินใจเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงที่มากกว่าแค่การจัดการโครงสร้างพื้นฐาน แต่เป็นการเปลี่ยนรากฐานการเมืองไทยให้โปร่งใสและแข็งแกร่งกว่าที่เคย

ที่มา – “เท้ง” ปลุกเลือกทั้งผู้ว่าฯ และ สก. พรรคประชาชน ชี้คือจุดเปลี่ยนการเมืองทั้งประเทศ

จับตาเลือกตั้ง กทม.-เมืองพัทยา ภาคประชาชนชวนร่วมตรวจสอบ

จับตาเลือกตั้ง กทม.-เมืองพัทยา

การเลือกตั้งถือเป็นหัวใจสำคัญของระบอบประชาธิปไตย โดยเฉพาะการเลือกตั้งท้องถิ่นที่ใกล้ชิดกับปัญหาชีวิตของประชาชนมากที่สุด ล่าสุด ภาคประชาชนได้ออกมาเคลื่อนไหวครั้งสำคัญภายใต้หัวข้อ จับตาเลือกตั้ง กทม.-เมืองพัทยา เพื่อเรียกร้องความโปร่งใสและสร้างความมั่นใจให้กับผู้มีสิทธิ์ออกเสียงทุกคน โดยมี รศ.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล พร้อมด้วยเครือข่ายภาคประชาชน เช่น We Watch, iLaw และ Vote62 ร่วมมือกันตรวจสอบในทุกขั้นตอน

รศ.ปริญญา เน้นย้ำว่า ประชาชนทุกคนคือเจ้าของเสียงที่สำคัญ การที่ภาคประชาชนต้องออกมารวมตัวกัน จับตาเลือกตั้ง กทม.-เมืองพัทยา ในปีนี้ ก็เพื่อป้องกันข้อสงสัยและความผิดปกติที่อาจเกิดขึ้น เหมือนกับการเลือกตั้งในอดีตที่ผ่านมา โดยเฉพาะความกังวลเรื่องบัตรเขย่งหรือการนับคะแนนที่ไม่ตรงกับเจตจำนงของประชาชนในคูหา

ความโปร่งใสที่ประชาชนต้องร่วมมือกัน

นอกจากนี้ รศ.สมชัย ศรีสุทธิยากร ได้ให้ความเห็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับนวัตกรรมในการเลือกตั้ง โดยมองว่า กกต. ควรใช้โอกาสนี้ในการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาช่วยให้การจัดการเลือกตั้งมีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่กลับกลายเป็นว่าหลายส่วนต้องให้ภาคประชาชนเข้ามาดำเนินการเอง ดังนั้น การ จับตาเลือกตั้ง กทม.-เมืองพัทยา จึงไม่ใช่เรื่องของการเมืองฝั่งใดฝั่งหนึ่ง แต่เป็นหน้าที่ของทุกคนที่ต้องการเห็นการจัดการที่โปร่งใสและตรวจสอบได้

ช่องทางในการร่วมสังเกตการณ์ของประชาชนมีมากมาย ได้แก่:

  • การถ่ายภาพและบันทึกคลิปวิดีโอหน้าหน่วยเลือกตั้ง
  • การใช้แอปพลิเคชันหรือเครื่องมือ AI ช่วยตรวจสอบผลการนับคะแนน
  • การทักท้วงเจ้าหน้าที่ทันทีหากพบเห็นความไม่ชอบมาพากลในขั้นตอนการนับคะแนน
  • การเปิดเผยผลคะแนนในระดับหน่วยเพื่อให้ตรวจสอบได้จากหลายช่องทาง

อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญที่สุดที่อยากฝากไว้คือ การเลือกตั้งเป็นสิทธิที่ทรงพลังที่สุดที่คุณมี อย่าปล่อยให้สิทธิของท่านสูญเปล่าเพราะความไม่โปร่งใส การออกไปใช้สิทธิ์คือจุดเริ่มต้น แต่การร่วมกันตรวจสอบจะทำให้นโยบายที่ท่านเลือกสะท้อนถึงการพัฒนาเมืองที่ดีขึ้นอย่างแท้จริง พลังของประชาชนทุกคนเปรียบเสมือนดวงตาแห่งความยุติธรรมที่จะร่วมกันรักษาเจตจำนงของบ้านเมืองไว้

ที่มา – ภาคประชาชน ชวนจับตาเลือกตั้ง กทม.-เมืองพัทยา “ปริญญา” ขอทุกคนร่วมกันสังเกตการณ์

หากเลือกตั้งวันนี้ ผู้อ่านไทยรัฐออนไลน์เลือกชัชชาติ 60.83%

ใกล้เข้ามาทุกทีสำหรับวันตัดสินอนาคตคนกรุงเทพฯ หลายคนคงอยากทราบกระแสความนิยมล่าสุด ซึ่งผลสำรวจจากไทยรัฐโพลชี้ให้เห็นว่า หากเลือกตั้งวันนี้ ผู้อ่านไทยรัฐออนไลน์เลือกชัชชาติ 60.83% สะท้อนให้เห็นถึงความสนใจของประชาชนที่นับวันยิ่งมีมากขึ้น โดยเฉพาะในประเด็นการเมืองและการบริหารเมืองหลวง

หากเลือกตั้งวันนี้ ผู้อ่านไทยรัฐออนไลน์เลือกชัชชาติ 60.83% จริงหรือไม่?

จากการสำรวจความคิดเห็นของผู้อ่านไทยรัฐออนไลน์ผ่านหัวข้อ “เสียงคนกรุงเทพฯ ก่อนเลือกผู้ว่าฯ ภาษี งบเมือง ความโปร่งใส และผู้ว่าฯ ที่คุณอยากได้” พบว่ามีผู้ร่วมโหวตถึง 1,467 คน โดยคะแนนนำมาเป็นอันดับหนึ่งคือ คุณชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ตามมาด้วยคุณชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร และผู้สมัครรายอื่นๆ ซึ่งผลโพลนี้เปรียบเสมือนดัชนีชี้วัดความคาดหวังของชาวเมืองที่มีต่อตัวผู้สมัครในปัจจุบัน

ความโปร่งใสคือหัวใจสำคัญในการเลือกผู้ว่าฯ

นอกจากตัวเลขคะแนนเสียงแล้ว สิ่งที่น่าสนใจไม่แพ้กันคือเหตุผลในการตัดสินใจของผู้อ่านที่ระบุว่า หากเลือกตั้งวันนี้ ผู้อ่านไทยรัฐออนไลน์เลือกชัชชาติ 60.83% โดยให้ความสำคัญกับเรื่องอันดับต้นๆ ดังนี้:

  • ความเชื่อมั่นในความโปร่งใส (43.51%)
  • ความเชื่อมั่นในผลงานที่ผ่านมา (36.55%)
  • วิสัยทัศน์สำหรับกรุงเทพฯ ในอนาคต (19.94%)

ด้วยเหตุนี้ ชาวกรุงจึงส่งเสียงสนับสนุนให้มีการเปิดเผยงบประมาณรายเขตแบบ Open Data อย่างแข็งขัน โดยกว่า 61.81% เห็นด้วยอย่างยิ่ง เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้ามาตรวจสอบการใช้จ่ายภาษีได้อย่างโปร่งใสและตรงไปตรงมาที่สุด

สำหรับลำดับความสำคัญในการใช้งบประมาณ ภาษีของประชาชนควรถูกนำไปพัฒนาในด้านใดบ้าง?

  • ความปลอดภัย แสงสว่าง และกล้อง CCTV (56.91%)
  • การลดค่าโดยสารขนส่งมวลชนให้ถูกลง (25.60%)
  • การเพิ่มพื้นที่สีเขียวเพื่อคุณภาพชีวิต (17.49%)

อย่างไรก็ตาม ผลโพลนี้เป็นเพียงความคิดเห็นบางส่วนจากกลุ่มผู้อ่านไทยรัฐออนไลน์เท่านั้น ไม่ใช่การการันตีผลการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 28 มิถุนายน 2569 ผู้มีสิทธิเลือกตั้งทุกคนคือกุญแจสำคัญที่จะตัดสินว่าใครคือผู้ที่จะเข้ามาบริหารกรุงเทพฯ ต่อไป อย่าลืมรักษาสิทธิของตนเองในวันจริง แล้วไปร่วมลงคะแนนเพื่ออนาคตเมืองที่คุณต้องการกันนะครับ

ที่มา – หากเลือกตั้งวันนี้ ผู้อ่านไทยรัฐออนไลน์เลือกชัชชาติ 60.83% และหนุนเปิดงบรายเขตแบบ Open Data

เปิดลงทะเบียน ใช้สิทธิเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมชุดใหม่

เปิดลงทะเบียน ใช้สิทธิเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมชุดใหม่

วันนี้ถือเป็นวันสำคัญที่ผู้ประกันตนและนายจ้างไม่ควรพลาด! กับการเริ่มต้นกิจกรรมเพื่อกำหนดอนาคตของเงินกองทุนที่เราจ่ายสมทบกันมาตลอด นั่นคือการเปิดลงทะเบียน ใช้สิทธิเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมชุดใหม่ ซึ่งเปิดให้ดำเนินการได้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน จนถึง 15 กรกฎาคม 2569 นี้ เพื่อให้ได้ตัวแทนไปทำหน้าที่บริหารจัดการเงินกองทุนให้มีความโปร่งใสและตรวจสอบได้มากที่สุด

นายเซีย จำปาทอง ได้ออกมาเชิญชวนให้ทุกคนที่มีสิทธิ์ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ เพราะนี่คือโอกาสเดียวที่เราจะได้มีส่วนร่วมในการวางรากฐานของกองทุนประกันสังคมให้มีความมั่นคงและยั่งยืนสำหรับแรงงานทุกคน การเปิดลงทะเบียน ใช้สิทธิเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมชุดใหม่จึงไม่ใช่แค่เรื่องของตัวเลข แต่เป็นเรื่องของสิทธิประโยชน์ที่เราควรได้รับอย่างคุ้มค่าจากตัวแทนที่เราเลือกเองกับมือ

ช่องทางและเงื่อนไขการ เปิดลงทะเบียน ใช้สิทธิเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมชุดใหม่

สำหรับการเตรียมตัวลงทะเบียน คุณสามารถตรวจสอบเงื่อนไขเบื้องต้นได้ดังนี้:

  • ผู้ประกันตนและนายจ้างสัญชาติไทย
  • ขึ้นทะเบียนตามกฎหมายไม่น้อยกว่า 6 เดือนก่อนวันประกาศเลือกตั้ง
  • ส่งเงินสมทบไม่น้อยกว่า 3 เดือน ภายในเวลา 6 เดือนก่อนเดือนประกาศเลือกตั้ง

คุณสามารถลงทะเบียนเพื่อใช้สิทธิ์ในวันอาทิตย์ที่ 27 กันยายน 2569 ได้ผ่านช่องทางเหล่านี้:

  • เว็บไซต์สำนักงานประกันสังคม www.sso.go.th (ตลอด 24 ชั่วโมง)
  • แอปพลิเคชัน SSO Plus (สำหรับผู้ประกันตน)
  • สำนักงานประกันสังคมทั่วประเทศ (08.30 – 16.30 น.)

การเลือกตั้งครั้งนี้มีความหมายมากครับ เพราะตัวแทนฝ่ายนายจ้างและฝ่ายผู้ประกันตนจะเป็นผู้มีอำนาจตัดสินใจในทิศทางของนโยบายกองทุน การที่เราออกไปใช้สิทธิ์คือการยืนยันว่าเราต้องการเห็นความโปร่งใสและต้องการให้เงินสมทบของเราถูกจัดสรรอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด อย่าปล่อยให้การตัดสินใจเรื่องสวัสดิการของคุณตกอยู่ในมือคนอื่นเพียงฝ่ายเดียว มาช่วยกันรักษาสิทธิ์และเลือกคนที่เข้าใจปัญหาของแรงงานอย่างแท้จริงไปเป็นตัวแทนกันเถอะครับ!

ที่มา – เริ่มวันนี้ เปิดลงทะเบียน ใช้สิทธิเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมชุดใหม่ ชวนผู้ประกันตนกำหนดอนาคตกองทุน

ศาลระยองสั่งจำคุก 1 ปี “นครชัย ขุนณรงค์” อดีต สส.ก้าวไกล

ข่าวการเมืองที่กำลังเป็นกระแสในขณะนี้คือ ศาลระยองสั่งจำคุก 1 ปี “นครชัย ขุนณรงค์” อดีต สส.ก้าวไกล ปมขาดคุณสมบัติ ซึ่งเป็นคดีที่สะเทือนวงการเลือกตั้งไทย โดยนายนครชัย หรือที่รู้จักในชื่อ “ไอซ์” เคยเป็น สส.ระยอง เขต 3 สังกัดพรรคก้าวไกล แต่ถูกตีตกเพราะมีประวัติต้องโทษเก่า ทำให้เกิดความเสียหายมหาศาลต่อรัฐและประชาชน

ศาลระยองสั่งจำคุก 1 ปี “นครชัย ขุนณรงค์” อดีต สส.ก้าวไกล ปมขาดคุณสมบัติ

เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2567 ศาลจังหวัดระยองได้มีคำพิพากษาคดีอาญาที่พนักงานอัยการฟ้องนายนครชัย ขุนณรงค์ ในข้อหากระทำผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และประมวลกฎหมายอาญา โดยศาลเห็นว่านายนครชัยรู้ตัวดีว่าตนเองขาดคุณสมบัติในการเป็น ส.ส. เนื่องจากเคยถูกศาลตัดสินจำคุกคดีลักทรัพย์ในปี 2558 แต่ยังฝืนลงสมัครรับเลือกตั้งในปี 2566 และแจ้งข้อมูลเท็จต่อเจ้าพนักงาน นายนครชัยให้การรับสารภาพต่อศาล ทำให้ศาลลดโทษจากสูงสุด 2 ปี เหลือจำคุก 1 ปี โดยไม่รอลงอาญา เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง

รายละเอียดโทษที่ศาลสั่ง

นอกจากคำสั่งจำคุกแล้ว ศาลยังมีคำสั่งเพิ่มเติมที่รุนแรง ดังนี้

  • เพิกถอนสิทธิ์ในการเลือกตั้งและลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นเวลา 20 ปี
  • สั่งคืนเงินค่าตอบแทนและผลประโยชน์ที่ได้รับระหว่างดำรงตำแหน่ง ส.ส. จำนวน 402,055 บาท ให้แก่สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

กรณีนี้เกิดขึ้นเพราะการลงสมัครที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ทำให้ต้องจัดการเลือกตั้งใหม่ในเขต 3 ระยอง สร้างความเสียหายให้รัฐจำนวนมาก

คดีแพ่งควบคู่ไปด้วย

ก่อนหน้านั้น เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2567 ศาลจังหวัดระยองยังตัดสินคดีแพ่ง สั่งให้นายนครชัยชดใช้ค่าใช้จ่ายในการจัดการเลือกตั้งใหม่ทดแทนความเสียหายแก่รัฐ โดยคำนวณเงินต้นและดอกเบี้ยรวมทั้งสิ้น 8,228,748 บาท ซึ่งเป็นตัวเลขที่สะท้อนถึงความสูญเสียจริงที่เกิดขึ้นจากพฤติกรรมดังกล่าว

คดีนี้เริ่มต้นจากประวัติคดีลักทรัพย์ในปี 2558 ที่นายนครชัยถูกศาลสั่งจำคุก ซึ่งตามกฎหมายเลือกตั้ง ส.ส. บุคคลที่มีคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก จะขาดคุณสมบัติในการเป็น ส.ส. เป็นเวลา 10 ปี แต่เขายังคงยื่นสมัครและชนะการเลือกตั้ง ทำให้เกิดข้อพิพาทและถูกยื่นฟ้องในที่สุด

เหตุการณ์นี้ไม่เพียงแต่กระทบต่อตัวนายนครชัยเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อพรรคก้าวไกลที่ต้องสูญเสีย ส.ส. และภาพลักษณ์ รวมถึงประชาชนในเขตระยองที่ต้องไปเลือกตั้งใหม่ สร้างความไม่ไว้วางใจในระบบเลือกตั้ง

จากกรณี ศาลระยองสั่งจำคุก 1 ปี “นครชัย ขุนณรงค์” อดีต สส.ก้าวไกล ปมขาดคุณสมบัติ นี้ แสดงให้เห็นถึงความเข้มงวดของกฎหมายเลือกตั้งไทย ที่มุ่งรักษาความสุจริตและโปร่งใสในการเมือง หากใครคิดลัดขอบเขต ต้องรับผลที่ตามมาแบบเต็มๆ

บทเรียนสำคัญคือ ผู้สมัครทุกคนต้องตรวจสอบคุณสมบัติตัวเองให้ดีก่อนลงสนามเลือกตั้ง เพื่อหลีกเลี่ยงความเสียหายทั้งส่วนตัวและสังคม ในมุมมองของผม คดีนี้เป็นตัวอย่างที่ดีที่เตือนใจนักการเมืองทุกพรรค ว่ากฎหมายอยู่เหนือกว่าใคร

คุณคิดเห็นอย่างไรกับคดีนี้? เชิญแสดงความคิดเห็นด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความเพื่อให้เพื่อนๆ ได้รับรู้ข้อมูลที่ถูกต้อง!

ที่มา – ศาลระยองสั่งจำคุก 1 ปี “นครชัย ขุนณรงค์” อดีต สส.ก้าวไกล ปมขาดคุณสมบัติ

Scroll to top