เลือกตั้งล่วงหน้า

ประจวบฯ นับคะแนนเลือกตั้งใหม่ 2 หน่วยเสร็จแล้ว

วันนี้เรามีข่าวสำคัญเกี่ยวกับ ประจวบฯ นับคะแนนเลือกตั้งใหม่ 2 หน่วย ที่เพิ่งเสร็จสิ้นไปอย่างเรียบร้อย บรรยากาศตึงเครียดแต่โปร่งใส โดยกกต.ประจวบคีรีขันธ์จัดการนับคะแนน ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อในเขตเลือกตั้งที่ 1 อำเภอสามร้อยยอด หลังจากมีข้อสงสัยเรื่องความคลาดเคลื่อนเล็กน้อยในการนับครั้งแรก ผลออกมาพบว่าคะแนนตรงกับจำนวนบัตรและผู้ใช้สิทธิ์เป๊ะ ๆ ทำให้ทุกคนมั่นใจในระบบมากขึ้น

ประจวบฯ นับคะแนนเลือกตั้งใหม่ 2 หน่วย เป็นอย่างไรบ้าง

การนับคะแนนเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 10.00 น. ที่หอประชุมที่ว่าการอำเภอสามร้อยยอด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ สองหน่วยที่ถูกสั่งนับใหม่คือ หน่วยเลือกตั้งที่ 2 ตำบลไร่ใหม่ และหน่วยเลือกตั้งที่ 8 ตำบลสามร้อยยอด ของเขต 1 ทั้งสองหน่วยมีประชาชน นักการเมือง และผู้สมัคร ส.ส. จากหลายพรรคมาร่วมสังเกตการณ์อย่างคับคั่ง เจ้าหน้าที่ขนหีบบัตรจากสถานีตำรวจมาอย่างปลอดภัย แล้วเริ่มนับทันที

รายละเอียดผลคะแนนหน่วยเลือกตั้งที่ 2 ตำบลไร่ใหม่

หน่วยนี้มีผู้ใช้สิทธิ์ 438 คน และบัตรที่ลงคะแนน ส.ส.บัญชีรายชื่อก็ 438 บัตรพอดี หลังนับใหม่ พบบัตรดี 399 ใบ บัตรเสีย 26 ใบ และบัตรไม่เลือกพรรคใด 13 ใบ รวมตรงเป๊ะ มีเพียงความคลาดเคลื่อนเล็กน้อยในการรวมคะแนนบัตรดีขาดไป 1 คะแนนเมื่อวันที่ 8 ก.พ. 2569 เท่านั้นเอง

ผลการนับหน่วยเลือกตั้งที่ 8 ตำบลสามร้อยยอด

ส่วนหน่วยที่ 8 มีผู้ใช้สิทธิ์ 341 คน บัตรลงคะแนน 341 ใบ นับใหม่ได้บัตรดี 301 ใบ บัตรเสีย 32 ใบ บัตรไม่เลือก 8 ใบ ก็ตรงกันทุกประการ คลาดเคลื่อนคือการขีดบัตรเสียขาดไป 1 คะแนนในครั้งก่อน การนับใหม่นี้ยืนยันความถูกต้อง 100%

สาเหตุที่ต้องประจวบฯ นับคะแนนเลือกตั้งใหม่ 2 หน่วย

นายศักดิ์ชัย เลิศกิตติวัฒนกุล ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ อธิบายว่า แม้จะเป็นความผิดพลาดเล็กน้อยแค่ 1 คะแนน แต่ก็ต้องนับใหม่เพื่อความแม่นยำ เพราะคะแนนทั้งหมดจะนำไปคำนวณสัดส่วน ส.ส.บัญชีรายชื่อทั่วประเทศ หลังนับเสร็จ จะรายงานผลในแบบ สส.5/18 ส่งกกต.กลางทันที

ภาพรวมสถิติเลือกตั้ง ส.ส.บัญชีรายชื่อ จ.ประจวบคีรีขันธ์

สำหรับการเลือกตั้งปี 2569 ในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ทั้ง 3 เขต มีผู้มีสิทธิ์ 437,499 คน มาใช้สิทธิ์ 325,282 คน (74.35%) บัตรดี 299,883 ใบ (92.19%) บัตรเสีย 16,460 ใบ (5.06%) และบัตรไม่เลือกพรรค 8,937 ใบ (2.75%) พรรคที่ได้คะแนนสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่:

  • อันดับ 1: พรรคประชาชน 81,133 คะแนน
  • อันดับ 2: พรรคภูมิใจไทย 60,440 คะแนน
  • อันดับ 3: พรรคประชาธิปัตย์ 60,353 คะแนน

ผลการออกเสียงประชามติในพื้นที่

ส่วนประชามติ ผู้มีสิทธิ์ 437,499 คน มาใช้ 313,574 คน (71.67%) เห็นชอบ 154,216 คน ไม่เห็นชอบ 118,612 คน ไม่แสดงความเห็น 32,106 คน บัตรเสีย 8,639 ใบ (2.76%) สะท้อนความเห็นที่หลากหลายของชาวประจวบ

ความเห็นจากผู้สมัคร ส.ส.พรรคประชาชน

นายมรกต โอเอี่ยม ผู้สมัคร ส.ส.พรรคประชาชนที่มาร่วมสังเกตการณ์ กล่าวว่า เห็นใจเจ้าหน้าที่ที่เหนื่อยล้า แต่ขอให้กกต.กลางโปร่งใสมากขึ้น ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่หรือเรียนรู้จากต่างประเทศ เพื่อลดคลางแคลงใจในสังคม

การ ประจวบฯ นับคะแนนเลือกตั้งใหม่ 2 หน่วย ครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการรักษาความถูกต้องของกระบวนการเลือกตั้ง แม้จะเป็นเรื่องเล็กน้อยแต่สะสมความเชื่อมั่นให้ประชาชนได้มาก โดยรวมแล้วระบบการเลือกตั้งไทยยังคงแข็งแกร่ง แต่ควรปรับปรุงด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อความรวดเร็วและโปร่งใสยิ่งขึ้น ในมุมมองของผม นี่คือก้าวสำคัญสู่ประชาธิปไตยที่แท้จริง

หากคุณสนใจข่าวการเมืองและเลือกตั้ง ลองติดตามบล็อกของเราเพื่ออัปเดตข้อมูลล่าสุด และแชร์ความคิดเห็นของคุณในคอมเมนต์ด้านล่างได้เลย!

ที่มา – ประจวบฯ นับคะแนนเลือกตั้งใหม่ 2 หน่วยเสร็จแล้ว ผลคะแนนตรงจำนวนบัตร-ผู้ใช้สิทธิ

“ธนารัตน์” เชื่อถูก กกต.ฟ้องกดดัน จี้ถาม 2 คำถามใหญ่

วันนี้เรามาพูดถึงประเด็นร้อนในแวดวงการเมืองที่หลายคนกำลังให้ความสนใจกันมาก นั่นคือ “ธนารัตน์” เชื่อ ถูก กกต. ฟ้องเอาผิด เหตุเข้าไปกดดัน จี้ถาม 2 คำถามใหญ่ เรื่องนี้เกิดขึ้นหลังจากนายธนารัตน์ กัววัฒนาพันธ์ CEO DomeCloud ผู้เชี่ยวชาญด้านไอที เข้าไปสังเกตการณ์การเลือกตั้งที่เขตคันนายาว เมื่อวันที่ 22 ก.พ. 2568 ที่ผ่านมา และกลายเป็นข่าวใหญ่เมื่อ กกต. ออกมาแจ้งความเอาผิดกลุ่มบุคคลที่ถ่ายภาพบัตรเลือกตั้ง

“ธนารัตน์” เชื่อ ถูก กกต. ฟ้องเอาผิด เหตุเข้าไปกดดัน จี้ถาม 2 คำถามใหญ่

นายธนารัตน์ให้สัมภาษณ์กับทีมข่าวอย่างเป็นกันเอง โดยบอกว่า “เชื่อว่าเป็นตัวเองที่ถูกฟ้องแน่ๆ” เขายืนยันว่าไม่ได้ขัดขวางการทำงานของเจ้าหน้าที่เลย เพียงแค่อยากเข้าไปดูบัตรเลือกตั้งว่ามีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่ และตั้งคำถามเพื่อความโปร่งใสเท่านั้น แต่การเข้าไปจี้ถาม ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร อาจถูกมองว่าเป็นการกดดัน ทำให้สถานการณ์ตึงเครียดขึ้น

ย้อนเหตุการณ์วันที่ 22 ก.พ. นายครรชิต เจริญอินทร์ รองเลขาธิการ กกต. พร้อม ว่าที่ร้อยตรี สัมพันธ์ แสงดำเลิศ ผอ.กกต.กทม. ได้เข้าแจ้งความที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เอาผิดกลุ่มที่ถ่ายบัตรเลือกตั้ง แม้ยังไม่เปิดเผยชื่อ แต่ธนารัตน์คือหนึ่งในคนที่เผชิญหน้าตรงๆ กับเจ้าหน้าที่ และใช้กล้องเล็กๆ ถ่ายภาพเพื่อตรวจสอบ ไม่มีซูมขั้นสูงอะไรเลย

ธนารัตน์ กัววัฒนาพันธ์ สังเกตการณ์เลือกตั้ง กกต.ฟ้อง

2 คำถามใหญ่ที่ธนารัตน์จี้ถาม กกต.

ธนารัตน์เล่าว่า เขาไม่ได้ข้ามเส้นกั้นสีเหลือง รูปที่โพสต์ก็เอามาจากนักข่าว แต่สิ่งที่อาจทำให้ถูกมองว่า “กดดัน” คือ 2 คำถามหลักที่ถาม ผอ.กกต.กทม. ขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังเดินสังเกตการณ์

  • คำถามแรก: ท่านมีอำนาจอะไรห้ามประชาชนถ่ายบัตรเลือกตั้งที่ยังไม่ได้กา? พ.ร.ป.การเลือกตั้ง ส.ส. มาตรา 97 ห้ามแค่บัตรที่ลงคะแนนแล้ว ทำไมบัตรเปล่าถึงห้ามถ่าย? เจ้าหน้าที่ตอบว่าเพื่อความสบายใจของทุกฝ่าย รวมถึงหน่วยงานอื่น และบัตรเป็นเอกสารลับต้องขออนุญาตเป็นลายลักษณ์
  • คำถามที่สอง: QR Code ใช้ตรวจบัตรปลอมตอนไหน? ถ้าไม่สแกนตอนนับคะแนนหน่วย 10 เขตคันนายาว แล้วจะนับทั่วประเทศยังไง? ใช้โปรแกรมอะไร? เจ้าหน้าที่ตอบ “ไม่ทราบ” หลายครั้ง

ธนารัตน์ย้ำว่าทุกคำถามมาจากเจตนาดี อยากให้ กกต. ชี้แจงเพื่อคลายกังวลประชาชน ไม่ใช่ฟ้องปิดปาก การเลือกตั้งครั้งนี้มีความเร่งรีบผิดปกติ โดยเฉพาะการรับรองผลท่ามกลางคดีร้องเรียนใน 3 ศาล เหมือนนางสาวนันทนา นันทาวโรภาส ส.ว. ถามว่าถูกกฎหมายหรือไม่?

ธนารัตน์ จี้ถาม กกต. QR Code บัตรเลือกตั้ง

ในมุมมองของธนารัตน์ การสื่อสารจาก กกต. น้อยเกินไป ทำให้ประชาชนต้องเข้าไปถามเอง แล้วโดนดำเนินคดีแทน มันไม่แฟร์เลย โดยเฉพาะปัญหาความเร่งรีบและข้อสงสัยเรื่องบัตรเลือกตั้ง QR Code ที่อาจกระทบความน่าเชื่อถือทั้งระบบ

ประเด็นนี้สะท้อนปัญหาความโปร่งใสในการเลือกตั้งไทยที่เราควรห่วงใย ประชาชนมีสิทธิ์ตั้งคำถามเพื่อให้ระบบดีขึ้น หาก กกต. ออกมาชี้แจงชัดๆ ทุกอย่างคงคลี่คลาย ไม่ต้องถึงขั้นฟ้องร้อง

คุณคิดอย่างไรกับเรื่อง “ธนารัตน์” เชื่อ ถูก กกต. ฟ้องเอาผิด เหตุเข้าไปกดดัน จี้ถาม 2 คำถามใหญ่ นี้? การเลือกตั้งโปร่งใสสำคัญแค่ไหน? มาแชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง แล้วช่วยแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ อ่านด้วยนะ เพื่อให้ทุกคนตระหนักถึงสิทธิ์ของประชาชน!

ที่มา – “ธนารัตน์” เชื่อ ถูก กกต. ฟ้องเอาผิด เหตุเข้าไปกดดัน จี้ถาม 2 คำถามใหญ่

“อภิสิทธิ์” ตอกกลับ กกต. ปมแจงบัตร “ถามช้าง ตอบม้า”

วันนี้เรามาคุยกันเรื่องดราม่าร้อน ๆ ในวงการการเมืองไทย ที่กำลังเป็นกระแส “อภิสิทธิ์” ตอกกลับ กกต. ปมแจงบัตรออกเสียงประชามติ “ถามช้าง ตอบม้า” กันครับ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจากนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กตอบโต้สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) อย่างเจ็บแสบ ด้วยการประทับข้อความสุดแซ่บ “ถามช้าง ตอบม้า” บนเอกสารชี้แจงของกกต. เลยทีเดียว

“อภิสิทธิ์” ตอกกลับ กกต. ปมแจงบัตรออกเสียงประชามติ “ถามช้าง ตอบม้า”

เรื่องราวเริ่มต้นจากนายอภิสิทธิ์ให้สัมภาษณ์ในรายการ “กรรมกรข่าวคุยนอกจอ” เมื่อไม่นานมานี้ เขาได้วิจารณ์การจัดการเลือกตั้งทั่วไปของกกต. โดยเฉพาะประเด็นบัตรเลือกตั้งส.ส. ที่มีบาร์โค้ดและ QR Code ซึ่งเขามองว่าขัดต่อหลักการเลือกตั้งลับตามรัฐธรรมนูญมาตรา 85 นอกจากนี้ยังเรียกร้องให้กกต.เปิดเผยใบขีดคะแนนรวมให้ประชาชนตรวจสอบ เพื่อยืนยันความโปร่งใส

แต่กกต.กลับออกเอกสารข่าวชี้แจง โดยพาดหัวว่า “ชี้แจงกรณีมีความเห็นว่า บัตรออกเสียงประชามติไม่ปลอดภัย ยืนยันมีมาตรการป้องกันและเป็นไปตามกฎหมาย” และมีรูปนายอภิสิทธิ์พร้อมข้อความ “บัตรประชามติ ไม่ปลอดภัย” ซึ่งนายอภิสิทธิ์มองว่าเป็นการตอบผิดประเด็นชัด ๆ เพราะเขาไม่ได้พูดถึงบัตรประชามติ แต่พูดถึงบัตรเลือกตั้งส.ส.!

ทำไมถึง “ถามช้าง ตอบม้า”?

เพจเฟซบุ๊ก “Abhisit Vejjajiva” จึงโพสต์รูปเอกสารชี้แจงนั้น พร้อมประทับข้อความสีแดงตัวใหญ่เฉียง 45 องศา “ถามช้าง ตอบม้า” เต็มหน้าโพสต์ทันที! โพสต์นี้ได้รับไลก์กว่า 1,000 ไลก์ภายในชั่วโมงเดียว แชร์กว่า 100 ครั้ง แฟนคลับและผู้ติดตามส่วนใหญ่เห็นด้วย โดยคอมเมนต์ว่า กกต.ตอบไม่ตรงจุด ควรชี้แจงเรื่องบาร์โค้ดในบัตรเลือกตั้งส.ส.ให้ชัดเจนมากกว่า

  • นายอภิสิทธิ์เรียกร้องเปิดเผยใบขีดคะแนนรวม
  • วิจารณ์บาร์โค้ด/QR Code ขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 85
  • กกต.ชี้แจงเรื่องบัตรประชามติแทน ผิดประเด็น
  • โพสต์ประทับ “ถามช้าง ตอบม้า” ได้รับการตอบรับดีเยี่ยม

เหตุการณ์นี้สะท้อนปัญหาความโปร่งใสในการเลือกตั้งที่สังคมไทยกำลังกังวล โดยเฉพาะหลังการเลือกตั้งส.ส.วันที่ 8 ก.พ. 2569 ที่มีข้อสงสัยเรื่องการนับคะแนนและความสุจริต นายอภิสิทธิ์ยืนยันว่าการมีรหัสบัตรเลือกตั้งจะทำลายหลักการลับ ทำให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งอาจถูกกดดันได้

ไม่ใช่แค่นั้น โพสต์นี้ยังจุดประเด็นให้ประชาชนหันมาสนใจเรื่องกฎหมายเลือกตั้งมากขึ้น รัฐธรรมนูญมาตรา 85 กำหนดชัดว่าการออกเสียงต้องเป็นไปโดยลับ หากมีระบบติดตามได้ จะถือว่าผิดหลักการประชาธิปไตยขั้นพื้นฐาน

ในมุมมองของผม เหตุการณ์ “อภิสิทธิ์” ตอกกลับ กกต. ปมแจงบัตรออกเสียงประชามติ “ถามช้าง ตอบม้า” นี้ เป็นเครื่องเตือนใจว่าองคากรกากาต้องตอบคำถามให้ตรงประเด็น เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน หากปล่อยให้เกิดช่องโหว่แบบนี้ อนาคตการเมืองไทยอาจยิ่งวุ่นวาย

คุณคิดเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้? ควรมีการตรวจสอบบัตรเลือกตั้งใหม่หรือไม่? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างได้เลยครับ และอย่าลืมแชร์บทความนี้หากเห็นด้วย!

ที่มา – “อภิสิทธิ์” ตอกกลับ กกต. ปมแจงบัตรออกเสียงประชามติ “ถามช้าง ตอบม้า”

กกต. ประกาศผลเลือกตั้ง 69 ครบ 400 เขตแล้ว

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน! วันนี้มีอัปเดตข่าวการเมืองร้อนๆ มาแจ้งให้ทราบกันเลยนะครับ กกต. ประกาศผลเลือกตั้ง 69 รวม 400 เขตเป็นทางการแล้ว แต่บางหน่วยยังนับ-ลงคะแนนใหม่ หลังจากรอคอยมานานในที่สุดสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก็ได้เผยแพร่ผลการนับคะแนนอย่างเป็นทางการลงบนเว็บไซต์แล้ว เมื่อวันที่ 18 ก.พ. 2569 เวลา 18.30 น. ครบทั้ง 400 เขตเลือกตั้งทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเป็นแบบแบ่งเขตหรือบัญชีรายชื่อ สามารถเข้าไปเช็คได้เลยที่ www.ect.go.th หรือเว็บจังหวัดต่างๆ ด้วยนะ

กกต. ประกาศผลเลือกตั้ง 69 รวม 400 เขต

การประกาศครั้งนี้ครอบคลุมรายงานผลนับคะแนนหลายประเภทเลยครับ ไม่ว่าจะเป็นบัตรที่ลงคะแนนล่วงหน้า นอกเขต หรือนอกราชอาณาจักร รวมถึงผลรายหน่วยด้วย ช่วยให้ประชาชน ผู้สมัคร และพรรคการเมืองทุกฝ่ายตรวจสอบได้อย่างโปร่งใส

กกต. ประกาศผลเลือกตั้ง 69 รวม 400 เขตเป็นทางการแล้ว แต่บางหน่วยยังนับ-ลงคะแนนใหม่

มาดูรายละเอียดรายงานที่ กกต. ออกมาอย่างเป็นทางการกันครับ มีทั้งหมด 6 รายงานหลักๆ ดังนี้

  • รายงานผลการนับคะแนนบัตรเลือกตั้งที่ออกเสียงลงคะแนนก่อนวันเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง (ส.ส. 5/16)
  • รายงานผลการนับคะแนนบัตรเลือกตั้งที่ออกเสียงลงคะแนนก่อนวันเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ (ส.ส. 5/16 (บช))
  • รายงานผลการนับคะแนนบัตรเลือกตั้งนอกเขตเลือกตั้งและนอกราชอาณาจักรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง (ส.ส. 5/17)
  • รายงานผลการนับคะแนนบัตรเลือกตั้งนอกเขตเลือกตั้งและนอกราชอาณาจักรแบบบัญชีรายชื่อ (ส.ส. 5/17 (บช))
  • รายงานผลการนับคะแนน สส. แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง (ส.ส. 5/18) (รายหน่วย)
  • รายงานผลการนับคะแนน สส. แบบบัญชีรายชื่อ (ส.ส. 5/18 บช) (รายหน่วย)

ทั้งหมดนี้เข้าถึงได้ง่ายๆ บนเว็บ กกต. เลยครับ แต่ที่หลายคนสงสัยคือ ทำไมบางเขตผลยังไม่ครบทุกหน่วย? คำตอบคือ มีบางหน่วยที่ต้องนับคะแนนใหม่หรือลงคะแนนใหม่ ตามกฎหมาย พรบ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. พ.ศ. 2561 และแก้ไขเพิ่มเติม

ผลนับคะแนนเลือกตั้ง สส. จาก กกต.

สาเหตุที่ต้องนับคะแนนใหม่ในบางหน่วย

กกต. ชี้แจงชัดเจนเลยครับ กรณีที่เกิดขึ้นมีดังนี้

  1. กรณีไม่สามารถนับคะแนนได้ เช่น เกิดจลาจล อุทกภัย ไฟไหม้ หรือเหตุสุดวิสัยอื่นๆ คณะกรรมการหน่วยจะประกาศงดนับ (มาตรา 121)
  2. จำนวนผู้มาใช้สิทธิไม่ตรงกับบัตร หลังตรวจสอบแล้วยังไม่ตรงกัน (มาตรา 122)
  3. นับคะแนนแบบบัญชีรายชื่อไม่ถูกต้อง (มาตรา 124)

หลังจากดำเนินการนับใหม่หรือลงคะแนนใหม่เสร็จ กกต. จะอัปเดตผลลงเว็บทันทีครับ ช่วยยืนยันความถูกต้องของกระบวนการเลือกตั้งทั้งหมด

สำหรับใครที่อยากรู้รายละเอียดเพิ่มเติม สามารถสอบถามได้ที่สำนักงาน กกต. จังหวัดทุกแห่ง หรือกรุงเทพฯ เลยนะครับ หรือเช็คข่าวสารล่าสุดทาง www.ect.go.th สายด่วน 1444 ก็พร้อมให้บริการ 24 ชม.

ในมุมมองของผม การที่ กกต. ประกาศผลเลือกตั้ง 69 รวม 400 เขตเป็นทางการแล้ว แต่บางหน่วยยังนับ-ลงคะแนนใหม่ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในความโปร่งใสและยุติธรรมของระบบเลือกตั้งไทยครับ มันช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนและนักการเมืองทุกฝ่าย ถ้าผลสุดท้ายออกมาครบถ้วน เราจะได้ ส.ส. ที่แท้จริงมาบริหารประเทศต่อไป

เชิญชวนทุกท่านเข้าไปตรวจสอบผลคะแนนของเขตตัวเองได้เลยวันนี้! แชร์ข้อมูลนี้ให้เพื่อนๆ ด้วยนะครับ เพื่อให้ทุกคนติดตามการเมืองอย่างมีส่วนร่วม

ที่มา – กกต. ประกาศผลเลือกตั้ง 69 รวม 400 เขตเป็นทางการแล้ว แต่บางหน่วยยังนับ-ลงคะแนนใหม่

“มงคลกิตติ์” ยื่นร้องให้เลือกตั้ง 69 เป็นโมฆะ ขัดรธน.

ในแวดวงการเมืองไทยช่วงนี้กำลังร้อนระอุ เมื่อ มงคลกิตติ์ ยื่นร้องให้เลือกตั้ง 69 เป็นโมฆะ หลังจากนายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรคทางเลือกใหม่ ได้ยื่นหนังสือถึงผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อขอให้ส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย กรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) สั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ในบางหน่วย ซึ่งถูกมองว่าขัดแย้งกับรัฐธรรมนูญ 2560 เรื่องนี้กลายเป็นประเด็นใหญ่ที่คนสนใจ เพราะอาจส่งผลกระทบต่อผลการเลือกตั้งทั้งประเทศ

มงคลกิตติ์ ยื่นร้องให้เลือกตั้ง 69 เป็นโมฆะ

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 10.30 น. ที่สำนักงาน กกต. นายมงคลกิตติ์ เดินทางมาแถลงข่าวหลังยื่นหนังสือร้องเรียน โดยยกตัวอย่างเหตุการณ์เลือกตั้งปี 2557 ที่กลุ่ม กปปส. ปิดหน่วยเลือกตั้ง ส่งผลให้มีรูปแบบการเลือกตั้ง 2 แบบ คือ 1. สมัครไม่ได้ 2. สมัครได้แต่ลงคะแนนไม่ได้ ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าการเลือกตั้งนั้นเป็นโมฆะ เพราะไม่เป็นการเลือกตั้งที่บริสุทธิ์ยุติธรรมตามรัฐธรรมนูญ เนื่องจากมีการจัดการเลือกตั้ง 2 ครั้งในคราวเดียวกัน ทำให้ประชาชนรู้ผลล่วงหน้า กกต. สามารถนับคะแนนใหม่ได้ แต่ไม่สามารถสั่งให้โมฆะหน่วยนั้นแล้วเลือกตั้งใหม่ได้

ชี้สั่งเลือกตั้งใหม่ 3 หน่วย ขัดรัฐธรรมนูญ

ปัจจุบัน กกต. ได้สั่งเลือกตั้งใหม่ในหลายพื้นที่ เช่น กรุงเทพมหานคร เขต 15 หน่วย 9 พื้นที่ จังหวัดน่าน เขต 1 หน่วย 3 พื้นที่ จังหวัดอุดรธานี เขต 6 หน่วย 4 และล่าสุดอีก 1 หน่วย รวมเป็น 3 หน่วยที่ถูกสั่งใหม่ นายมงคลกิตติ์ ชี้ว่าการสั่งแบบนี้ขัดรัฐธรรมนูญทันที หากต้องการให้การเลือกตั้งไม่โมฆะ ควรสั่งนับคะแนนใหม่เท่านั้น ไม่ใช่เลือกตั้งใหม่ ซึ่งจะทำให้การเลือกตั้งทั้งหมดไม่บริสุทธิ์ยุติธรรม การกระทำของ กกต. จึงอาจนำไปสู่การวินิจฉัยว่า มงคลกิตติ์ ยื่นร้องให้เลือกตั้ง 69 เป็นโมฆะ ได้

กรณีนี้เกี่ยวข้องกับมาตรา 101 และมาตรา 209 ของรัฐธรรมนูญ 2560 ที่กำหนดให้การเลือกตั้งต้องเป็นไปโดยตรง ลับ ทั่วไป เท่าเทียม และโดยอิสระ หากมีหน่วยใดไม่ครบถ้วนหรือจัดการต่างกัน จะถือว่าไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ การเลือกตั้งใหม่เฉพาะหน่วยอาจทำให้เกิดความไม่เท่าเทียม โดยเฉพาะเมื่อประชาชนในหน่วยอื่นลงคะแนนไปแล้ว

  • พื้นที่กรุงเทพฯ เขต 15: 9 หน่วย
  • จ.น่าน เขต 1: 3 หน่วย
  • จ.อุดรธานี เขต 6: 4 หน่วย
  • หน่วยเพิ่มล่าสุด: 1 หน่วย

ประเด็นบัตรเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรและ TOR

นอกจากนี้ นายมงคลกิตติ์ ยังเตรียมร้องศาลปกครองใน 1-2 วัน เรื่องการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรที่ไม่เป็นความลับ เพราะมีการไลฟ์สดการลงคะแนนล่วงหน้า และส่งบัตรทางไปรษณีย์ผ่านหลายหน่วยงาน ซึ่งขัดหลักการลงคะแนนลับตามรัฐธรรมนูญ กกต. ออกระเบียบเกินอำนาจ ทำให้บัตรเหล่านั้นไม่ถูกต้อง

อีกประเด็นคือการจัดซื้อจัดจ้างบัตรเลือกตั้ง โดยนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. จัดแบบเฉพาะเจาะจง นายมงคลกิตติ์ จี้ให้เปิดเผย Terms of Reference (TOR) ว่ามีการกำหนดพิมพ์บาร์โค้ดบนบัตรหรือไม่ หากศาลวินิจฉัยว่าบัตรไม่ใช่การลงคะแนนลับ ผู้รับผิดชอบจะต้องรับผิดด้วย จึงฝากให้รักษาสุขภาพ

ประเด็นเหล่านี้สะท้อนปัญหาโครงสร้างการเลือกตั้งไทยที่ยังมีช่องโหว่ การยื่นร้องของนายมงคลกิตติ์ ไม่เพียงท้าทายผลเลือกตั้ง แต่ยังเรียกร้องความโปร่งใสจาก กกต. และศาล หากศาลรับคำร้อง อาจนำไปสู่การเลือกตั้งใหม่ทั้งประเทศ สร้างความปั่นป่วนทางการเมืองครั้งใหญ่

จากประสบการณ์เลือกตั้งปี 2557 ที่โมฆะเพราะ กปปส. ปิดหน่วย ครั้งนี้คล้ายกันแต่เป็นการสั่งใหม่จาก กกต. เอง ซึ่งอาจร้ายแรงกว่าเพราะมาจากผู้รับผิดชอบหลัก ผู้เชี่ยวชาญกฎหมายการเมืองมองว่ามีโอกาสสูงที่ศาลจะรับพิจารณา เพราะหลักกฎหมายชัดเจน

สุดท้าย มงคลกิตติ์ ยื่นร้องให้เลือกตั้ง 69 เป็นโมฆะ เป็นเครื่องเตือนใจว่าการเลือกตั้งต้องสะอาด 100% หากไม่ ประชาธิปไตยไทยจะสั่นคลอน คุณคิดเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้? เชื่อว่าศาลจะวินิจฉัยอย่างไร? แสดงความคิดเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อให้คนอื่นรับรู้ข้อมูลสำคัญ!

ที่มา – “มงคลกิตติ์” ยื่นร้องให้เลือกตั้ง 69 เป็นโมฆะ ชี้สั่งเลือกตั้งใหม่ 3 หน่วย ขัดรธน.

“ธิษะณา” โต้ “อมรัตน์” เรื่องยาเสพติด จี้หยุดลากเด็ก

ในวงการเมืองไทยที่ร้อนระอุตลอดกาล ล่าสุดเกิดดราม่าระหว่างนักการเมืองรุ่นใหม่ เมื่อ“ธิษะณา” โต้ “อมรัตน์” เรื่องยาเสพติด จี้หยุดลากเด็กมาสู่การเมืองเพื่อสร้างเรื่องอื้อฉาวขึ้นมาอีกครั้ง เรื่องนี้กลายเป็นประเด็นร้อนที่ชาวเน็ตให้ความสนใจอย่างมาก เพราะไม่ใช่แค่การโต้เถียงนโยบายธรรมดา แต่ลามไปถึงการโจมตีส่วนตัวและครอบครัว ซึ่งถือเป็นจุดต่ำสุดของการเมืองไทย

“ธิษะณา” โต้ “อมรัตน์” เรื่องยาเสพติด จี้หยุดลากเด็กมาสู่การเมืองเพื่อสร้างเรื่องอื้อฉาว

วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 น.ส.ธิษะณา ชุณหะวัณ อดีต ส.ส.กทม. สังกัดพรรคประชาชน ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวในรูปแบบจดหมายเปิดผนึก ส่งตรงถึงนางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล เพื่อโต้แย้งข้อกล่าวหาที่ลอยๆ เกี่ยวกับสารเสพติด โดยธิษะณาไม่ได้นิ่งนอนใจ แต่เลือกสู้ด้วยข้อเท็จจริงและจริยธรรมการเมือง

ธิษะณา ระบุชัดเจนว่านี่ไม่ใช่การวิพากษ์วิจารณ์นโยบาย แต่เป็นกลยุทธ์ทำลายชื่อเสียงแบบคลาสสิก หรือที่เรียกว่า character assassination เมื่อสู้ด้วยเหตุผลและนโยบายไม่ได้ ก็หันมาโจมตีศีลธรรมส่วนตัว ปล่อยคำใบ้ให้สังคม “สงสัย” โดยไม่ต้องมีหลักฐาน ซึ่งเป็นวิธีต่ำทรามและขี้ขลาด

ทำไมการลากเด็กและครอบครัวเข้าสู่การเมืองถึงร้ายแรง?

จุดที่ธิษะณาเน้นย้ำมากที่สุดคือ การลากลูกในวัยรุ่นและครอบครัวเข้าสู่สมรภูมิการเมืองเพื่อสร้างข่าวอื้อฉาว ซึ่งถือเป็นการกระทำที่ไร้ศีลธรรมขั้นร้ายแรง ลูกของเธออาจต้องเผชิญคำถามจากเพื่อนๆ หรือแบกตราบาปจากข่าวลือที่ยังไม่มีคำพิพากษาจากศาล เธอประกาศชัดว่าจะไม่ให้ข้อมูลรายละเอียดเพิ่มเติมทางสาธารณะ เพราะเรื่องอยู่ในกระบวนการยุติธรรมแล้ว เพื่อไม่ให้กระทบคดี

  • การโจมตีส่วนตัว: แทนที่จะโต้ด้วยนโยบาย กลับใช้ศาลเตี้ยบนโซเชียล
  • ขาด due process: ไม่เคารพกระบวนการยุติธรรม
  • กระทบเยาวชน: ลากเด็กที่บริสุทธิ์เข้าสู่การเมือง
  • บ่อนทำลายประชาธิปไตย: การล่าแม่มดแบบนี้ไม่ต่างจากโครงสร้างอำนาจเก่า

ธิษะณายังตั้งคำถามถึงฝ่ายที่อ้างตัวเองว่า “ก้าวหน้า” แต่กลับใช้วิธีการที่ล้าหลังและต่ำช้า เธอเรียกร้องให้การเมืองไทยกลับมาถกเถียงด้วยข้อมูล วิสัยทัศน์ และข้อเท็จจริง ไม่ใช่ข่าวลือหรือความอื้อฉาว

บริบทการเมืองไทย: จากนโยบายสู่การโจมตีส่วนตัว

เหตุการณ์นี้สะท้อนปัญหาใหญ่ในแวดวงการเมืองไทย ที่นักการเมืองมักใช้วิธีโจมตีส่วนตัวแทนการนำเสนอนโยบายที่ชัดเจน โดยเฉพาะประเด็นยาเสพติดที่เป็นหัวข้อ敏感เสมอ ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายซ้ายหรือขวา ต่างเคยถูกกล่าวหาแบบนี้มาแล้ว ธิษะณา ซึ่งเคยเป็น ส.ส.กทม. พรรคประชาชน มีภาพลักษณ์เป็นนักการเมืองรุ่นใหม่ที่เน้นสิทธิพลเมืองและประชาธิปไตย ขณะที่อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ก็เป็นบุคคลที่เคลื่อนไหวทางการเมืองเช่นกัน

การโต้กลับครั้งนี้ของธิษะณา ไม่เพียงปกป้องตัวเองและครอบครัว แต่ยังเป็นการเตือนใจสังคมให้ตื่นตัวกับการเมืองที่สะอาดมากขึ้น หากเราอยากเห็นการเมืองที่แท้จริง ต้องหยุดใช้วิธีสกปรกแบบนี้ซะที

นอกจากนี้ ธิษะณายังยืนยันว่าจะปกป้องศักดิ์ศรีของตนและครอบครัวอย่างถึงที่สุด หากจะสู้กัน ต้องสู้ด้วยข้อเท็จจริง ไม่ใช่ความต่ำทรามที่ปลอมตัวเป็นศีลธรรม

บทเรียนที่ได้จากดราม่าครั้งนี้

เหตุการณ์“ธิษะณา” โต้ “อมรัตน์” เรื่องยาเสพติด จี้หยุดลากเด็กมาสู่การเมืองเพื่อสร้างเรื่องอื้อฉาวนี้ สอนให้เราเห็นว่าการเมืองไทยยังต้องการการปฏิรูประดับจริยธรรม นักการเมืองทุกคนควรยึดหลัก due process และให้ศาลตัดสิน ไม่ใช่ปล่อยให้โซเชียลกลายเป็นสนามรบที่ไร้กฎเกณฑ์ สังคมไทยเองก็มีส่วนสำคัญ ในการไม่เสพข่าวลือ แต่ตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อนแชร์

สุดท้ายแล้ว การเมืองที่ดีต้องสร้างสรรค์ ไม่ใช่ทำลาย หยุดลากเด็กเข้าสู่การเมือง เพื่ออนาคตที่สดใสของชาติ

คุณคิดอย่างไรกับประเด็นนี้? การโจมตีครอบครัวในวงการเมืองควรหยุดหรือไม่? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และกดแชร์เพื่อกระจายข้อเท็จจริงกันเถอะ!

ที่มา – “ธิษะณา” โต้ “อมรัตน์” เรื่องยาเสพติด จี้หยุดลากเด็กมาสู่การเมืองเพื่อสร้างเรื่องอื้อฉาว

กกต. เร่งสอบเอกสารเลือกตั้งถูกทิ้งบ่อขยะสร้างสถานการณ์หรือไม่

กกต. เร่งสอบเอกสารเลือกตั้งถูกทิ้งบ่อขยะสร้างสถานการณ์หรือไม่ เป็นประเด็นร้อนที่กำลังได้รับความสนใจจากประชาชนทั่วประเทศ หลังจากมีรายงานพบเอกสารสำคัญเกี่ยวกับการเลือกตั้ง สส.สมุทรปราการ เขต 6 และเอกสารประชามติ ถูกทิ้งไว้ในบ่อขยะย่านพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ได้ออกมาแถลงชี้แจงทันที โดยยืนยันว่าเหตุการณ์นี้ไม่ส่งผลกระทบต่อผลคะแนนเลือกตั้งหรือความสุจริตเที่ยงธรรมในการเลือกตั้ง

กกต. เร่งสอบเอกสารเลือกตั้งถูกทิ้งบ่อขยะสร้างสถานการณ์หรือไม่

จากรายงานเมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 17.55 น. กกต. ได้พิจารณาเอกสารที่พบแล้ว พบว่าเป็นเอกสารที่ใช้ในหน่วยเลือกตั้ง ซึ่งการเลือกตั้งได้ดำเนินการเสร็จสิ้นสมบูรณ์ รายงานผลนับคะแนนเรียบร้อยแล้ว ดังนั้นจึงไม่มีผลกระทบใดๆ ต่อกระบวนการเลือกตั้ง อย่างไรก็ตาม กกต. กำลังเร่งตรวจสอบขั้นตอนการจัดเก็บเอกสาร เพื่อหาคำตอบว่าเกิดข้อบกพร่องหรือมีบุคคลใดจงใจกระทำ เพื่อสร้างสถานการณ์หรือไม่ หากพบผิดพลาด จะดำเนินการทางกฎหมายทันที

รายละเอียดเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลังการเลือกตั้ง สส.สมุทรปราการ เขต 6 ซึ่งเป็นเขตที่มีการแข่งขันเข้มข้น เอกสารที่พบรวมถึงบัตรเลือกตั้งและเอกสารประชามติที่ถูกทิ้งในบ่อขยะสาธารณะ ทำให้เกิดคำถามถึงความรับผิดชอบของเจ้าหน้าที่และความมั่นคงของข้อมูลเลือกตั้ง ประชาชนในพื้นที่พระสมุทรเจดีย์ต่างพากันตั้งข้อสงสัย ว่าอาจเป็นการสร้างสถานการณ์ทางการเมืองหรือไม่ โดยเฉพาะในช่วงที่ผลการเลือกตั้งยังร้อนแรง

  • เอกสารที่พบ: เอกสารจัดการเลือกตั้ง สส. เขต 6 และประชามติ
  • สถานที่: บ่อขยะ อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ
  • สถานะการเลือกตั้ง: เสร็จสิ้นและรายงานผลแล้ว
  • การดำเนินการของ กกต.: ตรวจสอบขั้นตอนจัดเก็บและเอาผิดหากผิดกฎหมาย

กกต. ย้ำชัดเจนว่าการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นไปด้วยความโปร่งใส โดยมีระบบตรวจสอบหลายชั้น ตั้งแต่การลงคะแนน นับคะแนน จนถึงการเก็บเอกสารหลังเลือกตั้ง ปัญหานี้อาจเกิดจากความประมาทเลินเล่อในการจัดการขยะ หรืออาจมีเจตนาแอบแฝง แต่ไม่ว่าอย่างไร กกต. จะไม่ปล่อยผ่าน

ผลกระทบและมาตรการป้องกันในอนาคต

แม้ กกต. จะยืนยันว่าไม่กระทบคะแนน แต่เหตุการณ์นี้สร้างความกังวลให้กับประชาชน โดยเฉพาะในยุคที่ข่าวปลอมและการสร้างสถานการณ์ทางการเมืองแพร่หลาย หากปล่อยไว้ อาจทำลายความเชื่อมั่นในสถาบันเลือกตั้งได้ กกต. จึงประกาศมาตรการเข้มงวดขึ้น เช่น การฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ให้ละเอียดยิ่งขึ้น การใช้ระบบดิจิทัลติดตามเอกสาร และการตรวจสอบแบบสุ่มหลังเลือกตั้ง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำ

นอกจากนี้ ผู้เชี่ยวชาญด้านการเมืองมองว่า เหตุการณ์ กกต. เร่งสอบเอกสารเลือกตั้งถูกทิ้งบ่อขยะสร้างสถานการณ์หรือไม่ นี้เป็นบทเรียนสำคัญสำหรับการเลือกตั้งทั่วไปในอนาคต โดยเฉพาะการเลือกตั้งใหญ่ที่จะมาถึง ต้องมีกลไกป้องกันที่แน่นหนากว่านี้ เพื่อรักษาความศรัทธาของประชาชน

ในมุมมองของผู้เขียน เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงช่องโหว่ในระบบที่ต้องรีบแก้ไขทันที การเลือกตั้งคือหัวใจของประชาธิปไตย หากเอกสารสำคัญถูกจัดการอย่างไม่เหมาะสม อาจนำไปสู่ข้อครหาได้ ดังนั้น กกต. ควรเปิดเผยผลสอบสวนให้โปร่งใส เพื่อคลายข้อกังขา

เรียกร้องให้คุณร่วมแสดงความเห็น: คุณคิดว่าเหตุการณ์นี้เป็นความผิดพลาดหรือการสร้างสถานการณ์กันแน่? แสดงความคิดเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อให้ข้อมูลถึงมือคนอื่นๆ ติดตามข่าวการเมืองอัปเดตได้ที่เว็บไซต์ของเรา!

ที่มา – กกต. เร่งสอบเอกสารเลือกตั้งถูกทิ้งบ่อขยะสร้างสถานการณ์หรือไม่

15 ก.พ. วันสุดท้าย แจ้งเหตุไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง สส.

วันนี้ 15 ก.พ. วันสุดท้าย แจ้งเหตุไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง สส. แล้วนะครับ! ถ้าคุณพลาดการเลือกตั้ง สส. วันที่ 8 ก.พ. 2569 หรือการออกเสียงประชามติไป ไม่ต้องกังวล รีบแจ้งเหตุจำเป็นก่อนหมดเขตวันนี้ เพื่อไม่ให้เสียสิทธิทางการเมืองไปฟรีๆ การเลือกตั้งปี 2569 เพิ่งผ่านพ้นไปแบบเรียบร้อย หลังจากเลือกตั้งล่วงหน้า 1 ก.พ. แต่หลายคนอาจมีธุระด่วนหรือเหตุสุดวิสัย ทำให้ไม่ได้ไปใช้สิทธิ ทางกกต. จึงเปิดให้แจ้งเหตุได้ถึงวันนี้เท่านั้น มาดูขั้นตอนง่ายๆ กันเลย

15 ก.พ. วันสุดท้าย แจ้งเหตุไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง สส.

สำหรับผู้ที่ไม่ได้ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง สส. สามารถแจ้งเหตุได้ในสองช่วงเวลา คือก่อนเลือกตั้ง (1-7 ก.พ.) และหลังเลือกตั้ง (9-15 ก.พ.) ช่องทางสะดวกมาก มีทั้งออนไลน์และออฟไลน์

  • ทางออนไลน์: เว็บไซต์ กกต. www.ect.go.th, เว็บกรมการปกครอง คลิกแจ้งเหตุไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง สส., แอป “ทางรัฐ” หรือ Smart Vote พิมพ์ “แจ้งเหตุการเลือกตั้ง สส.”
  • ออฟไลน์: ยื่นนายทะเบียนอำเภอ/ท้องถิ่น, ส่งไปรษณีย์ลงทะเบียน, หรือมอบหมายผู้อื่นยื่น แบบ ส.ส. 1/8 หรือหนังสือระบุบัตรปชช., ที่อยู่, เหตุผล

เหตุผลที่ยอมรับได้ เช่น ป่วยหนัก, เดินทางต่างประเทศ, ภัยพิบัติ ฯลฯ อย่าลืมแนบหลักฐานถ้ามี

ไม่แจ้งเหตุไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง สส. เสียสิทธิอะไรบ้าง

ถ้าไม่แจ้งหรือเหตุไม่สมควร จะถูกจำกัดสิทธิ 2 ปี นับจากวันเลือกตั้ง ดังนี้

  • ยื่นคัดค้านผลเลือกตั้ง
  • สมัคร สส., ส.ท้องถิ่น, ผู้บริหารท้องถิ่น, สว.
  • สมัครกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน
  • ดำรงตำแหน่งขรก.การเมือง
  • ตำแหน่งรอง/ที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่น

ถ้าครั้งต่อไปยังไม่ไปอีก นับใหม่ ถ้ายังเหลือจากครั้งก่อนก็สิ้นสุด

แจ้งเหตุไม่ไปออกเสียงประชามติ หมดเขต 15 ก.พ. เช่นกัน

ส่วนประชามติเดียวกัน วันที่ 8 ก.พ. แจ้งได้ก่อน (14 ม.ค.-7 ก.พ.) และหลัง (9-15 ก.พ.) ช่องทางคล้ายกัน

  • ออนไลน์: ect.go.th, แจ้งเหตุไม่ไปออกเสียงประชามติ, แอปทางรัฐ/Smart Vote พิมพ์ “แจ้งเหตุการออกเสียงประชามติ”
  • ออฟไลน์: ยื่นเอง, มอบหมาย, ไปรษณีย์ แบบ อ.ส. 2/2 หรือหนังสือระบุบัตรปชช., ที่อยู่, เหตุผล

ไม่ไปออกเสียงประชามติ เสียสิทธิอะไร

จำกัดสิทธิ 2 ปี คล้ายกัน เช่น สมัคร สส./ส.ท้องถิ่น/สว., กำนันผู้ใหญ่บ้าน, เสนอชื่อต่อ ครม., ขรก.การเมือง, ตำแหน่งท้องถิ่น นับใหม่ถ้าครั้งต่อไปพลาดอีก

การเลือกตั้งและประชามติเป็นกลไกประชาธิปไตยสำคัญ ถ้าพลาดก็เข้าใจได้ แต่แจ้งเหตุช่วยรักษาสิทธิไว้ได้ อย่ารอช้า รีบเช็กสิทธิตัวเองวันนี้ผ่านแอปหรือเว็บได้เลย! ถ้าคุณมีเพื่อนที่พลาด บอกต่อด้วยนะ จะได้ไม่เสียสิทธิไปเปล่าๆ

CTA: คลิกแจ้งเหตุตอนนี้เพื่อรักษาสิทธิทางการเมืองของคุณ อย่าปล่อยให้วันสุดท้ายผ่านไปโดยไม่ได้ทำอะไร!

ที่มา – 15 ก.พ. วันสุดท้าย แจ้งเหตุไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง สส. – ไม่ไปออกเสียงประชามติ

อัปเดตข่าวเลือกตั้ง 2569 ล่าสุด | ผลเลือกตั้งเรียลไทม์

“พลเมืองอิสระ” จี้ กกต.นับคะแนนใหม่ ชลบุรี

วันนี้เรามาพูดถึงประเด็นร้อนทางการเมืองที่กำลังเป็นกระแสอย่างมาก นั่นคือ “พลเมืองอิสระ” จี้ กกต.นับคะแนนใหม่ เพื่อพิสูจน์ความโปร่งใสในการเลือกตั้ง สส. เมื่อไม่นานมานี้ กลุ่มมวลชนพลเมืองอิสระและกลุ่มนับใหม่ชลบุรีได้รวมตัวชุมนุมหน้าหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 14 ก.พ. 2567 โดยมีแกนนำอย่างนายอิสริยะ ไชยมนตรี และนายธีรเมธ ชัยบุตร นำการประท้วงเรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จัดนับคะแนนใหม่ทั้งประเทศ เพราะประชาชนหลายคนตั้งคำถามถึงความโปร่งใส โดยเฉพาะประเด็นบัตรเลือกตั้งที่มี barcode และ QR code ซึ่งสร้างความสงสัยมากมาย

“พลเมืองอิสระ” จี้ กกต.นับคะแนนใหม่

บรรยากาศการชุมนุมคึกคักมาก ประชาชนให้ความสนใจเข้าร่วมจำนวนไม่น้อย กลุ่มผู้ชุมนุมนำภาพเหตุการณ์น่าสงสัยจากการเลือกตั้งมาแสดง พร้อมป้ายผ้าที่ให้ทุกคนเขียนข้อความถึง กกต. มีการปราศรัยวิจารณ์การทำงานของ กกต. ที่ใช้งบประมาณกว่า 7,000 ล้านบาท แต่ผลการเลือกตั้งกลับไม่ได้รับความเชื่อถือจากประชาชน สลับกับการแสดงดนตรีจากศิลปินเพลงเพื่อราษฎร ทำให้กิจกรรมเป็นไปอย่างสนุกสนานแต่จริงจัง ท่ามกลางการดูแลของตำรวจ สน.ปทุมวัน ที่รักษาความสงบเรียบร้อยได้ดี

นายกันตพัฒน์ มาตรบรรเทา แนวร่วมกลุ่มฯ เน้นย้ำว่าการชุมนุมนี้เพื่อหาความยุติธรรม หลังจาก กกต. ทำให้ประชาชนเกิดความสงสัยในหน้าที่ของตน จึงต้องเรียกร้องให้นับคะแนนใหม่ทั้งประเทศ เพื่อกู้ศรัทธาในระบอบประชาธิปไตย นี่ไม่ใช่แค่เรื่องชลบุรี แต่เป็นปัญหาทั่วประเทศที่ต้องแก้ไขด่วน

กมธ.สว. จ่อเรียก ผอ.กกต.ชลบุรี แจง 17 ก.พ. นี้

นอกจากนี้ ยังมีพัฒนาการสำคัญจากคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมืองและการมีส่วนร่วมของประชาชน วุฒิสภา โดยนายเทวฤทธิ์ มณีฉาย ส.ว. และโฆษก กมธ. เปิดเผยว่าจะเชิญ ผอ.กกต.เขต 1 ชลบุรี, ผอ.กกต.จังหวัดชลบุรี, ประชาชนที่ถูกแจ้งความ และทนายความ มาชี้แจงในวันที่ 17 ก.พ. 2567 เวลา 10.00 น. ปมเลือกตั้งเขต 1 ชลบุรี ที่มีข้อพิรุธมากมาย โดยเฉพาะการฟ้องร้องประชาชนที่ตั้งคำถาม ซึ่งดูเหมือนจะปิดปากไม่ให้ตรวจสอบ

นายเทวฤทธิ์ ระบุว่า กกต. ควรเน้นความบริสุทธิ์ยุติธรรม ไม่ใช่สร้างความกลัวให้ประชาชน ประชาชนแค่อยากรู้ว่าคะแนนที่ลงคือคะแนนจริงของตัวเองหรือไม่ นอกจากนี้ ยังเรียกร้องให้จับตาการประชุมวุฒิสภาสมัยวิสามัญวันที่ 26 ก.พ. เพื่อเห็นชอบ กกต. 2 คน โดยขอชะลอการลงมติ เพราะ สว. ชุดนี้เคยเห็นชอบ กกต. ไปแล้ว 3 คน หากเห็นชอบอีกจะกลายเป็น 5 จาก 7 คน ท่ามกลางวิกฤตศรัทธาแบบนี้ จะยิ่งทำให้ประชาชนไม่ไว้วางใจ

  • เหตุผลหลักที่เรียกร้องนับคะแนนใหม่: ความสงสัยในบัตรเลือกตั้ง barcode/QR code
  • งบประมาณเลือกตั้งกว่า 7 พันล้าน แต่ขาดความโปร่งใส
  • กรณีชลบุรี: การฟ้องประชาชนที่ตรวจสอบผลเลือกตั้ง
  • บทบาท กมธ.สว.: ส่งเสริมการมีส่วนร่วม ไม่ใช่ปิดกั้น

ประเด็นนี้สะท้อนปัญหาใหญ่ของระบบเลือกตั้งไทยที่ยังขาดความเชื่อมั่น ประชาชนมีสิทธิ์ตรวจสอบได้ตามกฎหมาย หาก กกต. ไม่ตอบสนอง อาจนำไปสู่การเคลื่อนไหวที่ใหญ่กว่าเดิม ในมุมมองของผม การนับคะแนนใหม่ทั้งประเทศอาจเป็นทางออกที่ดีที่สุดเพื่อฟื้นฟูศรัทธา คุณคิดเห็นอย่างไร ลองแชร์ในคอมเมนต์ด้านล่างนะครับ และอย่าลืมติดตามข่าวสารการเมืองอัปเดตทุกวัน!

สุดท้ายนี้ การเมืองไทยกำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญ หวังว่าทุกฝ่ายจะรับผิดชอบต่อประชาชนอย่างแท้จริง

ที่มา – “พลเมืองอิสระ” จี้ กกต.นับคะแนนใหม่-กมธ.สว. จ่อเรียก ผอ.กกต.ชลบุรี แจง 17 ก.พ. นี้

Scroll to top