โครงการคนละครึ่งพลัส

“พริษฐ์” จับผิดคำชี้แจง “วิทยา” เรียกร้อง DSI-กกต. แจงสำนวนสืบสวน

กลายเป็นประเด็นร้อนที่สังคมให้ความสนใจอย่างมาก เมื่อ “พริษฐ์ วัชรสินธุ” สส.พรรคประชาชน ได้ออกมาเคลื่อนไหวผ่านโซเชียลมีเดีย กรณี “พริษฐ์” จับผิดคำชี้แจง “วิทยา” เรียกร้อง DSI-กกต. แจงสำนวนสืบสวน โดยเน้นไปที่ความน่าเชื่อถือของคำชี้แจงจากนายวิทยา คำพวง ที่เกี่ยวข้องกับประเด็นคลิปฉาวและการเลือกตั้ง สว. ที่ผ่านมา

“พริษฐ์” จับผิดคำชี้แจง “วิทยา” เรียกร้อง DSI-กกต. แจงสำนวนสืบสวน

เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นเมื่อนายวิทยาออกมายอมรับว่าเป็นบุคคลในคลิปหลุดจริง แต่พยายามปฏิเสธความเกี่ยวข้องกับพรรคการเมืองและการจ่ายเงินค่าที่พัก นายพริษฐ์จึงตั้งข้อสังเกตอย่างดุเดือดว่า สิ่งที่นายวิทยาชี้แจงนั้น “ฟังขึ้นหรือไม่” โดยมีประเด็นคาใจหลักๆ ดังนี้:

  • ความสัมพันธ์กับพรรคภูมิใจไทย: แม้นายวิทยาจะปฏิเสธความสัมพันธ์พิเศษ แต่หลักฐานภาพถ่ายการร่วมเปิดตัวผู้สมัคร สส. ในอดีตกลับแสดงให้เห็นความใกล้ชิดอย่างชัดเจน
  • ประเด็นการโอนเงินค่าที่พัก: ประเด็นสำคัญไม่ใช่ใครเป็นคน “จอง” แต่เป็นใคร “จ่าย” ซึ่งมีข้อมูลชี้ชัดว่าเงินถูกโอนจากบัญชีชื่อนายวิทยาโดยตรง

เจาะลึกข้อเรียกร้องถึง DSI และ กกต.

นอกจากจะตั้งคำถามถึงตัวบุคคลแล้ว “พริษฐ์” จับผิดคำชี้แจง “วิทยา” เรียกร้อง DSI-กกต. แจงสำนวนสืบสวน โดยมองว่าหน่วยงานรัฐที่มีอำนาจหน้าที่โดยตรงต้องไม่อยู่เฉย โดยพริษฐ์ได้ยื่นคำขาดให้หน่วยงานดังต่อไปนี้ออกมาให้คำตอบ:

ในส่วนของ DSI: ต้องชี้แจงให้ชัดว่ามีการตรวจสอบเส้นทางการเงินและข้อมูลการเข้าพักที่โรงแรม B2 รังสิต ในช่วงเวลาดังกล่าวหรือไม่ และมีความเชื่อมโยงกับบัญชีของนายวิทยาอย่างไร

ในส่วนของ กกต.: ต้องเปิดเผยว่าเรื่องนี้ได้ถูกรวมอยู่ในสำนวนสอบสวนหรือคำให้การของพยานบ้างหรือไม่ และถ้ายังไม่เคยมีการสอบสวน เหตุใดจึงปล่อยให้ประเด็นนี้ตกหล่นไปจากกระบวนการยุติธรรม

การออกมาเรียกร้องในครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของตัวบุคคล แต่เป็นเรื่องของ “ความโปร่งใส” ในกระบวนการทางการเมืองไทย หากหน่วยงานอย่าง DSI และ กกต. ไม่สามารถไขข้อสงสัยนี้ให้กระจ่างได้ ย่อมส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อองค์กรอิสระอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เราคงต้องจับตาดูกันต่อไปว่าทั้งสองหน่วยงานจะออกมาตอบโต้หรือดำเนินการอย่างไร เพราะความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย และประชาชนย่อมมีสิทธิที่จะรับรู้ข้อมูลที่ถูกต้องที่สุดครับ

ที่มา – “พริษฐ์” จับผิดคำชี้แจง “วิทยา” เรียกร้อง DSI-กกต. แจงสำนวนสืบสวน

ศุภมาส ส่ง สคบ. ตรวจห้วยขวาง ปมร้านรับเงินหยวน มั่นใจไทยช่วยไทยพลัสไม่ขึ้นราคา

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้เรามีเรื่องราวที่น่าสนใจเกี่ยวกับการตรวจสอบดูแลผู้บริโภคในพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญอย่างย่านห้วยขวางมาฝากกันครับ เมื่อล่าสุด ศุภมาส ส่ง สคบ. ตรวจห้วยขวาง ปมร้านรับเงินหยวน มั่นใจไทยช่วยไทยพลัสไม่ขึ้นราคา หลังจากที่มีกระแสข่าวเรื่องการใช้เงินตราต่างประเทศจ่ายค่าอาหารในพื้นที่ดังกล่าว ทำให้หลายคนเกิดข้อสงสัยว่าเรื่องนี้เป็นอย่างไรกันแน่

ศุภมาส ส่ง สคบ. ตรวจห้วยขวาง ปมร้านรับเงินหยวน มั่นใจไทยช่วยไทยพลัสไม่ขึ้นราคา

คุณศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีได้ออกมาให้ความชัดเจนเกี่ยวกับประเด็นร้อนนี้ โดยระบุว่าทางรัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจและได้ประสานให้สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงในย่านห้วยขวางทันที เพื่อให้มั่นใจว่าการทำธุรกิจเป็นไปอย่างถูกต้องตามกฎหมายไทย โดยเฉพาะประเด็นเรื่องการรับชำระเงินที่ต้องเป็นไปตามระเบียบของธนาคารแห่งประเทศไทยครับ

มาตรการดูแลร้านค้าในโครงการไทยช่วยไทยพลัส

สำหรับโครงการรัฐที่หลายคนให้ความสนใจอย่าง ศุภมาส ส่ง สคบ. ตรวจห้วยขวาง ปมร้านรับเงินหยวน มั่นใจไทยช่วยไทยพลัสไม่ขึ้นราคา นั้น ทางรัฐบาลเน้นย้ำว่าร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการกว่า 99% ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี และไม่มีการฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาสินค้าแต่อย่างใด

  • พ่อค้าแม่ค้าส่วนใหญ่มีความซื่อสัตย์ต่อผู้บริโภค
  • กระทรวงพาณิชย์กำกับดูแลเรื่องการปิดป้ายแสดงราคาให้ชัดเจน
  • หากพบการเอาเปรียบ ประชาชนสามารถแจ้งสายด่วนกระทรวงพาณิชย์ได้ทันที

รัฐมนตรีศุภมาสยังได้ให้ความเห็นเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันยังไม่พบการร้องเรียนในวงกว้างในโครงการไทยช่วยไทยพลัส ซึ่งโครงการนี้ถือเป็นการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากได้เป็นอย่างดี ช่วยให้ยอดขายร้านค้ารายย่อยเพิ่มขึ้น และผู้บริโภคได้รับความคุ้มค่ากลับคืนมา การที่มีกระแสข่าวออกมาบ้างนั้น หลายครั้งเกิดจากการคาดการณ์ล่วงหน้ามากกว่าข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นจริงในพื้นที่ครับ

ในมุมมองของเรา สิ่งสำคัญที่สุดคือความโปร่งใสครับ การที่ภาครัฐออกมาตรวจตราถือเป็นเรื่องดีที่ช่วยสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยวและคนไทยด้วยกันเอง หากเพื่อนๆ ท่านใดพบเห็นร้านค้าที่ไม่ติดป้ายราคา หรือมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม สามารถช่วยกันเป็นหูเป็นตาแจ้งเบาะแสได้ เพื่อให้สังคมการค้าของเราเป็นธรรมและน่าอยู่ต่อไปครับ

ที่มา – “ศุภมาส” ส่ง สคบ. ลงตรวจห้วยขวาง ปมร้านค้ารับเฉพาะเงินหยวน มั่นใจร้านไทยช่วยไทยพลัส ไม่ขึ้นราคา

อนุทิน เผยทูลเกล้าฯ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ไม่หวั่นฝ่ายค้าน

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน! วันนี้เรามีข่าวการเมืองที่น่าสนใจมาอัพเดทกันแบบเป็นกันเองเลยนะครับ โดยเฉพาะเรื่อง อนุทิน เผยทูลเกล้าฯ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ซึ่งเป็นหัวข้อที่กำลังร้อนแรงในแวดวงการเมืองไทยตอนนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยและนายกรัฐมนตรี ได้ออกมาเปิดเผยว่าการทูลเกล้าฯ พระราชกำหนด (พรก.) ฉบับนี้เสร็จเรียบร้อยแล้ว และยังไม่หวั่นใจแม้ฝ่ายค้านจะเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญเพื่อตีความด้วยซ้ำ ฟังดูแล้วเหมือนละครการเมืองน้ำดีเลยใช่ไหมล่ะ?

อนุทิน เผยทูลเกล้าฯ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท

เรื่องราวเริ่มต้นจากวันที่ 7 พฤษภาคม 2567 (ในเนื้อหา original เขียน 2569 คงพิมพ์ผิด) นายอนุทินได้กล่าวถึงกรณีที่ฝ่ายค้านกำลังล่ารายชื่อเพื่อยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญ เกี่ยวกับ พรก.กู้เงินจำนวน 400,000 ล้านบาท ซึ่งรัฐบาลตั้งใจใช้เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่กำลังเดือดร้อนจากปัญหาเศรษฐกิจ ตนเองในฐานะนายกฯ ได้ลงนามและทูลเกล้าฯ ไปแล้ว รอพระบรมราชวินิจฉัยเท่านั้นเองครับ

สิ่งที่น่าสนใจคือ นายอนุทินย้ำว่าทุกฝ่ายต่างพยายามแก้ปัญหาให้ประชาชนเป็นหลัก เพราะเราทุกคนคือผู้แทนของพี่น้องประชาชนนั่นเอง และที่สำคัญ พรก.กู้เงินแบบนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่เลยนะครับ ตลอดประวัติศาสตร์การเมืองไทย มีการกู้เงินในลักษณะนี้มาหลายครั้งแล้ว นายอนุทินบอกว่าตัวเองน่าจะเป็นนายกฯ คนที่ 8 ที่ทำแบบนี้ด้วยซ้ำ!

ไม่หวั่นฝ่ายค้านจ่อร้องศาลรัฐธรรมนูญตีความ

แม้ฝ่ายค้านจะขู่จะยื่นศาล ซึ่งอาจทำให้กระบวนการหยุดชะงักนานถึง 60 วัน แต่นายอนุทินก็ไม่สะทกสะท้านเลยครับ เขาตอกกลับแบบแสบๆ ว่าคนที่เตรียมยื่นศาลนี่แหละ เคยทำแบบเดียวกันมาก่อน สมัยนั้นใช้ชื่อโครงการว่า “ไทยเข้มแข็ง” จำนวนเงินเท่ากันเป๊ะ! แต่ครั้งนี้รัฐบาลใช้ชื่อ “ไทยช่วยไทย” ซึ่งฟังดูอบอุ่นและเข้าถึงประชาชนมากกว่าเยอะเลย

ผู้สื่อข่าวถามย้ำถึงความแตกต่างของการกู้ครั้งนี้ นายอนุทินอธิบายชัดเจนว่าครั้งนี้กู้เป็นสกุลเงินบาทล้วนๆ ไม่ผสมสกุลเงินต่างประเทศเลยครับ และที่เจ๋งกว่านั้นคือ เงินทุกบาททุกสตางค์จะส่งตรงถึงมือประชาชน ไม่ต้องผ่านโครงการซับซ้อนอะไรทั้งนั้น จะช่วยกระตุ้นการจับจ่ายใช้ส้อย เพิ่มสภาพคล่องในระบบเศรษฐกิจไทยให้หมุนเวียนได้ดียิ่งขึ้น นี่แหละครับที่เรียกว่าได้ประโยชน์จริงๆ

จุดเด่นของ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ครั้งนี้

  • กู้เงินบาทล้วน: ลดความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน
  • ส่งตรงถึงประชาชน: ไม่ผ่านกลางทาง เงินถึงมือไว
  • กระตุ้นเศรษฐกิจ: ช่วยให้เงินไหลเวียน เพิ่มการบริโภค
  • สุจริตตามนโยบาย: ดำเนินการตามที่แถลงต่อสภา

นอกจากนี้ เมื่อสื่อถามว่าการยื่นศาลจะกระทบโครงการคนละครึ่งพลัส หรือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐหรือไม่ นายอนุทินยืนยันชัดว่า ไม่เกี่ยวกันเลย เพราะรัฐบาลทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับประชาชน ด้วยเจตนารมณ์ที่สุจริต 100% ครับ

มาดูบริบทกันหน่อยนะครับ ปัจจุบันเศรษฐกิจไทยยังฟื้นตัวช้าๆ หลังโควิด-19 ประชาชนจำนวนมากยังขาดสภาพคล่อง การกู้เงินเพื่อแจกจ่ายตรงแบบนี้จึงเป็นมาตรการเร่งด่วนที่จำเป็น รัฐบาลต้องดูแลกำกับให้เงินถูกใช้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่อะไร เพราะเมื่อถึงเวลาจำเป็น เราต้องขับเคลื่อนตามนโยบายที่วางไว้

ส่วนตัวผมคิดว่าการเมืองไทยสมัยนี้ การโจมตีกันด้วยเรื่องที่ตัวเองเคยทำ มันก็ชวนขำนิดๆ แต่ที่สำคัญกว่าคือ ประชาชนได้ประโยชน์จริงไหม? ถ้าเงิน 4 แสนล้านถึงมือคนที่เดือดร้อนได้จริง ก็น่าจะเป็นข่าวดีสำหรับทุกคนครับ สุดท้ายแล้ว อนุทิน เผยทูลเกล้าฯ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการฟื้นฟูเศรษฐกิจ

คุณคิดยังไงกับเรื่องนี้บ้าง? คิดว่ารัฐบาลควรทำยังไงต่อ หรือฝ่ายค้านมีเหตุผลอะไร ลองคอมเมนต์มาคุยกันได้นะครับ! และอย่าลืมแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ได้อ่านด้วย เพื่อติดตามข่าวสารการเมืองและเศรษฐกิจแบบอัพเดททันใจ

ความเห็นส่วนตัว: ในมุมมองของผม การช่วยเหลือประชาชนต้องมาก่อนการเมือง ถ้าทุกฝ่ายช่วยกันผลักดันให้เงินหมุนเร็วๆ ก็คงดีสำหรับประเทศชาติแน่นอน

ที่มา – “อนุทิน” เผยทูลเกล้าฯ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาทแล้ว ไม่หวั่นฝ่ายค้านจ่อร้องศาลรัฐธรรมนูญตีความ

นายกฯ เผย ไทยช่วยไทยพลัส แจก 4,000 บาท เริ่ม มิ.ย.

ข่าวดีกำลังมา! นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ได้เผยความคืบหน้าของโครงการ ไทยช่วยไทยพลัส ที่จะช่วยเหลือประชาชนชาวไทยให้มีกำลังใจในการใช้ชีวิตท่ามกลางสถานการณ์เศรษฐกิจที่ผันผวน โดยเฉพาะผลกระทบจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง โครงการนี้จะแจกเงินช่วยเหลือคนละ 4,000 บาท แบ่งจ่ายเดือนละ 1,000 บาท เป็นเวลา 4 เดือน และคาดว่าจะเริ่มจ่ายจริงในเดือนมิถุนายนนี้

ไทยช่วยไทยพลัส

โครงการ ไทยช่วยไทยพลัส ถือเป็นการต่อยอดจากโครงการคนละครึ่งพลัสที่เคยประสบความสำเร็จอย่างมากในอดีต ซึ่งเป็นนโยบายหลักที่พรรคภูมิใจไทยใช้หาเสียงเลือกตั้ง ครั้งแรกเริ่มต้นเป็นโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น เพียง 4 เดือน แต่ได้รับการตอบรับดีเยี่ยมจากประชาชน ทำให้เกิดกระแสเรียกร้องให้มีเฟสต่อไป ทว่าแล้วการยุบสภาทำให้โครงการต้องหยุดชะงัก วันนี้รัฐบาลใหม่จึงนำกลับมาพัฒนาใหม่ โดยเปลี่ยนชื่อเป็น ไทยช่วยไทยพลัส เพื่อเน้นการช่วยเหลือโดยตรง แทนการแบ่ง 50:50 แบบเดิม

กำหนดการไทยช่วยไทยพลัส เข้าครม. พฤษภาคม

ตามที่ นายกฯ อนุทิน ระบุไว้ในการให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2567 โครงการ ไทยช่วยไทยพลัส จะเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ภายในเดือนพฤษภาคมนี้ เพื่อให้ทันเริ่มดำเนินการในเดือนมิถุนายน โดย นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นผู้รับผิดชอบหลักในการจัดสรรงบประมาณและกำหนดรายละเอียดการจ่ายเงิน

  • จ่ายเงินเดือนละ 1,000 บาท
  • รวมทั้งหมด 4 เดือน = 4,000 บาทต่อราย
  • เริ่มเสนอครม. พฤษภาคม 2567
  • เริ่มจ่ายจริง มิถุนายน 2567
  • เน้นช่วยเหลือประชาชนให้เงินไหลเวียนสู่เศรษฐกิจฐานราก

นายกรัฐมนตรียังย้ำว่าตนพร้อมสนับสนุนโครงการนี้ในหลักการ แต่รายละเอียดการลงทะเบียนและคุณสมบัติผู้รับสิทธิ์ ควรสอบถามโดยตรงจากกระทรวงการคลัง เพื่อให้การดำเนินงานราบรื่น

ประโยชน์ของโครงการไทยช่วยไทยพลัส

โครงการนี้ไม่ใช่แค่แจกเงิน แต่เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจจากฐานราก โดยเงินที่แจกจะไหลเข้าสู่ร้านค้าปลีก ร้านอาหาร และผู้ประกอบการรายย่อย ทำให้เกิดการหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจไทย จากประสบการณ์โครงการคนละครึ่งเดิมที่ช่วยพยุงเศรษฐกิจช่วงโควิด-19 ได้อย่างดี ไทยช่วยไทยพลัส จะยิ่งตอบโจทย์มากขึ้นในยุคที่ราคาน้ำมันและสินค้าพุ่งสูงจากความขัดแย้งระหว่างประเทศ

ประชาชนจำนวนมากต่างรอคอย โดยเฉพาะกลุ่มรายได้น้อยและผู้ได้รับผลกระทบจากการว่างงาน คาดว่าโครงการนี้จะครอบคลุมผู้ที่มีคุณสมบัติคล้ายโครงการคนละครึ่ง เช่น บัตรประชาชนไทย อายุ 16 ปีขึ้นไป และไม่จำกัดอาชีพ แต่ต้องรอประกาศอย่างเป็นทางการ

วิธีลงทะเบียนไทยช่วยไทยพลัส

ยังไม่มีการเปิดลงทะเบียนอย่างเป็นทางการ แต่จากข้อมูลเบื้องต้น คาดว่าจะใช้ระบบออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ www.thaikhaothai.com หรือแอปพลิเคชันเป๋าตัง เหมือนโครงการก่อนหน้า ผู้สนใจควรเตรียมบัตรประชาชนและสมาร์ทโฟนให้พร้อม เพื่อไม่ให้พลาดสิทธิ์ ติดตามอัพเดทได้ที่เว็บไซต์กระทรวงการคลัง

นอกจากนี้ รัฐบาลยังมีแผนเชื่อมโยงกับมาตรการอื่นๆ เช่น ลดราคาน้ำมันหรือสินค้าจำเป็น เพื่อให้ประชาชนมีชีวิตที่ดีขึ้น โครงการ ไทยช่วยไทยพลัส จึงเป็นสัญญาณบวกที่แสดงถึงความใส่ใจของรัฐบาลต่อประชาชน

ในมุมมองของผู้เขียน โครงการนี้จะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนได้ทันท่วงที และหากดำเนินการได้ดี จะเป็นต้นแบบสำหรับมาตรการช่วยเหลือในอนาคต อย่างไรก็ตาม ประชาชนควรใช้เงินอย่างมีสติเพื่อสร้างประโยชน์สูงสุด

เรียกร้องให้คุณ! แชร์ข่าวนี้ให้เพื่อนๆ รู้ เพื่อไม่ให้ใครพลาดสิทธิ์ และติดตามบล็อกของเราเพื่ออัพเดทข่าวสารเศรษฐกิจล่าสุด

ที่มา – นายกฯ เผย ไทยช่วยไทยพลัส แจก 4,000 บาท เข้า ครม. ภายใน พ.ค. นี้ เริ่มจ่ายจริง มิ.ย.

“ภราดร” เผยช่องว่างงบรับวิกฤต 8 แสนล้านบาท

“ภราดร” เผยเหลือช่องว่างทำนโยบายรับวิกฤตได้ 8 แสนล้านบาท เป็นข่าวดีสำหรับประชาชนไทยในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจโลกที่กำลังยืดเยื้อ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายภราดร ปริศนานันทกุล ได้เปิดเผยข้อมูลสำคัญหลังที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบยุทธศาสตร์การจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 ซึ่งจะช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจและดูแลปากท้องประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

“ภราดร” เผยเหลือช่องว่างทำนโยบายรับวิกฤตได้ 8 แสนล้านบาท

จากกรอบงบประมาณทั้งสิ้น 3.788 ล้านล้านบาท รัฐบาลจะใช้หลักงบประมาณฐานศูนย์ (Zero-based Budgeting) ไม่ยึดติดกับฐานงบเดิม แต่พิจารณาตามความจำเป็นจริง โดยเน้น 3 ประเด็นหลัก ได้แก่ สถานการณ์โลก สถานการณ์ในประเทศ และการเยียวยาประชาชน โดยเฉพาะผลกระทบจากสงครามที่ทำให้ราคาพลังงานและสินค้าพุ่งสูง

กระบวนการจัดทำงบประมาณปี 2570

ปฏิทินงบประมาณจะเริ่มต้นตั้งแต่วันนี้จนถึง 1 พ.ค. 2569 หน่วยงานต่าง ๆ จะเสนอคำขอใช้จ่าย จากนั้นสำนักงบประมาณจะกลั่นกรองให้อยู่ในเพดาน 3.788 ล้านล้านบาท ภายใน 1 เดือน ก่อนเสนอครม. วันที่ 2 มิ.ย. 2569 จากนั้นเข้าสภา วาระ 1 วันที่ 1-3 ก.ค. พิจารณาแปรญัตติ 70 วัน วาระ 2-3 ต้นก.ย. และวุฒิสภา 10-11 ก.ย. เพื่อประกาศใช้ 1 ต.ค. 2569

นอกจากนี้ ยังมี พ.ร.บ. โอนงบประมาณปี 2569 เพื่อเยียวยาประชาชนจากสงคราม โดยเลี่ยงชดเชยเงินคงคลังค้าง 70,000 ล้านบาทจากปี 2568 ด้วยการตั้งงบชดเชยในปี 2570 ทำให้เงินโอนได้นำไปช่วยประชาชนจริง

มาตรการรัดเข็มขัดประหยัดงบ

  • ขอเพิ่มงบไม่เกิน 20% จากกรอบเดิม เพื่อความรวดเร็ว
  • ชะลอสร้างอาคารใหม่ 1-2 ปี ใช้เช่าหรือ PPP แทน
  • งดดูงานต่างประเทศ ลดคนประชุม
  • งดงบกลุ่มจังหวัดชั่วคราว ตัดโครงการซ้ำซ้อนอย่างถนนและแหล่งน้ำในงบจังหวัด จาก 20,000 ล้านบาท เหลือ 4,000 ล้านบาท ประหยัด 20,000 ล้านบาท
  • เปลี่ยนรถราชการเป็น EV ติด Solar Roof ในอาคารรัฐ

เงินที่ประหยัดจะไม่เก็บในงบกลาง แต่โอนไปโครงการ “ไทยช่วยไทย” ครอบคลุมผู้ถือบัตรสวัสดิการ 13.4 ล้านคน โครงการปุ๋ยราคาถูก ลดดอกเบี้ยเกษตรกร ธงฟ้าราคาประหยัด และคนละครึ่งพลัส เป้า 20-30 ล้านคน ได้คนละไม่ต่ำกว่า 2,000 บาท

ช่องว่างทางการคลัง (Fiscal Space) จากงบ 3.78 ล้านล้านบาท หักรายจ่ายประจำ เหลือ 700,000-800,000 ล้านบาท เพียงพอขับเคลื่อนเศรษฐกิจและบรรเทาทุกข์ประชาชน “ภราดร” เผยเหลือช่องว่างทำนโยบายรับวิกฤตได้ 8 แสนล้านบาท ซึ่งจะเป็นกุญแจสำคัญในการพาประเทศฝ่าวิกฤต

การใช้ Zero-based Budgeting นี้ไม่เพียงช่วยประหยัดงบ แต่ยังทำให้การใช้จ่ายมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเฉพาะในยุคที่เศรษฐกิจโลกผันผวนจากสงครามและเงินเฟ้อ รัฐบาลมุ่งเน้นโครงการที่ตอบโจทย์ปากท้อง เช่น การกระตุ้นการท่องเที่ยว เศรษฐกิจชุมชน และพลังงานสะอาด ซึ่งจะสร้างการจ้างงานและลดต้นทุนระยะยาว

สำหรับประชาชน คาดว่างบเหล่านี้จะช่วยลดภาระค่าครองชีพ ลดราคาสินค้าเกษตร และกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศให้คึกคัก ส่งผลบวกต่อ GDP โตได้ 2-3% ในปีหน้า

ติดตามพัฒนาการงบประมาณปี 2570 ต่อไป เพราะนโยบายเหล่านี้อาจเปลี่ยนชีวิตคุณได้จริงในช่วงวิกฤตนี้

ที่มา – “ภราดร” เผยเหลือช่องว่างทำนโยบายรับวิกฤตได้ 8 แสนล้านบาท

“ภราดร” เผยคนละครึ่งพลัส – “รถเก่าแลกรถใหม่” ยังไม่เข้าครม.สัปดาห์นี้

“ภราดร” เผยคนละครึ่งพลัส – “รถเก่าแลกรถใหม่” ยังไม่เข้าครม.สัปดาห์นี้ เป็นข่าวที่หลายคนรอคอย โดยเฉพาะประชาชนที่หวังพึ่งพามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดจากรัฐบาล ล่าสุด นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้กำกับดูแลสำนักงบประมาณ ได้ออกมาให้ข้อมูลสำคัญเมื่อวันที่ 21 เมษายน 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล

“ภราดร” เผยคนละครึ่งพลัส – “รถเก่าแลกรถใหม่” ยังไม่เข้าครม.สัปดาห์นี้

โครงการ คนละครึ่งพลัส ซึ่งเป็นมาตรการยอดนิยมจากเฟสก่อนหน้า ช่วยให้ประชาชนใช้จ่ายได้มากขึ้น โดยรัฐช่วยแบ่งเบาภาระส่วนหนึ่ง ยังคงเป็นที่คาดหวังของพี่น้องประชาชนจำนวนมาก เช่นเดียวกับโครงการ รถเก่าแลกรถใหม่ ที่มุ่งสนับสนุนการเปลี่ยนรถเก่าเป็นรถไฟฟ้าหรือพลังงานทางเลือก เพื่อลดมลพิษและส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าในไทย

นายภราดร ชี้แจงว่า สัปดาห์นี้ทั้งสองโครงการยังไม่เข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เนื่องจากยังไม่มีวาระประชุมครม.เศรษฐกิจ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ เพิ่งกลับจากปฏิบัติราชการต่างประเทศ ทำให้ต้องเลื่อนการประชุมออกไป สำหรับโครงการรถเก่าแลกรถใหม่ กระทรวงการคลังกำลังตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติม เพื่อให้ครบถ้วนสมบูรณ์ก่อนเสนอ

เหตุผลที่ “ภราดร” เผยคนละครึ่งพลัส – “รถเก่าแลกรถใหม่” ยังไม่เข้าครม.สัปดาห์นี้

ไม่ใช่เพราะปัญหางบประมาณขาดแคลนอย่างที่หลายคนกังวล นายภราดรยืนยันว่ารัฐบาลมีช่องทางบริหารจัดการได้แน่นอน เช่น การออกพระราชบัญญัติโอนงบประมาณ หรือใช้เงินงบกลางฉุกเฉินบางส่วน ซึ่งจะดำเนินการโดยเร็วที่สุด เพื่อให้มาตรการเหล่านี้ช่วยเหลือประชาชนได้ทันท่วงที

นอกจากนี้ ยังมีประเด็นการดูแลค่าไฟฟ้าให้กลุ่มเปราะบาง โดยจะปรับเกณฑ์บันไดค่าไฟใหม่ ผู้ใช้ไฟน้อย (ราว 2 บาทกว่าต่อหน่วย) จะได้รับการบรรเทาภาระ คาดเริ่มเดือนมิถุนายน 2569 หลังมาตรการเดิมสิ้นสุดในเดือนพฤษภาคม

  • โครงการคนละครึ่งพลัส: ช่วยกระตุ้นการบริโภค สร้างรายได้ให้ร้านค้าชุมชน
  • รถเก่าแลกรถใหม่: สนับสนุน EV ลดคาร์บอน สอดคล้องนโยบายพลังงานสะอาด
  • ปรับค่าไฟบันได: ช่วยผู้มีรายได้น้อยให้ยั่งยืน

ข้อมูลเหล่านี้แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลกำลังเร่งรัดทุกขั้นตอน แม้จะเลื่อนประชุม แต่ไม่ปล่อยให้ล่าช้า โครงการ “ภราดร” เผยคนละครึ่งพลัส – “รถเก่าแลกรถใหม่” ยังไม่เข้าครม.สัปดาห์นี้ จึงเป็นแค่การปรับเวลาชั่วคราวเท่านั้น

ในมุมมองของผู้เขียน โครงการเหล่านี้จะเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้ฟื้นตัวแข็งแกร่ง โดยเฉพาะในยุคที่พลังงานสะอาดกลายเป็นเทรนด์โลก หากคุณกำลังรอคอย สามารถติดตามอัปเดตล่าสุดได้ที่เว็บไซต์ของเรา หรือแชร์บทความนี้เพื่อให้เพื่อนๆ ได้ทราบข้อมูลดีๆ กันนะครับ!

ที่มา – “ภราดร” เผยคนละครึ่งพลัส – “รถเก่าแลกรถใหม่” ยังไม่เข้าครม.สัปดาห์นี้

เดินหน้า “คนละครึ่ง” เร็วที่สุด พลัสมากกว่าเดิม

สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้เรามาพูดถึงข่าวดีที่หลายคนรอคอยกันเลย นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ได้ย้ำชัดเจนว่าจะ เดินหน้า “คนละครึ่ง” เร็วที่สุด พลัสมากกว่าครั้งก่อน ย้ำ ติดตามเหตุตะวันออกกลางใกล้ชิด เพื่อช่วยเหลือประชาชนในช่วงเศรษฐกิจผันผวนแบบนี้ มาดูรายละเอียดกันว่ามีอะไรน่าสนใจบ้าง

เดินหน้า “คนละครึ่ง” เร็วที่สุด พลัสมากกว่าครั้งก่อน ย้ำ ติดตามเหตุตะวันออกกลางใกล้ชิด

วันที่ 15 เมษายน 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายกฯ อนุทิน ได้ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลางที่กำลังตึงเครียด โดยย้ำว่าประเทศไทยต้องติดตามใกล้ชิดและบริหารจัดการพลังงานให้มั่นคง แม้ตอนนี้ยังไม่ขาดแคลน แต่ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นส่งผลกระทบแน่นอน ในช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา นายกฯ ได้ประชุมกับรัฐมนตรีพลังงานและติดตามการเจรจาระหว่างสหรัฐ-อิหร่านที่ยังไม่คืบหน้า แต่ไทยยังควบคุมได้ดี

ที่สำคัญ นายกฯ ขอบคุณประชาชนทุกคนที่ให้ความร่วมมือ ลดการใช้น้ำมันลงมาอยู่ในระดับปกติ ไม่ตื่นตระหนกเกินไป ทำให้ปริมาณสำรองน้ำมันเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะดีเซลที่ใช้ในเดือนเมษายนน้อยกว่าปีที่แล้ว นี่คือผลจากการที่เราร่วมมือกัน ทำให้วิกฤติคลี่คลายและมั่นคงมากขึ้น

รายละเอียดโครงการคนละครึ่งพลัสและมาตรการช่วยเหลืออื่นๆ

สำหรับคนที่กังวลเรื่องโครงการคนละครึ่ง ตอนนี้รัฐบาลยืนยันชัดว่าจะเดินหน้าให้เร็วที่สุด! หลังจากบริหารราชการเต็มรูปแบบตั้งแต่ 10 เมษายน นโยบายต่างๆ จะเร่งเป็นรูปธรรม โดย คนละครึ่งพลัส หรือที่เรียกว่า “ไทยช่วยไทย” จะมีเงินพลัสมากกว่าครั้งที่แล้ว รองนายกฯ เอกนิติ ได้วางแผนไว้แล้ว นอกจากนี้ยังมีมาตรการช่วยเหลืออื่นๆ เช่น

  • ค่าไฟฟ้า 200 หน่วยแรกไม่เกินหน่วยละ 3 บาท สำหรับทุกกลุ่มผู้ใช้
  • ผู้ใช้เกินคิดตามขั้นบันไ Stair
  • โครงการสินค้าไทยช่วยไทย สินค้าอุปโภคบริโภคราคาถูก กระจายไปทุกอำเภอผ่านที่ว่าการอำเภอ ห้างร้านจะมาวางขายเพียบ

นายกฯ ยังตอบโต้ น.ส.ศิริกัญญา ที่คัดค้านว่า รัฐบาลมีหน้าที่ดูแลประชาชน ไม่ผิดกฎหมายหรือรัฐธรรมนูญ แม้ฝ่ายค้านจะท้วงติงแต่เราจะไม่เปลี่ยนแนวทางเพื่อลดความเดือดร้อนให้พี่น้องประชาชน

ด้านการต่างประเทศ รองนายกฯ สีหศักดิ์ เดินทางไปโอมานเพื่อเจรจาช่วยเหลือคนไทยในอิหร่านและเรื่องโลจิสติกส์ สินค้า ได้รับการตอบรับดีจากตะวันออกกลาง สถานการณ์โดยรวมไทยยังปลอดภัย

สรุปแล้ว เดินหน้า “คนละครึ่ง” เร็วที่สุด พลัสมากกว่าครั้งก่อน คือข่าวดีที่ทำให้เรามีกำลังใจ ในช่วงที่ราคาน้ำมันผันผวนจากเหตุตะวันออกกลาง รัฐบาลกำลังลุยเต็มที่เพื่อความมั่นคงพลังงานและช่วยเหลือค่าครองชีพ

คุณคิดยังไงกับมาตรการเหล่านี้? ลองแชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง แล้วอย่าลืมติดตามอัปเดตโครงการคนละครึ่งพลัสกันนะครับ เพราะใกล้มาแล้ว!

ที่มา – เดินหน้า “คนละครึ่ง” เร็วที่สุด พลัสมากกว่าครั้งก่อน ย้ำ ติดตามเหตุตะวันออกกลางใกล้ชิด

“ภราดร” จ่อหารือ “เอกนิติ” งบฯ “คนละครึ่ง พลัส” วันนี้

วันนี้ (8 เมษายน 2569) มีข่าวการเมืองเศรษฐกิจที่น่าสนใจ เมื่อ “ภราดร” จ่อหารือ “เอกนิติ” งบฯ “คนละครึ่ง พลัส” วันนี้ ยันจะดำเนินการเฟสแรกให้เร็ว ซึ่งเป็นสัญญาณว่ารัฐบาลชุดใหม่กำลังเร่งมือช่วยเหลือประชาชนท่ามกลางสถานการณ์ยากลำบากทั้งในและต่างประเทศ โครงการคนละครึ่ง พลัส ถือเป็นนโยบายยอดฮิตที่เคยช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากได้ดีในอดีต และตอนนี้กำลังจะกลับมาอีกครั้ง

“ภราดร” จ่อหารือ “เอกนิติ” งบฯ “คนละครึ่ง พลัส” วันนี้ ยันจะดำเนินการเฟสแรกให้เร็ว

นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เริ่มวันทำงานรอบสองด้วยการไหว้ศาลพระภูมิเจ้าที่และศาลตาศาลยายที่ทำเนียบรัฐบาล เวลา 07.59 น. เพื่อขอพรให้การทำงานราบรื่น โดยเฉพาะนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพราะสถานการณ์โลกกำลังเผชิญสงครามและวิกฤตต่างๆ ต้องเข้มแข็งเพื่อดูแลประชาชนให้ดีที่สุด

ภราดร รับกำกับดูแลสำนักงบประมาณและ ป.ป.ท.

ตามคำสั่งนายกฯ วันที่ 7 เมษายน นายภราดรได้รับมอบหมายกำกับดูแล สำนักงบประมาณ และ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ซึ่งสำนักงบประมาณเป็นหน่วยงานที่เคยดูแลมาก่อน จึงพร้อมสานต่อทันที

สำหรับการประชุมครม.ครั้งแรก 11 เมษายน จะเสนอปฏิทินจัดทำร่างงบประมาณปี 2570 เพื่อกำหนดทิศทางชัดเจน ไม่ให้ล่าช้า เริ่มใช้ 1 ตุลาคม 2569 นายกฯ กำชับให้งบฯ เข้ากับสถานการณ์ ชะลอโครงการไม่จำเป็น นำเงินมาช่วยประชาชนก่อน

  • เริ่มนับหนึ่งปฏิทินงบ 11 เมษายน
  • หน่วยงานเสนอคำขอใช้เงิน เดดไลน์พฤษภาคม
  • คัดกรองและอนุมัติ ล่าช้าสูงสุด 15-20 วัน
  • เสร็จทัน 1 ตุลาคม เพื่อใช้จริง

อัปเดต “ภราดร” จ่อหารือ “เอกนิติ” เรื่องงบคนละครึ่ง พลัส

นายภราดรยืนยันว่าจะหารือกับนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และรมว.คลัง วันนี้ เพื่อหาแหล่งงบสำหรับ “คนละครึ่ง พลัส” และโครงการไทยช่วยไทย ซึ่งเป็นโครงการใหญ่ช่วยประชาชน โดยใช้ พ.ร.บ.โอนงบฯ คาดเริ่มมิถุนายน

งบกลางเพียงพอหรือไม่? นายภราดรชี้ว่าน่าจะพอ เพราะนายกฯ สั่งชะลอโครงการไม่เร่งด่วน นำงบมาช่วยประชาชนก่อน รายละเอียดจำนวนสิทธิ์ (อาจ 20 ล้านคนเหมือนเดิม?) วงเงิน และโครงสร้าง อยู่ระหว่างออกแบบโดยกระทรวงการคลัง ร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ พลังงาน ยืนยันเฟสแรกเร็วที่สุด

โครงการคนละครึ่ง พลัส จะช่วยลดภาระค่าครองชีพ กระตุ้นการบริโภคในร้านค้าชุมชน เหมือนเฟสก่อนที่ประสบความสำเร็จ ลดการตกงาน และหมุนเงินในระบบ สถานการณ์ปัจจุบันคล้ายโควิด รัฐบาลต้องรับมือหนัก แต่พร้อมเต็มที่

นอกจากนี้ ยังตอบโต้ฝ่ายค้านเรื่อง “รวยไม่ไหวแล้ว” ว่าสถานการณ์ตอนนี้รุนแรงไม่แพ้โควิด รัฐบาลต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้า

สรุปแล้ว “ภราดร” จ่อหารือ “เอกนิติ” งบฯ “คนละครึ่ง พลัส” วันนี้ แสดงถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการช่วยเหลือประชาชนทันท่วงที โครงการนี้คาดว่าจะเป็นตัวช่วยสำคัญฟื้นเศรษฐกิจ โดยเฉพาะ SME และผู้มีรายได้น้อย

ความเห็นส่วนตัว: นโยบายแบบนี้ตอบโจทย์มากในยุคเศรษฐกิจซบเซา หากดำเนินเร็วจริง จะช่วยให้ประชาชนมีกำลังซื้อเพิ่ม และเศรษฐกิจหมุนเวียนได้ดีขึ้น คุณล่ะคิดยังไง? ลองแชร์ประสบการณ์ใช้คนละครึ่งเฟสเก่าในคอมเมนต์ด้านล่าง และกดแชร์บทความนี้เพื่อให้เพื่อนๆ ได้รับรู้ข้อมูลอัปเดต!

ที่มา – “ภราดร” จ่อหารือ “เอกนิติ” งบฯ “คนละครึ่ง พลัส” วันนี้ ยันจะดำเนินการเฟสแรกให้เร็ว

“อนุทิน” ลั่นคนละครึ่งพลัสมาแน่ จัดเต็ม

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวออนไลน์ทุกท่าน! วันนี้มีข่าวดีมาบอกสำหรับคนที่กำลังรอคอยมาตรการช่วยเหลือค่าครองชีพจากรัฐบาลเลยนะครับ ล่าสุด “อนุทิน” ลั่น “คนละครึ่งพลัส” มาแน่-จัดเต็มกว่าเดิม เตรียมชงคลังสรุปรายละเอียดเร็วๆ นี้ หลังจากที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ให้สัมภาษณ์ที่ทำเนียบรัฐบาลเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2567 ทำให้หลายคนตื่นเต้นกันมาก เพราะโครงการนี้เคยช่วยเหลือประชาชนได้อย่างดีในอดีต

“อนุทิน” ลั่น “คนละครึ่งพลัส” มาแน่-จัดเต็มกว่าเดิม เตรียมชงคลังสรุปรายละเอียดเร็วๆ นี้

ในงานแถลงข่าว นายอนุทินย้ำชัดเจนว่ารายชื่อคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ใกล้เสร็จสิ้น จะทูลเกล้าฯ ต้นสัปดาห์หน้า และที่สำคัญคือโครงการ “อนุทิน” ลั่น “คนละครึ่งพลัส” มาแน่-จัดเต็มกว่าเดิม เตรียมชงคลังสรุปรายละเอียดเร็วๆ นี้ จะเดินหน้าเต็มสูบแน่นอน ไม่เกี่ยวกับสถานการณ์วิกฤตน้ำมันหรือตะวันออกกลาง แต่เป็นนโยบายเรือธงของพรรคภูมิใจไทยที่ให้สัญญากับประชาชนไว้ตั้งแต่เลือกตั้ง

คนละครึ่งพลัสคืออะไร? ทำไมถึงฮิตขนาดนี้

หลายคนอาจยังจำโครงการคนละครึ่งเฟสเก่าๆ ได้ มันคือมาตรการที่รัฐช่วยจ่ายเงินให้ประชาชนนำไปซื้อของกินของใช้ ร้านค้าปลีกรับประโยชน์เต็มๆ เงินหมุนเวียนในชุมชน ไม่รั่วไหลออกนอกประเทศ จากข้อมูลปีที่แล้ว ประชาชนพึงพอใจสูงมาก เรียกร้องให้มีต่อเพราะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากได้จริง รัฐยังได้ภาษี VAT กลับคืนแบบวิน-วินทุกฝ่าย

สำหรับเวอร์ชั่น “พลัส” นี้ อนุทินบอกว่าจัดเต็มกว่าเดิม! อาจได้เงิน 2,000 บาท หรือมากกว่านั้น รูปแบบชัดเจน ครอบคลุมมากขึ้น แม้แต่กลุ่มผู้เสียภาษีที่เคยบ่นว่าถูกละเลยจาก 7 มาตรการก่อนหน้า ก็มีโอกาสได้รับด้วย รอกระทรวงการคลังสรุปรายละเอียดอีกสักพัก

กำหนดการเดินหน้าโครงการคนละครึ่งพลัส

หลังรัฐบาลใหม่เข้ามา จะเร่งผลักดันทันที ชงครม.ผ่านเร็วๆ นี้ ไม่มีพลิกผัน เพราะเป็นสัญญาประชาคม อนุทินย้ำว่าโครงการนี้พิสูจน์แล้วว่าประชาชนชื่นชอบ ไม่รั่วไหล ช่วยให้เงินไหลเวียนในระบบเศรษฐกิจไทย 100% ถ้าถึงคิวคุณแล้ว ลุ้นเลยครับ!

  • ประโยชน์หลัก: ลดค่าครองชีพ กระตุ้นซื้อขายท้องถิ่น
  • ครอบคลุม: ประชาชนทั่วไปและผู้เสียภาษี
  • จำนวนเงิน: พลัสจากเดิม อาจ 2,000+ บาท
  • เวลา: รัฐบาลใหม่ เร่งด่วน

นอกจากนี้ อนุทินยังพูดถึงโผ ครม. ว่าทุกคนผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติเรียบร้อยจาก สลค. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่มีปัญหาอะไร รัฐบาลชุดนี้พร้อมลุยนโยบายช่วยประชาชนทันที

ในมุมมองของผม โครงการนี้เจ๋งมากครับ เพราะไม่ใช่แค่แจกเงิน แต่สร้างวงจรเศรษฐกิจที่ยั่งยืน ร้านเล็กๆ ในชุมชนได้ลูกค้า ประชาชนประหยัดได้ ของกินถูกขึ้น ถ้าคุณเคยใช้คนละครึ่งเก่า คงรู้ว่าสะดวกแค่ไหน ผ่านแอปเป๋าตังค์ สแกนจ่ายปุ๊บ ได้เลย

แต่ก็อยากให้รัฐเพิ่มการประชาสัมพันธ์ให้ชัดเจนกว่านี้ เช่น ใครได้บ้าง ลงทะเบียนยังไง วงเงินเท่าไหร่ เพื่อไม่ให้พลาด ลุ้นกันต่อไปนะครับ!

คำแนะนำ: เตรียมโทรศัพท์และเป๋าตังค์ไว้เลย ติดตามข่าวอัปเดตจากช่องทาง官方 และแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ได้รู้ด้วยนะครับ จะได้ไม่พลาดสิทธิ์ กระตุ้นเศรษฐกิจไทยไปด้วยกัน!

ที่มา – “อนุทิน” ลั่น “คนละครึ่งพลัส” มาแน่-จัดเต็มกว่าเดิม เตรียมชงคลังสรุปรายละเอียดเร็วๆ นี้

Scroll to top