สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน! วันนี้เรามีข่าวการเมืองที่น่าสนใจมาอัพเดทกันแบบเป็นกันเองเลยนะครับ โดยเฉพาะเรื่อง อนุทิน เผยทูลเกล้าฯ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ซึ่งเป็นหัวข้อที่กำลังร้อนแรงในแวดวงการเมืองไทยตอนนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยและนายกรัฐมนตรี ได้ออกมาเปิดเผยว่าการทูลเกล้าฯ พระราชกำหนด (พรก.) ฉบับนี้เสร็จเรียบร้อยแล้ว และยังไม่หวั่นใจแม้ฝ่ายค้านจะเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญเพื่อตีความด้วยซ้ำ ฟังดูแล้วเหมือนละครการเมืองน้ำดีเลยใช่ไหมล่ะ?
อนุทิน เผยทูลเกล้าฯ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท
เรื่องราวเริ่มต้นจากวันที่ 7 พฤษภาคม 2567 (ในเนื้อหา original เขียน 2569 คงพิมพ์ผิด) นายอนุทินได้กล่าวถึงกรณีที่ฝ่ายค้านกำลังล่ารายชื่อเพื่อยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญ เกี่ยวกับ พรก.กู้เงินจำนวน 400,000 ล้านบาท ซึ่งรัฐบาลตั้งใจใช้เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่กำลังเดือดร้อนจากปัญหาเศรษฐกิจ ตนเองในฐานะนายกฯ ได้ลงนามและทูลเกล้าฯ ไปแล้ว รอพระบรมราชวินิจฉัยเท่านั้นเองครับ
สิ่งที่น่าสนใจคือ นายอนุทินย้ำว่าทุกฝ่ายต่างพยายามแก้ปัญหาให้ประชาชนเป็นหลัก เพราะเราทุกคนคือผู้แทนของพี่น้องประชาชนนั่นเอง และที่สำคัญ พรก.กู้เงินแบบนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่เลยนะครับ ตลอดประวัติศาสตร์การเมืองไทย มีการกู้เงินในลักษณะนี้มาหลายครั้งแล้ว นายอนุทินบอกว่าตัวเองน่าจะเป็นนายกฯ คนที่ 8 ที่ทำแบบนี้ด้วยซ้ำ!
ไม่หวั่นฝ่ายค้านจ่อร้องศาลรัฐธรรมนูญตีความ
แม้ฝ่ายค้านจะขู่จะยื่นศาล ซึ่งอาจทำให้กระบวนการหยุดชะงักนานถึง 60 วัน แต่นายอนุทินก็ไม่สะทกสะท้านเลยครับ เขาตอกกลับแบบแสบๆ ว่าคนที่เตรียมยื่นศาลนี่แหละ เคยทำแบบเดียวกันมาก่อน สมัยนั้นใช้ชื่อโครงการว่า “ไทยเข้มแข็ง” จำนวนเงินเท่ากันเป๊ะ! แต่ครั้งนี้รัฐบาลใช้ชื่อ “ไทยช่วยไทย” ซึ่งฟังดูอบอุ่นและเข้าถึงประชาชนมากกว่าเยอะเลย
ผู้สื่อข่าวถามย้ำถึงความแตกต่างของการกู้ครั้งนี้ นายอนุทินอธิบายชัดเจนว่าครั้งนี้กู้เป็นสกุลเงินบาทล้วนๆ ไม่ผสมสกุลเงินต่างประเทศเลยครับ และที่เจ๋งกว่านั้นคือ เงินทุกบาททุกสตางค์จะส่งตรงถึงมือประชาชน ไม่ต้องผ่านโครงการซับซ้อนอะไรทั้งนั้น จะช่วยกระตุ้นการจับจ่ายใช้ส้อย เพิ่มสภาพคล่องในระบบเศรษฐกิจไทยให้หมุนเวียนได้ดียิ่งขึ้น นี่แหละครับที่เรียกว่าได้ประโยชน์จริงๆ
จุดเด่นของ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ครั้งนี้
- กู้เงินบาทล้วน: ลดความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน
- ส่งตรงถึงประชาชน: ไม่ผ่านกลางทาง เงินถึงมือไว
- กระตุ้นเศรษฐกิจ: ช่วยให้เงินไหลเวียน เพิ่มการบริโภค
- สุจริตตามนโยบาย: ดำเนินการตามที่แถลงต่อสภา
นอกจากนี้ เมื่อสื่อถามว่าการยื่นศาลจะกระทบโครงการคนละครึ่งพลัส หรือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐหรือไม่ นายอนุทินยืนยันชัดว่า ไม่เกี่ยวกันเลย เพราะรัฐบาลทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับประชาชน ด้วยเจตนารมณ์ที่สุจริต 100% ครับ
มาดูบริบทกันหน่อยนะครับ ปัจจุบันเศรษฐกิจไทยยังฟื้นตัวช้าๆ หลังโควิด-19 ประชาชนจำนวนมากยังขาดสภาพคล่อง การกู้เงินเพื่อแจกจ่ายตรงแบบนี้จึงเป็นมาตรการเร่งด่วนที่จำเป็น รัฐบาลต้องดูแลกำกับให้เงินถูกใช้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่อะไร เพราะเมื่อถึงเวลาจำเป็น เราต้องขับเคลื่อนตามนโยบายที่วางไว้
ส่วนตัวผมคิดว่าการเมืองไทยสมัยนี้ การโจมตีกันด้วยเรื่องที่ตัวเองเคยทำ มันก็ชวนขำนิดๆ แต่ที่สำคัญกว่าคือ ประชาชนได้ประโยชน์จริงไหม? ถ้าเงิน 4 แสนล้านถึงมือคนที่เดือดร้อนได้จริง ก็น่าจะเป็นข่าวดีสำหรับทุกคนครับ สุดท้ายแล้ว อนุทิน เผยทูลเกล้าฯ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการฟื้นฟูเศรษฐกิจ
คุณคิดยังไงกับเรื่องนี้บ้าง? คิดว่ารัฐบาลควรทำยังไงต่อ หรือฝ่ายค้านมีเหตุผลอะไร ลองคอมเมนต์มาคุยกันได้นะครับ! และอย่าลืมแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ได้อ่านด้วย เพื่อติดตามข่าวสารการเมืองและเศรษฐกิจแบบอัพเดททันใจ
ความเห็นส่วนตัว: ในมุมมองของผม การช่วยเหลือประชาชนต้องมาก่อนการเมือง ถ้าทุกฝ่ายช่วยกันผลักดันให้เงินหมุนเร็วๆ ก็คงดีสำหรับประเทศชาติแน่นอน
ที่มา – “อนุทิน” เผยทูลเกล้าฯ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาทแล้ว ไม่หวั่นฝ่ายค้านจ่อร้องศาลรัฐธรรมนูญตีความ


