วัน: 7 พฤษภาคม 2026

ฟอร์ด จัดแคมเปญสายเปย์ ช่วยค่าน้ำมัน 100,000 บาท

ในยุคที่ราคาน้ำมันพุ่งสูงแบบนี้ การมีรถยนต์ดีๆ คันโปรดแต่ไม่ต้องกังวลเรื่องค่าน้ำมันมากนักคือความฝันของใครหลายคน ล่าสุด ฟอร์ด จัดแคมเปญสายเปย์ ช่วยค่าน้ำมัน 100,000 บาท มาช่วยเติมเต็มความฝันนั้นให้เป็นจริง! Ford Thailand ไม่รอช้า เดินหน้าแคมเปญขอบคุณลูกค้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบแทนกระแสความนิยมของรถฟอร์ด โดยเฉพาะ Ford Ranger และ Ford Everest ที่ฮอตฮิตสุดๆ

ฟอร์ด จัดแคมเปญสายเปย์ ช่วยค่าน้ำมัน 100,000 บาท

แคมเปญพิเศษนี้ชื่อว่า ‘Ford สายเปย์’ ซึ่งอัปเกรดจากแคมเปญก่อนหน้าที่ช่วยค่าน้ำมัน 30,000 บาท และได้รับการตอบรับถล่มทลาย ตอนนี้เพิ่มเป็น 100,000 บาท เลยทีเดียว! สำหรับลูกค้าที่จองและออกรถ Ford Ranger หรือ Ford Everest (ยกเว้นรุ่นปี 2026) ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม – 30 มิถุนายน 2569 ฟอร์ดพร้อมอยู่เคียงข้าง แบ่งเบาภาระค่าครองชีพให้คุณ สามารถขับขี่รถที่ทรงพลังและล้ำสมัยได้อย่างสบายใจ

Ford Ranger รถกระบะตัวท็อปที่ขึ้นชื่อเรื่องความแข็งแกร่ง ทนทาน และเทคโนโลยีสุดล้ำ เช่น ระบบช่วยขับขี่ ADAS ครบครัน หรือ Ford Everest SUV ครอบครัวที่หรูหรา กว้างขวาง ตอบโจทย์ทุกการเดินทาง ไม่ว่าจะลุยป่า ลุยทะเลทราย หรือพาครอบครัวเที่ยวพักผ่อน แคมเปญนี้ช่วยให้คุณเป็นเจ้าของรถคู่ใจได้คุ้มค่ากว่าเดิม

ทำไมแคมเปญนี้ถึงน่าโดน?

  • ช่วยค่าน้ำมันสูงสุด 100,000 บาท: เติมน้ำมันได้นานหลายเดือน ลดภาระชัดเจน
  • รุ่นรถฮิต: Ford Ranger และ Everest ทุกรุ่น (ยกเว้น 2026)
  • ช่วงเวลา限定的: 1 พ.ค. – 30 มิ.ย. 2569 จองและออกรถทันที
  • เงื่อนไขง่าย: ตามที่ฟอร์ดกำหนด สอบถามได้เลย

ไม่ใช่แค่ช่วยค่าน้ำมัน แต่ยังสะท้อนถึงความใส่ใจของฟอร์ดต่อลูกค้าท่ามกลางสถานการณ์เศรษฐกิจที่ท้าทาย ช่วยให้คุณออกไปผจญภัย ใช้ชีวิตเต็มที่ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย

รายละเอียดแคมเปญฟอร์ดสายเปย์

  • ระยะเวลา: จองและออกรถ 1 พฤษภาคม – 30 มิถุนายน 2569
  • รุ่นรถ: Ford Ranger / Everest ทุกรุ่น (ยกเว้นปี 2026)
  • สิทธิ์: สนับสนุนค่าน้ำมัน 100,000 บาท

สนใจสอบถามเพิ่มเติมได้ที่โชว์รูม Ford ทั่วประเทศ Facebook: www.facebook.com/fordthailand หรือโทร Ford Call Center 1383 อย่ารอช้า! แคมเปญดีขนาดนี้มีเวลาจำกัด รีบจอง Ford Ranger หรือ Everest วันนี้ แล้วไปลุยทุกเส้นทางด้วย peace of mind สิทธิพิเศษแบบนี้ไม่มาเถอะบ่อยๆ นะ

ที่มา – FORD จัดแคมเปญสายเปย์ ช่วยค่าน้ำมัน 100,000 บาท

ผู้พิพากษาสหรัฐฯ เผยข้อความบางส่วนในจดหมายลาตายของเอปสตีน

ผู้พิพากษาสหรัฐฯ เผยข้อความบางส่วนในจดหมายลาตายของเอปสตีน สร้างความฮือฮาในหมู่สาธารณชนอีกครั้ง หลังจากคดีของนักธุรกิจชื่อดังผู้ถูกกล่าวหาคดีล่วงละเมิดทางเพศเด็กเสียชีวิตในเรือนจำอย่างลึกลับมานานหลายปี จดหมายลาตายฉบับนี้ถูกเปิดเผยเมื่อไม่นานมานี้ ท่ามกลางข้อสงสัยมากมายเกี่ยวกับสาเหตุการตายของเขา

ผู้พิพากษาสหรัฐฯ เผยข้อความบางส่วนในจดหมายลาตายของเอปสตีน

เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2569 ผู้พิพากษาศาลรัฐบาลกลางสหรัฐฯ ได้ตัดสินใจเปิดเผยเอกสารสำคัญที่เชื่อว่าเป็นส่วนหนึ่งของจดหมายลาตายของ เจฟฟรีย์ เอปสตีน นายนิโคลัส ตาร์ตากลิโอเน เพื่อนร่วมห้องขังของเอปสตีนในเรือนจำ เป็นผู้พบจดหมายนี้ เขาอ้างว่าพบมันหลังจากช่วยชีวิตเอปสตีนจากการพยายามฆ่าตัวตายครั้งแรกในเดือนกรกฎาคม 2562

ข้อความที่ถูกเผยแพร่บางส่วนในจดหมายที่ไม่ลงนาม มีเนื้อหาน่าตกใจ เช่น “พวกมันสอบสวนฉันมาเป็นเดือน – แต่ไม่พบอะไรเลย!!!” “มันเป็นเรื่องน่ายินดีที่สามารถเลือกเวลาบอกลาได้ด้วยตัวเอง” และ “ไม่สนุกเลยนะ – ไม่คุ้มค่าสักนิด!!” ข้อความเหล่านี้สะท้อนถึงความสิ้นหวังและความขมขื่นของเอปสตีน ก่อนที่เขาจะถูกพบเสียชีวิตในห้องขังไม่กี่สัปดาห์ต่อมา

เนื้อหาจดหมายลาตายและบริบทการค้นพบ

จดหมายนี้ถูกซ่อนไว้ในหนังสือของตาร์ตากลิโอเน นักโทษคดีฆาตกรรม 4 ศพ เขาอ้างว่าเอปสตีนเขียนมันหลังจากพยายามแขวนคอตัวเองแต่ไม่สำเร็จ ตาร์ตากลิโอเนทำ CPR ช่วยชีวิตเขาไว้ และเพื่อเป็นหลักฐาน เอปสตีนจึงทิ้งจดหมายไว้ ผู้เชี่ยวชาญด้านลายมือได้ตรวจสอบแล้วว่าอาจเป็นของจริง

เจฟฟรีย์ เอปสตีน
เจฟฟรีย์ เอปสตีน

สำนักข่าว The New York Times เป็นผู้ยื่นคำร้องให้เปิดเผยจดหมายนี้ หลังจากถูกปิดบังมานานเกือบ 7 ปี กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ไม่คัดค้าน โดยระบุว่าไม่ทราบความถูกต้องของจดหมาย แต่สาธารณชนสนใจสถานการณ์การตายของเอปสตีนอย่างมาก

ข้อสงสัยรอบการเสียชีวิตของเอปสตีน

เอปสตีนถูกจับในข้อหาค้าประเวณีเด็กและล่วงละเมิดทางเพศเด็ก การพยายามฆ่าตัวตายครั้งแรกในกรกฎาคม 2562 มีร่องรอยที่คอ แต่เจ้าหน้าที่เรือนจำไม่แน่ใจว่าเป็นการทำร้ายตัวเองหรือถูกทำร้าย เอปสตีนเคยกล่าวหาตาร์ตากลิโอเน แต่ต่อมาถอนคำให้การ และบอกนักจิตวิทยาว่าไม่จำเหตุการณ์ได้

  • เอปสตีนยืนยันว่า “ผมไม่มีความสนใจที่จะฆ่าตัวตายเลยสักนิด”
  • หลังเสียชีวิต แพทย์นิติเวชสรุปว่าเป็นการฆ่าตัวตาย
  • กล้องวงจรปิดยืนยันไม่มีใครเข้าใกล้ห้องขัง

อย่างไรก็ตาม ทฤษฎีสมคบคิดยังคงมีอยู่ เพราะเอปสตีนมีความสัมพันธ์กับบุคคลมีชื่อเสียงมากมาย คดีนี้ถูกปิดโดยกระทรวงยุติธรรมว่าไม่มีหลักฐานการฆาตกรรม

ผู้พิพากษาสหรัฐฯ เผยข้อความบางส่วนในจดหมายลาตายของเอปสตีน ทำให้เกิดคำถามใหม่ๆ เกี่ยวกับสุขภาพจิตและสภาพในเรือนจำ คดีนี้ยังคงเป็นปริศนาที่น่าติดตาม คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์และติดตามข่าวต่างประเทศเพิ่มเติมเพื่อไม่พลาดอัปเดตสำคัญ

ที่มา – ผู้พิพากษาสหรัฐฯ เผยข้อความบางส่วนในจดหมายลาตายของเอปสตีน

“สก.ไม้” ชูแผน 4 ปี “บางรัก…พัฒนาต่อ”

“สก.ไม้” ชูแผน 4 ปี “บางรัก…พัฒนาต่อ” เพื่อผลักดันศักยภาพที่มีอยู่ให้ดียิ่งขึ้น โดยไม่ใช่แค่สร้างใหม่ แต่เน้นเชื่อมระบบให้ทำงานได้จริง นี่คือวิสัยทัศน์ของนายวิพุธ ศรีวะอุไร สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) เขตบางรัก และประธานสภากรุงเทพมหานคร ที่สรุปผลงาน 4 ปีที่ผ่านมา และวางแผนอนาคตที่ตอบโจทย์ชีวิตประชาชนในย่านใจกลางเมืองอย่างบางรัก

ตลอด 4 ปีที่ผ่านมา สก.วิพุธ ไม่ได้ทำงานเฉพาะเขตบางรัก แต่ยังผลักดันนโยบายระดับกรุงเทพฯ ผ่านสภากรุงเทพฯ พิจารณาข้อบัญญัติ 37 ฉบับ ญัตติ 173 ฉบับ และกระทู้ถาม 138 กระทู้ เพื่อกำกับดูแลและแก้ปัญหาเมืองหลายมิติ แผน “สก.ไม้” ชูแผน 4 ปี “บางรัก…พัฒนาต่อ” จึงต่อยอดจากประสบการณ์จริง เน้นบูรณาการระบบที่มีอยู่ เช่น ขนส่ง ทางเท้า จราจร น้ำท่วม สิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจ

“สก.ไม้” ชูแผน 4 ปี “บางรัก…พัฒนาต่อ”

เขตบางรักมีศักยภาพสูงสุดแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ด้วยย่านเศรษฐกิจอย่างสีลม สาทร สุรวงศ์ พระราม 4 และเจริญกรุง แต่ปัญหาคือระบบยังไม่เชื่อมโยงกันเต็มที่ แผนใหม่จึงมุ่งทำให้ระบบเดิมทำงานดีขึ้น เชื่อมต่อกัน และตอบโจทย์ชีวิตประจำวัน

1. ยกระดับระบบทางเท้าและการเดิน

ไม่ใช่ซ่อมจุดๆ แต่สร้างโครงข่ายต่อเนื่อง โดยเฉพาะแนวสุรวงศ์-สาทร-สีลม พัฒนาพื้นผิว ทางลาด แสงสว่าง และเชื่อมขนส่งสาธารณะ ในจุดหนาแน่นอย่างสถานีรถไฟฟ้า อาจใช้ Skywalk เพื่อป้องกันฝนแดด ทางเท้าดีช่วยเศรษฐกิจ เพราะคนเดินสะดวกจะแวะซื้อของ สร้างความเท่าเทียมให้ทุกกลุ่ม

2. เชื่อมต่อระบบขนส่งสาธารณะ

เพิ่มรถ Feeder Bike Sharing ปรับป้ายรถเมล์เป็นจุดบริการข้อมูลครบครัน เชื่อมย่านอย่างสีลม-บรรทัดทอง-พระราม 4 ลดการใช้รถส่วนตัว ประหยัดค่าเดินทาง เพิ่มการเข้าถึงงานและบริการ

3. จัดการจราจรด้วยข้อมูลและ AI

ใช้ Adaptive Traffic Control สัญญาณไฟปรับ real-time วิเคราะห์จุดเสี่ยง จัดระเบียบจอดรถ เชื่อมกับทางเท้าและขนส่ง คู่กับผังเมืองระยะยาวเพื่อกระจายความเจริญ

แผน “สก.ไม้” ชูแผน 4 ปี “บางรัก…พัฒนาต่อ” ครอบคลุมอีกหลายด้าน เช่น:

  • น้ำท่วม: เชื่อมข้อมูลฝน-น้ำ-เครื่องสูบ พัฒนาริมคลองแม่น้ำเป็นพื้นที่สาธารณะ
  • ความปลอดภัย: CCTV แสงสว่าง พื้นที่สาธารณะ รองรับ Night Economy
  • สิ่งแวดล้อม: PM2.5 ขยะ Waste-to-Energy พลังงานสะอาด Pocket Park
  • สุขภาพผู้สูงอายุ: ศูนย์สุขภาพ Telemedicine ทางเท้าปลอดภัย
  • การศึกษา-อาชีพ: ยกระดับศูนย์เด็กเล็ก โรงเรียน กทม. โรงฝึกอาชีพ กีฬาเยาวชน
  • เศรษฐกิจ: เชื่อมย่าน Night Economy Pride Economy Hawker Center
  • ผังเมือง: กระจายความเจริญ โครงสร้างพื้นฐานตาม
  • ชุมชน: กองทุน 200,000 บาท/ปี ปลดล็อกพื้นที่ใช้ร่วม
  • คนไร้บ้าน: บ้านอิ่มใจ ฝึกอาชีพ
  • ข้อมูล-AI: Traffy Fondue Open Data ป้องกันคอร์รัปชัน
  • แจ้งเตือนภัย: Cell Broadcast
  • สัตว์จร: ไมโครชิป ทำหมัน

ทั้งหมดนี้ใช้ข้อมูล AI เชื่อมระบบ สร้างความโปร่งใส และให้ประชาชนมีส่วนร่วม สุดท้ายวัดผลจากชีวิตจริง: เดินสะดวกขึ้น รถไม่ติด น้ำไม่ท่วม ปลอดภัย เศรษฐกิจหมุนเวียน

แผน “สก.ไม้” ชูแผน 4 ปี “บางรัก…พัฒนาต่อ” จะเปลี่ยนบางรักเป็นเมืองตัวอย่าง หากดำเนินการจริง คุณคิดอย่างไร? แสดงความเห็นด้านล่างและแชร์เพื่อให้ข่าวนี้แพร่กระจาย!

ที่มา – “สก.ไม้” ชูแผน 4 ปี “บางรัก…พัฒนาต่อ” ผลักดันสิ่งที่มีศักยภาพอยู่แล้วให้ดียิ่งขึ้น

โซเชียลอนุโมทนา! 4 ทายาทตระกูลดัง บริจาคที่ดิน 66 ไร่

วันนี้เรามีเรื่องดีๆ มาอนุโมทนาบุญกันค่ะ! 4 ทายาทตระกูลดัง บริจาคที่ดิน 66 ไร่ มูลค่ากว่าพันล้านบาท ให้โรงพยาบาลวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี สุดยอดมากเลยนะคะ ชาวโซเชียลแห่แชร์กันรัวๆ อนุโมทนาบุญกันถล่มทลาย เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2567 นายณรงค์ เทพเสนา ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี นำทีมเข้าเยี่ยมและขอบคุณครอบครัวสมิตะมานที่ใจกว้างขนาดนี้

ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี ขอบคุณครอบครัวสมิตะมาน

ผู้บริจาคหลักคือ 4 สาวทายาทตระกูลดัง ได้แก่ นางสาวประพิศ สมิตะมาน, นางสาวนฤมล สมิตะมาน, นางสาวลัดดาวัลย์ สมิตะมาน และนางสาวกรรณิการ์ สมิตะมาน ลูกสาวของร้อยโทปิ่น และคุณแม่วิเชียร สมิตะมาน ครอบครัวนี้มีบุญคุณกับวงการสาธารณสุขอุบลฯ มานานแล้วนะคะ เคยบริจาคที่ดิน 33 ไร่ สร้างโรงพยาบาลวารินชำราบตั้งแต่ปี 2527 ครั้งนี้สานต่อบุญใหญ่ บริจาคเพิ่มอีก 66 ไร่ เพื่อสร้างศูนย์การแพทย์แห่งอนาคต รองรับผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้น

4 ทายาทตระกูลดัง บริจาคที่ดิน 66 ไร่ เพื่ออนาคตสาธารณสุข

ที่ดินผืนนี้มีมูลค่าคาดการณ์ไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาทเลยค่ะ ถ้าคิดถึงราคาที่ดินในอุบลฯ แล้ว ล้ำค่าเหลือเกิน! จะนำไปพัฒนาโรงพยาบาล ขยายบริการทางการแพทย์ ลดความแออัด ช่วยชาวอำเภอวารินชำราบและพื้นที่ใกล้เคียงให้เข้าถึงการรักษาที่ดีขึ้น ผู้ว่าฯ ณรงค์ กล่าวในนามชาวอุบลฯ ว่าขอบคุณความเมตตานี้มาก มันจะเป็นรากฐานสำคัญ ยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนให้ดีขึ้น

4 ทายาทตระกูลสมิตะมาน บริจาคที่ดิน

ประโยชน์จากการบริจาคที่ดิน 66 ไร่ ครั้งนี้

  • สร้างศูนย์การแพทย์ทันสมัย รองรับผู้ป่วยจำนวนมาก
  • เพิ่มบริการเฉพาะทาง ลดการเดินทางไปโรงใหญ่
  • ยกระดับสาธารณสุขท้องถิ่น สร้างงาน สร้างรายได้
  • เป็นแบบอย่างการให้เพื่อสังคม สร้างแรงบันดาลใจ
  • ช่วยลดภาระงบประมาณรัฐ เน้นพัฒนาบริการ

ครอบครัวสมิตะมานนี่แหละค่ะ แบบอย่างของการแบ่งปันที่ยั่งยืน จากรุ่นพ่อแม่สู่ลูกหลาน ชาวเน็ตแชร์กันเพียบ บอกว่าบุญกุศลแบบนี้หายาก อนุโมทนาเพ้อเจ้อเลย!

ผู้ว่าราชการจังหวัดกล่าวขอบคุณ

นอกจากนี้ ยังมี นพ.ปิยวัฒน์ อังควะนิช ผู้อำนวยการโรงพยาบาล และเจ้าหน้าที่อื่นๆ มาร่วมด้วย บรรยากาศอบอุ่นมาก การบริจาคครั้งนี้ไม่ใช่แค่ที่ดิน แต่เป็นความหวังใหม่ให้กับชาวอุบลฯ ในยุคที่ระบบสาธารณสุขต้องการขยายตัว

ภาพพิธีขอบคุณ

เพื่อนๆ คิดยังไงกับ 4 ทายาทตระกูลดัง บริจาคที่ดิน 66 ไร่ ครั้งนี้? มันสร้างแรงบันดาลใจให้เราอยากทำบุญบ้างเลยนะคะ ลองแชร์เรื่องดีๆ แบบนี้ต่อกันเถอะ จะได้สะสมบุญไปด้วยกัน! ถ้าชอบอย่าลืมกดไลค์ แชร์ และคอมเมนต์อนุโมทนาบุญด้านล่างเลยนะ

ที่มา – โซเชียลอนุโมทนาบุญ 4 ทายาทตระกูลดัง บริจาคที่ดิน 66 ไร่ มูลค่ากว่าพันล้านบาท ให้ รพ.

ปตท.-บางจาก ลดราคาน้ำมัน 0.85 บาท/ลิตร 8 พ.ค. 69

ข่าวดีมาอีกแล้วสำหรับผู้ใช้รถยนต์และรถบรรทุกทั่วประเทศ! ปตท.-บางจาก ลดราคาน้ำมัน 0.85 บาท/ลิตร ทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นน้ำมันดีเซล เบนซิน หรือน้ำมันผสมแอลกอฮอล์ มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ตี 5 ของวันพรุ่งนี้ 8 พฤษภาคม 2569 หลังจากคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) มีมติเห็นชอบปรับราคาขายปลีกน้ำมันทุกชนิดลง เพื่อสะท้อนความเคลื่อนไหวของราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่เริ่มอ่อนตัวลง

สาเหตุหลักมาจากสถานการณ์ geopolitical ที่คลายความตึงเครียด นักลงทุนคลายกังวลต่อการสู้รบระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่าน หลังมีข่าวความคืบหน้าการหยุดยิงชั่วคราวและการเปิดเส้นทางการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญของน้ำมันโลก ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์และ WTI ลดลงอย่างเห็นได้ชัดในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา

ปตท.-บางจาก ลดราคาน้ำมัน 0.85 บาท/ลิตร ราคาล่าสุดที่ ปตท. สเตชั่น

สำหรับปั๊ม พีทีที สเตชั่น ราคาน้ำมันใหม่ตั้งแต่วันที่ 8 พฤษภาคม 2569 มีดังนี้

  • ดีเซล B20: 32.95 บาท/ลิตร
  • ดีเซล: 39.95 บาท/ลิตร
  • GSH E85S EVO: 31.39 บาท/ลิตร
  • GSH E20S EVO: 35.45 บาท/ลิตร
  • GSH91S EVO: 42.08 บาท/ลิตร
  • GSH95S EVO: 42.45 บาท/ลิตร
  • เบนซิน: 52.04 บาท/ลิตร
  • ซูเปอร์พาวเวอร์ ดีเซล: 61.25 บาท/ลิตร
  • ซูเปอร์พาวเวอร์ GSH95: 51.54 บาท/ลิตร

ราคาน้ำมันที่ปั๊มบางจาก หลังปรับลด 0.85 บาท/ลิตร

ส่วนปั๊มบางจาก (BCP) ก็ปรับราคาเท่ากันทุกประเภท เช็คราคาล่าสุดได้เลย

  • ดีเซล B20: 32.95 บาท/ลิตร
  • ไฮดีเซล S: 39.95 บาท/ลิตร
  • ไฮพรีเมียมดีเซล S: 61.25 บาท/ลิตร
  • ไฮพรีเมียม 98: 55.09 บาท/ลิตร
  • GSH E85S EVO: 31.39 บาท/ลิตร
  • GSH E20S EVO: 35.45 บาท/ลิตร
  • GSH91S EVO: 42.08 บาท/ลิตร
  • GSH95S EVO: 42.45 บาท/ลิตร

ผลกระทบจากการ ปตท.-บางจาก ลดราคาน้ำมัน 0.85 บาท/ลิตร

การลดราคาครั้งนี้ถือเป็นของขวัญสำหรับผู้ขับขี่ โดยเฉพาะรถกระบะและรถบรรทุกที่ใช้น้ำมันดีเซลเป็นหลัก ซึ่งราคาดีเซล B20 อยู่ที่แค่ 32.95 บาท/ลิตร ถือว่าถูกมากในรอบหลายเดือน หากคุณใช้รถวันละ 100 กิโลเมตร การลดลง 0.85 บาทต่อลิตร จะช่วยประหยัดได้หลายสิบบาทต่อวัน หรือหลายร้อยบาทต่อเดือนเลยทีเดียว

นอกจากนี้ ยังส่งผลดีต่อค่าขนส่งสินค้า ค่าบริการแท็กซี่ และ Grab ซึ่งอาจนำไปสู่การลดราคาค่าน้ำมันจ้างในอนาคต สำหรับรถเก๋งที่ใช้น้ำมันเบนซินหรือ E20 ก็ได้ประโยชน์เช่นกัน โดยเฉพาะ GSH E20S EVO ที่ราคายังคงถูกกว่าเบนซินธรรมดา เหมาะสำหรับรถที่ติดตั้งหัวฉีดสำหรับน้ำมันผสม

อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้ควรเช็คราคาที่ปั๊มจริงก่อนเติม เพราะบางพื้นที่อาจมีส่วนลดโปรโมชั่นเพิ่มเติมจากบัตรสมาชิก PTT Blue Card หรือ Bangchak Card แนะนำให้วางแผนเส้นทางไปปั๊มที่ใกล้ที่สุดในตอนเช้า เพื่อรับส่วนต่างราคาใหม่ทันที

ในมุมมองของเรา การติดตามราคาน้ำมันแบบเรียลไทม์เป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะในยุคที่ราคาผันผวนจากปัจจัยโลก หากคุณเป็นเจ้าของรถหลายคัน ลองคำนวณดูว่าประหยัดได้เท่าไร แล้วนำเงินนั้นไปออมหรืออัพเกรดรถให้ประหยัดน้ำมันมากขึ้น เช่น เปลี่ยนยางหรือใช้น้ำมันเกรดสูงเพื่อเครื่องยนต์

อย่าพลาด! รีบเช็คราคาน้ำมันล่าสุดและวางแผนการเติมให้ดี เพื่อประหยัดเงินในกระเป๋าให้มากที่สุดในช่วงนี้

ที่มา – “ปตท.-บางจาก” ลดราคาน้ำมันดีเซล เบนซิน 0.85 บาท/ลิตร มีผลตี 5 พรุ่งนี้ 8 พ.ค. 69

สส.เดือน มนพร เจริญศรี ถอดรหัส DNA นครพนม

สส.เดือน มนพร เจริญศรี ถอดรหัส DNA นครพนม สำเร็จเรียบร้อยแล้ว! มาด้วยโครงการสุดยอดที่จับมือกรมการพัฒนาชุมชน หอการค้า ภาครัฐ เอกชน และประชาชน จัดเวทีอวดเสน่ห์เมืองนครพนมสู่คนกรุงเทพฯ ภายใต้แนวคิดสร้างอัตลักษณ์เมืองและ Marketing 5 Must หรือ 5 สิ่งที่ต้องทำขาดไม่ได้ถ้ามานครพนม ไม่ว่าจะเป็นเที่ยว กิน ช้อป มู และพักผ่อน ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ การค้า การท่องเที่ยว ให้เมืองนครพนมกลายเป็นจุดหมายหลักที่ใครๆ ก็อยากมา

สส.เดือน มนพร เจริญศรี ถอดรหัส DNA นครพนม

สส.เดือน มนพร เจริญศรี ถอดรหัส DNA นครพนม คืออะไร?

นางมนพร เจริญศรี หรือที่รู้จักกันในชื่อ สส.เดือน เขต 2 นครพนม พรรคเพื่อไทย อดีต รมช.คมนาคม เล่าว่า โครงการนี้เริ่มจากครม.สัญจรที่รัฐบาลเพื่อไทยจัดที่นครพนมเมื่อเมษายน 2568 มีการประชุมกรอ. เพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจ จากนั้นผลักดันสร้างอัตลักษณ์เมืองนครพนม โดยมีนายธนพัต ทีฆธนานนนท์ หรือเสี่ยบิ๊ก ประธานหอการค้ากลุ่มจังหวัดภาคอีสานตอนบน 2 เป็นตัวแทนเอกชน ขับเคลื่อน รัฐบาลสนับสนุนงบเกือบ 20 ล้านบาทผ่านกรมการพัฒนาชุมชน DNA นครพนม คือการถอดรหัสความโดดเด่น วัฒนธรรม ประเพณี วิถีชีวิต สถาปัตยกรรม สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ มาออกแบบเป็นฟอนต์ ลวดลาย สีสันจากอิฐ สายน้ำ ธรรมชาติ สีทองศรัทธา เป็นกราฟิกสัญลักษณ์ นำไปจารึกในผลิตภัณฑ์ ผ้าทอ จักสาน และโลโก้ 12 อำเภอ สร้างความจดจำให้ทุกคน

กิจกรรมอวดเสน่ห์นครพนมจากสส.เดือน มนพร เจริญศรี

เวทีอวดเสน่ห์นครพนมสู่คน กทม. ที่สามย่านมิตรทาวน์

ล่าสุด กรมการพัฒนาชุมชน หอการค้า และหน่วยงานต่างๆ ในนครพนม จัดงานใหญ่ที่ศูนย์การค้าสามย่าน มิตรทาวน์ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ วันที่ 6-10 พฤษภาคม 2569 โดยนายสยาม ศิริมงคล อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน เป็นประธานเปิด มีโชว์ศิลปวัฒนธรรมประเพณีร่วมสมัยจากหลากชนเผ่า เชื้อชาติ สะท้อนเอกลักษณ์นครพนม จัดจำหน่ายสินค้าของดี OTOP ดีไซน์ใหม่ ทำให้คนกรุงตื่นเต้น อยากไปนครพนมทันที!

DNA อัตลักษณ์นครพนมจากสส.เดือน มนพร เจริญศรี

5 Must ที่ต้องทำเมื่อไปนครพนม

นอกจาก DNA แล้ว ยังมีปฏิทินท่องเที่ยวเชื่อม 12 อำเภอ โปรโมทร้านอาหาร โรงแรม สินค้าชื่อดัง ผ่านทุกสื่อ ชูจุดขายแต่ละอำเภอ ภายใต้ 5 Must ดังนี้:

  • 1. Visit – เที่ยวชมความงามริมโขง ชมพระอาทิตย์ตกดินที่สวยที่สุด วัดพระธาตุพนม พระธาตุเรณู สัมผัสธรรมชาติและแม่น้ำมหาศาล
  • 2. Eat – กินอาหารถิ่นเลิศรส แกงอ่อมบอง ส้มตำปูปลาร้า ลาบปลาโขง อาหารอีสานแท้ๆ ที่หาทานยากในเมืองใหญ่
  • 3. Shop – ช้อปสินค้า OTOP ดีไซน์ใหม่ ผ้าทอ ลาย DNA งานจักสาน ผลิตภัณฑ์ชุมชนคุณภาพสูง ราคาเป็นกันเอง
  • 4. Mu – มูเสริมมงคล ไหว้พระธาตุ 4 องค์หลัก ขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เสริมดวงชะตาให้ปังทั้งปี
  • 5. Rest – พักผ่อนบรรยากาศสโลว์ไลฟ์ อยู่รีสอร์ทริมน้ำ ปั่นจักรยานชมวิว ผ่อนคลายแบบชิลๆ 远离ความวุ่นวายกรุงเทพ
5 Must นครพนมจากสส.เดือน มนพร เจริญศรี ถอดรหัส DNA

สส.เดือน มนพร เจริญศรี ถอดรหัส DNA นครพนม ทำให้เมืองนี้พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวตลอดปี สร้างรายได้ให้ชุมชนอย่างยั่งยืน โครงการนี้แสดงให้เห็นถึงความร่วมมือทุกภาคส่วนที่แข็งแกร่ง หากคุณกำลังมองหาที่เที่ยวใหม่ๆ ที่ทั้งสนุก สวยงาม และได้บุญ ลองไปนครพนมตาม 5 Must ดูสิ แล้วจะติดใจ! แชร์ประสบการณ์ของคุณในคอมเมนต์ด้านล่างได้เลยนะ

ที่มา – สส.เดือน “มนพร เจริญศรี” ถอดรหัส DNA จัดเวทีอวดเสน่ห์เมืองนครพนม สู่คน กทม.

กบน. ปรับลดราคาน้ำมันทุกชนิด 0.85 บาท รับทิศทางตลาดโลกขาลง มีผล 8 พ.ค.69

ดีใจกันถ้วนหน้าสำหรับข่าวดีเรื่องน้ำมัน! กบน. ปรับลดราคาน้ำมันทุกชนิด 0.85 บาท รับทิศทางตลาดโลกขาลง มีผล 8 พ.ค.69 เรียกได้ว่าเป็นการช่วยลดภาระค่าครองชีพให้กับพี่น้องประชาชนในช่วงนี้ได้อย่างมาก โดยเฉพาะคนที่ต้องใช้น้ำมันเยอะอย่างขับรถยนต์หรือธุรกิจขนส่ง

กบน. ปรับลดราคาน้ำมันทุกชนิด 0.85 บาท รับทิศทางตลาดโลกขาลง มีผล 8 พ.ค.69

เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2569 คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง หรือ กบน. ได้มีมติเห็นชอบปรับลดราคาขายปลีกน้ำมันทุกประเภทลง 0.85 บาทต่อลิตร ทันที โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 8 พฤษภาคม 2569 เป็นต้นไป สาเหตุหลักมาจากราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ปรับตัวลดลงอย่างเห็นได้ชัด หลังจากนักลงทุนคลายความกังวลเรื่องสถานการณ์การสู้รบระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน มีรายงานความคืบหน้าเรื่องการหยุดยิงชั่วคราวและการเปิดเส้นทางเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ ทำให้ราคาน้ำมันดิบดีเซลปิดที่ประมาณ 149 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล และเบนซินที่ 128 เหรียญ ลดลงจากปลายเดือนเมษายนที่เคยพุ่งสูงถึง 179 และ 138 เหรียญตามลำดับ

รายละเอียดการปรับราคาน้ำมันแต่ละประเภท

การปรับครั้งนี้ กบน. ได้ปรับอัตราเงินกองทุนน้ำมันใหม่เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ โดยแบ่งตามกลุ่มดังนี้:

  • น้ำมันดีเซล: น้ำมันดีเซลหมุนเร็วธรรมดา เพิ่มการจัดเก็บ 0.63 บาทต่อลิตร เป็น 1.17 บาท ราคาขายปลีก 39.95 บาท
    น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว B20 ลดชดเชย 0.44 บาท เป็น 5.38 บาท ราคาขาย 32.95 บาท
    น้ำมันดีเซลพรีเมี่ยม เพิ่มจัดเก็บ 0.63 บาท เป็น 2.67 บาท
  • น้ำมันเบนซินและแก๊สโซฮอล: เบนซิน เพิ่มจัดเก็บ 0.53 บาท เป็น 9.87 บาท ราคา 52.04 บาท
    แก๊สโซฮอล 95 เพิ่ม 0.41 บาท เป็น 2.58 บาท ราคา 42.45 บาท
    แก๊สโซฮอล 91 เพิ่ม 0.41 บาท เป็น 2.58 บาท ราคา 42.08 บาท
    แก๊สโซฮอล E20 ลดชดเชย 0.27 บาท เป็น 2.61 บาท ราคา 35.45 บาท
    แก๊สโซฮอล E85 ลดจัดเก็บ 0.46 บาท เป็น 1.39 บาท ราคา 31.39 บาท

สรุปแล้ว ราคาน้ำมันทุกชนิดลดลงเฉลี่ย 0.85 บาทต่อลิตร ช่วยให้ผู้ใช้รถใช้ถนนประหยัดเงินได้เยอะ โดยเฉพาะดีเซล B20 ที่คนใช้เยอะในรถบรรทุกและรถโดยสาร

ประโยชน์ที่ประชาชนได้รับจากกบน. ปรับลดราคาน้ำมัน

ไม่ใช่แค่ลดราคาเฉยๆ แต่การปรับครั้งนี้ยังช่วยให้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมีสภาพคล่องดีขึ้น รายรับวันละประมาณ 75.65 ล้านบาท ทำให้สามารถบริหารจัดการได้ยั่งยืนมากขึ้น ในมุมของประชาชน ค่าขนส่ง ค่าน้ำมันรถลดลง ส่งผลดีต่อเศรษฐกิจโดยรวม เช่น สินค้าอุปโภคบริโภคอาจถูกลงตามไปด้วย นอกจากนี้ ยังเป็นสัญญาณบวกว่าตลาดโลกกำลังฟื้นตัวจากความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์

แต่เพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุด เรามีทิปส์ประหยัดน้ำมันมาแชร์: ขับรถด้วยความเร็วคงที่ ตรวจเช็คลมยางสม่ำเสมอ หลีกเลี่ยงการเร่งเบียดรุนแรง และเลือกใช้น้ำมัน E20 หรือ B20 ที่ราคาถูกกว่าแต่คุณภาพดี เหมาะกับรถสมัยใหม่

อนาคตราคาน้ำมันจะเป็นอย่างไร?

แม้ตอนนี้ตลาดโลกขาลง แต่ยังต้องจับตาปัจจัยอย่าง OPEC+ การผลิตน้ำมันของสหรัฐฯ และสถานการณ์โลก หากไม่มีเหตุการณ์รุนแรง ราคาน่าจะทรงตัวหรือลดต่อได้ ติดตามข่าวจาก กบน. อย่างใกล้ชิดเพื่อวางแผนการใช้จ่าย

สุดท้าย ข่าว กบน. ปรับลดราคาน้ำมันทุกชนิด 0.85 บาท รับทิศทางตลาดโลกขาลง มีผล 8 พ.ค.69 นี้เป็นโอกาสดีในการเติมน้ำมันให้เต็ม ถ้าคุณมีรถอยู่ อย่ารอช้า! แชร์ข่าวนี้ให้เพื่อนๆ ด้วยนะ เพื่อให้ทุกคนได้ประโยชน์

ที่มา – กบน. ปรับลดราคาน้ำมันทุกชนิด 0.85 บาท รับทิศทางตลาดโลกขาลง มีผล 8 พ.ค.69

สกัดจับรถกระบะตู้ทึบ ขนแรงงานต่างด้าว ตะลึงเจอพม่า 26 ชีวิต

วันนี้เรามาพูดถึงเหตุการณ์ที่กำลังเป็นข่าวใหญ่เลยนะครับ สกัดจับรถกระบะตู้ทึบ ขนแรงงานต่างด้าว ตะลึงเจอพม่า 26 ชีวิต นั่งอัดอยู่เต็มคัน เป็นอีกหนึ่งปฏิบัติการเด็ดของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปากท่อ จังหวัดราชบุรี ที่แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการปราบปรามการลักลอบขนคนเข้าเมืองผิดกฎหมาย เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2567 (หมายเหตุ: อาจเป็นปี 2567 ไม่ใช่ 2569) ทำให้หลายคนตะลึงกับสภาพภายในรถที่ถูกดัดแปลงอย่างแนบเนียน

สกัดจับรถกระบะตู้ทึบ ขนแรงงานต่างด้าว ตะลึงเจอพม่า 26 ชีวิต นั่งอัดอยู่เต็มคัน

เรื่องราวเริ่มต้นจากสายข่าวที่แจ้ง พ.ต.อ.พัลลภ สุริยกุล ณ อยุธยา รอง ผบก.ภ.จว.ราชบุรี ว่ามีรถกระบะต้องสงสัยกำลังลักลอบขนแรงงานต่างด้าวผ่านถนนเพชรเกษม มุ่งหน้าภาคใต้ เจ้าหน้าที่จึงประสาน พ.ต.อ.อำนวย เด่นเวหา ผกก.สภ.ปากท่อ นำทีมตั้งจุดสกัดที่สะพานข้ามสี่แยกปากท่อ

ไม่นาน รถกระบะโตโยต้า รีโว่ ตอนเดียว สีขาว ทะเบียน 4ฒข-4777 กรุงเทพฯ ก็ปรากฏตัว ท้ายรถทึบติดพื้นเพราะบรรทุกหนักมาก เมื่อเจ้าหน้าที่ขวางรถและตรวจค้น พบคนขับชื่อ นายกันตเมศท์ สืบสินนันทพร อายุ 23 ปี

รถกระบะตู้ทึบที่ถูกสกัดจับ

รายละเอียดภายในรถที่ทำให้ทุกคนช็อก

เมื่อเปิดประตูตู้ทึบด้านหลัง โอ้โห! แรงงานชาวเมียนมา 26 ชีวิต นั่งอัดแน่นทั้งชาย 14 หญิง 12 คน พื้นที่ถูกดัดแปลงเป็น 2 ชั้น ชั้นบนผู้ชายงอตัวนั่ง ชั้นล่างผู้หญิงนั่งบนกระเป๋าเป้ มีพัดลมเล็กๆ ติดตั้งช่วยระบายอากาศ แต่ก็ยังน่าหวาดเสียวมาก

  • ทุกคนผูกด้ายแดงที่ข้อมือขวา – สัญลักษณ์ปลายทาง?
  • ไม่มีเอกสารประจำตัว สื่อสารไทยไม่ได้ ต้องใช้ล่าม
  • จ่ายนายหน้า คนละ 5,800 บาท มุ่งหาดใหญ่ จ.สงขลา
แรงงานต่างด้าวนั่งอัดในรถ

คนขับสารภาพว่า ได้รับจ้างหัวละ 2,000 บาท ครั้งนี้ 50,000 บาท เคยทำมา 2 ครั้งแล้ว รับจากป่า อ.จอมบึง ส่งหาดใหญ่

การตรวจสอบแรงงาน

เจ้าหน้าที่นำโดย พ.ต.อ.พัลลภ, นายอำเภอปากท่อ, ปลัดอำเภอ และจัดหางาน จ.ราชบุรี ตรวจสอบข้อมูล ขยายผลนายหน้าและผู้ว่าจ้างจากโทรศัพท์คนขับ

ข้อหาคนขับ: นำพาเข้าประเทศผิดกฎหมาย แรงงาน: หลบหนีเข้าเมือง ส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี

เหตุการณ์ สกัดจับรถกระบะตู้ทึบ ขนแรงงานต่างด้าว นี้สะท้อนปัญหาการค้ามนุษย์และแรงงานผิดกฎหมายที่ยังรุนแรงในไทย สร้างความเสี่ยงต่อชีวิตผู้เดินทางและสังคมโดยรวม

ในมุมมองของผม การปราบปรามต้องเข้มข้นขึ้น ร่วมมือข้ามชาติ และสร้างช่องทางถูกกฎหมายให้แรงงาน เพื่อลดปัญหานี้ในระยะยาว คุณคิดเห็นอย่างไร? แชร์ความคิดเห็นด้านล่าง และอย่าลืมติดตามข่าวอาชญากรรมอัปเดตจากเรา!

ที่มา – สกัดจับรถกระบะตู้ทึบ ขนแรงงานต่างด้าว ตะลึงเจอพม่า 26 ชีวิต นั่งอัดอยู่เต็มคัน

แม่ใจสลาย วอนช่วยตามหาลูกแท้ๆ ถูกพี่เลี้ยงสลับตัว

เรื่องราวสุดสะเทือนใจที่ทำให้หลายคนน้ำตาคลอ ‘แม่ใจสลาย วอนช่วยตามหาลูกแท้ๆ ถูกพี่เลี้ยงสลับตัว หลงเลี้ยงลูกคนอื่นนาน 3 ปี’ กำลังเป็นข่าวใหญ่ในจังหวัดชลบุรี แม่หนุ่มรายหนึ่งชื่อน.ส.จอย อายุ 24 ปี ต้องเผชิญชะตากรรมโหดร้ายหลังจากหลงเลี้ยงลูกคนอื่นมานานกว่า 3 ปี โดยไม่รู้ตัว จนกระทั่งมีแชตปริศนาจากสาวแปลกหน้าทักมาเปิดเผยความจริง

แม่ใจสลาย วอนช่วยตามหาลูกแท้ๆ ถูกพี่เลี้ยงสลับตัว หลงเลี้ยงลูกคนอื่นนาน 3 ปี

ทุกอย่างเริ่มต้นเมื่อปี 2565 น.ส.จอย จากจังหวัดมุกดาหาร ตั้งครรภ์ไม่พร้อมและเลิกกับแฟน หลังคลอดลูกสาวเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม ก็ฝากเลี้ยงกับนางวิชุดา หรือส้ม สัจจะ อายุ 32 ปี ซึ่งเป็นพี่เลี้ยงที่เพื่อนแนะนำ โดยจ่ายค่าจ้างเดือนละ 8,000 บาท น.ส.จอยย้ายไปอยู่ชลบุรี ทำงานก่อสร้าง ขณะที่ส้มรับเลี้ยงลูกตั้งแต่แรกเกิด

จุดพลิกผัน เมื่อพี่เลี้ยงสลับตัวเด็ก

ผ่านไป 5 เดือน ส้มนำเด็กมาคืนให้ โดยอ้างว่าฝากไว้ก่อนไปทำธุระ แต่เด็กที่ได้คืนหน้าตาเปลี่ยนไป น.ส.จอยเริ่มสงสัยแต่ก็เลี้ยงต่อ โดยฝากยายที่ฉะเชิงเทรา จนเด็กอายุ 1 ขวบ 6 เดือน ในเดือนมีนาคม 2567 จู่ๆ มีน.ส.แอน ทักแชตเฟซบุ๊กมา อ้างว่าเป็นแม่แท้ๆ ของเด็กที่เลี้ยงอยู่ ส่งคลิปวิดีโอและรูปยืนยัน น.ส.จอยช็อกสุดขีด รีบตรวจ DNA พบไม่ตรงกัน!

  • 2565: คลอดลูก จ้างส้มเลี้ยง เดือนละ 8,000 บาท
  • 5 เดือน: ส้มสลับเด็ก เอาลูกน.ส.แอน (ซื้อ 10,000 บาท) มาส่งคืน
  • 2567: แชตจากน.ส.แอนเปิดโปง ตรวจ DNA ไม่ใช่ลูก
  • มี.ค. 67: แจ้งความ สภ.บางละมุง จับส้ม

ส้มอ้างว่ายกลูกแท้ๆ ให้สามีภรรยาชาวเมียนมา ชื่อนางหวาน แต่ปิดปากเงียบไม่บอกที่อยู่ ศาลชั้นต้นตัดสินจำคุก 10 ปี ลดเหลือ 5 ปีเพราะรับสารภาพ ปัจจุบันประกันตัวรออุทธรณ์ น.ส.จอยยังมืดแปดด้าน ใจสลายหนัก

มูลนิธิปวีณาฯ และตำรวจเคลื่อนไหวช่วยเหลือ

วันที่ 7 พ.ค. 2569 นางปวีณา หงสกุล พามูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ร่วมกับ พมจ.ชลบุรี พาน.ส.จอยร้อง สภ.บางละมุง กับ พ.ต.อ.สราวุธ นุชนารถ ผกก. ประสาน พล.ต.ต.พงศ์พันธ์ วงษ์มณีเทศ ผบก.ภ.จว.ชลบุรี เร่งสืบ 2 ประเด็นใหญ่

  • ตามหาสามีภรรยาเมียนมา หากขายเด็กเข้าข่ายค้ามนุษย์
  • ตามตัวน.ส.แอน แม่เด็กสลับ เพื่อสอบสวน (เพิ่งโทรหาน.ส.จอยเช้าวันนั้น)

พ.ต.อ.สราวุธ ยืนยันจะรื้อคดีใหม่ สอบส้มเข้มข้น หลังขึ้นศาลอุทธรณ์พรุ่งนี้ น.ส.จอยยืนยัน ‘ถึงลูกพิการก็จะเลี้ยง’ วอนทุกภาคส่วนช่วย

เรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์ร้ายแรงสำหรับพ่อแม่ทุกคน การจ้างพี่เลี้ยงต้องตรวจสอบประวัติให้ดี ควรทำ DNA test เป็นระยะ โดยเฉพาะเด็กเล็กที่ยังจำหน้าไม่ได้ สังคมไทยต้องตื่นตัวกับปัญหาค้ามนุษย์และการสลับเด็ก ซึ่งอาจเป็นขบวนการใหญ่ หากไม่ช่วย ‘แม่ใจสลาย วอนช่วยตามหาลูกแท้ๆ ถูกพี่เลี้ยงสลับตัว หลงเลี้ยงลูกคนอื่นนาน 3 ปี’ วันนี้อาจเป็นคุณพรุ่งนี้

มุมมองส่วนตัว: ความไว้วางใจในพี่เลี้ยงกลายเป็นฝันร้ายได้ง่ายๆ หน่วยงานรัฐต้องมีระบบติดตามเด็กฝากเลี้ยงที่ดีกว่านี้ เพื่อปกป้องสิทธิเด็กและครอบครัว

ช่วยกันแชร์บทความนี้ แท็กเพื่อนๆ และติดตามความคืบหน้า หากมีเบาะแสลูกสาวน.ส.จอย ติดต่อ สภ.บางละมุง หรือมูลนิธิปวีณาฯ ด่วนเลยนะครับ ทุกแชร์คือความหวัง!

ที่มา – แม่ใจสลาย วอนช่วยตามหาลูกแท้ๆ ถูกพี่เลี้ยงสลับตัว หลงเลี้ยงลูกคนอื่นนาน 3 ปี