วัน: 7 พฤษภาคม 2026

สายไหมต้องรอด พาเหยื่อนิมิตรแก้กรรมร้องกองปราบ

วันนี้เรามาพูดถึงข่าวร้อนที่หลายคนกำลังให้ความสนใจกันมาก นั่นคือกรณี นิมิตรแก้กรรม อาจารย์ดังที่ถูกกล่าวหาว่าหลอกเหยื่อทำพิธีอนาจาร โดยมีเพจดัง สายไหมต้องรอด เข้ามาช่วยพาเหยื่อไปร้องทุกข์ที่กองปราบปราม เรื่องนี้เกิดขึ้นจริงและน่าตกใจมาก เพราะเหยื่อเป็นคนที่กำลังเดือดร้อนเรื่องสุขภาพ จนเชื่อคำโฆษณาชวนเชื่อทางโซเชียล

นิมิตรแก้กรรม หลอกเหยื่ออย่างไร?

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อช่วงบ่ายวันที่ 7 พ.ค. 2569 (ตามข่าว) นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด ได้พานายเอ (นามสมมติ) อายุ 32 ปี ซึ่งเป็นผู้เสียหาย เดินทางไปแจ้งความที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) เหตุผลคือถูก นิมิตรแก้กรรม อาจารย์ชื่อดังหลอกทำพิธีอ้างว่าแก้กรรม โดยให้อมอวัยวะเพศและกระทำการอนาจารอื่นๆ

ประวัติเหยื่อก่อนเจอนิมิตรแก้กรรม

นายเอเล่าว่า เขาป่วยเป็นโรคปวดศีรษะเรื้อรัง หรือที่เรียกว่า “โรคปวดหัวฆ่าตัวตาย” มานาน สร้างความทรมานมาก รักษาที่โรงพยาบาลรัฐและเอกชนหลายที่แต่ไม่หาย แม่ของเขาเห็นคลิปวิดีโอในโซเชียลมีเดียของนิมิตรแก้กรรม ที่อ้างว่ารักษาโรคเวรกรรมได้หายขาด จึงชวนกันเดินทางจากเชียงใหม่ไปหาที่สำนัก ซึ่งดูใหญ่โตเหมือนสถานปฏิบัติธรรม

พอไปถึง อาจารย์นิมิตรแก้กรรมถามปัญหา แล้วบอกว่ามีกรรมเยอะ จะแก้ให้เป็นคิวสุดท้าย จากนั้นแยกนายเอออกจากแม่ ล็อกห้องส่วนตัว แล้วอ้างตำรา “พราหมณ์-ศิวลึงค์” สั่งถอดกางเกงเพื่อเช็กกรรม ให้จับมือแตะต้นขา อวัยวะเพศวนไปมา จนแข็งตัว 80% เพื่อทดสอบว่ารักษาได้ไหม จากนั้นให้สำเร็จความใคร่ใส่หน้าอาจารย์ ถูอวัยวะเพศที่หน้า แล้วนั่งขอขมากรรม

ไม่จบแค่นั้น อาจารย์นั่งหว่างขา รูดอวัยวะเพศต่อ บอกให้ดูโทรศัพท์หนังลามกกระตุ้น พอแข็งก็อมอวัยวะเพศ นายเอแอบถ่ายคลิปไว้เป็นหลักฐาน สาเหตุที่ไม่หนีเพราะสำนักกว้าง กลัวแม่ตามไม่ทัน ลูกศิษย์เยอะ อาจมีอาวุธ ไม่รู้ทางออก

ผลกระทบหลังถูกนิมิตรแก้กรรมหลอก

หลังกลับเชียงใหม่ นายเอซึมเศร้า บอกแฟนและแม่ว่าอยากตาย สภาพจิตใจย่ำแย่ ไม่ติดต่ออาจารย์อีก และยืนยันดำเนินคดีถึงที่สุด ไม่ไกล่เกลี่ย เพราะห่วงคนอื่นที่อาจโดนเหมือนกัน โดยเฉพาะคนที่กำลังเดือดร้อนสุขภาพ

นายเอกภพจากสายไหมต้องรอด บอกว่าประสานกองปราบสอบสวนแล้ว ตั้งข้อหาตามหลักฐาน จะสู้ให้สุดเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำ

สัญญาณเตือนภัยจากกรณีนิมิตรแก้กรรม

จากเคสนี้ เราควรระวังหมอดูหรืออาจารย์ที่อ้างแก้กรรม ลองเช็กสัญญาณเหล่านี้:

  • แยกคุณออกจากคนใกล้ชิดเข้าห้องลับ
  • ให้ถอดเสื้อผ้าโดยไม่มีเหตุผลทางการแพทย์
  • อ้างตำราโบราณแปลกๆ ที่ไม่เคยได้ยิน
  • สำนักใหญ่โตแต่ไม่มีแพทย์จริงจัง
  • โฆษณาเกินจริงทางโซเชียล โดยไม่บอกค่าใช้จ่าย

ถ้าเจอแบบนี้ อย่าไปเด็ดขาด! รักษาโรคต้องไปโรงพยาบาลที่เชื่อถือได้

เคสนี้เป็นตัวอย่างว่าคนดังในโซเชียลไม่ใช่หมดจร้า ต้องเช็กให้ดี สายไหมต้องรอดทำหน้าที่ดีมากที่ช่วยเหยื่อออกมาแฉ ช่วยให้สังคมตาสว่าง

คุณคิดยังไงกับเรื่องนี้? ถ้าเคยเจอหมอเถื่อนหรือหลอกลวง แชร์ประสบการณ์ในคอมเมนต์ได้นะ หรือถ้ารู้คนโดนแบบนี้ แนะนำให้ไปร้องตำรวจทันที อย่าเงียบไว้ จะได้ปกป้องตัวเองและคนอื่นๆ

ที่มา – สายไหมต้องรอด พาเหยื่ออาจารย์ดัง “นิมิตรแก้กรรม” ร้องกองปราบฯ หลังถูกหลอกทำพิธีอนาจาร

ประวัติ “พินิจ กาญจนชูศักดิ์” แชมป์สก.เขตสัมพันธวงศ์ 5 สมัย

วันนี้เรามาส่องประวัติ “พินิจ กาญจนชูศักดิ์” แชมป์สก.เขตสัมพันธวงศ์ 5 สมัยกันครับ ท่านนี้คือฐานเสียงสำคัญของพรรคประชาธิปัตย์ในกรุงเทพมหานครชั้นใน โดยเฉพาะย่านเยาวราชที่เต็มไปด้วยชุมชนจีนโบราณและการค้าขายคึกคัก พินิจคือลูกหลานตระกูลใหญ่ที่มีชื่อเสียงมาอย่างยาวนาน

ประวัติ “พินิจ กาญจนชูศักดิ์” แชมป์สก.เขตสัมพันธวงศ์ 5 สมัย

นายพินิจ กาญจนชูศักดิ์ หรือที่ชาวเยาวราชเรียกติดปากว่า “สก.พินิจ” อายุ 69 ปี เกิดวันที่ 17 สิงหาคม 2499 จบปริญญาตรีบริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาการบริหารทั่วไป จากมหาวิทยาลัยเกริก ท่านเป็นหลานชายของเสี่ยส่ง กาญจนชูศักดิ์ เจ้าของธุรกิจแป้งมันสำปะหลังตราปลามังกรชื่อดังในย่านเยาวราช ปทุมวัน สัมพันธวงศ์ เสี่ยส่งยังเป็นโปรโมเตอร์มวยดังและผู้จัดการทีมมวยสากลสมัครเล่นทีมชาติไทย ทำให้ตระกูลนี้เป็นที่เคารพในวงการกีฬาและชุมชน

ตระกูลกาญจนชูศักดิ์: บ้านใหญ่กรุงเทพชั้นใน

ตระกูลกาญจนชูศักดิ์คือตัวอย่างของครอบครัวไทยเชื้อสายจีนที่สร้างตัวจากธุรกิจค้าขายในย่านชุมชนจีน สู่ความสำเร็จในวงการกีฬาและการเมือง ปี 2538 เสี่ยส่งส่งบุตรสาว “อรทัย กาญจนชูศักดิ์” (ฐานะจาโร) ลงสมัคร ส.ส.กทม.เขต 2 พรรคพลังธรรม ได้รับชัยชนะ สร้างชื่อให้ตระกูล

ตามด้วยปี 2541 นายพินิจลงสมัครสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) เขตสัมพันธวงศ์ พรรคประชาธิปัตย์ และชนะเลือกตั้งมาอย่างต่อเนื่อง 5 สมัย! ทำให้ท่านครองใจชาวเขตนี้มานานกว่า 20 ปี ด้วยการคลุกคลีแก้ปัญหาชุมชน เช่น ปัญหาการจราจร ความสะอาด และการค้าขาย

ปี 2544 น้องสาว “น.ส.อรอนงค์ กาญจนชูศักดิ์” ได้เป็นสก.เขตปทุมวัน พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนขยับไปเป็น ส.ส.กทม.เขตปทุมวัน-สัมพันธวงศ์ พรรคแม่พระธรณีบีบมวยผม 2 สมัย (2550, 2554) แม้บางช่วงจะแข่งกับญาติในพรรคไทยรักไทย แต่ตระกูลนี้ยังคงแข็งแกร่ง

ชัยชนะถล่มทลายในศึกเลือกตั้งล่าสุด

ในการเลือกตั้งสก.ปี 2566 เขตสัมพันธวงศ์ พินิจ กาญจนชูศักดิ์ จากพรรคประชาธิปัตย์ คว้าคะแนน 4,613 เสียง ทิ้งห่างนายจักรกฤช ธนดิตถ์ จากพรรคก้าวไกล (1,672 เสียง) เกือบ 3,000 คะแนน! แสดงถึงฐานเสียงที่เหนียวแน่น แม้กระแสสีส้มจะมาแรง แต่พินิจก็ดับกระแสได้สบาย

ปัจจุบัน น.ส.อรอนงค์ยังเป็นกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ ช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้พรรคในกทม.

ผลงานเด่นในสภากรุงเทพฯ

  • คณะกรรมการสามัญ 2565-ปัจจุบัน: ประธานคณะกรรมการการวัฒนธรรม การท่องเที่ยวและการกีฬา, กรรมการสาธารณสุข, กรรมการปกครองและความสงบ
  • คณะกรรมการวิสามัญ: พิจารณางบประมาณ 2566, ทุนวิจัยแพทย์, ถ่ายโอนกิจการจราจร
  • ปี 2566: รองประธานคณะวิสามัญประมวลจริยธรรมสก., โฆษกสภากรุงเทพฯ, กรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์

ผลงานเหล่านี้ช่วยพัฒนาเขตสัมพันธวงศ์ให้เป็นย่านท่องเที่ยวยามค่ำคืนที่คึกคัก ส่งเสริมวัฒนธรรมจีนและกีฬาในชุมชน

ประวัติ “พินิจ กาญจนชูศักดิ์” แชมป์สก.เขตสัมพันธวงศ์ 5 สมัย แสดงให้เห็นถึงนักการเมืองท้องถิ่นที่เข้าใจชุมชนจริงๆ จากรากเหง้าธุรกิจและกีฬา สู่การเมืองที่ยั่งยืน ด้วยความทุ่มเท ท่านไม่เพียงรักษาเก้าอี้ได้ แต่ยังพัฒนาพื้นที่ให้ดีขึ้นเรื่อยๆ

ในมุมมองผม พินิจคือแบบอย่างของนักการเมืองรุ่นเก่าที่มีฐานะมั่นคงและทำงานจริงจัง หากเลือกตั้งรอบใหม่ ท่านน่าจะยังคงเป็นแชมป์ต่อไป คุณคิดเห็นอย่างไรกับเส้นทางของสก.พินิจ? แสดงความเห็นในคอมเมนต์และติดตามข่าวการเมืองกทม.เพิ่มเติมได้เลยครับ!

ที่มา – ประวัติ “พินิจ กาญจนชูศักดิ์” แชมป์สก.เขตสัมพันธวงศ์ 5 สมัย ฐานเสียงสำคัญพรรคประชาธิปัตย์

อนุทิน หารือ ฮุน มาเนต ย้ำสันติภาพไทย-กัมพูชา

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวบล็อก! วันนี้เรามีข่าวการเมืองร้อนๆ มาอัปเดตกันกับเรื่อง อนุทิน หารือ ฮุน มาเนต ซึ่งเป็นการประชุมที่ทุกคนกำลังจับตามอง โดยเฉพาะประเด็นความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชาที่กำลังร้อนระอุ แต่ครั้งนี้ดูมีแววดีขึ้นนะครับ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยของไทย ได้เข้าไปพูดคุยแบบตัวต่อตัวกับนายฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ในที่ประชุมสามฝ่ายที่จัดขึ้นโดยฟิลิปปินส์ในฐานะประธานอาเซียน มันเป็นก้าวสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการสร้างสันติภาพบนพื้นฐานความไว้วางใจจริงๆ

อนุทิน หารือ ฮุน มาเนต

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2569 เวลา 18.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นฟิลิปปินส์ (เร็วกว่าประเทศไทย 1 ชั่วโมง) ณ โรงแรม Shangri-La Mactan ในเมืองเซบู ประเทศฟิลิปปินส์ โดยมีนายแฟร์ดีนันด์ มาร์โคส จูเนียร์ ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ เข้าร่วมด้วย การ อนุทิน หารือ ฮุน มาเนต ครั้งนี้มุ่งเน้นไปที่สถานการณ์ระหว่างไทยและกัมพูชา หลังจากที่มีความตึงเครียดมาพักใหญ่ โดยฟิลิปปินส์เป็นฝ่ายริเริ่มเพื่อช่วยไกล่เกลี่ยในฐานะประธานอาเซียน

หลังการประชุมเสร็จ นายอนุทินได้แถลงข่าวตามลำดับตัวอักษร คือเริ่มจากประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ ตามด้วยนายกรัฐมนตรีกัมพูชา และปิดท้ายด้วยตัวแทนไทย เขาเปิดเผยว่าการสนทนาเป็นไปอย่างสร้างสรรค์ ตรงไปตรงมา และมุ่งมองไปข้างหน้า ถือเป็นโอกาสสำคัญในการยืนยันความมุ่งมั่นต่อการเจรจาและรักษาสันติภาพ ไทยกับกัมพูชาเป็นเพื่อนบ้านที่เชื่อมโยงกันแน่นแฟ้นในหลายด้าน ไม่ว่าจะเศรษฐกิจ การค้า หรือวัฒนธรรม หากมีความขัดแย้งจะนำมาซึ่งความสูญเสียให้ทุกฝ่ายเท่านั้น ดังนั้นถึงเวลาที่เราต้องเปิดบทใหม่ด้วยความจริงใจและสุจริตใจ

อนุทิน หารือ ฮุน มาเนต ย้ำสันติภาพไทย-กัมพูชา

ผลลัพธ์จากการอนุทิน หารือ ฮุน มาเนต

ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องกันที่จะมอบหมายให้รัฐมนตรีต่างประเทศของไทยและกัมพูชาร่วมกันจัดทำรายการมาตรการสร้างความเชื่อมั่นที่ทำได้จริงและทันที โดยเริ่มจากประเด็นที่มีจุดร่วม นี่จะเป็นกลไกสำคัญในการฟื้นฟูความไว้วางใจและทำให้ความสัมพันธ์ทวิภาคีแข็งแกร่งขึ้น นายอนุทินย้ำว่าต้องเดินหน้าค่อยเป็นค่อยไปในทิศทางเดียวกัน พร้อมเพิ่มการสื่อสารโดยตรงในทุกระดับ เพื่อลดช่องว่างความเข้าใจและขยายความร่วมมือในด้านต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ร่วม

สำหรับประเด็น敏感อย่างเขตแดนทางบกและทางทะเล นายอนุทินเสนอแนวทางการหารือบนพื้นฐานของความเป็นเพื่อนบ้านที่ดี การประชุมครั้งนี้จึงเป็นก้าวสำคัญในการสร้างบรรยากาศเอื้อต่อสันติภาพและความร่วมมือในภูมิภาคอาเซียน ไทยพร้อมทำงานร่วมกับทุกฝ่ายอย่างสร้างสรรค์ บนพื้นฐานความเข้าใจดี ความเคารพซึ่งกันและกัน และผลประโยชน์ของประชาชนทั้งสองประเทศ

มาตรการสำคัญที่ตกลงกันหลังอนุทิน หารือ ฮุน มาเนต

  • มอบหมายกระทรวงการต่างประเทศทั้งสองประเทศจัดทำมาตรการสร้างความเชื่อมั่นปฏิบัติได้ทันที
  • เพิ่มการสื่อสารตรงไปตรงมาในทุกระดับ เพื่อลดช่องว่างความเข้าใจ
  • ขยายความร่วมมือในสาขาที่เป็นประโยชน์ร่วมกัน เช่น เศรษฐกิจ การค้า
  • จัดการประเด็นเขตแดนด้วยแนวทางเป็นมิตรและยั่งยืน
  • ยืนยันความมุ่งมั่นในการเจรจาเพื่อรักษาสันติภาพ

การ อนุทิน หารือ ฮุน มาเนต ครั้งนี้ไม่ใช่แค่การพูดคุยธรรมดา แต่สะท้อนถึงวุฒิภาวะของผู้นำรุ่นใหม่ทั้งคู่ ที่พร้อมก้าวข้ามอดีตและมองสู่อนาคต โดยเฉพาะในยุคที่อาเซียนต้องเผชิญความท้าทายมากมาย เช่น ความมั่นคง เศรษฐกิจ และการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ ความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชาที่ดีจะช่วยเสริมสร้างความเข้มแข็งให้ทั้งภูมิภาคได้อย่างแน่นอน

ภาพการประชุมอนุทิน ฮุน มาเนต

จากมุมมองของผม การหารือครั้งนี้เป็นสัญญาณบวกที่ชัดเจน หากทั้งสองฝ่ายยึดมั่นในหลักค่อยเป็นค่อยไปและสื่อสารเปิดเผย เราน่าจะเห็นความก้าวหน้าในไม่ช้า สันติภาพไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เป็นสิ่งที่เราทุกคนต้องช่วยกันรักษา โดยเฉพาะเพื่อนบ้านอย่างไทยกับกัมพูชาที่มีพรมแดนยาวนาน

คุณคิดอย่างไรกับการอนุทิน หารือ ฮุน มาเนต ครั้งนี้? มันจะนำไปสู่สันติภาพที่ยั่งยืนได้จริงหรือไม่? มาแสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างกันเลยครับ และอย่าลืมแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ได้อ่านด้วยนะ!

ที่มา – “อนุทิน” หารือ “ฮุน มาเนต” ย้ำไทยเดินหน้าสันติภาพบนพื้นฐานความไว้วางใจ

อว. เปิดตัว “ระบบเช็คแล้ง” AI ดาวเทียมสู้ภัยแล้ง 2569

ในยุคที่ภัยแล้งกำลังเป็นปัญหาใหญ่ของประเทศไทย โดยเฉพาะปี 2569 ที่คาดว่าจะมีฝนทิ้งช่วงและขาดแคลนน้ำรุนแรง กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้ตอกย้ำบทบาทในการแก้ปัญหาด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง โดยศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอว. พร้อมนางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ลงพื้นที่เยี่ยมชม GISTDA (จิสด้า) ที่อุทยานรังสรรค์นวัตกรรมอวกาศ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี เพื่อเปิดตัว ระบบเช็คแล้ง เครื่องมือสุดล้ำที่ผสาน AI กับข้อมูลดาวเทียม

ระบบเช็คแล้ง: AI ดาวเทียมสู้ภัยแล้ง 2569

ระบบเช็คแล้ง เป็นนวัตกรรมที่ใช้ข้อมูลจากดาวเทียมสำรวจโลก ร่วมกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อวิเคราะห์ความเสี่ยงภัยแล้งแบบละเอียดถึงระดับแปลงเกษตรแต่ละจุด ระบบนี้สามารถพยากรณ์ล่วงหน้าว่าพื้นที่ไหนจะขาดน้ำ พืชผลจุดใดเสี่ยงเสียหาย และต้องใช้น้ำเท่าไหร่ ช่วยให้เกษตรกรและหน่วยงานรัฐวางแผนรับมือได้ทันท่วงที ไม่ต้องรอให้ภัยแล้งถาโถมแบบปีก่อนๆ

ประเทศไทยเผชิญภัยแล้งซ้ำซากมานาน โดยเฉพาะภาคเกษตรที่คิดเป็น 60% ของการใช้น้ำทั้งประเทศ ระบบเช็คแล้ง จึงตอบโจทย์ตรงนี้ ด้วยการประมวลผลข้อมูลเรียลไทม์จากดาวเทียม ทำให้เห็นภาพความชื้นดิน อุณหภูมิ และปริมาณฝนแบบละเอียด ไม่ใช่แค่ระดับจังหวัด แต่ลงลึกถึงตำบลหรือหมู่บ้าน เกษตรกรสามารถเข้าใช้งานผ่านแอปหรือเว็บ เพื่อเช็คแปลงของตัวเองได้ง่ายๆ

ประโยชน์ของระบบเช็คแล้ง ต่อเกษตรกรและประเทศ

ประโยชน์หลักของ ระบบเช็คแล้ง ไม่ใช่แค่เตือนภัย แต่ช่วยประหยัดน้ำ ลดความเสียหายจากพืชผล และเพิ่มผลผลิต โดยรัฐบาลสามารถจัดสรรน้ำจากเขื่อนไปยังพื้นที่เสี่ยงได้แม่นยำ ลดการสูญเสียทางเศรษฐกิจที่เคยสูงถึงหมื่นล้านบาทต่อปี นอกจากนี้ ยังเชื่อมโยงกับระบบอื่นๆ ของ GISTDA เช่น การพยากรณ์อากาศและจัดการน้ำท่วม สร้าง ecosystem การบริหารทรัพยากรน้ำที่สมบูรณ์

โชว์ความก้าวหน้า THEOS-3 ดาวเทียมไทย 100%

ในโอกาสเดียวกัน คณะยังเยี่ยมศูนย์ประกอบและทดสอบดาวเทียมแห่งชาติ (NAIT) เพื่อติดตามดาวเทียม THEOS-3 รุ่นล่าสุดที่พัฒนาโดยคนไทยทั้งหมด จุดเด่นสำคัญ ได้แก่

  • ออกแบบโดยคนไทย – ทีมวิศวกรไทยเชี่ยวชาญครบทุกขั้นตอน
  • หนุนธุรกิจไทย – ใช้ชิ้นส่วนจากผู้ประกอบการในประเทศกว่า 50%
  • ประกอบในไทย – ทุกขั้นตอนที่ NAIT มาตรฐานสากล

THEOS-3 จะช่วยเสริมข้อมูลให้ ระบบเช็คแล้ง แม่นยำยิ่งขึ้น และเปิดทางสู่ Space Economy ของไทย เช่น จัดการจราจรอวกาศ พยากรณ์สภาพอวกาศ สร้างมูลค่าอุตสาหกรรมใหม่นับล้านล้านบาท

ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า GISTDA พัฒนาเทคโนโลยีอวกาศด้วยศักยภาพคนไทย ข้อมูลภูมิสารสนเทศจะเป็นหัวใจขับเคลื่อนภาคเกษตร ภัยพิบัติ และเศรษฐกิจ โดยเปิดแพลตฟอร์มให้สตาร์ทอัพและเอกชนร่วมพัฒนา รัฐบาลจะผลักดันระบบนิเวศอวกาศครบวงจร ตั้งแต่บุคลากร มหาวิทยาลัย Spaceport ไปจนถึงกฎหมายธุรกิจอวกาศ

ดร.ปกรณ์ อาภาพันธุ์ ผู้อำนวยการ GISTDA เผยว่า 3 ปีข้างหน้า ไทยจะเป็น Data Driven Nation ใช้ข้อมูลเชิงพื้นที่ยกระดับเศรษฐกิจและสังคมให้ยั่งยืน

นวัตกรรมอย่าง ระบบเช็คแล้ง และ THEOS-3 แสดงให้เห็นว่า เทคโนโลยีอวกาศไม่ได้ไกลตัว แต่เป็นกุญแจสู่การพัฒนาประเทศ สู้ภัยพิบัติและสร้างโอกาสใหม่ หากเราลงทุนถูกจุด ไทยจะก้าวเป็นผู้นำภูมิภาคได้ไม่ยาก

คุณคิดอย่างไรกับระบบเช็คแล้งนี้? หากเป็นเกษตรกร จะนำไปใช้อย่างไร ลองแชร์ความเห็นในคอมเมนต์ และติดตามบล็อกเพื่ออัพเดทเทคโนโลยีไทยเพิ่มเติม!

ที่มา – อว. เปิดตัว “ระบบเช็คแล้ง” AI ดาวเทียมสู้ภัยแล้ง 2569-โชว์ความก้าวหน้า THEOS-3

รวบหนุ่มวัย 23 อดีตแก๊งคอลเซ็นเตอร์ หลอกลงทุน 8.6 ล้าน

ข่าวใหญ่ที่กำลังเป็นกระแสในวงการข่าวอาชญากรรม เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถรวบหนุ่มวัย 23 อดีตแก๊งคอลเซ็นเตอร์ได้สำเร็จ หลังจากก่อเหตหลอกลวงประชาชนให้สูญเงินสูงถึง 8.6 ล้านบาท เรื่องนี้เป็นเครื่องเตือนใจให้ทุกคนระวังภัยจากมิจฉาชีพออนไลน์ที่แสบสันมากขึ้นทุกวัน

รวบหนุ่มวัย 23 อดีตแก๊งคอลเซ็นเตอร์

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวน 2 กองบังคับการสืบสวนสอบสวน ภ.6 นำโดย พ.ต.อ.ทวีศักดิ์ ถาบุญชู ผู้กำกับการสืบสวน 2 บก.สส.ภ.6 ได้บุกจับกุมตัวนายนพรัตน์ อายุ 23 ปี ชาวกรุงเทพมหานคร ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดสวรรคโลก ที่ จ.37/2569 ลงวันที่ 5 พฤษภาคม 2569 ในข้อหากระทำผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ”

การจับกุมครั้งนี้มาจากคำสั่งของ พล.ต.ท.กิติศักดิ์ ดุรงควิบูลย์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 ที่มอบหมายให้ทีมสืบสวนเร่งคลี่คลายคดี หลังจากผู้เสียหายแจ้งความที่ สภ.สวรรคโลก จ.สุโขทัย เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569

เหยื่อสูญเงินกว่า 8.6 ล้านหลังรวบหนุ่มวัย 23 อดีตแก๊งคอลเซ็นเตอร์

ผู้เสียหายรายนี้ถูกคนร้ายแสร้งเป็น “นายอำเภอดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่” โทรชักชวนให้ลงทุนเพื่อหารายได้พิเศษ โดยอ้างว่าโอนเงินเข้าแอปเพื่อส่งเสริมสินค้าให้ร้านค้า แล้วจะได้ผลตอบแทนก้อนโต ผู้เสียหายหลงเชื่อ โอนเงินไปกว่า 90 ครั้งเพื่อ “ปลดล็อกรายการถอนเงิน” แต่คนร้ายยังหลอกให้โอนค่าภาษี ค่าธรรมเนียมทำธุรกรรมเพิ่มอีกหลายครั้ง

เหตุการณ์เริ่มมาตั้งแต่เดือนกันยายน 2567 จนถึง 25 มกราคม 2569 รวมระยะเวลาเกือบ 2 ปี โอนเงินทั้งหมด 187 ครั้ง มูลค่ารวม 8,605,788.86 บาท ต่อมาคนร้ายยังพยายามหลอกโอนเพิ่ม แต่ผู้เสียหายไปปรึกษาลูกชาย จึงรู้ตัวว่าถูกหลอก จึงรีบแจ้งความ

ทีมสืบสวนนำโดย พ.ต.ท.อลงกต ทับชม รองผู้กำกับการสืบสวน 2 สืบสวนขยายผล จนออกหมายจับและจับกุมผู้ต้องหาได้

ประวัติผู้ต้องหาและวิธีการหลอกลวง

จากการสอบสวน นายนพรัตน์สารภาพว่า ต้นปี 2567 เคยทำงานกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่ตึก 25 ชั้นในเมืองปอยเปต ประเทศกัมพูชา หน้าที่เป็นแอดมินโทรหลอกเหยื่อ ได้ค่าจ้างเดือนละ 20,000 บาท เงินโอนเข้าบัญชีแก๊ง

ต่อมาได้รับมอบโทรศัพท์เครื่องที่ใช้หลอกเหยื่อรายนี้ จึงโทรต่อเนื่อง ช่วงเดือนมกราคม 2568 นายจ้างบ่ายเบี่ยงเงินเดือน เขาจึงตัดสินใจแยกตัว ใช้นำบัญชีธนาคารตัวเองรับเงินแทน หนีกลับไทยพร้อมโทรศัพท์เครื่องนั้น หลอกเหยื่อต่ออีกนับปี จนต้นปี 2569 รู้ว่าเหยื่อเริ่มสงสัย จึงลบข้อมูล ล้างเครื่อง ส่งให้คนอื่นใช้ บัญชีถูกอายัด เงินที่ได้นำไปใช้หมดสิ้น

  • ขั้นตอนการหลอกลวง: แสร้งเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ ชวนลงทุนแอปส่งสินค้า
  • ให้โอนเงินเริ่มต้น สัญญาผลตอบแทนสูง
  • หลอกปลดล็อกถอนเงิน เรียกค่าธรรมเนียมเพิ่มเรื่อยๆ
  • ยืดเยื้อนาน เกือบ 2 ปี จนเหยื่อสูญเงินล้าน

กรณีรวบหนุ่มวัย 23 อดีตแก๊งคอลเซ็นเตอร์นี้ แสดงให้เห็นว่ามิจฉาชีพบางรายแยกตัวจากแก๊งใหญ่มาทำคนเดียว แต่ยังใช้เทคนิคเดิมๆ ที่แสบสันไม่เปลี่ยน

วิธีป้องกันตัวเองจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์

ในยุคดิจิทัลนี้ แก๊งคอลเซ็นเตอร์เป็นภัยร้ายที่ไม่มีวันหมด ทุกปีมีผู้เสียหายนับหมื่นราย สูญเงินหลายพันล้าน วิธีป้องกันง่ายๆ คือ

  • อย่าเชื่อการโทรจากคนแปลกหน้า โดยเฉพาะที่อ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐหรือชวนลงทุน
  • ตรวจสอบข้อมูลก่อนโอนเงิน ใช้เว็บไซต์ราชการอย่าง thaipol.or.th
  • ไม่โอนเงินให้รายการที่สัญญาผลตอบแทนสูงผิดปกติ
  • แจ้งเบาะแสได้ที่ 1155 สายด่วนตำรวจ หรือแอปตำรวจประชาชน

จากสถิติปี 2568 พบว่าคดีคอลเซ็นเตอร์เพิ่มขึ้น 30% โดยเหยื่อส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุและคนที่อยากรวยทางลัด

เรื่องนี้เป็นบทเรียนราคาแพง หากคุณหรือคนใกล้ตัวเคยเจอการโทรชวนลงทุนแบบนี้ อย่าลังเลที่จะแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที การตื่นตัวของสังคมจะช่วยลดอาชญากรรมเหล่านี้ได้

คำแนะนำสุดท้าย: การลงทุนที่แท้จริงต้องมาจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ อย่าให้ความโลภมาทำลายอนาคต ตรวจสอบเสมอและปกป้องเงินในกระเป๋าของคุณ!

ที่มา – รวบหนุ่มวัย 23 อดีตแก๊งคอลฯ หัวหมอรับงานเอง โทรหลอกเหยื่อที่เคยคุยลงทุน สูญเงิน 8.6 ล้าน

กะเหรี่ยง KNU เผาทำลายยาบ้าเกือบ 10 ล้านเม็ด

เมื่อเร็วๆ นี้เกิดเหตุการณ์สำคัญที่สร้างความสะเทือนใจให้กับสังคมไทยและเพื่อนบ้าน นั่นคือ กะเหรี่ยง KNU เผาทำลายยาบ้าเกือบ 10 ล้านเม็ด ริมฝั่งแม่น้ำสาละวิน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการปราบปรามยาเสพติดข้ามชาติที่เข้มข้นยิ่งขึ้น การยึดและเผายาเสพติดล็อตใหญ่ครั้งนี้ไม่เพียงแสดงถึงความมุ่งมั่นของกองกำลังกะเหรี่ยงแห่งชาติ (KNU) แต่ยังแฉขบวนการค้ายาเสพติดที่กำลังปรับเปลี่ยนเส้นทางเพื่อส่งสินค้าต้องห้ามเข้าประเทศไทยจำนวนมาก

กะเหรี่ยง KNU เผาทำลายยาบ้าเกือบ 10 ล้านเม็ด

กะเหรี่ยง KNU เผาทำลายยาบ้าเกือบ 10 ล้านเม็ด ริมสาละวิน

เหตุการณ์ กะเหรี่ยง KNU เผาทำลายยาบ้าเกือบ 10 ล้านเม็ด เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2567 ณ บริเวณตะแคะปู เมืองมือตรอ รัฐกะเหรี่ยง ตรงข้ามอุทยานแห่งชาติสาละวิน อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน นายพงษ์พิพัฒน์ มีเบญจมาศ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลแม่สามแลบ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดตำบลแม่สามแลบ (ศป.ปส.ต.แม่สามแลบ) ได้เดินทางเข้าร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีแถลงข่าวและเผายาเสพติดล็อตนี้

ยาบ้าที่ถูกเผาทำลายมีจำนวนรวม 9,930,000 เม็ด ซึ่งถูกยึดได้จากบริเวณเลกอท่า ริมแม่น้ำสาละวินช่วงต้นปี โดยซุกซ่อนไว้ในแกลอนน้ำมันเพื่อหลบเลี่ยงการตรวจสอบ สอบสวนพบว่ายามีต้นทางจากแหล่งผลิตในรัฐฉานเหนือ ลำเลียงผ่านรัฐกะเหรี่ยงและรัฐคะเรนนี ใช้แม่น้ำสาละวินเป็นเส้นทางหลัก มุ่งหน้าไปยังเมืองเมียวดีก่อนลักลอบส่งเข้าประเทศไทย

พิธีเผายาบ้าของกะเหรี่ยง KNU

ขบวนการค้ายาเสพติดเปลี่ยนเส้นทางใหม่

นายพงษ์พิพัฒน์ เปิดเผยว่า การร่วมสังเกตการณ์ครั้งนี้แสดงถึงความพร้อมของท้องถิ่นไทยในการประสานงานกับทุกภาคส่วน พื้นที่แม่สามแลบเป็นจุดผ่อนปรนการค้าและเส้นทางเดินเรือสำคัญ จึงต้องเฝ้าระวังอย่างเข้มข้นตามนโยบายรัฐบาล เพื่อป้องกันไม่ให้เป็นทางผ่านของยาเสพติด

ทางด้านพะโด่ซอโกล่ทู เลขาธิการจังหวัดมือตรอ (KNU) และ ร.อ.บูเกย์ นายทหารประสานงานชายแดน KNU ระบุว่า ขบวนการค้ายาใช้ป่าลึกเป็นจุดพักยา และช่องทางธรรมชาติอย่างแม่น้ำสาละวินและแม่น้ำเมยในการขนส่ง ปัจจุบันมีสายข่าวแจ้งว่ามียาเสพติดล็อตใหญ่อีกกำลังซ่อนในป่าชายแดน จึงขอให้ชาวบ้านและเจ้าหน้าที่ไทยช่วยสอดส่อง

ขบวนการค้ายาเสพติดชายแดน

สถิติการจับกุมยาเสพติดล็อตใหญ่ในชายแดนและจังหวัดชั้นในเพิ่มขึ้น สะท้อนการเปลี่ยนเส้นทางของกลุ่มอิทธิพลในพม่า ที่หันมาใช้รัฐกะเหรี่ยงมากขึ้น ความร่วมมือท้องถิ่นจึงเป็นกุญแจสำคัญ

ความสำคัญของการประสานงานชายแดน

ปัญหายาเสพติดในพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำเป็นภัยคุกคามมานาน KNU ในฐานะกองกำลังท้องถิ่นมีบทบาทสำคัญในการสกัดกั้น โดยครั้งนี้ยึดยาบ้ามูลค่ามหาศาลได้ก่อนเข้าประเทศไทย ซึ่งหากหลุดรอดอาจสร้างความเสียหายร้ายแรงต่อเยาวชนและสังคม

  • เส้นทางหลัก: แม่น้ำสาละวินและป่าลึก
  • วิธีการซ่อน: แกลอนน้ำมันและจุดพักในป่า
  • จุดหมาย: เมืองเมียวดีแล้วเข้าทางแม่สามแลบ
  • ความเสี่ยง: ล็อตใหญ่อีกกำลังมา

เจ้าหน้าที่ไทยยกระดับการเฝ้าระวัง โดย อบต.แม่สามแลบทำหน้าที่ประสานเบาะแสจากชุมชนสู่หน่วยความมั่นคง การเผายาเสพติดครั้งนี้เป็นสัญญาณดีว่าความร่วมมือข้ามชาติกำลังได้ผล

ในมุมมองของผู้เขียน การปราบปรามยาเสพติดต้องอาศัยข้อมูลจากชุมชนและเทคโนโลยีเฝ้าระวัง หากทุกฝ่ายร่วมมือกัน เราจะสามารถลดภัยนี้ได้อย่างยั่งยืน มาช่วยกันแจ้งเบาะแส หากพบสิ่งผิดปกติในพื้นที่ชายแดน กรุณาติดต่อเจ้าหน้าที่โดยด่วน เพื่อปกป้องอนาคตของชาติ

ที่มา – กะเหรี่ยง KNU เผาทำลายยาบ้าเกือบ 10 ล้านเม็ด แฉขบวนการค้ายาเตรียมส่งล็อตใหญ่เข้าไทย

มติเอกฉันท์! ศ.ดร.วิเลิศ ประธานบอร์ด อสมท

เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) มีมติเอกฉันท์สำคัญในการแต่งตั้ง ศ.ดร.วิเลิศ ประธานบอร์ด อสมท คนใหม่ โดยศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร ในฐานะอธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) ได้รับความไว้วางใจจากทุกคนในบอร์ด มติเอกฉันท์นี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่สำหรับ อสมท ที่กำลังเผชิญความท้าทายจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปสู่แพลตฟอร์มดิจิทัลและสตรีมมิงจากต่างชาติ

ศ.ดร.วิเลิศ ประธานบอร์ด อสมท: ผู้นำวิสัยทัศน์กว้างไกล

ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร เป็นบุคคลที่มีความเชี่ยวชาญรอบด้าน ทั้งด้านวิชาการ การบริหาร และกลยุทธ์สื่อสารสมัยใหม่ โดยเฉพาะการขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี AI ซึ่งจะช่วยให้ อสมท สามารถแข่งขันได้อย่างมีประสิทธิภาพในยุคดิจิทัล บอร์ดเชื่อมั่นในความสามารถของท่านในการนำพาองค์กรฝ่าวิกฤตและยกระดับสู่การเป็นสื่อชั้นนำของไทย

เส้นทางเรียนรู้และประสบการณ์ระดับโลกของ ศ.ดร.วิเลิศ ประธานบอร์ด อสมท

ศ.ดร.วิเลิศ สำเร็จการศึกษาจากสถาบันชั้นนำของไทยและต่างประเทศ เช่น จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์มหาวิทยาลัย ปริญญาโทจาก Yale University และปริญญาเอกจาก Oxford University นอกจากนี้ ยังมีประสบการณ์ทำงานกับยักษ์ใหญ่ระดับโลกอย่าง IBM, P&G และ Hakuhodo

  • ตำแหน่งสำคัญปัจจุบัน: อธิการบดีจุฬาฯ และประธาน ทปอ.
  • ระดับนานาชาติ: ประธานสมาคมสถาบันอุดมศึกษาแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ASAIHL)
  • นวัตกรรมการศึกษา: ประธานศูนย์เครือข่ายความร่วมมือการเรียนรู้ตลอดชีวิตเอเชีย–ยุโรป (ASEM LLL Hub)
  • ผู้ริเริ่ม: วิทยาลัย Chula XL สำหรับการเรียนรู้ตลอดชีวิต

ประสบการณ์เหล่านี้ทำให้ ศ.ดร.วิเลิศ ประธานบอร์ด อสมท เหมาะสมอย่างยิ่งในการนำพาองค์กรสื่อของรัฐเข้าสู่ยุคใหม่ โดยผสานวิชาการ ธุรกิจ และเทคโนโลยีเข้าด้วยกัน

นโยบายเร่งด่วน: พลิกโฉมช่อง 9 สู่ Learning Station

ทันทีที่รับตำแหน่ง ศ.ดร.วิเลิศ ได้ชู 3 นโยบายหลักเพื่อฟื้นฟูธุรกิจอสมท ได้แก่

  • เร่งฟื้นธุรกิจและเสริมรายได้ใหม่ จากโฆษณาและพาร์ทเนอร์ชิพ
  • บูรณาการทุกแพลตฟอร์ม ทั้งทีวี ดิจิทัล และออนไลน์
  • พลิกโฉมช่อง 9 MCOT HD เป็น “ช่องแห่งการเรียนรู้ของคนไทย” (Learning Station) มุ่งสร้างทักษะอาชีพและองค์ความรู้ให้ประชาชนทุกวัย

นโยบายนี้ตอบโจทย์สังคมไทยที่ต้องการการเรียนรู้ตลอดชีวิต โดยเฉพาะในยุคที่ตลาดแรงงานเปลี่ยนแปลงรวดเร็วจาก AI และดิจิทัล อสมท จะไม่ใช่แค่สื่อข่าว แต่เป็นแพลตฟอร์มสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจยั่งยืน

ทำไม ศ.ดร.วิเลิศ ประธานบอร์ด อสมท ถึงเป็นความหวังใหม่ของสื่อไทย

อสมท หรือบริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) เป็นผู้บริหารคลื่นความถี่ทีวีดิจิทัลช่อง 9 และสื่อรัฐอื่นๆ ที่ผ่านมาเผชิญปัญหาการแข่งขันจาก Netflix, YouTube และ OTT ต่างๆ ทำให้รายได้ลดลง การแต่งตั้งอธิการบดีมหาวิทยาลัยรายที่ 2 ต่อจาก ศ.ดร.สุรพล นิติไกรพจน์ (อดีตอธิการธรรมศาสตร์ ปี 2551-2554) แสดงถึงกลยุทธ์ใช้ความเชี่ยวชาญด้านการศึกษาและนวัตกรรมมาขับเคลื่อนสื่อ

วิสัยทัศน์ของศ.ดร.วิเลิศ จะช่วยให้อสมท กลายเป็น “สื่อแห่งชาติที่สร้างพลังขับเคลื่อนสังคม” โดยใช้ AI วิเคราะห์พฤติกรรมผู้ชม สร้างคอนเทนต์เฉพาะบุคคล และเชื่อมโยงกับการศึกษาออนไลน์ เช่น คอร์สทักษะดิจิทัล อาชีพอนาคต และการพัฒนาตนเอง

นอกจากนี้ ยังมีแผนขยายสู่ multi-platform เช่น แอปพลิเคชัน พอดแคสต์ และคอนเทนต์บน TikTok, YouTube เพื่อเข้าถึง Gen Z และ Millennials ที่เป็นผู้บริโภคหลักในปัจจุบัน

การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่เพียงช่วยฟื้นรายได้ แต่ยังยกระดับบทบาทอสมท ให้เป็นเครื่องมือพัฒนาประเทศ สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลด้าน Soft Power และ Thailand 4.0

ในมุมมองของผู้เขียน การเข้ามาของ ศ.ดร.วิเลิศ ประธานบอร์ด อสมท คือโอกาสทองที่อสมทจะพลิกเกมได้ หากดำเนินการรวดเร็วและชัดเจน คุณคิดอย่างไรกับนโยบาย Learning Station? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมติดตามอัปเดตข่าวสารสื่อไทยจากบล็อกของเราเพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ!

ที่มา – มติเอกฉันท์โหวต “ศ.ดร.วิเลิศ” อธิการบดีจุฬาฯ นั่งประธานบอร์ด อสมท คนใหม่

เช็กพื้นที่ 7 พ.ค. 69 “เรดาร์ฝน” กรุงเทพ

สวัสดีครับชาวกรุงเทพและปริมณฑล วันนี้เรามาเช็กพื้นที่ 7 พ.ค. 69 “เรดาร์ฝน”กันเลยครับ กรมอุตุนิยมวิทยาเพิ่งรายงานข้อมูลล่าสุดจากเรดาร์ตรวจพบกลุ่มฝนตกเล็กน้อยถึงปานกลางในหลายพื้นที่ของกรุงเทพมหานครและจังหวัดใกล้เคียง ตอนนี้เวลาใกล้ 18.00 น. แล้ว ใครกำลังจะออกจากบ้านหรือเดินทางควรเช็กก่อนนะครับ เพื่อหลีกเลี่ยงถนนลื่นและน้ำท่วมขัง

เช็กพื้นที่ 7 พ.ค. 69 “เรดาร์ฝน” ตรวจพบกลุ่มฝนในหลายพื้นที่

ตามรายงานของกรมอุตุฯ ในวันที่ 7 พฤษภาคม 2569 เวลาประมาณ 18.00 น. เรดาร์ฝนได้ตรวจจับกลุ่มเมฆฝนที่เคลื่อนตัวมาจากทิศตะวันตกเฉียงใต้ ปกคลุมหลายเขตในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ฝนตกในระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง ไม่น่าจะหนักมากแต่ก็พอทำให้ถนนเปียกชื้นและมองเห็นทัศนวิสัยลดลงได้ครับ

พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหลักๆ ได้แก่ เขตหนองจอก ลาดกระบัง คลองสามวา มีนบุรี บางเขน คันนายาว สะพานสูง บึงกุ่ม บางกะปิ ลาดพร้าว วังทองหลาง หลักสี่ จตุจักร ห้วยขวาง สายไหม ประเวศ สวนหลวง ในกรุงเทพมหานคร รวมถึงนนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ นครนายก และฉะเชิงเทรา กลุ่มฝนนี้คาดว่าจะอ่อนกำลังลงในช่วง 18.30-19.00 น. แต่ยังคงปกคลุมบางพื้นที่อยู่นานกว่า 1 ชั่วโมง แนะนำให้เตรียมร่มหรือเสื้อกันฝนติดตัวไปด้วย

  • หนองจอก
  • ลาดกระบัง
  • คลองสามวา
  • มีนบุรี
  • บางเขน
  • คันนายาว
  • สะพานสูง
  • บึงกุม
  • บางกะปิ
  • ลาดพร้าว
  • วังทองหลาง
  • หลักสี่
  • จตุจักร
  • ห้วยขวาง
  • สายไหม
  • ประเวศ
  • สวนหลวง
  • นนทบุรี
  • ปทุมธานี
  • สมุทรปราการ
  • นครนายก
  • ฉะเชิงเทรา
เช็กพื้นที่ 7 พ.ค. 69 เรดาร์ฝน กรุงเทพ-ปริมณฑล

ทิศทางการเคลื่อนตัวและพยากรณ์ต่อเนื่อง

กลุ่มฝนเคลื่อนตัวเข้าปกคลุมกรุงเทพฯ จากทิศตะวันตกเฉียงใต้ โดยเฉพาะย่านตะวันออกและเหนือของเมือง เช่น หนองจอก ลาดกระบัง และบางเขน หลังจากนั้นคาดว่าฝนจะอ่อนลงแต่ยังมีในนนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ นครนายก ฉะเชิงเทรา ประชาชนในพื้นที่เหล่านี้ควรระวังน้ำขังตามอุโมงค์ทางลอดและสะพานต่างระดับ

เรดาร์ฝนคือเครื่องมือสำคัญที่กรมอุตุนิยมวิทยาใช้ติดตามการก่อตัวของเมฆฝนแบบเรียลไทม์ ช่วยให้เราทราบตำแหน่งและความรุนแรงของฝนได้ทันที แตกต่างจากพยากรณ์ทั่วไปที่อาจคลาดเคลื่อนได้ ทำให้เช็กพื้นที่ 7 พ.ค. 69 “เรดาร์ฝน”นี้มีความแม่นยำสูง เหมาะสำหรับการวางแผนเดินทางรายวัน

คำแนะนำป้องกันอันตรายจากฝน

1. ขับขี่ช้าลง เปิดไฟหน้า และเว้นระยะห่างกับรถคันหน้า
2. หลีกเลี่ยงเส้นทางต่ำที่มักน้ำท่วม เช่น ถนนรามอินทรา บางส่วนของลาดกระบัง
3. เตรียมยาแก้แพ้สำหรับคนเป็นหวัดจากอากาศชื้น
4. ตรวจสอบสภาพรถยนต์ อย่างยางและที่ปัดน้ำฝน
5. ติดตามอัปเดตจากแอปกรมอุตุฯ หรือเว็บไซต์อย่างสม่ำเสมอ

เข้าสู่ช่วงฤดูฝนปี 2569 แล้ว กรุงเทพฯ มักมีฝนตกบ่อยในช่วงเย็นถึงค่ำแบบนี้ สถิติปีที่ผ่านมาแสดงให้เห็นว่าฝนตกเฉลี่ย 150-200 มม. ต่อเดือนในเดือนพฤษภาคม การเช็กพื้นที่ 7 พ.ค. 69 “เรดาร์ฝน”ช่วยให้เราปรับตัวได้ทัน หากฝนตกหนักต่อเนื่อง อาจส่งผลต่อการจราจรและน้ำท่วมฉับพลันได้

สรุปคือวันนี้ฝนมาแต่ไม่น่าหนักมาก แต่ก็ควรระวังครับ Insight จากผู้เชี่ยวชาญ: การใช้เทคโนโลยีเรดาร์ช่วยลดความเสี่ยงอุบัติเหตุจากฝนได้ถึง 30% หากทุกคนเช็กข้อมูลก่อนเดินทาง สุดท้าย CTA: ติดตามบล็อกเราเพื่ออัปเดตสภาพอากาศประจำวัน และสมัครรับแจ้งเตือนฟรีทางไลน์ได้เลย!

ที่มา – เช็กพื้นที่ 7 พ.ค. 69 “เรดาร์ฝน” ตรวจพบกลุ่มฝนในหลายพื้นที่กรุงเทพ-ปริมณฑล

อัปเดตราคาน้ำมันพรุ่งนี้ 8 พฤษภาคม 2569

อัปเดตราคาน้ำมันพรุ่งนี้ 8 พฤษภาคม 2569 สำหรับเพื่อนๆ ที่กำลังมองหาข้อมูลราคาน้ำมันล่าสุด ไม่ว่าจะเป็นน้ำมันเบนซิน แก๊สโซฮอล์ หรือดีเซล จากปั๊มดังๆ อย่าง ปตท. บางจาก พีที คาลเท็กซ์ ซัสโก้ และเชลล์ เรารวบรวมมาให้ครบถ้วนแล้วนะครับ ราคาน้ำมันปรับเปลี่ยนทุกวันตามสถานการณ์น้ำมันดิบโลกและค่าเงินบาท ทำให้ผู้ใช้รถต้องเช็คบ่อยๆ เพื่อวางแผนการเติมน้ำมันให้คุ้มค่า

วันนี้เรามาอัปเดตราคาน้ำมันพรุ่งนี้ 8 พฤษภาคม 2569 กันแบบละเอียดยิบ จากเว็บไซต์ทางการของแต่ละบริษัท โดยราคาที่แจ้งเป็นราคากลาง ไม่รวมภาษีท้องถิ่นที่อาจต่างกันตามพื้นที่ ช่วยให้คุณเลือกปั๊มที่ใกล้บ้านและราคาดีที่สุดได้ง่ายขึ้น ลองดูกันเลยว่าปลิตละกี่บาท!

อัปเดตราคาน้ำมันพรุ่งนี้ 8 พฤษภาคม 2569

ราคาน้ำมันเบนซิน ดีเซล แต่ละปั๊มลิตรละเท่าไร

ราคาน้ำมันโดยรวมวันพรุ่งนี้ส่วนใหญ่ดีเซล B20 อยู่ที่ 33.80 บาท/ลิตร แก๊สโซฮอล์ E20 36.30 บาท/ลิตร และแก๊สโซฮอล์ 95 ราว 43.30 บาท/ลิตร แต่บางชนิดพรีเมียมจะแพงกว่า เหมาะสำหรับรถที่ต้องการสมรรถนะสูง

ราคาน้ำมัน “บางจาก” วันที่ 8 พฤษภาคม 2569

ปั๊มบางจากอัปเดตราคาน้ำมันพรุ่งนี้ 8 พฤษภาคม 2569 ดังนี้

  • ดีเซล B20: 33.80 บาท/ลิตร
  • ไฮดีเซล S: 40.80 บาท/ลิตร
  • ไฮพรีเมียมดีเซล S: 62.10 บาท/ลิตร
  • ไฮพรีเมียม 98: 56.04 บาท/ลิตร
  • GSH E85S EVO: 32.24 บาท/ลิตร
  • GSH E20S EVO: 36.30 บาท/ลิตร
  • GSH91S EVO: 42.93 บาท/ลิตร
  • GSH95S EVO: 43.30 บาท/ลิตร

ราคาน้ำมัน “ปตท.” วันที่ 8 พฤษภาคม 2569

ปตท. ซึ่งเป็นปั๊มยอดนิยม มีราคาใกล้เคียงกัน

  • ดีเซล B20: 33.80 บาท/ลิตร
  • ดีเซล: 40.80 บาท/ลิตร
  • GSH E85S EVO: 32.24 บาท/ลิตร
  • GSH E20S EVO: 36.30 บาท/ลิตร
  • GSH91S EVO: 42.93 บาท/ลิตร
  • GSH95S EVO: 43.30 บาท/ลิตร
  • เบนซิน: 52.89 บาท/ลิตร
  • ซูเปอร์พาวเวอร์ดีเซล: 62.10 บาท/ลิตร
  • ซูเปอร์พาวเวอร์ GSH95: 52.39 บาท/ลิตร

ราคาน้ำมันปั๊ม “เชลล์” วันที่ 8 พฤษภาคม 2569

เชลล์เน้นน้ำมันสูตรพิเศษ V-Power

  • เชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ E20: 36.80 บาท/ลิตร
  • เชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ 91: 43.18 บาท/ลิตร
  • เชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ 95: 43.80 บาท/ลิตร
  • เชลล์ วี-เพาเวอร์ แก๊สโซฮอล์ 95: 49.84 บาท/ลิตร
  • เชลล์ ฟิวเซฟ ดีเซล: 40.80 บาท/ลิตร
  • เชลล์ วี-เพาเวอร์ ดีเซล: 49.84 บาท/ลิตร

ราคาน้ำมันปั๊ม “พีที” วันที่ 8 พฤษภาคม 2569

  • ดีเซล: 40.80 บาท/ลิตร
  • ดีเซล B20: 33.80 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 95: 43.30 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 91: 42.93 บาท/ลิตร
  • เบนซิน: 53.39 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ E20: 36.30 บาท/ลิตร

ราคาน้ำมันปั๊ม “ซัสโก้” วันที่ 8 พฤษภาคม 2569

  • ดีเซล: 40.80 บาท/ลิตร
  • ดีเซล B20: 33.80 บาท/ลิตร
  • เบนซิน: 53.04 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 95: 43.30 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 91: 42.93 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ E20: 36.30 บาท/ลิตร

ราคาน้ำมันปั๊ม “คาลเท็กซ์” วันที่ 8 พฤษภาคม 2569

  • โกลด์ 95 เทครอน: 56.01 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 95 เทครอน: 43.30 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 91 เทครอน: 42.93 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ E20: 36.30 บาท/ลิตร
  • ดีเซล เทครอน: 40.80 บาท/ลิตร
  • พาวเวอร์ ดีเซล เทครอน: 62.10 บาท/ลิตร

สรุปแล้ว ราคาน้ำมันพรุ่งนี้ 8 พฤษภาคม 2569 ค่อนข้างคงที่ โดยดีเซล B20 ถูกที่สุด เหมาะสำหรับรถกระบะและรถบรรทุก ปัจจัยที่ทำให้ราคาเปลี่ยนคือราคาน้ำมันดิบ Brent และ WTI ที่ผันผวน รวมถึงค่าเงินดอลลาร์ แนะนำให้ใช้แอปปั๊มน้ำมันเช็คราคาเรียลไทม์ และเลือกเติม E20 หรือ B20 เพื่อช่วยประหยัดและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

เคล็ดลับประหยัดน้ำมัน: ขับนุ่มๆ ตรวจแรงดันยาง หลีกเลี่ยงเร่งแรง และเติมตอนเช้าหรือเย็นที่อากาศเย็นเพื่อความหนาแน่นสูงกว่า หากราคายังสูงต่อเนื่อง อาจพิจารณารถ EV ในอนาคตครับ

ติดตามอัปเดตราคาน้ำมันพรุ่งนี้ได้ทุกวัน แชร์ข้อมูลนี้ให้เพื่อนๆ ด้วยนะ!

ที่มา – อัปเดตราคาน้ำมันพรุ่งนี้ 8 พฤษภาคม 2569 น้ำมันเบนซิน ดีเซล แต่ละปั๊มลิตรละเท่าไร