โหวตนายก 2568

“มนพร” โยน “ภูมิธรรม” ตอบปมอำนาจยุบสภา

“มนพร” แนะถาม “ภูมิธรรม” ปมอำนาจยุบสภา เผย สส.หลายคนยังอยู่กับพรรคเพื่อไทย ไม่ได้ตาม “ศักดิ์ดา” ไป “สุริยะ” โยนถาม “ภูมิธรรม” เช่นกัน

วันที่ 2 กันยายน 2568 นางมนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม และ สส.นครพนม พรรคเพื่อไทย (พท.) ให้สัมภาษณ์ที่ทำเนียบรัฐบาล ถึงความชัดเจนเรื่องอำนาจยุบสภา ว่า ต้องรอฟังนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรี

ผู้สื่อข่าวถามต่อ ล่าสุดมีการส่งสัญญาณอะไรไปยังสมาชิกพรรคเพื่อไทยหรือไม่ นางมนพร ตอบว่า ยัง โดยในช่วงบ่ายวันนี้จะมีการประชุมพรรค เดี๋ยวรอฟังนายภูมิธรรม ส่วนในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันนี้ทราบแต่ว่ามีวาระปกติ เมื่อถามอีกว่าตอนนี้ชัดเจนหรือยัง อำนาจยุบสภารัฐบาลรักษาการทำได้หรือไม่ นางมนพร ตอบว่า ฟังจากนักกฎหมายหลายๆ ท่าน สุดท้ายอยู่ที่นายภูมิธรรม ซึ่งเป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกฯ

ในคำถามว่าเป็นห่วงหรือไม่ หากมีการยุบสภาไปแล้วจะมีการไปร้องศาลตามมาอีก นางมนพร ระบุว่า บางทีฝนไม่ตกอย่าเพิ่งกางร่ม ต้องรอฟังก่อน ทางด้านคำถามว่าตอนนี้สมาชิกในพรรคเพื่อไทยเริ่มมีสัญญาณว่าจะทิ้งพรรคแล้ว จะตรึงสมาชิกเหล่านี้ให้อยู่ได้อย่างไร นางมนพร ตอบว่า เท่าที่ทราบตอนนี้ที่มีข่าวว่าจะไป พอสอบถามบางคนก็ยังอยู่กับพรรคเพื่อไทย หลายคนที่มีข่าวว่าจะตาม นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ สส.กาญจนบุรี พรรคเพื่อไทยไป พอสอบถามก็ยังอยู่กับพรรคเพื่อไทย ยืนยันได้มีการตรวจสอบแล้ว และบางคนยังยืนยันที่จะเข้าร่วมประชุมพรรคอยู่

เมื่อถามย้ำ ยืนยันหรือไม่ว่าหากยุบสภาตอนนี้ สส. ที่จะย้ายออกไปจะกลับมาที่พรรคเพื่อไทยเหมือนเดิม นางมนพร กล่าวว่า เราต้องพยายามรักษา สส.เดิมของเราไว้ หรือในบางพื้นที่ที่เราไม่มี สส. เราก็เอาคนที่มั่นใจจะลงสมัครกับเราไปลงพื้นที่มาตลอด

ส่วนประเด็นคำถามหากยุบสภาตอนนี้คิดว่าจะเป็นผลดีหรือผลเสียกับพรรคเพื่อไทย นางมนพร เผยว่า ต้องรอดู เพราะเราเป็นนักการเมืองประชาธิปไตยที่มาจากการเลือกตั้ง ฉะนั้น อย่ากลัวว่าจะมีการเลือกตั้ง เมื่อถามอีกว่าไม่แคร์ที่อาจจะได้ สส.ต่ำกว่าร้อยอย่างที่มีการพูดกันใช่หรือไม่ นางมนพร บอกว่า นั่นเป็นเรื่องหนึ่งที่เป็นกลยุทธ์ของแต่ละพรรคการเมืองและการสื่อสารกับพี่น้องประชาชนว่า ในฐานะ 2 ปีที่เรามาทำงานเป็น สส. และเป็นรัฐบาล เราทำอะไรให้กับพี่น้องประชาชนบ้าง

สำหรับคำถาม ยังมั่นใจหรือไม่เพราะนโยบายของพรรคเพื่อไทยที่หาเสียงไว้ยังไม่ค่อยออกมาเป็นรูปธรรม นางมนพร กล่าวว่า ของพรรคเพื่อไทยมีหลายนโยบายที่เราทำไว้ ซึ่งมันยังไปไม่ถึงจุดสิ้นสุดของความสำเร็จ แต่ทุกนโยบายเราได้เริ่มต้นมา และ สส.หลายคนของพรรคบอกว่าเรามาจากการเลือกตั้ง อย่าไปหวั่นไหวกับเรื่องพวกนี้ แต่อาจจะอยู่ไม่ครบเทอม 4 ปี หรือจะอยู่ครบเทอมค่อยดูกันอีกที เมื่อถามย้ำว่า ตกลงการยุบสภาเป็นไม้ตายของพรรคเพื่อไทยในการที่จะปลดล็อกการเมืองในขณะนี้ใช่หรือไม่ นางมนพร กล่าวว่า ตนตอบไม่ได้ อยู่ที่นายภูมิธรรม

ทางด้าน นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่พรรคเพื่อไทยจะมีการหารือกันภายในหรือยังกับเรื่องยุบสภา นายสุริยะ กล่าวว่า ทั้งหมดนี้รอถามนายภูมิธรรม เมื่อถามอีกว่ามั่นใจหรือไม่รัฐบาลรักษาการจะสามารถยุบสภาได้ นายสุริยะ ตอบว่า ลองถามนายภูมิธรรมดู.

“มนพร” โยน “ภูมิธรรม” ตอบปมอำนาจยุบสภา

อำนาจยุบสภา: ใครเป็นคนตัดสินใจ?

จากประเด็นที่นางมนพร ได้กล่าวถึงเรื่อง อำนาจยุบสภา นั้น แสดงให้เห็นถึงความไม่แน่นอนทางการเมืองในขณะนี้ การตัดสินใจอยู่ที่นายภูมิธรรม ซึ่งต้องพิจารณาจากหลายปัจจัย ทั้งข้อกฎหมายและสถานการณ์การเมืองในปัจจุบัน การที่ สส. หลายคนยังคงอยู่กับพรรคเพื่อไทย แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในพรรค แต่ก็ต้องติดตามกันต่อไปว่าสถานการณ์จะเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางใด

การที่พรรคเพื่อไทยเน้นย้ำถึงผลงานในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน และการเตรียมพร้อมสำหรับการเลือกตั้งที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต หากมีการยุบสภาเกิดขึ้นจริง พรรคเพื่อไทยจะต้องเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ และรักษาฐานเสียงเดิมไว้ให้ได้

การเมืองไทยยังคงเป็นเรื่องที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด การตัดสินใจเรื่องอำนาจยุบสภาจะส่งผลกระทบต่อทุกภาคส่วน และประชาชนทุกคนควรติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด เพื่อที่จะสามารถตัดสินใจได้อย่างถูกต้องในการเลือกตั้งครั้งต่อไป

ที่มา – “มนพร” โยน “ภูมิธรรม” ตอบปมอำนาจยุบสภา ยัน สส.หลายคนยังอยู่เพื่อไทย

“ทวี” ยัน ประชาชาติอยู่กับเพื่อไทย ชี้ทางออกการเมืองยุบสภา

“ทวี สอดส่อง” ยืนยันพรรคประชาชาติอยู่กับเพื่อไทย ชี้ทางออกการเมือง “ยุบสภา” คืนอำนาจให้ประชาชน ไม่เห็นด้วยเสียงข้างน้อยรวมเสียงจัดตั้งรัฐบาล ผิดหลักประชาธิปไตย โผล่พบ “ชัยเกษม” ที่บ้านพัก

วันที่ 2 กันยายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาล ว่า พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และหัวหน้าพรรคประชาชาติ ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนถึงการจัดตั้งรัฐบาล ว่า เนื่องจากพรรคเราเป็นพรรคเล็ก จึงยืนยันว่าจะอยู่กับพรรคใหญ่พรรคเดิม คือพรรคเพื่อไทย เป็นหลักในการรวบรวมเสียงจัดตั้งรัฐบาล

ผู้สื่อข่าวถามต่อ มั่นใจหรือไม่ว่าพรรคเพื่อไทยจะรวบรวมเสียงในการจัดตั้งรัฐบาลได้ พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า ภาพที่ออกมาก็ดูเหมือนว่าเสถียรภาพไม่ค่อยดีนักในทุกพรรค ดังนั้นทางที่ดีที่สุดของประชาชนคือการยุบสภา ถ้าจะมีรัฐบาลใหม่จะต้องเป็นรัฐบาลที่มีนโยบายเดียว คือการยุบสภาคืนอำนาจให้กับประชาชน ขณะเดียวกัน เราเป็นห่วงการเลือกตั้งแม้จะมีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพราะการเลือกตั้งต้องมีความบริสุทธิ์ยุติธรรมด้วย

ส่วนคำถามว่ามีโอกาสเป็นไปได้มากแค่ไหนระหว่างการยุบสภากับการเป็นฝ่ายค้าน พ.ต.อ.ทวี ตอบว่า วันนี้พรรคเพื่อไทยยืนยันว่าสามารถที่จะรวบรวมเสียงจัดตั้งรัฐบาลได้ แต่ก็ต้องดูเพราะวันนี้มีกติกาที่บอกว่าพรรคการเมืองเสียงข้างน้อยก็สามารถรวบรวมเสียงตั้งรัฐบาลได้ ซึ่งถือว่าผิดหลักประชาธิปไตย เราต้องหาทางออกให้ได้ อย่าให้ใครมาครอบงำหรือมีอิทธิพล เพราะประชาชนไม่ควรถูกข่มขู่ ดังนั้น สิ่งที่เป็นไปได้คือการคืนอำนาจให้กับประชาชน

ในประเด็นคำถามตอนนี้อยู่ที่พรรคประชาชน ถ้ารวมเสียงไม่ได้ทางเลือกคือการยุบสภาใช่หรือไม่ พ.ต.อ.ทวี ระบุว่า ต้องดูพรรคเพื่อไทย ส่วนเราพร้อมสนับสนุนพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาชนในการจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งในความเห็นส่วนตัวเราสนับสนุนพรรคใหญ่ เพราะระบอบประชาธิปไตยใช้ระบอบเสียงข้างมาก ถ้าพรรคนั้นขอเป็นรัฐบาลเราก็พร้อมสนับสนุน แต่ถ้าพรรคเสียงข้างน้อยไปรวบรวมเสียงมาเพื่อเป็นรัฐบาลถือว่าไม่เป็นไปตามหลักประชาธิปไตย นี่คือความเห็นส่วนตัว

ทางด้านคำถามว่าได้ทำใจในการเป็นพรรคฝ่ายค้านหรือไม่ หัวหน้าพรรคประชาชาติ กล่าวว่า ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้านหรือรัฐบาลก็มีเกียรติ พรรคประชาชาติไม่สามารถเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลได้ ก็ต้องดูว่าพรรคไหนมีอุดมการณ์ตรงกับพรรคเรา

สำหรับที่ตอนนี้ยังมีข้อถกเถียงกันอยู่ว่า รักษาการนายกรัฐมนตรีสามารถยุบสภาได้หรือไม่ พ.ต.อ.ทวี เผยว่า เรื่องนี้มีข้อยุติอยู่แล้ว เนื่องจากกฎหมายเขียนว่ารัฐสภา รัฐบาล ศาล องค์กรอิสระ ต้องปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ กฎหมายและหลักนิติธรรม อะไรที่เป็นความเห็นเกินกว่ารัฐธรรมนูญที่เป็นกฎหมายสูงสุด ซึ่งรัฐธรรมนูญเขียนว่าไม่ได้มีข้อห้าม

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่าภายหลังการกระชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันนี้ พ.ต.อ.ทวี เดินทางไปพบกับ นายชัยเกษม นิติสิริ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย โดยนำกระเช้าผลไม้ไปมอบให้ที่บ้านพัก.

พ.ต.อ. ทวี สอดส่อง ย้ำถึงความสำคัญของการยุบสภาเพื่อคืนอำนาจให้กับประชาชน และแสดงความเห็นถึงหลักการประชาธิปไตยที่ควรจะเป็น โดยการตัดสินใจทางการเมืองครั้งนี้ ส่งผลต่ออนาคตของประเทศชาติอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

“ทวี” ยัน ประชาชาติอยู่กับเพื่อไทย ชี้ทางออกการเมืองยุบสภา

สถานการณ์ทางการเมืองปัจจุบันมีความซับซ้อน การยุบสภาจึงเป็นทางออกหนึ่งที่ถูกหยิบยกขึ้นมาพิจารณา

ทางออกการเมือง: ยุบสภา

พรรคประชาชาติให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของประชาชนในการตัดสินใจทางการเมือง และการยุบสภาถือเป็นการเปิดโอกาสให้ประชาชนได้แสดงเจตจำนงผ่านการเลือกตั้งใหม่

การตัดสินใจทางการเมืองครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่ออนาคตของประเทศไทย เราในฐานะประชาชน ควรติดตามข่าวสารและสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อที่จะสามารถตัดสินใจได้อย่างถูกต้องและเหมาะสมในการเลือกตั้งครั้งต่อไป

ที่มา – “ทวี” ยัน ประชาชาติอยู่กับเพื่อไทย ชี้ทางออกการเมืองยุบสภา ก่อนไปพบ “ชัยเกษม”

ครม.ไม่ถกยุบสภา ยันเพื่อไทยมีแค่ “ชัยเกษม”

“สรวงศ์” ยันประชุม ครม.วันนี้ ไม่มีคุยเรื่องยุบสภา ลั่น แคนดิเดตพรรคเพื่อไทยยังเป็น “ชัยเกษม นิติสิริ” ไม่มีตัวเลือกอื่น

เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 2 กันยายน 2568 นายสรวงศ์ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ในฐานะเลขาธิการพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ที่ทำเนียบรัฐบาล ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ในวันนี้เป็นการประชุมตามวาระปกติ เป็นการพิจารณาเพื่อทราบ รวมถึงการแต่งตั้งโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี โดยให้ นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ดำรงตำแหน่งเช่นเดิม และไม่มีการพูดคุยถึงเรื่องการยุบสภา

ผู้สื่อข่าวถามว่าที่ประชุมพรรคเพื่อไทยจะมีการพูดคุยหารือถึงเรื่องใด นายสรวงศ์ ระบุว่า ในวันนี้ที่ประชุมพรรคเพื่อไทย จะมีการหารือถึงประเด็นทางการเมือง รวมถึงเรื่องแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค โดยจะต้องฟังความคิดเห็นของสมาชิกพรรค เพราะ สส.หลายคนมีข้อคิดเห็นที่ต่างกัน

เมื่อถามว่าเกิดอะไรขึ้นหลังจากที่ นายชัยเกษม นิติสิริ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ว่ายังไม่ได้รับการติดต่อจากพรรคเพื่อไทย พร้อมระบุอีกว่าอาจจะมีอัศวินม้าขาวเข้ามาเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี นายสรวงศ์ กล่าวว่า ไม่ทราบ ต้องถามนายชัยเกษม แต่จริงๆ แล้วไม่มีทาง ยืนยันว่าเรามีการประสานกันโดยตลอด และที่นายชัยเกษมเคยได้ให้สัมภาษณ์ไว้ก่อนหน้านี้ ก็ชัดเจนว่ามีการพูดคุยกันตลอด

“หากจะมีการเสนอชื่อนายกรัฐมนตรี เราต้องเสนอชื่อนายชัยเกษมอยู่แล้ว เพราะเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีเพียงหนึ่งเดียวของพรรคเพื่อไทย พรรคเพื่อไทยไม่มีตัวเลือกอื่นแล้ว ขอให้เราดูสถานการณ์รวมถึงรอฟังสมาชิกพรรคในวันนี้ว่าจะมีความเห็นอย่างไร”

ครม.ไม่ถกยุบสภา ยันเพื่อไทยมีแค่ “ชัยเกษม”

จากกระแสข่าวลือเรื่องการยุบสภาที่แพร่สะพัดในช่วงนี้ ล่าสุดนายสรวงศ์ เทียนทอง ได้ออกมายืนยันว่าในการประชุมคณะรัฐมนตรีวันนี้ ไม่มีการหยิบยกประเด็นดังกล่าวขึ้นมาหารือแต่อย่างใด ทำให้ความกังวลของหลายฝ่ายคลี่คลายลงไปได้บ้าง

นอกจากนี้ นายสรวงศ์ยังได้เน้นย้ำถึงจุดยืนของพรรคเพื่อไทยเกี่ยวกับตัวแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี โดยยืนยันว่าพรรคยังคงสนับสนุนนายชัยเกษม นิติสิริ เป็นตัวเลือกเพียงหนึ่งเดียว และไม่มีการพิจารณาบุคคลอื่นเพิ่มเติม

ความชัดเจนของพรรคเพื่อไทยต่อแคนดิเดตนายกฯ “ชัยเกษม”

การยืนยันอย่างหนักแน่นของนายสรวงศ์ในครั้งนี้ เป็นการตอบโต้กระแสข่าวที่นายชัยเกษมเองได้ออกมาให้สัมภาษณ์ก่อนหน้านี้ว่ายังไม่ได้รับการติดต่อจากพรรค และอาจมี “อัศวินม้าขาว” เข้ามาเป็นแคนดิเดตนายกฯ แทน ซึ่งสร้างความสับสนให้กับประชาชนและสมาชิกพรรคเป็นอย่างมาก

จากคำกล่าวยืนยันของนายสรวงศ์ ทำให้เห็นว่าพรรคเพื่อไทยยังคงให้ความไว้วางใจในตัวนายชัยเกษม และพร้อมที่จะเสนอชื่อเข้าชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในการเลือกตั้งครั้งหน้า อย่างไรก็ตาม นายสรวงศ์ยังขอให้รอฟังความคิดเห็นของสมาชิกพรรคในวันนี้ก่อนที่จะมีการตัดสินใจขั้นสุดท้าย

สถานการณ์ทางการเมืองในขณะนี้ยังคงมีความไม่แน่นอนสูง การจับตาดูความเคลื่อนไหวของพรรคการเมืองต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพรรคเพื่อไทย จึงเป็นสิ่งที่น่าสนใจและมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการกำหนดอนาคตของประเทศ

การที่พรรคเพื่อไทยยืนยันว่ามีเพียง “ชัยเกษม” เป็นแคนดิเดตนายกฯ นั้น เป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนไปยังประชาชน และเป็นการแสดงความมั่นใจในตัวผู้ที่พรรคเลือกสรรแล้ว อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจครั้งสุดท้ายยังคงขึ้นอยู่กับความเห็นชอบของสมาชิกพรรค ซึ่งต้องรอดูกันต่อไปว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่

สำหรับผู้ที่ติดตามข่าวสารทางการเมืองอย่างใกล้ชิด การทำความเข้าใจในจุดยืนและท่าทีของพรรคการเมืองต่างๆ จะช่วยให้สามารถวิเคราะห์สถานการณ์และตัดสินใจในการเลือกตั้งได้อย่างมีข้อมูลและเหตุผล

  • ติดตามข่าวสารการเมืองอย่างใกล้ชิด
  • ทำความเข้าใจในนโยบายของพรรคการเมืองต่างๆ
  • พิจารณาคุณสมบัติของแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีแต่ละคน
  • ตัดสินใจเลือกผู้ที่เหมาะสมที่สุดในการนำพาประเทศไปข้างหน้า

การเมืองไทยยังคงเต็มไปด้วยความเปลี่ยนแปลงและความไม่แน่นอน ดังนั้นการติดตามข่าวสารและวิเคราะห์ข้อมูลอย่างรอบคอบจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งสำหรับทุกคน

สุดท้ายนี้ การที่พรรคเพื่อไทยยืนยันว่ามีเพียงนายชัยเกษมเป็นตัวเลือก อาจเป็นการแสดงความเชื่อมั่นในศักยภาพและความสามารถของนายชัยเกษม แต่ก็อาจเป็นการปิดโอกาสในการพิจารณาบุคคลอื่นๆ ที่อาจมีความเหมาะสมเช่นกัน การตัดสินใจครั้งนี้จะเป็นอย่างไรต่อไป คงต้องรอติดตามความเคลื่อนไหวของพรรคเพื่อไทยอย่างใกล้ชิดต่อไป

ที่มา – ครม. ไม่ถกปมยุบสภา “สรวงศ์” ยันแคนดิเดตเพื่อไทย “ชัยเกษม” ไม่มีตัวเลือกอื่น

“เฉลิมชัย” ยังไม่คุย “เดชอิศม์” ปม ปชป. จับมือ ภท.

“เฉลิมชัย” บอกยังไม่ได้คุย “เดชอิศม์” ปมจับมือภูมิใจไทย ลั่น พรรคประชาธิปัตย์ พร้อมเลือกตั้ง หากยุบสภา

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 2 กันยายน 2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงกรณีนายเดชอิศม์ ขาวทอง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่าหากพรรคประชาธิปัตย์จับมือกับพรรคภูมิใจไทย จะลาออกจากสมาชิกพรรค ได้พูดคุยกันหรือไม่ว่า ขณะนี้ยังไม่ได้พูดคุยกัน

เมื่อถามว่า การออกมากล่าวเช่นนี้จะเป็นการปิดประตูจับมือกับพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ นายเฉลิมชัย กล่าวย้ำว่า ยังไม่ได้คุยกันเลย

เมื่อถามย้ำว่า หากจำเป็นต้องยุบสภา พรรคประชาธิปัตย์พร้อมแล้วหรือไม่ นายเฉลิมชัย ยิ้มและกล่าวว่า พรรคการเมืองก็พร้อมหมดแหละ

“เฉลิมชัย” ยังไม่คุย “เดชอิศม์” ปมประกาศลาออก ปชป. หากจับมือ ภท.

สถานการณ์ทางการเมืองยังคงร้อนระอุอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดประเด็นร้อนแรงอยู่ที่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กับความเป็นไปได้ในการจับมือกับพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ซึ่งนำไปสู่การออกมาแสดงความเห็นของนายเดชอิศม์ ขาวทอง เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ที่ระบุว่าจะลาออกจากสมาชิกพรรคหากเกิดกรณีดังกล่าวขึ้น

นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงประเด็นนี้ โดยยืนยันว่ายังไม่ได้มีการพูดคุยกับนายเดชอิศม์ในรายละเอียด และยังไม่ได้ข้อสรุปใดๆ เกี่ยวกับทิศทางของพรรคในการจับมือกับพรรคภูมิใจไทย

ความพร้อมของพรรคประชาธิปัตย์สำหรับการเลือกตั้ง

แม้ว่าประเด็นเรื่องการจับมือกับพรรคภูมิใจไทยยังไม่มีความชัดเจน แต่สิ่งที่น่าสนใจคือความพร้อมของพรรคประชาธิปัตย์สำหรับการเลือกตั้งที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้ นายเฉลิมชัยได้แสดงความมั่นใจว่าพรรคมีความพร้อมอย่างเต็มที่สำหรับการเลือกตั้งไม่ว่าจะเกิดขึ้นเมื่อใดก็ตาม

อย่างไรก็ตาม การที่นายเฉลิมชัยกล่าวว่า “พรรคการเมืองก็พร้อมหมดแหละ” อาจตีความได้หลายนัย ทั้งในแง่ของความมั่นใจและความประเมินสถานการณ์ที่รอบคอบ เนื่องจากสถานการณ์ทางการเมืองมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา การเตรียมความพร้อมจึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับทุกพรรคการเมือง

ประเด็นที่น่าจับตามองต่อไปคือ พรรคประชาธิปัตย์จะตัดสินใจอย่างไรกับการจับมือกับพรรคภูมิใจไทย และท่าทีของนายเดชอิศม์จะเป็นอย่างไรต่อไป หากเกิดกรณีที่พรรคตัดสินใจจับมือกับพรรคภูมิใจไทยจริง เรื่องราวเหล่านี้จะส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของพรรคประชาธิปัตย์และภูมิทัศน์ทางการเมืองของประเทศไทยอย่างไร คงต้องติดตามกันต่อไปอย่างใกล้ชิด

  • การตัดสินใจของพรรคประชาธิปัตย์จะส่งผลต่อการจัดตั้งรัฐบาล
  • ท่าทีของนายเดชอิศม์อาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในพรรค
  • สถานการณ์ทางการเมืองไทยยังคงมีความไม่แน่นอนสูง

โดยสรุป สถานการณ์ “เฉลิมชัย” ยังไม่คุย “เดชอิศม์” ปมประกาศลาออก ปชป. หากจับมือ ภท. ยังคงเป็นประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะมีผลกระทบต่อทั้งพรรคประชาธิปัตย์เอง และต่อการเมืองไทยในภาพรวม การตัดสินใจในอนาคตของพรรคประชาธิปัตย์จะเป็นตัวกำหนดทิศทางและเสถียรภาพทางการเมืองอย่างมีนัยสำคัญ

การที่ “เฉลิมชัย” ยังไม่คุย “เดชอิศม์” ปมประกาศลาออก ปชป. หากจับมือ ภท. แสดงให้เห็นถึงความซับซ้อนของสถานการณ์ทางการเมือง และจำเป็นต้องมีการพิจารณาอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจใดๆทั้งสิ้น

“เฉลิมชัย” ยังไม่คุย “เดชอิศม์” ปมประกาศลาออก ปชป. หากจับมือ ภท. เป็นสถานการณ์ที่แสดงให้เห็นถึงความขัดแย้งภายในพรรคและการต่อรองทางการเมืองที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง การติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวทางการเมืองอย่างใกล้ชิดจึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับประชาชนทุกคน

ที่มา – “เฉลิมชัย” ยังไม่คุย “เดชอิศม์” ปมประกาศลาออก ปชป. หากจับมือ ภท.

ภูมิธรรมยัน! ยุบสภายังไม่มีหารือ ปัดเพื่อไทยตระบัดสัตย์

“ภูมิธรรม” ลั่น ยุบสภาฯ ยังไม่มีการหารือ ขอใช้กระบวนการประชาธิปไตยเดินหน้ารวมเสียง เหตุพรรคประชาชน ยังไม่ตัดสินใจ โต้ “ไอติม” อย่าเอาความต้องการส่วนตัวมาท้ายุบสภา ปัดเพื่อไทยตระบัดสัตย์ ปชน. โน้มน้าว สว. ไม่ได้เอง

วันที่ 2 กันยายน 2568 นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี รักษาการนายกรัฐมนตรี กล่าวว่าเป็นรัฐบาลรักษาการก็มีอำนาจยุบสภาได้ ซึ่งยุบสภายังไม่มีหารือกันเพราะขั้นตอนนี้จะทำได้จนกว่าจะมีความชัดเจนเข้าสภาฯ จนได้นายกรัฐมนตรี ส่วนที่พรรคประชาชน ยังไม่ชัดเจนจะยกมือให้ใครนั้น นายภูมิธรรมกล่าวว่าในเมื่อต่างฝ่ายต่างไม่ยกให้ใครเลย แบ่งเป็นสามขั้ว ซึ่งตอนนี้ก็อยู่ระหว่างตั้งรัฐบาลหากไปพูดถึงความเป็นไปได้แล้วจะคุยกันยังไง และย้ำว่าตนเองก็ยังไม่ได้รับคำยืนยันว่าพรรคประชาชนจะไม่ยกมือให้ใครเลย แต่รอการประชุมภายในพรรคให้ชัดเจนก่อน เพราะหากการจัดตั้งรัฐบาลเริ่มต้นจาก “ถ้า” ก็ทำงานกันไม่ได้

ส่วนที่นายเทพไท เสนพงษ์ บอกว่าถ้าจบไม่ได้จะดึงเอาพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา กลับมานั้น นายภูมิธรรมกล่าวว่าความคิดนี้ไปไกลเกินไป อย่าตัดสินใจแทนพรรคเพื่อไทย ซึ่งขณะนี้อยู่ในกระบวนการตั้งรัฐบาลร่วมกัน จึงเป็นการช่วงชิง การพูดคุยทำความเข้าใจอยู่ที่ว่าข้อสรุปที่ตกลงกันจะร่วมรัฐบาลกันจะเป็นอย่างไร ซึ่งยังไม่มีคำตอบชัดเจน พรรคประชาชน ว่าจะไม่เอาพรรคเพื่อไทย และก็ไม่ได้บอกว่าจะไม่เอาพรรคภูมิใจไทยทุกอย่าง จึงยังเหมือนเดิมเพียงเเต่ยังไม่มีข้อสรุปจาก สส. จึงต้องรอให้ภายในพรรคตัดสินใจให้ชัดเจน ถ้าบ้านเมืองไม่มีทางออกกลไกประชาธิปไตยจะมีขั้นตอนให้ทำแล้ว แต่ว่าจะเลือกตรงไหนก็ได้ แต่ตอนนี้เรายังไม่ได้เจรจาตกลงกันจนได้ข้อยุติว่าเสนอใครไปโหวตนายกรัฐมนตรี และโหวตแล้วจะได้หรือไม่ วันนี้จึงไม่มีประโยชน์อะไร จนกว่าจะได้เห็นการตกลงกันมีความชัดเจน เสนอชื่อสภา และโหวตจนสำเร็จ

“จะหักหลังหรือไม่หักหลังอยู่ที่พรรคประชาชนตัดสินใจ เราพูดชัดเจนประกาศต่อสาธารณะเลยว่าจะทำเรื่องต่างๆ เราก็รอคำตอบเขา เขาต้องเเจ้งคำตอบเรา ส่วนจะเลือกเราหรือไม่เลือกอยู่ที่ดุลพินิจ หรือจะร่วมรัฐบาลกันเลยก็ได้ หรือจะตั้งรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทยเลยก็ได้ ไม่ต้องอุบอิบ จะอะไรก็มาเลย หากไปร่วมรัฐบาลขอกระทรวงหลักๆ เพราะพรรคภูมิใจไทยวันนี้ ฟังท่านอยู่แล้วท่านอยากขอกระทรวงต่างๆ เอาไปพิสูจน์ตัวเอง หรือจะขอกระทรวงมหาดไทยเลยก็ได้ เขาก็คงยอมการตัดสินใจของพรรคประชาชนไม่ใช่การตัดสินใจของพวกผมหรือของใคร” นายภูมิธรรม กล่าว

นายภูมิธรรมยังยืนยันว่าพรรคเพื่อไทยไม่เคยตระบัดสัตย์ ที่ไม่โหวตนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทยยกมือครบถ้วนให้สองครั้งตามที่ตกลง แต่พรรคก้าวไกลไปควบคุม สว. ไม่ได้เอง จะมาว่าพรรคเพื่อไทยไม่ได้ ยืนยันพรรคเพื่อไทยไม่เคยฉีกเอ็มโอยู หากจะมาคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องกินแหนงแคลงใจพรรคเพื่อไทยก็มีสิทธิ์คิดได้ แต่เราลืมเรื่องอดีตแล้ว ขอโทษกันไปแล้ว เเต่วันนี้บ้านเมืองเป็นเรื่องใหญ่ ยอมเเม้กระทั่งลาประชุม ก.ตร. เพื่อมาคุยกับหัวหน้าพรรคประชาชน ถ้าแค่นี้ไม่ไว้ใจพรรคเพื่อไทยถามว่าพรรคภูมิใจไทยมีอะไรให้น่าไว้วางใจ คัดค้านรัฐธรรมนูญมาตลอด สิ่งที่พรรคประชาชนจะต้องคิด ไม่ใช่เรื่องไว้ใจหรือไม่ไว้ใจใคร และหากพรรคภูมิใจไทยเข้ามาเป็นรัฐบาลใช้อำนาจรัฐมนตรีมหาดไทยยุติการทวงคืนเขากระโดงก็จบ แสดงว่าเราไม่สามารถเอาที่หลวงกลับคืนมาได้

ส่วนเรื่อง สว. พรรคภูมิใจไทยก็สั่งได้ จึงถามพรรคประชาชนว่า อะไรคือความมั่นใจของพรรคประชาชนต่อการเลือกตั้งครั้งนี้ จึงอยากให้พูดให้ชัด เพราะพรรคเพื่อไทยไม่ได้มีอะไรที่ด้อยกว่าพรรคภูมิใจไทย ประวัติเรื่องประชาธิปไตยพรรคเพื่อไทยชัดเจนมาตลอด ยืนยันไม่ได้เอามาพูดเพื่อกลบเรื่องอื่น แต่อย่ามาบอกว่าเราไม่น่าไว้ใจ อยากให้พรรคประชาชนพูดมาให้ชัดว่าความน่าไว้ใจของพรรคภูมิใจไทยอยู่ที่ไหน หากมีเหตุและผล เราก็จะยอมรับ

ยุบสภายังไม่มีหารือ

ภูมิธรรมย้ำ! ยุบสภายังไม่มีหารือ

ส่วน “พริษฐ์” ท้ายุบสภา ไม่เข้าใจการเมือง อย่าเอาความต้องการส่วนตัวมาท้า

ส่วนที่นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส. พรรคประชาชน ท้าให้ยุบสภา เพราะพรรคประชาชนจะไม่ยกมือโหวตให้พรรคเพื่อไทยนั้น นายภูมิธรรมกล่าวว่า นายพริษฐ์ ไม่เข้าใจการเมือง เพราะกระบวนการประชาธิปไตยตอนนี้กำลังหารือกัน จัดตั้งรัฐบาล จะมาเรียกให้ยุบสภานั่น เป็นการแสดงความต้องการของตัวเองเป็นหลัก ยืนยันว่าตอนนี้ยังถึงไม่ขั้นที่จะไปถึงการยุบสภายังไม่มีหารือ เเต่อยู่ในกระบวนการจัดตั้งรัฐบาล จึงคิดว่าวันนี้ควรสวมหัวใจนักประชาธิปไตย อย่าใช้ความเกลียดชัง ปากบอกว่าไม่ใช้ แต่จำได้ จึงขอถามกลับว่าพรรคภูมิใจไทยดีกว่าพรรคเพื่อไทยตรงไหน ถึงจะไปตัดสินใจยกมือให้ จึงอยากฝากสื่อให้ไปถามนายพริษฐ์ ย้ำว่าตนเองไม่ได้โกรธ แต่พูดให้ฟังเฉย ๆ

นายภูมิธรรม ยังกล่าวถึงกรณีที่มีการตั้งคำถามว่าพรรคเพื่อไทยไม่จริงใจไม่สุดกับพรรคประชาชนในการเจรจา เป็นเพียงการดึงเกมเพื่อต่อรองหวังดึงเอา สส. ของพรรคเพื่อไทยที่ไหลออกกลับคืนมา และจะยุบสภา หรือเกิดการปฏิวัติว่า อย่าโยนความผิดมาให้พรรคเพื่อไทย คำถามนี้เป็นคำถามที่ไม่สร้างสรรค์ แต่ทำไมไม่คิดกลับไปว่าสิ่งที่เกิดขึ้นตอนนี้ ดึงเวลาเพื่อจะให้คนของพรรคเพื่อไทยออกไป ซึ่งตนเองคิดว่ามันเกิดขึ้นได้ทั้งสองอย่าง จึงอย่าไปเชื่อมั่นตรงนี้

นายภูมิธรรมย้ำ อยู่ที่สถานการณ์ทางการเมืองว่าจะนำไปสู่การยุบสภาหรือไม่ หากสุดทางแล้ว และกระบวนการประชาธิปไตยมีหนทางเลือกหลายทาง และยังไม่มีความคิดอยู่ในหัวเลยว่าจะยุบสภายังไม่มีหารือ ขออย่าคิดไปไกลกว่าสถานการณ์ที่กำลังเป็นอยู่

การเมืองไทยยังคงเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน การตัดสินใจของพรรคการเมืองต่างๆ จะเป็นตัวกำหนดทิศทางของประเทศในอนาคตอันใกล้นี้

ที่มา – “ภูมิธรรม” ปัด เพื่อไทยตระบัดสัตย์ ไม่เคยฉีกเอ็มโอยู ยุบสภายังไม่มีหารือ

สมศักดิ์ ยัน! เลือกตั้งหน้าอยู่เพื่อไทย อย่ามองเป็นตัวชี้วัด

“สมศักดิ์” ย้ำชัดเจน! ขออย่าเอาตัวเองไปชี้วัดว่าอยู่ฝ่ายค้านหรือรัฐบาล แต่อยู่ที่ผลการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้น แจงเหตุที่ไม่ได้ไปร่วมประชุม ครม. สัปดาห์ก่อน เพราะติดภารกิจสำคัญ ยืนยันหนักแน่นว่าการเลือกตั้งครั้งหน้าอยู่กับ “เพื่อไทย” อย่างแน่นอน

เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2568 ที่ผ่านมา นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับข้อสังเกตที่หลายฝ่ายจับจ้องถึงการตัดสินใจทางการเมืองของนายสมศักดิ์ ซึ่งถูกมองว่าเป็นตัวชี้วัดสำคัญว่าพรรคเพื่อไทยจะสามารถเดินหน้าต่อไปได้หรือไม่ หรือท้ายที่สุดแล้วจะไปอยู่ในขั้วการเมืองใด นายสมศักดิ์กล่าวว่า ตนเองเข้าใจดีว่าทุกอย่างต้องพิจารณาจากการเลือกตั้งครั้งหน้าอยู่กับ “เพื่อไทย” มากกว่าที่จะตัดสินจากสถานการณ์ระหว่างทาง เพราะในวาระ 4 ปี ย่อมมีเหตุการณ์ต่างๆ เกิดขึ้นมากมาย ซึ่งไม่ควรนำมาเชื่อมโยงกัน

นอกจากนี้ นายสมศักดิ์ยังได้ชี้แจงถึงประเด็นการลาประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษ เมื่อวันที่ 30 สิงหาคมที่ผ่านมาว่า เป็นเพราะตนเองมีภารกิจสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการเปิดงานตรวจสุขภาพให้กับอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) และอาสาสมัครสาธารณสุขจังหวัด (อสส.) ทั่วประเทศ ซึ่งเป็นกำหนดการที่ได้วางไว้ล่วงหน้าแล้ว จึงไม่สามารถเข้าร่วมประชุมได้ พร้อมทั้งยืนยันว่าการลาประชุมครั้งนี้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับเรื่องการเมือง

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงประวัติทางการเมืองของนายสมศักดิ์ที่ไม่เคยอยู่ฝ่ายค้าน นายสมศักดิ์ตอบว่า “มันเป็นจังหวะพอดี ไม่ได้คิดอะไรมาก การเมืองไทยมันมีอุบัติเหตุทางการเมืองอยู่เสมอ มียุบพรรคบ้างอะไรบ้าง แต่เรื่องการปรับย้ายพรรคมันเกิดจากสาเหตุอื่น ไม่ใช่สาเหตุที่ตนเองจะไปเลือกว่าตรงโน้นจะเป็นรัฐบาลหรือตรงนี้จะเป็นรัฐบาล มันไม่ใช่แบบนั้นหรอก แต่เป็นช่วงจังหวะพอดีที่มีเหตุการณ์ทางการเมือง เช่น ยุบพรรคหรือการตัดสิทธิ์ทางการเมือง”

นายสมศักดิ์กล่าวต่อว่า “ดังนั้น อย่าไปคิดว่าตนไปไหนต้องเป็น เพราะตนไม่ได้คิดแบบนั้น ตนคิดแค่ว่าทำอย่างไร เช่นวันนี้หากฝนตกน้ำท่วม โดยเฉพาะลุ่มน้ำที่ไม่มีโครงการชลประทานขนาดใหญ่ ถ้าน้ำท่วมภาคเหนือสุดท้ายก็จะท่วมกรุงเทพมหานครด้วย บางปีใช้งบประมาณแก้เรื่องนี้เป็นแสนล้านบาท ทำไมเราไม่คิดทำเรื่องนี้ให้เป็นรูปธรรม ซึ่งเป็นระบบทางวิศวกรรมที่สามารถทำได้ เพียงแต่ว่าตนก็โชคไม่ดีทางการเมือง ถ้าเราไม่ได้ดูงานตรงนี้ มันก็จะไม่ได้แก้ปัญหาให้กับประเทศ”

ในส่วนของการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ประเด็นที่ว่าพรรคเพื่อไทยหรือพรรคภูมิใจไทยใครจะได้เปรียบกว่ากัน นายสมศักดิ์กล่าวว่า “ตนไม่ได้คิดเรื่องนี้ เพราะมองดูแล้วถึงอย่างไรก็คงอยู่ได้ประมาณ 3-4 เดือน อย่าไปคิดอะไรมากมาย ไม่ต้องไปคิดเสียเวลากับสิ่งต่างๆตรงนี้ เพียงแต่ในช่วงระยะเวลาที่เราดำรงตำแหน่งอยู่ เราจะทำอะไรให้เกิดประโยชน์ และเป็นธรรมกับระบบการบริหารจัดการให้ดีที่สุด”

สมศักดิ์ ยันเลือกตั้งครั้งหน้าอยู่กับ “เพื่อไทย” ขออย่ามองเป็นตัวชี้ฝั่งรัฐบาล

ตอกย้ำ! สมศักดิ์ ยัน เลือกตั้งหน้าอยู่เพื่อไทย แน่นอน

สถานการณ์ทางการเมืองมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ การที่นักการเมืองคนหนึ่งแสดงจุดยืนที่ชัดเจนจึงเป็นสิ่งที่น่าสนใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อบุคคลนั้นคือ “สมศักดิ์ เทพสุทิน” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ที่ยืนยันอย่างหนักแน่นว่าการเลือกตั้งครั้งหน้าอยู่กับ “เพื่อไทย” และขอให้มองการตัดสินใจครั้งนี้ของเขาในมุมมองที่กว้างขึ้น ไม่ใช่เพียงแค่ตัวชี้วัดว่าพรรคใดจะเป็นรัฐบาล

การตัดสินใจของนายสมศักดิ์ครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นที่เขามีต่อพรรคเพื่อไทย รวมถึงความมุ่งมั่นที่จะทำงานเพื่อประเทศชาติและประชาชนต่อไป ถึงแม้ว่าสถานการณ์ทางการเมืองจะมีความผันผวนและเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ

การที่นายสมศักดิ์ออกมาแสดงจุดยืนเช่นนี้ อาจเป็นการส่งสัญญาณไปยังสมาชิกพรรคเพื่อไทยคนอื่นๆ ให้มีความมั่นใจและเตรียมพร้อมสำหรับการเลือกตั้งที่จะมาถึงในอนาคต

การเลือกตั้งเป็นกลไกสำคัญในระบอบประชาธิปไตย การตัดสินใจของประชาชนแต่ละคนมีผลต่อทิศทางของประเทศ การติดตามข่าวสารและทำความเข้าใจในนโยบายของพรรคการเมืองต่างๆ จะช่วยให้เราสามารถตัดสินใจเลือกผู้แทนที่เหมาะสมและสามารถนำพาประเทศไปในทิศทางที่ดีได้

ที่มา – “สมศักดิ์” ยันเลือกตั้งครั้งหน้า อยู่กับ “เพื่อไทย” ขออย่ามองเป็นตัวชี้ฝั่งรัฐบาล

“เท้ง ณัฐพงษ์” เข้าพรรคประชาชน ถกโหวตนายกฯ

“ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” เดินทางเข้าพรรคประชาชนตั้งแต่เช้า เพื่อหารือและกำหนดแนวทางการโหวตเลือกแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีคนใหม่เป็นวันที่ 2 หลังพรรคได้ทำการสำรวจความคิดเห็นจากสมาชิกพรรค

เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศว่า ในเวลา 09.25 น. นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน เดินทางมาถึงที่ทำการพรรคประชาชน อาคารอนาคตใหม่ ซอยรามคำแหง 42 แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ เพื่อหารือและกำหนดแนวทางการโหวตเลือกแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ต่อเนื่องเป็นวันที่ 2 หลังจากเมื่อวานนี้ได้มีการประชุมสส. วาระพิเศษเพื่อหารือแนวทางการเลือก แต่ยังไม่ได้ข้อสรุปที่แน่ชัด

นอกจากนี้นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ กรรมการบริหารพรรคประชาชน นายศรายุทธิ์ ใจหลัก เลขาธิการพรรคประชาชน นายเซีย จำปาทอง สส.พรรคประชาชน ก็ได้เดินทางมาถึงที่ทำการพรรคแล้วเช่นเดียวกัน โดยคาดว่าจะมีการเริ่มการประชุมหารือกันอีกครั้งในช่วงบ่ายของวันนี้

ในขณะเดียวกัน พรรคประชาชนได้ส่งข้อความผ่านบรอดแคสต์ ทั้งทางไลน์ OA และ SMS เพื่อเปิดรับฟังความคิดเห็นของสมาชิกพรรคทั่วประเทศ เกี่ยวกับกรณีการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี เพื่อให้สมาชิกได้ร่วมแสดงความเห็นว่าพรรคควรจะโหวตเลือกใครเป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่

“เท้ง ณัฐพงษ์” เข้าพรรคประชาชน เตรียมหารือโหวตเลือกนายกต่อเนื่องวันที่ 2

การเดินทางมายังพรรคประชาชนของ “เท้ง ณัฐพงษ์” ในวันนี้ ถือเป็นประเด็นสำคัญที่น่าจับตามอง เนื่องจากเป็นการหารือต่อเนื่องเป็นวันที่สอง เพื่อหาข้อสรุปเกี่ยวกับแนวทางการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ท่ามกลางสถานการณ์ทางการเมืองที่ยังคงมีความไม่แน่นอนสูง การตัดสินใจของพรรคประชาชนจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อผลของการโหวตในสภา

พรรคประชาชนให้ความสำคัญกับการรับฟังความคิดเห็นของสมาชิกพรรคอย่างกว้างขวาง โดยการเปิดช่องทางให้สมาชิกได้แสดงความคิดเห็นผ่านช่องทางออนไลน์ต่างๆ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของพรรคในการตัดสินใจบนพื้นฐานของเสียงส่วนใหญ่ และการมีส่วนร่วมของสมาชิกทุกคน

ประเด็นสำคัญที่ต้องติดตามในการหารือ

  • การหาข้อสรุปเกี่ยวกับแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีที่พรรคจะสนับสนุน
  • การพิจารณาเงื่อนไขและข้อเสนอต่างๆ จากพรรคร่วมรัฐบาล
  • การรับฟังและพิจารณาความคิดเห็นของสมาชิกพรรค

การหารือในวันนี้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อทิศทางทางการเมืองของประเทศ และน่าติดตามว่าพรรคประชาชนจะมีมติในการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีอย่างไร

สถานการณ์การเมืองล่าสุดกับท่าทีของพรรคประชาชน: การตัดสินใจของพรรคประชาชนในการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากอาจเป็นตัวแปรสำคัญที่ชี้ขาดผลการลงมติ พรรคประชาชนมี ส.ส. จำนวนหนึ่ง ซึ่งสามารถส่งผลต่อเสียงข้างมากในสภาได้ ดังนั้นทุกสายตาจึงจับจ้องไปที่ท่าทีของพรรค

ในการหารือครั้งก่อน พรรคประชาชนยังไม่ได้ข้อสรุปว่าจะสนับสนุนผู้สมัครคนใด เนื่องจากมีหลายปัจจัยที่ต้องพิจารณา ทั้งนโยบายของแต่ละพรรค การประนีประนอมผลประโยชน์ และความต้องการของประชาชน แต่การที่ "เท้ง ณัฐพงษ์" เข้าพรรคประชาชน เพื่อหารือเกี่ยวกับการ“เท้ง ณัฐพงษ์” เข้าพรรคประชาชน เตรียมหารือโหวตเลือกนายกต่อเนื่องวันที่ 2 คงทำให้พรรคสามารถตัดสินใจเลือกผู้สมัครได้อย่างเหมาะสม การเปิดรับฟังความคิดเห็นจากสมาชิกพรรคผ่านช่องทางออนไลน์ต่างๆ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของพรรคในการตัดสินใจบนพื้นฐานของเสียงส่วนใหญ่และการมีส่วนร่วมของสมาชิกทุกคน

การตัดสินใจของพรรคประชาชนจึงอาจส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่ออนาคตทางการเมืองของประเทศ การจับตาดูการ“เท้ง ณัฐพงษ์” เข้าพรรคประชาชน เตรียมหารือโหวตเลือกนายกต่อเนื่องวันที่ 2 อย่างไกล้ชิด จึงเป็นสิ่งที่ควรทำ

การโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีครั้งนี้มีความซับซ้อนและเต็มไปด้วยความท้าทาย พรรคประชาชนจะต้องพิจารณาอย่างรอบคอบถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในทุกมิติ ทั้งต่อพรรคเอง ต่อประชาชน และต่อประเทศชาติ การตัดสินใจโดยคำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวมเป็นสำคัญจึงเป็นสิ่งที่พรรคประชาชนควรยึดมั่น

ที่ผ่านมา พรรคประชาชนได้แสดงจุดยืนอย่างชัดเจนในการสนับสนุนประชาธิปไตยและความโปร่งใสในการบริหารประเทศ การตัดสินใจในการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีครั้งนี้จึงควรสอดคล้องกับหลักการดังกล่าว และเป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชน

การติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวทางการเมืองอย่างใกล้ชิดเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้เราสามารถเข้าใจสถานการณ์และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อชีวิตประจำวันของเรา

ที่มา – “เท้ง ณัฐพงษ์” เข้าพรรคประชาชน เตรียมหารือโหวตเลือกนายกต่อเนื่องวันที่ 2

พรรคประชาชน ถกอีกรอบ! ก่อนตัดสินใจโหวตนายกฯ

จับตาบ่ายนี้! พรรคประชาชน นัดถก สส. และกรรมการบริหารพรรคอีกรอบ เพื่อตัดสินใจว่าจะโหวตนายกรัฐมนตรีให้พรรคไหน หลังการประชุมเมื่อวานนี้เสียงภายในพรรคแตกเป็น 3 ส่วน ทั้งหนุนเพื่อไทย ภูมิใจไทย และไม่ต้องการโหวตให้ใครเลย

วันที่ 2 กันยายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พรรคประชาชนได้นัด สส. ทั้งหมดกว่า 140 คน เข้ามาประชุมที่อาคารอนาคตใหม่ ในวันนี้ เวลา 13.00 น. อีกครั้ง เพื่อรับฟังความคิดเห็นถึงการตัดสินใจโหวตแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีให้พรรคการเมืองใด ระหว่างพรรคเพื่อไทยและพรรคภูมิใจไทย ภายหลังจากเมื่อวานนี้ (1 ก.ย. 68) นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ได้หารือกับ สส. และกรรมการบริหารพรรค เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนเกี่ยวกับแนวทางการโหวตนายกรัฐมนตรี ที่ยอมรับเงื่อนไขของพรรค ซึ่งในที่ประชุมยังมีความเห็นที่แตกต่างหลากหลาย ทั้งต้องการโหวตให้พรรคเพื่อไทยและพรรคภูมิใจไทย ภายใต้โจทย์ของประเทศในสถานการณ์ปัจจุบัน และบางส่วนที่มีความเห็นที่ระบุว่าจะไม่โหวตให้พรรคการเมืองใด

ในการประชุมเมื่อวานนี้ สส.ของพรรคจำนวน 143 คน ไม่ได้มาประชุมครบทั้งหมด เนื่องจากมีบางส่วนปฏิบัติภารกิจของกรรมาธิการในต่างจังหวัด และยังคงลงพื้นที่ต่างจังหวัด แต่แหล่งข่าวภายในพรรคยืนยันว่าในการประชุม สส. ของพรรคในวันนี้จะเดินทางมากันครบอย่างแน่นอน

อย่างไรก็ตาม นางสาวรักชนก ศรีนอก สส.กทม. พรรคประชาชน และนายชุติพงศ์ พิภพภิญโญ สส.ระยอง พรรคประชาชน ได้ตอบคำถามผู้สื่อข่าวภายหลังการประชุมเสร็จสิ้นเมื่อวานนี้ว่า ที่ประชุมไม่มีการหารือเรื่องจะไปสนับสนุนพรรคภูมิใจไทย เพื่อแลกกับคดี 44 สส. ที่อยู่ในคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช.

ทั้งนี้จุดยืนของพรรคประชาชนในการโหวตนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ยังคงยึดมั่นใน 3 ข้อหลัก ได้แก่ เลือกนายกฯ จากรายชื่อที่เสนอ โดยมีเงื่อนไขต้องยุบสภาภายใน 4 เดือน และต้องเปิดทางแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ที่มาจากการเลือกตั้ง ขณะที่นายณัฐพงษ์ย้ำชัดว่า หากพรรคใดเสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรครวมไทยสร้างชาติ พรรคประชาชนจะไม่โหวตให้อย่างแน่นอน

ขณะที่เมื่อช่วงกลางดึกเมื่อคืนที่ผ่านมา สมาชิกพรรคประชาชนได้รับข้อความบรอดแคสต์ ทั้งในช่องทาง Line OA และ SMS เพื่อให้กรอกแบบสอบถาม เรื่องการโหวตนายกฯ ผ่านระบบรับความเห็นสมาชิกพรรค โดยคำถามที่น่าสนใจคือ:

  • 1. “ท่านเห็นด้วยหรือไม่ที่พรรคประชาชนควรใช้เสียงในสภาผู้แทนราษฎรที่มีอยู่ประมาณ 143 เสียง เพื่อกำกับทิศทางการเมืองให้เดินหน้าสู่การยุบสภา และทำประชามติเปิดทางไปสู่รัฐธรรมนูญฉบับใหม่”
  • 2. หากจำเป็นต้องเลือก ท่านมีความเห็นว่าพรรคประชาชนควรยกมือสนับสนุนแคนดิเดตจากพรรคใดเป็นนายกรัฐมนตรี

โดยมีตัวเลือกให้เลือกคือ พรรคเพื่อไทยและพรรคภูมิใจไทย นอกจากนี้ ยังมีช่องให้สมาชิกสามารถกรอกความเห็นอื่นเพิ่มเติมได้อีกด้วย

พรรคประชาชน กับทิศทางการโหวตนายกฯ ที่ยังไม่แน่นอน

สถานการณ์ภายในพรรคประชาชนยังคงมีความไม่แน่นอนสูงเกี่ยวกับการตัดสินใจว่าจะโหวตสนับสนุนใครให้เป็นนายกรัฐมนตรี การประชุมในวันนี้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในการหาข้อสรุปและกำหนดทิศทางของพรรค

ปัจจัยที่ส่งผลต่อการตัดสินใจโหวตนายกฯ ของพรรคประชาชน

มีหลายปัจจัยที่ส่งผลต่อการตัดสินใจของพรรคประชาชนในการโหวตนายกรัฐมนตรี ไม่ว่าจะเป็นจุดยืนของพรรค เงื่อนไขที่พรรคต้องการให้เกิดขึ้น และความเห็นของสมาชิกพรรคที่แตกต่างกัน การหาจุดร่วมที่ทุกฝ่ายยอมรับได้จึงเป็นเรื่องที่ท้าทาย

การที่พรรคประชาชนมีเสียงในสภาถึง 143 เสียง ทำให้การตัดสินใจของพรรคมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการจัดตั้งรัฐบาล หากพรรคตัดสินใจสนับสนุนพรรคใดพรรคหนึ่ง ก็จะช่วยเพิ่มโอกาสให้พรรคนั้นได้รับเสียงสนับสนุนเพียงพอที่จะจัดตั้งรัฐบาลได้

อย่างไรก็ตาม หากพรรคตัดสินใจไม่สนับสนุนใครเลย ก็จะทำให้การจัดตั้งรัฐบาลเป็นไปได้ยากยิ่งขึ้น และอาจนำไปสู่ความไม่แน่นอนทางการเมืองที่มากขึ้น

ดังนั้น การประชุมในวันนี้จึงเป็นที่จับตาของทุกฝ่ายว่าจะได้ข้อสรุปอย่างไร และจะมีผลต่อการเมืองไทยในอนาคตอย่างไร

การตัดสินใจของพรรคประชาชนครั้งนี้จะเป็นตัวชี้วัดสำคัญว่าประเทศไทยจะสามารถเดินหน้าต่อไปได้อย่างไร การจับตาดูผลการประชุมจึงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

ที่มา – พรรคประชาชน นัดอีกรอบบ่ายนี้ ก่อนตัดสินใจโหวตนายกฯ ให้พรรคไหน หลังเสียงแตกหนัก

พรรคประชาชน ซาวด์เสียง เลือกใคร พท. หรือ ภท.

พรรคประชาชน ส่งไลน์ OA -SMS ซาวด์เสียงสมาชิกพรรคส้ม ระหว่าง พท.-ภท. จะเลือกใคร เพื่อรับฟังความคิดเห็นของสมาชิกทั่วประเทศเกี่ยวกับการโหวตนายกรัฐมนตรี โดยมีคำถามสำคัญว่า หากจำเป็นต้องสนับสนุน จะเลือกพรรคเพื่อไทยหรือพรรคภูมิใจไทย

เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2568 สมาชิกพรรคประชาชนได้รับข้อความผ่านช่องทาง Line OA และ SMS เพื่อให้กรอกแบบสอบถามเกี่ยวกับการโหวตนายกฯ ผ่านระบบรับความเห็นของสมาชิกพรรค โดยคำถามหลักมีดังนี้:

  1. ท่านเห็นด้วยหรือไม่ที่พรรคประชาชนควรใช้เสียงในสภาผู้แทนราษฎรที่มีอยู่ประมาณ 143 เสียง เพื่อกำกับทิศทางการเมืองให้เดินหน้าสู่การยุบสภา และทำประชามติเปิดทางไปสู่รัฐธรรมนูญฉบับใหม่

โดยมีตัวเลือกให้ตอบว่า เห็นด้วย ควรใช้เสียงที่มีในสภา และไม่เห็นด้วย ควรอยู่เฉย ๆ

  1. หากจำเป็นต้องเลือก ท่านมีความเห็นว่าพรรคประชาชนควรยกมือสนับสนุนแคนดิเดตจากพรรคใดเป็นนายกรัฐมนตรี

ตัวเลือกคือ พรรคเพื่อไทย และพรรคภูมิใจไทย นอกจากนี้ ยังมีช่องให้สมาชิกพรรคสามารถแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมได้ โดยต้องยืนยันตัวตนว่าเป็นสมาชิกพรรคประชาชนก่อนจึงจะสามารถแสดงความคิดเห็นได้

พรรคประชาชน ซาวด์เสียงสมาชิกพรรคส้ม เลือกใคร พท. หรือ ภท.

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนเมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2568 ว่า การตัดสินใจเรื่องการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีในครั้งนี้ ทางพรรคจะสอบถามความคิดเห็นจาก สส. กรรมการบริหารพรรค สมาชิกพรรคทั่วประเทศ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงสตาฟ เพื่อรวบรวมความคิดเห็นก่อนที่จะตัดสินใจ โดยในวันที่ 2 กันยายน ทางพรรคประชาชนมีการนัด สส. เพื่อประชุมหารือในประเด็นนี้อีกครั้ง

ทำไมพรรคประชาชนถึงต้องซาวด์เสียงสมาชิกพรรคส้มในการเลือก พท. หรือ ภท.?

การตัดสินใจที่สำคัญเช่นนี้ จำเป็นต้องรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนภายในพรรค เพื่อให้การตัดสินใจเป็นไปอย่างรอบคอบและเป็นไปในทิศทางที่สอดคล้องกับความต้องการของสมาชิกพรรคมากที่สุด การเปิดให้สมาชิกพรรคได้แสดงความคิดเห็นอย่างอิสระ จะช่วยสร้างความรู้สึกเป็นเจ้าของพรรค และเพิ่มความสามัคคีภายในพรรคอีกด้วย

การเปิดรับฟังความคิดเห็นของสมาชิกพรรค แสดงให้เห็นถึงความโปร่งใสและความตั้งใจที่จะให้สมาชิกมีส่วนร่วมในการตัดสินใจที่สำคัญของพรรค การรวบรวมข้อมูลและนำมาวิเคราะห์อย่างรอบคอบ จะช่วยให้พรรคสามารถตัดสินใจได้อย่างมีข้อมูลและเหตุผลสนับสนุน

นอกจากนี้ การสอบถามความคิดเห็นของสมาชิกพรรคยังเป็นการแสดงให้เห็นว่าพรรคให้ความสำคัญกับสมาชิกทุกคน และพร้อมที่จะรับฟังความคิดเห็นที่แตกต่างหลากหลาย เพื่อนำไปสู่การตัดสินใจที่ดีที่สุดสำหรับพรรคและประเทศชาติโดยรวม พรรคประชาชน ส่งไลน์ OA -SMS ซาวด์เสียงสมาชิกพรรคส้ม ระหว่าง พท.-ภท. จะเลือกใคร เป็นประเด็นที่น่าสนใจและต้องติดตามอย่างใกล้ชิด

การซาวด์เสียงของพรรคประชาชนในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการมีส่วนร่วมของสมาชิกพรรคในการตัดสินใจทางการเมืองที่สำคัญ การรับฟังความคิดเห็นที่หลากหลายและนำมาพิจารณาอย่างรอบคอบ จะช่วยให้พรรคสามารถตัดสินใจได้อย่างมีประสิทธิภาพและเป็นประโยชน์ต่อทุกฝ่าย

การตัดสินใจของพรรคจะเป็นอย่างไร และจะส่งผลต่อสถานการณ์ทางการเมืองของประเทศอย่างไร เป็นสิ่งที่ต้องติดตามดูกันต่อไป

ที่มา – พรรคประชาชน ส่งไลน์ OA -SMS ซาวด์เสียงสมาชิกพรรคส้ม ระหว่าง พท.-ภท. จะเลือกใคร

Scroll to top