กรมอุตุนิยมวิทยา

เตือน! พายุ “หนองฟ้า” ฝนตกหนักถึงหนักมาก

มาแล้วจ้า! อัปเดตข่าวพยากรณ์อากาศล่าสุด กรมอุตุนิยมวิทยาประกาศเตือนภัยจากพายุ “หนองฟ้า” ฉบับที่ 6 ประเทศไทยเตรียมรับมือฝนเพิ่มขึ้นในช่วงวันที่ 30 สิงหาคม – 1 กันยายนนี้ โดยหลายจังหวัดอาจเจอกับสถานการณ์ “ฝนตกหนักถึงหนักมาก” เลยทีเดียว เตรียมตัวรับมือกันให้พร้อมนะคะ!

วันที่ 30 สิงหาคม 2568 เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยาได้ประกาศเรื่อง “พายุหนองฟ้า และฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย” ฉบับที่ 6 โดยแจ้งว่า เมื่อเวลา 15.00 น. ของวันนี้ พายุโซนร้อน “หนองฟ้า” ได้ขึ้นฝั่งบริเวณเมืองห่าติ๋ญ ประเทศเวียดนามแล้ว และเมื่อเวลา 16.00 น. ศูนย์กลางพายุอยู่ห่างจากอำเภอบึงโขงหลง จังหวัดบึงกาฬไปทางทิศตะวันออกประมาณ 180 กิโลเมตร พายุมีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 75 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

คาดการณ์ว่าพายุจะเคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันตกด้วยความเร็วประมาณ 25 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และจะอ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชันเมื่อเคลื่อนเข้าสู่ประเทศลาวตอนบน จากนั้นจะอ่อนกำลังลงอีกเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรง เคลื่อนตามแนวร่องมรสุมเข้าสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย บริเวณจังหวัดบึงกาฬและนครพนมในคืนนี้ และจะเข้าปกคลุมภาคเหนือในวันพรุ่งนี้ (31 สิงหาคม)

ผลกระทบจากพายุ “หนองฟ้า” จะทำให้ประเทศไทยมีฝนเพิ่มมากขึ้น และมี “ฝนตกหนักถึงหนักมาก” หลายพื้นที่ในช่วงวันที่ 30 สิงหาคม – 1 กันยายน 2568 โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (นครพนม, สกลนคร, มุกดาหาร, บึงกาฬ, หนองคาย, เลย, อุดรธานี, หนองบัวลำภู, กาฬสินธุ์, ขอนแก่น, ชัยภูมิ) ส่วนภาคเหนือและภาคกลางตอนบนจะได้รับผลกระทบในช่วงวันที่ 31 สิงหาคม 2568 (น่าน, แพร่, อุตรดิตถ์, เพชรบูรณ์, พิษณุโลก, พิจิตร, สุโขทัย, ตาก, กำแพงเพชร, เชียงใหม่, ลำปาง, ลำพูน, แม่ฮ่องสอน, นครสวรรค์)

เตือน! พายุ “หนองฟ้า” ฝนตกหนักถึงหนักมาก

ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยระมัดระวังอันตรายจาก “ฝนตกหนักถึงหนักมาก” และฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม ตรวจสอบพื้นที่เสี่ยงภัยและเตรียมพร้อมรับสถานการณ์กันด้วยนะคะ

พื้นที่เสี่ยง “ฝนตกหนักถึงหนักมาก” จากพายุ “หนองฟ้า”

วันที่ 30 สิงหาคม 2568

  • ภาคเหนือ: น่าน, แพร่, อุตรดิตถ์, พิษณุโลก, พิจิตร, เพชรบูรณ์
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: นครพนม, สกลนคร, มุกดาหาร, บึงกาฬ, หนองคาย, ยโสธร, อำนาจเจริญ, อุบลราชธานี, อุดรธานี, หนองบัวลำภู, กาฬสินธุ์, มหาสารคาม, ร้อยเอ็ด, ขอนแก่น, ชัยภูมิ, เลย, นครราชสีมา
  • ภาคกลาง: นครสวรรค์, ลพบุรี, กาญจนบุรี
  • ภาคตะวันออก: สระแก้ว, จันทบุรี, ตราด
  • ภาคใต้: ชุมพร, สุราษฎร์ธานี, นครศรีธรรมราช, ระนอง, พังงา, ภูเก็ต, กระบี่, ตรัง

วันที่ 31 สิงหาคม 2568

  • ภาคเหนือ: น่าน, อุตรดิตถ์, พิษณุโลก, พิจิตร, เพชรบูรณ์, เชียงราย, พะเยา, แพร่, ลำปาง, สุโขทัย, กำแพงเพชร, เชียงใหม่, ลำพูน, ตาก, แม่ฮ่องสอน
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: หนองคาย, อุดรธานี, หนองบัวลำภู, ขอนแก่น, เลย, ชัยภูมิ, นครราชสีมา
  • ภาคกลาง: ลพบุรี, นครสวรรค์, อุทัยธานี, กาญจนบุรี
  • ภาคตะวันออก: นครนายก, ปราจีนบุรี, ระยอง, จันทบุรี, ตราด
  • ภาคใต้: ชุมพร, สุราษฎร์ธานี, ระนอง, พังงา, ภูเก็ต, กระบี่

วันที่ 1 กันยายน 2568

  • ภาคเหนือ: น่าน, อุตรดิตถ์, พิษณุโลก, พิจิตร, เพชรบูรณ์, เชียงราย, พะเยา, แพร่, ลำปาง, สุโขทัย, กำแพงเพชร, เชียงใหม่, ลำพูน, ตาก, แม่ฮ่องสอน
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: หนองคาย, บึงกาฬ, หนองบัวลำภู, อุดรธานี, สกลนคร, นครพนม, ชัยภูมิ, มุกดาหาร, อำนาจเจริญ, นครราชสีมา, อุบลราชธานี
  • ภาคกลาง: กาญจนบุรี, ราชบุรี
  • ภาคตะวันออก: นครนายก, ปราจีนบุรี, ฉะเชิงเทรา, ชลบุรี, ระยอง, จันทบุรี, ตราด
  • ภาคใต้: ประจวบคีรีขันธ์, ชุมพร, สุราษฎร์ธานี, ระนอง, พังงา, ภูเก็ต, กระบี่

นอกจากนี้ มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ภาคตะวันออกและภาคใต้ฝั่งตะวันตกมี “ฝนตกหนักถึงหนักมาก” บางพื้นที่ คลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบนจะมีกำลังแรงขึ้น โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง

สถานการณ์พายุ “หนองฟ้า” ครั้งนี้ เป็นเครื่องเตือนใจให้เราตระหนักถึงการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น ขอให้ทุกคนติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด เตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ และดูแลรักษาสุขภาพให้แข็งแรงนะคะ

ที่มา – เตือนพายุ “หนองฟ้า” ฉบับที่ 6 ไทยมีฝนเพิ่ม หลายจังหวัด “ฝนตกหนักถึงหนักมาก”

ประกาศฉบับ 5 พายุโซนร้อนหนองฟ้า! เช็กพื้นที่ฝนถล่ม

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศฉบับที่ 5 แจ้งว่า พายุดีเปรสชันในทะเลจีนใต้ตอนบนได้ทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุโซนร้อน “หนองฟ้า” แล้ว คาดว่าจะอ่อนกำลังลงก่อนถึงไทย แต่ยังคงต้องเตือนจังหวัดที่อาจได้รับผลกระทบระหว่างวันที่ 30 สิงหาคม – 1 กันยายน ให้เตรียมรับมือกับฝนตกหนัก

เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2568 เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยาได้ประกาศเรื่อง พายุ “หนองฟ้า” และฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทยฉบับที่ 5 โดยระบุว่า เมื่อเวลา 07.00 น. พายุดีเปรสชันบริเวณทะเลจีนใต้ตอนบนได้พัฒนาเป็นพายุโซนร้อน “หนองฟ้า” แล้ว เมื่อเวลา 10.00 น. ศูนย์กลางของพายุอยู่ห่างจากเมืองกว๋างบินห์ ประเทศเวียดนาม ไปทางทิศตะวันออกประมาณ 100 กิโลเมตร โดยมีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 65 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

พายุ “หนองฟ้า” กำลังเคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันตกด้วยความเร็วประมาณ 25 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่าจะขึ้นฝั่งบริเวณเมืองก๋วงบินห์ ประเทศเวียดนามในช่วงบ่ายวันนี้ (30 ส.ค. 68) หลังจากนั้นจะอ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชัน เคลื่อนเข้าปกคลุมประเทศลาวตอนบน และอ่อนกำลังลงอีกเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรง เคลื่อนตามแนวร่องมรสุมเข้าปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะในพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่มของประเทศไทยในคืนนี้ (30 ส.ค. 68) และจะเข้าปกคลุมภาคเหนือในวันพรุ่งนี้ (31 ส.ค. 68)

จากอิทธิพลของพายุ “หนองฟ้า” ทำให้ในช่วงวันที่ 30 สิงหาคม – 1 กันยายน 2568 ประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มมากขึ้น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่ พร้อมลมแรงในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยเฉพาะจังหวัดนครพนม สกลนคร มุกดาหาร บึงกาฬ หนองคาย เลย อุดรธานี หนองบัวลำภู กาฬสินธุ์ ขอนแก่น และชัยภูมิ ส่วนภาคเหนือและภาคกลางตอนบนจะได้รับผลกระทบในช่วงวันที่ 31 ส.ค. 68 โดยเฉพาะจังหวัดน่านตอนล่าง แพร่ อุตรดิตถ์ เพชรบูรณ์ พิษณุโลก พิจิตร สุโขทัย ตาก กำแพงเพชร เชียงใหม่ ลำปาง ลำพูน แม่ฮ่องสอน และนครสวรรค์

ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม จังหวัดที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากฝนตกหนักถึงหนักมาก มีดังนี้ประกาศฉบับ 5 พายุโซนร้อนหนองฟ้า! เช็กพื้นที่ฝนถล่ม

จังหวัดไหนบ้างที่ต้องระวังพายุโซนร้อนหนองฟ้า?

วันที่ 30 สิงหาคม 2568

  • ภาคเหนือ: น่าน, แพร่, อุตรดิตถ์, พิษณุโลก, พิจิตร, เพชรบูรณ์
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: นครพนม, สกลนคร, มุกดาหาร, บึงกาฬ, หนองคาย, ยโสธร, อำนาจเจริญ, อุบลราชธานี, อุดรธานี, หนองบัวลำภู, กาฬสินธุ์, มหาสารคาม, ร้อยเอ็ด, ขอนแก่น, ชัยภูมิ, เลย
  • ภาคตะวันออก: สระแก้ว, จันทบุรี, ตราด
  • ภาคใต้: ชุมพร, สุราษฎร์ธานี, นครศรีธรรมราช, ระนอง, พังงา, ภูเก็ต, กระบี่, ตรัง

วันที่ 31 สิงหาคม 2568

  • ภาคเหนือ: น่าน, แพร่, อุตรดิตถ์, เพชรบูรณ์, พิษณุโลก, พิจิตร, สุโขทัย, ตาก, กำแพงเพชร, เชียงใหม่, ลำปาง, ลำพูน, แม่ฮ่องสอน
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: นครพนม, สกลนคร, มุกดาหาร, บึงกาฬ, หนองคาย, อุดรธานี, หนองบัวลำภู, เลย, กาฬสินธุ์, ยโสธร, ร้อยเอ็ด, มหาสารคาม, ขอนแก่น, ชัยภูมิ
  • ภาคกลาง: ลพบุรี, สระบุรี, นครสวรรค์, อุทัยธานี
  • ภาคตะวันออก: นครนายก, ปราจีนบุรี, ระยอง, จันทบุรี, ตราด
  • ภาคใต้: ชุมพร, สุราษฎร์ธานี, ระนอง, พังงา, ภูเก็ต

วันที่ 1 กันยายน 2568

  • ภาคเหนือ: น่าน, แพร่, อุตรดิตถ์, เพชรบูรณ์, พิษณุโลก, พิจิตร, สุโขทัย, ตาก, กำแพงเพชร, เชียงใหม่, ลำปาง, ลำพูน, แม่ฮ่องสอน
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: หนองคาย, บึงกาฬ, หนองบัวลำภู, อุดรธานี, สกลนคร, นครพนม, กาฬสินธุ์, มุกดาหาร
  • ภาคกลาง: ลพบุรี, สระบุรี, พระนครศรีอยุธยา, นครสวรรค์, อุทัยธานี
  • ภาคตะวันออก: นครนายก, ปราจีนบุรี, จันทบุรี, ตราด
  • ภาคใต้: ประจวบคีรีขันธ์, ชุมพร, ระนอง, พังงา, ภูเก็ต, กระบี่

นอกจากนี้ มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ภาคตะวันออกและภาคใต้ฝั่งตะวันตกมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรงขึ้น โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง เรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบนควรงดออกจากฝั่ง ส่วนประชาชนบริเวณชายฝั่งภาคตะวันออกและภาคใต้ฝั่งตะวันตกตอนบน ระมัดระวังอันตรายจากคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่ง ในช่วงวันที่ 30 ส.ค. – 2 ก.ย. 68

ขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือโทร 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ในช่วงนี้ สิ่งสำคัญที่สุดคือการติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด และเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นจากพายุ “หนองฟ้า” การมีสติและเตรียมพร้อม จะช่วยลดความเสี่ยงและผลกระทบจากภัยธรรมชาติได้

ที่มา – ประกาศฉบับ 5 พายุดีเปรสชันทวีกำลังเป็นโซนร้อน “หนองฟ้า” แล้ว เช็กพื้นที่ฝนถล่ม

ประกาศฉบับ 4 พายุดีเปรสชัน เตือนรับมือฝน!

กรมอุตุนิยมวิทยาประกาศฉบับที่ 4 เรื่อง “พายุดีเปรสชัน” ที่คาดว่าจะทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุโซนร้อน และเคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศเวียดนามในช่วงเย็นวันนี้ ขอเตือนจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศไทยเตรียมรับมือกับฝนตกหนักมาก ตั้งแต่วันที่ 30 สิงหาคม – 1 กันยายน 2568 นี้

วันที่ 30 สิงหาคม 2568 เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา (http://www.tmd.go.th) ได้ออกประกาศเรื่องสถานการณ์ พายุดีเปรสชัน และฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย ฉบับที่ 4 ระบุว่า เมื่อเวลา 04.00 น. พายุดีเปรสชันบริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง มีศูนย์กลางห่างจากเมืองกว๋างบินห์ ประเทศเวียดนามไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ประมาณ 210 กิโลเมตร โดยมีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 55 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันตกด้วยความเร็วประมาณ 22 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และมีแนวโน้มที่จะทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุโซนร้อน

คาดการณ์ว่าพายุจะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณเมืองก๋วงบินห์ ประเทศเวียดนามในช่วงเย็นวันนี้ (30 ส.ค. 68) หลังจากนั้นจะอ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชัน และเคลื่อนเข้าปกคลุมประเทศลาวตอนบน ก่อนจะอ่อนกำลังลงอีกเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรง เคลื่อนตามแนวร่องมรสุมเข้าปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยในคืนวันนี้ (30 ส.ค. 68) และเข้าปกคลุมภาคเหนือในวันพรุ่งนี้ (31 ส.ค. 68)

จากอิทธิพลของ พายุดีเปรสชัน ดังกล่าว ทำให้ในช่วงวันที่ 30 สิงหาคม – 1 กันยายน 2568 ประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มมากขึ้น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ พร้อมกับลมแรงในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยเฉพาะจังหวัดนครพนม สกลนคร มุกดาหาร บึงกาฬ หนองคาย เลย อุดรธานี หนองบัวลำภู กาฬสินธุ์ ขอนแก่น และชัยภูมิ ส่วนภาคเหนือและภาคกลางตอนบนจะได้รับผลกระทบในช่วงวันที่ 31 สิงหาคม 2568 โดยเฉพาะจังหวัดน่านตอนล่าง แพร่ อุตรดิตถ์ เพชรบูรณ์ พิษณุโลก พิจิตร สุโขทัย ตาก กำแพงเพชร เชียงใหม่ ลำปาง ลำพูน แม่ฮ่องสอน และนครสวรรค์

ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมาก และฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม จังหวัดที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากฝนตกหนักถึงหนักมาก มีดังนี้:

ประกาศฉบับ 4 พายุดีเปรสชัน เตือนรับมือฝน!

จังหวัดที่ต้องเฝ้าระวังจากพายุดีเปรสชัน

วันที่ 30 สิงหาคม 2568

  • ภาคเหนือ: จังหวัดน่าน, แพร่, อุตรดิตถ์, เพชรบูรณ์
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดนครพนม, สกลนคร, มุกดาหาร, บึงกาฬ, หนองคาย, ยโสธร, อำนาจเจริญ, อุบลราชธานี, อุดรธานี, หนองบัวลำภู, กาฬสินธุ์, ขอนแก่น และเลย
  • ภาคตะวันออก: จังหวัดปราจีนบุรี, สระแก้ว, ระยอง, จันทบุรี และตราด
  • ภาคใต้: จังหวัดชุมพร, ระนอง, พังงา และภูเก็ต

วันที่ 31 สิงหาคม 2568

  • ภาคเหนือ: จังหวัดน่าน, แพร่, อุตรดิตถ์, เพชรบูรณ์, พิษณุโลก, พิจิตร, สุโขทัย, ตาก, กำแพงเพชร, เชียงใหม่, ลำปาง, ลำพูน และแม่ฮ่องสอน
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดนครพนม, สกลนคร, มุกดาหาร, บึงกาฬ, หนองคาย, อุดรธานี, หนองบัวลำภู, เลย, กาฬสินธุ์, ยโสธร, ร้อยเอ็ด, มหาสารคาม, ขอนแก่น และชัยภูมิ
  • ภาคกลาง: จังหวัดลพบุรี, สระบุรี, นครสวรรค์ และอุทัยธานี
  • ภาคตะวันออก: จังหวัดนครนายก, ปราจีนบุรี, ระยอง, จันทบุรี และตราด
  • ภาคใต้: จังหวัดชุมพร, สุราษฎร์ธานี, ระนอง, พังงา และภูเก็ต

วันที่ 1 กันยายน 2568

  • ภาคเหนือ: จังหวัดน่าน, แพร่, อุตรดิตถ์, เพชรบูรณ์, พิษณุโลก, พิจิตร, สุโขทัย, ตาก, กำแพงเพชร, เชียงใหม่, ลำปาง, ลำพูน และแม่ฮ่องสอน
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดหนองคาย, บึงกาฬ, หนองบัวลำภู, อุดรธานี, สกลนคร, นครพนม, กาฬสินธุ์ และมุกดาหาร
  • ภาคกลาง: จังหวัดลพบุรี, สระบุรี, พระนครศรีอยุธยา, นครสวรรค์ และอุทัยธานี
  • ภาคตะวันออก: จังหวัดนครนายก, ปราจีนบุรี, จันทบุรี และตราด
  • ภาคใต้: จังหวัดประจวบคีรีขันธ์, ชุมพร, ระนอง, พังงา, ภูเก็ต และกระบี่

นอกจากนี้ มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ภาคตะวันออกและภาคใต้ฝั่งตะวันตกมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรงขึ้น โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง เรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบนควรงดออกจากฝั่ง ส่วนประชาชนบริเวณชายฝั่งภาคตะวันออกและภาคใต้ฝั่งตะวันตกตอนบน ระมัดระวังอันตรายจากคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่ง ในช่วงวันที่ 30 ส.ค. – 2 ก.ย. 68

ขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือโทร 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สถานการณ์ พายุดีเปรสชัน ครั้งนี้ นับว่าเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เราต้องเตรียมตัวรับมืออย่างเต็มที่ อย่าประมาท และติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด เพื่อความปลอดภัยของตัวท่านเองและครอบครัว

ที่มา – ประกาศฉบับ 4 “พายุดีเปรสชัน” เตือนจังหวัดเตรียมรับมือฝนตกหนัก 30 ส.ค. – 1 ก.ย.

เตือน! “พายุดีเปรสชัน” ฉบับ 2 เช็กจังหวัดเสี่ยง

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศฉบับที่ 2 เตือนภัย “พายุดีเปรสชัน” ที่กำลังจะทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุโซนร้อน ขอให้ประชาชนในจังหวัดเสี่ยงเตรียมรับมือกับฝนตกหนักถึงหนักมาก

เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2568 กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเรื่อง “พายุดีเปรสชัน” และฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย ฉบับที่ 2 โดยระบุว่า เมื่อเวลา 16.00 น. ของวันดังกล่าว พายุดีเปรสชันบริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง มีศูนย์กลางอยู่ที่ละติจูด 16.5 องศาเหนือ ลองจิจูด 112.0 องศาตะวันออก ความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 55 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกค่อนทางเหนือเล็กน้อย ด้วยความเร็วประมาณ 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และมีแนวโน้มจะทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุโซนร้อน คาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณประเทศเวียดนามตอนบนในช่วงเย็นวันที่ 30 สิงหาคม 2568

หลังจากนั้น พายุจะอ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชัน และเคลื่อนเข้าปกคลุมประเทศลาวตอนบน ก่อนที่จะอ่อนกำลังลงอีกเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรง เคลื่อนตามแนวร่องมรสุมเข้าปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยในคืนวันที่ 30 สิงหาคม 2568 และเข้าปกคลุมภาคเหนือในวันที่ 31 สิงหาคม 2568

จากอิทธิพลของ “พายุดีเปรสชัน” ดังกล่าว ทำให้ในช่วงวันที่ 30 สิงหาคม – 1 กันยายน 2568 ประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มมากขึ้น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่ รวมถึงลมแรงในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยเฉพาะจังหวัดนครพนม สกลนคร มุกดาหาร บึงกาฬ หนองคาย เลย อุดรธานี หนองบัวลำภู กาฬสินธุ์ ขอนแก่น และชัยภูมิ ส่วนภาคเหนือและภาคกลางตอนบนจะได้รับผลกระทบในช่วงวันที่ 31 สิงหาคม 2568 โดยเฉพาะจังหวัดน่านตอนล่าง แพร่ อุตรดิตถ์ เพชรบูรณ์ พิษณุโลก พิจิตร สุโขทัย ตาก กำแพงเพชร เชียงใหม่ ลำปาง ลำพูน แม่ฮ่องสอน และนครสวรรค์

ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม โดยจังหวัดที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากฝนตกหนักถึงหนักมาก มีดังนี้

“พายุดีเปรสชัน” จังหวัดไหนบ้างที่ต้องเฝ้าระวัง

วันที่ 30 สิงหาคม 2568

ภาคเหนือ: จังหวัดน่าน แพร่ อุตรดิตถ์ เพชรบูรณ์

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดนครพนม สกลนคร มุกดาหาร บึงกาฬ หนองคาย ยโสธร อำนาจเจริญ อุบลราชธานี อุดรธานี หนองบัวลำภู กาฬสินธุ์ ขอนแก่น และเลย

ภาคตะวันออก: จังหวัดจันทบุรี และตราด

ภาคใต้: จังหวัดชุมพร ระนอง พังงา และภูเก็ต

วันที่ 31 สิงหาคม 2568

ภาคเหนือ: จังหวัดน่าน แพร่ อุตรดิตถ์ เพชรบูรณ์ พิษณุโลก พิจิตร สุโขทัย ตาก กำแพงเพชร เชียงใหม่ ลำปาง ลำพูน แม่ฮ่องสอน

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดนครพนม สกลนคร มุกดาหาร บึงกาฬ หนองคาย เลย อุดรธานี หนองบัวลำภู กาฬสินธุ์ มหาสารคาม ขอนแก่น และชัยภูมิ

ภาคกลาง: จังหวัดลพบุรี สระบุรี นครสวรรค์ และอุทัยธานี

ภาคตะวันออก: จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด

ภาคใต้: จังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี ระนอง พังงา และภูเก็ต

วันที่ 1 กันยายน 2568

ภาคเหนือ: จังหวัดน่าน แพร่ อุตรดิตถ์ เพชรบูรณ์ พิษณุโลก พิจิตร สุโขทัย ตาก กำแพงเพชร เชียงใหม่ ลำปาง ลำพูน แม่ฮ่องสอน

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดหนองคาย บึงกาฬ หนองบัวลำภู อุดรธานี สกลนคร นครพนม กาฬสินธุ์ และมุกดาหาร

ภาคกลาง: จังหวัดลพบุรี สระบุรี พระนครศรีอยุธยา นครสวรรค์ และอุทัยธานี

ภาคตะวันออก: จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี จันทบุรี และตราด

ภาคใต้: จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร ระนอง พังงา ภูเก็ต และกระบี่

สำหรับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ภาคตะวันออกและภาคใต้ฝั่งตะวันตก มีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรงขึ้น โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง เรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบนควรงดออกจากฝั่ง ส่วนประชาชนบริเวณชายฝั่งภาคตะวันออกและภาคใต้ฝั่งตะวันตกตอนบน ระมัดระวังอันตรายจากคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่ง ในช่วงวันที่ 30 ส.ค. – 2 ก.ย. 68

ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์ กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือโทร 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สถานการณ์ “พายุดีเปรสชัน” ครั้งนี้เป็นเครื่องเตือนใจให้เราเตรียมพร้อมรับมือกับภัยธรรมชาติอยู่เสมอ การติดตามข่าวสารและปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะช่วยลดความเสี่ยงและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นได้

ที่มา – เตือน “พายุดีเปรสชัน” ฉบับที่ 2 จ่อทวีกำลังแรงขึ้น เช็กจังหวัดที่ได้รับผลกระทบ

เตือน! พายุดีเปรสชัน ทวีกำลังเป็นพายุโซนร้อน กระทบไทย

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศฉบับที่ 1 เตือนภัย “พายุดีเปรสชัน” ที่มีแนวโน้มจะทวีกำลังแรงขึ้นเป็น “พายุโซนร้อน” ซึ่งจะส่งผลกระทบทำให้ประเทศไทยมี “ฝนตกหนักถึงหนักมาก” ในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ เรามาเตรียมรับมือกับสถานการณ์นี้ไปด้วยกันค่ะ

พายุดีเปรสชัน ทวีกำลังเป็นพายุโซนร้อน กระทบไทย

เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา ได้ออกประกาศเรื่อง “พายุดีเปรสชัน และฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย” ฉบับที่ 1 โดยระบุว่า หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลางได้พัฒนาเป็น พายุดีเปรสชัน แล้ว

เมื่อเวลา 10.00 น. ของวันที่ 29 สิงหาคม 2568 ศูนย์กลางของพายุอยู่ที่ละติจูด 16.5 องศาเหนือ ลองจิจูด 112.5 องศาตะวันออก โดยมีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 55 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันตกค่อนทางเหนือเล็กน้อยด้วยความเร็วประมาณ 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และมีแนวโน้มที่จะทวีกำลังแรงขึ้นเป็น “พายุโซนร้อน” คาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณประเทศเวียดนามตอนบนในช่วงบ่ายของวันที่ 30 สิงหาคม 2568

หลังจากนั้น พายุจะอ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชัน เคลื่อนเข้าปกคลุมประเทศลาวตอนบน และอ่อนกำลังลงอีกเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรง เคลื่อนตามแนวร่องมรสุมเข้าปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยในคืนวันที่ 30 สิงหาคม 2568 และเข้าปกคลุมภาคเหนือในวันที่ 31 สิงหาคม 2568

ผลกระทบจากพายุดีเปรสชันที่ทวีกำลัง

จากอิทธิพลของ “พายุดีเปรสชัน” ที่ทวีกำลังขึ้น จะส่งผลให้ในช่วงวันที่ 30 สิงหาคม – 1 กันยายน 2568 ประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มมากขึ้น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ พร้อมทั้งลมกระโชกแรงในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยเฉพาะจังหวัดนครพนม สกลนคร มุกดาหาร บึงกาฬ หนองคาย เลย อุดรธานี หนองบัวลำภู กาฬสินธุ์ ขอนแก่น และชัยภูมิ

ส่วนภาคเหนือและภาคกลางตอนบนจะได้รับผลกระทบในช่วงวันที่ 31 สิงหาคม 2568 โดยเฉพาะจังหวัดน่านตอนล่าง แพร่ อุตรดิตถ์ เพชรบูรณ์ พิษณุโลก พิจิตร สุโขทัย ตาก กำแพงเพชร เชียงใหม่ ลำปาง ลำพูน แม่ฮ่องสอน และนครสวรรค์ ขอให้ประชาชนในพื้นที่ดังกล่าวระมัดระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะในพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม

นอกจากนี้ มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ภาคตะวันออกและภาคใต้ฝั่งตะวันตกมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบนจะมีกำลังแรงขึ้น โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร

ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง เรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบนควรงดออกจากฝั่ง ส่วนประชาชนบริเวณชายฝั่งภาคตะวันออกและภาคใต้ฝั่งตะวันตกตอนบน ระมัดระวังอันตรายจากคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่ง ในช่วงวันที่ 30 สิงหาคม – 2 กันยายน 2568

สิ่งสำคัญคือ ขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และสามารถติดตามข้อมูลได้ที่เว็บไซต์ http://www.tmd.go.th หรือโทร 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สถานการณ์ “พายุดีเปรสชัน” ที่กำลังจะกลายเป็น “พายุโซนร้อน” นี้ เป็นสิ่งที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เตรียมพร้อมรับมือกับฝนตกหนัก น้ำท่วม และลมกระโชกแรงที่จะเกิดขึ้นนะคะ การติดตามข่าวสารและปฏิบัติตามคำแนะนำของกรมอุตุนิยมวิทยา จะช่วยให้เราทุกคนปลอดภัยจากอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้ค่ะ

ที่มา – ประกาศฉบับ 1 เตือน “พายุดีเปรสชัน” มีแนวโน้มทวีกำลังเป็น “พายุโซนร้อน” กระทบไทย

มท.2 ยันระบบแจ้งเตือนภัยได้มาตรฐาน ปัญหาที่มือถือ?

มท.2 ยันระบบแจ้งเตือนภัยได้มาตรฐานสากล

นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ยืนยันว่าระบบแจ้งเตือนภัยของไทยได้มาตรฐานสากลจริง แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นคือโทรศัพท์มือถือของประชาชนบางส่วนยังไม่ได้อัปเดตให้รองรับระบบแจ้งเตือนภัยฉุกเฉิน หรือ Cell Broadcast

ในการชี้แจงต่อที่ประชุมวุฒิสภาเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2568 นางสาวธีรรัตน์กล่าวว่า ระบบการแจ้งเตือนภัยพิบัติของประเทศไทยนั้นมีประสิทธิภาพเทียบเท่าระดับสากล หากประชาชนบางส่วนยังไม่ได้รับการแจ้งเตือน อาจเป็นเพราะอุปกรณ์ของท่านยังไม่ได้อัปเดตซอฟต์แวร์ให้รองรับเทคโนโลยีดังกล่าว

ทำไมการอัปเดตมือถือจึงสำคัญต่อระบบแจ้งเตือนภัย?

ระบบ Cell Broadcast เป็นเทคโนโลยีที่ส่งข้อความไปยังโทรศัพท์มือถือจำนวนมากในพื้นที่ที่กำหนด โดยไม่ต้องอาศัยการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ทำให้สามารถแจ้งเตือนภัยได้อย่างรวดเร็วและทั่วถึง อย่างไรก็ตาม โทรศัพท์มือถือรุ่นเก่า หรือรุ่นที่ยังไม่ได้อัปเดตซอฟต์แวร์ อาจไม่รองรับเทคโนโลยีนี้ ทำให้ไม่สามารถรับข้อความแจ้งเตือนได้ ดังนั้น การอัปเดตซอฟต์แวร์โทรศัพท์มือถือให้เป็นเวอร์ชันล่าสุดจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยยังเน้นย้ำถึงความสำคัญของการบูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น กสทช. กรมอุตุนิยมวิทยา และกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เพื่อให้การแจ้งเตือนภัยเป็นไปอย่างถูกต้อง แม่นยำ และทันต่อสถานการณ์

ระบบแจ้งเตือนภัยของไทยได้มาตรฐานสากลจริงหรือ? นางสาวธีรรัตน์ให้ข้อมูลว่า การทำงานร่วมกันของหน่วยงานต่างๆ ในการแจ้งเตือนภัยได้รับการยอมรับและยกย่องจากนานาประเทศ ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันถึงมาตรฐานและความน่าเชื่อถือของระบบได้เป็นอย่างดี

นอกจากนี้ รัฐบาลยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบแจ้งเตือนภัยให้ครอบคลุมภัยคุกคามในรูปแบบใหม่ๆ เช่น ภัยจากการรุกรานของกองกำลังจากนอกประเทศ เพื่อให้ประชาชนได้รับการปกป้องอย่างเต็มที่

สิ่งที่ประชาชนควรทำเพื่อเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติ:

  • ตรวจสอบและอัปเดตซอฟต์แวร์โทรศัพท์มือถือให้เป็นเวอร์ชันล่าสุดอยู่เสมอ
  • ติดตามข่าวสารและประกาศแจ้งเตือนภัยจากหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด
  • เรียนรู้วิธีการปฏิบัติตนเมื่อเกิดภัยพิบัติต่างๆ
  • เตรียมพร้อมสิ่งของจำเป็นสำหรับใช้ในกรณีฉุกเฉิน เช่น น้ำดื่ม อาหารแห้ง ยา และไฟฉาย

การที่ มท.2 ยันระบบแจ้งเตือนภัยได้มาตรฐานสากล ถือเป็นเรื่องน่ายินดี แต่สิ่งสำคัญกว่าคือการที่ประชาชนทุกคนตระหนักถึงความสำคัญของการเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติ และให้ความร่วมมือในการปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยงานราชการ เพื่อความปลอดภัยของตนเองและส่วนรวม

ดังนั้น การที่รัฐบาลเน้นย้ำว่า มท.2 ยันระบบแจ้งเตือนภัยได้มาตรฐานสากล แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน แต่การป้องกันภัยพิบัติอย่างมีประสิทธิภาพนั้นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในสังคม

ที่มา – “มท.2” ยันระบบแจ้งเตือนภัยได้มาตรฐานสากล ชี้ปัญหาอยู่ที่มือถือประชาชนยังไม่อัปเดต

อัปเดต! เส้นทางพายุ “คาจิกิ” จ่อขึ้นฝั่ง

กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกมาอัปเดตเส้นทางพายุ “คาจิกิ” ซึ่งคาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศเวียดนามตอนบนในช่วงบ่ายถึงค่ำของวันนี้ หลังจากนั้นพายุจะอ่อนกำลังลงตามลำดับ แต่ถึงกระนั้นก็ส่งผลให้ภาคอีสานและภาคเหนือของประเทศไทยต้องเตรียมรับมือกับฝนตกหนักถึงหนักมาก

อัปเดตเส้นทางพายุ “คาจิกิ”

เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2568 กรมอุตุนิยมวิทยาได้ทำการอัปเดตสถานการณ์พายุในช่วงเช้า โดยระบุว่า พายุไต้ฝุ่น “คาจิกิ” ซึ่งอยู่ในบริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน (อ่าวเกี๋ย) มีจุดศูนย์กลางห่างจากเมืองวิญ ประเทศเวียดนามไปประมาณ 150 กิโลเมตร และยังคงเคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันตกค่อนไปทางเหนือเล็กน้อย คาดการณ์ว่าพายุจะเคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศเวียดนามตอนบนในช่วงบ่ายถึงค่ำของวันนี้ และหลังจากนั้นจะเคลื่อนต่อไปยัง สปป.ลาว

ผลกระทบที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในประเทศไทยคือ บริเวณภาคอีสานตอนบนและด้านตะวันออก จะมีปริมาณฝนเพิ่มมากขึ้น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากในบางพื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงวันที่ 25-27 สิงหาคม 2568 ประชาชนในภาคอีสานตอนบนและภาคเหนือควรเตรียมตัวรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าวอย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ตาม ทิศทางและความแรงของพายุ “คาจิกิ” อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ ดังนั้นจึงควรติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างต่อเนื่อง

สิ่งที่ต้องรู้เกี่ยวกับเส้นทางพายุ “คาจิกิ”

  • พายุจะขึ้นฝั่งเวียดนามตอนบน
  • ภาคอีสานและเหนือรับมือฝนหนัก
  • ติดตามข่าวสารจากกรมอุตุนิยมวิทยา

พายุโซนร้อน “คาจิกิ” (KAJIKI) เป็นชื่อที่ตั้งโดยประเทศญี่ปุ่น หมายถึง กลุ่มดาวดาบ (Constellation KAJIKI) และเป็นพายุหมุนเขตร้อนที่มีผลกระทบต่อประเทศไทยในช่วงฤดูฝน โดยปกติแล้ว พายุที่ก่อตัวในทะเลจีนใต้หรือมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตก มักจะเคลื่อนตัวเข้าสู่ประเทศไทยได้หลายเส้นทาง ขึ้นอยู่กับปัจจัยทางอุตุนิยมวิทยาต่างๆ เช่น ความกดอากาศสูง มวลอากาศเย็น และลมมรสุม

การรับมือกับสถานการณ์พายุ “คาจิกิ” ที่กำลังจะเกิดขึ้น ควรเริ่มต้นด้วยการติดตามข่าวสารและประกาศเตือนภัยจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ทราบถึงสถานการณ์ปัจจุบันและแนวโน้มของการเปลี่ยนแปลง นอกจากนี้ ควรเตรียมความพร้อมในด้านต่างๆ เช่น การสำรองน้ำดื่มและอาหารแห้ง เตรียมไฟฉายและแบตเตอรี่สำรอง ตรวจสอบความแข็งแรงของบ้านเรือน และหลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังพื้นที่เสี่ยงภัย เช่น พื้นที่ลุ่มต่ำ หรือพื้นที่ที่อาจเกิดน้ำท่วมฉับพลัน

สำหรับเกษตรกร ควรมีการวางแผนการจัดการพืชผลทางการเกษตรให้เหมาะสม เพื่อลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากฝนตกหนักและน้ำท่วม เช่น การระบายน้ำออกจากแปลงเพาะปลูก การเสริมคันดิน หรือการเก็บเกี่ยวผลผลิตก่อนกำหนดหากจำเป็น

สถานการณ์พายุเป็นสิ่งที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ แต่ด้วยการเตรียมพร้อมและการติดตามข้อมูลข่าวสารอย่างใกล้ชิด เราสามารถลดผลกระทบและความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากภัยธรรมชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ที่มา – อัปเดตเส้นทางพายุ “คาจิกิ” จ่อเคลื่อนขึ้นฝั่งเวียดนามตอนบน ช่วงบ่ายถึงค่ำวันนี้

ผู้ว่าฯ พังงาสั่งเตรียมรับมือ “พายุคาจิกิ”!

สถานการณ์ฉุกเฉิน! ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงาสั่งการด่วนทุกอำเภอ เตรียมรับมือและติดตามสถานการณ์ “พายุคาจิกิ” อย่างใกล้ชิด พร้อมเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงภัยที่อาจเกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม และน้ำท่วมขังในเขตชุมชน

ผู้ว่าฯ พังงาสั่งเตรียมรับมือ “พายุคาจิกิ”

นายไพรัตน์ เพชรยวน ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา ได้ออกมาเปิดเผยถึงสถานการณ์ล่าสุด โดยเน้นย้ำให้ทุกอำเภอและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม และน้ำท่วมขังในเขตชุมชนเมือง ซึ่งมักจะเกิดปัญหาการระบายน้ำไม่ทันในช่วงที่มีฝนตกหนัก

ก่อนหน้านี้ กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพังงา (กอปภ.จ.พง) ได้มีหนังสือแจ้งเตือนไปยังทุกอำเภอและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้เตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ดังกล่าวระหว่างวันที่ 24 – 28 สิงหาคม 2568 เนื่องจากสถานการณ์ “พายุคาจิกิ” ที่กำลังจะส่งผลกระทบ

กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศฉบับที่ 7 เกี่ยวกับ “พายุคาจิกิ” และคาดการณ์ว่าจะมีฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ของประเทศไทย รวมถึงภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคใต้ รวม 58 จังหวัด นอกจากนี้ คลื่นลมในทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบนจะมีกำลังค่อนข้างแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร และในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นอาจสูงมากกว่า 3 เมตร

มาตรการรับมือ “พายุคาจิกิ” ในพังงา

กอปภ.จ.พง จึงได้แจ้งให้กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยอำเภอทุกอำเภอ เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมขัง น้ำล้นตลิ่ง ดินโคลนถล่ม และคลื่นลมแรง ในช่วงวันที่ 24 – 27 สิงหาคม 2568 นี้

เพื่อเป็นการเน้นย้ำให้ทุกพื้นที่เตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ จึงขอให้กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยอำเภอและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และแจ้งเตือนประชาชนที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยให้ทราบล่วงหน้า หากมีแนวโน้มว่าสถานการณ์จะรุนแรง ให้ปฏิบัติตามมาตรการที่กำหนดไว้ และรายงานผลการแจ้งเตือนภัย รวมถึงสรุปสถานการณ์ให้กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพังงาทราบ

พื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังสถานการณ์ฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมขัง และดินโคลนถล่มในจังหวัดพังงา ได้แก่ อำเภอเมืองพังงา อำเภอคุระบุรี อำเภอท้ายเหมือง อำเภอกะปง และอำเภอทับปุด ซึ่งขณะนี้ยังคงมีฝนตกหนักในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ดังนั้น ประชาชนในพื้นที่ดังกล่าวควรติดตามข่าวสารและเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นอย่างใกล้ชิด

ทางจังหวัดพังงาได้เตรียมความพร้อมด้านต่างๆ เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่อาจได้รับผลกระทบจาก “พายุคาจิกิ” ไม่ว่าจะเป็นการจัดเตรียมศูนย์พักพิงชั่วคราว การเตรียมพร้อมอุปกรณ์และเครื่องมือในการช่วยเหลือผู้ประสบภัย รวมถึงการประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ จังหวัดพังงายังได้รณรงค์ให้ประชาชนตรวจสอบความแข็งแรงของบ้านเรือน และตัดแต่งกิ่งไม้ที่อาจหักโค่นจากลมกระโชกแรง รวมถึงเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา

สำหรับนักท่องเที่ยวที่วางแผนจะเดินทางมาท่องเที่ยวในจังหวัดพังงาในช่วงนี้ ควรติดตามข่าวสารพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิด และหลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังพื้นที่เสี่ยงภัย หากจำเป็นต้องเดินทาง ควรตรวจสอบสภาพเส้นทางและเตรียมพร้อมอุปกรณ์ที่จำเป็น เช่น ไฟฉาย เสื้อกันฝน และยาสามัญประจำบ้าน

สถานการณ์ “พายุคาจิกิ” เป็นสิ่งที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด การเตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น จะช่วยลดผลกระทบและความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นได้ ขอให้ประชาชนติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด และให้ความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อความปลอดภัยของตนเองและครอบครัว

ที่มา – ผู้ว่าฯ พังงา สั่งทุกอำเภอเตรียมรับมือ “พายุคาจิกิ” เฝ้าระวังน้ำป่า ดินโคลนถล่ม

ประกาศพายุ “คาจิกิ”: จังหวัดไหนต้องรับมือ!

กรมอุตุนิยมวิทยาประกาศเตือนฉบับที่ 7 เรื่อง “คาจิกิ” พายุโซนร้อนที่กำลังแรงขึ้น ทำให้หลายจังหวัดในประเทศไทยต้องเตรียมรับมือกับฝนตกหนักถึงหนักมากในช่วงวันที่ 24–27 สิงหาคมนี้ มาเช็กกันเลยว่ามีจังหวัดไหนบ้างที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ

พายุโซนร้อนกำลังแรง “คาจิกิ” บริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน มีแนวโน้มจะทวีกำลังแรงขึ้นและเคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศเวียดนามและลาวตอนบนในช่วงวันที่ 25–26 สิงหาคมนี้ ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมประเทศไทยมีกำลังแรงขึ้น ทำให้สถานการณ์น่ากังวลยิ่งขึ้นไปอีก

จากอิทธิพลของพายุ “คาจิกิ” และมรสุม ทำให้ประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงวันที่ 24–27 สิงหาคม 2568 หลายพื้นที่ต้องเผชิญกับฝนตกหนักถึงหนักมากและลมกระโชกแรง กรมอุตุนิยมวิทยาจึงขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยระมัดระวังอันตรายจากฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาและพื้นที่ลุ่มต่ำ

ประกาศพายุ “คาจิกิ” ฉบับ 7 เตือนจังหวัดเตรียมรับมือฝนตกหนักมาก 24–27 ส.ค.

จังหวัดที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจาก ประกาศพายุ “คาจิกิ”

วันที่ 24 สิงหาคม 2568

  • ภาคเหนือ: ลำปาง, น่าน, แพร่, อุตรดิตถ์, สุโขทัย, ตาก, กำแพงเพชร, พิจิตร, พิษณุโลก, เพชรบูรณ์
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: หนองคาย, บึงกาฬ, หนองบัวลำภู, อุดรธานี, สกลนคร, นครพนม, ชัยภูมิ, ขอนแก่น, กาฬสินธุ์, มุกดาหาร
  • ภาคกลาง: ลพบุรี, สุพรรณบุรี, กาญจนบุรี, ราชบุรี
  • ภาคตะวันออก: นครนายก, ปราจีนบุรี, จันทบุรี, ตราด
  • ภาคใต้: เพชรบุรี, ระนอง, พังงา, ภูเก็ต

วันที่ 25 สิงหาคม 2568

  • ภาคเหนือ: เชียงราย, ลำพูน, ลำปาง, พะเยา, น่าน, แพร่, อุตรดิตถ์, พิจิตร, พิษณุโลก, เพชรบูรณ์
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: เลย, หนองคาย, บึงกาฬ, หนองบัวลำภู, อุดรธานี, สกลนคร, นครพนม, มุกดาหาร, นครราชสีมา, อุบลราชธานี
  • ภาคกลาง: กาญจนบุรี, ราชบุรี, สมุทรสงคราม, สมุทรสาคร, นครปฐม, กรุงเทพมหานครและปริมณฑล
  • ภาคตะวันออก: นครนายก, ปราจีนบุรี, สระแก้ว, จันทบุรี, ตราด
  • ภาคใต้: เพชรบุรี, ประจวบคีรีขันธ์, ชุมพร, ระนอง, พังงา, ภูเก็ต, กระบี่

วันที่ 26 – 27 สิงหาคม 2568

  • ภาคเหนือ: แม่ฮ่องสอน, เชียงใหม่, เชียงราย, ลำพูน, ลำปาง, พะเยา, น่าน, แพร่, อุตรดิตถ์, สุโขทัย, ตาก, กำแพงเพชร, พิจิตร, พิษณุโลก, เพชรบูรณ์
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: เลย, หนองคาย, บึงกาฬ, อุดรธานี, สกลนคร, นครพนม, ขอนแก่น, กาฬสินธุ์, มุกดาหาร, ยโสธร, อำนาจเจริญ, อุบลราชธานี
  • ภาคกลาง: นครสวรรค์, อุทัยธานี, ชัยนาท, กาญจนบุรี, ราชบุรี, กรุงเทพมหานครและปริมณฑล
  • ภาคตะวันออก: นครนายก, ปราจีนบุรี, สระแก้ว, ฉะเชิงเทรา, ชลบุรี, ระยอง, จันทบุรี, ตราด
  • ภาคใต้: เพชรบุรี, ประจวบคีรีขันธ์, ชุมพร, ระนอง, พังงา, ภูเก็ต

นอกจากฝนตกหนักแล้ว คลื่นลมในทะเลอันดามันและอ่าวไทยก็มีกำลังแรงขึ้น ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในช่วงนี้เพื่อความปลอดภัย

ขอให้ทุกคนติดตามข่าวสารจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นจาก ประกาศพายุ “คาจิกิ” เพื่อความปลอดภัยของตัวท่านเองและครอบครัว

สถานการณ์พายุ “คาจิกิ” เป็นเครื่องเตือนใจให้เราตระหนักถึงความสำคัญของการเตรียมพร้อมรับมือกับภัยธรรมชาติอยู่เสมอ การติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด การวางแผนรับมือ และการปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะช่วยลดความเสี่ยงและบรรเทาผลกระทบจากภัยพิบัติได้

ที่มา – ประกาศพายุ “คาจิกิ” ฉบับ 7 เตือนจังหวัดเตรียมรับมือฝนตกหนักมาก 24–27 ส.ค.

Scroll to top