กระทรวงอุตสาหกรรม

ศุภจี เล็งยึดเกษตรฯ แก้ราคาวัวตกต่ำ

“ศุภจี” อ้อนชาวอุบลฯ ขอสานต่อราคาข้าว-มันสำปะหลัง บอกราคาวัวร่วงเพราะภูมิใจไทยไม่ได้ดู บอกถ้าเลือกเยอะจะไปยึด เกษตรฯและอุตสาหกรรมมาดูแลเอง

วันที่ 27 มกราคม 2569 เวทีศรีเมืองใหม่แทบลุกเป็นไฟ เมื่อนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ทีมเศรษฐกิจพรรคภูมิใจไทย ขึ้นเวทีปราศรัยครั้งแรกช่วย “น้องกานต์” สุดารัตน์ พิทักษ์พรพัลลภ หาเสียงเขต 8 เปิดตัวด้วยภาษาอีสานหวานเจี๊ยบ “คิดฮอดหลายๆ” พร้อมโชว์ผลงานราคาข้าวและมันสำปะหลังพุ่งกระฉูด พร้อมทั้งย้ำถึงความสำเร็จจากการปิดด่านสกัดสินค้าเถื่อนตามสั่งการนายกรัฐมนตรี

งานนี้มีช็อตเด็ด เมื่อผู้สมัครกระซิบถามเรื่อง “ราคาวัวตกต่ำ” คุณศุภจีสวนทันควันว่า “ที่ราคาวัวเนือย (ร่วง) เพราะไม่ได้อยู่กับพาณิชย์ (ที่พรรคดูแล) ไงคะ” พร้อมประกาศกลางเวทีว่ารอบนี้ขอให้ชาวอุบลฯ กาพรรคสีน้ำเงินให้ถล่มทลายจะได้เข้าไปรวบดูแลกระทรวงเกษตรฯและกระทรวงอุตสาหกรรมให้เบ็ดเสร็จ เพื่อจะจัดการราคาพืชผลทั้งวัวและอ้อยให้พุ่งแรงเหมือนราคาข้าว มั่นใจหาตลาดให้ได้ทั้งในและนอกประเทศแน่นอน

ศุภจี เล็งยึดกระทรวงเกษตรฯ แก้ราคาวัวตกต่ำ จริงหรือไม่?

จากกระแสข่าวที่นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ทีมเศรษฐกิจพรรคภูมิใจไทย ได้ขึ้นเวทีปราศรัยที่จังหวัดอุบลราชธานี และได้กล่าวถึงปัญหาราคาสินค้าเกษตร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ราคาวัวตกต่ำ ได้สร้างความสนใจให้กับประชาชนเป็นอย่างมาก ประเด็นสำคัญอยู่ที่คำกล่าวอ้างที่ว่า หากได้รับการสนับสนุนจากประชาชนอย่างท่วมท้น พรรคภูมิใจไทยจะเข้าไปดูแลกระทรวงเกษตรฯ และกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อแก้ไขปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตร

คำถามที่ตามมาคือ คำกล่าวอ้างนี้มีความเป็นไปได้มากน้อยเพียงใด และจะสามารถแก้ไขปัญหา ราคาวัวตกต่ำ ได้จริงหรือไม่ การที่พรรคการเมืองหนึ่งให้คำมั่นสัญญาว่าจะเข้าไปดูแลกระทรวงใดกระทรวงหนึ่งนั้น เป็นเรื่องปกติในการหาเสียง แต่การจะทำได้จริงหรือไม่ ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ผลการเลือกตั้ง จำนวนที่นั่งในสภา และการจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรี

ผลกระทบจาก ราคาวัวตกต่ำ

ปัญหา ราคาวัวตกต่ำ ส่งผลกระทบโดยตรงต่อเกษตรกรผู้เลี้ยงวัว ทำให้รายได้ลดลง บางรายอาจต้องประสบกับภาวะขาดทุน หากสถานการณ์ยังเป็นเช่นนี้ต่อไป อาจทำให้เกษตรกรหลายรายต้องเลิกอาชีพการเลี้ยงวัวไปในที่สุด ดังนั้น การแก้ไขปัญหาราคาสินค้าเกษตรจึงเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่ง

การที่นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ออกมาให้ความมั่นใจว่าจะแก้ไขปัญหา ราคาวัวตกต่ำ ได้ หากพรรคภูมิใจไทยได้เข้าไปดูแลกระทรวงเกษตรฯ นั้น ถือเป็นเรื่องที่น่าสนใจ แต่ประชาชนก็ควรพิจารณาอย่างรอบคอบถึงความเป็นไปได้ และนโยบายของพรรคภูมิใจไทยในการแก้ไขปัญหาราคาสินค้าเกษตรอย่างละเอียด เพื่อประกอบการตัดสินใจในการเลือกตั้ง

นอกจากนี้การแก้ไขปัญหาราคาสินค้าเกษตรไม่ได้ขึ้นอยู่กับกระทรวงเกษตรฯ เพียงอย่างเดียว แต่ยังเกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงาน เช่น กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงอุตสาหกรรม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการส่งออก การแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืนจึงต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน

ดังนั้น ในการเลือกตั้งครั้งที่จะถึงนี้ ประชาชนควรพิจารณาอย่างรอบคอบถึงนโยบายของแต่ละพรรคการเมือง รวมถึงความสามารถในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคม เพื่อเลือกผู้แทนที่สามารถนำพาประเทศไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองได้

ที่มา – “ศุภจี” เล็งยึดกระทรวงเกษตรฯ แก้ราคาวัวตกต่ำ อ้อนเลือก ภท.ให้ถล่มทลาย

รมว.อุตฯ สั่งย้ายอุตสาหกรรมระยอง ลดแรงกดดัน ยันอายัดฝุ่นแดง

“ธนกร” เผย ยังอายัดฝุ่นแดง “ชิน เคอ หยวน” จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง ย้ำดำเนินการตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด แจงคำสั่งย้ายอุตสาหกรรมระยอง เพื่อลดแรงกดดันและการแทรกแซงในพื้นที่

วันที่ 19 พฤศจิกายน 2568 นายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ให้สัมภาษณ์ว่า สืบเนื่องจากกรณีที่มีการเผยแพร่ข้อมูลทางสื่อออนไลน์ว่า มีการถอนอายัดผงฝุ่นจากระบบบำบัดมลพิษทางอากาศ หรือฝุ่นแดง ของ บริษัท ชิน เคอ หยวน สตีล จำกัด ปริมาณ 77,723.47 ตันนั้น ตนจึงสั่งการให้นายณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยเร็วที่สุด โดยล่าสุดนายณัฐพลได้รายงานความคืบหน้าการตรวจสอบให้ทราบว่า ได้ออกคำสั่งกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง ให้ข้าราชการช่วยปฏิบัติราชการ เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติราชการของสำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม โดยให้นายวีระ นันทเศรษฐ์ อุตสาหกรรมจังหวัดระยอง (ผู้อำนวยการ ระดับสูง) สำนักงานอุตสาหกรรม จังหวัดระยอง สำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ช่วยปฏิบัติราชการทางกองตรวจราชการ สำนักงานปลัด กระทรวงอุตสาหกรรม ทั้งนี้ เพื่อลดแรงกดดันและการแทรกแซงในพื้นที่ ประกอบกับเพื่อให้การดำเนินงานอื่นๆ ของสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

นายธนกร กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ กรอ. ได้ทำหนังสือถึงอุตสาหกรรมจังหวัดระยอง ขอให้ทบทวนมติถอนอายัดฝุ่นแดง และสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดระยอง ได้ยกเลิกการถอนอายัดฝุ่นแดงแล้ว โดยให้คงอายัดเหมือนเดิม เนื่องจากกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) แจ้งข้อมูลใหม่ว่า มีข้อสงสัยว่าอาจมีการลักลอบขนฝุ่นแดงจากเตาหลอมออกนอกโรงงาน ดังนั้น จึงต้องเก็บฝุ่นดังกล่าวไว้เป็นหลักฐานพิสูจน์ความผิดตาม พ.ร.บ. โรงงาน รวมถึงเพื่อยืนยันว่า ฝุ่นมาจากกระบวนการผลิตของบริษัทจริงหรือไม่ เพื่อให้การสืบสวนถูกต้องและครบถ้วน ทั้งนี้ ได้กำชับให้เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงให้กระจ่างชัดโดยเร็ว ดำเนินการทุกขั้นตอนด้วยความโปร่งใส ตรวจสอบได้ หากผลสอบออกมาพบว่ามีการดำเนินการไม่ชอบด้วยกฎหมาย หรือมีผู้เกี่ยวข้องในทางมิชอบ ต้องดำเนินการตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน

“การตรวจสอบฝุ่นแดงยังไม่เสร็จสิ้น และยังไม่ได้ข้อยุติ ทั้งในส่วนของกรมโรงงานอุตสาหกรรม และกรมสอบสวนคดีพิเศษ ที่ยังอยู่ระหว่างการสืบสวนและแสวงหาพยานหลักฐาน ดังนั้น ทั้งกรมโรงงานอุตสาหกรรม และกรมสอบสวนคดีพิเศษ ยังจำเป็นต้องใช้ของกลางดังกล่าวเพื่อพิสูจน์ว่า บริษัทมีการกระทำความผิดตามกฎหมายโรงงานและความผิดที่เกี่ยวเนื่องอยู่หรือไม่ ซึ่งด้วยเหตุผลดังกล่าว ขณะนี้จึงยังอายัดฝุ่นแดงที่อยู่ในโรงงานของบริษัททั้งหมด ห้ามจำหน่าย จ่ายโอน หรือกระทำการใดๆ รวมทั้งห้ามเคลื่อนย้ายออกนอกบริเวณโรงงานโดยเด็ดขาด จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าว

รมว.อุตฯ ชี้ สั่งย้ายอุตสาหกรรมระยอง เพื่อลดแรงกดดัน ยันยังอายัดฝุ่นแดงต่อ

จากกรณีข่าวดังกล่าว ประเด็นสำคัญที่ได้รับความสนใจคือการตัดสินใจของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมในการย้ายอุตสาหกรรมระยอง โดยมีเป้าหมายเพื่อลดแรงกดดันในการทำงานของเจ้าหน้าที่ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความพยายามในการแก้ไขปัญหาที่อาจเกิดขึ้นจากการแทรกแซงในพื้นที่

ทำไมถึงต้องย้ายอุตสาหกรรมระยอง?

การย้ายอุตสาหกรรมระยองครั้งนี้ มีเป้าหมายหลักเพื่อสร้างความโปร่งใสและความเป็นธรรมในการดำเนินงาน โดยการลดแรงกดดันและการแทรกแซง จะช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถปฏิบัติงานได้อย่างอิสระและเป็นไปตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด นอกจากนี้ ยังเป็นสัญญาณที่ชัดเจนถึงความมุ่งมั่นของกระทรวงอุตสาหกรรมในการแก้ไขปัญหาและป้องกันการทุจริต

ประเด็นเรื่องฝุ่นแดงที่ยังคงถูกอายัดอยู่ ก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด การที่กรมโรงงานอุตสาหกรรมและกรมสอบสวนคดีพิเศษยังคงต้องใช้ของกลางในการพิสูจน์ความผิด แสดงให้เห็นว่าการสืบสวนยังไม่สิ้นสุด และยังมีความจำเป็นต้องใช้หลักฐานเพื่อยืนยันความถูกต้องของกระบวนการผลิต

การดำเนินการทั้งหมดนี้ เป็นไปเพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นแก่ประชาชนว่าการทำงานของภาครัฐมีความโปร่งใส และหากพบว่ามีการกระทำผิดจริง จะต้องถูกดำเนินการตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด การตรวจสอบอย่างละเอียดและการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการสร้างความไว้วางใจและความมั่นใจให้กับสังคม

การที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมเน้นย้ำถึงความโปร่งใสและความสามารถในการตรวจสอบได้ ถือเป็นสัญญาณที่ดีในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน การที่ทุกขั้นตอนสามารถตรวจสอบได้ จะช่วยลดข้อกังขาและสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับกระบวนการทำงานของภาครัฐ

อย่างไรก็ตาม การแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน การเปิดเผยข้อมูลอย่างตรงไปตรงมาและการรับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่าย จะเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความยั่งยืนและความไว้วางใจในระยะยาว

ดังนั้น การติดตามข่าวสารและให้ความสนใจกับประเด็นเหล่านี้จึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้เราทุกคนมีส่วนร่วมในการตรวจสอบและสร้างสังคมที่โปร่งใสและเป็นธรรม

ที่มา – รมว.อุตฯ ชี้ สั่งย้ายอุตสาหกรรมระยอง เพื่อลดแรงกดดัน ยันยังอายัดฝุ่นแดงต่อ

“ยศสิงห์” บุกโกดัง ยึดเครื่องใช้ไฟฟ้าผิดกฎหมาย

“ยศสิงห์” บุกโกดังสินค้า บางเสาธง ยึดเครื่องใช้ไฟฟ้าผิดกฎหมาย 4,068 ชิ้น ตั้งเป้าหมาย “11/11” ทุกคำสั่งซื้อ ปลอดภัยได้มาตรฐานไทย

วันที่ 3 พฤศจิกายน 2568 ที่จ.สมุทรปราการ จ่าเอก ยศสิงห์ เหลี่ยมเลิศ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม นำทีมลงพื้นที่ตรวจค้นคลังสินค้า “แฟลช ฟูลฟิลล์เม้นท์” อำเภอบางเสาธง จังหวัดสมุทรปราการ ขยายผลคดีเครื่องใช้ไฟฟ้าไม่ได้มาตรฐานจากกรณีไดร์เป่าผมช็อตเด็กเสียชีวิตที่บุรีรัมย์ ผลตรวจพบของกลางเครื่องใช้ไฟฟ้าไม่มีเครื่องหมาย มอก. รวม 4,068 ชิ้น มูลค่ากว่า 6.3 ล้านบาท ยึดอายัดไว้ดำเนินคดี โดยมี น.ส.ภาดาท์ วรกานนท์ ที่ปรึกษา รมช.อุตสาหกรรม นายพีรวัส สมวงศ์ เลขานุการ รมช.อุตสาหกรรม นายเอกนิติ รมยานนท์ เลขาธิการ สมอ. และเจ้าหน้าที่ร่วมปฏิบัติการ

จ่าเอก ยศสิงห์ ย้ำว่า “กระทรวงอุตสาหกรรมจะไม่ปล่อยให้สินค้าอันตรายไปถึงมือประชาชน” พร้อมกำชับ สมอ. เร่งกวาดล้างเครือข่ายที่ลักลอบผลิต–จำหน่าย–นำเข้าผิดกฎหมาย และดำเนินคดีให้ถึงที่สุด พร้อมเตือนผู้บริโภคให้สังเกตเครื่องหมาย มอก. ควบคู่ QR code, ชื่อผู้ผลิต ผู้นำเข้า แหล่งที่มา และระวังราคาที่ “ถูกผิดปกติ”

ตามรอยจากไดร์มรณะ

ด้าน นายเอกนิติ รมยานนท์ เลขาธิการ สมอ. ระบุว่า ปฏิบัติการครั้งนี้สืบเนื่องจากคดีเมื่อ 11 ตุลาคม 2568 โดย สมอ. ใช้ระบบ “มอก.ว็อทช์ (TIS Watch)” สแกนโฆษณาขายไดร์เป่าผมบนแพลตฟอร์มต่าง ๆ รวม 1,531 URL พบความผิด 374 URL สั่งระงับการขายทันที และพบว่าคลังแฟลชเป็นหนึ่งในจุดกระจายสินค้าในเครือข่ายดังกล่าว ของกลางที่ยึดได้รวมถึง ไดร์เป่าผม เครื่องหนีบ ม้วนผม หวีไฟฟ้า กล่องรับสัญญาณทีวี เครื่องนวดไฟฟ้า หม้อทอด/เตา/กระทะไฟฟ้า เครื่องฟอกอากาศ หลอดไฟ LED และหมวกกันน็อก ที่ไม่มี มอก.

ตั้งเป้า 11/11 สั่งสินค้ามาตรฐาน

นอกจากนี้ จ่าเอก ยศสิงห์ ประกาศยกระดับช่วงสัปดาห์ 11.11 เป็น “เทศกาลปราบเครื่องใช้ไฟฟ้าผิดกฎหมายบนออนไลน์” ประสานทุกแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ เพิ่มการสแกน–สุ่มซื้อ–ตรวจคลังแบบเรียลไทม์ ร่วมกับมาตรการสั่งปิดลิงก์จำหน่ายผิดกฎหมายแบบ “ตัดต้นน้ำ–ปิดกลางน้ำ–ยึดปลายน้ำ” เพื่อรับมือกระแสออเดอร์ที่จะพุ่งสูงในช่วงเทศกาลช้อปปิ้ง

ทั้งนี้ สมอ. จะเดินหน้าขยายผลสืบหาผู้นำเข้าต้นทางและเครือข่ายกระจายสินค้า พร้อมอัปเดตผลจับกุมอย่างต่อเนื่อง เป้าหมายคือให้ทุกคำสั่งซื้อในช่วง 11.11 ปลอดภัยกว่าเดิม และทำให้มาตรฐานไทย “ยืนหนึ่ง” ทั้งออนไลน์และออฟไลน์—ให้ผู้บริโภค ช้อปได้มั่นใจ อุ่นใจได้จริง

“ยศสิงห์” บุกโกดังสินค้า บางเสาธง ยึดเครื่องใช้ไฟฟ้าผิดกฎหมาย กว่า 4 พันชิ้น

จากกรณีข่าวดัง จ่าเอกยศสิงห์นำทีมบุกโกดังสินค้าที่บางเสาธง ยึดเครื่องใช้ไฟฟ้าผิดกฎหมายกว่า 4 พันชิ้น สร้างความตื่นตัวให้กับผู้บริโภคเป็นอย่างมาก หลายคนเริ่มตระหนักถึงความสำคัญในการตรวจสอบมาตรฐานผลิตภัณฑ์ก่อนตัดสินใจซื้อ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเทศกาลช้อปปิ้งออนไลน์ที่กำลังจะมาถึง

ทำไมการตรวจสอบเครื่องหมาย มอก. ถึงสำคัญ?

เครื่องหมาย มอก. หรือ มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม เป็นเครื่องหมายที่แสดงว่าผลิตภัณฑ์นั้นได้รับการตรวจสอบและรับรองแล้วว่ามีคุณภาพและความปลอดภัยตามมาตรฐานที่กำหนด การซื้อผลิตภัณฑ์ที่มีเครื่องหมาย มอก. ช่วยให้เรามั่นใจได้ในระดับหนึ่งว่าผลิตภัณฑ์นั้นจะไม่เป็นอันตรายต่อการใช้งาน

จะเกิดอะไรขึ้นถ้าใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่ได้มาตรฐาน?

การใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่ได้มาตรฐานอาจก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรงได้ ตั้งแต่ไฟไหม้ ไฟฟ้าช็อต ไปจนถึงการระเบิด นอกจากนี้ ยังอาจทำให้เครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆ ที่อยู่ในระบบเสียหายได้อีกด้วย ดังนั้น การเลือกซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มี มอก. จึงเป็นสิ่งที่ควรให้ความสำคัญอย่างยิ่ง

“ยศสิงห์” บุกโกดัง สะท้อนปัญหาอะไร?

เหตุการณ์ “ยศสิงห์” บุกโกดังสินค้าครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาการลักลอบนำเข้าและจำหน่ายสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐานในประเทศไทย ซึ่งเป็นปัญหาที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน เพื่อปกป้องผู้บริโภคจากการถูกเอารัดเอาเปรียบและอันตรายที่อาจเกิดขึ้น

ผู้บริโภคควรทำอย่างไร?

ในฐานะผู้บริโภค เราควรให้ความสำคัญกับการตรวจสอบมาตรฐานผลิตภัณฑ์ก่อนตัดสินใจซื้อทุกครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเครื่องใช้ไฟฟ้า ควรมองหาเครื่องหมาย มอก. และตรวจสอบรายละเอียดอื่นๆ เช่น ชื่อผู้ผลิต ผู้นำเข้า และแหล่งที่มา นอกจากนี้ ควรหลีกเลี่ยงการซื้อสินค้าที่มีราคาถูกผิดปกติ เพราะอาจเป็นสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน

การบุกจับสินค้าผิดกฎหมายของ “ยศสิงห์” เป็นสัญญาณที่ดีในการปราบปรามสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน และเป็นเครื่องเตือนใจให้ผู้บริโภคทุกคนตระหนักถึงความสำคัญของการเลือกซื้อสินค้าที่ปลอดภัยและมีคุณภาพ อย่ามองข้ามเครื่องหมาย มอก. เพราะความปลอดภัยของคุณสำคัญที่สุด

ที่มา – “ยศสิงห์” บุกโกดังสินค้า บางเสาธง ยึดเครื่องใช้ไฟฟ้าผิดกฎหมาย กว่า 4 พันชิ้น

“ชุดเต็มเหนี่ยว” สั่งปิด! ตรวจโรงงานรีไซเคิลแปดริ้ว

“ธนกร” ส่ง “ชุดเต็มเหนี่ยว” ตรวจโรงงานรีไซเคิล เมืองแปดริ้ว พบติดตั้งเครื่องจักรไม่ตรงกับได้รับอนุญาต ไร้ระบบขจัดฝุ่นละออง พบตะกอนในระบบบำบัด ออกคำสั่งปิดโรงงาน ให้แก้ไขทันที

วันที่ 3 พฤศจิกายน 2566 ที่จ.ฉะเชิงเทรา นายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ได้สั่งการให้ทีมชุดปฏิบัติการเต็มเหนี่ยวกระทรวงอุตสาหกรรม นำโดย นายฐาปกรณ์ กุลเจริญ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม นายสุรศักดิ์ จันทร์ชุม อุตสาหกรรมจังหวัดฉะเชิงเทรา ผู้แทนกรมโรงงานอุตสาหกรรม และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่เข้าตรวจสอบ บริษัท ทรัพย์เจริญ รีไซเคิล จำกัด ตั้งอยู่ที่ ถ.เขาหินช้อน – หนองว่าน ต.เขาหินซ้อน อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา ซึ่งมีใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน 3 ทะเบียนโรงงาน คือ 1.นำของเสียจากอุปกรณ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์มาผ่านกรรมวิธีบดย่อย เพื่อคัดแยก นำโลหะกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ 2.กิจการหลอมหล่อเศษโลหะจากเศษชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์เพื่อกลับมาใช้ใหม่ และ 3.กิจการคัดแยกวัสดุที่ไม่ใช้แล้วที่ไม่เป็นของเสียอันตราย เพื่อตรวจความถูกต้องในการดำเนินกิจการ

การลงพื้นที่ตรวจสอบโรงงานรีไซเคิลในครั้งนี้ สืบเนื่องจากข้อร้องเรียนของประชาชนในพื้นที่ เกี่ยวกับผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมที่อาจเกิดขึ้นจากการประกอบกิจการของโรงงาน ทางกระทรวงอุตสาหกรรมจึงได้ส่งทีม “ชุดเต็มเหนี่ยว” ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียด และดำเนินการตามอำนาจหน้าที่หากพบว่ามีการกระทำผิดจริง

“ชุดเต็มเหนี่ยว” ตรวจโรงงานรีไซเคิล เมืองแปดริ้ว

ไร้ระบบขจัดฝุ่น พบตะกอนระบบบำบัด

จากการตรวจสอบของชุดเต็มเหนี่ยว พบว่า โรงงานฯ มีอาคารโรงงานและผังการติดตั้งเครื่องจักรไม่ตรงกับที่ได้รับอนุญาตไว้ ไม่มีห้องเฉพาะสำหรับบดย่อย และไม่มีระบบขจัดฝุ่นละอองที่เกิดจากการบดย่อย ซึ่งไม่ถูกต้องตามเงื่อนไขการอนุญาต และยังพบตะกอนอยู่ในระบบบำบัดน้ำเสียที่ยังไม่มีการกำจัด นอกจากนี้ยังพบตะกอนในถุงบิ๊กแบคเป็นจำนวนมาก ปล่องระบายอากาศระบบขจัดมลพิษทางอากาศจากการหลอมมีการชำรุดรั่วไหล

สั่งปิดปรับปรุง

“การเข้าตรวจสอบโรงงานในวันนี้ แม้จะไม่พบสิ่งผิดปกติร้ายแรง แต่พบว่ามีหลายอย่างที่โรงงานไม่ถูกต้องตามหลักเกณฑ์เงื่อนไขการอนุญาต ทั้งเรื่องการติดตั้งเครื่องจักร การพบตะกอนที่ไม่มีการระบุชนิด รวมถึงปล่องกำจัดมลพิษ ซึ่งหากปล่อยไว้อาจจะทำให้เกิดความเดือดร้อนกับประชาชนในภายภาคหน้าได้ จึงได้สั่งโรงงานให้ระงับการดำเนินการและปรับปรุงแก้ไข และเจ้าหน้าที่ได้เก็บตัวอย่างกากและน้ำในระบบบำบัดน้ำเสียไปตรวจสอบ และจะมีหนังสือเตือนให้ควบคุมและให้โรงงานฯ มีการปฏิบัติและดำเนินการต่างๆ ให้ถูกต้อง” นายฐาปกรณ์ กล่าว

จากผลการตรวจสอบดังกล่าว แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการกำกับดูแลโรงงานอุตสาหกรรมอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชน การที่ “ชุดเต็มเหนี่ยว” ลงพื้นที่ตรวจสอบในครั้งนี้ ถือเป็นสัญญาณเตือนให้ผู้ประกอบการโรงงานทุกแห่ง ตระหนักถึงความรับผิดชอบต่อสังคม และปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด

ผลจากการตรวจโรงงานรีไซเคิลของ “ชุดเต็มเหนี่ยว”

  • โรงงานต้องระงับการดำเนินการและปรับปรุงแก้ไข
  • เจ้าหน้าที่เก็บตัวอย่างกากและน้ำในระบบบำบัดน้ำเสียไปตรวจสอบ
  • โรงงานจะได้รับหนังสือเตือนให้ควบคุมและดำเนินการให้ถูกต้อง

หากคุณพบเห็นโรงงานที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม หรือสงสัยว่ามีการกระทำผิดกฎหมาย สามารถแจ้งเบาะแสไปยังหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องได้ทันที เพื่อให้มีการตรวจสอบและดำเนินการแก้ไขอย่างทันท่วงที

ที่มา – “ชุดเต็มเหนี่ยว” ตรวจโรงงานรีไซเคิล เมืองแปดริ้ว พบหลายข้อบกพร่อง สั่งปิดโรงงานให้ปรับปรุง

สส.ชุติพงศ์ ชี้ “ธนกร” ตอบไม่ชัดเรื่องถอนอายัดเหล็ก “ซินเคอหยวน”

“สส.ชุติพงศ์ พิภพภิญโญ” ตั้งข้อสังเกต รมว.อุตสาหกรรม ตอบไม่ชัดปมถอนอายัดเหล็ก “ซินเคอหยวน” ที่บอกปรับปรุงแล้วเปิดได้ เหมือนเป็นการส่งสัญญาณให้ดำเนินการต่อหรือไม่ ปูดถึงมีข่าวลงขันเอา รมต. คนเดิมออก

นายชุติพงศ์ พิภพภิญโญ สส.ระยอง พรรคประชาชน โพสต์เฟซบุ๊กตั้งข้อสงสัยถึงความไม่ชอบมาพากลในการถอนอายัดเหล็ก “ซินเคอหยวน” ครั้งนี้อยู่หลายประการ ว่า

ประการแรก คำกล่าวอ้างของนายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ที่บอกว่าการถอนอายัดเหล็กส่วนหนึ่งแล้วอายัดเหล็กบางส่วนจำนวนน้อยกว่าไว้ต่อ ในรายละเอียดไม่ได้แถลงชัดเจนถึงกระบวนการตรวจสอบเหล็กและถอนอายัดที่เป็นประเด็นสำคัญ ก็ต้องตั้งคำถามว่าหากเหล็กในล็อต ปรากฏว่ามีเหล็กตกคุณภาพในล็อตผลิตนั้น เหตุใดจึงยังเชื่อมั่นในการปล่อยล็อตเหล็กเหล่านั้นออกมาอีก ถ้าล็อตนั้นผลิต 100 เส้น แล้วตรวจพบตกมาตรฐาน 10 เส้น คำถามคือเราต้องปล่อยอีก 90 เส้นที่เหลือไปหรืออายัดไว้ทั้งหมด เรื่องนี้ต้องการความชัดเจนอย่างมาก ว่าล็อตที่ปล่อยมาทั้งหมดไม่มีเหล็กตกคุณภาพในล็อตผลิตเดียวกัน

ประการที่สอง ในการแถลงของรัฐมนตรีมีท่าทีชัดเจนว่า แม้บริษัทซินเคอหยวนจะโดนคดีความเป็นพันคดี ไม่ใช่แค่ปัญหาการผลิต แต่ทั้งการกักเก็บฝุ่นแดงหลายหมื่นตัน และคดีความอื่นๆ อีกมากมาย เหตุใดจึงไม่ได้อธิบายอย่างชัดเจนว่าควรให้รอกระบวนการทางกฎหมายที่เป็นคดีที่เกี่ยวข้องทั้งหมดเกิดความกระจ่างก่อนจะบอกว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อ แต่กลับบอกว่าถ้าปรับปรุงแล้วก็เปิดได้ เหมือนเป็นการส่งสัญญาณจะให้ดำเนินการต่อใช่หรือไม่? ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดความไม่มั่นใจของประชาชนต่อการก่อสร้างโดยเหล็กใช่หรือไม่

ประการสุดท้าย ช่วงเวลาที่น่าสงสัยคือการถอนอายัดเหล็ก “ซินเคอหยวน” อยู่ในช่วงระหว่างเปลี่ยนผ่านรัฐบาล นายธนกรจะบอกว่าไม่เกี่ยวก็พูดได้ แต่หลังรับตำแหน่งนายธนกรได้มีการเรียกตรวจสอบหาข้อเท็จจริงอะไรเพิ่มเติมเพื่อทำหน้าที่ไขข้อสงสัยต่อสังคมบ้าง ตนเองหาก็ไม่ค่อยเจอ นายธนกรเลือกเงียบจนข่าวหลุดออกมาว่ามีการถอนอายัดไปแล้ว ค่อยมาอ้อมๆ แอ้มๆ ตอบแบบนี้

ถ้านายธนกรไม่สามารถตอบข้อสงสัยต่อสังคมได้ การที่เข้ามาแล้วทิศทางการทำงานของกระทรวงอุตสาหกรรมเปลี่ยนไป ประเด็นที่เป็นข่าวว่า มีการลงขันจะเอารัฐมนตรีคนเดิมออกให้ได้เพราะไปตรวจสอบมากๆ กลับปรากฏข่าวว่าพอรัฐมนตรีใหม่มา ก็มีโรงงานได้เหล็กที่อายัดไปคืนทันทีและไม่มีการดำเนินการอะไรโดยรัฐมนตรีคนใหม่ ประชาชนเขาก็จะตั้งคำถามว่าคุณมาทำแบบนี้เพราะอะไรกันแน่?

สส.ชุติพงศ์ ชี้ “ธนกร” ตอบไม่ชัดเรื่องถอนอายัดเหล็ก “ซินเคอหยวน”

ประเด็นสำคัญเกี่ยวกับ การถอนอายัดเหล็ก “ซินเคอหยวน”

  • ความไม่ชัดเจนในการตรวจสอบคุณภาพเหล็ก
  • ข้อกังวลเกี่ยวกับการส่งสัญญาณให้ดำเนินการต่อ
  • ช่วงเวลาที่น่าสงสัยของการถอนอายัด

ประเด็นนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อมาตรฐานความปลอดภัยของวัสดุก่อสร้าง การที่ สส.ชุติพงศ์ออกมาตั้งข้อสังเกตเช่นนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความกังวลของภาคประชาชนต่อการบริหารงานของภาครัฐ และความโปร่งใสในการตัดสินใจที่ส่งผลกระทบต่อสาธารณชนโดยรวม การที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมยังไม่สามารถตอบข้อสงสัยได้อย่างกระจ่างชัดเจน ยิ่งทำให้เกิดความคลางแคลงใจ และอาจนำไปสู่ความไม่ไว้วางใจในกระบวนการต่างๆ

ดังนั้น การเปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใส และการดำเนินการตรวจสอบอย่างละเอียดรอบคอบ จึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน และรักษาไว้ซึ่งความน่าเชื่อถือของภาครัฐ การเพิกเฉยต่อข้อสงสัยเหล่านี้ อาจส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือของรัฐบาลในระยะยาว

การออกมาให้ข้อมูลที่ชัดเจนและโปร่งใสจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นสิ่งที่ประชาชนคาดหวัง เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้องและป้องกันข้อกังวลที่อาจเกิดขึ้น หากไม่มีการดำเนินการใดๆ ที่ชัดเจน ข้อสงสัยและความไม่ไว้วางใจก็จะยังคงอยู่ต่อไป

การที่ สส. ออกมาตั้งคำถามเช่นนี้ ถือเป็นการทำหน้าที่ตรวจสอบและถ่วงดุลอำนาจอย่างหนึ่ง ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในระบอบประชาธิปไตย การตรวจสอบอย่างเข้มข้นจะช่วยให้การดำเนินงานของภาครัฐเป็นไปอย่างโปร่งใสและเป็นธรรม และช่วยป้องกันการทุจริตหรือการใช้อำนาจในทางมิชอบ

ที่มา – “สส.ชุติพงศ์” ชี้ “ธนกร” ตอบไม่ชัดเรื่องถอนอายัดเหล็ก “ซินเคอหยวน”

“ธนกร” ขอฝ่ายค้านมั่นใจ ปราบสแกมเมอร์ได้!

“ธนกร” เชื่อมั่น “อนุทิน” นั่งประธานคณะกรรมการฯ ชุดปราบสแกมเมอร์ได้แน่นอน! ขอฝ่ายค้านมั่นใจได้เลย วันนี้รัฐบาลเพิ่งเริ่มทำงานแค่ 2 สัปดาห์เท่านั้น

วันที่ 19 ตุลาคม 2568 นายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้แต่งตั้ง “คณะกรรมการอำนวยการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี” โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานกรรมการ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการปราบสแกมเมอร์ได้อย่างจริงจัง รัฐบาลจึงได้บูรณาการความร่วมมือกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กระทรวงการคลัง กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงยุติธรรม กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ ธนาคารแห่งประเทศไทย คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ เพื่อจัดการกับผู้กระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยีที่หลากหลายและเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว รวมถึงการกระทำความผิดที่เกี่ยวข้องกับเงินที่ได้จากอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยเฉพาะอย่างยิ่งการฟอกเงินโดยการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล ซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายต่อประชาชนในวงกว้าง และส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจและความมั่นคงของประเทศ

นายธนกร กล่าวต่อว่า รัฐบาลได้ส่งสัญญาณอย่างชัดเจนว่ากำลังเดินเกมรุกอย่างเป็นระบบ และจะต้องเห็นผลเป็นรูปธรรม เพื่อไม่ให้ประชาชนต้องถูกหลอกหรือตกเป็นเหยื่ออีกต่อไป ไม่ใช่แค่การสร้างภาพ หรือออกคำสั่งลอยๆ แล้วก็เงียบหายไปเหมือนที่ผ่านมา เพราะคณะกรรมการชุดนี้ จะต้องติดตามและประเมินผลการปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และการกระทำความผิดที่เกี่ยวข้องกับเงินที่ได้จากอาชญากรรมทางเทคโนโลยีของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อรายงานให้นายกรัฐมนตรี หรือคณะรัฐมนตรีรับทราบอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ คณะกรรมการชุดนี้ยังมี พลตำรวจโท จิรภพ ภูริเดช นายตำรวจมือปราบที่คลี่คลายคดีใหญ่ระดับประเทศมาแล้ว ย่อมมีความเข้าใจในโครงสร้างเครือข่ายอาชญากรรมได้เป็นอย่างดี และจะช่วยนำนโยบายของรัฐบาลไปสู่การปฏิบัติจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ

“ธนกร” ขอ ฝ่ายค้านมั่นใจปราบสแกมเมอร์ได้

“รัฐบาลภายใต้การนำของท่านนายกรัฐมนตรี มั่นใจว่าจะสามารถแก้ไขปัญหาได้แน่นอน ขอให้ทุกฝ่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งฝ่ายค้าน มั่นใจได้ วันนี้รัฐบาลเพิ่งเริ่มทำงานได้เพียง 2 สัปดาห์ เปรียบเสมือนการนำต้นไม้ลงดิน แต่เมื่อถึงเวลา ต้นไม้นี้จะออกดอกและผลให้เห็นอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืนแน่นอน” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าว

รัฐบาลเอาจริง! มั่นใจปราบสแกมเมอร์ได้แน่นอน

การที่นายกรัฐมนตรีอนุทินลงมาเป็นประธานควบคุมดูแลเรื่องการปราบปรามสแกมเมอร์ด้วยตัวเอง แสดงให้เห็นถึงความเอาจริงเอาจังของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมทางเทคโนโลยีที่กำลังระบาดอยู่ในขณะนี้ การมีคณะกรรมการอำนวยการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี จะช่วยให้การทำงานของหน่วยงานต่างๆ เป็นไปในทิศทางเดียวกัน มีการบูรณาการความร่วมมือกันอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ทำให้การปราบปรามสแกมเมอร์ทำได้อย่างรวดเร็วและเด็ดขาด

  • การฟอกเงินผ่านสินทรัพย์ดิจิทัล: รัฐบาลให้ความสำคัญกับการจัดการปัญหาการฟอกเงินผ่านสินทรัพย์ดิจิทัล ซึ่งเป็นช่องทางที่สแกมเมอร์ใช้ในการหลอกลวงประชาชน
  • ความร่วมมือกับทุกภาคส่วน: รัฐบาลทำงานร่วมกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน เพื่อให้การปราบปรามสแกมเมอร์เป็นไปอย่างครอบคลุมและยั่งยืน
  • การบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด: รัฐบาลจะบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดกับผู้ที่กระทำความผิด เพื่อให้ผู้ที่คิดจะกระทำความผิดเกรงกลัว

การที่รัฐบาลชุดใหม่ภายใต้การนำของนายกฯ อนุทิน ให้ความสำคัญกับการปราบปรามสแกมเมอร์เป็นเรื่องที่น่ายินดี และเป็นสัญญาณที่ดีว่าประเทศไทยจะสามารถแก้ไขปัญหาอาชญากรรมทางเทคโนโลยีได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ทั้งนี้ก็ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการเฝ้าระวังและแจ้งเบาะแสให้กับเจ้าหน้าที่ หากพบเห็นการกระทำที่น่าสงสัย

ที่มา – “ธนกร” ขอ ฝ่ายค้านมั่นใจปราบสแกมเมอร์ได้ เชื่อ “อนุทิน” นั่งประธานชุดปราบเอง

จ่าสิงห์ ล่า “ไดร์มรณะ” ต้นเหตุเด็ก 10 ขวบดับ

“จ่าสิงห์” สั่งไล่ล่าถึงต้นตอ “ไดร์มรณะ” คร่าชีวิตเด็กหญิงวัย 10 ขวบ ย้ำ ขายสินค้าไร้ มอก. เตรียมโดนคดีอาญา พร้อมเปิดปฏิบัติการกวาดล้างทั่วประเทศ

วันที่ 13 ตุลาคม 2568 จ่าเอก ยศสิงห์ เหลี่ยมเลิศ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ออกคำสั่งด่วนติดตามคดีกรณีเด็กหญิงวัย 10 ขวบในจังหวัดบุรีรัมย์เสียชีวิตจากไฟฟ้าช็อตขณะใช้ไดร์เป่าผมที่ไม่ได้มาตรฐาน พร้อมย้ำว่า “ถ้ามีใครเอาชีวิตประชาชนไปแลกกับกำไร ผมดำเนินคดีจนถึงที่สุด” โดยเรียก นายณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมด้วย นายพีรวัส สมวงศ์ คณะที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยฯ และ นายเอกนิติ รมยานนท์ เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) เข้าประชุมวางแผนบัญชาการเพื่อหาต้นตอและแก้ไขปัญหาเหตุการณ์นี้ให้ทันท่วงที

พบ ไดร์-ปลั๊กพ่วง ไม่มี มอก.

จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าไดร์เป่าผมและปลั๊กพ่วงที่ใช้ร่วมกันไม่ปรากฏเครื่องหมายมาตรฐานอุตสาหกรรม (มอก.) และมีความเสี่ยงไฟรั่วสูงเกินเกณฑ์กำหนด กระทรวงอุตสาหกรรมจึงประสานสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ลงพื้นที่ทันที ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเก็บหลักฐานทางเทคนิค ขยายผลหาผู้ผลิต ผู้นำเข้า และผู้จำหน่ายที่เกี่ยวข้อง

“สั่งให้ไปหาถึงต้นตอภายในเวลาที่เร็วที่สุด ไม่ใช่แค่จับรายย่อย แต่ต้องสืบถึงขบวนการ ถ้ามีใครเอาชีวิตประชาชนไปแลกกับกำไร ผมดำเนินคดีจนถึงที่สุด”

ระดมคณะทำงานตรวจสอบ

จ่าเอก ยศสิงห์ กล่าวด้วยว่า ได้สั่งระดมคณะทำงานฝ่ายกฎหมายและตรวจสอบสินค้าออนไลน์เพื่อสแกนหาสินค้าผิดมาตรฐานทุกแพลตฟอร์มทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยเฉพาะสินค้าไฟฟ้าในชีวิตประจำวัน เช่น ไดร์เป่าผม หม้อหุงข้าว เตารีด พัดลม และปลั๊กพ่วง ที่มักลักลอบจำหน่ายโดยไม่มี มอก.

ทั้งนี้ได้มอบหมายให้ นายพีรวัส สมวงศ์ คณะที่ปรึกษารัฐมนตรี ร่วมกับ สมอ. จัดทำ Roadmap กวาดล้างสินค้าอุตสาหกรรมผิดมาตรฐาน 3 ระยะ (เร่งด่วน–กลาง–ยั่งยืน) เพื่อคุ้มครองความปลอดภัยของผู้บริโภค พร้อมเชื่อมโยงสู่การยกระดับตลาดสินค้าไทยให้เป็นอุตสาหกรรมพึ่งพาได้อย่างแท้จริง พร้อมย้ำว่า “นี่ไม่ใช่การจับปรับ แต่คือภารกิจปกป้องชีวิตของคนไทย”

“ไดร์มรณะ” ภัยร้ายใกล้ตัวที่ต้องระวัง

เหตุการณ์เศร้าสลดที่เกิดขึ้นกับเด็กหญิงวัย 10 ขวบจาก “ไดร์มรณะ” กลายเป็นอุทาหรณ์เตือนใจให้ผู้บริโภคทุกคนตระหนักถึงความสำคัญของการเลือกซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีคุณภาพและได้มาตรฐาน มอก. (มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม) เพราะสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐานเหล่านี้อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

ความสำคัญของมาตรฐาน มอก.

เครื่องหมาย มอก. เป็นเครื่องหมายที่แสดงว่าสินค้าได้รับการตรวจสอบและรับรองแล้วว่ามีคุณภาพและความปลอดภัยตามมาตรฐานที่กำหนด การเลือกซื้อสินค้าที่มี มอก. จึงเป็นการลดความเสี่ยงจากอันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน โดยเฉพาะเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เกี่ยวข้องกับไฟฟ้าโดยตรง เช่น ไดร์เป่าผม ปลั๊กไฟ และสายไฟ

จะตรวจสอบสินค้าที่มี มอก. ได้อย่างไร?

คุณสามารถตรวจสอบสินค้าที่มี มอก. ได้ง่ายๆ โดยสังเกตจากเครื่องหมาย มอก. ที่ติดอยู่บนตัวสินค้า หรือบรรจุภัณฑ์ นอกจากนี้ คุณยังสามารถตรวจสอบข้อมูลสินค้าที่มี มอก. ได้จากเว็บไซต์ของสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.)

ผลกระทบจาก “ไดร์มรณะ” และการดำเนินการของภาครัฐ

จากกรณี “ไดร์มรณะ” จ่าเอก ยศสิงห์ เหลี่ยมเลิศ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ได้สั่งการให้มีการกวาดล้างสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน มอก. อย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เศร้าสลดเช่นนี้อีก พร้อมทั้งดำเนินคดีกับผู้ผลิต ผู้นำเข้า และผู้จัดจำหน่ายสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐานอย่างเด็ดขาด

ข้อควรระวังในการเลือกซื้อและใช้งานไดร์เป่าผม

  • เลือกซื้อไดร์เป่าผมที่มีเครื่องหมาย มอก.
  • ตรวจสอบสภาพของไดร์เป่าผมก่อนใช้งาน หากพบว่ามีรอยแตกร้าว หรือสายไฟชำรุด ไม่ควรใช้งาน
  • ไม่ควรใช้ไดร์เป่าผมในบริเวณที่มีความชื้นสูง หรือใกล้กับน้ำ
  • เมื่อใช้งานไดร์เป่าผมเสร็จแล้ว ควรถอดปลั๊กออกทุกครั้ง

เหตุการณ์ “ไดร์มรณะ” เป็นเรื่องที่น่าเศร้าและสะเทือนใจ แต่ก็เป็นสิ่งที่กระตุ้นให้เราทุกคนตระหนักถึงความสำคัญของการเลือกซื้อสินค้าที่มีคุณภาพและได้มาตรฐาน เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของเราเอง อย่ามองข้ามเรื่องเล็กๆ น้อยๆ เพราะอาจนำมาซึ่งความสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ได้

ที่มา – “จ่าสิงห์” สั่งไล่ล่าถึงต้นตอ “ไดร์มรณะ” คร่าชีวิตเด็กหญิงวัย 10 ขวบ

เตือนภัย! เลือกซื้อยางรถให้ดู ECO sticker

กระทรวงอุตสาหกรรมเตือนประชาชนให้ความสำคัญกับการเลือกซื้อยางรถยนต์ โดยให้สังเกต **ECO sticker** หลังพบว่ามียางรถยนต์ตกเกรด ไม่ได้มาตรฐาน และไม่มี มอก. ลักลอบวางจำหน่ายในตลาดเป็นจำนวนมาก การเลือกซื้อยางที่ไม่ได้มาตรฐานอาจส่งผลเสียร้ายแรงต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน

เตือนประชาชนเลือกซื้อยางรถให้ดู ECO sticker

กระทรวงอุตสาหกรรมได้สั่งการให้ชุดสุดซอยเข้าตรวจสอบโรงงานผลิตยางล้อรถยนต์และร้านจำหน่ายทั่วประเทศอย่างเข้มงวด เนื่องจากมีความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของประชาชนที่เลือกซื้อยางล้อรถยนต์ไม่ได้มาตรฐาน

ปัจจุบัน พบว่ามีการลักลอบนำยางรถยนต์เสื่อมสภาพและตกเกรดมาวางจำหน่ายในท้องตลาดหลายพื้นที่ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยในชีวิตของประชาชนอย่างร้ายแรง นอกจากนี้ ยังส่งผลเสียต่อความเชื่อมั่นในผลิตภัณฑ์ยางล้อที่ผลิตและจำหน่ายในประเทศ รวมถึงความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจและภาพลักษณ์การลงทุนของประเทศ

จากกรณีที่การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) สั่งปิดบริษัท ปริ๊งซ์ เฉิงซาน ไทร์ จำกัด โรงงานผลิตยางรถยนต์รายใหญ่ในจังหวัดชลบุรี เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2568 เนื่องจากลักลอบผลิตยางรถยนต์และรถบรรทุกที่ไม่ได้มาตรฐาน มีการลบวันที่ผลิตและตราสัญลักษณ์ยี่ห้อที่แก้มยาง แสดงให้เห็นถึงปัญหาการละเมิดมาตรฐานอย่างร้ายแรง

นอกจากนี้ ยังพบยางรถยนต์ที่ไม่แสดงเครื่องหมาย มอก. เป็นจำนวนมาก ซึ่งยางรถยนต์และยางรถบรรทุกเป็นสินค้าควบคุมตามมาตรฐาน มอก. ผู้ผลิตจะต้องได้รับใบอนุญาตและปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) กำหนด การละเมิดมาตรฐานดังกล่าวถือเป็นความผิดทางกฎหมาย

เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2568 ที่ผ่านมา กระทรวงอุตสาหกรรมร่วมกับกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) ได้ตรวจพบกองยางรถยนต์หลายขนาดที่ถูกลบวันที่ผลิตและตราสัญลักษณ์ยี่ห้อที่แก้มยางกว่า 74,504 เส้น มูลค่ารวมกว่า 223 ล้านบาท ภายในป่าในจังหวัดระยอง ซึ่งถูกปิดล้อมด้วยรั้วสังกะสีในลักษณะที่จงใจปกปิดการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ หากยางรถยนต์ที่ไม่ได้มาตรฐานเหล่านี้ถูกนำกลับไปจำหน่ายให้กับผู้บริโภค อาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนอย่างร้ายแรง และสร้างความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ

จากสถานการณ์ดังกล่าว กระทรวงอุตสาหกรรมจึงได้สั่งการให้ชุดสุดซอยของกระทรวงอุตสาหกรรมและกรมโรงงานอุตสาหกรรมร่วมกับการนิคมอุตสาหกรรม (กนอ.) เข้าตรวจสอบโรงงานผลิตยางล้อรถยนต์ในประเทศทุกโรงงาน และตรวจร้านจำหน่ายยางทั่วประเทศ เพื่อกำกับดูแลไม่ให้มีการลักลอบผลิตยางรถยนต์ที่ตกเกรด เสื่อมสภาพ และไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยและชีวิตทรัพย์สินของประชาชน

วิธีสังเกตยางรถยนต์ที่ได้มาตรฐาน ต้องมี ECO sticker

กระทรวงอุตสาหกรรมเน้นย้ำให้ประชาชนที่กำลังเลือกซื้อยางล้อรถยนต์ให้สังเกตป้าย **ECO sticker** ที่ติดบนยางล้อรถยนต์ทุกเส้น ยางรถยนต์ที่ได้มาตรฐาน มอก. จะต้องมีป้าย **ECO sticker** หากพบยางรถยนต์ที่ไม่มีป้าย **ECO sticker** ขอให้สันนิษฐานว่าเป็นยางรถยนต์ที่ไม่มี มอก. ตกเกรด และเสื่อมสภาพ

นอกจากนี้ กระทรวงฯ ขอให้ประชาชนช่วยแจ้งเบาะแสร้านจำหน่ายยางรถยนต์ที่ไม่มี มอก. ผ่านแอปพลิเคชั่น “แจ้งอุต” เพื่อให้กระทรวงฯ สามารถดำเนินการตรวจจับและดำเนินคดีทางกฎหมายได้อย่างเด็ดขาด

วิธีเลือกซื้อยางล้อรถยนต์ที่ได้มาตรฐานและปลอดภัย:

  • สังเกตป้าย ECO sticker ที่ติดบนยางรถยนต์ทุกเส้น
  • ตรวจสอบว่าป้าย, ยี่ห้อ, ขนาด, และผู้ผลิตที่ระบุบน ECO sticker ตรงกับที่ยาง
  • ตรวจสอบว่ามียางระบุ วัน, เดือน, ปี ที่ผลิตชัดเจน
  • สังเกตเครื่องหมาย มอก. เลขที่รับรอง คู่กับ QR Code ที่สามารถสแกนเพื่อตรวจสอบแหล่งที่มาของยางเส้นนั้นได้

การเลือกซื้อยางรถยนต์ที่มีคุณภาพและได้มาตรฐานเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งต่อความปลอดภัยบนท้องถนน อย่าละเลยที่จะตรวจสอบ **ECO sticker** และเครื่องหมาย มอก. ก่อนตัดสินใจซื้อ เพื่อความปลอดภัยของตัวคุณเองและผู้ร่วมใช้ถนน

ที่มา – เตือนประชาชนเลือกซื้อยางรถให้ดู ECO sticker หลังพบยางตกเกรด ไม่ได้มาตรฐาน

Scroll to top