การขนส่งน้ํามัน

นายกฯ ตอบแล้วขึ้นน้ำมัน 6 บาท มีโอกาสขึ้นอีก

นายกฯ ตอบแล้วขึ้นน้ำมัน 6 บาทตามกลไกตลาด บอกมีโอกาสขยับขึ้นอีก เป็นประเด็นร้อนที่ทุกคนให้ความสนใจในช่วงนี้ หลังจากราคาน้ำมันปรับขึ้น 6 บาทต่อลิตร ตามสถานการณ์น้ำมันโลกที่ผันผวนจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ชี้แจงอย่างละเอียด เพื่อสร้างความมั่นใจให้ประชาชนว่า รัฐบาลยังควบคุมสถานการณ์ได้ ไม่มีน้ำมันขาดแคลนแน่นอน

นายกฯ ตอบแล้วขึ้นน้ำมัน 6 บาทตามกลไกตลาด บอกมีโอกาสขยับขึ้นอีก

เมื่อวันที่ 27 มี.ค. 2567 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายกฯ อนุทิน กล่าวว่าการขึ้นราคาน้ำมันครั้งนี้เป็นไปตามกลไกตลาดโลก ซึ่งทุกประเทศกำลังเผชิญปัญหาเดียวกัน โดยเฉพาะในภูมิภาคอาเซียน ไทยยังมีราคาน้ำมันอยู่ในระดับต่ำกว่าประเทศเพื่อนบ้านหลายแห่ง แม้แต่ประเทศที่ผลิตน้ำมันเองก็ยังแพงกว่าเรา รัฐบาลพยายามอุ้มราคาไว้ 15 วันแรกเพื่อลดแรงกระเพื่อม แต่ไม่สามารถทำไปตลอดเพราะจะทำให้งบประมาณหมดและเสี่ยงต่อการรั่วไหลไปประเทศข้างเคียง

สถานการณ์ตะวันออกกลางยังคุกรุ่น ราคาน้ำมันมีโอกาสพุ่งสูง

นายกฯ ยอมรับว่ามีโอกาสที่ราคาน้ำมันจะขยับขึ้นอีก หากความขัดแย้งในตะวันออกกลางยืดเยื้อ โดยเฉพาะข่าวการปิดช่องแคบฮอร์มูซที่อาจกระทบการขนส่งน้ำมันโลก รัฐบาลกำลังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และยืนยันว่าไทยมีศักยภาพในการจัดหาน้ำมันดิบและน้ำมันกลั่นจากแหล่งอื่นๆ เพื่อป้องกันการขาดแคลน

มาตรการรับมือเพื่อความมั่นคงน้ำมันในประเทศ

เพื่อสร้างความมั่นใจ นายกฯ สั่งการให้ ปตท. นำน้ำมันดีเซลกลั่นสำเร็จรูปจากต่างประเทศมาขายให้ลาวแทน โดยเก็บน้ำมันที่กลั่นในไทยไว้ใช้เอง ซึ่งปกติส่งออกวันละ 5 ล้านลิตรไม่มีปัญหา นอกจากนี้ ยังเจรจากับโรงกลั่นเอกชนให้สั่งนำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศเพื่อส่งต่อลาว โดยไม่เน้นกำไร แต่เน้นรักษาสต็อกในประเทศให้มากที่สุด สิ่งเหล่านี้ช่วยเพิ่มปริมาณน้ำมันดีเซลในไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ประชาชนมั่นใจได้เลยว่ารัฐบาลเตรียมพร้อมดีแล้ว โดยเฉพาะช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่กำลังมาถึง ได้กำชับขนส่งสาธารณะ รถทัวร์ และรถโดยสารต่างๆ ให้รองรับผู้เดินทางเต็มที่

ขอความร่วมมือทุกภาคส่วนประหยัดพลังงาน

นายกฯ ฝากถึงประชาชนทุกคน ขอให้ร่วมกันประหยัดพลังงาน เช่น ปิดไฟที่ไม่ใช้ Work from Home ใช้รถสาธารณะที่ไทยมีบริการสะดวกสบายไม่แพ้ชาติใดในโลก หากทุกคนช่วยกัน จะช่วยลดความเดือดร้อนจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้นได้มาก

  • ปิดไฟฟ้าและเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่จำเป็น
  • Work from Home ลดการเดินทาง
  • ใช้รถสาธารณะ รถร่วม รถตู้
  • ตรวจเช็ครถยนต์ให้ประหยัดน้ำมัน
  • หลีกเลี่ยงการขับรถเปลี่ยวทางไกล

ในมุมมองของเรา การขึ้นราคาน้ำมันครั้งนี้แม้จะกระทบค่าครองชีพ แต่เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้จากปัจจัยภายนอก รัฐบาลแสดงให้เห็นถึงการบริหารจัดการที่ดี โดยเน้นความมั่นคงมากกว่าราคาถูกเพียงอย่างเดียว หากสถานการณ์คลี่คลาย ราคาก็น่าจะปรับลงได้ ลองคิดดูสิครับ ถ้าเราไม่ประหยัดตอนนี้ เดี๋ยวปัญหาจะยิ่งหนัก

คุณล่ะคิดอย่างไรกับการขึ้นราคาน้ำมันครั้งนี้? มีวิธีประหยัดน้ำมันอะไรบ้าง แชร์ประสบการณ์ในคอมเมนต์ด้านล่างเลยนะครับ เพื่อแลกเปลี่ยนไอเดียกัน!

ที่มา – นายกฯ ตอบแล้วขึ้นน้ำมัน 6 บาทตามกลไกตลาด บอกมีโอกาสขยับขึ้นอีก

“จุลพันธุ์” ยืนยันหน้าที่ สส.สะท้อนปัญหาน้ำมัน

สถานการณ์น้ำมันขาดแคลนกำลังสร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนทั่วประเทศ จากผลกระทบสงครามในตะวันออกกลางที่ทำให้ราคาน้ำมันโลกพุ่งสูง “จุลพันธุ์” ยืนยัน เป็นหน้าที่ สส. สะท้อนปัญหาประชาชนให้รัฐบาลรับฟังน้ำมันขาดแคลน พรรคเพื่อไทยในฐานะพรรคฝ่ายค้านหลัก จึงไม่นิ่งเฉย เตรียมลุกอภิปรายในสภาผู้แทนราษฎรเพื่อผลักดันให้รัฐบาลแก้ไขปัญหานี้อย่างเร่งด่วน

“จุลพันธุ์” ยืนยัน เป็นหน้าที่ สส. สะท้อนปัญหาประชาชนให้รัฐบาลรับฟังน้ำมันขาดแคลน

วันที่ 24 มีนาคม 2569 นายจุลพันธุ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ได้ให้สัมภาษณ์หลังจัดสัมมนาบรรยายความรู้ให้ ส.ส. หน้าใหม่ที่โรงแรมเอสซี พาร์ค โดยเน้นย้ำว่า “จุลพันธุ์” ยืนยัน เป็นหน้าที่ สส. สะท้อนปัญหาประชาชนให้รัฐบาลรับฟังน้ำมันขาดแคลน เป็นหน้าที่หลักของ ส.ส. ทุกคน ไม่ว่าจะฝ่ายค้านหรือรัฐบาล ในการรับฟังเสียงจากประชาชนและนำมาอภิปรายในสภา สัมมนาครั้งนี้เชิญเจ้าหน้าที่สภามาอบรมเรื่องญัตติ กระทู้ การอภิปราย และสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับสมัยประชุมใหม่

พรรคเพื่อไทยมุ่งทำงานสร้างสรรค์ ตรวจสอบรัฐบาลอย่างเข้มข้น พร้อมเดินหน้านโยบายที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน โดยได้ยื่นร่างกฎหมายเข้าสภาแล้วกว่า 10 ฉบับ และมีคิวรอเข้าสมัยประชุมนี้ถึง 47 ฉบับ เลยทีเดียว นอกจากนี้ ยังเตรียมเสนอญัตติแก้ปัญหาพลังงาน โดยเชื่อมโยงกับสถานการณ์ตะวันออกกลางที่กระทบทั่วโลก

ผลกระทบจากปัญหาน้ำมันขาดแคลนต่อเศรษฐกิจไทย

ปัญหาน้ำมันไม่ใช่แค่น้ำมันแพง แต่เป็นน้ำมันที่มีเพียงพอในระบบแต่กระจายไม่ทั่วถึงประชาชน ส่งผลกระทบเป็นโดมิโน่ไปยังหลายภาคส่วน เช่น

  • ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคพุ่งสูง: ค่าขนส่งที่ปรับขึ้นตามราคาน้ำมัน ทำให้สินค้าจำเป็นอย่างข้าวสาร เนื้อสัตว์ ผักผลไม้ แพงขึ้นทันที ส่งผลให้ค่าครองชีพของประชาชนเพิ่ม
  • เศรษฐกิจชะลอตัว: ผู้ประกอบการรายย่อย โดยเฉพาะ SME ที่พึ่งพาการขนส่ง ต้องแบกรับต้นทุนสูง จนบางรายต้องลดกำลังการผลิตหรือปิดกิจการ
  • เงินเฟ้อและกำลังซื้อลดลง: ประชาชนรายได้น้อยเดือดร้อนหนัก เพราะรายจ่ายเพิ่มแต่รายได้ไม่เปลี่ยน สถานการณ์นี้หากไม่แก้ไข อาจนำไปสู่ปัญหาสังคมรุนแรง
  • กระทบอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและเกษตร: น้ำมันแพงทำให้ต้นทุนน้ำมันดีเซลสำหรับรถบรรทุกและเรือสูง เกษตรกรขนผลผลิตไม่ได้ราคา

นายจุลพันธุ์ ชี้ว่า ส.ส. ทุกพรรคต้องร่วมมือกันอภิปรายประเด็นนี้ ไม่ใช่แค่พลังงาน แต่รวมถึงการจัดสรรทรัพยากรให้ทั่วถึง พรรคเพื่อไทยจะลุกอภิปรายร่วมกับ ส.ส. พรรคอื่น ๆ เพื่อให้เกิดการแก้ไขที่ยั่งยืน

พรรคเพื่อไทยผลักดันกฎหมาย 47 ฉบับในสมัยประชุมใหม่

นอกจากปัญหาน้ำมัน พรรคเพื่อไทยยังเตรียมผลักดันกฎหมายสำคัญหลายสิบฉบับ เพื่อแก้ปัญหาให้ประชาชน เช่น กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจ พลังงาน สวัสดิการ และการตรวจสอบรัฐบาล สิ่งนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของพรรคในการเป็นกระบอกเสียงประชาชน

ในมุมมองของผู้เขียน ปัญหาน้ำมันขาดแคลนครั้งนี้เป็นบททดสอบรัฐบาล ถ้าสามารถจัดการได้ดี จะช่วยฟื้นเศรษฐกิจไทยได้ทันที ส.ส. ฝ่ายค้านอย่างเพื่อไทยจึงมีบทบาทสำคัญในการกดดันให้เกิดการแก้ไขที่แท้จริง

คุณคิดอย่างไรกับการอภิปรายครั้งนี้? มาร่วมแสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความเพื่อให้ข้อมูลนี้แพร่กระจายถึงเพื่อน ๆ กันนะครับ ติดตามข่าวการเมืองอัปเดตเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของเรา!

ที่มา – “จุลพันธุ์” ยืนยัน เป็นหน้าที่ สส. สะท้อนปัญหาประชาชนให้รัฐบาลรับฟังน้ำมันขาดแคลน

“พิพัฒน์” เผยไม่พบกักตุนน้ำมันใต้ เร่งส่งดีเซล

สถานการณ์น้ำมันดีเซลในไทยกำลังเป็นที่จับตามอง โดยเฉพาะหลังจากเกิดความกังวลเรื่องการขาดแคลนจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ล่าสุด “พิพัฒน์” เผย ไม่พบผู้กักตุนน้ำมันภาคใต้ เร่งส่งดีเซลใช้ภาคขนส่ง หลังถูกขู่หยุดเดินรถ ทำให้ประชาชนโล่งใจขึ้นบ้าง แต่รัฐบาลยังต้องเร่งแก้ปัญหาอย่างต่อเนื่อง

“พิพัฒน์” เผย ไม่พบผู้กักตุนน้ำมันภาคใต้ เร่งส่งดีเซลใช้ภาคขนส่ง หลังถูกขู่หยุดเดินรถ

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ออกมาเปิดเผยหลังการประชุมที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2569 ว่า จากการตรวจสอบโดยหน่วยเฉพาะกิจที่นายกรัฐมนตรีตั้งขึ้น ไม่พบหลักฐานการกักตุนน้ำมันในภาคใต้เลย มีเพียงกรณีเล็กน้อยในอ่างทอง 3.3 แสนลิตร และพยายามส่งออกไปประเทศเพื่อนบ้าน 20,000 ลิตรเท่านั้น สิ่งนี้ช่วยคลายความกังวลเรื่องการกักตุนที่อาจทำให้สถานการณ์เลวร้ายลง

ก่อนหน้านี้ สมาคมโลจิสติกส์และขนส่งภาคใต้ ได้ร้องเรียนและขู่จะหยุดให้บริการขนส่ง หากไม่มีน้ำมันดีเซลเพียงพอ รัฐบาลจึงเร่งส่งน้ำมันผ่านพ่อค้าคนกลาง เพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้าในภาคใต้ ซึ่งเป็นพื้นที่สำคัญของการขนส่งสินค้า

สถานการณ์น้ำมันดีเซลทั่วประเทศ

ปลัดกระทรวงพลังงาน นายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ กล่าวว่า การใช้น้ำมันดีเซลอยู่ที่ 84 ล้านลิตรต่อวัน ต้องจับตาว่าจะคงที่หรือไม่ หลังช่วงแรกเกิดการตื่นตระหนกกักตุน แต่คาดว่าจะกลับสู่ปกติ การเพิ่มดีเซล B5 B7 B20 จะช่วยลดการใช้ดีเซลพื้นฐาน ทำให้สำรองน้ำมันอยู่ที่ 90-100 วัน

ส่วนปัญหาการผลิตไม่ทันใช้ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน นายสราวุธ แก้วตาทิพย์ ชี้แจงว่า เอกชนนำน้ำมันสำรองออกมาใช้ และรัฐผ่อนผายเกณฑ์สำรองเพิ่ม โรงกลั่นและพ่อค้าที่ไม่รายงานมีโทษปรับและอาญา

การขนส่งและหาน้ำมันสำรอง

การขนส่งน้ำมันหลักทางรถบรรทุก 40% ท่อ 30% รถไฟ 20% เรือ 10% โดยท่อส่งในภาคอีสานเพิ่มจาก 3.5 เป็น 5-6 ล้านลิตรต่อวัน และมีแนวโน้มสูงขึ้น สำหรับน้ำมันดิบ รัฐจัดหาจากแหล่งนอกตะวันออกกลาง เช่น แองโกลา สหรัฐฯ และลาตินอเมริกาที่กำลังขนส่งมา

  • ท่อส่ง: 30% โดยเฉพาะไทยออยล์
  • รถบรรทุก: 40% หลักสำหรับทั่วประเทศ
  • รถไฟ: 20% ช่วยกระจายในบางพื้นที่
  • เรือ: 10% สำหรับระยะไกล

แก้ปัญหาสถานีบริการหมดโควต้า

นายดนุพร พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒน์ฯ แจงกรณีสถานีบางจากหมดโควต้า เนื่องจากขายเกินผลิต แต่ตอนนี้ปลดล็อกเกณฑ์สำรองเพิ่ม 1.5% แล้ว สามารถส่งน้ำมันปกติตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน

โดยรวมแล้ว สถานการณ์ดูดีขึ้น รัฐบาลแสดงศักยภาพในการจัดการวิกฤตได้ แม้ยังต้องติดตามตัวเลขการใช้ต่อไป หากคุณเป็นผู้ประกอบการขนส่งหรือผู้ใช้รถยนต์ แนะนำให้เติมน้ำมันตามปกติ อย่าตื่นตระหนก และติดตามข่าวจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ สถานการณ์น้ำมันดีเซลกำลังคลี่คลาย ผู้บริโภคสามารถวางใจได้มากขึ้น

ติดตามอัปเดตสถานการณ์น้ำมันล่าสุดได้ที่บล็อกของเรา และแชร์ประสบการณ์ของคุณในคอมเมนต์ด้านล่าง!

ที่มา – “พิพัฒน์” เผย ไม่พบผู้กักตุนน้ำมันภาคใต้ เร่งส่งดีเซลใช้ภาคขนส่ง หลังถูกขู่หยุดเดินรถ

ยันไทยมีน้ำมันใช้ได้อีก 103 วัน ดีเซล需求สูง

ในสถานการณ์ที่หลายคนกังวลเรื่องน้ำมันขาดแคลน เรามีข่าวดีจากอธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน ที่ ยันไทยมีน้ำมันใช้ได้อีก 103 วัน แต่ยอมรับดีเซลยังมีความต้องการสูงกว่าปกติ วันนี้เราจะมาอัปเดตข้อมูลแบบละเอียด เพื่อให้ทุกคนมั่นใจและเข้าใจสถานการณ์กันชัดเจน

ยันไทยมีน้ำมันใช้ได้อีก 103 วัน แต่ยอมรับดีเซลยังมีความต้องการสูงกว่าปกติ

นายสราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน กระทรวงพลังงาน ได้แถลงข่าวเมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2569 ถึงสถานการณ์น้ำมันในประเทศ โดยยืนยันชัดเจนว่า ยันไทยมีน้ำมันใช้ได้อีก 103 วัน แต่ยอมรับดีเซลยังมีความต้องการสูงกว่าปกติ จากข้อมูลล่าสุด ปริมาณน้ำมันสำรองมีถึง 1,504 ล้านลิตรสำหรับการค้า 3,389 ล้านลิตรตามกฎหมาย และกำลังขนส่งอีก 4,206 ล้านลิตร รวมทั้งยืนยันการจัดหาแล้ว 3,700 ล้านลิตร พอใช้ได้ยาวๆ 103 วัน ไม่ต้องห่วง!

การผลิตน้ำมันเบนซินและดีเซลในประเทศ

สำหรับน้ำมันเบนซิน 5 โรงกลั่นผลิตได้ 35.28 ล้านลิตรต่อวัน ซึ่งเป็นเบนซินพื้นฐานที่จะผสมเอทานอล โดยผู้ค้าน้ำมันมาตรา 7 หลังผสมแล้วกลายเป็นแก๊สโซฮอล์ 91 และ 95 รวม 34.40 ล้านลิตร ส่งให้ผู้ค้าหลัก 14 ราย และจำหน่ายผ่านปั๊ม 28.78 ล้านลิตร ที่เหลือขายให้ผู้ค้ารายย่อย ข้อมูลผู้ค้ารายย่อยจะชัดเจนใน 2-3 วันนี้

ส่วนดีเซล 6 โรงกลั่นผลิตพื้นฐาน 79.91 ล้านลิตรเมื่อ 20 มี.ค. ส่งบางส่วนให้อุตสาหกรรม โรงไฟฟ้า เรือเดินทะเล หลังผสมไบโอดีเซลได้ดีเซลหมุนเร็ว 66.81 ล้านลิตร ส่งให้ผู้ค้า 15 ราย รวม 71 ล้านลิตร โดยดึงสต็อกเก่า ปกติดีเซลใช้ 67-70 ล้านลิตร/วัน แต่ตอนนี้สูงกว่า บางวันพุ่ง 100 ล้านลิตร!

การตรวจสอบคลังน้ำมันและปราบปรามการโกง

ความคืบหน้าดีมาก ตรวจคลังน้ำมันบริษัทใหญ่ในอ่างทอง 19 มี.ค. จากรอยสิงห์บุรีที่ขายแพง พบใบกำกับขนส่งผิด – ระบุส่งกรุงเทพฯ แต่ไปโผล่อ่างทอง กำลังตรวจสอบเพิ่ม เก็บตัวอย่างน้ำมันส่งตร. นอกจากนี้ ลงพื้นที่ตรวจ 8 คลัง 4 จังหวัดกับ รมว.ยุติธรรม ไม่พบผิดปกติ จะตรวจต่อเนื่อง

  • คำสั่งนายก: ผู้ค้ามาตรา 7-10 ต้องรายงานราคาและข้อมูลทุกวัน 18:00 น.
  • พัฒนาแอป Pump Radar และ Fuel Now ให้เช็คราคาน้ำมันง่ายๆ ผ่านพลังงานจังหวัด
  • ผ่อนผันนำเข้าน้ำมันกระจายปั๊มเร็วสุด

ข้อมูลพวกนี้ช่วยให้ระบบโปร่งใส ผู้บริโภคเข้าถึงง่าย สถานการณ์โดยรวมยังควบคุมได้ แม้ดีเซล需求พุ่งจากภาค運輸และอุตสาหกรรม

ข้อแนะนำสำหรับผู้ใช้รถ

ตอนนี้ไม่ต้องตื่นตระหนก ควรเช็คราคาผ่านแอปใหม่ๆ เติมน้ำมันปกติ แต่ถ้าดีเซล需求สูง อาจลองใช้แก๊สโซฮอล์หรือ E20 ถ้ารถรองรับ เพื่อช่วยลดภาระระบบ สุดท้าย ยันไทยมีน้ำมันใช้ได้อีก 103 วัน แต่ยอมรับดีเซลยังมีความต้องการสูงกว่าปกติ คือสัญญาณดีว่ารัฐบาลจัดการได้ ติดตามอัปเดตต่อไป และแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ รับรู้ด้วยนะ!

ติดตามข่าวพลังงานล่าสุดเพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ ลดความเสี่ยงจากข่าวลือ

ที่มา – ยันไทยมีน้ำมันใช้ได้อีก 103 วัน แต่ยอมรับดีเซลยังมีความต้องการสูงกว่าปกติ

ผ่อนผันรถบรรทุกขนส่ง “น้ำมัน” เดินรถ 24 ชม. ทุกจังหวัด

ในช่วงสถานการณ์โลกที่ไม่แน่นอน โดยเฉพาะความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ออกมาตรการสำคัญเพื่อรับมือปัญหาการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง นั่นคือ ผ่อนผันรถบรรทุกขนส่งน้ำมัน ให้สามารถเดินรถได้ตลอด 24 ชั่วโมงในทุกจังหวัดทั่วประเทศ มาตรการนี้จะช่วยให้การกระจายน้ำมันไปยังสถานีบริการต่าง ๆ รวดเร็วและทั่วถึงมากขึ้น ลดความกังวลของประชาชนเรื่องน้ำมันไม่พอใช้

ผ่อนผันรถบรรทุกขนส่งน้ำมัน

วันที่ 20 มีนาคม 2569 พล.ต.ท. ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้แถลงข่าวอย่างเป็นทางการ โดย พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะหัวหน้าเจ้าพนักงานจราจรทั่วราชอาณาจักร ได้พิจารณาและออกข้อบังคับผ่อนผันนี้ เพื่อบริหารจัดการด้านการจราจรในการขนส่งน้ำมันให้มีประสิทธิภาพสูงสุด มาตรการ ผ่อนผันรถบรรทุกขนส่งน้ำมัน นี้ครอบคลุมทั้งกรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และจังหวัดอื่น ๆ ทั่วประเทศ ทำให้รถบรรทุกน้ำมันสามารถวิ่งได้ไม่จำกัดเวลา ตั้งแต่เที่ยงคืนไปจนถึงเช้า

สาเหตุหลักของการผ่อนผันรถบรรทุกขนส่งน้ำมัน

สาเหตุมาจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยังคงรุนแรง ส่งผลกระทบโดยตรงต่อเส้นทางการขนส่งน้ำมันจากต่างประเทศ ทำให้ปริมาณน้ำมันเข้าประเทศไทยอาจชะลอตัว กระทรวงพลังงาน กลุ่มผู้ค้าน้ำมัน และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงร่วมมือกันประเมินสถานการณ์และวางแผน เพื่อให้แน่ใจว่าน้ำมันจะกระจายไปถึงประชาชนทุกพื้นที่อย่างเพียงพอ ไม่เกิดการขาดแคลนหรือต่อคิวเติมน้ำมันยาวเหยียดเหมือนที่เคยเกิดขึ้นในอดีต

รายละเอียดและระยะเวลาของมาตรการ

มาตรการนี้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 20 มีนาคม 2569 จนถึงวันที่ 30 เมษายน 2569 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่คาดว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย รถบรรทุกขนส่งน้ำมันจะได้รับอนุญาตให้เดินทางตลอด 24 ชั่วโมง โดยไม่ต้องยึดติดกับข้อจำกัดเวลาเดิมที่ห้ามวิ่งในช่วงกลางคืนในบางพื้นที่ ช่วยลดเวลาขนส่งลงอย่างมาก

  • ครอบคลุมทุกจังหวัดทั่วประเทศไทย
  • เริ่มวันที่ 20 มีนาคม 2569
  • สิ้นสุดวันที่ 30 เมษายน 2569
  • มุ่งเน้นการกระจายน้ำมันไปยังสถานีบริการน้ำมัน
  • ร่วมประสานงานกับกระทรวงพลังงานและผู้ค้าน้ำมัน

ประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับจากมาตรการผ่อนผันรถบรรทุกขนส่งน้ำมัน

ประชาชนทั่วไปจะได้ประโยชน์โดยตรง เช่น การเติมน้ำมันที่สะดวกขึ้น ไม่ต้องตื่นแต่เช้ามาหาคิวยาว นอกจากนี้ยังช่วยรักษาเสถียรภาพราคาน้ำมันไม่ให้พุ่งสูงเกินไป เนื่องจากอุปทานเพียงพอต่อความต้องการ นอกจากนี้ ผู้ประกอบการสถานีบริการน้ำมันก็จะบริหารสต็อกได้ดีขึ้น ลดความเสี่ยงขาดแคลนในพื้นที่ห่างไกล

ผลกระทบจากสถานการณ์ตะวันออกกลางต่อประเทศไทย

ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะปัญหาการขนส่งทางทะเลและท่อส่งน้ำมัน ทำให้ราคาน้ำมันดิบโลกผันผวน ส่งผลให้ไทยซึ่งนำเข้าน้ำมันกว่า 80% ต้องเผชิญความเสี่ยง มาตรการนี้จึงเป็นการป้องกันเชิงรุก เพื่อไม่ให้ปัญหาลุกลามมาถึงประชาชน การอนุญาตให้รถบรรทุกวิ่ง 24 ชั่วโมงจะช่วยเร่งการหมุนเวียนสต็อกน้ำมันให้เร็วขึ้น ครอบคลุมพื้นที่ชนบทและเมืองใหญ่

นอกจากนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติยังได้กำชับให้รถบรรทุกทุกคันปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด เช่น ตรวจสภาพรถ สวมใส่เสื้อกั๊กสะท้อนแสง และแจ้งเส้นทางล่วงหน้า เพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้ถนนทุกคน

คำแนะนำสำหรับผู้ใช้รถใช้ถนน

  • หลีกเลี่ยงการขับรถตามหลังรถบรรทุกน้ำมันใกล้เกินไป โดยเฉพาะช่วงกลางคืน
  • ใช้แอปพลิเคชันติดตามสถานีน้ำมันเพื่อเช็คสต็อกแบบเรียลไทม์
  • ประหยัดน้ำมันด้วยการขับขี่อย่างนุ่มนวล ลดการเร่ง-เบรกบ่อย
  • ติดตามข่าวสารจากช่องทาง官方อย่างสม่ำเสมอ

มาตรการ ผ่อนผันรถบรรทุกขนส่งน้ำมัน นี้แสดงให้เห็นถึงความรวดเร็วในการตอบสนองของหน่วยงานรัฐต่อวิกฤตพลังงาน สร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนได้เป็นอย่างดี หากสถานการณ์ดีขึ้น มาตรการนี้อาจถูกยกเลิกก่อนกำหนด แต่ในระหว่างนี้ เราสามารถมั่นใจได้ว่าน้ำมันจะเพียงพอต่อการใช้งานประจำวัน

คุณคิดอย่างไรกับมาตรการนี้? มันช่วยลดความกังวลของคุณได้มากน้อยแค่ไหน? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อแจ้งเตือนเพื่อน ๆ และครอบครัวให้ทราบด้วยนะครับ!

ที่มา – ผ่อนผันให้รถบรรทุกขนส่ง “น้ำมัน” เดินรถในทุกจังหวัดได้ตลอด 24 ชั่วโมง

“อนุทิน” จี้ ขนส่ง-จ๊อบเบอร์ โชว์สัญญาซื้อน้ำมัน

“อนุทิน” จี้ ขนส่ง-จ๊อบเบอร์ โชว์สัญญาซื้อน้ำมัน หลังปริมาณลดอย่างมีนัยสำคัญ เป็นข่าวร้อนที่ทุกคนกำลังจับตามองท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดจากสงครามในตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันและการ供水ทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยด้วย รัฐบาล โดยนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ได้เรียกประชุมด่วนเพื่อตรวจสอบและแก้ไขปัญหานี้อย่างเร่งด่วน

“อนุทิน” จี้ ขนส่ง-จ๊อบเบอร์ โชว์สัญญาซื้อน้ำมัน หลังปริมาณลดอย่างมีนัยสำคัญ

ในวันที่ 19 มีนาคม 2569 ที่รัฐสภา นายอนุทิน เป็นประธานการประชุมศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง (ศบก.) มีผู้เข้าร่วมสำคัญมากมาย เช่น นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และ รมว.คมนาคม, นายเอกนิติ นิติฑันประภาส รองนายกฯ และ รมว.คลัง, นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.ต่างประเทศ, นางศุภจี สุธรรมพันธ์ รมว.พาณิชย์, นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รมว.พลังงาน, พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร., นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. และตัวแทนภาคเอกชน เช่น บริษัท บางจาก, เชลล์, ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก, สตาร์ฟูเอลส์ (คาลเท็กซ์), ซัสโก้, ไทยออยล์ รวมถึงผู้แทนโรงกลั่น 6 ราย, คลังน้ำมัน 3 ราย, ผู้ค้าน้ำมัน 3 ราย, รถขนส่ง 3 ราย, สมาคมประมง และผู้ประกอบการอื่นๆ

สถานการณ์น้ำมันไทยท่ามกลางสงครามตะวันออกกลาง

นายกรัฐมนตรี อนุทิน กล่าวว่าสถานการณ์สงครามยืดเยื้อ สร้างผลกระทบเศรษฐกิจโลกและไทย รัฐบาลได้ปรับมาตรการพลังงาน เช่น กำหนดเพดานราคาน้ำมัน, ส่งเสริมพลังงานชีวภาพ, ขยายเวลาขนส่งน้ำมัน เพื่อให้ประชาชนเติมน้ำมันได้สะดวกเหมือนก่อนสงคราม โดยย้ำว่าราคาตามกลไกตลาด แต่ลดผลกระทบประชาชนให้น้อยที่สุด

อย่างไรก็ตาม ยังมีปัญหาปฏิบัติ เช่น ประชาชนกังวลน้ำมันไม่พอ รอคิวยาว นายกฯ ยืนยันน้ำมันดิบในประเทศไม่ขาดแคลน สามารถนำเข้าจากหลายภูมิภาค ไม่มีสัญญาณลดลง เปรียบเทียบเหมือนตู้ ATM ที่เงินมีแต่คนกดเกิน ต้องสร้างความเชื่อมั่นเพื่อหยุดการตื่นตระหนก

เพื่อแก้ปัญหา ขอผ่อนผันเวลาให้รถขนส่งน้ำมันเข้าฯ โดยตร. กำหนดราคาขายสอดคล้องกันทุกจุด หน้าโรงกลั่น หน้าคลัง หน้าปั๊ม ไม่ให้ราคาแตกต่างจนเกิดการแห่ซื้อ

คำสั่งตรวจสอบเข้มงวดจากอนุทิน

ในที่ประชุม “อนุทิน” จี้ ขนส่ง-จ๊อบเบอร์ โชว์สัญญาซื้อน้ำมัน หลังปริมาณลดอย่างมีนัยสำคัญ โดยตั้งคำถามตรงๆ ว่า:

  • โรงกลั่น: น้ำมันดิบเข้าปริมาณเท่าไหร่? แตกต่างจากปกติแค่ไหน? เดินเครื่องเต็มกำลังหรือไม่? กลั่นน้ำมันแต่ละประเภทออกมากน้อยแค่ไหน? มีโควตาจัดส่งหรือไม่?
  • คลังน้ำมัน: ประกาศขายหน้าคลังตามคำสั่งรัฐบาลหรือยัง? ขายจ๊อบเบอร์ราคาใหม่หรือไม่? มีเอกสารยืนยัน?
  • จ๊อบเบอร์: สัญญาซื้อขายปริมาณเท่าไหร่? กำไรปกติหรือฉวยโอกาสค้ากำไรเกินควร?
  • ขนส่ง: เพิ่มเที่ยวขนส่งหลังขยายเวลาหรือไม่? ส่งออกไปไหน ปริมาณเท่าไหร่?

นายกฯ สั่งกรมธุรกิจพลังงานควบคุมการส่งออก และจะประกาศในราชกิจจานุเบกษาให้ชัดเจน เพื่อให้ผู้ปฏิบัติไม่กังวลกฎหมาย

สถานการณ์นี้แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลกำลังทำงานอย่างใกล้ชิดทุกภาคส่วน เพื่อรักษาเสถียรภาพน้ำมันและราคา ประชาชนไม่ต้องกังวลมาก หากแต่ละฝ่ายชี้แจงโปร่งใส ปัญหาจะคลี่คลายเร็ว

ในมุมมองของเรา การตรวจสอบแบบนี้เป็นก้าวสำคัญในการป้องกันการเอาเปรียบผู้บริโภค โดยเฉพาะจ๊อบเบอร์และขนส่งที่อาจฉวยโอกาสจากวิกฤต สุดท้าย รัฐบาลย้ำน้ำมันไทยเพียงพอ ใช้ชีวิตปกติได้

ติดตามอัปเดตสถานการณ์น้ำมันล่าสุด และแบ่งปันบทความนี้เพื่อให้เพื่อนๆ รู้ข้อมูลจริง หยุดตื่นตระหนก!

ที่มา – “อนุทิน” จี้ ขนส่ง-จ๊อบเบอร์ โชว์สัญญาซื้อน้ำมัน หลังปริมาณลดอย่างมีนัยสำคัญ

ปลัดมหาดไทยสั่งผ่อนผันรถขนส่งน้ำมัน 24 ชม.

ปลัดมหาดไทย สั่ง ผวจ.ประสานผู้การตำรวจจังหวัด ผ่อนผันรถขนส่งน้ำมันวิ่งตลอด 24 ชม. เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนจากปัญหาการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงที่อาจเกิดขึ้นจากสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง มาตรการเร่งด่วนนี้จะช่วยให้การกระจายน้ำมันไปยังปั๊มน้ำมันทั่วประเทศราบรื่นยิ่งขึ้น

ปลัดมหาดไทย สั่ง ผวจ.ประสานผู้การตำรวจจังหวัด ผ่อนผันรถขนส่งน้ำมันวิ่งตลอด 24 ชม.

วันที่ 18 มีนาคม 2569 นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้รับคำสั่งจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้เร่งบูรณาการงานระหว่างหน่วยงาน เพื่อรับมือวิกฤตพลังงานที่อาจกระทบประเทศไทยจากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล กับอิหร่าน กระทรวงมหาดไทยจึงเป็นหัวใจหลักในการสนับสนุนกระทรวงพลังงาน ให้พลังงานเชื้อเพลิงไหลเวียนถึงมือประชาชนทุกพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

สาเหตุที่นำไปสู่มาตรการผ่อนผันรถขนส่งน้ำมัน

ปัญหาเกิดจากการประชุมระหว่างกระทรวงพลังงานกับกลุ่มผู้ค้าน้ำมันเมื่อ 16 มีนาคม 2569 พบว่าความต้องการน้ำมันพุ่งสูง แต่การขนส่งติดขัดเพราะกฎจราจรที่จำกัดเวลาวิ่งของรถบรรทุกน้ำมันตามกฎหมายจราจรทางบก โดยเฉพาะช่วงกลางคืนและเส้นทางพิเศษ สถานการณ์โลกที่ตึงเครียดยิ่งทำให้ต้องเร่งแก้ไขทันที กระทรวงพลังงานจึงขอให้ตำรวจผ่อนผันให้รถขนส่งน้ำมันวิ่งได้ 24 ชั่วโมง เป็นเวลา 1 เดือน

ปลัดมหาดไทย สั่ง ผวจ.ประสานผู้การตำรวจจังหวัด ผ่อนผันรถขนส่งน้ำมันวิ่งตลอด 24 ชม. โดยมีหนังสือแจ้งไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ ให้ไปคุยกับผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด ซึ่งเป็นหัวหน้าเจ้าพนักงานจราจรท้องถิ่น เพื่ออนุมัติการวิ่งรถแบบไม่จำกัดเวลาแบบกรณีพิเศษ

รายละเอียดมาตรการและขั้นตอนการดำเนินการ

  • ผู้ว่าราชการจังหวัดประสานงานกับผู้การตำรวจจังหวัดทันที เพื่อผ่อนผันกฎจราจรสำหรับรถขนส่งน้ำมัน
  • อนุญาตให้รถบรรทุกน้ำมันวิ่งได้ตลอด 24 ชั่วโมง จากคลังน้ำมันไปยังสถานีบริการน้ำมันทั่วประเทศ
  • ระยะเวลาผ่อนผัน 1 เดือน เพื่อรับมือวิกฤตชั่วคราว
  • กระทรวงมหาดไทยจะติดตามผลและรายงานสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
  • ความร่วมมือระหว่างกระทรวงมหาดไทย กระทรวงพลังงาน และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

มาตรการนี้จะช่วยเพิ่มรอบการส่งน้ำมัน ลดเวลารอคอย และป้องกันไม่ให้ปั๊มน้ำมันในพื้นที่ห่างไกลขาดสต็อก โดยเฉพาะในช่วงที่ประชาชนตื่นตระหนกสะสมน้ำมัน

ผลกระทบต่อประชาชนและเศรษฐกิจ

ประชาชนจะได้รับประโยชน์โดยตรงจากการกระจายน้ำมันที่รวดเร็วขึ้น ไม่ต้องต่อคิวยาวหรือกลัวขาดแคลนน้ำมันสำหรับรถยนต์ รถจักรยานยนต์ หรือเครื่องจักรกลการเกษตร ส่วนผู้ประกอบการขนส่งก็ลดความเสี่ยงจากกฎจราจรที่เข้มงวด ช่วยรักษาเสถียรภาพราคาน้ำมันและเศรษฐกิจโดยรวม

นอกจากนี้ ยังแสดงถึงความคล่องตัวของรัฐบาลในการรับมือวิกฤตภายนอก ที่อาจทำให้ราคาน้ำมันโลกพุ่งสูง ประเทศไทยจึงต้องเตรียมพร้อมทั้งระบบสำรองน้ำมันและการจัดการโลจิสติกส์

ในมุมมองของผู้เขียน มาตรการปลัดมหาดไทย สั่ง ผวจ.ประสานผู้การตำรวจจังหวัด ผ่อนผันรถขนส่งน้ำมันวิ่งตลอด 24 ชม. ถือเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องและทันท่วงที แสดงให้เห็นการทำงานแบบบูรณาการที่แท้จริง หากไม่มีมาตรการนี้ อาจเกิดความเดือดร้อนหนักในหลายจังหวัด โดยเฉพาะพื้นที่ชนบท

คุณคิดว่ามาตรการนี้เพียงพอหรือไม่? หรือควรมีอะไรเพิ่มเติม เช่น เพิ่มคลังสำรองน้ำมัน แสดงความคิดเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และติดตามข่าวอัปเดตสถานการณ์พลังงานได้ที่นี่!

ที่มา – ปลัดมหาดไทย สั่ง ผวจ.ประสานผู้การตำรวจจังหวัด ผ่อนผันรถขนส่งน้ำมันวิ่งตลอด 24 ชม.

สศช. ประเมิน 3 ฉากทัศน์หากสงครามตะวันออกกลางลาก 3 เดือน

สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้เรามาพูดถึงประเด็นร้อนที่หลายคนกำลังกังวลกันอยู่ นั่นคือสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่อาจลุกลาม สศช. ประเมิน 3 ฉากทัศน์หากสงครามตะวันออกกลางลาก 3 เดือน โดยขอให้ทุกคนอย่าตื่นตระหนกและรีบกักตุนน้ำมัน แต่ให้ใช้ชีวิตตามปกติ เพราะรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังติดตามอย่างใกล้ชิด

สศช. ประเมิน 3 ฉากทัศน์หากสงครามตะวันออกกลางลาก 3 เดือน

จากข้อมูลล่าสุดในช่วงเย็นวันที่ 17 มีนาคม 2569 นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สศช. (สภาพัฒน์) ได้เปิดเผยหลังการประชุมศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) โดย สศช. ได้จัดทำ 3 สมมติฐานหลัก เพื่อวิเคราะห์ผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกและไทย โดยเฉพาะด้านราคาพลังงาน เงินเฟ้อ และเสถียรภาพทางการเงิน เพื่อให้ทุกภาคส่วนเตรียมพร้อม

สมมติฐานเหล่านี้ช่วยให้เราเห็นภาพชัดเจนว่าถ้าสถานการณ์ยืดเยื้อ จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง ไม่ต้องกังวลเกินไปนะครับ เพราะยังมีโอกาสที่เหตุการณ์จะคลี่คลายได้เร็ว

สมมติฐานที่ 1: เหตุการณ์คลี่คลายภายใน 1 เดือน

หากสงครามจบลงประมาณกลางมีนาคมถึงสิ้นเมษายน ผลกระทบจะจำกัด เศรษฐกิจโลกชะลอตัวจากราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้น ส่งผลให้เงินเฟ้อทั่วโลกเพิ่ม ตลาดหุ้นและเงินผันผวน ค่าเงินบาทอาจอ่อนค่าบางวัน แต่ราคาน้ำมันเฉลี่ยทั้งปีไม่เกิน 85 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล (สูงกว่าที่คาดไว้เดิม 58-68 ดอลลาร์) สำหรับไทย เงินเฟ้ออาจเพิ่มขึ้นราว 1% ซึ่งยังอยู่ในระดับที่รับมือได้

สมมติฐานที่ 2: สงครามยืดเยื้อ 3 เดือน เสี่ยง Stagflation

ถ้าความขัดแย้งรุนแรงขึ้น โดยเฉพาะกระทบการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญขนส่งน้ำมันกว่า 20% ของโลก ถ้าเรือผ่านไม่ได้นาน 3 เดือน หลายประเทศอาจเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยหรือ Stagflation (เงินเฟ้อสูงแต่เศรษฐกิจโตช้า) ราคาน้ำมันเฉลี่ยปีนี้จะอยู่ที่ 95-105 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และเงินเฟ้อไทยพุ่งถึง 1.9% ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่ต้องระวัง

สมมติฐานที่ 3: สงครามขนาดใหญ่ โอกาสเกิดน้อย

กรณีเลวร้ายสุดคือสงครามใหญ่ โอกาสน้อยมาก แต่ถ้าเกิด ราคาน้ำมันทะลุ 120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เงินเฟ้อไทยอาจเกินเป้า 3% ส่งผลกระทบหนักต่อทุกภาคส่วน

ผลกระทบหลักจะตกที่ 3 กลุ่มอุตสาหกรรมสำคัญ ได้แก่

  • ภาคเกษตร: ค่าน้ำมันสูงทำให้ต้นทุนเพาะปลูกและขนส่งสินค้าเพิ่ม
  • ภาคอุตสาหกรรมการผลิต: พลังงานแพงดันต้นทุนการผลิต สินค้าอุปโภคบริโภคแพงขึ้น
  • ภาคขนส่ง: ค่าน้ำมันดีเซลและเบนซินสูง ส่งผลต่อราคาค่าบริการโลจิสติกส์และขนส่งสาธารณะ

นอกจากนี้ ตั้งแต่เริ่มปะทะ โครงสร้างพื้นฐานพลังงานของอิหร่านเมื่อ 1 มีนาคม 2569 การบริโภคน้ำมันในไทยพุ่งสูง ปกติเบนซินวันละ 34 ล้านลิตร แต่หลังข่าวโจมตีโรงกลั่น พุ่งเป็น 50.77 ล้านลิตร ดีเซล 61 ล้านลิตร วันที่ 2 มี.ค. รวม 98 ล้านลิตร และวันที่ 4 มี.ค. ดีเซลทะลุ 118 ล้านลิตร เพราะประชาชนตื่นตระหนก

“ขอให้มั่นใจว่ากระทรวงพลังงานรายงานสต็อกน้ำมันทุกวัน ยังเพียงพอแม้ไม่มีนำเข้าใหม่” เลขาฯ สภาพัฒน์ กล่าว

นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ยืนยันว่ารถขนส่งน้ำมันต้องเป็นรถมาตรฐาน ไม่ใช่รถอะไรก็ได้ ส่งได้ตลอดวัน สต็อกน้ำมันไทยยังพอ ไม่ต้องกักตุน การปรับราคาจะไม่ก้าวกระโดด แต่ค่อยๆ ตามสถานการณ์ ขอให้ใช้ชีวิตปกติ

สรุปคือ สศช. ประเมิน 3 ฉากทัศน์หากสงครามตะวันออกกลางลาก 3 เดือน เพื่อให้เรามีแผนรับมือ แต่ตอนนี้ยังไม่น่าห่วง ช่องแคบฮอร์มุซยังผ่านได้ สต็อกน้ำมันปลอดภัย เงินเฟ้อยังควบคุมได้ ผมคิดว่าสิ่งสำคัญคือติดตามข่าวจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ อย่าตื่นข่าวลือ

คุณล่ะครับ คิดว่าสถานการณ์จะคลี่คลายเมื่อไหร่? คอมเมนต์บอกกันได้เลย และกดแชร์บทความนี้เพื่อให้เพื่อนๆ ไม่ตื่นตระหนกด้วยนะ!

ที่มา – สศช. ประเมิน 3 ฉากทัศน์หากสงครามตะวันออกกลางลาก 3 เดือน ขออย่าตื่นตระหนกกักตุนน้ำมัน

“อรรถพล” ปลอบใจดีเซลพุ่ง 33 บาท แนะลดใช้ 10%

ในสถานการณ์ที่ราคาน้ำมันดีเซลพุ่งขึ้นมาถึง 33 บาทต่อลิตร ทำให้หลายคนกังวลกับค่าครองชีพที่สูงขึ้น “อรรถพล” ปลอบใจดีเซลพุ่ง 33 บาท แนะทางแก้ลดใช้ 10% เท่ากับช่วยลดราคา 3 บาท โดยนายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้ออกมาให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2569 เพื่อคลายกังวลให้ประชาชน

“อรรถพล” ปลอบใจดีเซลพุ่ง 33 บาท แนะทางแก้ลดใช้ 10% เท่ากับช่วยลดราคา 3 บาท

การปรับราคาดีเซลขึ้น 50 สตางค์ต่อลิตร ช่วยลดภาระกองทุนน้ำมันได้วันละ 35 ล้านบาท จากยอดใช้วันละ 70 ล้านลิตร ซึ่งการตั้งเพดานราคาที่ 33 บาท สอดคล้องกับประเทศอาเซียนที่ปรับราคาไปก่อนหน้าแล้ว รัฐมนตรีย้ำว่าจะประเมินสถานการณ์แบบวันต่อวัน ไม่กำหนดระยะเวลาคงที่

ปัญหาการกระจายน้ำมันและแนวทางแก้ไข

หลายคนเจอปัญหาปั๊มจำกัดเติมน้ำมัน เช่น ครั้งละ 500-1,000 บาท หรือน้ำมัน E20 หายไปจากบางแห่ง แต่ไม่ใช่ขาดแคลนน้ำมันดิบ เพราะมีเหลือเฟือ ปัญหาอยู่ที่การกระจายจากคลังไปปั๊มไม่ทันความต้องการที่พุ่งสูง กระทรวงพลังงานจึงสั่งเพิ่มเที่ยวรถขนส่งน้ำมัน เพื่อให้สถานการณ์ปกติเร็วที่สุด

นอกจากนี้ ยังประสานกระทรวงพาณิชย์เร่งผลิตเอทานอล สำหรับน้ำมัน E10 และ E20 ให้เพียงพอทุกกลุ่มผู้ใช้

เคล็ดลับประหยัดน้ำมันจาก “อรรถพล”

นายอรรถพลฝากข้อความสำคัญ หากทุกคนช่วยกันลดการใช้ดีเซลลง 10% จะเท่ากับราคาลด 3 บาทต่อลิตร เพราะ 10% ของ 33 บาท คือ 3 บาทตรงๆ การใช้น้อยลง เงินออกจากกระเป๋าน้อยลง และยืดอายุน้ำมันที่มีได้นานขึ้น

  • ตรวจแรงดันยางรถ: ยางดันต่ำทำให้สิ้นเปลืองน้ำมันเพิ่ม 10%
  • ขับขี่นุ่มนวล: หลีกเลี่ยงการเร่ง-เบี่ยงกะทันหัน ประหยัดได้ 5-10%
  • บำรุงรักษารถ: เปลี่ยนน้ำมันเครื่องและกรองอากาศสม่ำเสมอ
  • ใช้รถร่วมกัน: Carpool ลดจำนวนเที่ยววิ่ง
  • หันมาใช้ E20: ราคาถูกกว่าและเป็นมิตรสิ่งแวดล้อม

การปรับตัวเหล่านี้ไม่ยาก แต่ช่วยทั้งเงินในกระเป๋าและประเทศชาติ ในยุคที่ราคาน้ำมันโลกผันผวนจากปัจจัย geopolitics และ OPEC ลดผลิต น้ำมันดิบยังมีพอ แต่การใช้อย่างมีสติคือกุญแจสำคัญ

กระทรวงพลังงานยังมีแผนพยุงกองทุนน้ำมันระยะยาว เช่น ส่งเสริมพลังงานทดแทน รถ EV และชีวภาพ เพื่อลดการพึ่งพาน้ำมันนำเข้า

สุดท้าย การลดใช้ 10% ไม่ใช่แค่คำปลอบใจ แต่เป็นทางแก้จริงจังที่ทุกคนทำได้ ลองคำนวณดู ถ้าคุณเติมดีเซลสัปดาห์ละ 1,000 บาท ลด 10% ประหยัด 100 บาทต่อสัปดาห์ หรือ 400 บาทต่อเดือน เงินนั้นซื้อของกินอร่อยๆ ได้เลย! เริ่มวันนี้เพื่ออนาคตที่ยั่งยืน

ที่มา – “อรรถพล” ปลอบใจดีเซลพุ่ง 33 บาท แนะทางแก้ลดใช้ 10% เท่ากับช่วยลดราคา 3 บาท

Scroll to top