สศช. ประเมิน 3 ฉากทัศน์หากสงครามตะวันออกกลางลาก 3 เดือน ขออย่าตื่นตระหนกกักตุนน้ำมัน

สศช. ประเมิน 3 ฉากทัศน์หากสงครามตะวันออกกลางลาก 3 เดือน

สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้เรามาพูดถึงประเด็นร้อนที่หลายคนกำลังกังวลกันอยู่ นั่นคือสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่อาจลุกลาม สศช. ประเมิน 3 ฉากทัศน์หากสงครามตะวันออกกลางลาก 3 เดือน โดยขอให้ทุกคนอย่าตื่นตระหนกและรีบกักตุนน้ำมัน แต่ให้ใช้ชีวิตตามปกติ เพราะรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังติดตามอย่างใกล้ชิด

สศช. ประเมิน 3 ฉากทัศน์หากสงครามตะวันออกกลางลาก 3 เดือน

จากข้อมูลล่าสุดในช่วงเย็นวันที่ 17 มีนาคม 2569 นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สศช. (สภาพัฒน์) ได้เปิดเผยหลังการประชุมศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) โดย สศช. ได้จัดทำ 3 สมมติฐานหลัก เพื่อวิเคราะห์ผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกและไทย โดยเฉพาะด้านราคาพลังงาน เงินเฟ้อ และเสถียรภาพทางการเงิน เพื่อให้ทุกภาคส่วนเตรียมพร้อม

สมมติฐานเหล่านี้ช่วยให้เราเห็นภาพชัดเจนว่าถ้าสถานการณ์ยืดเยื้อ จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง ไม่ต้องกังวลเกินไปนะครับ เพราะยังมีโอกาสที่เหตุการณ์จะคลี่คลายได้เร็ว

สมมติฐานที่ 1: เหตุการณ์คลี่คลายภายใน 1 เดือน

หากสงครามจบลงประมาณกลางมีนาคมถึงสิ้นเมษายน ผลกระทบจะจำกัด เศรษฐกิจโลกชะลอตัวจากราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้น ส่งผลให้เงินเฟ้อทั่วโลกเพิ่ม ตลาดหุ้นและเงินผันผวน ค่าเงินบาทอาจอ่อนค่าบางวัน แต่ราคาน้ำมันเฉลี่ยทั้งปีไม่เกิน 85 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล (สูงกว่าที่คาดไว้เดิม 58-68 ดอลลาร์) สำหรับไทย เงินเฟ้ออาจเพิ่มขึ้นราว 1% ซึ่งยังอยู่ในระดับที่รับมือได้

สมมติฐานที่ 2: สงครามยืดเยื้อ 3 เดือน เสี่ยง Stagflation

ถ้าความขัดแย้งรุนแรงขึ้น โดยเฉพาะกระทบการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญขนส่งน้ำมันกว่า 20% ของโลก ถ้าเรือผ่านไม่ได้นาน 3 เดือน หลายประเทศอาจเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยหรือ Stagflation (เงินเฟ้อสูงแต่เศรษฐกิจโตช้า) ราคาน้ำมันเฉลี่ยปีนี้จะอยู่ที่ 95-105 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และเงินเฟ้อไทยพุ่งถึง 1.9% ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่ต้องระวัง

สมมติฐานที่ 3: สงครามขนาดใหญ่ โอกาสเกิดน้อย

กรณีเลวร้ายสุดคือสงครามใหญ่ โอกาสน้อยมาก แต่ถ้าเกิด ราคาน้ำมันทะลุ 120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เงินเฟ้อไทยอาจเกินเป้า 3% ส่งผลกระทบหนักต่อทุกภาคส่วน

ผลกระทบหลักจะตกที่ 3 กลุ่มอุตสาหกรรมสำคัญ ได้แก่

  • ภาคเกษตร: ค่าน้ำมันสูงทำให้ต้นทุนเพาะปลูกและขนส่งสินค้าเพิ่ม
  • ภาคอุตสาหกรรมการผลิต: พลังงานแพงดันต้นทุนการผลิต สินค้าอุปโภคบริโภคแพงขึ้น
  • ภาคขนส่ง: ค่าน้ำมันดีเซลและเบนซินสูง ส่งผลต่อราคาค่าบริการโลจิสติกส์และขนส่งสาธารณะ

นอกจากนี้ ตั้งแต่เริ่มปะทะ โครงสร้างพื้นฐานพลังงานของอิหร่านเมื่อ 1 มีนาคม 2569 การบริโภคน้ำมันในไทยพุ่งสูง ปกติเบนซินวันละ 34 ล้านลิตร แต่หลังข่าวโจมตีโรงกลั่น พุ่งเป็น 50.77 ล้านลิตร ดีเซล 61 ล้านลิตร วันที่ 2 มี.ค. รวม 98 ล้านลิตร และวันที่ 4 มี.ค. ดีเซลทะลุ 118 ล้านลิตร เพราะประชาชนตื่นตระหนก

“ขอให้มั่นใจว่ากระทรวงพลังงานรายงานสต็อกน้ำมันทุกวัน ยังเพียงพอแม้ไม่มีนำเข้าใหม่” เลขาฯ สภาพัฒน์ กล่าว

นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ยืนยันว่ารถขนส่งน้ำมันต้องเป็นรถมาตรฐาน ไม่ใช่รถอะไรก็ได้ ส่งได้ตลอดวัน สต็อกน้ำมันไทยยังพอ ไม่ต้องกักตุน การปรับราคาจะไม่ก้าวกระโดด แต่ค่อยๆ ตามสถานการณ์ ขอให้ใช้ชีวิตปกติ

สรุปคือ สศช. ประเมิน 3 ฉากทัศน์หากสงครามตะวันออกกลางลาก 3 เดือน เพื่อให้เรามีแผนรับมือ แต่ตอนนี้ยังไม่น่าห่วง ช่องแคบฮอร์มุซยังผ่านได้ สต็อกน้ำมันปลอดภัย เงินเฟ้อยังควบคุมได้ ผมคิดว่าสิ่งสำคัญคือติดตามข่าวจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ อย่าตื่นข่าวลือ

คุณล่ะครับ คิดว่าสถานการณ์จะคลี่คลายเมื่อไหร่? คอมเมนต์บอกกันได้เลย และกดแชร์บทความนี้เพื่อให้เพื่อนๆ ไม่ตื่นตระหนกด้วยนะ!

ที่มา – สศช. ประเมิน 3 ฉากทัศน์หากสงครามตะวันออกกลางลาก 3 เดือน ขออย่าตื่นตระหนกกักตุนน้ำมัน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Share the Post: