การเมืองไทย

อนุทิน ขอบคุณน้ำใจ สส.กล้าธรรม ร่วมวันเกิด ประภัตร

อนุทิน ขอบคุณน้ำใจ สส.กล้าธรรม ร่วมวันเกิด ประภัตร

กลายเป็นประเด็นที่สร้างสีสันให้กับการเมืองไทยไม่น้อย เมื่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ออกมาเปิดใจถึงบรรยากาศงานวันคล้ายวันเกิดของ นายประภัตร โพธสุธน สส. สุพรรณบุรี จากพรรคภูมิใจไทย ที่มีแขกเหรื่อมาร่วมงานกันอย่างคับคั่ง โดยเฉพาะการปรากฏตัวของ นายณัฐชาติ วงศ์ประเสริฐ สส. พรรคกล้าธรรม ที่มาร่วมแสดงความยินดีในครั้งนี้

นายอนุทิน ได้กล่าวถึงความประทับใจว่า การที่ นายณัฐชาติ วงศ์ประเสริฐ สส. พรรคกล้าธรรม มาร่วมงานในครั้งนี้ถือเป็นเรื่องที่ดีและน่าชื่นชม เพราะสะท้อนให้เห็นถึงน้ำใจและความสัมพันธ์อันดีระหว่างนักการเมือง ซึ่ง อนุทิน ขอบคุณน้ำใจ สส.กล้าธรรม ร่วมวันเกิด ประภัตร อย่างจริงใจ เพราะการเมืองในยุคนี้การแสดงไมตรีจิตต่อกันคือสิ่งที่สังคมต้องการเห็นมากที่สุด

บรรยากาศชื่นมื่น อนุทิน ขอบคุณน้ำใจ สส.กล้าธรรม ร่วมวันเกิด ประภัตร

นอกจากเรื่องของน้ำใจ สส. แล้ว นายอนุทินยังได้พูดถึงบารมีของนายประภัตรที่คนสุพรรณบุรีต่างให้ความเคารพรัก ซึ่งท่านนายกฯ ได้กล่าวอย่างอารมณ์ดีเมื่อถูกสื่อมวลชนถามถึงประเด็นการเมืองที่อาจจะดูจั๊กจี้หัวใจไปบ้าง โดยเฉพาะเรื่องการปรับคณะรัฐมนตรีที่ใครหลายคนกำลังจับตามอง

  • บรรยากาศงานวันเกิดนายประภัตรเป็นไปอย่างอบอุ่น
  • มิตรภาพข้ามพรรคแสดงให้เห็นถึงความสามัคคี
  • นายกฯ อนุทินเน้นย้ำถึงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน

อย่างไรก็ตาม นายอนุทินได้ทิ้งท้ายด้วยคำตอบสุดกวนเมื่อถูกถามถึงประเด็นการปรับ ครม. ว่า “ปรับครม.ช้า ๆ นี้” ซึ่งทำเอาสื่อมวลชนถึงกับยิ้มไปตามๆ กัน สะท้อนให้เห็นถึงสไตล์การตอบคำถามที่เป็นเอกลักษณ์และมีความเป็นกันเองสูง

การที่ อนุทิน ขอบคุณน้ำใจ สส.กล้าธรรม ร่วมวันเกิด ประภัตร ในครั้งนี้ ไม่เพียงแค่เป็นการชื่นชมบุคคล แต่ยังเป็นการส่งสัญญาณบวกว่าในฐานะนักการเมือง แม้จะอยู่คนละพรรคแต่ก็สามารถรักษาความเป็นเพื่อนมนุษย์และให้เกียรติซึ่งกันและกันได้ ซึ่งถือเป็นแบบอย่างที่ดีในการสร้างบรรยากาศทางการเมืองให้สร้างสรรค์ยิ่งขึ้น

สุดท้ายนี้ เราต้องมาจับตาดูกันต่อไปว่า การเมืองไทยจะดำเนินไปในทิศทางใด แต่ที่แน่ๆ มิตรภาพที่เกิดขึ้นในวันเกิดของนายประภัตรเป็นเครื่องพิสูจน์ได้เป็นอย่างดีว่า การมีน้ำใจให้กันคือหัวใจสำคัญของการทำงานร่วมกันเพื่อประเทศชาติ

ที่มา – “อนุทิน” ขอบคุณน้ำใจ สส.กล้าธรรม ร่วมวันเกิด “ประภัตร” บอกมีคนรักทั่วสุพรรณบุรี สื่ออย่าถามจั๊กจี้

อนุทิน อวยพรวันเกิด 77 ปี ประภัตร โพธสุธน ปากหวาน

อนุทิน อวยพรวันเกิด 77 ปี ประภัตร โพธสุธน ปากหวาน

บรรยากาศที่จังหวัดสุพรรณบุรีเต็มไปด้วยความอบอุ่น เมื่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เดินทางมาร่วมงานฉลองวันคล้ายวันเกิดครบ 77 ปี ของนายประภัตร โพธสุธน สส.สุพรรณบุรี พรรคภูมิใจไทย ท่ามกลางพี่น้องประชาชนและนักการเมืองระดับประเทศที่มาร่วมแสดงความยินดีอย่างคับคั่ง

ในการกล่าวบนเวที อนุทิน อวยพรวันเกิด 77 ปี ประภัตร โพธสุธน ปากหวาน ด้วยการยกย่องว่านายประภัตรเป็นผู้ที่รักชาติ รักแผ่นดิน และเป็น สส. ตลอดกาลของชาวสุพรรณบุรี การมาเยือนในครั้งนี้ทำให้นายอนุทินย้อนนึกถึงวันแรกที่ลงพื้นที่หาเสียง ซึ่งในตอนนั้นเขายังไม่มั่นใจนักว่าพรรคภูมิใจไทยจะได้รับความนิยม แต่เมื่อได้รับโอกาสและความไว้วางใจจากชาวสุพรรณบุรีอย่างท่วมท้น ความมั่นใจก็เกิดขึ้นทันทีว่าพรรคจะคว้าชัยชนะในการเลือกตั้งได้อย่างแน่นอน

ความผูกพันที่เหนียวแน่นกับชาวสุพรรณบุรี

อนุทิน อวยพรวันเกิด 77 ปี ประภัตร โพธสุธน ปากหวาน และประกาศชัดเจนว่านับจากนี้ไป ทุกวันที่ 1 สิงหาคมของทุกปี เขาต้องเดินทางมาที่จังหวัดสุพรรณบุรีเพื่อพบปะพี่น้องประชาชนเสมอ นอกจากนี้ยังให้คำมั่นสัญญาว่าจะรักษาสัญญาที่ให้ไว้กับชาวบ้าน ไม่ว่าจะเป็นการแก้ไขปัญหาปากท้อง เศรษฐกิจ ราคาสินค้าเกษตร ไปจนถึงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานให้ดียิ่งขึ้นตามลำดับ

ภายในงานยังมีตัวแทนจากพรรคภูมิใจไทยและแกนนำสำคัญมากมายที่ตบเท้าเข้าร่วมงาน อาทิ:

  • นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม
  • นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
  • คณะ สส. นครปฐม และ สส. สุพรรณบุรี จากพรรคภูมิใจไทย

นายอนุทินยังได้กล่าวทิ้งท้ายด้วยความมั่นใจว่า รากฐานที่นายบรรหาร ศิลปอาชา ได้วางเอาไว้ในสุพรรณบุรีนั้นเข้มแข็งมาก และด้วยความร่วมมือของนายประภัตรและทีมงานทุกคน จะทำให้จังหวัดสุพรรณบุรีก้าวหน้าต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง ถือเป็นโมเดลการทำงานการเมืองที่ยึดโยงกับประชาชนเป็นหลักอย่างแท้จริง การได้เห็นความสมัครสมานสามัคคีเช่นนี้สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นที่ประชาชนมีต่อตัวบุคคลและพรรคการเมืองได้อย่างชัดเจน

ที่มา – “อนุทิน” อวยพรวันเกิด 77 ปี “ประภัตร โพธสุธน” ปากหวาน 1 สิงหาคมทุกปี ต้องมาเบิร์ทเดย์

“อิ๊งค์” โพสต์โต้กระแสดีลลับโมนาโก ลั่นมาเที่ยวพักผ่อน

“อิ๊งค์” โพสต์โต้กระแสดีลลับโมนาโก ลั่นมาเที่ยวพักผ่อน

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในโลกโซเชียลทันที เมื่อนางสาวแพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้ออกมาเคลื่อนไหวผ่านอินสตาแกรมส่วนตัวเพื่อสยบข่าวลือกรณี “อิ๊งค์” โพสต์โต้กระแสดีลลับโมนาโก หลังจากที่มีกระแสข่าวลือหนาหูเกี่ยวกับดีลลับระหว่างขั้วการเมือง “แดง-เขียว” ในดินแดนหรูอย่างโมนาโก จนทำเอาหลายคนอดสงสัยไม่ได้ว่าเบื้องหลังเรื่องนี้มีอะไรซ่อนอยู่หรือไม่

เบื้องลึกเรื่อง “อิ๊งค์” โพสต์โต้กระแสดีลลับโมนาโก

สำหรับการเคลื่อนไหวครั้งนี้ แพทองธารได้โพสต์ข้อความสไตล์คนรุ่นใหม่ที่ชัดเจนและเป็นกันเองว่า “มาเที่ยวครับ พักผ่อนครับ โนดีลลับครับ ดีลเดียวที่มี คือ ดีลกับลูกครับ #ingsaway” ซึ่งถือเป็นการตอบโต้ข่าวลือที่แชร์กันอย่างกว้างขวางว่าเธอได้ไปพบปะหารือทางการเมืองกับร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า จนทำให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์ถึงทิศทางการเมืองไทยในช่วงที่ผ่านมา

ก่อนหน้านี้ นายไทกร พลสุวรรณ ได้ออกมาโพสต์ข้อมูลเชิงวิเคราะห์เกี่ยวกับการเมืองที่ทำเอาหลายคนตื่นตระหนก โดยอ้างว่ามีดีลลับเกิดขึ้นเพื่อปรับเปลี่ยนทิศทางอำนาจทางการเมือง อย่างไรก็ตาม เมื่อ “อิ๊งค์” โพสต์โต้กระแสดีลลับโมนาโก ออกมาเช่นนี้ ก็ถือว่าเป็นการปิดประตูข่าวลือทั้งหมดอย่างเป็นทางการ

  • ไม่มีการนัดพบนักการเมืองในโมนาโก
  • ทริปนี้เป็นเพียงการพักผ่อนกับครอบครัวเท่านั้น
  • เน้นย้ำความชัดเจนด้วยความจริงใจสไตล์คนรุ่นใหม่

ในฝั่งของร้อยเอกธรรมนัสเอง ก็ได้ออกมาชี้แจงผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า ตนเองได้เดินทางไปพักผ่อนที่ฝรั่งเศสและโมนาโกจริง แต่ไปกับครอบครัวและไม่มีเรื่องการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องแต่อย่างใด พร้อมทั้งท้าให้เช็กการเดินทางของนายทักษิณ ชินวัตร ได้เลยว่าไม่ได้อยู่ในพื้นที่ดังกล่าวตามที่เป็นข่าว ดังนั้น เรื่องราวดีลลับที่ถูกกล่าวขวัญถึงจึงเป็นเพียงการคาดเดาจากกระแสสังคมเท่านั้น

ในมุมมองของเรา เรื่องราวเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าในยุคดิจิทัล ข้อมูลข่าวสารแพร่กระจายไปเร็วมาก โดยเฉพาะข่าวลือทางการเมืองที่มักจะถูกหยิบยกมาวิเคราะห์จนเกินจริง การที่คนดังหรือนักการเมืองออกมาสื่อสารด้วยตัวเองอย่างตรงไปตรงมาเช่นนี้ ถือเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการลดความสับสนของประชาชนครับ

ที่มา – “อิ๊งค์” โพสต์โต้กระแสดีลลับโมนาโก ลั่นมาเที่ยวพักผ่อน โนดีลลับ ดีลเดียวที่มีคือดีลกับลูก

“ไอติม” แฉไลน์อ้างหลักฐานใหม่ ขยี้โกง สว. บี้ละเอียดยิบ

“ไอติม” แฉไลน์อ้างหลักฐานใหม่ ขยี้โกง สว. บี้ละเอียดยิบ

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในแวดวงการเมืองไทยอีกครั้ง เมื่อนายพริษฐ์ วัชรสินธุ หรือ “ไอติม” สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้ออกมาโชว์หลักฐานเด็ดผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว เป็นบทสนทนาในแอปพลิเคชัน LINE รวมทั้งหมด 16 ภาพ ซึ่งนายพริษฐ์เชื่อว่าเป็นหลักฐานสำคัญที่ชี้ให้เห็นถึงความไม่โปร่งใสในกระบวนการเลือก สว. ที่ผ่านมา

การออกมาเคลื่อนไหวของไอติมในครั้งนี้ถือว่าเป็นการเปิดโปงที่จัดหนัก ซึ่ง “ไอติม” แฉไลน์อ้างหลักฐานใหม่ขยี้โกง สว. บี้ละเอียดยิบ ตลอดจนเส้นทางการเงินและโพยรายชื่อผู้สมัครที่ดูจะมีความเชื่อมโยงกับตัวแทนทางการเมืองอย่างชัดเจน เรียกได้ว่างานนี้ไม่มีคำว่าแผ่ว เพราะไล่เลียงกันตั้งแต่ระดับอำเภอ จังหวัด ไปจนถึงระดับประเทศเลยทีเดียว

เปิดเส้นทางหลักฐานเด็ดจาก LINE

จากหลักฐานที่นายพริษฐ์นำมาเปิดเผย มีประเด็นที่น่าสนใจหลายจุด เช่น:

  • หลักฐานการส่งรายชื่อกลุ่มผู้สมัครใน “สายเรา” และการรายงานผลให้ผู้ใหญ่ทราบ
  • กรณีการส่งพิกัดโรงแรมธาราแกรนด์ ซึ่งเป็นจุดที่ถูกระบุว่าเป็นศูนย์ทำโพย สอดคล้องกับคำให้การของพยานหลายปาก
  • มีการประสานงานเรื่องเอกสารและการโอนเงินเดือนผู้ช่วย สว. กลับไปยังผู้ประสานงานหลัก ซึ่งปรากฏหลักฐานการโอนเงินจำนวน 100,000 บาท

ด้วยข้อมูลชุดนี้ “ไอติม” แฉไลน์อ้างหลักฐานใหม่ขยี้โกง สว. บี้ละเอียดยิบ ให้เห็นถึงความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนและมีการวางแผนเป็นขบวนการอย่างเป็นระบบ เพื่อให้ได้มาซึ่งตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภา นี่อาจเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่ กกต. จะปฏิเสธไม่ได้ว่าไม่มีมูลเหตุความผิด

กกต. ต้องแอคชั่น?

ไอติมกล่าวทิ้งท้ายไว้อย่างน่าคิดว่า กกต. มีหน้าที่ตามมาตรา 62 ของ พ.ร.ป. ว่าด้วยการเลือกสมาชิกวุฒิสภา ในการกลั่นกรองและส่งเรื่องให้ศาลพิจารณาหากมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่ามีการทุจริต การที่ “ไอติม” แฉไลน์อ้างหลักฐานใหม่ขยี้โกง สว. บี้ละเอียดยิบ เช่นนี้ จึงเป็นการกดดันให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องออกมาตรวจสอบอย่างจริงจังและตรงไปตรงมา เพื่อกอบกู้ศรัทธาและความเป็นธรรมกลับคืนสู่ระบอบประชาธิปไตย

สุดท้ายแล้ว เรื่องนี้จะไปจบที่ศาลหรือไม่ หรือใครจะต้องรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เราคงต้องจับตาดูกันต่อไปอย่างใกล้ชิด เพราะหลักฐานในมือของไอติมครั้งนี้ถือว่ามีน้ำหนักและรายละเอียดที่ชัดเจนมากพอที่จะทำให้กระบวนการตรวจสอบมีความคืบหน้ามากกว่าการกล่าวหาลอยๆ

ที่มา – “ไอติม” แฉไลน์อ้างหลักฐานใหม่ ขยี้โกง สว. บี้ละเอียดยิบ ตั้งแต่โพยยันสลิปเงินแสน

“วรศิษฎ์” เผย บิดาจ่อแจ้งความพยานฮั้ว สว.

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในแวดวงการเมืองไทยอีกครั้ง เมื่อ นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ออกมาเปิดเผยถึงความเคลื่อนไหวล่าสุดของบิดา คือ นายสมเกียรติ เลียงประสิทธิ์ หรือที่รู้จักกันในชื่อ “โกเกียรติ” เกี่ยวกับประเด็น “วรศิษฎ์” เผย บิดาจ่อแจ้งความพยานฮั้ว สว. หลังจากมีการกล่าวอ้างทำนองว่าหากการฮั้ว สว. ครั้งนี้สำเร็จ ลูกชายของเขาจะได้ตำแหน่งในรัฐบาล ซึ่งเรื่องนี้สร้างความไม่พอใจให้กับครอบครัวเลียงประสิทธิ์เป็นอย่างมาก

“วรศิษฎ์” เผย บิดาจ่อแจ้งความพยานฮั้ว สว. เพื่อเรียกคืนความเป็นธรรม

เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นเมื่อมีพยานในคดีดังกล่าวพาดพิงถึงคุณพ่อของรัฐมนตรีช่วยฯ ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการดีลตำแหน่งทางการเมือง นายวรศิษฎ์ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ด้วยความกังขาว่า “ง่ายขนาดนั้นเลยหรือ” พร้อมย้ำชัดเจนว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นไม่เป็นธรรมต่อทั้งตัวเขาและบิดาอย่างยิ่ง จึงตัดสินใจเข้าแจ้งความดำเนินคดีเพื่อปกป้องเกียรติยศและพิสูจน์ความจริงว่าไม่ได้มีการกระทำที่ผิดกฎหมายใดๆ ในเรื่องการฮั้ว สว. ดังที่ถูกกล่าวอ้าง

เปิดใจรัฐมนตรีช่วยฯ ต่อประเด็น “วรศิษฎ์” เผย บิดาจ่อแจ้งความพยานฮั้ว สว.

เมื่อถามถึงประเด็นทางการเมืองว่าเรื่องนี้เป็นการดิสเครดิตกันหรือไม่ นายวรศิษฎ์มองว่ามีความเป็นไปได้ที่จะมีการสร้างประเด็นขึ้นมาเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจจากเรื่องอื่น พร้อมกันนี้ยังมีประเด็นเรื่องหลักฐานที่ทางฝ่ายค้านอ้างว่ามีเพียงแค่ 5% เท่านั้น ซึ่งรัฐมนตรีช่วยฯ ได้ฝากเตือนไปยังผู้กล่าวหาว่า:

  • หากมีหลักฐานจริง ไม่ต้องนำมาโชว์ผ่านสื่อ
  • ให้นำหลักฐานทั้งหมดไปมอบให้พนักงานสอบสวนหรือเจ้าหน้าที่รัฐโดยตรง
  • กระบวนการทางกฎหมายทำงานอยู่แล้ว ไม่ต้องกลัวว่าความจริงจะไม่เปิดเผย

นายวรศิษฎ์มองว่าเรื่องการฮั้ว สว. เป็นวาทกรรมทำนองนี้ที่มีคนพยายามสร้างขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อหวังผลทางการเมืองมากกว่าข้อเท็จจริงที่ปรากฏในที่ประชุมหรือกระบวนการเลือก สว. ที่ผ่านมา

จากการสัมภาษณ์ดูเหมือนว่า นายวรศิษฎ์ค่อนข้างมั่นใจในความบริสุทธิ์ของครอบครัวเลียงประสิทธิ์ และมองว่าการใช้กระบวนการทางกฎหมายแจ้งความดำเนินคดีจะช่วยให้ทุกอย่างกระจ่างขึ้น ในมุมมองส่วนตัวของผู้เขียน เห็นว่าในยุคที่ข้อมูลข่าวสารแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว การกล่าวหาโดยขาดหลักฐานชัดเจนย่อมส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือทางการเมือง การที่ผู้ถูกกล่าวหาเลือกใช้ช่องทางกฎหมายจึงเป็นทางออกที่ตรงไปตรงมาที่สุดเพื่อพิสูจน์ความจริงต่อหน้าสาธารณชน

ที่มา – “วรศิษฎ์” เผย บิดาจ่อแจ้งความพยานฮั้ว สว. หลังอ้างถ้าฮั้ว สว. สำเร็จลูกจะได้ตำแหน่งในรัฐบาล

อนุทิน ควง พิพัฒน์ สยบรอยร้าว ยัน ครม.ทำงานราบรื่น

เชื่อว่าหลายคนน่าจะกำลังจับตามองสถานการณ์การเมืองในช่วงนี้กันอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะประเด็นความสัมพันธ์ภายในคณะรัฐมนตรี ล่าสุดกลายเป็นสีสันและประเด็นร้อนที่หลายคนพูดถึง เมื่อ อนุทิน ควง พิพัฒน์ สยบรอยร้าว ยัน ครม.ทำงานราบรื่น ให้เห็นผ่านสื่อแบบชัดเจน เรียกได้ว่างานนี้สยบทุกข่าวลือที่เคยเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ไปได้แบบสวยงามครับ

อนุทิน ควง พิพัฒน์ สยบรอยร้าว ยัน ครม.ทำงานราบรื่น

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นที่ทำเนียบรัฐบาล ในพิธีบำเพ็ญกุศลปัญญาสมวาร โดยบรรยากาศเต็มไปด้วยความชื่นมื่น นายอนุทิน ชาญวีรกูล ได้พูดคุยอย่างเป็นกันเองกับนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ และนางนาที รัชกิจประการ พร้อมติดตลกกับผู้สื่อข่าวว่านี่คือทีม “2 น. 1 พ.” (น.นาที, น.หนู) ซึ่งเป็นการตอกย้ำว่าความสัมพันธ์ยังคงแน่นแฟ้น ไม่ได้มีรอยร้าวอย่างที่หลายฝ่ายกังวลกัน

มุมมองจาก อนุทิน ควง พิพัฒน์ สยบรอยร้าว ยัน ครม.ทำงานราบรื่น

นอกจากบรรยากาศที่ผ่อนคลายแล้ว นายอนุทินยังได้เน้นย้ำถึงการทำงานของรัฐบาลว่า ทุกคนในคณะรัฐมนตรีมีความมุ่งมั่นที่จะผลักดันงานเพื่อประเทศชาติในทุกมิติ โดยมีประเด็นสำคัญที่กำลังขับเคลื่อน ดังนี้:

  • การแก้ไขปัญหาคดีบุกรุกป่าในจังหวัดภูเก็ต โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นแกนนำ
  • การตีความกฎหมายอย่างรัดกุม เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดช่องโหว่ในการบุกรุกพื้นที่รัฐ
  • การรับฟังคำวิจารณ์เชิงสร้างสรรค์ เพื่อนำมาปรับปรุงการทำงานให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้น

นายอนุทินยังได้ฝากข้อคิดที่น่าสนใจว่า เราควรยึดมั่นในกระบวนการยุติธรรมเป็นหลัก อย่าใช้ความรู้สึกส่วนตัวหรือบทวิเคราะห์จากสื่อในการตัดสินผลงานของรัฐบาล เพราะสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ “ผลลัพธ์ของงาน” ที่กำลังก้าวหน้าอย่างต่อเนื่องในขณะนี้ครับ

ในฐานะประชาชน เราควรเฝ้าติดตามผลการทำงานของรัฐบาลมากกว่าการจับผิดเรื่องความสัมพันธ์ส่วนตัว หากการทำงานร่วมกันเป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพ ก็ย่อมเป็นผลดีต่อการพัฒนาประเทศในระยะยาวครับ

ที่มา – “อนุทิน” ควง “พิพัฒน์-นาที” สยบรอยร้าว ติดตลก 2 น. 1 พ. ยัน ครม.เดินหน้าทำงานร่วมกันราบรื่น

“ธรรมนัส” โต้ข่าวลือบินพบ “ทักษิณ” ที่โมนาโก

“ธรรมนัส” โต้ข่าวลือบินพบ “ทักษิณ” ที่โมนาโก

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในแวดวงการเมืองไทยทันที เมื่อมีกระแสข่าวลือหนาหูว่า ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า ได้เดินทางไปพบกับอดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร ถึงที่ประเทศโมนาโก งานนี้เจ้าตัวไม่รอช้า รีบออกมาเคลียร์ชัดผ่านโซเชียลมีเดียส่วนตัว เพื่อสยบข่าวเม้าท์มอยที่อาจส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์และการทำงาน

ร้อยเอก ธรรมนัส ยืนยันหนักแน่นว่า การเดินทางไปต่างประเทศครั้งนี้มีเพียงจุดประสงค์เพื่อการพักผ่อนหย่อนใจกับครอบครัวเท่านั้น ไม่ได้มีวาระซ่อนเร้นหรือเรื่องทางการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องอย่างที่หลายคนตั้งข้อสังเกตแต่อย่างใด

ทำไม “ธรรมนัส” โต้ข่าวลือบินพบ “ทักษิณ” ที่โมนาโก ในครั้งนี้?

สาเหตุที่ต้องออกมาเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว เพราะกระแสสังคมเริ่มตั้งคำถามถึงความสัมพันธ์และดีลลับต่างๆ ดังนั้นการที่ “ธรรมนัส” โต้ข่าวลือบินพบ “ทักษิณ” ที่โมนาโก จึงถือเป็นกลยุทธ์การสื่อสารเชิงรุกที่น่าสนใจ โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้:

  • การไปฝรั่งเศสและโมนาโกคือทริปครอบครัวล้วนๆ
  • เจ้าตัวลั่นวาจาว่าไม่ใช่นักการเมืองประเภท “อีแอบ” ที่ชอบทำอะไรลับหลัง
  • หากใครสงสัย สามารถตรวจสอบเส้นทางการเดินทางของนายทักษิณ ชินวัตร ได้เลย เพราะความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย

ร้อยเอก ธรรมนัส ยังกล่าวทิ้งท้ายด้วยความมั่นใจว่า การจะมากล่าวหากันลอยๆ นั้นไม่มีประโยชน์อะไร เพราะหลักฐานการเดินทางสามารถตรวจสอบได้โดยง่าย ไม่จำเป็นต้องไปสาบานที่ไหนเพื่อให้ใครเชื่อ นี่คือความชัดเจนในแบบฉบับของตัวเขาเองที่ยึดถือมาโดยตลอด

มุมมองทิ้งท้าย: ในยุคที่โซเชียลมีเดียมีอิทธิพลสูง ข่าวลือมักแพร่กระจายเร็วกว่าความจริง แต่การที่นักการเมืองออกมาตั้งโต๊ะแถลงหรือสื่อสารตรงไปตรงมาแบบนี้ ก็ถือเป็นช่องทางที่ดีที่สุดในการปกป้องตัวเองและยุติข้อครหา แต่สุดท้ายแล้ว ประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินเองว่าคำชี้แจงนี้มีน้ำหนักเพียงพอหรือไม่ ท่ามกลางกระดานการเมืองไทยที่ไม่มีวันหยุดนิ่ง

ที่มา – “ธรรมนัส” โต้ข่าวลือบินพบ “ทักษิณ” ที่โมนาโก

“แนน” สวน “ณัฐชา” ควรลงพื้นที่รับฟังปัญหาชาวบ้าน มากกว่าสร้างประเด็นว่า “ภูมิใจไทย” ทะเลาะกันเอง

เชื่อว่าในช่วงการเมืองที่ดุเดือด หลายคนคงได้เห็นประเด็นดราม่าที่พรรคฝ่ายค้านมักจะออกมาตั้งข้อสังเกตเรื่องความสัมพันธ์ภายในพรรคร่วมรัฐบาล โดยล่าสุดเกิดกรณีที่ “แนน” สวน “ณัฐชา” ควรลงพื้นที่รับฟังปัญหาชาวบ้าน มากกว่าสร้างประเด็นว่า “ภูมิใจไทย” ทะเลาะกันเอง ซึ่งเป็นประเด็นที่น่าสนใจมากว่าทำไมการทำงานการเมืองถึงเบี่ยงเบนไปสู่การจับผิดส่วนตัวแทนที่จะเน้นเรื่องงานบริการประชาชน

“แนน” สวน “ณัฐชา” ควรลงพื้นที่รับฟังปัญหาชาวบ้าน มากกว่าสร้างประเด็นว่า “ภูมิใจไทย” ทะเลาะกันเอง

เหตุการณ์เริ่มต้นจากนายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สส. พรรคประชาชน ได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ภาพถ่ายของแกนนำพรรคภูมิใจไทย ทั้งนายอนุทิน ชาญวีรกูล, นายเนวิน ชิดชอบ และนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ โดยตีความว่าเป็นภาพที่ต้องการสยบรอยร้าว แต่ทางด้าน น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย ได้ออกมาตอบโต้ทันทีว่านี่เป็นการปั่นกระแสที่ปราศจากข้อเท็จจริง เพราะในความเป็นจริงสมาชิกพรรคภูมิใจไทยยังเหนียวแน่นและทำงานร่วมกันได้เป็นปกติไม่มีปัญหาภายในแต่อย่างใด

เหตุใดพรรคภูมิใจไทยถึงยืนยันความสามัคคี

การที่ น.ส.แนน บุณย์ธิดา ได้ออกมาประกาศจุดยืนชัดเจนว่า “แนน” สวน “ณัฐชา” ควรลงพื้นที่รับฟังปัญหาชาวบ้าน มากกว่าสร้างประเด็นว่า “ภูมิใจไทย” ทะเลาะกันเอง นั้น สะท้อนให้เห็นว่าพรรคภูมิใจไทยมองข้ามข่าวลือที่พยายามจะสร้างความแตกแยก โดยเฉพาะในช่วงปิดสมัยประชุมสภาฯ ที่เป็นช่วงเวลาทองในการลงพื้นที่พบปะประชาชน แทนที่จะมาวนเวียนกับเรื่องการจินตนาการถึงรอยร้าวในพรรค ซึ่งท้ายที่สุดแล้วมันไม่มีผลต่อประสิทธิภาพในการทำงานของพรรคเลยแม้แต่น้อย

  • การเมืองสร้างสรรค์คือหัวใจสำคัญของการพัฒนาประเทศ
  • การรับฟังปัญหาประชาชนควรเป็นลำดับความสำคัญแรกของฝ่ายค้าน
  • เลิกให้ความสำคัญกับการปั่นกระแสความขัดแย้งที่ไม่เป็นความจริง

ในมุมมองของผู้ติดตามสถานการณ์การเมือง การวิจารณ์ด้วยเหตุและผลเป็นเรื่องที่ดี แต่การมุ่งเน้นสร้างข่าวเท็จเพื่อดิสเครดิตฝ่ายตรงข้ามไม่ได้เกิดประโยชน์อะไรแก่ประชาชน แทนที่จะมาจับผิดว่าใครทะเลาะกับใคร ควรเปรียบเทียบผลงานและนโยบายที่ช่วยเหลือชาวบ้านได้จริงจะดีกว่า หากทุกพรรคหันมาทำการเมืองด้วยความโปร่งใสและมุ่งมั่นแก้ไขปัญหาปากท้องตามที่หาเสียงไว้ เชื่อว่าภาพลักษณ์ของนักการเมืองในสายตาประชาชนจะดูดีขึ้นอีกมาก

ที่มา – “แนน” สวน “ณัฐชา” ควรลงพื้นที่รับฟังปัญหาชาวบ้าน มากกว่าสร้างประเด็นว่า “ภูมิใจไทย” ทะเลาะกันเอง

ณัฐชา จับตาปรับ ครม. หนู 2 สแกนภาพสยบรอยร้าว 2น. 1พ.

เรียกได้ว่าสถานการณ์การเมืองไทยในขณะนี้กำลังร้อนระอุเลยทีเดียว โดยเฉพาะประเด็นที่ นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สส.พรรคประชาชน ได้ออกมาเคลื่อนไหววิพากษ์วิจารณ์ถึงภาพการเคลียร์ใจของเหล่าแกนนำพรรคภูมิใจไทย จนเป็นที่มาของวลีเด็ดที่ว่า ณัฐชา จับตาปรับ ครม. หนู 2 สแกนภาพสยบรอยร้าว 2น. 1พ. ซึ่งทำเอาคอการเมืองหลายคนต้องจับตามองว่าความสัมพันธ์ที่ดูเหมือนจะหวานชื่นในภาพถ่ายนั้น คือเรื่องจริงหรือแค่ฉากหน้ากันแน่

ณัฐชา จับตาปรับ ครม. หนู 2 สแกนภาพสยบรอยร้าว 2น. 1พ.

การวิเคราะห์ของนายณัฐชานั้นชี้ให้เห็นว่า ภาพถ่ายของนายอนุทิน, นายเนวิน และนายพิพัฒน์ ไม่ได้เป็นเครื่องการันตีว่ารอยร้าวภายในจะถูกสมานให้หายไปได้ง่ายๆ ในทางกลับกัน เขามองว่านี่คือสัญญาณเตือนของการปรับ ครม. ครั้งใหญ่ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้ ซึ่งคำว่า ณัฐชา จับตาปรับ ครม. หนู 2 สแกนภาพสยบรอยร้าว 2น. 1พ. ยังสะท้อนให้เห็นถึงความระแวงในเรื่องการแบ่งสรรอำนาจและผลประโยชน์ที่อาจไม่ลงตัว

เบื้องหลังการเมืองที่น่าจับตา

หากเราวิเคราะห์จากถ้อยคำของนายณัฐชา จะพบประเด็นสำคัญที่น่าสนใจดังนี้:

  • การจัดสรรอำนาจและผลประโยชน์ใหม่ที่ยังไม่มีความชัดเจน
  • ปฏิกิริยาของนายกรัฐมนตรีต่อสื่อมวลชนที่ดูฉุนเฉียว ซึ่งสะท้อนถึงความกดดันภายใน
  • ความกังวลว่าประชาชนจะต้องมารับภาระจากเกมการเมืองที่ดูเหมือนจะมีความขัดแย้งแฝงอยู่

นอกจากนี้ นายณัฐชายังได้ฝากเตือนไปยังผู้มีอำนาจว่า อย่าได้ประมาทในอำนาจของตนเอง การคิดว่าจะกินรวบหรือกุมอำนาจเบ็ดเสร็จโดยไม่คำนึงถึงประชาชน มักจะมีจุดจบที่ไม่สวยงามตามหน้าประวัติศาสตร์การเมืองที่ผ่านมาเสมอ การปรับ ครม. ในรอบนี้จึงไม่ใช่แค่เรื่องของตัวบุคคล แต่เป็นเรื่องของเสถียรภาพรัฐบาลที่ถูกตั้งคำถามจากสังคมอย่างหนัก

ในมุมมองของผู้ติดตามการเมือง เห็นได้ชัดว่าเกมนี้ยังคงต้องติดตามกันต่อไปว่า การปรับ ครม. “หนู 2” จะจบแบบ “แฮปปี้เอนดิ้ง” ที่มีการแบ่งเค้กกันลงตัว หรือจะเป็นการ “หักเหลี่ยมโหด” ตามที่หลายฝ่ายคาดการณ์ไว้ ซึ่งท้ายที่สุดแล้ว บทเรียนสำคัญก็คือ ผลประโยชน์ของประชาชนต้องมาก่อนเกมอำนาจของนักการเมืองเสมอ

ที่มา – “ณัฐชา” จับตาปรับ ครม. “หนู 2” สแกนภาพสยบรอยร้าว “2น. 1พ.”

Scroll to top