ข่าวการเมืองไทย

ตรีนุชยันอยู่ พปชร. ไม่ไปไหน ข่าวลุงป้อมรอฟัง

“ตรีนุช” สยบข่าวถอนตัวแคนดิเดตนายกฯ พปชร. ยันยังอยู่กับ พปชร. ยังไม่ไปไหน ชี้ข่าวลือ “ลุงป้อม” วางมือให้รอฟังจากปาก ลั่นไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น พปชร. ต้องมูฟออน แย้มบ่ายนี้ชัดเจนทุกเรื่อง

เมื่อเวลา 10.40 น. วันที่ 24 ธ.ค. 2568 น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.แรงงาน ในฐานะเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ถึงกระแสข่าว อาจถอนตัวจากแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ของพรรคพลังประชารัฐว่า ยืนยันว่ายังไม่ออกจากตำแหน่งเลขาธิการพรรค รวมถึงยังไม่มีการถอนตัวจากแคนดิเดตนายกฯ ของพรรค และยืนยันว่า ตรีนุชยันอยู่ พปชร. ไม่ไปไหน

ผู้สื่อข่าวถามว่า หากเป็นแคนดิเดตนายกฯของพรรค จะทำให้ไม่มีเวลาหาเสียงหรือไม่ ตามที่มีข่าวออกมา น.ส.ตรีนุชกล่าวว่า ความจริงข่าวออกมาตนก็ยังงง ๆ อยู่ ยังไม่มีการถอนใด ๆ ซึ่งกรรมการบริหารพรรคคงจะมีการหารือกันอีกครั้งหนึ่ง แต่ ณ วันนี้ยังไม่มีการขยับใด ๆ

ผู้สื่อข่าวถามถึงกระแสข่าวที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค จะวางมือทางการเมือง จะมีผลหรือไม่ น.ส.ตรีนุช กล่าวว่า ก็ยอมรับว่ามีผลกระทบ แต่ทุกอย่างต้องมูฟออน เพราะจริง ๆ แล้ว พรรคหรือทางพล.อ.ประวิตร เองพยายามทำให้พรรคพปชร.ยั่งยืน แต่ถึงแม้ว่าพล.อ.ประวิตร จะไม่อยู่ในตำแหน่ง ร่างกายท่านอาจจะไม่เหมือนเดิม ตนก็คิดว่าประสบการณ์และความคิดของท่านที่ผ่านอะไรมาเยอะ เป็นประโยชน์กับพรรคมาก

อย่างไรก็ตาม คิดว่าหลักการที่พรรคจะเดินต่อไปก็คงยังเดินต่อไปเหมือนเดิม คงจะต้องรอความชัดเจนจากทางพล.อ.ประวิตร อีกครั้งหนึ่ง

เมื่อถามว่าวันนี้ทั้งพล.อ.ประวิตร และน.ส.ตรีนุช น่าจะชัดเจนได้หรือไม่ น.ส.ตรีนุช กล่าวว่า ค่ะ จะมีความชัดเจนขึ้น อย่างไรก็ตาม เดี๋ยวคงต้องรอผลการประชุมกรรมการบริหารพรรควันนี้ ว่าจะเป็นอย่างไร จะได้มีการพูดคุยกันอีกครั้งหนึ่ง

ตรีนุชยันอยู่ พปชร. ไม่ไปไหน

สถานการณ์ทางการเมืองยังคงเป็นประเด็นที่น่าจับตามองอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งความเคลื่อนไหวภายในพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ที่มีข่าวลือออกมาอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับอนาคตของแกนนำคนสำคัญ รวมถึงท่าทีของ น.ส.ตรีนุช เทียนทอง เลขาธิการพรรค

ล่าสุด น.ส.ตรีนุช ได้ออกมาสยบข่าวลือต่างๆ ด้วยตนเอง โดยยืนยันว่า ตรีนุชยันอยู่ พปชร. ไม่ไปไหน ทั้งยังคงดำรงตำแหน่งเลขาธิการพรรคและยังไม่มีการถอนตัวจากการเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคแต่อย่างใด

รอฟังความชัดเจนเรื่อง “ลุงป้อม”

นอกจากนี้ น.ส.ตรีนุช ยังกล่าวถึงกระแสข่าวการวางมือทางการเมืองของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค โดยยอมรับว่าอาจมีผลกระทบต่อพรรค แต่ทุกอย่างต้องเดินหน้าต่อไป พร้อมทั้งย้ำว่าพรรคยังคงต้องรอความชัดเจนจาก พล.อ.ประวิตร อีกครั้งหนึ่ง

โดยในช่วงบ่ายของวันนี้ คาดว่าจะมีความชัดเจนเกี่ยวกับสถานการณ์ต่างๆ มากยิ่งขึ้น หลังจากมีการประชุมกรรมการบริหารพรรค ซึ่งจะมีการพูดคุยและหารือกันถึงแนวทางในการดำเนินงานของพรรคต่อไป

อนาคตของพรรคพลังประชารัฐจะเป็นอย่างไร จะมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นหรือไม่ และใครจะเป็นผู้ที่เข้ามานำทัพพรรคในการเลือกตั้งครั้งต่อไป ทั้งหมดนี้ยังคงเป็นสิ่งที่ต้องติดตามดูกันอย่างใกล้ชิด แต่ที่แน่ๆ คือ ตรีนุชยันอยู่ พปชร. ไม่ไปไหน อย่างแน่นอน

ดังนั้น สิ่งที่สำคัญที่สุดในขณะนี้ คือการติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด และรอฟังความชัดเจนจากผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อที่จะได้เข้าใจถึงสถานการณ์ที่แท้จริง และสามารถวิเคราะห์ถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นได้อย่างถูกต้องแม่นยำ

ที่มา – “ตรีนุช” ยันยังอยู่กับ พปชร. ยังไม่ไปไหน ข่าว “ลุงป้อม” วางมือ รอฟังบ่ายนี้

จับตา! “ตรีนุช” ถอนตัวแคนดิเดตนายกฯ พปชร.

ข่าวสะพัดว่า “ตรีนุช เทียนทอง” ถอนตัวแคนดิเดตนายกฯ พปชร. เตรียมที่จะขอถอนตัวออกจากการเป็นแคนดิเดตนายกฯ พรรคพลังประชารัฐในวันนี้ โดยให้เหตุผลว่าต้องการทุ่มเทกับการลงพื้นที่หาเสียงอย่างเต็มที่ ทำให้หลายฝ่ายต้อง จับตา “ตรีนุช” ถอนตัวแคนดิเดตนายกฯ พปชร. อย่างใกล้ชิด

เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ว่า ท่ามกลางกระแสข่าว พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) จะวางมือทางการเมือง ก่อนที่แกนนำพรรค พปชร. จะออกมาปฏิเสธ โดยระบุว่ายังไม่ได้รับสัญญาณดังกล่าว ในขณะเดียวกัน ในส่วนของผู้ที่ถูกเสนอชื่อเป็นแคนดิเดตนายกฯ ของพรรค ที่มีรายงานข่าวว่ามีชื่อของ พล.อ.ประวิตร และนายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล รองหัวหน้าพรรค และยังมีชื่อของ น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ในฐานะเลขาธิการพรรค พปชร. ที่เป็น 1 ใน 3 แคนดิเดตนายกฯ ของพรรคด้วยนั้น

ล่าสุด มีรายงานข่าวว่า น.ส.ตรีนุช เตรียมที่จะขอถอนตัวออกจากการเป็นแคนดิเดตนายกฯ โดยให้เหตุผลว่าต้องการทุ่มเทในการลงพื้นที่หาเสียงเลือกตั้ง เนื่องจากจะลงสมัคร สส.แบบแบ่งเขต จังหวัดสระแก้ว ซึ่งต้องจับตาดูความชัดเจนในวันที่ 24 ธันวาคม ซึ่งจะมีการประชุมกรรมการบริหารพรรค พปชร.

จับตา “ตรีนุช” ถอนตัวแคนดิเดตนายกฯ พปชร.

การตัดสินใจของ น.ส.ตรีนุช เทียนทอง ในครั้งนี้ สร้างความฮือฮาในวงการการเมืองเป็นอย่างมาก หลายฝ่ายต่างวิเคราะห์ถึงเหตุผลเบื้องหลังของการตัดสินใจดังกล่าว บางส่วนมองว่าการถอนตัวครั้งนี้ อาจเป็นกลยุทธ์ทางการเมืองของพรรคพลังประชารัฐ เพื่อเปิดทางให้แคนดิเดตนายกฯ คนอื่น ๆ ได้มีโอกาสแสดงศักยภาพอย่างเต็มที่ ในขณะที่บางส่วนเชื่อว่า น.ส.ตรีนุช ต้องการมุ่งเน้นไปที่การสร้างฐานเสียงในพื้นที่จังหวัดสระแก้ว เพื่อรักษาเก้าอี้ สส. ของตนเองไว้

อย่างไรก็ตาม การ จับตา “ตรีนุช” ถอนตัวแคนดิเดตนายกฯ พปชร. ยังคงเป็นประเด็นที่น่าสนใจและต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะการเปลี่ยนแปลงนี้ อาจส่งผลกระทบต่อทิศทางทางการเมืองของพรรคพลังประชารัฐ และภูมิทัศน์ทางการเมืองโดยรวมของประเทศได้

เหตุผลที่ต้องจับตา “ตรีนุช” ถอนตัวแคนดิเดตนายกฯ พปชร.

  • ผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของพรรคพลังประชารัฐ
  • ความเป็นไปได้ในการปรับเปลี่ยนแคนดิเดตนายกฯ ของพรรค
  • ผลกระทบต่อการแข่งขันในการเลือกตั้งที่จะมาถึง
  • อนาคตทางการเมืองของ น.ส.ตรีนุช เทียนทอง

การเลือกตั้งครั้งที่จะถึงนี้ ถือเป็นสนามแข่งขันที่สำคัญสำหรับทุกพรรคการเมือง การเปลี่ยนแปลงใด ๆ ก็ตามที่เกิดขึ้น ย่อมส่งผลต่อโอกาสและความท้าทายของแต่ละพรรคอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้น การตัดสินใจของ น.ส.ตรีนุช เทียนทอง จึงเป็นสิ่งที่ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด เพื่อทำความเข้าใจถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น และเตรียมพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่จะตามมา

การเมืองไทยยังคงมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ การ จับตา “ตรีนุช” ถอนตัวแคนดิเดตนายกฯ พปชร. เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ดังนั้น ประชาชนจึงควรติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด เพื่อให้เข้าใจถึงสถานการณ์ทางการเมือง และสามารถตัดสินใจได้อย่างถูกต้องในการเลือกตั้งที่จะมาถึง

ที่มา – จับตา “ตรีนุช” ถอนตัวแคนดิเดตนายกฯ พปชร. รอความชัดเจน กก.บห. ถกวันนี้

25 ธ.ค. ลุ้น! ป.ป.ช. ฟัน 44 อดีต สส.ก้าวไกล

จับตา 25 ธันวาคมนี้! ป.ป.ช. จะฟันคดี 44 อดีต สส.ก้าวไกล หรือไม่? มีรายงานว่าคณะกรรมการไต่สวนสรุปสำนวนเสร็จสิ้นแล้ว เหลือเพียงขั้นตอนนำเข้าสู่ที่ประชุมกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อลงมติ

วันที่ 23 ธันวาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ถึงความคืบหน้าคดี 44 อดีต สส.ก้าวไกล ที่ถูกตั้งคณะกรรมการไต่สวนคดีผิดจริยธรรมร้ายแรง กรณีเข้าชื่อเสนอแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ซึ่งมีข่าวว่า ป.ป.ช. จะลงมติในวันที่ 25 ธันวาคมนี้ โดยขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่าจะมีการบรรจุคดี 44 อดีต สส.ก้าวไกล เข้าสู่วาระการประชุม ป.ป.ช. ในวันที่ 25 ธันวาคมหรือไม่ เนื่องจากเป็นอำนาจของนายสุชาติ ตระกูลเกษมสุข ประธาน ป.ป.ช. ที่จะบรรจุวาระเรื่องนี้ในฐานะประธานกรรมการไต่สวนคดีดังกล่าว

ลุ้นระทึก! ป.ป.ช. ฟัน 44 อดีต สส.ก้าวไกล 25 ธ.ค. นี้?

ทั้งนี้ คณะกรรมการไต่สวนได้สรุปสำนวนเสร็จสิ้นหมดแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการนำเข้าสู่ที่ประชุมกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อลงมติเท่านั้น กระบวนการพิจารณาเรื่องนี้ใช้เวลานานพอสมควร เกือบ 1 ปี นับตั้งแต่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยยุบพรรคก้าวไกล อย่างไรก็ตาม การดำเนินการของ ป.ป.ช. ไม่ได้เกี่ยวข้องกับไทม์ไลน์ทางการเมือง แต่เนื่องจากคดีนี้เป็นเรื่องที่สาธารณชนให้ความสนใจ และเป็นคดีใหญ่ จึงถูกจัดลำดับความสำคัญในการพิจารณาของ ป.ป.ช.

ความคืบหน้าล่าสุด คดี 44 อดีต สส.ก้าวไกล

ประเด็นสำคัญที่ต้องจับตามองในวันที่ 25 ธันวาคม คือ:

  • การตัดสินใจของประธาน ป.ป.ช. ว่าจะบรรจุวาระการพิจารณาคดีนี้หรือไม่
  • หากบรรจุวาระ จะมีการลงมติในวันดังกล่าวเลยหรือไม่
  • ผลการลงมติของคณะกรรมการ ป.ป.ช. จะออกมาในทิศทางใด

คดีนี้ได้รับความสนใจจากสังคมอย่างมาก เนื่องจากเกี่ยวข้องกับประเด็นทางการเมืองและกฎหมายที่สำคัญ การตัดสินใจของ ป.ป.ช. จะส่งผลกระทบต่ออนาคตทางการเมืองของอดีต สส. ทั้ง 44 คน รวมถึงภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือขององค์กรอิสระอย่าง ป.ป.ช. เอง

นอกจากนี้ คดีนี้ยังเป็นบททดสอบสำคัญของกระบวนการยุติธรรมในประเทศไทย ว่าจะสามารถดำเนินการได้อย่างโปร่งใส เป็นธรรม และปราศจากอคติทางการเมืองได้หรือไม่ ประชาชนจึงควรติดตามข่าวสารและความคืบหน้าของคดีนี้อย่างใกล้ชิด เพื่อให้ทราบถึงข้อเท็จจริงและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น

การพิจารณาคดีนี้สะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนของกฎหมายและการเมืองในประเทศไทย การแก้ไขมาตรา 112 เป็นประเด็นที่ยังคงมีความเห็นต่างในสังคม การดำเนินการทางกฎหมายกับผู้ที่เกี่ยวข้องจึงต้องเป็นไปอย่างรอบคอบและระมัดระวัง เพื่อรักษาความยุติธรรมและสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน

ในขณะที่การเมืองไทยยังคงมีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง การตัดสินใจในคดีนี้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อทิศทางของประเทศในอนาคต การที่ประชาชนให้ความสนใจและติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด จะช่วยสร้างแรงกดดันให้ทุกฝ่ายดำเนินการด้วยความโปร่งใสและรับผิดชอบ

จึงเป็นที่น่าติดตามว่าผลสรุปของคดี 44 อดีต สส.ก้าวไกล จะออกมาเป็นอย่างไร และจะมีผลกระทบต่อการเมืองไทยในอนาคตอย่างไรบ้าง เราคงต้องรอติดตามกันต่อไปอย่างใกล้ชิด

ที่มา – ลุ้น 25 ธ.ค. ป.ป.ช. ฟันคดี 44 อดีต สส.ก้าวไกล เผย คกก.ไต่สวน สรุปสำนวนเสร็จแล้ว

กกต. เผยยอด ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า 3 แสน!

ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า กกต. สรุปยอด 3 วัน รวม 3 แสนกว่าคน

การเลือกตั้งครั้งสำคัญใกล้เข้ามาแล้ว! ทาง กกต. ได้สรุปยอดผู้ที่ ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า ในช่วง 3 วันแรกของการเปิดให้ลงทะเบียน พบว่ามีผู้สนใจลงทะเบียนแล้วกว่า 3 แสนคน นี่แสดงให้เห็นถึงความตื่นตัวและความใส่ใจของประชาชนในการมีส่วนร่วมทางการเมืองอย่างแท้จริง

เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2568 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้สรุปจำนวนผู้ที่ได้ทำการ ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า ทั้งในประเทศและนอกราชอาณาจักร ข้อมูล ณ วันที่ 22 ธันวาคม 2568 ซึ่งเป็นวันที่ 3 ของการเปิดให้ลงทะเบียน พบว่ามีผู้มีสิทธิเลือกตั้งยื่นความจำนงในการใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า รวมทั้งสิ้น 109,366 คน

โดยแบ่งเป็นผู้ที่ลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งของตนเอง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเจ้าหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติงานในวันเลือกตั้ง จำนวน 229 คน ผู้ที่ลงทะเบียนเลือกตั้งนอกเขตเลือกตั้ง จำนวน 101,045 คน และผู้ที่ลงทะเบียนเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร จำนวน 8,092 คน

เมื่อรวมจำนวนผู้ที่ได้ทำการลงทะเบียนตั้งแต่วันที่ 20 ธันวาคม 2568 ซึ่งเป็นวันแรกของการเปิดให้ลงทะเบียน พบว่ามีผู้ที่ได้ ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า ไปแล้วทั้งสิ้น 314,821 คน ถือเป็นตัวเลขที่น่าพอใจและแสดงให้เห็นว่าประชาชนให้ความสำคัญกับการเลือกตั้งเป็นอย่างมาก

ช่องทางการลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า

สำหรับผู้ที่สนใจลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าก่อนวันเลือกตั้ง สามารถทำได้ 3 ช่องทางหลักๆ ดังนี้

  • ลงทะเบียนด้วยตนเอง: สามารถไปลงทะเบียนได้ที่สำนักทะเบียนท้องถิ่น นายทะเบียนอำเภอ สำนักงานเขตทั้ง 50 เขตในกรุงเทพมหานคร หรือสถานเอกอัครราชทูต (สำหรับผู้ที่อยู่นอกราชอาณาจักร)
  • ลงทะเบียนทางไปรษณีย์: สามารถยื่นคำร้องขอลงทะเบียนทางไปรษณีย์ได้
  • ลงทะเบียนทางออนไลน์: เป็นช่องทางที่สะดวกและรวดเร็ว สามารถลงทะเบียนได้ตลอด 24 ชั่วโมง ผ่านเว็บไซต์ที่ กกต. กำหนด

การลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้าเปิดให้ลงทะเบียนตั้งแต่วันที่ 20 ธันวาคม 2568 ถึงวันที่ 5 มกราคม 2569 ดังนั้นหากท่านใดที่ยังไม่ได้ลงทะเบียน อย่ารอช้า รีบดำเนินการโดยด่วน เพื่อรักษาสิทธิในการออกเสียงเลือกตั้งของท่าน

การเลือกตั้งครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่ออนาคตของประเทศ การออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งของท่าน จึงเป็นการแสดงพลังและมีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทางของประเทศชาติ อย่าปล่อยให้สิทธิของท่านสูญเปล่า ออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งกันนะครับ

ดังนั้นเตรียมตัวให้พร้อม ศึกษาข้อมูลของผู้สมัคร และออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า หรือในวันเลือกตั้งจริง เพื่อร่วมกันสร้างสรรค์ประเทศไทยให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้น

ที่มา – ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า กกต. สรุปยอด 3 วัน รวม 3 แสนกว่าคน

รทสช.ชู “พีระพันธุ์-อรรถวิชช์-นราพัฒน์” เป็นแคนดิเดตนายกฯ

พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) เปิดตัวแคนดิเดตนายกฯ อย่างเป็นทางการ ได้แก่ “พีระพันธุ์-อรรถวิชช์-นราพัฒน์” พร้อมชูนโยบายเด่นมากมาย หวังพลิกโฉมประเทศไทย

“พีระพันธุ์-อรรถวิชช์-นราพัฒน์” แคนดิเดตนายกฯ รทสช.

เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2568 ที่ทำการพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ได้มีการแถลงข่าวเปิดตัวแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค นำโดย นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค, นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี รองหัวหน้าพรรค และนายนราพัฒน์ แก้วทอง รองหัวหน้าพรรค พร้อมด้วยแกนนำพรรคและว่าที่ผู้สมัคร สส. อีกหลายท่าน

ในการแถลงข่าวครั้งนี้ พรรค รทสช. ได้ประกาศสโลแกนพรรคอย่างเป็นทางการคือ “เด็ดขาดแก้วิกฤติ พลิกโฉมประเทศ” พร้อมทั้งเปิดตัวนโยบายที่น่าสนใจหลายประการ ซึ่งมุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาของชาติและพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน

นโยบายเด่นของพรรค รทสช. ที่ “พีระพันธุ์-อรรถวิชช์-นราพัฒน์” พร้อมผลักดัน

พรรค รทสช. ได้เสนอนโยบายที่ครอบคลุมหลากหลายด้าน ดังนี้:

  • ด้านความมั่นคง: ยกเลิก MOU 43-44 สร้างรั้วชายแดนไทย-กัมพูชา, รับเบี้ยเลี้ยงออกรบ 200,000 บาท, เกณฑ์ทหารสมัครใจรับ 30,000 บาท, ทหารเกณฑ์ส่วนใหญ่รายได้น้อยและต้องดูแลครอบครัว ก็รับไปเลยเงินเดือนบวกเงินค่าครองชีพเดือนละ 15,000 บาท
  • ด้านการปราบปรามการทุจริต: ออกกฎหมายประหารชีวิตคนโกงชาติ, ลงโทษหนักสแกมเมอร์
  • ด้านพลังงาน: เสรีโซลาร์ ไม่ต้องขออนุญาต, ค่าไฟถูกได้อีก 33%, เบนซิน ดีเซล ไม่เกิน 30 บาท/ลิตร
  • ด้านเกษตรกรรม: ปุ๋ยรัฐ 500 บาท/กระสอบ, ศาลที่ดิน ข้าว 15,000 บาท/ตัน, ปาล์ม 6 บาท/กก.
  • ด้านการศึกษา: ใช้หนี้ กยศ. ด้วยการทำงาน ไม่ถูกฟ้องร้องอีก
  • ด้านการบริหารราชการ: ราชการ งานไว ลดอำนาจรัฐ เลิกหลายใบอนุญาต จบที่ 1 คำขอ

นายพีระพันธุ์กล่าวถึงการเลือกตั้งที่จะมาถึงว่า พรรควัดผลสำเร็จด้วยความตั้งใจจริงในการแก้ไขวิกฤติของชาติและปัญหาของประชาชน ไม่ได้วัดจากจำนวน สส. หรือขนาดของเงินทุน พร้อมทั้งยืนยันว่าพรรคจะไม่ร่วมรัฐบาลกับพรรคที่มีทุนสีเทา

เมื่อถามถึงเป้าหมายของพรรค รทสช. ในการเลือกตั้งครั้งนี้ นายพีระพันธุ์กล่าวว่า พรรคคาดหวังที่จะส่งผู้สมัคร สส. ครบทุกจังหวัด และในกรุงเทพมหานครส่งครบทั้ง 33 เขต

นอกจากนี้ นายพีระพันธุ์ยังได้กล่าวถึงจุดยืนของพรรคในการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า พรรคจะไม่แก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อประโยชน์ทางการเมือง แต่จะแก้ไขเพื่อทำให้ประเทศชาติมั่นคง สถาบันหลักของชาติเข้มแข็ง และคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชนให้มากยิ่งขึ้น

“พีระพันธุ์-อรรถวิชช์-นราพัฒน์” พร้อมนำพาพรรค รทสช. สู่การเลือกตั้งด้วยความมุ่งมั่นที่จะแก้ไขปัญหาของชาติและพัฒนาประเทศให้ก้าวหน้าอย่างยั่งยืน พรรคมุ่งเน้นการทำงานเพื่อคนไทยทั้งชาติ และพร้อมที่จะรับฟังความคิดเห็นของประชาชนเพื่อนำไปสู่การพัฒนาประเทศให้ดียิ่งขึ้น

พรรค รทสช. ภายใต้การนำของ “พีระพันธุ์-อรรถวิชช์-นราพัฒน์” ได้แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจจริงในการเข้ามาแก้ไขปัญหาของชาติ และพร้อมที่จะเป็นทางเลือกใหม่ให้กับประชาชนในการเลือกตั้งที่จะมาถึงนี้ ด้วยนโยบายที่ชัดเจนและการทำงานที่มุ่งเน้นประโยชน์ส่วนรวม

ที่มา – “พีระพันธุ์-อรรถวิชช์-นราพัฒน์” แคนดิเดตนายกฯ รทสช. ชูนโยบายออกรบรับ 2 แสน

3 แคนดิเดตนายกฯ เพื่อไทย ลง สส. มีชื่อลูก“ภูมิธรรม-ทวี”

การเมืองไทยกำลังเข้มข้น! พรรคเพื่อไทยเปิดรายชื่อ สส. บัญชีรายชื่อ 100 คน มีชื่อแคนดิเดตนายกฯ ครบ แถมมีลูก “ภูมิธรรม-ทวี” ลงสมัครด้วย มาดูกันว่าใครบ้างที่มีชื่อในบัญชีนี้ และเบื้องหลังการลาออกของจาตุรนต์คืออะไร

3 แคนดิเดตนายกฯ เพื่อไทย ลง สส. ครบ มีชื่อ ลูก “ภูมิธรรม-ทวี” ด้วย

พรรคเพื่อไทยเปิดเผยรายชื่อ สส.บัญชีรายชื่อ จำนวน 100 คน ซึ่งเป็นไปตามลำดับตัวอักษร โดยมีชื่อของ 3 แคนดิเดตนายกฯ เพื่อไทย อยู่ในบัญชีรายชื่อดังกล่าว ได้แก่ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ และนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ นอกจากนี้ ยังมีแกนนำพรรคคนสำคัญอย่าง นายภูมิธรรม เวชชัย นายประเสริฐ จันทรรวงทอง และนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รวมอยู่ด้วย

ที่น่าสนใจคือ มีบุคคลที่เพิ่งเข้ามาร่วมงานกับพรรคเพื่อไทยก็มีชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อ สส. เช่น นายเทวัญ ลิปตพัลลภ และนายต่อศักดิ์ อัศวเหม และที่สร้างความฮือฮาคือการปรากฏชื่อทายาทนักการเมืองชื่อดังที่ลงสมัคร สส.บัญชีรายชื่อเป็นครั้งแรก ได้แก่ นายธงธรรม เวชยชัย บุตรชายของนายภูมิธรรม และนายรวิ สอดส่อง บุตรชายของ พล.ต.อ. ทวี สอดส่อง ทำให้เห็นถึงการผสมผสานคนรุ่นใหม่เข้ากับประสบการณ์ทางการเมืองของพรรคเพื่อไทย

ทำไมต้อง 3 แคนดิเดตนายกฯ เพื่อไทย?

การที่พรรคเพื่อไทยส่ง 3 แคนดิเดตนายกฯ ลงสมัคร สส.บัญชีรายชื่อนั้น แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและความพร้อมในการนำพาพรรคไปสู่ชัยชนะในการเลือกตั้งที่จะมาถึง การมีตัวเลือกที่หลากหลายจะช่วยให้พรรคสามารถปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ทางการเมืองที่เปลี่ยนแปลงไปได้อย่างรวดเร็ว และตอบสนองความต้องการของประชาชนได้อย่างครอบคลุม

  • นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ: ผู้บริหารมากประสบการณ์
  • นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์: นักการเมืองรุ่นใหม่ไฟแรง
  • นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์: หัวหน้าพรรคที่มากด้วยความสามารถ

การมี 3 แคนดิเดตนายกฯ เพื่อไทย ทำให้พรรคมีความแข็งแกร่งและมีโอกาสในการจัดตั้งรัฐบาลมากขึ้น หากผลการเลือกตั้งออกมาเป็นที่น่าพอใจ

นอกจากเรื่องรายชื่อ สส.บัญชีรายชื่อแล้ว นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ยังได้ยืนยันถึงกรณีที่นายจาตุรนต์ ฉายแสง ยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทยว่า ไม่ได้มีปัญหาใดๆ ภายในพรรค และนายจาตุรนต์ยังคงเป็นสมาชิกพรรคและมีบทบาทเหมือนเดิม เพียงแต่จะไปทำหน้าที่ในคณะกรรมการทำประชามติ ซึ่งที่ผ่านมานายจาตุรนต์ได้ทุ่มเทให้กับเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาโดยตลอด

การลาออกของนายจาตุรนต์อาจทำให้หลายคนสงสัยถึงความขัดแย้งภายในพรรคเพื่อไทย แต่การยืนยันจากหัวหน้าพรรคทำให้น่าเชื่อได้ว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงบทบาทเพื่อไปทำงานที่สำคัญอีกด้านหนึ่ง

การเปิดเผยรายชื่อ สส.บัญชีรายชื่อของพรรคเพื่อไทยในครั้งนี้ ถือเป็นการประกาศความพร้อมสำหรับการเลือกตั้งที่จะมาถึง พรรคได้รวบรวมบุคลากรที่มีความสามารถและประสบการณ์หลากหลาย เพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชนและนำพาประเทศไปสู่ความเจริญรุ่งเรือง

การมี 3 แคนดิเดตนายกฯ เพื่อไทย ที่มีความโดดเด่นแตกต่างกัน จะเป็นจุดแข็งที่สำคัญในการดึงดูดคะแนนเสียงจากประชาชน และทำให้พรรคเพื่อไทยเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจในการเลือกตั้งครั้งหน้า

การเมืองไทยกำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ การตัดสินใจของประชาชนในการเลือกตั้งครั้งหน้า จะเป็นตัวกำหนดอนาคตของประเทศ เราหวังว่าข้อมูลเหล่านี้จะเป็นประโยชน์ในการพิจารณาและตัดสินใจเลือกผู้แทนที่เหมาะสมที่สุด

ที่มา – 3 แคนดิเดตนายกฯ เพื่อไทย ลง สส. ครบ มีชื่อ ลูก “ภูมิธรรม-ทวี” ด้วย

อนุทินเยี่ยมทหารเสียขา เตือนกัมพูชา

นายกฯ บินด่วนเยี่ยมทหารนาวิกโยธิน เหยียบทุ่นระเบิดชายแดนตราด สูญเสียขาเป็นรายที่ 8 ย้ำรัฐบาล-กองทัพไม่ทอดทิ้ง ดูแลเต็มที่ เตือนกัมพูชา ทำแบบนี้ อย่าหวังเลิกแล้วต่อกัน ขอนานาชาติเตือนอีกฝ่าย อย่าจ้องแต่กำชับฝ่ายไทย

วันที่ 21 ธันวาคม 2568 ที่โรงพยาบาลพระปกเกล้าจันทบุรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินทางด่วนลงพื้นที่เพื่อเข้าเยี่ยมและให้กำลังใจ จ่าเอกเทอดพงษ์ ผมนะรา ทหารช่างสังกัดหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราด กองทัพเรือ ซึ่งได้รับบาดเจ็บสาหัสจากเหตุเหยียบทุ่นระเบิดบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา จนต้องสูญเสียขา นับเป็นทหารรายที่ 8 จากเหตุการณ์ลักษณะดังกล่าว

นายอนุทินกล่าวว่า หลังทราบข่าวทหารไทยได้รับบาดเจ็บจากเหตุเหยียบทุ่นระเบิด จึงรีบเดินทางมาเยี่ยมให้กำลังใจทันที พร้อมยืนยันว่ารัฐบาลและกองทัพจะไม่ทอดทิ้งวีรบุรุษผู้เสียสละเพื่อประเทศชาติ และจะดูแลเรื่องการรักษา การฟื้นฟู รวมถึงการเยียวยาอย่างเต็มที่

“ทำกันแบบนี้ จะมาพูดว่าให้เลิกแล้วต่อกันก็คงไม่ได้ นี่คือการรุกล้ำดินแดนไทย เรื่องนี้ต้องบอกให้นานาชาติรู้ด้วยว่าแทนที่จะมาบอกให้ไทยทำอย่างนั้นอย่างนี้ก็ให้ไปบอกฝ่ายที่กระทำเราบ้าง ให้เขาหยุดการกระทำ ส่วนใครจะมาบอกให้ไทยทำอะไร ขอบอกว่าไทยมีแนวทางของเราและจะจัดการในสิ่งที่สมควร จะปล่อยให้พี่น้องประชาชนคนไทยทหารไทยมาถูกกระทำแบบนี้ไม่ได้”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เหตุเหยียบกับระเบิด เกิดขึ้นในพื้นที่บ้านหนองรี ตำบลชำราก อำเภอเมืองตราด ซึ่งเป็นบริเวณที่ฝ่ายกัมพูชาลอบนำทุ่นระเบิดเข้ามาฝังไว้ใกล้พื้นที่ชุมชน ส่งผลให้ทหารไทยได้รับบาดเจ็บระหว่างปฏิบัติหน้าที่ลาดตระเวน และถูกนำตัวส่งรักษาอย่างเร่งด่วน

แพทย์โรงพยาบาลพระปกเกล้าจันทบุรี รายงานว่า อาการของจ่าเอกเทอดพงษ์ ขณะนี้พ้นขีดอันตราย รู้สึกตัวดี หลังเข้ารับการผ่าตัดและสามารถควบคุมการห้ามเลือดได้แล้ว อย่างไรก็ตาม ยังต้องพักรักษาตัวและรับยาฆ่าเชื้ออย่างต่อเนื่องเป็นเวลาอย่างน้อย 1 สัปดาห์

อนุทิน บินด่วนเยี่ยมทหารเสียขารายที่ 8 เตือนกัมพูชา อย่าหวังเลิกแล้วต่อกัน

จากนั้น นายอนุทิน ให้สัมภาษณ์ว่า เรื่องกำลังใจได้ให้กับทหารทุกคนมาโดยตลอด มีทหารบางคนโชคไม่ดี ระหว่างปฏิบัติหน้าที่ก็โดนทำร้ายอย่างทหารนายนี้ก็คือขาที่ 8 หากทำแบบนี้แล้วมาบอกให้เลิกแล้วต่อกันคงไม่ใช่ นี่เป็นการละลาบละล้วงไม่เคารพบูรณภาพแห่งดินแดน ของประเทศเรา เราก็ต้องทำอะไรให้เขาได้ยินบ้าง เมื่อถามถึงสถานการณ์ชายแดนในช่วงนี้เรียบร้อยดีหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า จะเรียบร้อยได้อย่างไรถ้าเรียบร้อยคนของเราต้องไม่เป็นอะไรเมื่อเช้านี้ตนก็ต้องไปรับร่างของทหารอีก 2 นาย ที่เสียชีวิตบนเนิน 350 ซึ่งกัมพูชาปล่อยให้ร่างผู้เสียชีวิตต้องอยู่ตากแดดตากฝนอยู่ตั้ง 3-4 วัน ไม่ยอมให้เราเอาร่างกลับมาเพื่อทำพิธี เอาร่างผู้เสียชีวิตมาไว้ล่อเป้า อย่างนี้มันไม่ใช่วิธีการของคนที่อยากจะมีความสงบ แบบนี้ตนอยากบอกให้นานาชาติได้เห็น ที่โทรกันมาหาตนคำก็หยุดยิง สองคำก็หยุดยิง ขอให้ประเทศไทยกลับไปทำนั่นทำนี่ ขอให้ประเทศไทยเคารพนั่นเคารพนี่ ดูซิว่ามีใครเคารพประเทศไทยบ้าง นี่คือสิ่งที่ต้องตอกย้ำอีกครั้งหนึ่งว่าไปบอกคนที่ทำร้ายประเทศไทยเถอะ ไม่ใช่บอกประเทศไทย เมื่อถามว่าความไม่สงบจะจบก่อนการเลือกตั้งหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับการเลือกตั้งเราต้องทำให้มันจบเร็วที่สุด ไม่ต้องการให้เกิดความสูญเสียไปมากกว่านี้ ไม่เกี่ยวกับเรื่องเลือกตั้งและเรื่องอะไรทั้งสิ้น. ทหารและกองทัพจะเร่งดำเนินการสถาปนาอธิปไตยและความมั่นคงในทุกเขตที่เป็นเป้าหมายโดยเร็วที่สุดไม่ต้องเกรงหน้าอินทร์หน้าพรหมที่ไหนแล้ว ตอนนี้ต้องรักษาคนไทยต้องรักษาชีวิตของทหารทั้งหลายไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว

อนุทินแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ทหารเสียขา

สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชายังคงเป็นสิ่งที่ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด รัฐบาลไทยยืนยันว่าจะดูแลทหารที่ได้รับผลกระทบอย่างเต็มที่ และจะดำเนินการทุกวิถีทางเพื่อปกป้องอธิปไตยของชาติ การที่อนุทิน บินด่วนเยี่ยมทหารเสียขารายที่ 8 เตือนกัมพูชา อย่าหวังเลิกแล้วต่อกัน แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหา และให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของประชาชนและทหารไทย

ในฐานะประชาชนคนไทย เราควรให้กำลังใจทหารที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างเสียสละ และสนับสนุนให้รัฐบาลดำเนินการทุกวิถีทางเพื่อสร้างความสงบสุขตามแนวชายแดน และปกป้องอธิปไตยของชาติ สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นบทเรียนสำคัญที่ทำให้เราต้องตระหนักถึงความสำคัญของการป้องกันประเทศ และความเสียสละของทหารกล้า

ทั้งนี้ อนุทิน บินด่วนเยี่ยมทหารเสียขารายที่ 8 เตือนกัมพูชา อย่าหวังเลิกแล้วต่อกัน เพื่อเป็นการให้กำลังใจและยืนยันถึงความช่วยเหลืออย่างเต็มที่จากรัฐบาล

ที่มา – “อนุทิน” บินด่วนเยี่ยมทหารเสียขารายที่ 8 เตือนกัมพูชา อย่าหวังเลิกแล้วต่อกัน

โฆษกปชป. ขอบคุณคนกรุงเทพฯ หลังโพลพุ่ง!

โฆษกปชป. ขอบคุณคนกรุงเทพฯ หลังผลโพลพุ่ง

“พงศกร ขวัญเมือง” ขอบคุณคนกรุงเทพฯ หลังนิด้าโพล เผย คะแนนนิยมพรรคประชาธิปัตย์ พุ่งสูงขึ้นเกือบ 4 เท่า ขอโอกาสอีกครั้งให้กลับมารับใช้ดูแล

วันที่ 21 ธ.ค. 2568 นายพงศกร ขวัญเมือง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) กล่าวขอบคุณพี่น้องชาวกรุงเทพฯ ต่อผลการสำรวจ “กระแสการเมืองกรุงเทพมหานคร” ล่าสุดของนิด้าโพล ที่สะท้อนให้เห็นว่าความเชื่อมั่นต่อพรรคประชาธิปัตย์เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยคะแนนนิยมขยับสูงขึ้นเกือบ 4 เท่า เมื่อเทียบกับผลการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา ผลโพลครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงตัวเลขทางการเมือง แต่เป็นสัญญาณของความไว้วางใจ และการเปิดใจของคนกรุงเทพฯ ที่ให้โอกาสพรรคประชาธิปัตย์ได้พิสูจน์ตัวเองอีกครั้ง

พรรคประชาธิปัตย์ขอขอบคุณพี่น้องคน กทม.อย่างจริงใจ ที่เปิดใจ และมอบความไว้วางใจให้พรรคถือเป็นกำลังใจสำคัญของพวกเราทุกคน ทำงานด้วยความรับผิดชอบต่อความหวังของประชาชน เพราะตระหนักดีว่ายังมีประชาชนอีกจำนวนมากที่ยังไม่ตัดสินใจ และยังมองหาพรรคการเมืองที่สามารถเป็นความหวังใหม่ของกรุงเทพฯ ได้อย่างแท้จริง พรรคประชาธิปัตย์พร้อมพิสูจน์ตัวเองด้วยการทำงาน จึงขอโอกาสจากคนกรุงเทพฯ อีกครั้ง ให้เราได้กลับมารับใช้ ดูแล และทำงานเพื่อตอบโจทย์คน กทม. และเมืองนี้ ด้วยการเมืองสุจริต การทำงานแบบมืออาชีพ และความจริงใจต่อประชาชนทุกคน

พรรคประชาธิปัตย์ขอบคุณคนกรุงเทพฯ

ผลสำรวจของนิด้าโพลแสดงให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงและความเชื่อมั่นที่ประชาชนมีต่อพรรคประชาธิปัตย์ การที่คะแนนนิยมเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถือเป็นเรื่องที่น่ายินดี แต่สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าคือการที่พรรคต้องรักษาและต่อยอดความไว้วางใจนี้ด้วยการทำงานอย่างหนักและมุ่งมั่นเพื่อแก้ไขปัญหาของคนกรุงเทพฯ อย่างแท้จริง

ปัจจุบัน กรุงเทพมหานครเผชิญกับความท้าทายมากมาย ไม่ว่าจะเป็นปัญหาการจราจร ปัญหามลพิษ ปัญหาอาชญากรรม และปัญหาเศรษฐกิจ ซึ่งล้วนส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของประชาชน การแก้ไขปัญหาเหล่านี้ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน พรรคประชาธิปัตย์ในฐานะตัวแทนของประชาชนคนกรุงเทพฯ พร้อมที่จะเป็นแกนนำในการผลักดันนโยบายและโครงการต่างๆ ที่จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของคนกรุงเทพฯ ให้ดีขึ้น

นโยบายที่พรรคให้ความสำคัญเป็นพิเศษ ได้แก่:

  • การพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะให้มีประสิทธิภาพ สะดวก และเข้าถึงได้ง่าย เพื่อลดปัญหาการจราจรและมลพิษ
  • การส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดและการจัดการขยะอย่างยั่งยืน เพื่อรักษาสิ่งแวดล้อมและสร้างคุณภาพชีวิตที่ดี
  • การสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน โดยการเพิ่มกำลังตำรวจ ติดตั้งกล้องวงจรปิด และปรับปรุงกฎหมายให้ทันสมัย
  • การส่งเสริมการลงทุนและการจ้างงาน เพื่อสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับคนกรุงเทพฯ

พรรคประชาธิปัตย์เชื่อมั่นว่าด้วยความร่วมมือและความมุ่งมั่นตั้งใจจริง เราจะสามารถสร้างกรุงเทพฯ ให้เป็นเมืองที่น่าอยู่สำหรับทุกคนได้ อย่าปล่อยให้โอกาสดีๆ หลุดลอยไป ร่วมกันสร้างกรุงเทพฯ ที่ดีกว่าเดิมไปกับเรา

ที่มา – โฆษกปชป. ขอบคุณ คนกรุงเทพฯ หลังผลโพลพุ่ง ขอโอกาส รับใช้อีกครั้ง

“ธรรมนัส” ภูมิใจไทยทำเต็มที่ เจ้าภาพซีเกมส์ 2025

“ธรรมนัส” ภาคภูมิใจ ไทยทำเต็มที่เป็นเจ้าภาพจัดซีเกมส์ 2025 น้อมรับทุกคำวิจารณ์ นำข้อผิดพลาดเป็นบทเรียนและปรับปรุง เผย หลายประเทศขอบคุณ-ชื่นชม

เมื่อเวลา 14.50 น. วันที่ 20 ธันวาคม 2568 ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้สัมภาษณ์ที่พรรคกล้าธรรม (กธ.) ถึงพิธีปิดซีเกมส์วันนี้จะมีความเรียบร้อยหรือไม่ ว่า ตนได้กำชับ นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาแล้ว ซึ่งเราได้ถอดบทเรียนที่ผ่านมาแล้วว่าเป็นอย่างไรบ้าง วันนี้ถือเป็นวันที่คนไทยร่วมกันฉลองความสำเร็จภาคการกีฬามาก ในส่วนของสมาคมกีฬาทางน้ำแห่งประเทศไทย ที่ตนเป็นประธาน ณ เวลานี้ได้ 11 เหรียญทอง ถือว่าประสบความสำเร็จ

ผู้สื่อข่าวถามต่อ ภาพรวมมีความภาคภูมิใจหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า คนไม่ทำงานก็ไม่มีสิทธิ์วิพากษ์วิจารณ์ แต่คนทำงานเราทำในสิ่งที่เราตั้งใจทำเต็มที่ มีข้อผิดพลาดก็ต้องนำเสียงวิจารณ์มาแก้ไข ซึ่งการยอมรับในสิ่งที่ตัวเองหรือทีมงานทำผิดพลาดถือว่าเป็นสิ่งที่ดีนำมาถอดบทเรียน ดังนั้น ขอขอบคุณทุกเสียงวิพากษ์วิจารณ์ และตนจะนำมาปรับปรุงแก้ไขในฐานะที่เป็นรองนายกรัฐมนตรีที่กำกับดูแลการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) และจะทำให้ดีที่สุด

ร.อ.ธรรมนัส ยังกล่าวด้วยว่า ถ้าเราไปอยู่ในสนามแข่งขัน และมอบให้สมาคมกีฬาแต่ละประเภทไปเตรียมความพร้อมภายใต้กรอบงบประมาณที่เราได้รับ ก็จะเห็นบรรยากาศว่าประเทศเพื่อนบ้านที่เขามาแข่ง เขาก็มีความสุขและชื่นชมว่าเราทำได้ดี ดูแลเขาอย่างดี ตนได้รับการติดต่อจากทูตหลายประเทศเขาโทรศัพท์มาขอบคุณ และในวันเดียวกันนี้ตนจะเดินทางไปพบประธานสหพันธ์กีฬาทางน้ำโลก เขาก็ชื่นชมว่าตนทำได้ดี แต่เสียที่คนไทยวิพากษ์วิจารณ์ ซึ่งเราก็ต้องน้อมรับและนำไปปรับปรุงแก้ไข.

“ธรรมนัส” ภูมิใจไทยทำเต็มที่ เจ้าภาพซีเกมส์ 2025

จากกระแสข่าวและความคิดเห็นต่างๆ เกี่ยวกับการเป็นเจ้าภาพซีเกมส์ 2025 ของไทย ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ได้ออกมาแสดงความภาคภูมิใจที่ประเทศไทยได้ทำหน้าที่อย่างเต็มที่ในการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ที่จะเกิดขึ้นในปี 2025 พร้อมทั้งน้อมรับทุกคำวิพากษ์วิจารณ์และนำข้อผิดพลาดมาปรับปรุงแก้ไข เพื่อให้การจัดการแข่งขันเป็นไปอย่างราบรื่นและประสบความสำเร็จมากที่สุด

ความภาคภูมิใจและความมุ่งมั่นในการเป็นเจ้าภาพซีเกมส์ 2025

ร.อ.ธรรมนัส ได้เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นและความตั้งใจของทีมงานทุกคนในการเตรียมความพร้อมสำหรับการเป็นเจ้าภาพซีเกมส์ 2025 โดยกล่าวว่า “คนทำงานเราทำในสิ่งที่เราตั้งใจทำเต็มที่” ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความทุ่มเทและความพยายามในการทำให้การแข่งขันกีฬาซีเกมส์ที่จะเกิดขึ้นเป็นไปอย่างดีที่สุด นอกจากนี้ยังกล่าวถึงการได้รับการติดต่อจากทูตหลายประเทศที่ได้โทรศัพท์มาขอบคุณและชื่นชมในการจัดการแข่งขัน ซึ่งเป็นสิ่งที่ยืนยันถึงความสำเร็จในระดับนานาชาติ

การที่ ร.อ.ธรรมนัส ออกมายอมรับและพร้อมที่จะปรับปรุงแก้ไขข้อผิดพลาดต่างๆ ที่เกิดขึ้น ถือเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งในการพัฒนาและปรับปรุงการจัดการแข่งขันให้ดียิ่งขึ้น การเปิดใจรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากทุกฝ่าย จะช่วยให้การจัดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ 2025 เป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพ

การเป็นเจ้าภาพซีเกมส์ 2025 ไม่ได้เป็นเพียงแค่การจัดการแข่งขันกีฬาเท่านั้น แต่ยังเป็นโอกาสที่ดีในการแสดงศักยภาพและความสามารถของประเทศไทยในด้านต่างๆ ทั้งในด้านการกีฬา การท่องเที่ยว และวัฒนธรรม การจัดการแข่งขันที่ดีจะช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับประเทศและส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีกับประเทศเพื่อนบ้าน

สิ่งที่สำคัญที่สุดในการเป็นเจ้าภาพซีเกมส์ 2025 คือการทำงานร่วมกันของทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน เพื่อให้การแข่งขันกีฬาเป็นไปอย่างราบรื่นและประสบความสำเร็จ การสนับสนุนและความร่วมมือจากทุกฝ่ายจะเป็นแรงผลักดันสำคัญในการทำให้ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพซีเกมส์ที่น่าจดจำ

เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการเป็นเจ้าภาพซีเกมส์ 2025 ของประเทศไทย จะเป็นไปอย่างราบรื่นและประสบความสำเร็จ สร้างความภาคภูมิใจให้กับคนไทยทุกคน และเป็นที่จดจำในระดับนานาชาติ ร่วมส่งกำลังใจให้ทัพนักกีฬาไทยและทีมงานทุกคนที่ทุ่มเทแรงกายแรงใจในการเตรียมความพร้อมสำหรับการแข่งขันครั้งนี้

สุดท้ายนี้ การเป็นเจ้าภาพซีเกมส์ 2025 ถือเป็นโอกาสอันดีที่ประเทศไทยจะได้แสดงศักยภาพและความสามารถให้โลกได้เห็น มาร่วมเป็นกำลังใจและสนับสนุนนักกีฬาไทยในการแข่งขันครั้งนี้กันนะครับ!

ที่มา – “ธรรมนัส” ภูมิใจไทยทำเต็มที่เจ้าภาพจัดซีเกมส์ 2025 นำข้อผิดพลาดเป็นบทเรียน-ปรับปรุง

Scroll to top