คณะรัฐมนตรี

แถลงนโยบายรัฐบาลวันที่ 2: นายกฯ ชมอภิปรายดี

สวัสดีครับทุกท่าน! วันนี้เรามาพูดถึงเรื่องร้อนๆ ในวงการการเมืองไทยกันดีกว่า นั่นคือ แถลงนโยบายรัฐบาลวันที่ 2 ที่กำลังเป็นที่จับตามองของทุกคน โดยเฉพาะท่าทีของนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ที่ดูจะมั่นใจสุดๆ หลังจากอภิปรายวันแรกผ่านไปแบบราบรื่น มาดูกันว่ามีอะไรน่าสนใจบ้าง

แถลงนโยบายรัฐบาลวันที่ 2 นายกฯ อนุทินยิ้มแย้มเข้าสภา

เมื่อเวลา 09.16 น. วันที่ 10 เมษายน 2569 ที่อาคารรัฐสภาใหม่เอี่ยม นายอนุทิน ชาญวีรกูล ในฐานะนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เดินทางเข้าประชุมรัฐสภา ครั้งที่ 1 วาระด่วนเพื่อแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรีต่อรัฐสภา สีหน้านายกฯ ดูยิ้มแย้มแจ่มใส เหมือนพร้อมลุยเต็มที่เลยครับ

ผู้สื่อข่าวที่รอจับภาพอยู่แน่นๆ ก็ไม่พลาดที่จะถามถึงภาพรวมของการอภิปรายในวันแรก นายกรัฐมนตรีตอบสั้นๆ แต่ได้ใจความว่า “ดีครับ” แล้วก็รีบเดินเข้าห้องประชุมทันที ไม่มีทีท่าว่าจะขยายความเพิ่มเติม เหมือนเก็บท่าทีไว้ก่อน

สรุปภาพรวมอภิปรายวันแรกในแถลงนโยบายรัฐบาลวันที่ 2

สำหรับวันแรกของการแถลงนโยบายเมื่อวันที่ 9 เมษายนที่ผ่านมา ใช้เวลาอภิปรายไปทั้งหมดประมาณ 17 ชั่วโมง จากเวลาทั้งหมดที่จัดสรรไว้ 32 ชั่วโมง 30 นาที ยังเหลือเวลาอีกกว่า 15 ชั่วโมงให้อภิปรายต่อในวันนี้ ซึ่งเป็นวันสุดท้าย

มาดูรายละเอียดการใช้เวลาแบบละเอียดยิบกันเลยครับ:

  • นายกรัฐมนตรี: ใช้ไปกว่า 1 ชั่วโมง เหลือประมาณ 21 นาที
  • คณะรัฐมนตรี: ใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมง 20 นาที เหลือกว่า 4 ชั่วโมง 30 นาที
  • สว. (วุฒิสภา): ใช้ไปกว่า 2 ชั่วโมง เหลือ 1 ชั่วโมง 40 นาที
  • ส.ส. ฝ่ายรัฐบาล: ใช้เกือบ 4 ชั่วโมง เหลือกว่า 1 ชั่วโมง 40 นาที
  • ส.ส. ฝ่ายค้าน: ใช้เกือบ 8 ชั่วโมง เหลือกว่า 6 ชั่วโมง 30 นาที
  • ประธานสภา: ใช้ประมาณ 31 นาที เหลือประมาณ 28 นาที

จากตัวเลขเหล่านี้ จะเห็นว่าฝ่ายค้านยังมีเวลาอภิปรายเหลือเพียบเลยครับ คงมีดุเดือดต่อแน่นอน ส่วนฝ่ายรัฐบาลดูจะจัดการเวลาได้ดี

นายกฯ งดสัมภาษณ์สื่อเป็นวันที่ 3 แล้ว

ที่น่าสนใจอีกประเด็นคือ นี่เป็นวันที่ 3 ติดต่อกันแล้วที่นายกรัฐมนตรีไม่ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนอย่างเป็นทางการ หลังจากมีภาวะวิกฤตพลังงานรุมเร้า ดูเหมือนว่านายกฯ จะโฟกัสที่การประชุมสภาเป็นหลัก เก็บไพ่ในมือไว้ก่อน

การแถลงนโยบายครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของรัฐบาลชุดใหม่ ที่จะกำหนดทิศทางประเทศในช่วงข้างหน้า โดยเฉพาะประเด็นเศรษฐกิจ สังคม และพลังงานที่กำลังเป็นปัญหาใหญ่ ฝ่ายค้านคงไม่ปล่อยให้ผ่านง่ายๆ แน่นอน

จากที่ติดตามมาจะเห็นว่ารัฐบาลพยายามนำเสนอนโยบายที่ตอบโจทย์ประชาชน เช่น การแก้ปัญหาค่าครองชีพ การกระตุ้นเศรษฐกิจหลังโควิด และการจัดการพลังงานอย่างยั่งยืน แต่การอภิปรายวันแรกก็เผยให้เห็นจุดอ่อนหลายจุดที่ฝ่ายค้านจวกหนัก

วันนี้เป็นวันสุดท้าย คงต้องรอฟังนโยบายตอบโต้จากรัฐบาล และการโหวตความไว้วางใจต่อไป ทุกอย่างกำลังเข้มข้นมาก!

ส่วนตัวผมมองว่าท่าที “ดีครับ” ของนายกฯ แสดงถึงความมั่นใจ รัฐบาลนี้น่าจะเตรียมการมาดี สภาจะโหวตผ่านหรือไม่ ต้องรอติดตามครับ สุดท้ายแล้ว นโยบายต้องลงสู่ประชาชนจริงๆ ถึงจะสำเร็จ

คุณคิดยังไงกับ แถลงนโยบายรัฐบาลวันที่ 2 ครั้งนี้? คอมเมนต์มาบอกกันหน่อยสิ แล้วอย่าลืมแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ อ่านด้วยนะ!

ที่มา – แถลงนโยบายรัฐบาลวันที่ 2 นายกฯ รับภาพรวมอภิปรายวันแรกดี ยังเก็บท่าที หลังงดสัมภาษณ์แล้ว 3 วัน

ชมถ่ายทอดสด การประชุมรัฐสภา รัฐบาลอนุทิน

ชมถ่ายทอดสด การประชุมรัฐสภา รัฐบาลอนุทิน นำคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่ แถลงนโยบายรัฐบาล เพื่อแก้ปัญหาเร่งด่วน 5 ด้านหลัก วันนี้ 9 เมษายน 2568 ตั้งแต่เวลา 08.30 น. เป็นต้นไป ประชาชนสามารถติดตามรับชมได้ทางสถานีโทรทัศน์และช่องทางออนไลน์ต่างๆ อย่าพลาดเหตุการณ์สำคัญที่กำหนดทิศทางประเทศในปีข้างหน้า

การประชุมร่วมกันของรัฐสภา ครั้งที่ 1 สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง ในวาระด่วนตามมาตรา 162 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จัดขึ้นเป็นเวลา 2 วัน คือ 9-10 เมษายน 2568 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย จะเป็นประธานนำคณะรัฐมนตรีแถลงนโยบาย โดยก่อนหน้านี้ได้เข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณเมื่อวันที่ 6 เมษายน 2568 ตามรัฐธรรมนูญกำหนดให้ต้องแถลงนโยบายก่อนปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นทางการ เว้นแต่กรณีจำเป็นเร่งด่วน

ชมถ่ายทอดสด การประชุมรัฐสภา รัฐบาลอนุทิน นำแถลงนโยบายแก้ปัญหา 5 ด้าน

เอกสารคำแถลงนโยบายรัฐบาลมีความยาว 19 หน้า ครอบคลุมนโยบายหลักที่มุ่งแก้ปัญหาเร่งด่วนของชาติ โดยแบ่งออกเป็น 5 ด้านสำคัญ ซึ่งรัฐบาลอนุทินตั้งใจจะเร่งดำเนินการทันที เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ สร้างความมั่นคง และยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน

นโยบายหลัก 5 ด้านของรัฐบาลอนุทิน

  • ด้านเศรษฐกิจ: มุ่งกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจ ลดค่าครองชีพ สนับสนุน SME และเกษตรกร ผ่านมาตรการลดภาษี จัดสรรงบประมาณช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจโลก รวมถึงส่งเสริมการท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมหลักให้ฟื้นตัวเร็วขึ้น
  • ด้านการต่างประเทศและความมั่นคง: เสริมสร้างความมั่นคงชายแดน เจรจาข้อพิพาทกับประเทศเพื่อนบ้าน ปรับปรุงนโยบายการค้าต่างประเทศให้ได้เปรียบ และเพิ่มขีดความสามารถกองทัพในการรับมือภัยคุกคามสมัยใหม่
  • ด้านสังคม: พัฒนาการศึกษา สุขภาพ และสวัสดิการสังคม โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง ลดความเหลื่อมล้ำ เพิ่มงบประมาณโรงเรียนและโรงพยาบาลชุมชน รวมถึงโครงการช่วยเหลือผู้สูงอายุและเด็กกำพร้า
  • ด้านภัยพิบัติและสิ่งแวดล้อม: เตรียมรับมือภัยแล้ง น้ำท่วม และปัญหาฝุ่น PM2.5 โดยเฉพาะภาคเหนือ สร้างระบบเตือนภัยล่วงหน้า พัฒนาเขื่อนและระบบชลประทาน รวมถึงส่งเสริมพลังงานสะอาด ลดการปล่อยคาร์บอน
  • ด้านการบริหารภาครัฐและการปฏิรูปกฎหมาย: ลดความซับซ้อนของระบบราชการ ดิจิทัลทรานสฟอร์มการบริการสาธารณะ ปฏิรูปกฎหมายที่ล้าสมัย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดการทุจริต

นโยบายเหล่านี้ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ปัญหาเร่งด่วนที่ประชาชนเผชิญ โดยเฉพาะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวจากโควิดและสงครามการค้าโลก

ฝ่ายค้านเตรียมอภิปรายเข้มข้น

ฝ่ายค้านไม่ยอมแพ้ โดยนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน เตรียมผู้อภิปรายกว่า 20 คน โฟกัสปัญหาวิกฤตน้ำมันแพงและฝุ่น PM2.5 ที่กระทบประชาชนภาคเหนือ นอกจากนี้ นายอรรถกร ศิริลัทธยากร ส.ส.ฉะเชิงเทรา พรรคกล้าธรรม ระบุว่า ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า จะช่วยสะท้อนปัญหาทุกภูมิภาค อาจขึ้นอภิปรายสรุปหากมีเวลา

กำหนดการอภิปรายรวม 32.30 ชั่วโมง แบ่งเป็น ประธานที่ประชุม 1.30 ชม., นายกฯ แถลง 1.30 ชม., ครม.ชี้แจง 6 ชม., สว. 4 ชม., ส.ส.ฝ่ายรัฐบาล 5.30 ชม., ส.ส.ฝ่ายค้าน 14.30 ชม. คาดว่าจะเข้มข้นและอาจยืดเยื้อ

การแถลงนโยบายครั้งนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของรัฐบาลอนุทิน ที่มาจากพรรคภูมิใจไทยนำโคไลอิชั่น ชมถ่ายทอดสด การประชุมรัฐสภา รัฐบาลอนุทิน เพื่อติดตามว่ารัฐบาลจะนำนโยบายไปปฏิบัติจริงได้อย่างไร โดยเฉพาะในช่วงเศรษฐกิจผันผวน เรามีความเห็นว่านโยบายเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมน่าจะเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน หากทำได้จริงจะช่วยพลิกฟื้นประเทศได้แน่นอน

เชิญชวนทุกท่านติดตามรับชมถ่ายทอดสดและแสดงความคิดเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง ว่าคุณคาดหวังอะไรจากรัฐบาลชุดนี้บ้าง!

ที่มา – ชมถ่ายทอดสด การประชุมรัฐสภา รัฐบาลอนุทิน นำ ครม.ชุดใหม่ แถลงนโยบายรัฐบาล แก้ปัญหาเร่งด่วน 5 ด้าน

กกต. รอหนังสือ ครม. ลดภาษีสรรพสามิต 1 บาท

ในสถานการณ์ที่ราคาน้ำมันยังคงผันผวน ส่งผลกระทบต่อค่าครองชีวิตของประชาชนทั่วไป รัฐบาลกำลังเร่งมือเพื่อหามาตรการบรรเทาเบา ล่าสุดมีข่าวสำคัญที่ กกต. รอหนังสือ ครม.ขอไฟเขียวลดภาษีสรรพสามิต 1 บาท ย้ำพร้อมประชุมด่วนทันที ซึ่งเป็นสัญญาณดีว่าการช่วยเหลือประชาชนใกล้เข้ามาแล้ว

กกต. รอหนังสือ ครม.ขอไฟเขียวลดภาษีสรรพสามิต 1 บาท ย้ำพร้อมประชุมด่วนทันที

วันที่ 29 มีนาคม 2567 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่าที่ ร.ต. ภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการ กกต. ได้ให้สัมภาษณ์อย่างชัดเจนเกี่ยวกับประเด็นนี้ โดยยืนยันว่า กกต. มีความตระหนักถึงปัญหาอย่างดี และพร้อมให้ความร่วมมือกับรัฐบาลอย่างเต็มที่ หากคณะรัฐมนตรี (ครม.) ส่งหนังสือขออนุญาตลดภาษีสรรพสามิตลง 1 บาทต่อลิตร คณะกรรมการ กกต. จะเรียกประชุมด่วนทันทีเพื่อพิจารณาให้เร็วที่สุด เพราะเรื่องนี้มีผลกระทบโดยตรงต่อประชาชนจำนวนมาก

ปัจจุบันยังอยู่ในขั้นตอนธุรการ รอเพียงหนังสือจาก ครม. เท่านั้น เมื่อได้รับแล้ว การพิจารณาจะดำเนินการอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะหากเป็นเรื่องเร่งด่วนตามที่รัฐบาลแจ้งมา เช่น หากหนังสือมาถึงเช้าวันจันทร์ ก็พร้อมนำเข้าที่ประชุมช่วงบ่ายได้เลย นี่แสดงให้เห็นถึงความคล่องตัวและความรับผิดชอบของ กกต. ในการช่วยเหลือประชาชนท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจ

ทำไม กกต. ต้องอนุมัติการลดภาษีนี้

ตามกฎหมาย โดยเฉพาะในช่วงใกล้การเลือกตั้งหรือเหตุการณ์สำคัญทางการเมือง การใช้เงินหรือมาตรการของรัฐบาลต้องได้รับการอนุมัติจาก กกต. เพื่อป้องกันการถูกมองว่าเป็นการช่วยเหลือพรรคการเมืองใดพรรคหนึ่ง แต่ในกรณีนี้ กกต. ย้ำชัดว่าพร้อมสนับสนุนเพราะเป็นประโยชน์สาธารณะ ลดภาษีสรรพสามิต 1 บาท จะช่วยลดราคาน้ำมันลงทันที ทำให้ค่าขนส่ง ค่าอาหาร และค่าครองชีพโดยรวมถูกลง สร้างความโล่งใจให้ประชาชนที่กำลังเผชิญความเดือดร้อนจากราคาน้ำมันแพง

ผลกระทบและประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับ

มาตรการนี้คาดว่าจะช่วยลดภาระประชาชนได้มหาศาล โดยเฉพาะผู้ใช้รถใช้ถนนรายวัน นักขับรถบรรทุก และธุรกิจที่พึ่งพาน้ำมัน หาก กกต. รอหนังสือ ครม.ขอไฟเขียวลดภาษีสรรพสามิต 1 บาท ย้ำพร้อมประชุมด่วนทันที แล้วอนุมัติเร็วๆ นี้ ราคาน้ำมันอาจปรับลงได้ภายในสัปดาห์หน้า

  • ลดราคาน้ำมันเบนซิน โซฮอล์ ดีเซล ลง 1 บาทต่อลิตร
  • ช่วยลดต้นทุนการขนส่งสินค้า ส่งผลให้ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคถูกลง
  • บรรเทาค่าครองชีวิตช่วงเงินเฟ้อสูง
  • แสดงความร่วมมือระหว่างหน่วยงานรัฐเพื่อประชาชน

นอกจากนี้ ยังช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจโดยรวม เพราะเงินที่ประชาชนประหยัดได้จะหมุนเวียนในระบบมากขึ้น ในมุมมองของผู้เขียน การเคลื่อนไหวครั้งนี้เป็นตัวอย่างที่ดีของการทำงานร่วมกันระหว่าง ครม. และ กกต. ที่ไม่ยึดติดกรอบกฎหมายจนเกินไป แต่เน้นประโยชน์ประชาชนเป็นหลัก

อย่างไรก็ตาม ประชาชนควรติดตามข่าวอย่างใกล้ชิด เพราะอาจมีอัปเดตใหม่ หากคุณมีประสบการณ์เกี่ยวกับราคาน้ำมันแพง ส่งความเห็นมาในคอมเมนต์ได้เลย หรือแชร์บทความนี้เพื่อให้เพื่อนๆ ได้รับรู้ข้อมูลดีๆ กันครับ

สุดท้ายแล้ว มาตรการนี้จะสำเร็จหรือไม่ ขึ้นอยู่กับความรวดเร็วของขั้นตอนธุรการ แต่จากคำยืนยันของ กกต. ดูเหมือนแสงสว่างกำลังใกล้เข้ามาแล้ว

ที่มา – กกต. รอหนังสือ ครม.ขอไฟเขียวลดภาษีสรรพสามิต 1 บาท ย้ำพร้อมประชุมด่วนทันที

“อนุทิน” ลั่นคนละครึ่งพลัสมาแน่ จัดเต็ม

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวออนไลน์ทุกท่าน! วันนี้มีข่าวดีมาบอกสำหรับคนที่กำลังรอคอยมาตรการช่วยเหลือค่าครองชีพจากรัฐบาลเลยนะครับ ล่าสุด “อนุทิน” ลั่น “คนละครึ่งพลัส” มาแน่-จัดเต็มกว่าเดิม เตรียมชงคลังสรุปรายละเอียดเร็วๆ นี้ หลังจากที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ให้สัมภาษณ์ที่ทำเนียบรัฐบาลเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2567 ทำให้หลายคนตื่นเต้นกันมาก เพราะโครงการนี้เคยช่วยเหลือประชาชนได้อย่างดีในอดีต

“อนุทิน” ลั่น “คนละครึ่งพลัส” มาแน่-จัดเต็มกว่าเดิม เตรียมชงคลังสรุปรายละเอียดเร็วๆ นี้

ในงานแถลงข่าว นายอนุทินย้ำชัดเจนว่ารายชื่อคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ใกล้เสร็จสิ้น จะทูลเกล้าฯ ต้นสัปดาห์หน้า และที่สำคัญคือโครงการ “อนุทิน” ลั่น “คนละครึ่งพลัส” มาแน่-จัดเต็มกว่าเดิม เตรียมชงคลังสรุปรายละเอียดเร็วๆ นี้ จะเดินหน้าเต็มสูบแน่นอน ไม่เกี่ยวกับสถานการณ์วิกฤตน้ำมันหรือตะวันออกกลาง แต่เป็นนโยบายเรือธงของพรรคภูมิใจไทยที่ให้สัญญากับประชาชนไว้ตั้งแต่เลือกตั้ง

คนละครึ่งพลัสคืออะไร? ทำไมถึงฮิตขนาดนี้

หลายคนอาจยังจำโครงการคนละครึ่งเฟสเก่าๆ ได้ มันคือมาตรการที่รัฐช่วยจ่ายเงินให้ประชาชนนำไปซื้อของกินของใช้ ร้านค้าปลีกรับประโยชน์เต็มๆ เงินหมุนเวียนในชุมชน ไม่รั่วไหลออกนอกประเทศ จากข้อมูลปีที่แล้ว ประชาชนพึงพอใจสูงมาก เรียกร้องให้มีต่อเพราะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากได้จริง รัฐยังได้ภาษี VAT กลับคืนแบบวิน-วินทุกฝ่าย

สำหรับเวอร์ชั่น “พลัส” นี้ อนุทินบอกว่าจัดเต็มกว่าเดิม! อาจได้เงิน 2,000 บาท หรือมากกว่านั้น รูปแบบชัดเจน ครอบคลุมมากขึ้น แม้แต่กลุ่มผู้เสียภาษีที่เคยบ่นว่าถูกละเลยจาก 7 มาตรการก่อนหน้า ก็มีโอกาสได้รับด้วย รอกระทรวงการคลังสรุปรายละเอียดอีกสักพัก

กำหนดการเดินหน้าโครงการคนละครึ่งพลัส

หลังรัฐบาลใหม่เข้ามา จะเร่งผลักดันทันที ชงครม.ผ่านเร็วๆ นี้ ไม่มีพลิกผัน เพราะเป็นสัญญาประชาคม อนุทินย้ำว่าโครงการนี้พิสูจน์แล้วว่าประชาชนชื่นชอบ ไม่รั่วไหล ช่วยให้เงินไหลเวียนในระบบเศรษฐกิจไทย 100% ถ้าถึงคิวคุณแล้ว ลุ้นเลยครับ!

  • ประโยชน์หลัก: ลดค่าครองชีพ กระตุ้นซื้อขายท้องถิ่น
  • ครอบคลุม: ประชาชนทั่วไปและผู้เสียภาษี
  • จำนวนเงิน: พลัสจากเดิม อาจ 2,000+ บาท
  • เวลา: รัฐบาลใหม่ เร่งด่วน

นอกจากนี้ อนุทินยังพูดถึงโผ ครม. ว่าทุกคนผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติเรียบร้อยจาก สลค. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่มีปัญหาอะไร รัฐบาลชุดนี้พร้อมลุยนโยบายช่วยประชาชนทันที

ในมุมมองของผม โครงการนี้เจ๋งมากครับ เพราะไม่ใช่แค่แจกเงิน แต่สร้างวงจรเศรษฐกิจที่ยั่งยืน ร้านเล็กๆ ในชุมชนได้ลูกค้า ประชาชนประหยัดได้ ของกินถูกขึ้น ถ้าคุณเคยใช้คนละครึ่งเก่า คงรู้ว่าสะดวกแค่ไหน ผ่านแอปเป๋าตังค์ สแกนจ่ายปุ๊บ ได้เลย

แต่ก็อยากให้รัฐเพิ่มการประชาสัมพันธ์ให้ชัดเจนกว่านี้ เช่น ใครได้บ้าง ลงทะเบียนยังไง วงเงินเท่าไหร่ เพื่อไม่ให้พลาด ลุ้นกันต่อไปนะครับ!

คำแนะนำ: เตรียมโทรศัพท์และเป๋าตังค์ไว้เลย ติดตามข่าวอัปเดตจากช่องทาง官方 และแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ได้รู้ด้วยนะครับ จะได้ไม่พลาดสิทธิ์ กระตุ้นเศรษฐกิจไทยไปด้วยกัน!

ที่มา – “อนุทิน” ลั่น “คนละครึ่งพลัส” มาแน่-จัดเต็มกว่าเดิม เตรียมชงคลังสรุปรายละเอียดเร็วๆ นี้

“อนุทิน” จ่อทูลเกล้าฯ ครม.อนุทิน 2 รัฐบาลใหม่สัปดาห์หน้า

สวัสดีครับทุกท่านที่ติดตามข่าวการเมืองไทย ล่าสุดมีข่าวดีจากนายกรัฐมนตรี “อนุทิน” ชาญวีรกูล ที่ประกาศชัดเจนว่า “อนุทิน” จ่อทูลเกล้าฯ ครม.อนุทิน 2 เพื่อให้มีรัฐบาลใหม่ภายในสัปดาห์หน้า ซึ่งเร็วกว่าการรอให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) อนุมัติงบประมาณให้รัฐบาลรักษาการอีก! ข่าวนี้มาจากเวที “Meet the Press” เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2569 ทำให้หลายคนตื่นเต้นเพราะจะได้เห็นการเปลี่ยนผ่านที่รวดเร็ว สู่รัฐบาลชุดใหม่ที่พร้อมลุยเต็มสูบ

อนุทิน ชาญวีรกูล

“อนุทิน” จ่อทูลเกล้าฯ ครม.อนุทิน 2

นายอนุทิน ยืนยันว่ารายชื่อรัฐมนตรีจากพรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรคเคลียร์เรียบร้อยแล้ว ตรวจสอบคุณสมบัติกันอย่างละเอียด ไม่มีปัญหาตรงไหนขัดรัฐธรรมนูญอีกต่อไป พรุ่งนี้วันจันทร์ที่ 30 มีนาคม 2569 จะประชุมสรุปขั้นสุดท้าย แล้วรีบ ทูลเกล้าฯ ขึ้นไปให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชวินิจฉัย รัฐบาลชุดนี้จะเป็น “อนุทิน 2” ที่สานต่อจากชุดเดิม แต่พร้อมทำงานทันที ไม่มีทดลองงาน!

สิ่งสำคัญคือ รัฐบาลรักษาการปัจจุบันไม่สามารถออกมาตรการผูกพันรัฐบาลใหม่ได้ ต้องรอขั้นตอนตามกฎหมาย แต่พอได้รัฐบาลใหม่เข้าเฝ้าถวายสัตย์ปฏิญาณ ก็จะแถลงนโยบายทันที ทำให้บริหารราชการแผ่นดินได้เต็มรูปแบบ รัฐมนตรีหลายคนยังอยู่ต่อ รับประกันความต่อเนื่องและรวดเร็วในการแก้ปัญหา

อนุทินแถลงข่าว

เร็วกว่ารอ กกต. อนุมัติงบ รัฐบาลใหม่สัปดาห์หน้าแน่นอน

“อนุทิน” มองว่าการรอ กกต. อนุมัติงบกลางนั้นใช้เวลานาน แต่การทูลเกล้าฯ รายชื่อครม.จะเร็วกว่า รอได้ไม่เกินสัปดาห์หน้า! ตอนนี้รัฐบาลรักษาการถูกจำกัด เช่น ไม่อาจใช้งบกลางได้ง่ายๆ ต้องขออนุมัติ แต่พอได้รัฐบาลใหม่ ก็ไร้ข้อจำกัด จะเร่งแถลงนโยบายที่เตรียมไว้พร้อมแล้ว

นอกจากนี้ จะกราบท่านประธานรัฐสภาให้นัดประชุมทันทีหลังแถลงนโยบาย เพื่อให้รัฐบาลบริหารงบและนโยบายได้เต็มที่ โดยเฉพาะรับมือวิกฤตโลก เช่น สถานการณ์พลังงานที่ผันผวน

  • เน้นสร้างความมั่นคงทางพลังงาน: ลดความเสี่ยงจากราคาน้ำมันโลก
  • ดูแลกลุ่มเปราะบาง: มาตรการช่วยเหลือคนจน เกษตรกร
  • พยุงเศรษฐกิจ: กระตุ้นการลงทุน ส่งออก ท่องเที่ยว
เวที Meet the Press

ข่าวนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของทีม “อนุทิน” ในการผลักดันประเทศให้ก้าวต่อไปท่ามกลางวิกฤต โดยเฉพาะในช่วงที่โลกเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว การมีรัฐบาลที่พร้อมทำงานเต็มที่จะช่วยให้ไทยรับมือได้ดีขึ้น ในมุมมองของผม นี่คือสัญญาณบวกที่ประชาชนรอคอย เพราะจะได้เห็นนโยบายจริงจัง ไม่ใช่แค่รอเวลา

คุณคิดอย่างไรกับ “อนุทิน” จ่อทูลเกล้าฯ ครม.อนุทิน 2? รัฐบาลใหม่จะแก้ปัญหาเศรษฐกิจได้แค่ไหน คอมเมนต์มาบอกกันหน่อยนะครับ และอย่าลืมแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ได้อ่านด้วย!

ที่มา – “อนุทิน” จ่อทูลเกล้าฯ ครม.อนุทิน 2 มอง มีรัฐบาลใหม่สัปดาห์หน้า เร็วกว่ารอ กกต. อนุมัติงบ

พร้อมทูลเกล้าฯ “ครม.อนุทิน 2” 30 มี.ค.

สถานการณ์การเมืองไทยกำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญ เมื่อ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้ออกมาเผยความคืบหน้าในการตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ โดยยืนยันว่าจะพร้อมทูลเกล้าฯ “ครม.อนุทิน 2” 30 มี.ค. หากทุกอย่างเรียบร้อยเรียบร้อย เพื่อให้ได้รัฐบาลที่สมบูรณ์แบบโดยเร็วที่สุด ข่าวนี้สร้างความหวังให้ประชาชนที่รอคอยการขับเคลื่อนเต็มสูบจากรัฐบาลใหม่

พร้อมทูลเกล้าฯ “ครม.อนุทิน 2” 30 มี.ค. นายกฯ ยันเดินหน้าเต็มที่

จาการให้สัมภาษณ์เมื่อเวลา 19.22 น. วันที่ 27 มีนาคม 2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ได้พูดถึงการหารือกับแกนนำพรรคเพื่อไทยอย่างนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ และนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ เมื่อวันก่อนหน้า โดยเน้นย้ำถึงการรวมนโยบายพรรคร่วมเข้าด้วยกัน พรรคเพื่อไทยซึ่งรับผิดชอบกระทรวงสำคัญหลายแห่ง เช่น กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กระทรวงแรงงาน และกระทรวงศึกษาธิการ จะต้องมาร่วมร่างนโยบายรัฐบาลร่วมกัน

“เราจะไม่แบ่งแยกว่านี่นโยบายพรรคนี้ พรรคนั้น แต่จะรวมเป็นนโยบายรัฐบาลเดียวกัน นายกรัฐมนตรีคนนี้พร้อมสนับสนุนนโยบายของทุกพรรคร่วม” นายอนุทิน กล่าวอย่างหนักแน่น ซึ่งสะท้อนถึงวิสัยทัศน์ของผู้นำที่มุ่งสร้างความสามัคคีในพรรคร่วมรัฐบาล

การตรวจสอบคุณสมบัติรายชื่อครม.เรียบร้อยแล้วหรือไม่

ผู้สื่อข่าวสอบถามถึงกระแสข่าวลือเรื่องคุณสมบัติของรายชื่อรัฐมนตรีบางคน โดยเฉพาะน.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย นายอนุทิน ชี้แจงว่า ณ ขณะนี้ทุกอย่างโอเคแล้ว และหวังว่าจะพร้อมทูลเกล้าฯ “ครม.อนุทิน 2” 30 มี.ค. โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลง รายชื่อทุกรายจากทุกพรรคได้รับการตรวจสอบประวัติอย่างละเอียด หากมีปัญหาที่ขัดรัฐธรรมนูญ ก็จะไม่เสนอชื่อนั้นๆ เพื่อความโปร่งใส

รัฐบาลปัจจุบันยังอยู่ในโหมดรักษาการ ซึ่งเป็นสัปดาห์สุดท้าย ทำให้ไม่สามารถขับเคลื่อนโครงการใหญ่ๆ ได้เต็มที่ เนื่องจากข้อจำกัดทางกฎหมาย เช่น การเซ็นอนุมัติคำสั่งต่างๆ หรือการประสานกับ กกต. นายอนุทิน ระบุว่า หลังทูลเกล้าฯ สำเร็จ รัฐบาลใหม่จะเข้าเฝ้าทูลเกล้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณ แถลงนโยบายต่อรัฐสภา และเดินหน้าต่อเนื่อง โดยไม่มีข้อจำกัดตั้งแต่ยุบสภาฯ เมื่อธันวาคม 2567

  • กระทรวงเกษตรและสหกรณ์: มุ่งแก้ปัญหาเกษตรกร
  • กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์: ส่งเสริมสวัสดิการสังคม
  • กระทรวงอว.: พัฒนานวัตกรรมและการศึกษา
  • กระทรวงแรงงาน: สิทธิแรงงานและการจ้างงาน
  • กระทรวงศึกษาธิการ: ปฏิรูประบบการศึกษา

นอกจากนี้ การพร้อมทูลเกล้าฯ “ครม.อนุทิน 2” 30 มี.ค. ยังเป็นสัญญาณบวกต่อเศรษฐกิจไทย หลังจากที่ประเทศเผชิญความไม่แน่นอนทางการเมืองมานาน รัฐบาลใหม่จะสามารถเร่งรัดโครงการโครงสร้างพื้นฐาน ส่งเสริมการลงทุน และแก้ไขปัญหาค่าครองชีพได้ทันท่วงที

ความสำคัญของรัฐบาลเต็มรูปแบบ

การเปลี่ยนผ่านสู่ครม.อนุทิน 2 ถือเป็นก้าวสำคัญหลังการเลือกตั้งที่พรรคภูมิใจไทยนำ coalition ร่วมกับเพื่อไทยและพรรคอื่นๆ สิ่งที่ประชาชนคาดหวังคือการแก้ปัญหาเรื้อรัง เช่น ปัญหาเศรษฐกิจ หนี้ครัวเรือน การศึกษา และสาธารณสุข นโยบายที่รวมจากทุกพรรคจะช่วยให้ครอบคลุมทุกมิติ โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

จากประสบการณ์ของรัฐบาลชุดก่อน รัฐบาลรักษาการมักติดขัดในเรื่องงบประมาณและการอนุมัติโครงการใหญ่ การมีรัฐบาลเต็มรูปแบบจะปลดล็อกข้อจำกัดเหล่านี้ ทำให้สามารถอนุมัติงบปีใหม่และเริ่มโครงการ flagship ได้ทันที นอกจากนี้ ยังช่วยเสริมสร้างเสถียรภาพทางการเมือง ลดความเสี่ยงต่อการชุมนุมหรือความขัดแย้ง

ในมุมมองของนักวิเคราะห์ การเร่งพร้อมทูลเกล้าฯ “ครม.อนุทิน 2” 30 มี.ค. แสดงถึงความมุ่งมั่นของนายกรัฐมนตรีในการบริหารประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ หากสำเร็จตามกำหนด จะเป็นจุดเริ่มต้นของยุคใหม่ที่ไทยสามารถแข่งขันในเวทีโลกได้ดียิ่งขึ้น

สุดท้ายนี้ การเมืองไทยกำลังก้าวไปข้างหน้าแล้ว คุณคิดว่ารัฐบาลชุดนี้จะนำพาประเทศไปในทิศทางใด? ติดตามข่าวสารการเมืองอัปเดตเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของเรา และแบ่งปันความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง เพื่อให้เราได้พัฒนาเนื้อหาที่ตรงใจมากขึ้น

ที่มา – พร้อมทูลเกล้าฯ “ครม.อนุทิน 2” 30 มี.ค. ถ้าทุกอย่างเรียบร้อย นายกฯ ยันเดินหน้าเร็วที่สุด

ราคาน้ำมันพุ่ง “อนุทิน” ปัดตอบมาตรการ อุบปกรณ์แทนบวรศักดิ์

สวัสดีครับทุกท่าน วันนี้เรามาพูดถึงประเด็นร้อนทางการเมืองที่กำลังเป็นกระแส กับเรื่อง ราคาน้ำมันพุ่ง “อนุทิน” ปัดตอบมาตรการ อุบ “ปกรณ์” เสียบรองนายกฯ แทน “บวรศักดิ์” ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้ให้สัมภาษณ์แบบยิ่งเล่นใหญ่ หลังจากราคาน้ำมันปรับขึ้นสูงลิ่ว ทำให้ประชาชนเดือดร้อนหนัก แต่ท่านนายกฯ กลับเลือกที่จะอุบเฉยๆ ไม่ตอบคำถามสำคัญๆ เลยครับ

ราคาน้ำมันพุ่ง “อนุทิน” ปัดตอบมาตรการ อุบ “ปกรณ์” เสียบรองนายกฯ แทน “บวรศักดิ์”

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเวลา 13.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล ผู้สื่อข่าวจี้ถามนายอนุทินเรื่องโผคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ หรือ โผ ครม.อนุทิน 2 ที่ไม่มีชื่อของนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย ติดโผ ท่านนายกฯ ไม่ตอบตรงๆ แต่ย้อนถามกลับว่า “รู้ได้อย่างไร” แบบฮาๆ ก่อนจะอธิบายว่า คณะรัฐมนตรีแต่ละเทอมเป็นคนละชุดกัน แม้จะมีนายกฯ คนเดียวกันก็ตาม ไม่มีใครต้องอยู่ต่อหรือตัดออก มันคือการพิจารณาตามขั้นตอนในการทูลเกล้าฯ นายอนุทินย้ำชัดว่า “คนละชุดกัน” ไม่มีดราม่าอะไร

อนุทิน ชาญวีรกูล

อุบเรื่อง “ปกรณ์” มาแทนบวรศักดิ์?

นอกจากนี้ ยังมีข่าวลือหนาหูว่านายปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา จะเข้ามารับตำแหน่งรองนายกฯ ฝ่ายกฎหมายแทนที่นายบวรศักดิ์ แต่เมื่อสื่อถาม นายอนุทินเลือกที่จะ “อุบ” สิ้นเชิง บอกแค่ว่า “ไปแล้ว” แล้วเดินขึ้นรถหนีไปเลยครับ สุดยอดการหลบคำถามจริงๆ

ราคาน้ำมันพุ่ง รัฐบาลมีแผนอะไร?

ที่หนักกว่านั้นคือเรื่อง ราคาน้ำมัน ที่พุ่งสูงขึ้นต่อเนื่อง สื่อถามว่ารัฐบาลจะมีมาตรการช่วยเหลือประชาชนเพิ่มเติมไหม เช่น ลดภาษีน้ำมัน หรือ补贴อะไรบ้าง แต่ท่านนายกฯ ไม่ตอบคำถามนี้เลย ปัดไปเลยครับ ทำให้หลายคนตั้งคำถามว่ารัฐบาลกำลังวางแผนอะไรอยู่กันแน่ ในช่วงที่ค่าครองชีพแพงขนาดนี้

  • นายอนุทินย้อนถามสื่อเรื่องโผครม.ใหม่
  • ย้ำว่าครม.แต่ละชุดคนละชุด ไม่เกี่ยวกับกัน
  • อุบเรื่องนายปกรณ์ นิลประพันธ์ เข้ามาแทนบวรศักดิ์
  • ปัดตอบมาตรการรับมือราคาน้ำมันพุ่ง

จากมุมมองของผม ในฐานะคนที่ติดตามข่าวการเมืองมานาน การที่นายกฯ อุบแบบนี้ อาจเป็นเพราะโผครม.ยังไม่เคลียร์ 100% หรือกำลังเจรจากับพรรคร่วม แต่เรื่องราคาน้ำมันนี่สำคัญมากนะครับ เพราะกระทบทุกคนโดยตรง ถ้ารัฐบาลไม่รีบออกมาตรการ เช่น ตรึงราคาน้ำมันดีเซล หรือลดภาษีสรรพสามิตชั่วคราว ประชาชนคงเดือดร้อนหนัก ผมว่าควรมีแถลงชัดเจนกว่านี้

นอกจากนี้ โผครม.อนุทิน 2 ยังเป็นที่น่าจับตา เพราะจะสะท้อนถึงสมดุลพรรคการเมืองยังไง โดยเฉพาะภูมิใจไทยที่นำโดยนายอนุทิน ถ้านายปกรณ์เข้ามาจริง ก็น่าจะช่วยเสริมทีมกฎหมายให้แข็งแกร่งขึ้น แต่ต้องรอการทูลเกล้าฯ อย่างเป็นทางการ

สุดท้ายนี้ ผมคิดว่ารัฐบาลควรโปร่งใสมากกว่านี้ โดยเฉพาะเรื่องเศรษฐกิจที่กระทบ民生 คุณคิดเห็นยังไงกับเรื่องนี้ ลองคอมเมนต์บอกกันด้านล่างนะครับ และอย่าลืมติดตามข่าวอัปเดตจากเราเพื่อไม่พลาดประเด็นสำคัญ!

ที่มา – ราคาน้ำมันพุ่ง “อนุทิน” ปัดตอบมาตรการ อุบ “ปกรณ์” เสียบรองนายกฯ แทน “บวรศักดิ์”

สะพัด “ปกรณ์” เสียบนั่งรองนายกฯ แทน “บวรศักดิ์”

ข่าวการเมืองร้อนแรงในวันนี้ สะพัด “ปกรณ์” เสียบนั่งรองนายกฯ แทน “บวรศักดิ์” หลังหลุดโผครม.อนุทิน 2 กลายเป็นประเด็นที่ทุกคนพูดถึง โดยเฉพาะในแวดวงพรรคภูมิใจไทย ที่กำลังเตรียมตัวจัดตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ภายใต้นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล

สะพัด “ปกรณ์” เสียบนั่งรองนายกฯ แทน “บวรศักดิ์” หลังหลุดโผครม.อนุทิน 2

วันที่ 23 มีนาคม 2567 รายงานจากภายในพรรคภูมิใจไทยระบุว่า ว่าที่รัฐมนตรีได้กรอกประวัติส่วนตัวและส่งเอกสารไปยังสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีเพื่อตรวจสอบคุณสมบัติแล้ว แต่สิ่งที่สร้างเซอร์ไพรส์คือ ชื่อของนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมายคนปัจจุบัน หายไปจากโผอย่างสิ้นเชิง มีข่าวว่าเจ้าตัวได้ปฏิเสธตำแหน่งรองนายกฯ และตำแหน่งอื่นๆ กับนายอนุทินโดยตรง

แทนที่คือข่าวลือหนาหูว่า นายปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา จะเข้ามานั่งเก้าอี้รองนายกฯ แทน นายปกรณ์เป็นนักกฎหมายชั้นนำ ศิษย์เอกของนายมีชัย ฤชุพันธุ์ อดีตประธานกรธ. ฉบับ 2560 และนายวิษณุ เครืองาม อดีตรองนายกฯ ทำให้หลายคนมองว่าเขามีศักยภาพสูงในการช่วยแก้ปัญหากฎหมายให้รัฐบาลชุดใหม่

สะพัด “ปกรณ์” เสียบนั่งรองนายกฯ: พื้นหลังและคุณสมบัติ

นายปกรณ์ นิลประพันธ์ ปัจจุบันดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา มาด้วยประสบการณ์ยาวนานในวงการกฎหมาย เขาเคยทำงานใกล้ชิดกับบุคคลสำคัญอย่างนายมีชัยและนายวิษณุ ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญร่างกฎหมายรัฐธรรมนูญ หากข่าว สะพัด “ปกรณ์” เสียบนั่งรองนายกฯ แทน “บวรศักดิ์” หลังหลุดโผครม.อนุทิน 2 เป็นจริง คงช่วยเสริมทีมกฎหมายของรัฐบาลอนุทินให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในยุคที่กฎหมายซับซ้อนและการเมืองร้อนระอุ

ส่วนนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ที่หลุดโผครั้งนี้ สาเหตุหลักมาจากการตัดสินใจของตัวเขาเองที่ไม่ประสงค์รับตำแหน่งอีก หลังจากทำหน้าที่รองนายกฯ ฝ่ายกฎหมายมานาน ทำให้เกิดช่องว่างที่พรรคต้องหาคนมาเติมอย่างเร่งด่วน

ผลกระทบต่อครม.อนุทิน 2 และพรรคภูมิใจไทย

การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ เพราะตำแหน่งรองนายกฯ ฝ่ายกฎหมายสำคัญมากในการตรวจสอบร่างกฎหมายและแก้ไขปัญหาคดีความของรัฐบาล หากนายปกรณ์เข้ามาจริง จะเป็นการผสมผสานระหว่างประสบการณ์ราชการและเครือข่ายนักกฎหมายเก่าแก่ ซึ่งอาจช่วยให้ครม.อนุทิน 2 เดินหน้าพรบ.สำคัญๆ ได้คล่องตัวกว่าเดิม เช่น พรบ.ไบโอเซฟตี้ หรือกฎหมายเศรษฐกิจดิจิทัล

  • นายปกรณ์: ผู้เชี่ยวชาญกฤษฎีกา ศิษย์มีชัย-วิษณุ
  • บวรศักดิ์: ปฏิเสธตำแหน่งทั้งหมด
  • พรรคภูมิใจไทย: ส่งเอกสารตรวจสอบแล้ว

นอกจากนี้ ยังมีข่าวว่ามีนักกฎหมายคนอื่นๆ ที่อาจไขก๊อกมาร่วมด้วย ทำให้ครม.ชุดนี้เน้นสายกฎหมายหนักแน่น สะท้อนกลยุทธ์ของพรรคภูมิใจไทยในการสร้างเสถียรภาพให้รัฐบาล

ในมุมมองของผู้วิเคราะห์ การโยกย้ายครั้งนี้ช่วยลดความขัดแย้งภายในพรรค และเปิดทางให้เลือดใหม่เข้ามา ข่าว สะพัด “ปกรณ์” เสียบนั่งรองนายกฯ แทน “บวรศักดิ์” หลังหลุดโผครม.อนุทิน 2 จึงเป็นสัญญาณบวกสำหรับอนาคตของรัฐบาล

อย่างไรก็ตาม ต้องรอการยืนยันอย่างเป็นทางการจากทำเนียบรัฐบาล คาดว่าจะชัดเจนในไม่กี่วันนี้ ผู้ติดตามการเมืองไม่ควรพลาด

คุณคิดอย่างไรกับข่าวนี้? คอมเมนต์ด้านล่างและแชร์บทความเพื่อติดตามอัปเดตเพิ่มเติม!

ที่มา – สะพัด “ปกรณ์” เสียบนั่งรองนายกฯ แทน “บวรศักดิ์” หลังหลุดโผครม.อนุทิน 2

“อนุทิน” คาดตรวจสอบคุณสมบัติ ครม. 1 สัปดาห์ ไม่ช้า

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวข่าวการเมือง! วันนี้เรามีข่าวอัปเดตสุดร้อนจากวงในรัฐบาลเลยนะครับ “อนุทิน” คาด ตรวจสอบคุณสมบัติว่าที่รัฐมนตรี ใช้เวลา 1 สัปดาห์ ยืนยันไม่ช้า นายอนุทิน ชาญวีรกูล รักษาการนายกรัฐมนตรี พูดแบบนี้หลังรับรายชื่อว่าที่รัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทยมาแล้ว สัญญาว่าจะเร่งตรวจสอบให้เสร็จก่อนเทศกาลสงกรานต์แน่นอน มาฟังรายละเอียดกันเลยครับ

“อนุทิน” คาด ตรวจสอบคุณสมบัติว่าที่รัฐมนตรี ใช้เวลา 1 สัปดาห์

วันที่ 20 มีนาคม 2567 (หรือ 2569 ตามบางแหล่ง แต่เชื่อว่าเป็น 2567 นะครับ) นายอนุทิน กล่าวระหว่างให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่า ได้รับรายชื่อว่าที่รัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทยเรียบร้อยแล้ว และมอบให้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) ดำเนินการตรวจสอบคุณสมบัติทันที โดยคาดว่าจะใช้เวลาไม่เกิน 1 สัปดาห์ เพราะต้องผ่านการพิจารณาจาก 18 หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ป.ป.ช., กรมบังคับคดี, สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน และอื่นๆ อีกมากมาย

นายอนุทิน ย้ำชัดว่า “อยากให้เร็วที่สุด” และถามกลับนักข่าวว่า “วันนี้ 20 มีนาคมใช่ไหม?” เพื่อยืนยันว่าการตรวจสอบจะเสร็จทันกำหนด ไม่เกินก่อนวันสงกรานต์ 13 เมษายนนี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลชุดใหม่ในการจัดตั้งคณะรัฐมนตรีให้เร็วที่สุด เพื่อเดินหน้าทำนโยบายที่หาเสียงไว้กับประชาชน

กระบวนการตรวจสอบคุณสมบัติว่าที่รัฐมนตรีเป็นอย่างไร?

สำหรับคนที่สงสัยว่าการตรวจสอบคุณสมบัติว่าที่รัฐมนตรีทำอะไรบ้าง ลองมาดูขั้นตอนแบบสรุปกันครับ โดยทั่วไปต้องตรวจประวัติ ไม่มีคดีติดตัว ไม่ขาดคุณสมบัติตามรัฐธรรมนูญ และไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน นี่คือหน่วยงานหลักที่เกี่ยวข้อง:

  • สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) – ประสานงานหลัก
  • คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) – ตรวจทรัพย์สิน
  • กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) – ตรวจคดีอาญา
  • สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา – ตรวจด้านกฎหมาย
  • สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) – ตรวจการเงิน
  • และอีก 12 หน่วยงาน เช่น กระทรวงมหาดไทย, ป.ป.ท. เป็นต้น

ทั้งหมดนี้ต้องส่งผลกลับมาให้ สลค. ก่อนสรุปส่งนายกรัฐมนตรี เพื่อทูลเกล้าฯ ถ้าผ่านหมด ก็พร้อมประกาศใช้ทันทีครับ

ปัดตอบกรณี “สุดาวรรณ” ถูก DSI ออกหมายเรียก รุกที่ดินหาดสวนยา

อีกประเด็นที่สื่อถามเยอะคือชื่อนางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล ที่ติดโผว่าที่รัฐมนตรี แต่ DSI ออกหมายเรียกคดีรุกที่ดินหาดสวนยา นายอนุทิน ตอบสั้นๆ ว่า “ยังไม่ทราบ” และย้ำว่าต้องรอพระราชโปรดเกล้าฯ ก่อนถึงจะเปิดเผยได้ ยืนยันว่ามีแนวทางชัดเจนตามคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ หากใครมีปัญหาจะไม่ดำเนินการต่อ

ส่วนที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายโจมตีเรื่องคดีเก่าๆ นายอนุทิน ก็ไม่ตอบ แต่เปลี่ยนไปย้ำเรื่องเร่งทูลเกล้าฯ สิ้นเดือนนี้ ถ้าไม่มีปัญหาแม้แต่คนเดียว

ข่าวนี้แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลกำลังเร่งเครื่องเต็มที่ เพื่อให้ครม.ชุดใหม่上路เร็วๆ ช่วยแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ประชาชนรอคอยกันมานาน คุณคิดว่าครม.ชุดนี้จะมีเซอร์ไพรส์อะไรอีกไหม? จากที่เห็น รายชื่อสำรองก็ส่งตรวจไปด้วยนะครับ (นายกฯ หัวเราะเบาๆ)

สรุปแล้ว “อนุทิน” คาด ตรวจสอบคุณสมบัติว่าที่รัฐมนตรี ใช้เวลา 1 สัปดาห์ ยืนยันไม่ช้า จริงๆ ด้วย ถ้าทุกอย่างราบรื่น เราจะได้เห็นครม.ใหม่ทำงานก่อนสงกรานต์แน่นอน ในมุมมองผม การเร่งแบบนี้ดีมาก เพราะประเทศต้องการผู้นำที่พร้อมลุยทันที ไม่รอช้า ติดตามอัปเดตเพิ่มเติมได้ที่บล็อกนี้เลยครับ หรือคอมเมนต์ด้านล่างว่าคุณคาดหวังนโยบายอะไรจากครม.ชุดใหม่บ้าง!

ที่มา – “อนุทิน” คาด ตรวจสอบคุณสมบัติว่าที่รัฐมนตรี ใช้เวลา 1 สัปดาห์ ยืนยันไม่ช้า

Scroll to top