จังหวัดสงขลา

มอ.แจ้งบัญชีรับบริจาคน้ำท่วมถูกระงับชั่วคราว

จากสถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (มอ.) ได้ออกมาแจ้งเรื่อง มอ.แจ้งบัญชีรับบริจาคน้ำท่วมถูกระงับชั่วคราว เนื่องจากมีผู้บริจาคโอนเงินเข้ามาเป็นจำนวนมากจนทำให้ระบบธนาคารตรวจพบความผิดปกติ อย่างไรก็ตาม มหาวิทยาลัยฯ ยังคงเปิดรับบริจาคสิ่งของจำเป็นและวัตถุดิบในการประกอบอาหารเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างต่อเนื่อง

มอ.แจ้งบัญชีรับบริจาคน้ำท่วมถูกระงับชั่วคราว

เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ได้เปิดบัญชีรับบริจาคเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่สงขลา แต่เนื่องจากมีผู้ร่วมบริจาคเป็นจำนวนมาก ทำให้บัญชีธนาคารไทยพาณิชย์ เลขที่ 565-471106-1 ไม่สามารถทำรายการได้ชั่วคราว ทางมหาวิทยาลัยฯ กำลังประสานงานกับธนาคารเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว และจะแจ้งให้ทราบอีกครั้งเมื่อสามารถกลับมาใช้งานได้ตามปกติ

ช่องทางช่วยเหลืออื่น ๆ นอกเหนือจาก มอ.แจ้งบัญชีรับบริจาคน้ำท่วมถูกระงับชั่วคราว

สำหรับผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือจากเหตุการณ์น้ำท่วม สามารถแจ้งข้อมูลได้ที่: https://shorturl.at/Fmt87 และตรวจสอบสถานะการช่วยเหลือได้ที่: https://shorturl.at/jgSDT

สถานการณ์น้ำท่วม

นอกจากนี้ ศูนย์พักพิง ม.อ. ได้ให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้วกว่า 3,000 คน และยังคงพร้อมให้การสนับสนุนเพิ่มเติม ผู้ที่ต้องการเข้าพักพิงสามารถติดต่อสอบถามได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 087-287-8713 (คุณเยาวลักษณ์) และ 098-6835032 (น้องดะ)

ทางศูนย์พักพิงฯ และครัวกลาง (ฮาลาล) สงขลานครินทร์ ยังต้องการความช่วยเหลือด้านวัตถุดิบอาหารและสิ่งของจำเป็น ท่านสามารถร่วมบริจาคได้ที่ ชั้น 1 อาคารศูนย์กีฬาและสุขภาพ บริเวณหน้าไปรษณีย์ไทย ม.อ. หาดใหญ่ (PSU) สิ่งของที่ต้องการเป็นพิเศษ ได้แก่ ผ้าคลุม (ฮิญาบ), ถุงดำ, รองเท้า, ผ้าเช็ดตัว, หมอน, ผ้าห่ม, เบาะรอง/ฟูก และวัตถุดิบในการทำอาหาร

สถานการณ์น้ำท่วมครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อประชาชนเป็นจำนวนมาก การช่วยเหลือซึ่งกันและกันจึงเป็นสิ่งสำคัญ แม้ว่า มอ.แจ้งบัญชีรับบริจาคน้ำท่วมถูกระงับชั่วคราว แต่ยังมีช่องทางอื่นๆ ที่เราสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ประสบภัยได้

การที่ มอ.แจ้งบัญชีรับบริจาคน้ำท่วมถูกระงับชั่วคราว แสดงให้เห็นถึงความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ของคนไทยที่พร้อมช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ในยามยากลำบาก แม้ว่าจะมีอุปสรรคบ้าง แต่ด้วยความร่วมมือร่วมใจ เราจะสามารถก้าวผ่านวิกฤตนี้ไปด้วยกัน

ที่มา – มอ. แจ้งบัญชีรับบริจาคช่วยน้ำท่วม ถูกระงับชั่วคราว หลังมีการโอนจำนวนมาก

สุดวิกฤติ! ชาวบ้านไต่สายไฟหนีน้ำท่วมวัดพุทธิการาม

สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ยังคงน่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง ล่าสุดมีการเผยแพร่คลิปวิดีโอที่แสดงให้เห็นถึงความยากลำบากของชาวบ้านบริเวณวัดพุทธิการาม ซึ่งเป็นชุมชนกลางเมืองหาดใหญ่ ที่ต้องเผชิญกับภัยพิบัติอย่างหนักหน่วง ในคลิปดังกล่าว ปรากฏภาพชาวบ้านกลุ่มหนึ่งกำลังไต่สายไฟเพื่อหนีน้ำท่วม เนื่องจากระดับน้ำได้เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง จนท่วมถึงชั้น 2 ของบ้านเรือน อีกทั้งอาหารและน้ำดื่มก็เริ่มขาดแคลน ทำให้สถานการณ์ยิ่งทวีความรุนแรง

เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์น้ำท่วมในหาดใหญ่ยังคงวิกฤติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณถนนพลพิชัย หน้าวัดพุทธิการาม (วัดปลักกริมใน) ตำบลหาดใหญ่ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา มีรายงานว่าประชาชนจำนวนมากกำลังตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากและต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน

ผู้ประสบภัยในพื้นที่ได้ส่งข้อความขอความช่วยเหลือ ระบุว่า ขณะนี้ระดับน้ำได้เพิ่มสูงขึ้นจนท่วมถึงชั้น 2 ของบ้านแล้ว ทำให้หลายชีวิตที่ติดค้างอยู่ภายในเริ่มขาดแคลนปัจจัยสำคัญในการดำรงชีพอย่างหนัก

ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “Kang Namthip” ได้โพสต์คลิปวิดีโอที่แสดงให้เห็นภาพชาย 3 คนกำลังไต่สายไฟฟ้าแรงสูง ซึ่งบริเวณด้านล่างถูกน้ำท่วมล้อมรอบ พร้อมข้อความบรรยายว่า “เห็นใจพวกเราด้วย อีกหลายชีวิตที่ยังรอความหวังที่จะออกไป น้ำขึ้นชั้น 2 แล้ว อาหาร น้ำ เริ่มหมด ช่วยด้วยค่ะ ติดต่อหน่วยไหนไม่ได้เลย ถนนพลพิชัย วัดพุทธิการาม หน้าวัดปลักกริมใน”

เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความสิ้นหวังและความจำเป็นที่ทำให้ผู้ประสบภัยต้องตัดสินใจเสี่ยงชีวิต ไต่ไปตามสายไฟฟ้าที่ถูกตัดกระแสไฟแล้ว เพื่อพยายามออกจากพื้นที่ที่ถูกตัดขาดและขอความช่วยเหลือจากภายนอก แสดงให้เห็นว่าชาวบ้านไต่สายไฟหนีน้ำท่วม บริเวณวัดพุทธิการาม ที่สงขลาเป็นเรื่องจริงและต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน

สถานการณ์ชาวบ้านไต่สายไฟหนีน้ำท่วม บริเวณวัดพุทธิการาม ที่สงขลานี้แสดงให้เห็นถึงความเดือดร้อนของประชาชนที่กำลังรอคอยความหวังในการอพยพและความช่วยเหลือจากหน่วยงานกู้ภัยและอาสาสมัคร เนื่องจากระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องและกระแสน้ำที่เชี่ยวแรง ทำให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างยากลำบาก จึงขอให้ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์เร่งจัดส่งทีมกู้ภัยที่มีอุปกรณ์และยานพาหนะเฉพาะทางเข้าถึงพื้นที่วิกฤตินี้โดยเร็ว

ชาวบ้านไต่สายไฟหนีน้ำท่วม บริเวณวัดพุทธิการาม ที่สงขลา

ความยากลำบากนี้ตอกย้ำถึงความสำคัญของการเตรียมพร้อมรับมือกับภัยพิบัติทางธรรมชาติ และการมีระบบเตือนภัยที่มีประสิทธิภาพ เพื่อให้ประชาชนสามารถอพยพไปยังสถานที่ปลอดภัยได้ทันท่วงที อีกทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรเร่งดำเนินการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างเต็มที่ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและลดผลกระทบที่เกิดขึ้น

ความช่วยเหลือที่จำเป็นสำหรับชาวบ้านที่ประสบภัย

สิ่งที่ชาวบ้านต้องการในขณะนี้ ไม่ใช่แค่เพียงอาหารและน้ำดื่มเท่านั้น แต่ยังรวมถึงยารักษาโรค เครื่องนุ่งห่ม และที่พักอาศัยชั่วคราวที่ปลอดภัย นอกจากนี้ การสนับสนุนด้านจิตใจก็เป็นสิ่งสำคัญ เพื่อช่วยให้พวกเขาสามารถผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปได้

มาตรการระยะยาวเพื่อป้องกันปัญหาในอนาคต:

  • การปรับปรุงระบบระบายน้ำในพื้นที่ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
  • การสร้างพนังกั้นน้ำเพื่อป้องกันน้ำท่วม
  • การวางผังเมืองให้สอดคล้องกับสภาพภูมิประเทศ
  • การให้ความรู้แก่ประชาชนเกี่ยวกับการรับมือกับภัยพิบัติ

การแก้ไขปัญหาน้ำท่วมอย่างยั่งยืนต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน เพื่อสร้างชุมชนที่เข้มแข็งและพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์

การที่ชาวบ้านไต่สายไฟหนีน้ำท่วม บริเวณวัดพุทธิการาม ที่สงขลา แสดงให้เห็นถึงความสิ้นหวัง และความจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องได้รับการช่วยเหลือ

สถานการณ์นี้เป็นอุทาหรณ์สำคัญที่เตือนใจให้เราตระหนักถึงความสำคัญของการเตรียมพร้อมรับมือกับภัยพิบัติ และความจำเป็นในการช่วยเหลือซึ่งกันและกันในยามยากลำบาก

ที่มา – ไม่มีทางเลือก ชาวบ้านไต่สายไฟหนีน้ำท่วม บริเวณวัดพุทธิการาม ที่สงขลา

สทนช. เตือน! ฝนตกหนักภาคใต้รอบ 300 ปี

สถานการณ์น้ำท่วมในภาคใต้ยังคงน่าเป็นห่วง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ล่าสุด “เลขาธิการ สทนช.” ได้ออกมาเตือนให้เฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง หลังพบว่าระดับน้ำสูงเกินตลิ่งกว่า 2 เมตร และยอมรับว่าเป็นเหตุการณ์ฝนตกหนักในรอบ 300 ปี ที่ระบบจัดการน้ำที่มีอยู่ไม่สามารถรองรับได้ทัน

“เลขาธิการ สทนช.” เผยฝนหนักภาคใต้รอบ 300 ปี

เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2568 ณ ทำเนียบรัฐบาล นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ได้ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์น้ำท่วมในอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ซึ่งมีความแตกต่างจากสถานการณ์น้ำท่วมในภาคกลางและภาคเหนือ เนื่องจากระบบจัดการน้ำของสงขลาเป็นการใช้คลองระบายน้ำเป็นหลัก

นายดนุชา กล่าวว่า สถานการณ์ในครั้งนี้รุนแรงกว่าครั้งก่อนๆ เนื่องจากมีปริมาณฝนตกสะสมเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะในอำเภอสะเดา ทำให้คลอง ร.1 ซึ่งมีความสามารถในการรองรับน้ำได้เพียง 1,200 ลูกบาศก์เมตร ไม่สามารถรองรับปริมาณฝนสะสมที่สูงถึง 880 มิลลิเมตรต่อชั่วโมงได้ นอกจากนี้ ยังมีฝนตกต่อเนื่องในพื้นที่โดยรอบ ทำให้ระบบคลองในพื้นที่ไม่สามารถระบายน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ปริมาณฝนหนักในรอบ 300 ปี ทำสถานการณ์ทวีความรุนแรง

“เลขาธิการ สทนช.” ยอมรับว่า ปริมาณน้ำฝนที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ถือว่าหนักมากในรอบ 300 ปี และได้แนะนำแนวทางการบริหารจัดการน้ำในอนาคตว่า จำเป็นต้องขุดลอกคลอง ร.1 ให้ลึกขึ้น และขยายคลองอู่ตะเภา เพื่อรองรับสถานการณ์ที่มีโอกาสเกิดขึ้นได้ในอนาคต แม้จะไม่บ่อยนัก

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการเร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ และระดมสรรพกำลังเพื่อช่วยเหลือในพื้นที่อย่างเต็มที่ และยังคงต้องเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง ตามที่กรมอุตุนิยมวิทยาได้พยากรณ์อากาศเตือนว่า จะมีฝนตกหนักในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ต่อไป

จากการติดตามสถานการณ์ล่าสุด พบว่าระดับน้ำริมตลิ่งในช่วงเวลา 11:00-13:00 น. ของวันนี้ ได้เพิ่มสูงขึ้นอีก 2 เมตร 20 เซนติเมตร เนื่องจากมีปริมาณฝนตกหนักในช่วงคืนที่ผ่านมา ทำให้สถานการณ์ยังคงน่าเป็นห่วง และประชาชนในพื้นที่ยังคงต้องเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง

การแก้ไขปัญหาระยะยาวจำเป็นต้องมีการวางแผนจัดการน้ำอย่างเป็นระบบและครอบคลุมทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นการขุดลอกคลอง การสร้างอ่างเก็บน้ำ หรือการปรับปรุงระบบระบายน้ำให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ที่สำคัญคือการบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน เพื่อให้การแก้ไขปัญหาน้ำท่วมเป็นไปอย่างยั่งยืน และลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

“เลขาธิการ สทนช.” ย้ำว่า ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยควรติดตามข่าวสารและประกาศเตือนภัยอย่างใกล้ชิด เตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น และให้ความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐในการอพยพไปยังพื้นที่ปลอดภัยหากจำเป็น เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของตนเองและครอบครัว

แม้ว่าสถานการณ์น้ำท่วมในภาคใต้ครั้งนี้จะรุนแรง แต่ด้วยความร่วมมือร่วมใจจากทุกภาคส่วน เราเชื่อมั่นว่าจะสามารถก้าวผ่านวิกฤตนี้ไปได้ และเรียนรู้จากประสบการณ์เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศส่งผลให้เกิดปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่รุนแรงและคาดเดาได้ยากมากขึ้น การเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ทุกคนควรให้ความสำคัญ

ที่มา – “เลขาธิการ สทนช.” รับฝนตกหนักภาคใต้รอบ 300 ปี ขอเฝ้าระวังต่อเนื่อง หลังน้ำสูงเกินตลิ่งกว่า 2 เมตร

บขส.หยุดวิ่ง! **น้ำท่วมใต้ยังวิกฤต** 6 เส้นทาง

สถานการณ์น้ำท่วมใต้ยังวิกฤต! วันนี้ (25 พ.ย.2568) เวลา 11.00 น. บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) รายงานสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้ ได้แก่ จ.สงขลา, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส และสตูลยังคงมีระดับน้ำท่วมสูง เนื่องจากฝนตกหนัก ทำให้ส่งผลกระทบต่อการเดินรถในพื้นที่ภาคใต้ รถโดยสารไม่สามารถนำส่งผู้โดยสารที่ปลายทางได้ จำนวน 6 เส้นทาง

น้ำท่วมใต้ยังวิกฤต

เนื่องจากสถานการณ์น้ำท่วมใต้ยังวิกฤต บขส.จึงจำเป็นต้องประกาศหยุดเดินรถโดยสารชั่วคราวใน 6 เส้นทางที่ได้รับผลกระทบโดยตรง เพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสารและทรัพย์สิน ดังนี้

  • สายที่ 984 กรุงเทพฯ – ตรัง – สตูล
  • สายที่ 987 กรุงเทพฯ – ยะลา
  • สายที่ 988 กรุงเทพฯ – สตูล
  • สายที่ 992 กรุงเทพฯ – หาดใหญ่
  • สายที่ 9917 กรุงเทพฯ – ปัตตานี
  • สายที่ 9917 กรุงเทพฯ – สุไหงโกลก

การตัดสินใจครั้งนี้เป็นผลมาจากฝนที่ตกหนักอย่างต่อเนื่อง ทำให้หลายพื้นที่ในภาคใต้ยังคงเผชิญกับปัญหาน้ำท่วมสูง การสัญจรเป็นไปด้วยความยากลำบาก และอาจเป็นอันตรายต่อผู้ใช้รถใช้ถนน

ผลกระทบต่อผู้โดยสารและการขอคืนตั๋ว

สำหรับผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบจากการหยุดเดินรถในเส้นทางดังกล่าว บขส. ได้อำนวยความสะดวกให้สามารถติดต่อขอคืนตั๋วโดยสารได้ที่ช่องจำหน่ายตั๋วของ บขส. ทั่วประเทศ โดยสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือตรวจสอบสถานะการเดินรถได้ที่ Call Center 1490 ตลอด 24 ชั่วโมง

บขส. ขออภัยในความไม่สะดวกที่เกิดขึ้น และขอให้ผู้โดยสารติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด หากสถานการณ์น้ำท่วมคลี่คลาย และเส้นทางกลับสู่สภาวะปกติ บขส. จะเร่งดำเนินการเปิดให้บริการเดินรถโดยสารโดยเร็วที่สุด

ทาง บขส. จะติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินสถานการณ์และเตรียมความพร้อมในการกลับมาให้บริการโดยเร็วที่สุดเมื่อสถานการณ์เอื้ออำนวย

น้ำท่วมใต้ยังวิกฤต ส่งผลกระทบต่อการเดินทางอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ขอให้ทุกท่านวางแผนการเดินทางและตรวจสอบข้อมูลก่อนออกเดินทางเสมอ เพื่อความปลอดภัยของทุกท่าน

สำหรับใครที่จำเป็นต้องเดินทางในช่วงนี้ แนะนำให้ตรวจสอบข้อมูลการเดินทางกับ บขส. โดยตรง หรือติดตามข่าวสารจากแหล่งที่เชื่อถือได้ เพื่อวางแผนการเดินทางได้อย่างเหมาะสม และหลีกเลี่ยงเส้นทางที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม

ที่มา – น้ำท่วมใต้ยังวิกฤต! บขส. หยุดเดินรถโดยสารในพื้นที่ภาคใต้ 6 เส้นทางชั่วคราว

วิกฤต! **น้ำท่วมภาคใต้** แห่ถามหา ผบ.เหตุการณ์

โซเชียลแห่เป็นห่วง วิกฤติ “น้ำท่วมภาคใต้” หลายจังหวัด โดยเฉพาะ “น้ำท่วมสงขลา” ครั้งใหญ่ ประชาชนแห่ถามหา “ผบ.เหตุการณ์” วอนเร่งกำหนดวิธีการจัดการแก้ไขปัญหา เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างเร่งด่วน

จากสถานการณ์น้ำท่วมหนักที่เกิดขึ้นในหลายจังหวัดทางภาคใต้ ไม่ว่าจะเป็น สงขลา, นครศรีธรรมราช, พัทลุง และตรัง สถานการณ์ยังคงน่าเป็นห่วง ประชาชนได้รับความเดือดร้อนเป็นจำนวนมาก เจ้าหน้าที่กู้ภัยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างเร่งให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ แต่สถานการณ์ก็ยังคงท้าทาย

ในโลกออนไลน์มีการแชร์ภาพ คลิปวิดีโอ และพิกัดของผู้ประสบภัยอย่างต่อเนื่อง เพื่อขอความช่วยเหลือและรายงานสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้เห็นถึงน้ำใจของคนไทยที่ร่วมกันแชร์ข้อมูล บริจาคสิ่งของจำเป็น และเงินช่วยเหลือ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับผู้ประสบภัย “น้ำท่วมภาคใต้” ในครั้งนี้

หลายคนแสดงความเห็นใจและสะเทือนใจกับภาพความสูญเสียที่เกิดขึ้นจากเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่นี้ และเกิดคำถามสำคัญว่า ใครคือ “ผบ.เหตุการณ์” หรือ ผู้บัญชาการเหตุการณ์ (Incident Commander: IC) ที่จะต้องเป็นผู้รับผิดชอบในการบริหารจัดการและแก้ไขปัญหาวิกฤตน้ำท่วมในครั้งนี้ เพื่อให้สถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด และช่วยเหลือประชาชนให้ผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปได้อย่างปลอดภัย

ใครคือผู้บัญชาการเหตุการณ์ วิกฤต **น้ำท่วมภาคใต้**

หน้าที่ของผู้บัญชาการเหตุการณ์ (IC) มีความสำคัญอย่างยิ่งในสถานการณ์ภัยพิบัติเช่นนี้ IC จะต้องเป็นผู้วางแผน ควบคุม สั่งการ และประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็ว การมี IC ที่มีความสามารถและมีประสบการณ์จึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง

บทบาทสำคัญของ ผบ.เหตุการณ์

  • ประเมินสถานการณ์และความต้องการ
  • กำหนดเป้าหมายและวางแผนการปฏิบัติงาน
  • สั่งการและควบคุมการปฏิบัติงานของหน่วยงานต่างๆ
  • ประสานงานกับหน่วยงานภายนอก
  • บริหารจัดการทรัพยากร
  • สื่อสารกับประชาชน

ความท้าทายที่สำคัญในการจัดการ “น้ำท่วมภาคใต้” คือ การเข้าถึงพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอย่างรวดเร็วและปลอดภัย การสื่อสารกับประชาชนที่อาจถูกตัดขาดจากโลกภายนอก และการจัดสรรทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อให้ความช่วยเหลือครอบคลุมและทั่วถึง รวมถึงการเยียวยาจิตใจผู้ประสบภัยหลังน้ำลด

นอกจากความช่วยเหลือจากภาครัฐและหน่วยงานต่างๆ แล้ว การช่วยเหลือซึ่งกันและกันของประชาชนก็เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง การแบ่งปันอาหาร น้ำดื่ม และสิ่งของจำเป็น การให้กำลังใจและการช่วยเหลือด้านจิตใจ เป็นสิ่งที่ช่วยให้ผู้ประสบภัยมีความเข้มแข็งและสามารถก้าวผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปได้

การเตรียมพร้อมรับมือกับภัยพิบัติในอนาคตก็เป็นสิ่งที่สำคัญเช่นกัน การวางแผนการจัดการน้ำ การสร้างระบบเตือนภัยที่มีประสิทธิภาพ และการให้ความรู้แก่ประชาชนเกี่ยวกับวิธีการรับมือกับภัยพิบัติ เป็นสิ่งที่ช่วยลดความสูญเสียและผลกระทบจากภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้นได้

สถานการณ์ “น้ำท่วมภาคใต้” ในครั้งนี้เป็นเครื่องเตือนใจให้เราตระหนักถึงความสำคัญของการเตรียมพร้อมรับมือกับภัยพิบัติ และความสามัคคีในการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน การมีผู้นำที่มีความสามารถและมีวิสัยทัศน์ การทำงานร่วมกันของทุกภาคส่วน และการมีจิตใจที่เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ จะช่วยให้เราสามารถก้าวผ่านทุกวิกฤตไปได้อย่างเข้มแข็ง

ขอเป็นกำลังใจให้ผู้ประสบภัยทุกท่าน และขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงานที่เสียสละและทุ่มเทในการให้ความช่วยเหลือ

ที่มา – สุดห่วง วิกฤต “น้ำท่วมภาคใต้” แห่ถามหา “ผบ.เหตุการณ์” เร่งช่วยเหลือผู้ประสบภัย

กองทัพบก ช่วยน้ำท่วมหาดใหญ่ เร่งอพยพ

สถานการณ์น้ำท่วมในอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ยังคงน่าเป็นห่วง กองทัพบกจึงเร่งระดมยุทโธปกรณ์และกำลังพลเพื่อเข้าช่วยเหลือประชาชนที่กำลังได้รับความเดือดร้อน โดยมุ่งเน้นการอพยพผู้ที่อยู่ในพื้นที่วิกฤตเป็นอันดับแรก เสนาธิการทหารบกเชื่อมั่นว่านายกรัฐมนตรีจะสามารถแก้ไขปัญหาการบริหารจัดการให้เป็นระบบและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก ได้ให้สัมภาษณ์ถึงการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมหาดใหญ่ว่า กองทัพบกได้ระดมเครื่องมือและทรัพยากรจากทุกกองทัพภาค สนับสนุนกองทัพภาคที่ 4 ซึ่งรับผิดชอบพื้นที่ภาคใต้ โดยเริ่มดำเนินการตั้งแต่คืนวันที่ 24 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ยุทโธปกรณ์ที่ส่งลงพื้นที่ประกอบด้วย รถยกสูง เรือท้องแบน เรือยาง เฮลิคอปเตอร์ และกำลังพลที่ได้รับการฝึกฝนมาอย่างดีในการช่วยเหลือผู้ประสบภัย

สำหรับประชาชนที่ติดอยู่ในพื้นที่วิกฤตและไม่สามารถออกมาได้ กองทัพบกได้ระดมเครื่องมือที่มีอยู่ทั้งหมดในพื้นที่จนสุดความสามารถแล้ว และกำลังรอการสนับสนุนเพิ่มเติมจากส่วนกลาง เนื่องจากเครื่องมือในพื้นที่ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการ

กองทัพบก ระดมยุทโธปกรณ์-กำลังพล ช่วยน้ำท่วมหาดใหญ่ เร่งอพยพคนในพื้นที่วิกฤต

พล.อ.ชัยพฤกษ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลาเป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์ โดยมี พล.ต.ภูมเดชา พ่วงเจริญ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 42 และ พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 อยู่ในพื้นที่เพื่อวางแผนและแบ่งพื้นที่ความรับผิดชอบ เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างรวดเร็วและทั่วถึง

กองทัพเร่งอพยพคนจากน้ำท่วมหาดใหญ่

ก่อนหน้านี้ มีข้อสังเกตว่าการบริหารจัดการในพื้นที่อาจยังไม่เป็นระบบ ทำให้ประชาชนเกิดความสับสนในการขอความช่วยเหลือ พล.อ.ชัยพฤกษ์ กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีจะเข้ามาแก้ไขปัญหาดังกล่าว และเน้นย้ำว่าการนำประชาชนออกจากพื้นที่วิกฤตเป็นสิ่งที่ต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วน

สถานการณ์น้ำท่วมหาดใหญ่ครั้งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งบททดสอบความพร้อมเพรียงของทุกภาคส่วนในการรับมือกับภัยพิบัติ กองทัพบกได้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มกำลังความสามารถ แม้ว่าจะมีข้อจำกัดในเรื่องของทรัพยากร แต่ด้วยความร่วมมือร่วมใจของทุกฝ่าย เชื่อว่าจะสามารถบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนได้ในที่สุด

ประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม สามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ที่หน่วยงานราชการในพื้นที่ หรือสายด่วน 1111 เพื่อขอความช่วยเหลือในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการอพยพ การจัดหาอาหารและน้ำดื่ม หรือการดูแลสุขภาพเบื้องต้น การช่วยเหลือซึ่งกันและกันในยามยากลำบาก จะเป็นพลังสำคัญที่ทำให้เราก้าวผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปได้

สถานการณ์น้ำท่วมยังคงเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา การติดตามข่าวสารและข้อมูลอย่างใกล้ชิดจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้สามารถปรับตัวและรับมือกับสถานการณ์ได้อย่างเหมาะสม ขอเป็นกำลังใจให้กับผู้ประสบภัยทุกท่าน และหวังว่าสถานการณ์จะคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้นในเร็ววัน

ที่มา – กองทัพบก ระดมยุทโธปกรณ์-กำลังพล ช่วยน้ำท่วมหาดใหญ่ เร่งอพยพคนในพื้นที่วิกฤต

เรือหลวงจักรีนฤเบศร ช่วยน้ำท่วมภาคใต้เย็นนี้

สถานการณ์น้ำท่วมในภาคใต้ยังคงน่าเป็นห่วง และเพื่อเร่งให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย “เรือหลวงจักรีนฤเบศร” เตรียมออกเดินทางในช่วงเย็นวันนี้ เพื่อเป็นฐานปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบ“น้ำท่วมภาคใต้” โดยมีภารกิจหลักในการลำเลียงสิ่งของจำเป็น และอพยพประชาชนออกจากพื้นที่เสี่ยงภัย

“เรือหลวงจักรีนฤเบศร” เตรียมพร้อมช่วย “น้ำท่วมภาคใต้” ช่วงเย็นวันนี้

พลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ ได้เปิดเผยถึงความรุนแรงของสถานการณ์“น้ำท่วมภาคใต้” และความจำเป็นในการเร่งให้ความช่วยเหลือ โดยกองทัพเรือได้สั่งการให้กองเรือยุทธการ จัดหน่วยเรือบรรเทาสาธารณภัย พร้อมกำลังพล และอากาศยาน เข้าให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ยังคงติดค้างอยู่ในพื้นที่ประสบภัย

ภารกิจเร่งด่วนของเรือหลวงจักรีนฤเบศร

  • ลำเลียงอาหาร น้ำดื่ม และสิ่งของบรรเทาทุกข์ไปยังประชาชนที่ติดอยู่ในพื้นที่ประสบภัยที่เข้าถึงยาก
  • เคลื่อนย้าย–อพยพประชาชนออกจากจุดวิกฤตที่มีความเสี่ยงต่อความปลอดภัย
  • สนับสนุนหน่วยงานท้องถิ่นในการฟื้นฟูเบื้องต้น และตรวจประเมินพื้นที่ที่ได้รับความเสียหาย

หน่วยเรือบรรเทาสาธารณภัยจะประกอบกำลังด้วย “เรือหลวงจักรีนฤเบศร” ซึ่งทำหน้าที่เป็นฐานปฏิบัติการลอยน้ำ พร้อมเฮลิคอปเตอร์จำนวน 2 ลำ และชุดปฏิบัติการพิเศษ เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ โดยเรือจะลำเลียงสิ่งของบรรเทาทุกข์ไปพร้อมกัน

กำหนดการออกเดินทางของ “เรือหลวงจักรีนฤเบศร” ในวันที่ 25 พฤศจิกายน 2568 เวลาประมาณ 16.00 น. ความคืบหน้าเพิ่มเติมจะมีการรายงานให้ทราบต่อไป

การที่“เรือหลวงจักรีนฤเบศร” สามารถเป็นฐานปฏิบัติการเคลื่อนที่กลางทะเล ทำให้การช่วยเหลือเป็นไปได้รวดเร็วและครอบคลุมมากยิ่งขึ้น เฮลิคอปเตอร์ที่ประจำการบนเรือ สามารถเข้าถึงพื้นที่ห่างไกลได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถส่งกลับผู้ป่วยหรือผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วนได้อย่างทันท่วงที นอกจากนี้ เรือหลวงจักรีนฤเบศร ยังสามารถเป็นศูนย์บัญชาการและประสานงาน ช่วยให้การบริหารจัดการทรัพยากรและการกระจายความช่วยเหลือเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากภารกิจหลักในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้ว การปรากฏตัวของเรือหลวงจักรีนฤเบศร ยังเป็นขวัญและกำลังใจให้กับพี่น้องประชาชนที่กำลังเผชิญกับช่วงเวลาที่ยากลำบาก แสดงให้เห็นว่ากองทัพเรือและรัฐบาลไทย พร้อมให้ความช่วยเหลือและอยู่เคียงข้างประชาชนในทุกสถานการณ์

สถานการณ์น้ำท่วมเป็นภัยพิบัติที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนเป็นอย่างมาก การมีหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน เข้ามาให้ความช่วยเหลืออย่างรวดเร็วและทันท่วงที เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการบรรเทาความเดือดร้อนและฟื้นฟูคุณภาพชีวิตของประชาชนที่ได้รับผลกระทบ

ที่มา – “เรือหลวงจักรีนฤเบศร” กำหนดเดินทางช่วย “น้ำท่วมภาคใต้” ช่วงเย็นวันนี้

ด่วน! กระทุ้งรัฐ ช่วยผู้ประสบภัย “น้ำท่วมสงขลา”

สถานการณ์น่าเป็นห่วง! ชาวบ้านเดือดร้อนอย่างหนัก จึงขอกระทุ้งรัฐบาล เร่งอพยพช่วยผู้ประสบภัย “น้ำท่วมสงขลา” เพราะหลายคนยังติดอยู่ภายในบ้านออกมาไม่ได้ ยอดผู้ได้รับผลกระทบพุ่งสูงถึง 697,231 คน

เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2568 กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสงขลาได้รายงานสถานการณ์อุทกภัย ณ เวลา 24.00 น. ของวันที่ 24 พฤศจิกายน 2568 พบว่าจังหวัดสงขลายังคงเผชิญกับฝนที่ตกหนักอย่างต่อเนื่อง อันเป็นผลมาจากอิทธิพลของร่องมรสุมและมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่มีกำลังแรง ทำให้เกิดน้ำท่วมเป็นบริเวณกว้างในทุกอำเภอของจังหวัด โดยพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบครอบคลุมถึง 16 อำเภอ

จากการสำรวจเบื้องต้น พบว่ามีพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบรวม 115 ตำบล ครอบคลุม 16 อำเภอ 823 หมู่บ้าน 200 ชุมชน คิดเป็น 270,906 ครัวเรือน หรือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน 697,231 คน มีผู้ที่ต้องอพยพ 1,228 คน และมีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าวแล้ว 2 ราย สถานการณ์ที่หนักหนาสาหัสที่สุดอยู่ที่อำเภอหาดใหญ่ อำเภอสะเดา อำเภอรัตภูมิ อำเภอจะนะ และอำเภอนาหม่อม โดยหลายพื้นที่ประสบปัญหาน้ำท่วมสูงและระดับน้ำเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากการล้นตลิ่งของคลองอู่ตะเภา ซึ่งส่งผลให้น้ำไหลเข้าท่วมอำเภอสะเดา อำเภอคลองหอยโข่ง และขยายวงกว้างเข้าสู่เขตเมืองหาดใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ สถานการณ์ยังคงวิกฤต ประชาชนได้อพยพแล้วกว่า 2,050 คน พบว่ามีผลกระทบสูงสุดถึง 104,917 ครัวเรือน หรือ 243,778 คน

กระทุ้งรัฐบาล เร่งอพยพช่วยผู้ประสบภัย “น้ำท่วมสงขลา”

ถึงแม้ว่าจะมีเจ้าหน้าที่กู้ภัย ทหาร และหน่วยงานภาครัฐต่างๆ เข้าให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมแล้วก็ตาม แต่ก็ยังมีประชาชนอีกเป็นจำนวนมากที่ยังไม่สามารถอพยพออกจากบ้านได้ และยังคงรอคอยความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ หลายคนกำลังประสบปัญหาโทรศัพท์มือถือแบตเตอรี่ใกล้หมด ทำให้กังวลว่าจะไม่สามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ ในขณะนี้ ประชาชนส่วนใหญ่ได้โพสต์ข้อความขอความช่วยเหลือผ่านสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ พร้อมทั้งแจ้งพิกัดที่ต้องการให้เข้าไปให้ความช่วยเหลือโดยด่วน

ความเดือดร้อนของผู้ประสบภัย “น้ำท่วมสงขลา”

ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมสงขลากำลังเผชิญกับความยากลำบากในการดำรงชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการขาดแคลนอาหาร น้ำดื่ม ยารักษาโรค และสิ่งของจำเป็นอื่นๆ อีกมากมาย นอกจากนี้ ยังมีปัญหาเรื่องการคมนาคมที่ถูกตัดขาด ทำให้การเดินทางเป็นไปด้วยความยากลำบาก

สถานการณ์น้ำท่วมสงขลาในครั้งนี้เป็นอุทกภัยครั้งใหญ่ที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนเป็นจำนวนมาก จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่หน่วยงานภาครัฐและเอกชนจะต้องเร่งให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างเร่งด่วน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและช่วยให้พวกเขาสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็ว

การประสานงานและความรวดเร็วในการให้ความช่วยเหลือเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในสถานการณ์เช่นนี้ หวังว่าทุกภาคส่วนจะร่วมมือกันอย่างเต็มที่เพื่อกระทุ้งรัฐบาล เร่งอพยพช่วยผู้ประสบภัย “น้ำท่วมสงขลา” ให้ได้มากที่สุด

ที่มา – กระทุ้งรัฐบาล เร่งอพยพช่วยผู้ประสบภัย “น้ำท่วมสงขลา” หลายคนยังออกจากบ้านไม่ได้

เตือน! ภาคใต้ 6 จังหวัด ฝนตกหนักมาก

สถานการณ์น่าเป็นห่วง! ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันออกประกาศเตือน 6 จังหวัดภาคใต้ให้เตรียมรับมือ ฝนตกหนักมาก ที่อาจก่อให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้

ประกาศล่าสุดเมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2568 จาก เว็บไซต์ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันออก ฉบับที่ 14 เน้นย้ำถึงสถานการณ์ “ฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันออกและคลื่นลมแรงบริเวณอ่าวไทย” ซึ่งจะมีผลกระทบต่อเนื่องถึงวันที่ 25 พฤศจิกายน 2568 นี้ โดยมีสาเหตุจากร่องมรสุมที่พาดผ่านอ่าวไทยตอนล่างและหย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณภาคใต้ตอนล่าง รวมถึงอิทธิพลของมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทย ภาคใต้ และทะเลอันดามัน

ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้ภาคใต้ฝั่งตะวันออกยังคงเผชิญกับฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่อง โดยมีฝนตกหนักในหลายพื้นที่และ ฝนตกหนักมาก ในบางแห่ง โดยเฉพาะจังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส

เตือน! ภาคใต้ 6 จังหวัด ฝนตกหนักมาก

ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยควรเฝ้าระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักถึงหนักมาก ฝนตกสะสม และลมกระโชกแรงเป็นพิเศษ ระมัดระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง และดินโคลนถล่มที่อาจเกิดขึ้นในพื้นที่ลาดเชิงเขา

สำหรับชาวเรือบริเวณอ่าวไทย ควรเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ เนื่องจากคลื่นลมในอ่าวไทยมีกำลังค่อนข้างแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร เรือเล็กควรงดออกจากฝั่งไปอีก 1 วัน เพื่อความปลอดภัย

จังหวัดไหนบ้างที่ต้องระวังฝนตกหนักมากเป็นพิเศษ?

จังหวัดที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษคือ นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ขอให้ประชาชนในจังหวัดเหล่านี้ติดตามข่าวสารและประกาศเตือนภัยอย่างใกล้ชิด

เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์ ฝนตกหนักมาก ที่อาจเกิดขึ้น ขอแนะนำให้ประชาชนดำเนินการดังนี้:

  • ติดตามข่าวพยากรณ์อากาศจากศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันออกอย่างใกล้ชิด
  • เตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉิน เช่น จัดเตรียมสิ่งของจำเป็น ไฟฉาย ยา และอาหารแห้ง
  • ตรวจสอบและซ่อมแซมบ้านเรือนให้แข็งแรง
  • หลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังพื้นที่เสี่ยงภัย
  • หากอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย ให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด

สถานการณ์ภัยธรรมชาติเป็นสิ่งที่ไม่สามารถคาดเดาได้ แต่การเตรียมพร้อมรับมือและการติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด จะช่วยลดความเสี่ยงและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นได้

สุดท้ายนี้ อย่าลืมดูแลสุขภาพของตัวเองและคนรอบข้างในช่วงที่สภาพอากาศแปรปรวนเช่นนี้ การพักผ่อนให้เพียงพอ การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกายแข็งแรงพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์

ที่มา – เตือนภาคใต้ 6 จังหวัด “ฝนตกหนักมาก” อาจทำให้พื้นที่เสี่ยงภัยเกิดน้ำท่วมฉับพลัน

Scroll to top