จัดตั้งรัฐบาล

ไม่ฟันธง ไชยชนก คุมดีอีต่อ กระแสจ่อ มท.1

ในสถานการณ์การเมืองที่กำลังร้อนระอุหลังการเลือกตั้ง ไม่ฟันธง ไชยชนก คุมดีอีต่อ ยังคงเป็นประเด็นที่หลายคนจับตามอง โดยเฉพาะเมื่อมีกระแสข่าวลือว่านายไชยชนก ชิดชอบ อาจจะสลับไปนั่งเก้าอี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.1) แทน ขณะที่นายอนุทิน ชาญวีรกุล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย คาดว่าจะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีและควบตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมด้วยตัวเอง บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกเบื้องหลังข่าวนี้และความเป็นไปได้ในรัฐบาลใหม่

ไม่ฟันธง ไชยชนก คุมดีอีต่อ

วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2567 แหล่งข่าวจากกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอีคนปัจจุบัน ยังคงทำงานตามปกติในช่วงรอการจัดตั้งรัฐบาล แม้จะไม่ได้เข้ามาทุกวันเพราะต้องดูแลหน้าที่เลขาธิการพรรคภูมิใจไทยด้วย เมื่อถามถึงอนาคตว่าจะไม่ฟันธง ไชยชนก คุมดีอีต่อหรือไม่ แหล่งข่าวตอบสั้นๆ ว่า ยังไม่สามารถยืนยันได้ ต้องรอให้การจัดตั้งรัฐบาลเสร็จสิ้นก่อน

นายไชยชนก ถือเป็นบุคคลสำคัญของพรรคภูมิใจไทย ลูกชายของนายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี เขามีประสบการณ์ในการกำกับดูแลกระทรวงดีอี ซึ่งรับผิดชอบเรื่องดิจิทัลอีโคซิสเต็ม เศรษฐกิจดิจิทัล และสังคมดิจิทัลมาอย่างดี หากเขาได้อยู่ต่อ คงช่วยขับเคลื่อนวาระดิจิทัลของรัฐบาลใหม่ได้อย่างต่อเนื่อง แต่กระแสข่าวลือที่ว่าเขาอาจไปนั่ง มท.1 ทำให้สถานการณ์คลุมเครือ

คาด “อนุทิน” นายกฯ ควบกลาโหม

ขณะที่ไม่ฟันธง ไชยชนก คุมดีอีต่อ นายอนุทิน ชาญวีรกุล ก็เป็นอีกชื่อที่ถูกพูดถึงในฐานะนายกรัฐมนตรีคนใหม่ โดยคาดว่าเขาจะควบตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้พรรคในการดูแลด้านความมั่นคง นอกจากนี้ พรรคภูมิใจไทยประกาศชัดว่าจะครองกระทรวงสำคัญด้านความมั่นคงและเศรษฐกิจทั้งหมด

พรรคภูมิใจไทยครองกระทรวงหลัก

จากโพสต์ของนายอนุทิน พรรคภูมิใจไทยตั้งเป้าคุมกระทรวงดังนี้

  • กระทรวงกลาโหม
  • กระทรวงมหาดไทย
  • กระทรวงการคลัง
  • กระทรวงการต่างประเทศ
  • กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
  • กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
  • กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
  • กระทรวงพาณิชย์
  • กระทรวงยุติธรรม
  • กระทรวงพลังงาน

รายการนี้แสดงให้เห็นถึงอิทธิพลของพรรคในรัฐบาลใหม่ หากนายไชยชนกไปนั่งมท.1 จริง จะเป็นการย้ายเก้าอี้ที่สมเหตุสมผลเพราะมท.ต้องดูแลเรื่องความมั่นคงภายในและท้องถิ่น ซึ่งคล้ายกับการกำกับดีอีที่ต้องรับมือกับภัยไซเบอร์และข้อมูลดิจิทัล

背景การเมืองหลังเลือกตั้ง

หลังผลเลือกตั้งที่พรรคเพื่อไทยนำ แต่พรรคภูมิใจไทยกลายเป็นตัวแปรสำคัญในการจัดตั้งรัฐบาล การเจรจาระหว่างพรรคต่างๆ ยังดำเนินอยู่ โดยพรรคภูมิใจไทยใช้จุดแข็งในการเจรจาเพื่อให้ได้กระทรวงใหญ่ๆ นี่คือเหตุผลที่ไม่ฟันธง ไชยชนก คุมดีอีต่อ เพราะตำแหน่งอาจถูกสลับเพื่อสมดุลอำนาจ

กระทรวงดีอีมีบทบาทสำคัญในยุคดิจิทัล โดยเฉพาะการผลักดัน 5G, Cloud, และ AI เพื่อเศรษฐกิจไทย หากเปลี่ยนคน สิ่งที่ต้องจับตาคือความต่อเนื่องของนโยบาย ขณะที่มท.1 ต้องรับมือปัญหาชายแดนและท้องถิ่น นายไชยชนกซึ่งมีเครือข่ายกว้างขวางน่าจะเหมาะสม

นอกจากนี้ ยังมีข่าวลืออื่นๆ เช่น กระทรวงการคลังอาจตกเป็นของพรรคร่วม แต่พรรคภูมิใจไทยยืนกรานครองเศรษฐกิจหลัก สถานการณ์นี้สะท้อนการเมืองไทยที่เต็มไปด้วยการต่อรอง

ในมุมมองของผู้เขียน สถานการณ์ไม่ฟันธง ไชยชนก คุมดีอีต่อ แสดงให้เห็นว่าพรรคภูมิใจไทยกำลังวางหมากเพื่อบทบาทนำในรัฐบาล ไม่ว่าจะผลเป็นอย่างไร รัฐบาลใหม่น่าจะเน้นเศรษฐกิจและความมั่นคงเป็นหลัก คุณคิดอย่างไรกับกระแสนี้? คอมเมนต์ด้านล่างและแชร์บทความเพื่อติดตามข่าวอัปเดตการจัดตั้งรัฐบาลได้เลย

ที่มา – ไม่ฟันธง “ไชยชนก” คุมดีอีต่อ หลังมีกระแสจ่อ มท.1 คาด “อนุทิน” นายกฯ ควบกลาโหม

“ธรรมนัส” ยันยังไม่คุยร่วมรัฐบาล-แบ่งกระทรวง

สวัสดีครับชาวการเมืองตัวยง! วันนี้เรามีอัพเดทสุดร้อนจากวงในการเมืองไทยกันครับ โดยเฉพาะประเด็นที่ทุกคนกำลังจับตา นั่นคือ ธรรมนัส ยันยังไม่คุยเรื่องร่วมรัฐบาล-แบ่งกระทรวง หลังจากมีภาพหลุดของ “นฤมล” หัวหน้าพรรคกล้าธรรม (กธ.) คุยกับ “อนุทิน” หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ที่สงขลา ทำให้หลายคนคาดเดาว่าพรรคจะไปทางไหน ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกฯ และ รมว.เกษตร ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ออกมาเคลียร์ชัดเจนแล้วว่า ยังไม่มีอะไรคืบหน้า แนะให้โฟกัสบัตรเลือกตั้งก่อนเลยครับ

ธรรมนัส ยันยังไม่คุยเรื่องร่วมรัฐบาล-แบ่งกระทรวง

เมื่อวันที่ 18 ก.พ. 2567 เวลา 09.35 น. ที่กระทรวงเกษตร ร.อ.ธรรมนัส ให้สัมภาษณ์แบบชิลๆ หลังมีภาพนฤมลคุยกับอนุทิน ถามว่าได้คุยกับนฤมลยัง? คำตอบคือ “ยังครับ เมื่อคืนงานดึก” ส่วนทำไมไม่ไปงานพระราชทานเพลิงที่สงขลา ก็ยกเลิกเพราะติดงานตั้งแต่สัปดาห์ก่อน สัญญาณพูดคุยตอนนี้? “ไม่มีอะไรครับ ตามที่เลขาภท.แถลง ไม่มีอะไรมากกว่านั้น” และพรรคจะประชุม สส. วันที่ 19 ก.พ. ก่อนที่ตัวเองจะบินไปยุโรปดูแสงสีเขียว สมองคิดแต่เรื่องนั้นเลย!

ทำไมธรรมนัส ยันยังไม่คุยเรื่องร่วมรัฐบาล-แบ่งกระทรวง

ธรรมนัสย้ำหนักว่า ข่าวที่พรรคกล้าธรรมจะเป็นฝ่ายค้านหรือไม่ มาจากสื่อล้วนๆ ไม่มีคำยืนยันจากภท. ส่วนตัวปล่อยให้นฤมลและไผ่ ลิกค์ เลขาพรรคจัดการ ยังไม่คุยหลังไมค์ลึกซึ้ง เพราะ เร็วเกินไป สส.ยังไม่นิ่ง โดยเฉพาะบัญชีรายชื่อ พูดมากเดี๋ยวประชาชนไม่มั่นใจรัฐบาลใหม่ ถ้าเป็นแกนนำจัดตั้ง จะรอให้ทุกอย่างนิ่งก่อน

ธรรมนัส พรหมเผ่า ให้สัมภาษณ์

ย้อนความพันธมิตรเก่า ธรรมนัสบอก เจอภท.ทุกอังคาร ไม่ต้องคุยหน้างาน ส่วนไปแถลงกับเพื่อไทย? “เราไม่เคยทำแบบนั้น กล้าธรรมเคยทำหรือ?” ชัดเลย! จะรอภท.มาคุยไหม? “เราอยู่ในรัฐบาล 2 พรรค ภท.+กล้าธรรม พรรคอื่นไม่ได้” สิ่งสำคัญคือปัญหาเลือกตั้ง กกต.ต้องแก้บัตรเขย่ง บาร์โค้ด รัฐบาลเก่ายังบริหารอยู่ ไม่ต้องรีบ

  • ยังไม่คุยแบ่งกระทรวง: ไม่มีหลังไมค์ลึก เร็วเกิน
  • แนะโฟกัสบัตรเลือกตั้ง: ก่อนคิดเรื่องรัฐบาล
  • ไปยุโรปทุกปี: พักผ่อนกับครอบครัว ไม่ซีเรียส
  • ประชุมพรรค 19 ก.พ.: แสดงยินดี สส. แจ้งกฎระเบียบ

ถ้ากล้าธรรมไม่ได้เกษตรกระทรวง? ธรรมนัสชิล “เอาใจผูกไว้คิดมาก แต่ สส.ขับเคลื่อนได้ 8 ปีผ่านมาเคยเป็นฝ่ายค้านทำดีด้วย” เป็นนักการเมือง สำเร็จที่เลือกตั้ง ถ้าไม่ได้รัฐบาล ใช้สภาแทน ข่าวแบ่งโควตาแล้ว? “ไม่มี อย่าตีข่าวไปเอง”

ธรรมนัส พรหมเผ่า ยิ้มรับคำถาม

สถานการณ์การเมืองหลังเลือกตั้งยังเดือด พรรคเล็กใหญ่กำลังชิงตำแหน่ง ธรรมนัสเลือกโฟกัสปัญหาเลือกตั้งที่ประชาชนเดือดร้อนจริง เช่น บัตรเสียเยอะ บาร์โค้ดผิดพลาด กกต.ต้องรับผิดชอบ ถ้าปล่อยไว้ รัฐบาลใหม่ก็เริ่มไม่ดี การเจรจาควรรอ สส.นิ่งเพื่อความโปร่งใส สุดท้ายธรรมนัสย้ำ ธรรมนัส ยันยังไม่คุยเรื่องร่วมรัฐบาล-แบ่งกระทรวง ชัดเจนแบบนี้ คงต้องรอดูการประชุมพรรคพรุ่งนี้

มุมมองเรา: การเมืองไทยชอบข่าวลือ แต่ธรรมนัสสอนดี โฟกัสปัญหาจริงก่อน รัฐบาลช้าแต่ชัวร์ดีกว่าเร็วแต่ล้ม คุณคิดยังไง ลองคอมเมนต์บอกกันหน่อย สนใจข่าวการเมืองอัพเดท รอติดตามบล็อกเราเลยครับ!

ที่มา – “ธรรมนัส” ยัน ยังไม่ได้คุยเรื่องร่วมรัฐบาล-แบ่งกระทรวง แนะโฟกัสบัตรเลือกตั้งก่อน

“ภูมิธรรม” ซัดเฟกนิวส์คุมกลาโหม ดำเนินคดีต้นโพสต์

การเมืองไทยหลังการเลือกตั้งใหญ่ปี 2566 ยังคงร้อนฉ่าไปด้วยข่าวสารและข่าวลือมากมาย โดยเฉพาะในโซเชียลมีเดียที่ข้อมูลไหลเวียนอย่างรวดเร็ว ล่าสุดมีประเด็นร้อนที่นายภูมิธรรม เวชยชัย แกนนำพรรคเพื่อไทย ออกมาแถลงและชี้แจงอย่างดุเดือด นั่นคือเรื่อง “ภูมิธรรม” ซัดเฟกนิวส์คุมกลาโหม ดำเนินคดีต้นโพสต์ ยัน พท.-ภท. ยังไม่คุยโควตา รมต. ซึ่งกลายเป็นหัวข้อที่ประชาชนให้ความสนใจอย่างมาก

“ภูมิธรรม” ซัดเฟกนิวส์คุมกลาโหม ดำเนินคดีต้นโพสต์ ยัน พท.-ภท. ยังไม่คุยโควตา รมต.

เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา 06.35 น. นายภูมิธรรม เวชยชัย ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว เพื่อชี้แจงกรณีมีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งโพสต์ข้อความเท็จว่า “ภูมิธรรมลั่น ถ้าได้นั่งคุมกลาโหมในรอบนี้ พี่น้องชาวไทยเตรียมดูได้เลย ฝั่งเพื่อนบ้านเขมรเจอดีแน่ จัดหนักกว่าเดิมแบบไม่ต้องสืบ” นายภูมิธรรม ยืนยันชัดเจนว่านี่คือ Fake News ล้วนๆ และจะดำเนินคดีกับต้นโพสต์ให้ถึงที่สุด

รายละเอียดข่าวปลอมที่สร้างความวุ่นวาย

โพสต์ดังกล่าวพยายามสร้างภาพว่านายภูมิธรรมจะได้รับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และจะใช้นโยบายแข็งกร้าวต่อเพื่อนบ้านอย่างกัมพูชา ซึ่งเป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริงอย่างสิ้นเชิง ข่าวนี้แพร่กระจายอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดความเข้าใจผิดในหมู่ประชาชน โดยเฉพาะในช่วงที่สถานการณ์การจัดตั้งรัฐบาลกำลังอยู่ในขั้นตอนสำคัญ

คำชี้แจงอย่างเป็นทางการจากพรรคเพื่อไทย

นายภูมิธรรม ชี้แจงว่า ตั้งแต่พรรคเพื่อไทยได้รับการติดต่อจากผู้ใหญ่พรรคภูมิใจไทย ซึ่งเป็นพรรคที่ได้คะแนนเสียงอันดับหนึ่ง ขอเสียงสนับสนุนในการจัดตั้งรัฐบาล และมีการแถลงข่าวร่วมกันแล้วนั้น ยังไม่เคยมีการพูดคุยเรื่องตำแหน่งรัฐมนตรีหรือการแบ่งกระทรวงใดๆ เลย เนื่องจากขณะนี้ยังไม่มีประกาศรับรองผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ

กระบวนการจัดตั้งรัฐบาลเป็นหน้าที่ของพรรคที่ได้คะแนนสูงสุด ซึ่งต้องรอให้ชัดเจนว่ารัฐบาลที่จะเกิดขึ้นจะเป็นรัฐบาลผสมกี่พรรค และมีจำนวนเสียง ส.ส. สนับสนุนเท่าใด เมื่อทุกอย่างลงตัวแล้ว จึงจะเข้าสู่ขั้นตอนการแบ่งสรรกระทรวงและจำนวนรัฐมนตรีของแต่ละพรรค

ขั้นตอนการจัดตั้งรัฐบาลที่ยังไม่ถึงจุดแบ่งโควตา

  • รอการรับรองผลการเลือกตั้งจาก กกต. อย่างเป็นทางการ
  • พรรคแกนนำประเมินจำนวนพรรคร่วมและเสียงสนับสนุน
  • เจรจานโยบายหลักของรัฐบาล
  • จึงค่อยแบ่งตำแหน่งรัฐมนตรีตามสัดส่วน

ดังนั้น การโพสต์ข่าวเท็จเช่นนี้ไม่เพียงสร้างความแตกแยก แต่ยังอาจกระทบต่อภาพลักษณ์ของพรรคการเมืองและความสัมพันธ์ระหว่างพรรค

ภัยร้ายของเฟกนิวส์ในวงการเมืองไทย

ในยุคดิจิทัลที่ข้อมูลข่าวสารแพร่กระจายเร็วกว่าปล่อยไฟ เฟกนิวส์กลายเป็นเครื่องมือที่ถูกใช้โจมตีทางการเมืองบ่อยครั้ง อย่างในกรณีนี้ มันพยายามจุดชนวนความขัดแย้งชาตินิยม โดยอ้างประเด็นชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งเป็นเรื่องละเอียดอ่อน นอกจากนี้ ยังมีตัวอย่างเฟกนิวส์อื่นๆ เช่น ข่าวลือเรื่องพรรคร่วมรัฐบาล หรือนโยบายที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง

พรรคเพื่อไทยซึ่งได้ ส.ส. 141 เสียง พรรคภูมิใจไทย 71 เสียง กำลังเจรจาอย่างเป็นทางการเพื่อสานต่อการจัดตั้งรัฐบาลที่มั่นคง โดยเน้นนโยบายเศรษฐกิจ สังคม และแก้ปัญหาให้ประชาชนเป็นหลัก ไม่ใช่การเมืองเรื่องตำแหน่งอย่างที่ข่าวปลอมพยายามบิดเบือน

นายภูมิธรรม ยังเรียกร้องให้พี่น้องประชาชนตรวจสอบข้อมูลก่อนแชร์ และย้ำว่าจะใช้กฎหมายจัดการกับผู้กระทำผิดทุกคน เพื่อรักษาความถูกต้องและความน่าเชื่อถือของข้อมูลสาธารณะ

มุมมองและข้อคิดจากเหตุการณ์นี้

เหตุการณ์ “ภูมิธรรม” ซัดเฟกนิวส์คุมกลาโหม ดำเนินคดีต้นโพสต์ ยัน พท.-ภท. ยังไม่คุยโควตา รมต. สะท้อนให้เห็นว่าการเมืองไทยยังคงเผชิญกับความท้าทายจากข้อมูลเท็จ ซึ่งอาจนำไปสู่ความไม่ไว้วางใจในระบบประชาธิปไตย ในมุมมองของผู้เขียน การตรวจสอบแหล่งข่าวด้วยเครื่องมืออย่าง Fact-check website เช่น Cofact หรือ Thai PBS Factcheck เป็นสิ่งจำเป็นยิ่ง หากเราต้องการสังคมที่ข้อมูลโปร่งใส

สุดท้ายนี้ ขอเชิญชวนทุกท่านติดตามข่าวสารการเมืองจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ และหากพบเฟกนิวส์ อย่าลืมรายงานหรือแชร์คำชี้แจงที่ถูกต้องเพื่อหยุดยั้งการแพร่กระจาย สมัครรับข่าวสารจากบล็อกนี้เพื่ออัปเดตข้อมูลล่าสุด!

ที่มา – “ภูมิธรรม” ซัดเฟกนิวส์คุมกลาโหม ดำเนินคดีต้นโพสต์ ยัน พท.-ภท. ยังไม่คุยโควตา รมต.

มิตรภาพยังดี อนุทิน-นฤมล ร่วมทานข้าวเย็นก่อนกลับกทม.

การเมืองไทยในช่วงนี้เต็มไปด้วยความเคลื่อนไหวร้อนระอุ โดยเฉพาะเรื่องการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ แต่ท่ามกลางความตึงเครียดนั้น ยังมีภาพที่น่าปลื้มใจให้เห็น เมื่อเกิดเหตุการณ์มิตรภาพยังดี “อนุทิน-นฤมล” ร่วมวงทานข้าวเย็น ก่อนขึ้นเครื่องกลับ กทม. ซึ่งสะท้อนถึงความสัมพันธ์อันดีระหว่างนักการเมืองจากพรรคต่าง ๆ

มิตรภาพยังดี “อนุทิน-นฤมล” ร่วมวงทานข้าวเย็น ก่อนขึ้นเครื่องกลับ กทม.

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2567 ที่จังหวัดสงขลา หลังจากเสร็จสิ้นการประชุมความมั่นคงระดับสูง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้เปลี่ยนเป็นชุดลำลอง สวมเสื้อยืดคอกลมสีน้ำเงินพร้อมแจ็คเก็ตสีกรมท่าที่มีโลโก้พรรค ก่อนเดินทางมารับประทานอาหารเย็นกับคณะ

สิ่งที่น่าสนใจคือ นายอนุทินได้ชวนนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะหัวหน้าพรรคกล้าธรรม มาร่วมวง และทั้งคู่ยังเดินทางกลับกรุงเทพมหานครด้วยเครื่องบินลำเดียวกัน แม้ก่อนหน้านี้จะแยกกันมา แสดงให้เห็นถึงความสนิทสนมที่ยังคงอยู่

มิตรภาพยังดี อนุทิน-นฤมล ร่วมวงทานข้าวเย็น ก่อนขึ้นเครื่องกลับ กทม.

บรรยากาศชื่นมื่นในการรับประทานอาหารเย็น

บรรยากาศตลอดการรับประทานอาหารเป็นไปอย่างอบอุ่นและชื่นมื่น นายอนุทินถึงกับแซวสื่อมวลชนที่มารอถ่ายภาพว่า “ทำไมไม่มาถ่าย จะได้ไม่ต้องถามให้เป็นประเด็น” ซึ่งสร้างรอยยิ้มให้ทุกคนในวง

ในระหว่างนั้น นายอนุทินยังลงมือตักมะระผัดไข่ใส่จานให้นางนฤมลด้วยตัวเอง ภาพนี้กลายเป็นสัญลักษณ์ของมิตรภาพที่ยังแน่นแฟ้น แม้ก่อนหน้านี้จะมีภาพที่ทั้งสองคนคุยกันอย่างเคร่งเครียดเกี่ยวกับการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่

ผู้เข้าร่วมวงทานข้าวเย็น

  • นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย
  • นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีศึกษาธิการและหัวหน้าพรรคกล้าธรรม
  • นายนิพนธ์ บุญญามณี
  • นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ
  • นายพัฒนา บุญพยัคฆ์
  • นายวราวุธ ศิลปอาชา
  • พลโท นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4

การรวมตัวของบุคคลสำคัญเหล่านี้ไม่เพียงแต่แสดงถึงความสัมพันธ์ระหว่างพรรคการเมืองเท่านั้น แต่ยังรวมถึงความร่วมมือระหว่างฝ่ายทหารและพลเรือนด้วย

บริบทก่อนเกิดเหตุการณ์มิตรภาพนี้

ก่อนหน้านี้ มีรายงานภาพนายอนุทินและนางนฤมลสนทนากันอย่างจริงจังในที่ประชุม ซึ่งเชื่อมโยงกับประเด็นการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ พรรคภูมิใจไทยและพรรคกล้าธรรมกำลังเจรจาเพื่อหาทิศทางร่วมกัน ท่ามกลางกระแสข่าวการเมืองที่ร้อนแรง ภาพทานข้าวเย็นร่วมกันจึงเป็นสัญญาณบวกที่นักวิเคราะห์การเมืองจับตามอง

มิตรภาพยังดี “อนุทิน-นฤมล” ร่วมวงทานข้าวเย็น ก่อนขึ้นเครื่องกลับ กทม. นี้ ช่วยคลายความกังวลของประชาชนที่ติดตามสถานการณ์การเมือง โดยแสดงให้เห็นว่านักการเมืองไทยยังคงรักษาความเป็นพี่น้องเอาไว้ได้ แม้จะมีความขัดแย้งเชิงนโยบาย

ในมุมกว้างขึ้น เหตุการณ์นี้สะท้อนถึงวัฒนธรรมการเมืองไทยที่เน้นการเจรจาและสร้างสัมพันธ์ส่วนตัว ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการแก้ปัญหาการจัดตั้งรัฐบาล นอกจากนี้ ยังเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับนักการเมืองรุ่นใหม่ในการรักษามิตรภาพท่ามกลางแรงกดดัน

จากประสบการณ์ในอดีต เรามักเห็นภาพนักการเมืองทานข้าวร่วมกันก่อนตัดสินใจ大事 ซึ่งมักนำไปสู่ข้อตกลงที่ยั่งยืน การที่นายอนุทินเปลี่ยนชุดเป็นลำลองยังแสดงถึงความเป็นกันเอง สร้างบรรยากาศผ่อนคลายให้การสนทนาไหลลื่นยิ่งขึ้น

สุดท้ายแล้ว มิตรภาพในวงการการเมืองไทยยังคงเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวสำคัญ หากขาดสิ่งนี้ การเมืองอาจยิ่งแตกแยก นักวิเคราะห์คาดว่าภาพนี้จะช่วยเร่งกระบวนการจัดตั้งรัฐบาลให้รวดเร็วขึ้น

คุณคิดอย่างไรกับเหตุการณ์มิตรภาพยังดี “อนุทิน-นฤมล” ร่วมวงทานข้าวเย็น ก่อนขึ้นเครื่องกลับ กทม. นี้? มันจะนำไปสู่ความร่วมมือที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นหรือไม่? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมติดตามข่าวการเมืองอัปเดตล่าสุดจากเรา!

ที่มา – มิตรภาพยังดี “อนุทิน-นฤมล” ร่วมวงทานข้าวเย็น ก่อนขึ้นเครื่องกลับ กทม.

“อนุทิน” เผยภาพคุย “นฤมล” แจงตั้งรัฐบาลขั้นสุดท้าย

สวัสดีเพื่อนๆ ชาวบล็อกทุกคน! วันนี้เรามีข่าวการเมืองสดๆ ร้อนๆ มาอัพเดทกันแบบเป็นกันเองเลยนะครับ “อนุทิน” เผยภาพคุย “นฤมล” แจงเรื่องตั้งรัฐบาลขั้นสุดท้าย ต้องเลือกประธานสภาฯ ก่อน เป็นเรื่องที่หลายคนกำลังจับตามอง เพราะหลังการเลือกตั้ง การจัดตั้งรัฐบาลต้องเดินหน้าตามขั้นตอนกฎหมายเป๊ะๆ เลย ไม่งั้นอาจวุ่นวายได้

“อนุทิน” เผยภาพคุย “นฤมล” แจงเรื่องตั้งรัฐบาล

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 17 ก.พ. 2569 เวลา 16.45 น. ที่มณฑลทหารบกที่ 42 ค่ายเสนาณรงค์ ต.คอหงส์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา นายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้โพสต์ภาพการสนทนากับนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และหัวหน้าพรรคกล้าธรรม พร้อมให้สัมภาษณ์ชี้แจงแบบชัดๆ ว่า ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาที่จะรีบร้อนเรื่องจัดตั้งรัฐบาลนะ

อนุทิน เผยภาพคุย นฤมล แจงตั้งรัฐบาล

อนุทินบอกว่า ได้อธิบายขั้นตอนให้ “นฤมล” ฟังแบบละเอียดยิบ ว่าต้องรอให้ทุกอย่างเรียบร้อยก่อน อย่าทำข้ามขั้นตอนเด็ดขาด! แม้จะรู้คร่าวๆ แล้วว่าพรรคไหนได้ ส.ส. กี่คน แต่ก็ต้องรอ กกต. รับรอง ส.ส. ให้ครบก่อน จากนั้นถึงจะเปิดประชุมสภา ส.ส. รายงานตัว เลือกประธานสภา เลือกนายกฯ แล้วค่อยมาฟอร์มรัฐบาลเป็นขั้นสุดท้าย ย้ำอีกทีว่า ยังไม่มีใครไล่เราออกจากรัฐบาลตอนนี้ รอตาม timeline ไปเลย

ขั้นตอนหลัง “อนุทิน” เผยภาพคุย “นฤมล” ที่ต้องรู้

เพื่อให้เพื่อนๆ เข้าใจง่ายๆ เราเอาการเมืองไทยมาอธิบายแบบบ้านๆ นะครับ หลังเลือกตั้งแล้ว การตั้งรัฐบาลไม่ได้จบแค่นับคะแนน แต่มีขั้นตอนชัดเจนตามรัฐธรรมนูญ ดังนี้:

  • กกต. รับรองผลเลือกตั้ง ส.ส. – ต้องทำภายใน 60 วัน นับจากวันเลือกตั้ง ตอนนี้เพิ่งผ่านไป 9 วันเอง ใจเย็นๆ
  • ส.ส. รายงานตัวที่รัฐสภา – ทุกคนต้องมาเช็คชื่อให้ครบ
  • เลือกประธานสภา – คนกลางสำคัญในการประชุม
  • โหวตนายกรัฐมนตรี – ต้องได้เสียงเกินครึ่ง
  • จัดตั้งคณะรัฐมนตรี – เสนอชื่อให้พระราชทานโปรดเกล้าฯ เป็นขั้นตอนสุดท้าย

อนุทินย้ำหนักๆ ว่า “อย่างที่บอก คุยธรรมนัสแล้ว” แต่เพื่อไม่ให้มีใครเคลือบแคลง จะไม่พูดลึกจนกว่าจะผ่านขั้นตอนพวกนี้ทั้งหมด พรรคกล้าธรรมก็เข้าข่ายที่คุยด้วยแน่นอน เพราะนฤมลเป็นหัวหน้า

ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญ? เพราะถ้ารีบฟอร์มรัฐบาลโดยไม่อิงขั้นตอน อาจเกิดปัญหาทางกฎหมายได้ เหมือนครั้งก่อนๆ ที่เคยวุ่นวาย เช่น หลังเลือกตั้ง 2566 ใช้เวลานานกว่าจะได้นายกฯ สมชายใหม่ ต้องเจรจาโคไลชั่นกันยืดเยื้อ ถ้าทุกพรรคยึดกฎเกณฑ์แบบนี้ ก็เชื่อว่าปีนี้จะราบรื่นกว่าเดิมนะครับ

ส่วนตัวผมเห็นด้วยกับอนุทินเลย ใจเย็นไว้ก่อนดีกว่า รัฐบาลชุดปัจจุบันยังอยู่ได้ ไม่มีดราม่าไล่ออก การเมืองไทยกำลังเข้าที่เข้าทางมากขึ้น สัญญาณดี!

คุณล่ะคิดยังไงกับการ “อนุทิน” เผยภาพคุย “นฤมล” แจงเรื่องตั้งรัฐบาลครั้งนี้? คิดว่าพรรคไหนจะได้เก้าอีใหญ่? มาคอมเมนต์แชร์ความเห็นกันได้เลยนะครับ ติดตามข่าวอัพเดทการเมืองอื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่บล็อกเรา ขอบคุณที่อ่านนะ!

ที่มา – “อนุทิน” เผยภาพคุย “นฤมล” แจงเรื่องตั้งรัฐบาลขั้นสุดท้าย ต้องเลือกประธานสภาฯ ก่อน

ประวัติ ภราดร ปริศนานันทกุล ชิงเก้าอี้ประธานสภา

ประวัติ ภราดร ปริศนานันทกุล กำลังเป็นที่สนใจหลังกระแสข่าวชื่อของเขาถูกพูดถึงสำหรับตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร ว่าที่ ส.ส.อ่างทอง สมัยที่ 5 จากพรรคภูมิใจไทย คนนี้มีเส้นทางที่น่าจับตามองทั้งการศึกษาและการเมืองมาอย่างยาวนาน วันนี้เราจะพาคุณไปส่องประวัติแบบละเอียด เพื่อเข้าใจว่าทำไมเขาถึงมีโอกาสก้าวขึ้นสู่บัลลังก์สูงสุดในสภา

ประวัติ ภราดร ปริศนานันทกุล

นายภราดร ปริศนานันทกุล หรือที่รู้จักในชื่อเล่นว่า “แบด” เกิดวันที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2522 ปัจจุบันอายุ 47 ปี เกิดที่ตำบลเอกราช อำเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง เป็นบุตรชายของนายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล และนางรวีวรรณ ปริศนานันทกุล มีน้องชายคือ นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล หรือ “แชมป์” ว่าที่ ส.ส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทยเช่นกัน ครอบครัวนี้เลยกลายเป็น “ตระกูลนักการเมืองอ่างทอง” ที่แข็งแกร่ง

การศึกษาและพื้นฐานที่แข็งแกร่ง

ด้านการศึกษา ภราดร จบมัธยมจากโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ชื่อดังด้านวิชาการ ปริญญาตรีสาขาสถิติ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และปริญญาโทเศรษฐศาสตร์จาก Warwick University ประเทศอังกฤษ การศึกษาระดับสากลนี้ช่วยให้เขามีมุมมองกว้างไกล เหมาะกับการทำงานในสภาและรัฐบาล

เส้นทางการเมืองของแบด ภราดร

เส้นทางการเมืองของ ประวัติ ภราดร ปริศนานันทกุล เริ่มต้นตั้งแต่ปี 2550 ลงสมัคร ส.ส.อ่างทอง คู่พ่อ (นายสมศักดิ์) และชนะเลือกตั้ง ต่อเนื่องสมัย 2 ในปี 2554 สังกัดพรรคชาติไทยพัฒนา ปี 2561 ย้ายซบพรรคภูมิใจไทย ชนะสมัย 3 ปี 2562 ได้เป็นโฆษกพรรค ปี 2563 เป็นประธานกรรมาธิการวิสามัญรับฟังความเห็นนักเรียน-ประชาชน สมัย 4 ปี 2566

จุดพีคคือปี 2567 ได้เป็นรองประธานสภาฯ คนที่ 2 หลังเสนอชื่อโดยเพื่อไทย แต่ปี 2568 พรรคภูมิใจไทยถอนตัวจากรัฐบาลเพื่อไทย เนื่องจากคลิปเสียงวิกฤติชายแดน เขาลาออกเพื่อรับผิดชอบ กลับมาเป็นฝ่ายค้าน ต่อมาปี 2569 หลังศาล รธน. วินิจฉัยแพทองธาร พ้นนายกฯ พรรคภูมิใจไทยนำโดยอนุทิน เป็นนายกฯ ชุดใหม่ ภราดรได้เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ แต่สภาถูกยุบ เข้าสู่เลือกตั้งใหม่

  • สมัยที่ 1: 2550 พรรคชาติไทยพัฒนา
  • สมัยที่ 2: 2554 พรรคชาติไทยพัฒนา
  • สมัยที่ 3: 2562 พรรคภูมิใจไทย
  • สมัยที่ 4: 2566 พรรคภูมิใจไทย
  • สมัยที่ 5: 2569 พรรคภูมิใจไทย (ล่าสุด)

ล่าสุดในเลือกตั้ง 2569 เขาชนะอีกสมัย เตรียมเป็น ส.ส.สมัย 5 ช่วงทำหน้าที่รองประธานสภา ได้รับคำชมเรื่องวางตัว ควบคุมการประชุมดีเยี่ยม

กระแสข่าวชิงเก้าอี้ประธานสภาฯ

หลังเลือกตั้ง พรรคภูมิใจไทยได้เก้าอี้ ส.ส. 193 ที่นั่งอันดับ 1 มีกระแสแบ่งตำแหน่งรัฐมนตรีและประธานสภา ชื่อ ประวัติ ภราดร ปริศนานันทกุล โผล่เป็นตัวเต็งประธานสภา คู่แข่งอย่างนายโสภณ ซารัมย์ รองนายกฯ ส.ส.บุรีรัมย์ เมื่อถามเจ้าตัว ตอบติดตลกว่า “จะไล่ผมจากทำเนียบแล้วหรอ” และ “ทำได้หมด” แสดงความมั่นใจและพร้อมทุกตำแหน่ง

จากประสบการณ์ยาวนาน การวางตัวดี และฐานะ ส.ส.อ่างทองถาวร ทำให้โอกาสสูงที่จะหวนคืนนิติบัญญัติในตำแหน่งใหญ่กว่าเดิม จับตาการจัดตั้งรัฐบาลพรรคภูมิใจไทยว่าจะเป็นอย่างไร

สรุปแล้ว ประวัติ ภราดร ปริศนานันทกุล คือตัวอย่างนักการเมืองรุ่นใหม่ที่มีการศึกษาดี เส้นทางชัดเจน และรับผิดชอบสูง หากได้เป็นประธานสภาฯ คงนำพาสภาให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น คุณคิดอย่างไรกับโอกาสของเขา? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์และติดตามข่าวการเมืองอัปเดตที่นี่!

ที่มา – ประวัติ “ภราดร ปริศนานันทกุล” หลังกระแสข่าวมีชื่อโผล่เก้าอี้ “ประธานสภาฯ”

ไชยชนกยังไม่ชัดนั่ง มท.1 รอคุยกล้าธรรม

ในสถานการณ์การเมืองที่กำลังร้อนระอุหลังการเลือกตั้ง นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงข่าวลือเรื่อง ไชยชนก นั่ง มท.1 โดยยืนยันว่ายังไม่มีการยืนยันตำแหน่งใดๆ จนกว่าจะมีการรับรองผลเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ สร้างความสนใจให้สื่อมวลชนและนักการเมืองเป็นอย่างมาก

ไชยชนก นั่ง มท.1 ยังไม่ชัดเจน รอประกาศอย่างเป็นทางการ

เมื่อเวลา 09.50 น. วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายไชยชนก ชิดชอบ ได้กล่าวถึงกระแสข่าวที่ว่าเขาจะได้นั่งตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย หรือ มท.1 ว่า "ไม่ครับ ต้องยืนยันว่าตราบใดที่ผลการเลือกตั้งยังไม่ถูกคอนเฟิร์ม เราไม่มีการยืนยันตำแหน่งใดๆ ทั้งสิ้น ขอให้รอการแถลงอย่างเป็นทางการดีกว่า" คำตอบนี้ชี้ให้เห็นถึงความรอบคอบของพรรคภูมิใจไทยในการจัดการเรื่องตำแหน่งในรัฐบาลใหม่

ไชยชนก ชิดชอบ พูดถึงไชยชนก นั่ง มท.1

พรรคกล้าธรรมติดต่อไร้เงื่อนไข รอ “อนุทิน” คุย “ธรรมนัส”

นอกจากประเด็น ไชยชนก นั่ง มท.1 แล้ว ยังมีประเด็นการติดต่อจาก พรรคกล้าธรรม โดยนายไผ่ ลิกค์ เลขาธิการพรรค ได้โทรศัพท์มาพูดคุยเรื่องการจัดตั้งรัฐบาล โดยยืนยันว่าไม่มีเงื่อนไขต่อรองใดๆ นายไชยชนก กล่าวว่า "มีการโทรศัพท์มาและพูดคุยกันสั้นๆ แต่ท้ายที่สุดก็ได้คุยกันว่าอยากให้หัวหน้าพรรคได้หารือกัน แล้วค่อยมาพูดคุยกันอย่างเป็นทางการ"

สำหรับกำหนดการหารือ ต้องรอให้ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ได้พูดคุยกับ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยก่อน เมื่อถามถึงหลักการสนับสนุนของพรรคกล้าธรรม นายไชยชนก กล่าวว่า "เบื้องต้นที่พูดคุยกัน แต่เดี๋ยวรอดูสุดท้ายว่าจะเป็นอย่างไร"

นายไชยชนก ชิดชอบ กับพรรคภูมิใจไทย
ข่าวการเมือง พรรคกล้าธรรม ไชยชนก นั่ง มท.1

พรรคภูมิใจไทยยืนยันจุดยืนชัดเจนว่า "เราประกาศชัดเจนแล้วว่าพร้อมที่จะรับฟังทุกท่าน อันนี้เราคอนเฟิร์ม" จึงไม่ปิดประตูต่อการจับมือกับพรรคกล้าธรรมหรือพรรคอื่นๆ

สถานการณ์การจัดตั้งรัฐบาลหลังเลือกตั้ง

หลังการเลือกตั้งครั้งล่าสุด พรรคการเมืองต่างๆ กำลังเร่งเจรจาเพื่อจัดตั้งรัฐบาล พรรคภูมิใจไทยในฐานะพรรคใหญ่ที่มีบทบาทสำคัญ โดยเฉพาะนายอนุทิน ชาญวีรกูล ที่มีตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ทำให้เป็นจุดสนใจ ข่าวลือเรื่องตำแหน่ง ไชยชนก นั่ง มท.1 สะท้อนถึงความเคลื่อนไหวภายในพรรคที่เลขาธิการอย่างนายไชยชนกอาจได้เลื่อนขั้นไปรับผิดชอบกระทรวงสำคัญ

  • จุดเด่นพรรคกล้าธรรม: ไม่มีเงื่อนไขต่อรอง สนับสนุนแบบไร้ข้อผูกมัด
  • บทบาทนายไชยชนก: เลขาฯ พรรคภูมิใจไทย ผู้ประสานงานหลัก
  • คีย์แมน: อนุทิน-ธรรมนัส จะเป็นตัวแปรสำคัญในการตัดสินใจ
  • สถานะปัจจุบัน: รอรับรองผลเลือกตั้งก่อนยืนยันทุกอย่าง

การเจรจาครั้งนี้ไม่เพียงแต่ส่งผลต่อโครงสร้างคณะรัฐมนตรีเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงยุทธศาสตร์ของพรรคภูมิใจไทยในการขยายฐานอำนาจ โดยการเปิดรับพรรคเล็กอย่างกล้าธรรมที่นำโดยร.อ.ธรรมนัส ซึ่งมีประสบการณ์ทางการเมืองมาอย่างโชกโชน

นอกจากนี้ กระทรวงมหาดไทยถือเป็นกระทรวงหลักที่ดูแลเรื่องท้องถิ่นและความมั่นคง หากนายไชยชนกได้ นั่ง มท.1 จริง จะเป็นการเสริมทัพให้พรรคภูมิใจไทยมีอิทธิพลมากขึ้นในระดับท้องถิ่น

ผลกระทบต่อการเมืองไทย

สถานการณ์นี้ทำให้เกิดคำถามว่าพรรคเล็กจะมีบทบาทอย่างไรในรัฐบาลใหม่ การไร้เงื่อนไขต่อรองจากพรรคกล้าธรรมอาจเป็นจุดเริ่มต้นของพันธมิตรใหม่ที่ยืดหยุ่นมากขึ้น ผู้เชี่ยวชาญการเมืองมองว่าการเจรจาระหว่างหัวหน้าพรรคจะเป็นตัวกำหนดทิศทางในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

ติดตามพัฒนาการเพิ่มเติมได้ที่นี่ เพราะการเมืองไทยกำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญ คุณคิดว่าพรรคภูมิใจไทยจะจับมือกับกล้าธรรมหรือไม่? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อติดตามข่าวสารล่าสุด!

ในมุมมองของผู้เขียน สถานการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงความเป็นมืออาชีพของพรรคภูมิใจไทยที่ไม่รีบร้อนตัดสินใจ รอความชัดเจนก่อน ซึ่งจะช่วยลดดราม่าในอนาคตได้

ที่มา – “ไชยชนก” บอกยังไม่ชัดนั่ง “มท.1” รับกล้าธรรมไร้เงื่อนไขต่อรอง รอ “อนุทิน” คุย “ธรรมนัส”

“ภราดร” ปัดตอบกระแสข่าวนั่งประธานสภาฯ

ในวงการการเมืองไทยที่เต็มไปด้วยข่าวลือและกระแส moviment ต่างๆ ล่าสุดมีประเด็นร้อนที่หลายคนให้ความสนใจ นั่นคือกระแสข่าวที่ “ภราดร” ปัดตอบกระแสข่าวนั่งประธานสภาฯ อย่างเป็นกันเอง โดยนายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และว่าที่ ส.ส. อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ได้ให้สัมภาษณ์แบบติดตลกเมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล ทำให้แฟนข่าวการเมืองฮือฮาไม่น้อย

“ภราดร” ปัดตอบกระแสข่าวนั่งประธานสภาฯ

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อเวลา 09.25 น. ขณะที่นายภราดรเดินทางมาที่ทำเนียบรัฐบาล ผู้สื่อข่าวหลายสำนักต่างรุมถามถึงกระแสข่าวลือหนาหูว่าจะได้ขึ้นนั่งเก้าอี้ประธานสภาผู้แทนราษฎรในสมัยหน้า ซึ่งเป็นตำแหน่งสำคัญที่ทุกพรรคการเมืองให้ความสำคัญ แต่แทนที่จะตอบตรงๆ นายภราดรกลับยิ้มกริ่มแล้วพูดติดตลกว่า “จะไล่แล้วหรอ จะไล่ผมแล้วหรอ ไม่อยากให้ผมอยู่ทำเนียบรัฐบาลแล้วหรอ” คำตอบนี้ทำให้บรรยากาศผ่อนคลายทันที สะท้อนสไตล์การสื่อสารที่เป็นเอกลักษณ์ของเขา

คำตอบ “ทำได้หมด” สะท้อนความยืดหยุ่นทางการเมือง

เมื่อผู้สื่อข่าวถามต่อว่าชอบตำแหน่งไหนมากกว่ากัน ระหว่างรัฐมนตรีหรือประธานสภา นายภราดรตอบสั้นๆ แต่ได้ใจความว่า “ทำได้หมด” แสดงให้เห็นถึงความพร้อมและความมั่นใจในการรับผิดชอบบทบาทใดๆ ไม่ว่าจะฝ่ายบริหารอย่างรัฐมนตรี หรือฝ่ายนิติบัญญัติอย่างประธานสภา คำพูดนี้ไม่เพียงปัดข่าวลือ แต่ยังเปิดประตูให้เห็นโอกาสในอนาคตของเขาในพรรคภูมิใจไทย

นายภราดร ปริศนานันทกุล เป็นนักการเมืองรุ่นใหญ่ที่มีประสบการณ์ยาวนาน เคยผ่านตำแหน่ง ส.ส. หลายสมัย และมีบทบาทสำคัญในพรรคภูมิใจไทย ซึ่งเป็นพรรคร่วมรัฐบาลที่มีอิทธิพลสูงในขณะนี้ กระแสข่าวนั่งประธานสภาฯ อาจมาจากการปรับโครงสร้างรัฐบาลใหม่หลังการเลือกตั้ง หรือการเปลี่ยนแปลงภายในพรรค แต่ตัวเขาเองเลือกที่จะไม่ยืนยันหรือปฏิเสธตรงๆ ทำให้ข่าวนี้กลายเป็นหัวข้อสนทนาในโซเชียลมีเดียอย่างรวดเร็ว

สถานการณ์การเมืองไทยกับบทบาทประธานสภาฯ

ตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎรเป็นหัวใจสำคัญของระบบรัฐสภาไทย เนื่องจากต้องควบคุมการประชุม วาระกฎหมาย และการอภิปราย ซึ่งมักเป็นสมรภูมิของพรรครัฐบาลและฝ่ายค้าน ในอดีตมีบุคคลสำคัญหลายคนที่เคยดำรงตำแหน่งนี้ เช่น คุณหญิงสุดารัตน์ หรือนายชวน หลีกภัย ที่สร้างมาตรฐานการทำงานสูง หากนายภราดรได้ขึ้นจริง จะเป็นการผสมผสานระหว่างประสบการณ์ฝ่ายบริหารและนิติบัญญัติที่ลงตัว

  • จุดเด่นของนายภราดร: มีประสบการณ์รัฐมนตรี สามารถเชื่อมโยงนโยบายรัฐบาลกับสภาได้ดี
  • สไตล์การทำงาน: เป็นกันเอง สื่อสารเข้าใจง่าย ได้รับความนิยมจากประชาชน
  • บทบาทพรรคภูมิใจไทย: พรรคมี ส.ส. จำนวนมาก อาจผลักดันให้ได้ตำแหน่งใหญ่
  • ความเป็นไปได้: ขึ้นอยู่กับการเจรจาระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล

นอกจากนี้ กระแสข่าวนี้ยังสะท้อนถึงความเคลื่อนไหวในพรรคภูมิใจไทยที่กำลังเตรียมพร้อมสำหรับบทบาทใหญ่ขึ้น หลังจากที่พรรคมีผลงานโดดเด่นในรัฐบาลชุดปัจจุบัน เช่น นโยบายเศรษฐกิจและสาธารณสุข หาก “ภราดร” ปัดตอบกระแสข่าวนั่งประธานสภาฯ ด้วยท่าทีแบบนี้ อาจเป็นกลยุทธ์เพื่อรอจังหวะที่เหมาะสม

การเมืองไทยในช่วงนี้เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน จากการปรับคณะรัฐมนตรี การเลือกตั้งท้องถิ่น และประเด็นร้อนอย่างแก้รัฐธรรมนูญ นายภราดรในฐานะว่าที่ ส.ส. อ่างทอง เขต 1 จึงเป็นตัวแทนที่น่าจับตามอง ด้วยวัยวุฒิและคุณวุฒิที่พร้อมรับใช้ประเทศ

จากมุมมองของผู้เขียน คำตอบ “ทำได้หมด” ของนายภราดร แสดงให้เห็นถึงนักการเมืองที่ยืดหยุ่นและมุ่งมั่น ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่การเมืองไทยต้องการในยุคนี้ หากเขาได้นั่งประธานสภา อาจนำมาซึ่งการทำงานที่โปร่งใสและมีประสิทธิภาพมากขึ้น คุณคิดอย่างไรกับกระแสนี้? คอมเมนต์แสดงความเห็นด้านล่าง หรือแชร์บทความนี้เพื่อติดตามข่าวการเมืองอัปเดตเพิ่มเติม!

ที่มา – “ภราดร” ปัดตอบกระแสข่าวนั่งประธานสภาฯ บอกทำได้หมด รมต.-ฝ่ายนิติบัญญัติ

ตรีนุช ย้ำ พลังประชารัฐหนุน อนุทิน เป็นนายกฯ

ในวงการการเมืองไทยที่กำลังร้อนระอุหลังการเลือกตั้ง สถานการณ์การจัดตั้งรัฐบาลใหม่กำลังเป็นประเด็นที่ทุกคนจับตา ล่าสุด ตรีนุช ย้ำ พลังประชารัฐหนุน อนุทิน เป็นนายกฯ อย่างชัดเจน ซึ่งเป็นสัญญาณบวกต่อการรวมพรรคร่วมรัฐบาล บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกข่าวนี้ พร้อมวิเคราะห์บริบทและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น

ตรีนุช ย้ำ พลังประชารัฐหนุน อนุทิน เป็นนายกฯ

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ได้เปิดเผยต่อสื่อมวลชนที่ทำเนียบรัฐบาล โดยยืนยันอย่างหนักแน่นว่า ตนเองและว่าที่ส.ส.ของพรรคพลังประชารัฐสนับสนุนนายอนุทิน ชาญวีรกูล ผู้ก่อตั้งพรรคภูมิใจไทย ให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นไปตามหลักการของพรรคที่ได้คะแนนเสียงอันดับ 1 จากการเลือกตั้ง

นอกจากนี้ น.ส.ตรีนุช ยังระบุว่ายังไม่มีการหารือเรื่องตำแหน่งรัฐมนตรีของพรรคพลังประชารัฐหรือของตัวเอง แต่ย้ำว่าทำงานร่วมกับนายอนุทิน ด้วยดีมาโดยตลอด แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์อันดีระหว่างผู้นำพรรคร่วม

ตรีนุช ย้ำ พลังประชารัฐหนุน อนุทิน เป็นนายกฯ ตามหลักพรรคใหญ่

การประกาศครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางกระแสข่าวการเจรจาจัดตั้งรัฐบาล พรรคพลังประชารัฐที่ได้ที่นั่งส.ส.มากที่สุดตามผลเลือกตั้ง จึงมีสิทธิ์เสนอชื่อนายกฯ ตามรัฐธรรมนูญ การที่ตรีนุชเลือกหนุนอนุทิน ซึ่งเป็นหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยที่ได้ที่นั่งรองลงมา ถือเป็นกลยุทธ์เพื่อรวมเสียงพรรคเล็กพรรคใหญ่ให้มั่นคงยิ่งขึ้น

บริบทการเมืองไทยหลังเลือกตั้ง

หลังการเลือกตั้งส.ส.เมื่อไม่นานมานี้ พรรคพลังประชารัฐกวาดที่นั่งได้มากกว่า 140 ที่นั่ง ทำให้กลายเป็นพรรคใหญ่สุด ส่วนพรรคภูมิใจไทยได้ราว 70 ที่นั่ง นายอนุทิน ชาญวีรกูล มีประสบการณ์ยาวนานในฐานะรองนายกฯ และรัฐมนตรีสาธารณสุขในรัฐบาลก่อนหน้า ทำให้ได้รับการยอมรับจากหลายฝ่าย

ตรีนุช เทียนทอง เองก็เป็นนักการเมืองรุ่นใหม่ที่เคยสังกัดพรรคพลังประชารัฐมาตั้งแต่ยุคแรกๆ ปัจจุบันรับผิดชอบกระทรวงแรงงานและเป็นหัวหน้าพรรค ทำให้มีบทบาทสำคัญในการตัดสินใจเชิงยุทธศาสตร์

จุดเด่นของการสนับสนุนนี้

  • ความสามัคคี: แสดงถึงการรวมพรรคร่วมที่มั่นคง ไม่มีสะดุดเรื่องผู้สมัครนายกฯ
  • ประสบการณ์: อนุทิน มีความชำนาญด้านนโยบายสาธารณสุขและเศรษฐกิจ ซึ่งตอบโจทย์สถานการณ์โควิดหลังโควิด
  • ยังไม่ล็อคตำแหน่ง: เปิดช่องให้เจรจาต่อรองอย่างยืดหยุ่น
  • ความสัมพันธ์ดี: ตรีนุช ย้ำว่าร่วมงานด้วยดี สร้างความเชื่อมั่น

การเคลื่อนไหวครั้งนี้ช่วยลดกระแสข่าวลือเรื่องแตกหักในพรรคร่วม และเร่งให้การจัดตั้งรัฐบาลเสร็จสิ้นก่อนกำหนด

ผลกระทบต่อนโยบายรัฐบาลใหม่

หากอนุทินได้เป็นนายกฯ คาดว่านโยบายหลักจะเน้นเศรษฐกิจฟื้นตัว แรงงาน และสาธารณสุข โดยพรรคพลังประชารัฐน่าจะได้กระทรวงสำคัญ เช่น กลาโหม การคลัง หรือมหาดไทย ตรีนุช อาจต่อยอดบทบาทในกระทรวงแรงงานเพื่อผลักดันนโยบายสร้างงาน

อย่างไรก็ตาม ยังมีอุปสรรคจากพรรคฝ่ายค้านและการตรวจสอบจากศาลรัฐธรรมนูญที่อาจเข้ามาแทรกแซง

จากประสบการณ์การเมืองไทยที่ผ่านมา การรวมพรรคใหญ่เช่นนี้มักนำไปสู่รัฐบาลที่มั่นคง แต่ก็ต้องจับตาการแบ่งเก้าอี้ที่อาจจุดชนวนขัดแย้ง

ความเห็นส่วนตัว: การที่ตรีนุช ย้ำ พลังประชารัฐหนุน อนุทิน เป็นนายกฯ ถือเป็นก้าวเชิงยุทธศาสตร์ที่ชาญฉลาด ช่วยสร้างภาพลักษณ์พรรคใหญ่ที่เปิดกว้าง แต่ประชาชนต้องเฝ้าระวังว่านโยบายจะตอบโจทย์ชีวิตจริงหรือไม่

คุณคิดอย่างไรกับข่าวนี้? คิดว่าอนุทินเหมาะสมเป็นนายกฯ หรือไม่? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมติดตามบล็อกของเราเพื่ออัปเดตข่าวการเมืองล่าสุด!

ที่มา – “ตรีนุช” ย้ำ พลังประชารัฐหนุน “อนุทิน” เป็นนายกฯ รับยังไม่คุยตำแหน่งรัฐมนตรี

Scroll to top