การเมืองไทยหลังการเลือกตั้งใหญ่ปี 2566 ยังคงร้อนฉ่าไปด้วยข่าวสารและข่าวลือมากมาย โดยเฉพาะในโซเชียลมีเดียที่ข้อมูลไหลเวียนอย่างรวดเร็ว ล่าสุดมีประเด็นร้อนที่นายภูมิธรรม เวชยชัย แกนนำพรรคเพื่อไทย ออกมาแถลงและชี้แจงอย่างดุเดือด นั่นคือเรื่อง “ภูมิธรรม” ซัดเฟกนิวส์คุมกลาโหม ดำเนินคดีต้นโพสต์ ยัน พท.-ภท. ยังไม่คุยโควตา รมต. ซึ่งกลายเป็นหัวข้อที่ประชาชนให้ความสนใจอย่างมาก
“ภูมิธรรม” ซัดเฟกนิวส์คุมกลาโหม ดำเนินคดีต้นโพสต์ ยัน พท.-ภท. ยังไม่คุยโควตา รมต.
เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา 06.35 น. นายภูมิธรรม เวชยชัย ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว เพื่อชี้แจงกรณีมีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งโพสต์ข้อความเท็จว่า “ภูมิธรรมลั่น ถ้าได้นั่งคุมกลาโหมในรอบนี้ พี่น้องชาวไทยเตรียมดูได้เลย ฝั่งเพื่อนบ้านเขมรเจอดีแน่ จัดหนักกว่าเดิมแบบไม่ต้องสืบ” นายภูมิธรรม ยืนยันชัดเจนว่านี่คือ Fake News ล้วนๆ และจะดำเนินคดีกับต้นโพสต์ให้ถึงที่สุด
รายละเอียดข่าวปลอมที่สร้างความวุ่นวาย
โพสต์ดังกล่าวพยายามสร้างภาพว่านายภูมิธรรมจะได้รับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และจะใช้นโยบายแข็งกร้าวต่อเพื่อนบ้านอย่างกัมพูชา ซึ่งเป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริงอย่างสิ้นเชิง ข่าวนี้แพร่กระจายอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดความเข้าใจผิดในหมู่ประชาชน โดยเฉพาะในช่วงที่สถานการณ์การจัดตั้งรัฐบาลกำลังอยู่ในขั้นตอนสำคัญ
คำชี้แจงอย่างเป็นทางการจากพรรคเพื่อไทย
นายภูมิธรรม ชี้แจงว่า ตั้งแต่พรรคเพื่อไทยได้รับการติดต่อจากผู้ใหญ่พรรคภูมิใจไทย ซึ่งเป็นพรรคที่ได้คะแนนเสียงอันดับหนึ่ง ขอเสียงสนับสนุนในการจัดตั้งรัฐบาล และมีการแถลงข่าวร่วมกันแล้วนั้น ยังไม่เคยมีการพูดคุยเรื่องตำแหน่งรัฐมนตรีหรือการแบ่งกระทรวงใดๆ เลย เนื่องจากขณะนี้ยังไม่มีประกาศรับรองผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ
กระบวนการจัดตั้งรัฐบาลเป็นหน้าที่ของพรรคที่ได้คะแนนสูงสุด ซึ่งต้องรอให้ชัดเจนว่ารัฐบาลที่จะเกิดขึ้นจะเป็นรัฐบาลผสมกี่พรรค และมีจำนวนเสียง ส.ส. สนับสนุนเท่าใด เมื่อทุกอย่างลงตัวแล้ว จึงจะเข้าสู่ขั้นตอนการแบ่งสรรกระทรวงและจำนวนรัฐมนตรีของแต่ละพรรค
ขั้นตอนการจัดตั้งรัฐบาลที่ยังไม่ถึงจุดแบ่งโควตา
- รอการรับรองผลการเลือกตั้งจาก กกต. อย่างเป็นทางการ
- พรรคแกนนำประเมินจำนวนพรรคร่วมและเสียงสนับสนุน
- เจรจานโยบายหลักของรัฐบาล
- จึงค่อยแบ่งตำแหน่งรัฐมนตรีตามสัดส่วน
ดังนั้น การโพสต์ข่าวเท็จเช่นนี้ไม่เพียงสร้างความแตกแยก แต่ยังอาจกระทบต่อภาพลักษณ์ของพรรคการเมืองและความสัมพันธ์ระหว่างพรรค
ภัยร้ายของเฟกนิวส์ในวงการเมืองไทย
ในยุคดิจิทัลที่ข้อมูลข่าวสารแพร่กระจายเร็วกว่าปล่อยไฟ เฟกนิวส์กลายเป็นเครื่องมือที่ถูกใช้โจมตีทางการเมืองบ่อยครั้ง อย่างในกรณีนี้ มันพยายามจุดชนวนความขัดแย้งชาตินิยม โดยอ้างประเด็นชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งเป็นเรื่องละเอียดอ่อน นอกจากนี้ ยังมีตัวอย่างเฟกนิวส์อื่นๆ เช่น ข่าวลือเรื่องพรรคร่วมรัฐบาล หรือนโยบายที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง
พรรคเพื่อไทยซึ่งได้ ส.ส. 141 เสียง พรรคภูมิใจไทย 71 เสียง กำลังเจรจาอย่างเป็นทางการเพื่อสานต่อการจัดตั้งรัฐบาลที่มั่นคง โดยเน้นนโยบายเศรษฐกิจ สังคม และแก้ปัญหาให้ประชาชนเป็นหลัก ไม่ใช่การเมืองเรื่องตำแหน่งอย่างที่ข่าวปลอมพยายามบิดเบือน
นายภูมิธรรม ยังเรียกร้องให้พี่น้องประชาชนตรวจสอบข้อมูลก่อนแชร์ และย้ำว่าจะใช้กฎหมายจัดการกับผู้กระทำผิดทุกคน เพื่อรักษาความถูกต้องและความน่าเชื่อถือของข้อมูลสาธารณะ
มุมมองและข้อคิดจากเหตุการณ์นี้
เหตุการณ์ “ภูมิธรรม” ซัดเฟกนิวส์คุมกลาโหม ดำเนินคดีต้นโพสต์ ยัน พท.-ภท. ยังไม่คุยโควตา รมต. สะท้อนให้เห็นว่าการเมืองไทยยังคงเผชิญกับความท้าทายจากข้อมูลเท็จ ซึ่งอาจนำไปสู่ความไม่ไว้วางใจในระบบประชาธิปไตย ในมุมมองของผู้เขียน การตรวจสอบแหล่งข่าวด้วยเครื่องมืออย่าง Fact-check website เช่น Cofact หรือ Thai PBS Factcheck เป็นสิ่งจำเป็นยิ่ง หากเราต้องการสังคมที่ข้อมูลโปร่งใส
สุดท้ายนี้ ขอเชิญชวนทุกท่านติดตามข่าวสารการเมืองจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ และหากพบเฟกนิวส์ อย่าลืมรายงานหรือแชร์คำชี้แจงที่ถูกต้องเพื่อหยุดยั้งการแพร่กระจาย สมัครรับข่าวสารจากบล็อกนี้เพื่ออัปเดตข้อมูลล่าสุด!
ที่มา – “ภูมิธรรม” ซัดเฟกนิวส์คุมกลาโหม ดำเนินคดีต้นโพสต์ ยัน พท.-ภท. ยังไม่คุยโควตา รมต.


