จันทรุปราคาเต็มดวง

เปิดภาพ! จันทรุปราคาเต็มดวง เหนือฟ้าเมืองไทย

สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (NARIT) เผยภาพปรากฏการณ์ “จันทรุปราคาเต็มดวง” เหนือประเทศไทยที่สวยงาม ในคืนวันที่ 7 ต่อเนื่องเช้ามืดวันที่ 8 กันยายน 2568 สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับผู้ที่เฝ้ารอชม

NARIT ได้บันทึกภาพลำดับเหตุการณ์ “จันทรุปราคาเต็มดวง” ตั้งแต่เริ่มต้นจนสิ้นสุด ณ อุทยานดาราศาสตร์สิรินธร อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ แสดงให้เห็นการเคลื่อนที่ของดวงจันทร์ผ่านเงามืดของโลกได้อย่างชัดเจน เผยให้เห็นรูปทรงของเงาโลกที่ทาบทับลงบนดวงจันทร์

ภาพบันทึกแสดงให้เห็นช่วงเวลาตั้งแต่ 22:29 น. ของวันที่ 7 กันยายน เมื่อดวงจันทร์เริ่มเข้าสู่เงามัวของโลก ทำให้ความสว่างค่อยๆ ลดลง จากนั้นดวงจันทร์เคลื่อนเข้าสู่เงามืด เกิดเป็นจันทรุปราคาบางส่วน และเข้าสู่ช่วง “จันทรุปราคาเต็มดวง” อย่างสมบูรณ์ ตั้งแต่เวลา 00:31 ถึง 01:53 น. ของวันที่ 8 กันยายน รวมระยะเวลานานถึง 1 ชั่วโมง 22 นาที

เปิดภาพลำดับปรากฏการณ์ “จันทรุปราคาเต็มดวง” เหนือฟ้าเมืองไทย

ในช่วงเวลาที่เกิด “จันทรุปราคาเต็มดวง” ดวงจันทร์จะปรากฏเป็นสีแดงอิฐ เนื่องจากแสงอาทิตย์ที่ส่องผ่านชั้นบรรยากาศโลก แสงสีน้ำเงินจะถูกกระเจิงออกไป เหลือเพียงแสงสีแดงที่มีความยาวคลื่นยาวกว่า หักเหไปตกกระทบบนพื้นผิวดวงจันทร์ ทำให้เรามองเห็นดวงจันทร์เป็นสีแดงสวยงาม

ปรากฏการณ์จันทรุปราคาเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นเมื่อดวงอาทิตย์ โลก และดวงจันทร์ โคจรมาอยู่ในแนวเดียวกัน โดยมีโลกอยู่ตรงกลางระหว่างดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ ทำให้เงาของโลกทอดไปบังดวงจันทร์

ปรากฏการณ์จันทรุปราคาครั้งต่อไป

สำหรับใครที่พลาดชม “จันทรุปราคาเต็มดวง” ในครั้งนี้ ไม่ต้องเสียใจ เพราะปรากฏการณ์จันทรุปราคาเต็มดวงที่สามารถสังเกตได้ในประเทศไทยครั้งต่อไป จะเกิดขึ้นในช่วงหัวค่ำของวันที่ 3 มีนาคม 2569 เตรียมตัวให้พร้อม เพื่อชมความสวยงามของปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์ที่น่าตื่นตาตื่นใจนี้

นอกจากนี้ ในเดือนกันยายน 2568 ยังมีอีกหนึ่งปรากฏการณ์ที่น่าสนใจ นั่นคือ ปรากฏการณ์ดาวเสาร์ใกล้โลกที่สุดในรอบปี ในวันที่ 21 กันยายน 2568 อย่าลืมติดตามข่าวสารและเตรียมตัวชมปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์ที่สวยงามเหล่านี้

  • จันทรุปราคาเต็มดวง: เกิดขึ้นเมื่อดวงจันทร์ทั้งดวงเคลื่อนที่เข้าไปในเงามืดของโลก
  • จันทรุปราคาบางส่วน: เกิดขึ้นเมื่อดวงจันทร์เคลื่อนที่เข้าไปในเงามืดของโลกเพียงบางส่วน
  • จันทรุปราคาเงามัว: เกิดขึ้นเมื่อดวงจันทร์เคลื่อนที่เข้าไปในเงามัวของโลก ทำให้ความสว่างของดวงจันทร์ลดลงเล็กน้อย

การชมปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์เป็นประสบการณ์ที่น่าประทับใจ ช่วยให้เราได้เรียนรู้เกี่ยวกับธรรมชาติของจักรวาล และสร้างแรงบันดาลใจให้เราสนใจวิทยาศาสตร์มากขึ้น อย่าพลาดโอกาสในการชมปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์ที่เกิดขึ้นในอนาคต

การที่ NARIT บันทึกภาพและเผยแพร่ภาพเหล่านี้ ทำให้ประชาชนทั่วไปที่อาจไม่มีโอกาสได้ชมด้วยตาตัวเอง สามารถรับชมความสวยงามของปรากฏการณ์ “จันทรุปราคาเต็มดวง” ได้อย่างใกล้ชิด เป็นการส่งเสริมความรู้และความเข้าใจในด้านดาราศาสตร์ให้กับสังคม

ที่มา – เปิดภาพลำดับปรากฏการณ์ “จันทรุปราคาเต็มดวง” เหนือฟ้าเมืองไทย

ทั่วโลกชม! ปรากฏการณ์ พระจันทร์สีเลือด สุดอลังการ

ทั่วโลกแห่ชมปรากฏการณ์ “พระจันทร์สีเลือด” ประชาชนในหลายประเทศพร้อมใจกันเฝ้าท้องฟ้า เปิดกล้องส่องภาพจันทรุปราคาเต็มดวงเป็นสีแดงฉาน

เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2568 สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า ในค่ำคืนวันที่ 7 เข้าสู่ 8 กันยายน 2568 ทั่วโลกต่างได้เห็นปรากฏการณ์ “จันทรุปราคาเต็มดวง” หรือที่เรียกกันว่า “พระจันทร์สีเลือด” (Blood Moon) ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อโลกเคลื่อนผ่านระหว่างดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ ทำให้เงาโลกบดบังและทำให้พระจันทร์เปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน

ในฟิลิปปินส์ ประชาชนในกรุงเกซอนซิตี ต่างใช้กล้องโทรทรรศน์เฝ้าสังเกตท้องฟ้าก่อนเที่ยงคืน บนลานมหาวิทยาลัยเพื่อรอชมปรากฏการณ์ดังกล่าว ขณะที่ในอินโดนีเซีย ผู้คนในเมืองตังเกอรังก็สามารถเห็นพระจันทร์เต็มดวงเปลี่ยนเป็นสีแดงได้ชัดเจน

ทางด้านอิหร่าน ชมรมดาราศาสตร์หลายแห่งได้นำกล้องโทรทรรศน์มาตั้งให้ประชาชนได้ชมใกล้ชิด โดยที่กรุงเตหะราน ประชาชนจำนวนมากแห่มารวมตัวกันที่สวนสาธารณะ Water and Fire Park บริเวณ Nature Bridge เพื่อดูพระจันทร์ค่อย ๆ กลายเป็นสีแดงเข้มตั้งแต่เวลา 19.57 น. ก่อนจะเข้าสู่ช่วงคราสเต็มดวงเวลา 21.10 น. ตามเวลาท้องถิ่น

ขณะที่ในอินเดีย ซึ่งนับเป็นการเกิดจันทรุปราคาเต็มดวงครั้งที่ยาวนานที่สุดตั้งแต่ปี 2565 ประชาชนทั่วประเทศสามารถชมได้ชัดเจน โดยพิพิธภัณฑ์ Birla Industrial Technological Museum ในเมืองกัลกาตา จัดกิจกรรมพิเศษให้นักท่องเที่ยวและเด็ก ๆ เรียนรู้ปรากฏการณ์พร้อมชมจริง ส่วนที่เมืองลัคเนาว์ ศูนย์วิทยาศาสตร์ภูมิภาคก็จัดตั้งเลนส์ความละเอียดสูงให้ประชาชนได้ดูใกล้ชิด

นักดาราศาสตร์อินเดียยืนยันว่า แม้ในความเชื่อท้องถิ่นบางแห่งจะผูกโยงจันทรุปราคากับความเชื่อเรื่องโชคร้าย แต่แท้จริงแล้วนี่คือ ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่ปลอดภัยต่อมนุษย์และสัตว์

สำหรับเวลาปรากฏการณ์ในอินเดีย จันทร์เต็มดวงเข้าสู่คราสเต็มดวงตั้งแต่เวลา 23.01 น. ถึง 00.23 น. วันที่ 8 ก.ย. ก่อนจะสิ้นสุดคราสบางส่วนเวลา 01.26 น. และสิ้นสุดทั้งหมดในเวลา 02.25 น.

ภาพพระจันทร์แดงฉานจากหลายประเทศจึงสะท้อนถึงความมหัศจรรย์ที่ทำให้ผู้คนทั่วโลกพร้อมใจกันเงยหน้าสู่ท้องฟ้าในค่ำคืนเดียวกัน.

ปรากฏการณ์ พระจันทร์สีเลือด ที่ทั่วโลกรอคอย

ปรากฏการณ์ พระจันทร์สีเลือด เป็นปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์ที่น่าตื่นตาตื่นใจ และดึงดูดผู้คนจากทั่วทุกมุมโลกให้มาเฝ้าชมกันในค่ำคืนที่เกิดจันทรุปราคาเต็มดวง ปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นจากการที่โลกของเราเคลื่อนที่ไปอยู่ระหว่างดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ ทำให้เงาของโลกบดบังดวงจันทร์ และแสงอาทิตย์ที่ส่องผ่านชั้นบรรยากาศของโลกกระเจิงออกไป ทำให้ดวงจันทร์ปรากฏเป็นสีแดงหรือสีส้ม เป็นที่มาของชื่อ พระจันทร์สีเลือด

ทำไมถึงต้องชม พระจันทร์สีเลือด?

นอกจากความสวยงามและน่าตื่นตาตื่นใจแล้ว การชม พระจันทร์สีเลือด ยังเป็นโอกาสที่ดีในการเรียนรู้เกี่ยวกับปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์ และทำความเข้าใจเกี่ยวกับระบบสุริยะของเรา การได้เห็นปรากฏการณ์นี้ด้วยตาตัวเอง จะสร้างความประทับใจและความทรงจำที่ดีให้กับชีวิตของเรา

  • เป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่สวยงามและน่าตื่นตาตื่นใจ
  • เป็นโอกาสในการเรียนรู้เกี่ยวกับดาราศาสตร์
  • เป็นประสบการณ์ที่น่าจดจำ

สำหรับใครที่พลาดชมปรากฏการณ์ พระจันทร์สีเลือด ในครั้งนี้ ไม่ต้องเสียใจ เพราะปรากฏการณ์นี้จะเกิดขึ้นอีกในอนาคต เตรียมตัวให้พร้อมและรอชมปรากฏการณ์อันน่าทึ่งนี้ในครั้งต่อไป!

ที่มา – หลายประเทศทั่วโลกร่วมชมปรากฎการณ์ “พระจันทร์สีเลือด”

เปิดภาพ! “จันทรุปราคาเต็มดวง” เหนือฟ้าเมืองไทย

สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ เผยภาพปรากฏการณ์ “จันทรุปราคาเต็มดวง” เหนือฟ้าเมืองไทย ที่กินเวลากว่า 1 ชั่วโมง โดยดวงจันทร์ปรากฏเป็นสีแดงอิฐสวยงาม ใครที่พลาดชมไม่ต้องเสียใจ เพราะในไทยเราจะได้เห็นอีกครั้งในวันที่ 3 มีนาคม 2569!

เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2568 สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (NARIT) ได้เผยแพร่ภาพอันน่าทึ่งของปรากฏการณ์ “จันทรุปราคาเต็มดวง” เหนือฟ้าเมืองไทย ในช่วงที่เกิดคราสเต็มดวง ดวงจันทร์เต็มดวงได้เปลี่ยนเป็นสีแดงอิฐอย่างชัดเจน ภาพนี้ถูกบันทึกไว้ ณ อุทยานดาราศาสตร์สิรินธร อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ในช่วงกึ่งกลางคราส เวลาประมาณ 01:12 น. ของวันดังกล่าว ซึ่งมีผู้สนใจติดตามชมการถ่ายทอดสดปรากฏการณ์ผ่านทางเฟซบุ๊กและยูทูบของ NARIT เป็นจำนวนมาก นับหมื่นคนเลยทีเดียว

สำหรับปรากฏการณ์ “จันทรุปราคาเต็มดวง” เหนือฟ้าเมืองไทย ในครั้งนี้ เกิดขึ้นในคืนวันที่ 7 กันยายน ต่อเนื่องไปจนถึงเช้ามืดวันที่ 8 กันยายน 2568 โดยเริ่มตั้งแต่เวลาประมาณ 22:29 น. ถึง 03:55 น. ดวงจันทร์เริ่มเข้าสู่เงามัวของโลกในเวลาประมาณ 22:29 น. และเคลื่อนเข้าสู่เงามืดของโลก เริ่มเกิดเป็นจันทรุปราคาบางส่วนในเวลา 23:27 น. จากนั้นเข้าสู่ช่วง “จันทรุปราคาเต็มดวง” ในเวลา 00:31 – 01:53 น. ซึ่งเป็นช่วงเวลากว่า 1 ชั่วโมงที่เราสามารถมองเห็นดวงจันทร์เต็มดวงปรากฏเป็นสีแดงอิฐได้อย่างชัดเจน หลังจากนั้น ดวงจันทร์ก็ค่อยๆ เคลื่อนออกจากเงามืด เกิดเป็นจันทรุปราคาบางส่วนอีกครั้งจนถึงเวลา 02:57 น. และพ้นจากเงามัวของโลก จนสิ้นสุดปรากฏการณ์โดยสมบูรณ์ในเวลา 03:55 น.

ปรากฏการณ์จันทรุปราคาเต็มดวงครั้งนี้ สามารถสังเกตได้จากหลายพื้นที่ทั่วโลก ได้แก่ ทวีปยุโรปตอนเหนือและตะวันออก ทวีปเอเชีย ทวีปออสเตรเลีย ทวีปอเมริกาเหนือ บางส่วนของทวีปอเมริกาใต้ มหาสมุทรแปซิฟิก มหาสมุทรแอตแลนติก มหาสมุทรอินเดีย ขั้วโลกเหนือ และบางส่วนของขั้วโลกใต้ เรียกได้ว่าเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในวงกว้างเลยทีเดียว

อย่างไรก็ตาม มีบางพื้นที่ในประเทศไทยที่ประสบปัญหาฝนตกหนัก ทำให้ท้องฟ้าปิด ไม่สามารถมองเห็นปรากฏการณ์จันทรุปราคาเต็มดวงได้อย่างชัดเจน น่าเสียดายสำหรับผู้ที่ตั้งใจรอชมในพื้นที่นั้นๆ

“จันทรุปราคาเต็มดวง” เหนือฟ้าเมืองไทย คืออะไร?

จันทรุปราคาเต็มดวง เป็นปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์ที่เกิดขึ้นเมื่อดวงอาทิตย์ โลก และดวงจันทร์ โคจรมาอยู่ในแนวเดียวกัน โดยที่โลกอยู่ตรงกลางระหว่างดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ ทำให้เงาของโลกทอดไปบังดวงจันทร์ เมื่อดวงจันทร์เคลื่อนที่เข้าไปในเงามืด (Umbra) ของโลกทั้งหมด จะเกิดเป็นจันทรุปราคาเต็มดวง ในระหว่างที่เกิดจันทรุปราคาเต็มดวง ดวงจันทร์จะไม่มืดสนิท แต่จะปรากฏเป็นสีแดงอิฐ เนื่องจากแสงอาทิตย์บางส่วนหักเหผ่านชั้นบรรยากาศของโลกไปตกกระทบกับดวงจันทร์ แสงสีฟ้าจะกระเจิงออกไปมากกว่า ทำให้เหลือแต่แสงสีแดงที่ส่องไปยังดวงจันทร์

ทำไมต้องรอถึงปี 2569 เพื่อชมจันทรุปราคาเต็มดวงอีกครั้ง?

การเกิดจันทรุปราคาเต็มดวงไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยนัก เนื่องจากระนาบวงโคจรของดวงจันทร์รอบโลกไม่ได้อยู่ในระนาบเดียวกับวงโคจรของโลกรอบดวงอาทิตย์ ทำให้โอกาสที่ดวงอาทิตย์ โลก และดวงจันทร์จะเรียงตัวในแนวเดียวกันอย่างแม่นยำนั้นค่อนข้างยาก ดังนั้น เราจึงต้องรอคอยช่วงเวลาที่เหมาะสม เพื่อที่จะได้ชมปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่สวยงามนี้อีกครั้ง

จันทรุปราคาเต็มดวงที่สามารถสังเกตได้ในประเทศไทยครั้งต่อไป จะเกิดขึ้นในช่วงหัวค่ำของวันที่ 3 มีนาคม 2569 สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางเฟซบุ๊กแฟนเพจ NARIT สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ อย่าลืมเตรียมตัวให้พร้อม เพื่อที่จะไม่พลาดชมปรากฏการณ์ที่น่าตื่นตาตื่นใจนี้อีกครั้ง

การได้ชม “จันทรุปราคาเต็มดวง” เหนือฟ้าเมืองไทย ถือเป็นประสบการณ์ที่น่าประทับใจและสร้างแรงบันดาลใจให้เราหันมาสนใจธรรมชาติและปรากฏการณ์ต่างๆ รอบตัวมากขึ้น หวังว่าทุกคนที่ได้ชมภาพและข้อมูลในบทความนี้ จะได้รับความรู้และความเพลิดเพลินไปพร้อมๆ กันนะครับ

ที่มา – เปิดภาพ “จันทรุปราคาเต็มดวง” เหนือฟ้าเมืองไทย สีแดงอิฐ

ทำไม? “จันทรุปราคาเต็มดวง” สีแดงอิฐ ช่องทางชม

เคยสงสัยไหมว่าทำไม “จันทรุปราคาเต็มดวง” ถึงกลายเป็นสีแดงอิฐ? ปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์ที่น่าตื่นตาตื่นใจนี้ มีคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ที่น่าสนใจซ่อนอยู่ วันนี้เราจะมาไขข้อสงสัยนี้ไปพร้อมๆ กัน พร้อมแนะนำช่องทางให้คุณได้รับชมความงามของปรากฏการณ์นี้แบบสดๆ อีกด้วย

เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2568 ที่ผ่านมา แฟนเพจ NARIT สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับปรากฏการณ์ “จันทรุปราคาเต็มดวง” ที่กำลังจะเกิดขึ้น โดยระบุว่าในช่วงคืนวันที่ 7 ต่อเนื่องถึงเช้ามืดวันที่ 8 กันยายน จะเป็นช่วงเวลาที่คนไทยสามารถชม “จันทรุปราคาเต็มดวง” ได้ในรอบ 3 ปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลา 00.31 – 01.53 น. ของวันที่ 8 กันยายน ซึ่งเป็นช่วงที่ดวงจันทร์เต็มดวงทั้งดวงจะเคลื่อนที่เข้าไปอยู่ในเงามืดของโลก และปรากฏให้เห็นเป็นสีแดงอิฐ หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า Blood Moon

ทำไม “จันทรุปราคาเต็มดวง” ถึงเป็นสีแดงอิฐ?

คำถามที่หลายคนสงสัยก็คือ ในเมื่อดวงจันทร์เคลื่อนเข้าไปอยู่ในเงามืดของโลกแล้ว ทำไมดวงจันทร์ถึงไม่มืดสนิทหายไปจากท้องฟ้า แต่กลับปรากฏเป็นสีแดงอิฐแทน? กลไกทางวิทยาศาสตร์ที่อธิบายปรากฏการณ์นี้มีความซับซ้อนแต่ก็เข้าใจได้ไม่ยาก

ในขณะที่เกิด “จันทรุปราคาเต็มดวง” นั้น ดวงจันทร์จะโคจรเข้าไปอยู่ในเงามืดของโลกจริง แต่เงาของโลกไม่ได้มืดสนิทอย่างที่เราคิด แสงอาทิตย์ที่ส่องมากระทบโลกจะทำให้เกิดเงาทอดยาวไปในอวกาศ และเงาที่ทอดยาวนี้ก็ไปถึงดวงจันทร์ด้วยเช่นกัน แต่ก่อนที่แสงอาทิตย์จะเดินทางไปถึงดวงจันทร์ แสงจะต้องเดินทางผ่านชั้นบรรยากาศของโลกเสียก่อน ซึ่งชั้นบรรยากาศโลกนี้เองที่ทำหน้าที่เสมือนฟิลเตอร์กรองแสงขนาดยักษ์ ส่งผลให้แสงบางส่วนเกิดการกระเจิงและการหักเห

ปรากฏการณ์การกระเจิงและการหักเหของแสง

แสงอาทิตย์ที่เราเห็นเป็นแสงสีขาวนั้น จริงๆ แล้วประกอบไปด้วยสเปกตรัมของแสงสีต่างๆ ทั้งหมด 7 สี ได้แก่ ม่วง คราม น้ำเงิน เขียว เหลือง ส้ม และแดง แสงสีที่มีความยาวคลื่นสั้น เช่น สีน้ำเงิน สีฟ้า และสีเขียว จะถูกกรองออกไปในระหว่างที่แสงเดินทางผ่านชั้นบรรยากาศโลก เหลือไว้เพียงแสงสีแดง ซึ่งมีความยาวคลื่นยาวกว่า ที่สามารถหักเหเข้าไปในเงามืดของโลกได้

เมื่อแสงสีแดงที่หักเหเข้ามา ตกกระทบลงบนพื้นผิวดวงจันทร์ และสะท้อนกลับมายังโลก เราจึงมองเห็นดวงจันทร์เป็นสีแดงอิฐ ในช่วงเวลาที่เกิด “จันทรุปราคาเต็มดวง” นั่นเอง ปรากฏการณ์นี้คล้ายคลึงกับเวลาที่เราเห็นท้องฟ้าเป็นสีแดงในช่วงพระอาทิตย์ตกดินหรือพระอาทิตย์ขึ้น ซึ่งเป็นผลมาจากการกระเจิงของแสงในชั้นบรรยากาศโลกเช่นเดียวกัน

ดังนั้น ครั้งต่อไปที่คุณได้ชม “จันทรุปราคาเต็มดวง” และเห็นดวงจันทร์เป็นสีแดงอิฐ อย่าลืมว่าปรากฏการณ์นี้เป็นผลมาจากกลไกทางวิทยาศาสตร์ที่น่าทึ่ง ที่แสงเดินทางผ่านชั้นบรรยากาศโลก และแสงสีแดงที่เหลือรอดมาได้ ทำให้เราได้เห็นความงามของดวงจันทร์ในรูปแบบที่ไม่เหมือนใคร

สำหรับใครที่สนใจจะชม “ดวงจันทร์สีแดงอิฐ” ของจริง สามารถชมด้วยตาเปล่าได้ทั่วประเทศไทย ในคืนวันที่ 7 ต่อเนื่องเช้ามืดวันที่ 8 กันยายนที่จะถึงนี้ แต่หากสภาพอากาศไม่เป็นใจ หรือมีเมฆฝนบดบัง ก็ไม่ต้องเสียใจ เพราะคุณยังสามารถติดตามการถ่ายทอดสดปรากฏการณ์ได้ตลอดระยะเวลา ตั้งแต่เวลา 22.29 น. – 03.55 น. ผ่านทางช่องทางต่างๆ ดังนี้:

เตรียมตัวให้พร้อม แล้วออกไปชมความงามของ “จันทรุปราคาเต็มดวง” ด้วยตาของคุณเอง หรือติดตามการถ่ายทอดสดเพื่อไม่ให้พลาดปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์ที่น่าตื่นตาตื่นใจครั้งนี้

จันทรุปราคาเต็มดวงสีแดงอิฐเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นจากความสวยงามของวิทยาศาสตร์และธรรมชาติ การได้เห็นดวงจันทร์เปลี่ยนสีเป็นสีแดงอิฐทำให้เราตระหนักถึงความยิ่งใหญ่ของจักรวาลและปรากฏการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นรอบตัวเรา อย่าลืมแบ่งปันประสบการณ์การชมจันทรุปราคาเต็มดวงของคุณกับเพื่อนๆ และครอบครัว!

ที่มา – ไขข้อสงสัย ทำไม “จันทรุปราคาเต็มดวง” เป็น “สีแดงอิฐ” พร้อมแนะช่องทางชมสด

ราหูอมจันทร์-ศารทวิษุวัต! ปรากฏการณ์ดาราศาสตร์กันยายน 2568

เตรียมปักหมุด! สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (NARIT) เผย ปรากฏการณ์ดาราศาสตร์กันยายน 2568 ที่น่าติดตาม ทั้งจันทรุปราคาเต็มดวง ดาวเสาร์ใกล้โลกที่สุดในรอบปี และ “วันศารทวิษุวัต” ใครเป็นสายดูดาว ห้ามพลาด!

เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2568 แฟนเพจ NARIT สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ ได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับปรากฏการณ์บนท้องฟ้าที่น่าสนใจในเดือนกันยายนที่จะถึงนี้ ซึ่งมีปรากฏการณ์สำคัญที่น่าจับตามองหลายอย่างเลยทีเดียว ไปดูกันว่ามีอะไรบ้าง

ปรากฏการณ์ดาราศาสตร์กันยายน 2568 ที่ต้องห้ามพลาด

  • “จันทรุปราคาเต็มดวง” ปรากฏการณ์ “จันทรุปราคาเต็มดวง” นี้จะเกิดขึ้นในคืนวันที่ 7 ต่อเนื่องไปจนถึงเช้ามืดของวันที่ 8 กันยายน 2568 ตั้งแต่เวลา 22.29 น. ถึง 03.55 น. เตรียมตัวหาทำเลดีๆ ส่องราหูอมจันทร์กันได้เลย
  • ดาวเสาร์ใกล้โลกที่สุดในรอบปี วันที่ 21 กันยายน 2568 จะเป็นวันที่ดาวเสาร์โคจรมาอยู่ในตำแหน่งใกล้โลกมากที่สุดในรอบปี ทำให้เราสามารถสังเกตดาวเสาร์ได้ชัดเจนด้วยตาเปล่าตลอดทั้งคืน หลังดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้า ดาวเสาร์จะปรากฏสว่างทางทิศตะวันออกให้เราได้ชมกันอย่างเต็มตา
  • วันศารทวิษุวัต 23 กันยายน 2568 ในวันที่ 23 กันยายน 2568 จะเป็น “วันศารทวิษุวัต” ซึ่งเป็นวันที่เวลากลางวันและกลางคืนยาวนานเท่ากันพอดี ถือเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านฤดูกาล โดยประเทศในซีกโลกเหนือจะเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วง ส่วนประเทศในซีกโลกใต้จะเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิ

เตรียมตัวให้พร้อมกับปรากฏการณ์ราหูอมจันทร์

ปรากฏการณ์ “ราหูอมจันทร์” หรือจันทรุปราคาเต็มดวง เป็นปรากฏการณ์ที่ดวงจันทร์เคลื่อนที่เข้าไปในเงามืดของโลก ทำให้ดวงจันทร์ค่อยๆ มืดลง และอาจมีสีแดงอิฐให้เห็น ถือเป็นปรากฏการณ์ที่สวยงามและน่าตื่นตาตื่นใจ

สำหรับใครที่สนใจอยากจะชมปรากฏการณ์ดาราศาสตร์เหล่านี้ สามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้จาก NARIT สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ เพื่อเตรียมตัวและวางแผนการรับชมได้อย่างเต็มที่ อย่าลืมเช็คสภาพท้องฟ้าและตำแหน่งของดวงดาวก่อนวันจริงด้วยนะครับ

นอกจากปรากฏการณ์ที่กล่าวมาข้างต้นแล้ว ในเดือนกันยายน 2568 อาจมีปรากฏการณ์ดาราศาสตร์อื่นๆ ที่น่าสนใจเกิดขึ้นได้อีก อย่าลืมติดตามข่าวสารและอัพเดทข้อมูลล่าสุดจาก NARIT หรือแหล่งข้อมูลดาราศาสตร์อื่นๆ เพื่อไม่ให้พลาดโอกาสในการชมความสวยงามของท้องฟ้านะครับ

เหล่านี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของปรากฏการณ์ดาราศาสตร์ที่จะเกิดขึ้นในเดือนกันยายน 2568 เท่านั้น ท้องฟ้ายังมีเรื่องราวอีกมากมายให้เราได้ค้นพบและเรียนรู้ อย่าลืมเงยหน้ามองท้องฟ้าและเปิดใจรับความมหัศจรรย์ของจักรวาลกันนะครับ

ปรากฏการณ์ดาราศาสตร์เหล่านี้เป็นโอกาสดีที่เราจะได้ใช้เวลาอยู่กับธรรมชาติ เรียนรู้เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ และสร้างความทรงจำดีๆ กับเพื่อนและครอบครัว อย่ารอช้า วางแผนการดูดาวของคุณได้เลย!

ที่มา – ลิสต์ไว้แล้ว ปรากฏการณ์ดาราศาสตร์กันยายน 2568 “ราหูอมจันทร์-วันศารทวิษุวัต”

7-8 ก.ย.นี้ ชม “จันทรุปราคาเต็มดวง” เหนือไทย

เตรียมตัวให้พร้อม! คืนวันที่ 7-8 กันยายน 2568 ประเทศไทยจะได้ชมปรากฏการณ์ “จันทรุปราคาเต็มดวง” ที่ดวงจันทร์จะเปลี่ยนเป็นสีส้มอิฐ หรือที่เรียกกันว่า พระจันทร์สีเลือด สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าทั่วประเทศยาวนานถึง 1 ชั่วโมง 22 นาที นับเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในรอบ 3 ปีเลยทีเดียว

เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2568 แฟนเพจ NARIT สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ ได้ประกาศข่าวดีว่า ในคืนวันที่ 7 ต่อเนื่องถึงเช้ามืดวันที่ 8 กันยายน 2568 จะเกิดปรากฏการณ์ “จันทรุปราคาเต็มดวง” เหนือท้องฟ้าประเทศไทย โดยดวงจันทร์จะปรากฏเป็นสีส้มอิฐ ตั้งแต่เวลา 00:31 – 01:53 น. (ตามเวลาในกรุงเทพฯ) รวมระยะเวลา 1 ชั่วโมง 22 นาทีเต็มๆ ซึ่งสามารถสังเกตได้ด้วยตาเปล่าจากทุกภูมิภาคของประเทศไทย หรือหากไม่สะดวกก็สามารถรับชมการถ่ายทอดสดปรากฏการณ์ผ่านทางเฟซบุ๊กและยูทูบของ NARIT สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติได้เช่นกัน

ปรากฏการณ์ “จันทรุปราคาเต็มดวง” คืออะไร?

ปรากฏการณ์ “จันทรุปราคาเต็มดวง” เป็นปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์ที่เกิดขึ้นเมื่อดวงอาทิตย์ โลก และดวงจันทร์ โคจรมาเรียงอยู่ในแนวเดียวกัน โดยมีโลกอยู่ตรงกลางระหว่างดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ ปรากฏการณ์นี้จะเกิดขึ้นเฉพาะในคืนวันเพ็ญ หรือวันขึ้น 15 ค่ำ เท่านั้น ในขณะที่ดวงจันทร์โคจรผ่านเข้าไปในเงามืดของโลก ผู้สังเกตการณ์บนโลกก็จะมองเห็นดวงจันทร์ค่อยๆ เว้าแหว่งไปเรื่อยๆ จนกระทั่งดวงจันทร์เข้าไปอยู่ในเงามืดของโลกทั้งดวง และเมื่อดวงจันทร์เคลื่อนที่ออกจากเงามืดของโลกก็จะเริ่มมองเห็นดวงจันทร์เว้าแหว่งอีกครั้ง ซึ่งคนไทยในสมัยโบราณเรียกปรากฏการณ์นี้ว่า “ราหูอมจันทร์” นั่นเอง

ลำดับการเกิดปรากฏการณ์จันทรุปราคาเต็มดวง 8 กันยายน 2568

  • เริ่มเกิดปรากฏการณ์จันทรุปราคาเงามัว: 7 กันยายน 2568 เวลา 22:29 น.
  • เริ่มเกิดปรากฏการณ์จันทรุปราคาบางส่วน: 7 กันยายน 2568 เวลา 23:27 น.
  • เริ่มเกิดปรากฏการณ์จันทรุปราคาเต็มดวง: 8 กันยายน 2568 เวลา 00:31 น.
  • กึ่งกลางคราส: 8 กันยายน 2568 เวลา 01:12 น.
  • สิ้นสุดปรากฏการณ์จันทรุปราคาเต็มดวง: 8 กันยายน 2568 เวลา 01:53 น.
  • สิ้นสุดปรากฏการณ์จันทรุปราคาบางส่วน: 8 กันยายน 2568 เวลา 02:57 น.
  • สิ้นสุดปรากฏการณ์จันทรุปราคาเงามัว: 8 กันยายน 2568 เวลา 03:55 น.

การเกิด “จันทรุปราคาเต็มดวง” ในครั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรกในรอบ 3 ปีของประเทศไทย นับตั้งแต่ครั้งล่าสุดที่เกิดขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2565 นอกจากประเทศไทยแล้ว ยังมีพื้นที่อื่นๆ ทั่วโลกที่สามารถสังเกตปรากฏการณ์นี้ได้ เช่น ทวีปยุโรป เอเชีย ออสเตรเลีย แอฟริกา บางส่วนของทวีปอเมริกาเหนือและใต้ รวมถึงมหาสมุทรต่างๆ อีกด้วย

ทำไมดวงจันทร์ถึงกลายเป็นสีแดงอิฐในช่วง “จันทรุปราคาเต็มดวง”? คำตอบก็คือ ในระหว่างที่ดวงจันทร์เคลื่อนเข้าสู่เงามืดของโลก แสงอาทิตย์ที่ส่องผ่านชั้นบรรยากาศของโลกจะเกิดการกระเจิง โดยแสงสีฟ้าและความยาวคลื่นสั้นจะถูกกรองออกไป ทำให้เหลือเพียงแสงสีแดงที่มีความยาวคลื่นยาวกว่า ซึ่งจะหักเหไปตกกระทบกับดวงจันทร์และสะท้อนกลับมายังโลก ทำให้เรามองเห็นดวงจันทร์เป็นสีแดงอิฐ หรือที่เรียกกันว่า “Blood Moon” นั่นเอง

สำหรับใครที่สนใจรับชมการถ่ายทอดสดปรากฏการณ์ “จันทรุปราคาเต็มดวง” สามารถติดตามได้ทางเพจเฟซบุ๊ก NARIT สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ และช่องยูทูบ NARIT Thailand ได้ตลอดระยะเวลาการเกิดปรากฏการณ์ ตั้งแต่เวลา 22:29 น. เป็นต้นไป อย่าพลาดโอกาสชมความสวยงามของปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์ที่หาชมได้ยากนี้นะครับ!

ที่มา – คืน 7-8 ก.ย. นี้ รอชม “จันทรุปราคาเต็มดวง” พระจันทร์สีเลือด เหนือฟ้าเมืองไทย

Scroll to top