ไขข้อสงสัย ทำไม 'จันทรุปราคาเต็มดวง' เป็น 'สีแดงอิฐ' พร้อมแนะช่องทางชมสด

ทำไม? “จันทรุปราคาเต็มดวง” สีแดงอิฐ ช่องทางชม

เคยสงสัยไหมว่าทำไม “จันทรุปราคาเต็มดวง” ถึงกลายเป็นสีแดงอิฐ? ปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์ที่น่าตื่นตาตื่นใจนี้ มีคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ที่น่าสนใจซ่อนอยู่ วันนี้เราจะมาไขข้อสงสัยนี้ไปพร้อมๆ กัน พร้อมแนะนำช่องทางให้คุณได้รับชมความงามของปรากฏการณ์นี้แบบสดๆ อีกด้วย

เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2568 ที่ผ่านมา แฟนเพจ NARIT สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับปรากฏการณ์ “จันทรุปราคาเต็มดวง” ที่กำลังจะเกิดขึ้น โดยระบุว่าในช่วงคืนวันที่ 7 ต่อเนื่องถึงเช้ามืดวันที่ 8 กันยายน จะเป็นช่วงเวลาที่คนไทยสามารถชม “จันทรุปราคาเต็มดวง” ได้ในรอบ 3 ปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลา 00.31 – 01.53 น. ของวันที่ 8 กันยายน ซึ่งเป็นช่วงที่ดวงจันทร์เต็มดวงทั้งดวงจะเคลื่อนที่เข้าไปอยู่ในเงามืดของโลก และปรากฏให้เห็นเป็นสีแดงอิฐ หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า Blood Moon

ทำไม “จันทรุปราคาเต็มดวง” ถึงเป็นสีแดงอิฐ?

คำถามที่หลายคนสงสัยก็คือ ในเมื่อดวงจันทร์เคลื่อนเข้าไปอยู่ในเงามืดของโลกแล้ว ทำไมดวงจันทร์ถึงไม่มืดสนิทหายไปจากท้องฟ้า แต่กลับปรากฏเป็นสีแดงอิฐแทน? กลไกทางวิทยาศาสตร์ที่อธิบายปรากฏการณ์นี้มีความซับซ้อนแต่ก็เข้าใจได้ไม่ยาก

ในขณะที่เกิด “จันทรุปราคาเต็มดวง” นั้น ดวงจันทร์จะโคจรเข้าไปอยู่ในเงามืดของโลกจริง แต่เงาของโลกไม่ได้มืดสนิทอย่างที่เราคิด แสงอาทิตย์ที่ส่องมากระทบโลกจะทำให้เกิดเงาทอดยาวไปในอวกาศ และเงาที่ทอดยาวนี้ก็ไปถึงดวงจันทร์ด้วยเช่นกัน แต่ก่อนที่แสงอาทิตย์จะเดินทางไปถึงดวงจันทร์ แสงจะต้องเดินทางผ่านชั้นบรรยากาศของโลกเสียก่อน ซึ่งชั้นบรรยากาศโลกนี้เองที่ทำหน้าที่เสมือนฟิลเตอร์กรองแสงขนาดยักษ์ ส่งผลให้แสงบางส่วนเกิดการกระเจิงและการหักเห

ปรากฏการณ์การกระเจิงและการหักเหของแสง

แสงอาทิตย์ที่เราเห็นเป็นแสงสีขาวนั้น จริงๆ แล้วประกอบไปด้วยสเปกตรัมของแสงสีต่างๆ ทั้งหมด 7 สี ได้แก่ ม่วง คราม น้ำเงิน เขียว เหลือง ส้ม และแดง แสงสีที่มีความยาวคลื่นสั้น เช่น สีน้ำเงิน สีฟ้า และสีเขียว จะถูกกรองออกไปในระหว่างที่แสงเดินทางผ่านชั้นบรรยากาศโลก เหลือไว้เพียงแสงสีแดง ซึ่งมีความยาวคลื่นยาวกว่า ที่สามารถหักเหเข้าไปในเงามืดของโลกได้

เมื่อแสงสีแดงที่หักเหเข้ามา ตกกระทบลงบนพื้นผิวดวงจันทร์ และสะท้อนกลับมายังโลก เราจึงมองเห็นดวงจันทร์เป็นสีแดงอิฐ ในช่วงเวลาที่เกิด “จันทรุปราคาเต็มดวง” นั่นเอง ปรากฏการณ์นี้คล้ายคลึงกับเวลาที่เราเห็นท้องฟ้าเป็นสีแดงในช่วงพระอาทิตย์ตกดินหรือพระอาทิตย์ขึ้น ซึ่งเป็นผลมาจากการกระเจิงของแสงในชั้นบรรยากาศโลกเช่นเดียวกัน

ดังนั้น ครั้งต่อไปที่คุณได้ชม “จันทรุปราคาเต็มดวง” และเห็นดวงจันทร์เป็นสีแดงอิฐ อย่าลืมว่าปรากฏการณ์นี้เป็นผลมาจากกลไกทางวิทยาศาสตร์ที่น่าทึ่ง ที่แสงเดินทางผ่านชั้นบรรยากาศโลก และแสงสีแดงที่เหลือรอดมาได้ ทำให้เราได้เห็นความงามของดวงจันทร์ในรูปแบบที่ไม่เหมือนใคร

สำหรับใครที่สนใจจะชม “ดวงจันทร์สีแดงอิฐ” ของจริง สามารถชมด้วยตาเปล่าได้ทั่วประเทศไทย ในคืนวันที่ 7 ต่อเนื่องเช้ามืดวันที่ 8 กันยายนที่จะถึงนี้ แต่หากสภาพอากาศไม่เป็นใจ หรือมีเมฆฝนบดบัง ก็ไม่ต้องเสียใจ เพราะคุณยังสามารถติดตามการถ่ายทอดสดปรากฏการณ์ได้ตลอดระยะเวลา ตั้งแต่เวลา 22.29 น. – 03.55 น. ผ่านทางช่องทางต่างๆ ดังนี้:

เตรียมตัวให้พร้อม แล้วออกไปชมความงามของ “จันทรุปราคาเต็มดวง” ด้วยตาของคุณเอง หรือติดตามการถ่ายทอดสดเพื่อไม่ให้พลาดปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์ที่น่าตื่นตาตื่นใจครั้งนี้

จันทรุปราคาเต็มดวงสีแดงอิฐเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นจากความสวยงามของวิทยาศาสตร์และธรรมชาติ การได้เห็นดวงจันทร์เปลี่ยนสีเป็นสีแดงอิฐทำให้เราตระหนักถึงความยิ่งใหญ่ของจักรวาลและปรากฏการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นรอบตัวเรา อย่าลืมแบ่งปันประสบการณ์การชมจันทรุปราคาเต็มดวงของคุณกับเพื่อนๆ และครอบครัว!

ที่มา – ไขข้อสงสัย ทำไม “จันทรุปราคาเต็มดวง” เป็น “สีแดงอิฐ” พร้อมแนะช่องทางชมสด

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Share the Post: