สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ เผยภาพปรากฏการณ์ “จันทรุปราคาเต็มดวง” เหนือฟ้าเมืองไทย ที่กินเวลากว่า 1 ชั่วโมง โดยดวงจันทร์ปรากฏเป็นสีแดงอิฐสวยงาม ใครที่พลาดชมไม่ต้องเสียใจ เพราะในไทยเราจะได้เห็นอีกครั้งในวันที่ 3 มีนาคม 2569!
เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2568 สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (NARIT) ได้เผยแพร่ภาพอันน่าทึ่งของปรากฏการณ์ “จันทรุปราคาเต็มดวง” เหนือฟ้าเมืองไทย ในช่วงที่เกิดคราสเต็มดวง ดวงจันทร์เต็มดวงได้เปลี่ยนเป็นสีแดงอิฐอย่างชัดเจน ภาพนี้ถูกบันทึกไว้ ณ อุทยานดาราศาสตร์สิรินธร อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ในช่วงกึ่งกลางคราส เวลาประมาณ 01:12 น. ของวันดังกล่าว ซึ่งมีผู้สนใจติดตามชมการถ่ายทอดสดปรากฏการณ์ผ่านทางเฟซบุ๊กและยูทูบของ NARIT เป็นจำนวนมาก นับหมื่นคนเลยทีเดียว
สำหรับปรากฏการณ์ “จันทรุปราคาเต็มดวง” เหนือฟ้าเมืองไทย ในครั้งนี้ เกิดขึ้นในคืนวันที่ 7 กันยายน ต่อเนื่องไปจนถึงเช้ามืดวันที่ 8 กันยายน 2568 โดยเริ่มตั้งแต่เวลาประมาณ 22:29 น. ถึง 03:55 น. ดวงจันทร์เริ่มเข้าสู่เงามัวของโลกในเวลาประมาณ 22:29 น. และเคลื่อนเข้าสู่เงามืดของโลก เริ่มเกิดเป็นจันทรุปราคาบางส่วนในเวลา 23:27 น. จากนั้นเข้าสู่ช่วง “จันทรุปราคาเต็มดวง” ในเวลา 00:31 – 01:53 น. ซึ่งเป็นช่วงเวลากว่า 1 ชั่วโมงที่เราสามารถมองเห็นดวงจันทร์เต็มดวงปรากฏเป็นสีแดงอิฐได้อย่างชัดเจน หลังจากนั้น ดวงจันทร์ก็ค่อยๆ เคลื่อนออกจากเงามืด เกิดเป็นจันทรุปราคาบางส่วนอีกครั้งจนถึงเวลา 02:57 น. และพ้นจากเงามัวของโลก จนสิ้นสุดปรากฏการณ์โดยสมบูรณ์ในเวลา 03:55 น.
ปรากฏการณ์จันทรุปราคาเต็มดวงครั้งนี้ สามารถสังเกตได้จากหลายพื้นที่ทั่วโลก ได้แก่ ทวีปยุโรปตอนเหนือและตะวันออก ทวีปเอเชีย ทวีปออสเตรเลีย ทวีปอเมริกาเหนือ บางส่วนของทวีปอเมริกาใต้ มหาสมุทรแปซิฟิก มหาสมุทรแอตแลนติก มหาสมุทรอินเดีย ขั้วโลกเหนือ และบางส่วนของขั้วโลกใต้ เรียกได้ว่าเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในวงกว้างเลยทีเดียว
อย่างไรก็ตาม มีบางพื้นที่ในประเทศไทยที่ประสบปัญหาฝนตกหนัก ทำให้ท้องฟ้าปิด ไม่สามารถมองเห็นปรากฏการณ์จันทรุปราคาเต็มดวงได้อย่างชัดเจน น่าเสียดายสำหรับผู้ที่ตั้งใจรอชมในพื้นที่นั้นๆ
“จันทรุปราคาเต็มดวง” เหนือฟ้าเมืองไทย คืออะไร?
จันทรุปราคาเต็มดวง เป็นปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์ที่เกิดขึ้นเมื่อดวงอาทิตย์ โลก และดวงจันทร์ โคจรมาอยู่ในแนวเดียวกัน โดยที่โลกอยู่ตรงกลางระหว่างดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ ทำให้เงาของโลกทอดไปบังดวงจันทร์ เมื่อดวงจันทร์เคลื่อนที่เข้าไปในเงามืด (Umbra) ของโลกทั้งหมด จะเกิดเป็นจันทรุปราคาเต็มดวง ในระหว่างที่เกิดจันทรุปราคาเต็มดวง ดวงจันทร์จะไม่มืดสนิท แต่จะปรากฏเป็นสีแดงอิฐ เนื่องจากแสงอาทิตย์บางส่วนหักเหผ่านชั้นบรรยากาศของโลกไปตกกระทบกับดวงจันทร์ แสงสีฟ้าจะกระเจิงออกไปมากกว่า ทำให้เหลือแต่แสงสีแดงที่ส่องไปยังดวงจันทร์
ทำไมต้องรอถึงปี 2569 เพื่อชมจันทรุปราคาเต็มดวงอีกครั้ง?
การเกิดจันทรุปราคาเต็มดวงไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยนัก เนื่องจากระนาบวงโคจรของดวงจันทร์รอบโลกไม่ได้อยู่ในระนาบเดียวกับวงโคจรของโลกรอบดวงอาทิตย์ ทำให้โอกาสที่ดวงอาทิตย์ โลก และดวงจันทร์จะเรียงตัวในแนวเดียวกันอย่างแม่นยำนั้นค่อนข้างยาก ดังนั้น เราจึงต้องรอคอยช่วงเวลาที่เหมาะสม เพื่อที่จะได้ชมปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่สวยงามนี้อีกครั้ง
จันทรุปราคาเต็มดวงที่สามารถสังเกตได้ในประเทศไทยครั้งต่อไป จะเกิดขึ้นในช่วงหัวค่ำของวันที่ 3 มีนาคม 2569 สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางเฟซบุ๊กแฟนเพจ NARIT สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ อย่าลืมเตรียมตัวให้พร้อม เพื่อที่จะไม่พลาดชมปรากฏการณ์ที่น่าตื่นตาตื่นใจนี้อีกครั้ง
การได้ชม “จันทรุปราคาเต็มดวง” เหนือฟ้าเมืองไทย ถือเป็นประสบการณ์ที่น่าประทับใจและสร้างแรงบันดาลใจให้เราหันมาสนใจธรรมชาติและปรากฏการณ์ต่างๆ รอบตัวมากขึ้น หวังว่าทุกคนที่ได้ชมภาพและข้อมูลในบทความนี้ จะได้รับความรู้และความเพลิดเพลินไปพร้อมๆ กันนะครับ
ที่มา – เปิดภาพ “จันทรุปราคาเต็มดวง” เหนือฟ้าเมืองไทย สีแดงอิฐ


