วัน: 8 กันยายน 2025

สิงคโปร์ยินดี “อนุทิน” รับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีไทย

ผู้นำสิงคโปร์ร่อนจดหมายยินดี “อนุทิน” รับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีไทย พร้อมเชิญชวนให้เยือนสิงคโปร์

นายลอว์เรนซ์ หว่าง นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ ได้ส่งจดหมายแสดงความยินดีถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล เนื่องในโอกาสเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแห่งประเทศไทย โดยรัฐสภาได้ลงมติด้วยคะแนนเสียง 311 เสียง เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (5 ก.ย.) เลือกเขาเป็นผู้นำคนใหม่ของไทย

ในจดหมาย นายหว่องได้แสดงความยินดีอย่างจริงใจต่อนายอนุทิน และเน้นย้ำถึงความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นและยาวนานระหว่างสิงคโปร์และไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปี 2568 นี้ ซึ่งเป็นปีครบรอบ 60 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างสองประเทศ

“สิงคโปร์และไทยมีความสัมพันธ์ฉันมิตรที่ยืนยาว และมีความร่วมมือที่แข็งแกร่งซึ่งเติบโตในหลากหลายมิติ” นายหว่องกล่าวในจดหมาย “เหตุการณ์สำคัญล่าสุดคือการลงนามในข้อตกลงความร่วมมือด้านคาร์บอนเครดิต ซึ่งเป็นข้อตกลงแรกที่สิงคโปร์ทำกับประเทศสมาชิกอาเซียน”

“สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นร่วมกันของเราในการพัฒนาอย่างยั่งยืน และการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านไปสู่เศรษฐกิจสีเขียว ที่สำคัญยิ่งกว่านั้น คือการแสดงให้เห็นว่าประเทศของเราสามารถร่วมมือกันเพื่อบุกเบิกความเป็นผู้นำระดับภูมิภาคในการจัดการกับปัญหาสภาพอากาศ”

นายหว่องยังแสดงความเชื่อมั่นว่าความสัมพันธ์ระหว่างสิงคโปร์และไทยจะยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องทั้งในเชิงกว้างและเชิงลึกภายใต้การนำของนายอนุทิน

“เรามีโอกาสมากมายที่จะร่วมมือกันในด้านเศรษฐกิจดิจิทัลและนวัตกรรม การเชื่อมต่อ และความมั่นคงทางอาหาร ผมมั่นใจว่าความพยายามอย่างต่อเนื่องของเราจะนำมาซึ่งผลประโยชน์ที่ยั่งยืนต่อประชาชนของเรา และมีส่วนช่วยส่งเสริมความสามารถในการปรับตัวของประชาคมอาเซียน”

“ผมขอเรียนเชิญท่านมาเยือนสิงคโปร์ในโอกาสแรก และหวังว่าจะได้พบท่านในเร็วๆ นี้ ผมขออวยพรให้ท่านประสบความสำเร็จในบทบาทใหม่” นายหว่องกล่าวทิ้งท้ายในจดหมาย

สิงคโปร์ยินดี “อนุทิน” รับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีไทย

จดหมายแสดงความยินดีจากนายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ต่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของความสัมพันธ์ระหว่างไทยและสิงคโปร์ ซึ่งมีความร่วมมืออย่างใกล้ชิดในหลายด้าน ทั้งเศรษฐกิจ การเมือง สังคม และวัฒนธรรม

ความสัมพันธ์ไทย-สิงคโปร์แน่นแฟ้น หลัง “อนุทิน” รับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีไทย

ความสัมพันธ์ทวิภาคีระหว่างไทยและสิงคโปร์นั้น มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อทั้งสองประเทศ โดยสิงคโปร์เป็นหนึ่งในคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของไทย และมีการลงทุนระหว่างกันจำนวนมาก นอกจากนี้ ทั้งสองประเทศยังมีความร่วมมือในด้านการท่องเที่ยว การศึกษา และวัฒนธรรมอีกด้วย

การที่นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ส่งจดหมายแสดงความยินดีและเชิญนายอนุทินเยือนสิงคโปร์ ถือเป็นสัญญาณที่ดีที่แสดงให้เห็นว่าสิงคโปร์ให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์กับไทย และพร้อมที่จะทำงานร่วมกับรัฐบาลไทยชุดใหม่เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือในด้านต่างๆ ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

การเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของนายอนุทิน ชาญวีรกูล ได้รับการตอบรับอย่างดีจากนานาประเทศ รวมถึงสิงคโปร์ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นต่อประเทศไทยและรัฐบาลชุดใหม่

ความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งระหว่างไทยและสิงคโปร์เป็นผลดีต่อทั้งสองประเทศ และมีส่วนช่วยในการพัฒนาภูมิภาคอาเซียนโดยรวม การที่ผู้นำสิงคโปร์แสดงความยินดีและให้ความสำคัญกับบทบาทของนายอนุทินในการนำพาประเทศไทยไปข้างหน้า เป็นสิ่งที่น่ายินดีและเป็นกำลังใจให้รัฐบาลไทยมุ่งมั่นพัฒนาประเทศต่อไป

นอกจากเรื่องความสัมพันธ์ทางการทูต การร่วมมือด้านเศรษฐกิจ และการพัฒนาอย่างยั่งยืนแล้ว ทั้งสองประเทศยังสามารถเสริมสร้างความร่วมมือในด้านอื่นๆ เช่น เทคโนโลยี นวัตกรรม และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เพื่อให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกในยุคปัจจุบัน

การที่ผู้นำสิงคโปร์ร่อนจดหมายยินดี “อนุทิน” รับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีไทย เป็นโอกาสอันดีที่ทั้งสองประเทศจะกระชับความสัมพันธ์และร่วมมือกันเพื่อสร้างอนาคตที่สดใสสำหรับประชาชนของทั้งสองประเทศและภูมิภาคอาเซียนต่อไป

การที่ผู้นำสิงคโปร์ร่อนจดหมายยินดี “อนุทิน” รับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีไทย แสดงให้เห็นถึงความหวังและความคาดหวังของสิงคโปร์ที่มีต่อประเทศไทยภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล หวังว่าทั้งสองประเทศจะสามารถทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดเพื่อประโยชน์ร่วมกันในอนาคต

ที่มา – ผู้นำสิงคโปร์ร่อนจดหมายยินดี “อนุทิน” รับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีไทย

BBC ถ่ายทอดสด Auchinleck พบ Cumnock ในสกอตติช คัพ

BBC ถ่ายทอดสด Auchinleck พบ Cumnock ในสกอตติช คัพ

BBC Scotland เริ่มต้นการถ่ายทอดสดการแข่งขันสกอตติช คัพ ฤดูกาลนี้ด้วยศึกดาร์บี้แห่ง East Ayrshire ระหว่าง Auchinleck Talbot และ Cumnock Juniors ในรอบแรก

การแข่งขันที่ Beechwood Park จะเริ่มในเวลา 19:45 BST ของวันศุกร์ที่ 26 กันยายน

ทั้งสองทีมอยู่ห่างกันเพียงหนึ่งไมล์ครึ่งเท่านั้น และความขัดแย้งที่รุนแรงก็มีรากฐานมาจากมรดกการขุดเหมืองถ่านหินในพื้นที่

Auchinleck เอาชนะ Haddington Athletic 4-0 ในรอบคัดเลือกรอบที่สองของการแข่งขัน ในขณะที่ Cumnock เป็นผู้ชนะ 4-2 ในการไปเยือน Dunbar United

Auchinleck เคยคว้าแชมป์สกอตติช จูเนียร์ คัพ มาแล้วถึง 14 สมัย ซึ่งเป็นสถิติสูงสุด และ Cumnock ก็ประสบความสำเร็จในทัวร์นาเมนต์นั้น 3 ครั้ง แต่นี่จะเป็นการพบกันครั้งแรกของพวกเขาในสกอตติช คัพ

ปัจจุบัน ทั้งสองทีมต่อสู้กันใน West of Scotland Premier Division โดย Auchinleck เป็นรองแชมป์เมื่อฤดูกาลที่แล้ว และ Cumnock อยู่ในอันดับที่เจ็ด

ในฤดูกาลนี้ Auchinleck เป็นทีมนำตั้งแต่เนิ่นๆ ด้วยชัยชนะ 7 นัดจาก 7 นัด ในขณะที่ Cumnock รั้งอันดับที่ 9 หลังจากชัยชนะเพียง 2 นัด

ทำไมต้องดูการแข่งขัน Auchinleck พบ Cumnock ในสกอตติช คัพ?

การแข่งขันระหว่าง Auchinleck Talbot และ Cumnock Juniors ไม่ได้เป็นเพียงแค่เกมฟุตบอลเท่านั้น แต่เป็นศึกแห่งศักดิ์ศรีของสองเมืองที่มีประวัติศาสตร์ร่วมกัน การแข่งขันดาร์บี้แมตช์เช่นนี้มักจะเต็มไปด้วยความตื่นเต้น เร้าใจ และเหนือความคาดหมายเสมอ อะไรก็เกิดขึ้นได้ในสนาม และนี่คือเหตุผลที่คุณไม่ควรพลาดชมการถ่ายทอดสด Auchinleck พบ Cumnock ในสกอตติช คัพ

แฟนบอลของทั้งสองทีมต่างก็มีความคลั่งไคล้และพร้อมที่จะสนับสนุนทีมรักของตนอย่างเต็มที่ บรรยากาศในสนามจึงเต็มไปด้วยความคึกคักและเสียงเชียร์กระตุ้นใจ นอกจากนี้ การแข่งขัน Auchinleck พบ Cumnock ในสกอตติช คัพ ยังเป็นโอกาสดีที่จะได้เห็นนักเตะดาวรุ่งแจ้งเกิดและสร้างชื่อเสียงให้กับตนเอง

สกอตติช คัพ เป็นการแข่งขันที่เปิดโอกาสให้ทีมเล็กๆ ได้แสดงศักยภาพและสร้างเซอร์ไพรส์ การที่ Auchinleck พบ Cumnock ในสกอตติช คัพ มาเจอกันก็เป็นเครื่องยืนยันถึงเสน่ห์ของการแข่งขันนี้

อย่าลืมติดตามชมการถ่ายทอดสดการแข่งขัน Auchinleck Talbot พบ Cumnock Juniors ในสกอตติช คัพ เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของวงการฟุตบอลสกอตแลนด์!

ที่มา – BBC to show Auchinleck v Cumnock in Scottish Cup

มือปืนปาเลสไตน์กราดยิง ดับ 6 ศพที่เยรูซาเลม

เกิดเหตุการณ์สุดสะเทือนขวัญ มือปืนปาเลสไตน์กราดยิงป้ายรถเมล์ในเยรูซาเลม ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตถึง 6 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกจำนวนมาก เหตุการณ์นี้สร้างความตื่นตระหนกและความเสียใจให้กับผู้คนทั่วโลก

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เหตุการณ์ มือปืนปาเลสไตน์กราดยิงป้ายรถเมล์ในเยรูซาเลม เกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้าตรู่ โดยมือปืนสองคนได้ขับรถยนต์มาจอดใกล้ป้ายรถประจำทางแห่งหนึ่ง และเปิดฉากยิงใส่ผู้คนที่กำลังรอรถอยู่บริเวณนั้นอย่างไม่เลือกหน้า

จากการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่ตำรวจอิสราเอล มือปืนทั้งสองคนถูกวิสามัญฆาตกรรมในที่เกิดเหตุ หลังจากที่ทหารนอกเครื่องแบบและพลเรือนที่อยู่ในบริเวณนั้นได้ทำการยิงตอบโต้ อย่างไรก็ตาม ความสูญเสียที่เกิดขึ้นนั้นเป็นสิ่งที่ไม่อาจประเมินค่าได้

มือปืนปาเลสไตน์กราดยิงป้ายรถเมล์ในเยรูซาเลม

โฆษกตำรวจอิสราเอลกล่าวว่า เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจยึดอาวุธปืน เครื่องกระสุน และมีดที่ใช้ในการก่อเหตุได้เป็นจำนวนมาก ซึ่งแสดงให้เห็นว่าคนร้ายมีการเตรียมการมาเป็นอย่างดี

สื่อท้องถิ่นรายงานว่า ผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ มือปืนปาเลสไตน์กราดยิงป้ายรถเมล์ในเยรูซาเลม ประกอบไปด้วยชาย 5 คน และหญิง 1 คน โดยมีช่วงอายุตั้งแต่ 25 ถึง 79 ปี นอกจากนี้ ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 8 ราย ซึ่ง 2 รายในจำนวนนี้มีอาการสาหัส

เบื้องหลังเหตุการณ์ มือปืนปาเลสไตน์กราดยิงป้ายรถเมล์ในเยรูซาเลม

ถึงแม้ว่าในขณะนี้จะยังไม่มีกลุ่มใดออกมาอ้างความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ดังกล่าว แต่กลุ่มฮามาสได้ออกมาแสดงความชื่นชมต่อการโจมตีที่เกิดขึ้น สื่ออิสราเอลรายงานว่า คนร้ายเดินทางมาจากหมู่บ้านในเขตเวสต์แบงก์ ซึ่งอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุไม่ไกลนัก

นายกรัฐมนตรีอิสราเอล เบนจามิน เนทันยาฮู ได้ออกมากล่าวประณามการกระทำดังกล่าว และให้คำมั่นว่าจะดำเนินการอย่างเด็ดขาดต่อผู้ที่เกี่ยวข้องกับการก่อการร้าย เขายังกล่าวอีกว่า อิสราเอลกำลังอยู่ในช่วงสงครามต่อต้านการก่อการร้ายอย่างรุนแรง และจะดำเนินมาตรการที่เข้มงวดมากยิ่งขึ้นเพื่อป้องกันเหตุการณ์เช่นนี้ในอนาคต

กองทัพอิสราเอลได้ทำการปิดล้อมหมู่บ้านชาวปาเลสไตน์ในเขตเวสต์แบงก์ เพื่อตามล่าตัวผู้ที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ มือปืนปาเลสไตน์กราดยิงป้ายรถเมล์ในเยรูซาเลม และเพื่อป้องกันการก่อเหตุซ้ำ

เหตุการณ์ มือปืนปาเลสไตน์กราดยิงป้ายรถเมล์ในเยรูซาเลม ครั้งนี้ เป็นเครื่องเตือนใจถึงความขัดแย้งและความรุนแรงที่ยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในภูมิภาคตะวันออกกลาง ความสูญเสียที่เกิดขึ้นไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบต่อครอบครัวของผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบต่อความรู้สึกของผู้คนทั่วโลก

ประชาคมโลกต่างประณามการกระทำที่โหดร้ายนี้ และเรียกร้องให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องร่วมมือกันเพื่อยุติความรุนแรง และหาทางออกโดยสันติวิธี เพื่อให้เกิดสันติภาพและความมั่นคงในภูมิภาคนี้อย่างยั่งยืน

ความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลและปาเลสไตน์เป็นปัญหาที่ซับซ้อนและมีมายาวนาน การแก้ไขปัญหาดังกล่าวจำเป็นต้องอาศัยความเข้าใจ ความอดทน และความมุ่งมั่นของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง การใช้ความรุนแรงไม่ใช่วิธีแก้ปัญหา แต่จะยิ่งทำให้สถานการณ์เลวร้ายลงไปอีก

เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้จะเป็นบทเรียนที่สำคัญ และนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น เพื่อให้เกิดสันติภาพและความสงบสุขในดินแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้

ที่มา – มือปืนปาเลสไตน์กราดยิงป้ายรถเมล์ในเยรูซาเลม ดับ 6 ศพเจ็บอื้อ

เปิดประวัติ พล.ต.ท.ชาญชัย ว่าที่ รมว.ยุติธรรม

ประวัติ “พล.ต.ท.ชาญชัย พงษ์พิชิตกุล” ว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม จากโควตาคนนอก เตรียมทหารรุ่นที่ 24 เส้นทางชีวิตตำรวจ ส่วนใหญ่เติบโตในจังหวัดบุรีรัมย์

วันที่ 8 กันยายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โผครม.อนุทิน 1 มีรายชื่อ พล.ต.ท.ชาญชัย พงษ์พิชิตกุล อดีตรองผู้บัญชาการภาค 3 จะเข้ามาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในโควตาคนนอก สร้างความฮือฮาในวงการการเมืองพอสมควร

เปิดประวัติ “พล.ต.ท.ชาญชัย พงษ์พิชิตกุล”

สำหรับ พล.ต.ท.ชาญชัย พงษ์พิชิตกุล เกิดเมื่อวันที่ 13 เม.ย. 2508 เป็นคนบุรีรัมย์โดยกำเนิด จบการศึกษาจากโรงเรียนชุมชนบ้านคูเมือง ก่อนจะไปศึกษาต่อที่ ภ.ป.ร.ราชวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ จนจบ ม.ศ. 5 จากนั้นจึงได้เข้าศึกษาต่อที่ โรงเรียนเตรียมทหาร รุ่นที่ 24 โดยมีเพื่อนร่วมรุ่นที่น่าสนใจคือ พล.อ.ธราพงษ์ มะละคำ ปลัดกระทรวงกลาโหมคนใหม่ และยังเป็นนักเรียนเตรียมทหารรุ่นเดียวกับ พล.อ.สนิธชนก สังขจันทร์ ปลัดกระทรวงกลาโหม รวมถึง พล.อ.ทรงวิทย์ หนุนภักดี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด และ พล.อ.อ.พันธ์ภักดี พัฒนกุล ผู้บัญชาการทหารอากาศ จากนั้นจึงไปศึกษาต่อที่โรงเรียนนายร้อยตำรวจ สามพราน จ.นครปฐม รุ่นที่ 40

นอกจากนี้ พล.ต.ท.ชาญชัย ยังสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโท สาขาการจัดการภาครัฐและภาคเอกชน จากสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) อีกด้วย อีกทั้งยังผ่านหลักสูตรสำคัญต่างๆ อาทิ หลักสูตรผู้กำกับการรุ่นที่ 58 จากสถาบันพัฒนาข้าราชการตำรวจ และหลักสูตรการบริหารตำรวจชั้นสูง รุ่นที่ 41 จากวิทยาลัยการตำรวจ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทั้งหมดนี้เป็นเครื่องยืนยันถึงความรู้ความสามารถที่สั่งสมมา

ส่วนเส้นทางการทำงานของ พล.ต.ท.ชาญชัย พงษ์พิชิตกุล ส่วนใหญ่เติบโตในพื้นที่จังหวัดทางภาคอีสานตอนล่าง ได้แก่ บุรีรัมย์ สุรินทร์ และนครราชสีมา โดยเริ่มต้นชีวิตราชการด้วยการดำรงตำแหน่งรองสารวัตรสอบสวน สภ.ประทาย จ.นครราชสีมา จากนั้นได้ย้ายมาเป็นรองสารวัตรสอบสวน สภ.เมืองบุรีรัมย์ ก่อนที่จะถูกย้ายไปดำรงตำแหน่งรองสารวัตรสอบสวน สภ.ห้วยราช จ.บุรีรัมย์ จนกระทั่งได้เลื่อนตำแหน่งขึ้นเป็นสารวัตรสอบสวน สภ.ห้วยราช

และด้วยความสามารถที่โดดเด่น พล.ต.ท.ชาญชัย ยังได้ดำรงตำแหน่งสำคัญอื่นๆ อีกมากมาย อาทิ สารวัตรสอบสวน หัวหน้าสถานีตำรวจ กิ่งอำเภอแคนดง จ.บุรีรัมย์ และสารวัตร สภ.หนองไม้งาม อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ อีกด้วย

ต่อมาในปี 2547 พล.ต.ท.ชาญชัย ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองผู้กำกับการป้องกันปราบปราม สภ.ห้วยราช จ.บุรีรัมย์ ก่อนที่จะถูกโยกย้ายให้ไปเติบโตในตำแหน่งผู้กำกับการสถานีตำรวจต่างๆ ได้แก่ สภ.บ้านด่าน, สภ.สตึก และ สภ.กระสัง ซึ่งทั้งหมดอยู่ในจังหวัดบุรีรัมย์ทั้งสิ้น ต่อมาในปี 2558 ได้รับแต่งตั้งเป็น พ.ต.อ.พิเศษ ในตำแหน่งรองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ และในอีก 4 ปีถัดมา ก็ได้เลื่อนขึ้นเป็น ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ ก่อนที่จะถูกย้ายไปดำรงตำแหน่ง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุรินทร์ และต่อมาได้ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่ง รองผู้บัญชาการ ตำรวจภูธรภาค 3 ก่อนที่จะตัดสินใจขอเออร์ลี่รีไทร์ออกจากการเป็นตำรวจในวันที่ 31 มีนาคม 2568 ที่ผ่านมา

กระทั่งเมื่อเข้าสู่รัฐบาลชุดปัจจุบัน ก็ปรากฏชื่อของ พล.ต.ท.ชาญชัย จะเข้ามารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ซึ่งก่อนหน้านี้สื่อมวลชนหลายสำนักได้คาดการณ์ว่าตำแหน่งนี้จะเป็นของรัฐมนตรีคนนอก และยังคงเป็นที่จับตาว่าใครจะเหมาะสมที่สุด แต่สุดท้ายก็เป็น พล.ต.ท.ชาญชัย ที่ได้รับความไว้วางใจ

การเข้ามาของ พล.ต.ท.ชาญชัย พงษ์พิชิตกุล จะสร้างความเปลี่ยนแปลงอะไรบ้าง

การที่ พล.ต.ท.ชาญชัย พงษ์พิชิตกุล อดีตตำรวจมากประสบการณ์ เข้ามารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมนั้น เป็นสิ่งที่น่าสนใจและน่าติดตามอย่างยิ่ง เพราะด้วยประสบการณ์ที่สั่งสมมาตลอดชีวิตราชการตำรวจ ทำให้เขาเข้าใจปัญหาและความท้าทายต่างๆ ในกระบวนการยุติธรรมเป็นอย่างดี

ดังนั้น การเข้ามาของ พล.ต.ท.ชาญชัย อาจนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นการปรับปรุงกฎหมายให้มีความทันสมัยและเป็นธรรมมากยิ่งขึ้น การแก้ไขปัญหาความล่าช้าในกระบวนการยุติธรรม การส่งเสริมการเข้าถึงความยุติธรรมของประชาชนอย่างเท่าเทียม รวมถึงการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในวงการยุติธรรม

อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้จริงหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับความมุ่งมั่นตั้งใจ ความสามารถในการบริหารจัดการ และความร่วมมือจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในกระบวนการยุติธรรม

ดังนั้น เราจึงต้องจับตาดูต่อไปว่า พล.ต.ท.ชาญชัย พงษ์พิชิตกุล จะสามารถนำพาให้กระทรวงยุติธรรมก้าวไปข้างหน้า และสร้างความเปลี่ยนแปลงเชิงบวกให้กับสังคมไทยได้อย่างไรบ้าง

ที่มา – เปิดประวัติ “พล.ต.ท.ชาญชัย” โควตาคนนอก ว่าที่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

แมนฯ ซิตี้ ยุติข้อพิพาทกฎสปอนเซอร์ พรีเมียร์ลีก

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และ พรีเมียร์ลีก ได้บรรลุข้อตกลงในการยุติข้อพิพาทเกี่ยวกับกฎที่ควบคุมข้อตกลงทางการค้าแล้ว

ซิตี้เริ่มต้นการท้าทายทางกฎหมายต่อพรีเมียร์ลีกเกี่ยวกับกฎใหม่ที่ควบคุมข้อตกลงการเป็นสปอนเซอร์ ซึ่งสโมสรกล่าวอ้างว่า “ผิดกฎหมาย”

อย่างไรก็ตาม ส่วนหนึ่งของข้อตกลง แมนฯ ซิตี้ ได้ยอมรับว่ากฎที่ควบคุมธุรกรรมกับบุคคลที่เกี่ยวข้อง (ATP) นั้นถูกต้องและมีผลผูกพัน

แถลงการณ์ร่วมระบุว่า “ทั้งพรีเมียร์ลีกและสโมสรจะไม่แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องนี้”

เมื่อปีที่แล้ว คณะอนุญาโตตุลาการอิสระพบว่าข้อบังคับ APT ของลีกบางส่วนขัดแย้งกัน หลังจากการฟ้องร้องที่สโมสรเป็นผู้ก่อตั้ง

กฎดังกล่าวถูกสร้างขึ้นโดยพรีเมียร์ลีกเพื่อป้องกันไม่ให้สโมสรได้รับผลกำไรจากข้อตกลงทางการค้ากับบริษัทที่เชื่อมโยงกับเจ้าของ ซึ่งถือว่าสูงกว่า “มูลค่ายุติธรรมในตลาด”

ในเดือนพฤศจิกายน 2024 สโมสรชั้นนำส่วนใหญ่ลงมติอนุมัติการแก้ไข APTs แม้ว่าแมนฯ ซิตี้ จะคัดค้าน

แมนฯ ซิตี้ ยุติข้อพิพาทกฎสปอนเซอร์ พรีเมียร์ลีก

ข้อพิพาทระหว่าง แมนฯ ซิตี้ และ พรีเมียร์ลีก ถือเป็นประเด็นที่ถูกจับตามองอย่างใกล้ชิดในวงการฟุตบอล โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับกฎระเบียบทางการเงินของลีก การที่ทั้งสองฝ่ายสามารถบรรลุข้อตกลงได้จึงเป็นสัญญาณที่ดีต่อความมั่นคงของพรีเมียร์ลีกในระยะยาว

รายละเอียดของข้อตกลงยังคงเป็นความลับ แต่การที่ แมนฯ ซิตี้ ยอมรับว่ากฎ ATP นั้นถูกต้องและมีผลผูกพัน แสดงให้เห็นว่าสโมสรตระหนักถึงความสำคัญของการรักษากฎระเบียบทางการเงินที่เป็นธรรมภายในลีก

ผลกระทบต่อสโมสรอื่น ๆ ในพรีเมียร์ลีก

การยุติข้อพิพาทนี้อาจส่งผลกระทบต่อสโมสรอื่นๆ ในพรีเมียร์ลีกด้วย เนื่องจากกฎ ATP มีจุดมุ่งหมายเพื่อป้องกันไม่ให้สโมสรได้รับประโยชน์จากการทำข้อตกลงกับบริษัทที่เกี่ยวข้อง ซึ่งอาจทำให้เกิดความได้เปรียบที่ไม่เป็นธรรม

  • สโมสรต่างๆ จะต้องปฏิบัติตามกฎ ATP อย่างเคร่งครัด เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกลงโทษ
  • พรีเมียร์ลีกจะสามารถบังคับใช้กฎระเบียบทางการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
  • การแข่งขันในลีกอาจมีความยุติธรรมมากขึ้นในระยะยาว

อย่างไรก็ตาม บางสโมสรอาจมองว่ากฎ ATP เป็นอุปสรรคต่อการเติบโตทางการเงินของตนเอง และอาจพยายามหาช่องทางในการหลีกเลี่ยงกฎเหล่านี้ต่อไป

อนาคตของกฎระเบียบทางการเงินในพรีเมียร์ลีก

การยุติข้อพิพาทระหว่าง แมนฯ ซิตี้ และ พรีเมียร์ลีก ไม่ได้หมายความว่าประเด็นเรื่องกฎระเบียบทางการเงินในพรีเมียร์ลีกจะจบลงเพียงเท่านี้ ในอนาคต เราอาจได้เห็นการเปลี่ยนแปลงและปรับปรุงกฎระเบียบเหล่านี้อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของโลกฟุตบอล

สิ่งสำคัญคือพรีเมียร์ลีกจะต้องรักษาสมดุลระหว่างการส่งเสริมการแข่งขันที่เป็นธรรมและการอนุญาตให้สโมสรเติบโตทางการเงินได้ เพื่อให้ลีกยังคงมีความน่าสนใจและสามารถแข่งขันกับลีกอื่นๆ ในยุโรปได้

โดยสรุปแล้ว การที่ แมนฯ ซิตี้ ยุติข้อพิพาทกฎสปอนเซอร์ พรีเมียร์ลีก ถือเป็นข่าวดีสำหรับวงการฟุตบอลอังกฤษ แม้ว่ารายละเอียดของข้อตกลงจะยังไม่ชัดเจน แต่ก็เป็นสัญญาณที่ดีว่าทั้งสองฝ่ายสามารถทำงานร่วมกันเพื่อรักษากฎระเบียบทางการเงินที่เป็นธรรมและยั่งยืนได้

การที่ แมนฯ ซิตี้ ยุติข้อพิพาทกฎสปอนเซอร์ พรีเมียร์ลีก สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการรักษากฎระเบียบทางการเงินที่แข็งแกร่งในวงการฟุตบอล เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับแฟนบอลและสโมสรอื่นๆ ว่าการแข่งขันเป็นไปอย่างยุติธรรมและโปร่งใส

ที่มา – Man City & Premier League end sponsor rules dispute

สมาคมนักข่าวฯ เตือน “คำผกา” รักษาศรัทธาสื่อ

สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย เตือน “คำผกา” รักษาศรัทธาที่สังคมมีต่อสื่อมวลชน พร้อมเรียกร้องให้ผู้ประกอบวิชาชีพสื่อ รักษามาตรฐานความรับผิดชอบ เพื่อรักษาศรัทธาที่สังคมมีต่อสื่อมวลชน

เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 8 ก.ย. 2568 สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย ออกแถลงการณ์ เรื่อง บทบาทสื่อมวลชนต่อการแสดงออกในที่สาธารณะ มีใจความว่า สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย ขอแสดงความห่วงใยต่อกรณีการแสดงออกของ คุณลักขณา ปันวิชัย ผู้ดำเนินรายการ ที่ได้ใช้ถ้อยคำล้อเลียน คุณสิริลภัส กองตระการ (สส.พรรคประชาชน) พร้อมโยงถึงภาวะโรคซึมเศร้า ในการจัดรายการผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเกียรติศักดิ์ของบุคคลและสร้างบาดแผลต่อผู้ป่วยที่กำลังเผชิญภาวะทางจิตใจ

สมาคมฯ เห็นว่า การแสดงออกดังกล่าวไม่สอดคล้องกับหลักจริยธรรมของวิชาชีพสื่อมวลชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อผู้กระทำมีสถานะเป็นผู้ทำหน้าที่สื่อสาธารณะ ซึ่งควรยึดมั่นในความรับผิดชอบต่อสังคม เคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และหลีกเลี่ยงการใช้ถ้อยคำที่อาจนำไปสู่ความเกลียดชังหรือดูหมิ่นบุคคลใด

สมาคมฯ ขอย้ำว่า การทำงานสื่อมวลชนทุกแขนงต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของ การคุ้มครองสิทธิ เสรีภาพ และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ตามที่บัญญัติไว้ใน รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 มาตรา 27 และควรตระหนักถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับผู้ป่วยโรคซึมเศร้าและกลุ่มเปราะบางในสังคม

ทั้งนี้ แม้การแสดงออกดังกล่าวจะเกิดขึ้นในพื้นที่ส่วนบุคคลบนแพลตฟอร์มออนไลน์ และแม้คุณลักขณาจะได้ตัดสินใจยุติบทบาทการดำเนินรายการ “คุยคลายข่าว” ชั่วคราวแล้วก็ตาม สมาคมฯ ขอเน้นย้ำว่า ผู้ประกอบวิชาชีพสื่อมวลชนทุกคนยังคงมีพันธะทางจริยธรรม ที่จะต้องรักษามาตรฐานการแสดงออกให้เหมาะสม และไม่ใช้ถ้อยคำที่อาจนำไปสู่การดูหมิ่น กดทับ หรือสร้างความเกลียดชังต่อบุคคลใดบุคคลหนึ่ง

จึงขอเรียกร้องให้ผู้ประกอบวิชาชีพสื่อทุกคนรักษามาตรฐานความรับผิดชอบทางวิชาชีพ และแสดงออกอย่างสร้างสรรค์ เพื่อธำรงไว้ซึ่งความเชื่อมั่นและศรัทธาที่สังคมมีต่อสื่อมวลชน

สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย เตือน “คำผกา” รักษาศรัทธาที่สังคมมีต่อสื่อมวลชน

จากกรณีดังกล่าว สังคมออนไลน์ต่างวิพากษ์วิจารณ์ถึงจริยธรรมของสื่อมวลชนและความเหมาะสมในการแสดงความคิดเห็นในพื้นที่สาธารณะ สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย จึงออกมาเตือนถึงความสำคัญของการรักษามาตรฐานวิชาชีพเพื่อรักษาศรัทธาที่สังคมมีต่อสื่อมวลชน

ความสำคัญของการรักษาศรัทธาที่สังคมมีต่อสื่อมวลชน

การรักษาศรัทธาที่สังคมมีต่อสื่อมวลชนเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพราะสื่อมวลชนมีบทบาทสำคัญในการนำเสนอข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องและเป็นกลางแก่ประชาชน การที่ประชาชนมีความเชื่อมั่นในสื่อมวลชน จะทำให้ประชาชนสามารถตัดสินใจเรื่องต่างๆ ในชีวิตได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ สื่อมวลชนยังมีบทบาทในการตรวจสอบการทำงานของภาครัฐและภาคเอกชน การที่สื่อมวลชนสามารถทำหน้าที่ได้อย่างอิสระและเป็นกลาง จะทำให้สังคมมีความโปร่งใสและมีการตรวจสอบซึ่งกันและกัน

ดังนั้น ผู้ประกอบวิชาชีพสื่อทุกคนจึงควรตระหนักถึงความสำคัญของการรักษามาตรฐานทางจริยธรรมและแสดงออกอย่างสร้างสรรค์ เพื่อธำรงไว้ซึ่งความเชื่อมั่นและศรัทธาที่สังคมมีต่อสื่อมวลชน

การที่สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทยออกมาเตือน “คำผกา” ให้รักษาศรัทธาที่สังคมมีต่อสื่อมวลชน ถือเป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมและเป็นการย้ำเตือนให้ผู้ประกอบวิชาชีพสื่อทุกคนตระหนักถึงความสำคัญของจริยธรรมและมาตรฐานวิชาชีพ

การแสดงออกของสื่อมวลชนแต่ละคนมีผลกระทบต่อภาพรวมของวงการ การกระทำที่ไม่เหมาะสมของคนเพียงคนเดียว อาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อสื่อมวลชนทั้งหมดได้ ดังนั้น การรักษามาตรฐานและจริยธรรมจึงเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง

ผู้ที่ทำงานในแวดวงสื่อสารมวลชนควรพึงระลึกเสมอว่า ทุกการกระทำและคำพูดมีผลต่อความน่าเชื่อถือโดยรวมขององค์กรและวิชาชีพ การรักษาศรัทธาของประชาชนจึงเป็นหน้าที่ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

ที่มา – สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย เตือน “คำผกา” รักษาศรัทธาที่สังคมมีต่อสื่อมวลชน

เลเวอร์คูเซ่น ตั้ง ฮยุลมานด์ คุมทีมแทน เทน ฮาก

ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น ได้แต่งตั้ง คาสเปอร์ ฮยุลมานด์ เป็นหัวหน้าโค้ชคนใหม่ หลังจากปลด เอริค เทน ฮาก ออกจากตำแหน่งเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว หลังจากคุมทีมได้เพียงสองเกมเท่านั้น

อดีตโค้ชทีมชาติเดนมาร์กรายนี้ได้เซ็นสัญญาจนถึงช่วงซัมเมอร์ปี 2027 กับสโมสรในบุนเดสลีกา

กุนซือชาวเดนมาร์กวัย 53 ปีรายนี้นำพาประเทศของเขาเข้าสู่รอบรองชนะเลิศของการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปในปี 2021 ซึ่งพวกเขาพ่ายแพ้อย่างหวุดหวิดให้กับอังกฤษในช่วงต่อเวลาพิเศษ

“นับเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับความไว้วางใจให้ดูแลทีมเช่นนี้” ฮยุลมานด์ กล่าว

“ตอนนี้ ผมมีแรงจูงใจอย่างมากที่จะช่วยสร้างอนาคตของ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น ร่วมกับผู้เล่นทั้งที่เป็นที่ยอมรับและผู้เล่นดาวรุ่งที่น่าตื่นเต้น”

การแต่งตั้ง ฮยุลมานด์ ยุติช่วงเวลาที่วุ่นวายสำหรับสโมสร ซึ่งปลด เอริค เทน ฮาก อดีตบอสของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกจากตำแหน่งเมื่อวันที่ 1 กันยายน

กุนซือชาวดัตช์รายนี้ได้เข้ามารับตำแหน่งต่อจาก ชาบี อลอนโซ่ ซึ่งนำ เลเวอร์คูเซ่น คว้าดับเบิ้ลแชมป์ลีกและบอลถ้วยแบบไร้พ่ายในปี 2023-24 ซึ่งเป็นแชมป์บุนเดสลีกาครั้งแรกของสโมสร ก่อนที่จะย้ายไป เรอัล มาดริด ในช่วงซัมเมอร์

ซีมอน โรลเฟส ผู้อำนวยการกีฬาของ เลเวอร์คูเซ่น กล่าวว่าการจ้าง เทน ฮาก เป็นความผิดพลาด แต่การปล่อยให้เขาทำหน้าที่ต่อไปจะเป็น “ความผิดพลาดที่ใหญ่ยิ่งกว่า”

รองแชมป์เมื่อฤดูกาลที่แล้วอย่าง เลเวอร์คูเซ่น รั้งอันดับ 12 หลังจากเก็บได้เพียงแต้มเดียวจากสองนัดแรกในการแข่งขันลีกสูงสุดของเยอรมัน

ฮยุลมานด์ ซึ่งนำ นอร์ดเจลแลนด์ คว้าแชมป์เดนมาร์กเพียงครั้งเดียวในปี 2011-12 คาดว่าจะคุมทีมในเกมเหย้าของ เลเวอร์คูเซ่น ที่พบกับ ไอน์ทรัค แฟรงค์เฟิร์ต ในวันศุกร์นี้

เลเวอร์คูเซ่น ตั้ง ฮยุลมานด์ คุมทีมแทน เทน ฮาก

การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่อีกครั้งของสโมสร เลเวอร์คูเซ่น ที่ตัดสินใจเปลี่ยนแปลงทีมอย่างรวดเร็วหลังจากผลงานไม่เป็นที่น่าพอใจในช่วงเริ่มต้นฤดูกาลใหม่ การเข้ามาของ คาสเปอร์ ฮยุลมานด์ นั้นเป็นการเดิมพันครั้งใหม่ของสโมสร เพราะถึงแม้ว่าเขาจะมีประสบการณ์ในการคุมทีมชาติเดนมาร์กมาอย่างโชกโชน แต่การคุมทีมในระดับสโมสร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบุนเดสลีกา นั้นถือเป็นความท้าทายที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง

ทำไม เลเวอร์คูเซ่น ถึงเลือก ฮยุลมานด์?

คำถามสำคัญคืออะไรคือเหตุผลที่ทำให้ เลเวอร์คูเซ่น ตัดสินใจเลือก ฮยุลมานด์ เข้ามาคุมทีมแทนที่ เทน ฮาก ที่เพิ่งเข้ามาได้ไม่นาน? มีหลายปัจจัยที่อาจเป็นเหตุผลประกอบการตัดสินใจนี้:

  • สไตล์การทำทีม: สไตล์การทำทีมของ ฮยุลมานด์ ที่เน้นการเล่นเกมรุกที่ดุดันและมีประสิทธิภาพ อาจเป็นสิ่งที่ เลเวอร์คูเซ่น มองหาเพื่อนำมาปรับใช้กับทีม
  • ประสบการณ์: ถึงแม้ว่าประสบการณ์ในการคุมทีมสโมสรของ ฮยุลมานด์ อาจจะไม่มากนัก แต่ประสบการณ์ในการคุมทีมชาติเดนมาร์กที่ประสบความสำเร็จของเขานั้น แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการบริหารจัดการทีมและการวางแผนกลยุทธ์
  • ความเข้ากันได้: ความเข้ากันได้ระหว่าง ฮยุลมานด์ กับผู้เล่นและทีมงานของ เลเวอร์คูเซ่น ก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่อาจมีผลต่อการตัดสินใจ

อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงโค้ชกลางฤดูกาลนั้นมีความเสี่ยงเสมอไป และไม่มีอะไรรับประกันได้ว่าการเข้ามาของ ฮยุลมานด์ จะสามารถแก้ไขสถานการณ์ของ เลเวอร์คูเซ่น ได้

อนาคตของ เลเวอร์คูเซ่น ภายใต้การคุมทีมของ ฮยุลมานด์ นั้นยังคงเป็นสิ่งที่น่าติดตามอย่างใกล้ชิด การปรับตัวเข้ากับทีมใหม่ สไตล์การเล่น และความสามารถในการนำทีมไปสู่ชัยชนะ จะเป็นสิ่งที่พิสูจน์ฝีมือของเขาในระยะยาว

ไม่ว่าผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ เลเวอร์คูเซ่น ในการกลับคืนสู่เส้นทางแห่งความสำเร็จให้ได้โดยเร็วที่สุด มันจะเป็นบทพิสูจน์อีกครั้งว่าการตัดสินใจที่กล้าหาญ จะนำไปสู่ความสำเร็จได้หรือไม่

ที่มา – Leverkusen appoint Hjulmand to succeed Ten Hag

อาลัย “น้องบาส” อาสากู้ภัยถูกน้ำป่าซัดดับ

อาลัยกับการจากไปของ “น้องบาส” อาสากู้ภัยวัย 26 ปี ผู้เสียสละที่นำแผงเหล็กไปกั้นฝายน้ำล้นเพื่อป้องกันชาวบ้านจากอันตรายของน้ำป่า แต่กลับต้องมาจบชีวิตลงด้วยเหตุการณ์สุดเศร้า เมื่อถูกกระแสน้ำพัดตกฝายเสียชีวิต

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 7 กันยายน 2568 ในพื้นที่บ้านซับเจริญ หมู่ 14 ตำบลหนองหญ้าขาว อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา เมื่อเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเหตุมีชายพลัดตกฝายน้ำล้น จึงเร่งทำการค้นหาอย่างเร่งด่วน

ในเวลาต่อมา พ.ต.ท.กิตติพศ ชำนาญเท สว.(สอบสวน) สภ.สีคิ้ว ได้รับแจ้งว่าพบศพของ นายธีระวัฒน์ เขียนสูงเนิน หรือ บาส อายุ 26 ปี สภาพศพสวมเสื้อแขนยาวสีน้ำตาล กางเกงขาสั้นสีขาว ลอยไปติดกับรากไม้ ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 15 เมตร เจ้าหน้าที่จึงนำร่างขึ้นจากน้ำ และส่งชันสูตรที่โรงพยาบาลสีคิ้ว

จากการสอบถาม นายมด อายุ 23 ปี และนายริค อายุ 20 ปี อาสากู้ชีพ-กู้ภัยที่รอดชีวิตจากเหตุการณ์ระทึกครั้งนี้ ทราบว่า พวกเขาเดินทางมาด้วยกัน 3 คน เพื่อนำแผงเหล็กไปติดตั้งบริเวณฝายน้ำล้น เพื่อป้องกันไม่ให้ชาวบ้านสัญจรข้ามฝาย เนื่องจากในวันดังกล่าวมีฝนตกหนักต่อเนื่อง ทำให้ปริมาณน้ำมหาศาลไหลผ่านฝายอย่างรวดเร็วและรุนแรง

ระหว่างที่กำลังเดินข้ามฝายเพื่อนำแผงกั้นไปวางยังอีกฝั่ง อาสากู้ชีพกู้ภัยทั้ง 3 คน ถูกกระแสน้ำซัดจนพลัดตกลงไปในฝายน้ำล้น สองคนสามารถว่ายน้ำขึ้นฝั่งได้สำเร็จ แต่ “น้องบาส” ถูกกระแสน้ำดูดจมหายไปต่อหน้าต่อตา พวกเขาจึงรีบประสานงานไปยังหน่วยกู้ภัยชุดประดาน้ำเพื่อขอความช่วยเหลือในการค้นหาเพื่อนอาสากู้ภัยที่สูญหายไป

ทีมมนุษย์กบได้โรยเชือกเพื่อเป็นจุดยึดเหนี่ยว ก่อนที่จะลงน้ำเพื่อกระจายกำลังค้นหาร่างของผู้สูญหาย ท่ามกลางกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยวอย่างต่อเนื่อง การค้นหาเป็นไปอย่างยากลำบากและต้องใช้ความระมัดระวังเป็นอย่างยิ่ง หลังจากใช้เวลาค้นหานานกว่า 3 ชั่วโมง ในที่สุดก็พบร่างของ “น้องบาส” ถูกกระแสน้ำวนดูดจมอยู่ใต้น้ำ บริเวณใกล้กับสันฝาย

ทีมมนุษย์กบค่อยๆ ช่วยกันนำร่างขึ้นมาด้วยความทุลักทุเล ท่ามกลางความโศกเศร้าเสียใจของครอบครัว ญาติ เพื่อนอาสากู้ชีพกู้ภัย และชาวบ้านที่มาเฝ้าติดตามสถานการณ์การช่วยเหลืออย่างใกล้ชิด การจากไปของ “น้องบาส” ถือเป็นการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ของวงการอาสากู้ภัย

อาลัย “น้องบาส” อาสากู้ภัยถูกน้ำป่าซัดดับ

หลังจากที่ร้อยเวร สภ.สีคิ้ว ได้ทำการตรวจสอบเบื้องต้น ได้มอบหมายให้หน่วยกู้ภัยนำร่างของ “น้องบาส” ไปชันสูตรที่โรงพยาบาลสีคิ้ว เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงต่อไป นับเป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์ความสูญเสียที่สะเทือนใจของเหล่าอาสากู้ชีพกู้ภัย ผู้ซึ่งอุทิศตนเพื่อช่วยเหลือผู้อื่น แต่กลับต้องมาประสบกับเหตุการณ์อันน่าเศร้าเสียเอง

ความเสียสละที่ยิ่งใหญ่ของ “น้องบาส” อาสากู้ภัย

เรื่องราวของ “น้องบาส” อาสากู้ภัยถูกน้ำป่าซัดดับ เป็นเครื่องเตือนใจให้เราเห็นถึงความเสียสละและความกล้าหาญของเหล่าอาสาสมัครกู้ภัย ที่พร้อมจะเสี่ยงอันตรายเพื่อช่วยเหลือผู้อื่นเสมอ แม้ว่าตนเองจะต้องเผชิญกับความเสี่ยงมากเพียงใดก็ตาม

เหตุการณ์นี้ยังสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการป้องกันและเตรียมพร้อมรับมือกับภัยพิบัติทางธรรมชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่เสี่ยงภัย ควรมีการติดตั้งป้ายเตือน ติดตั้งอุปกรณ์ความปลอดภัย และให้ความรู้แก่ประชาชน เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุและความสูญเสีย

ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวและเพื่อนฝูงของ “น้องบาส” อาสากู้ภัยผู้เสียสละ ขอให้ดวงวิญญาณของเขาไปสู่สุคติ และขอเป็นกำลังใจให้เหล่าอาสากู้ชีพกู้ภัยทุกท่าน ที่ยังคงปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละและกล้าหาญต่อไป

การจากไปของ “น้องบาส” อาสากู้ภัยถูกน้ำป่าซัดดับ เป็นการสูญเสียบุคลากรที่มีคุณค่า และเป็นบทเรียนสำคัญที่เราต้องตระหนักถึงความปลอดภัยในการทำงานช่วยเหลือผู้อื่น

ที่มา – อาลัย “น้องบาส” อาสากู้ภัยนำแผงเหล็กไปกั้นป้องกันชาวบ้าน ถูกน้ำป่าซัดดับ

โผ ครม.อนุทิน ยังไม่นิ่ง ดึง “ศุภจี” นั่ง รมว.พาณิชย์

การจัดตั้งรัฐบาลยังไม่จบ! โผ ครม. “อนุทิน” เตรียมดึง 7 คนนอกเข้าร่วมทีม โดยมีการทาบทาม “ศุภจี สุธรรมพันธุ์” CEO ดุสิตธานี มานั่งเก้าอี้ รมว.พาณิชย์ และ “บวรศักดิ์ อุวรรณโณ” เป็นรองนายกฯ ฝ่ายกฎหมาย ในขณะที่ “ไผ่ ลิกค์-สัมพันธ์” หลุดจากโผคณะทำงาน ดัน “นเรศ-อามินทร์” เสียบแทน ทั้งนี้ต้องรอตรวจสอบคุณสมบัติ 7-10 วัน หากพบปัญหาต้องมีการเปลี่ยนแปลง

เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานถึงความคืบหน้าในการจัดโผคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุทินว่า ล่าสุดในช่วงบ่าย นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ อดีตคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ ตอบรับที่จะเข้ารับตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายกฎหมายแล้ว โดยมีรายงานว่านายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้พูดคุยกับนายบวรศักดิ์ด้วยตัวเอง

สำหรับการจัดตั้งรัฐบาลครั้งนี้ มีการใช้รัฐมนตรี “คนนอก” ถึง 7 กระทรวง ได้แก่ กระทรวงการคลัง กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงพลังงาน กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงกลาโหม กระทรวงยุติธรรม และ กระทรวงพาณิชย์ โดยมีรายชื่อดังนี้ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว เป็น รมว.ต่างประเทศ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ เป็น รมว.คลัง นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ เป็น รมว.พลังงาน นายวรภัค ธันยาวงษ์ เป็น รมช.คลัง พล.ต.ท.ชาญชัย พงษ์พิชิตกุล เป็น รมว.ยุติธรรม และล่าสุดมีการทาบทาม นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) หรือ DUSIT มาเป็น รมว.พาณิชย์ ทั้งหมดนี้เพื่อเสริมการทำงานของ ครม. และแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน

โผ ครม.อนุทิน ยังไม่นิ่ง

อย่างไรก็ตาม โควตารัฐมนตรี “คนนอก” ในส่วนของกระทรวงกลาโหม ยังไม่มีความแน่นอน โดยมีชื่อของ พล.อ.สุพจน์ มาลานิยม และ พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ อยู่ในรายชื่อ แต่แหล่งข่าวระบุว่าสถานการณ์ยังไม่นิ่ง และอาจมีชื่ออื่นเพิ่มเติม

สำหรับรัฐมนตรีในสัดส่วนของพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ยังคงเป็นชื่อของรัฐมนตรีชุดเดิมทั้งหมด โดยมีชื่อของนายไชยชนก ชิดชอบ สส. บุรีรัมย์ เลขาธิการพรรค และนายภราดร ปริศนานันทกุล สส. อ่างทอง อดีตรองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2 เพิ่มเข้ามา แต่ยังไม่มีการระบุว่าจะได้รับตำแหน่งในกระทรวงใด

ทางด้านพรรคกล้าธรรม (กธ.) ยืนยันรายชื่อตามที่มีการรายงานก่อนหน้านี้ ได้แก่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี ควบ รมว.เกษตรและสหกรณ์ นายอรรถกร ศิริลัทธยากร ดำรงตำแหน่ง รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ ดำรงตำแหน่ง รมว.ศึกษาธิการ นายอัครา พรหมเผ่า ดำรงตำแหน่ง รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และนายองอาจ วงษ์ประยูร สส. สระบุรี ดำรงตำแหน่ง รมช.ศึกษาธิการ

ล่าสุดมีการปรับเปลี่ยนรายชื่อในตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการ 2 ตำแหน่ง โดยจากเดิมที่มีชื่อของนายสัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ สส. นราธิวาส เป็น รมช.เกษตรและสหกรณ์ ได้เปลี่ยนเป็นน้องชาย คือ นายอามินทร์ มะยูโซ๊ะ สส. นราธิวาส เนื่องจากนายสัมพันธ์ติดเงื่อนไขด้านคุณสมบัติ เช่นเดียวกับกรณีของนายนเรศ ธำรงค์ทิพยคุณ สส. เชียงใหม่ ที่จะมาดำรงตำแหน่ง รมช.เกษตรและสหกรณ์ แทนที่นายไผ่ ลิกค์ สส. กำแพงเพชร เลขาธิการพรรค เนื่องจากติดเงื่อนไขทางรัฐธรรมนูญ

ในส่วนของพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ซึ่งได้รับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการ 2 ตำแหน่ง และรัฐมนตรีช่วยว่าการอีก 2 ตำแหน่ง ขณะนี้มีความชัดเจนแล้วว่า นายสันติ พร้อมพัฒน์ จะดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี ควบ รมว.สาธารณสุข นางตรีนุช เทียนทอง จะดำรงตำแหน่ง รมว.แรงงาน นายวรโชติ สุคนธ์ขจร สส. เพชรบูรณ์ จะดำรงตำแหน่ง รมช.สาธารณสุข และพล.อ.ณัฐ อินทรเจริญ จะดำรงตำแหน่ง รมช.กลาโหม

จับตาโผ ครม.อนุทิน กับเก้าอี้ รมว.พาณิชย์

การเปลี่ยนแปลงใน โผ ครม.อนุทิน ยังคงเป็นที่จับตาของหลายฝ่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทาบทาม “ศุภจี สุธรรมพันธุ์” มาดำรงตำแหน่ง รมว.พาณิชย์ จะส่งผลต่อทิศทางเศรษฐกิจของประเทศอย่างไร คงต้องติดตามกันต่อไป แม้ว่า โผ ครม.อนุทิน จะยังไม่นิ่ง แต่การได้ผู้ที่มีความสามารถจากหลากหลายภาคส่วนเข้ามาบริหารประเทศ ถือเป็นสัญญาณที่ดีในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาประเทศให้ก้าวหน้าต่อไป

ที่มา – โผครม.อนุทิน ยังไม่นิ่ง สะพัดดึง “ศุภจี” นั่ง รมว.พาณิชย์-“บวรศักดิ์” รองนายกฯ ฝ่ายกฎหมาย