วัน: 8 กันยายน 2025

แฟนบอลสกอตแลนด์เดินทาง 830 ไมล์เพื่อเกมปิด

แฟนบอลสกอตแลนด์เดินทาง 830 ไมล์เพื่อเกมปิด

ฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก: เบลารุส พบ สกอตแลนด์

สนาม: ZTE Arena, Zalaegerszeg วันที่: จันทร์ที่ 8 กันยายน เวลา: 19:45 GMT

ช่องทางการรับชม: รับชมสดทาง BBC Scotland และ BBC iPlayer; รับฟังสดทาง BBC Sounds และ BBC Radio Scotland; ติดตามอัปเดตสด คลิปไฮไลท์ และร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการสนทนาบนเว็บไซต์และแอป BBC Sport

กลุ่มเล็กๆ ของแฟนบอลสกอตแลนด์ได้เดินทางไปยังเมือง Zalaegerszeg ประเทศฮังการี เพื่อชมเกมฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกกับเบลารุสในวันจันทร์นี้ แม้ว่าเกมดังกล่าวจะเล่นในสนามปิดก็ตาม

กลุ่มผู้สนับสนุนที่แข็งแกร่งนี้ยังได้เข้าไปใน ZTE Arena และถ่ายรูปในแสงแดดก่อนการแข่งขันจะเริ่มขึ้นอีกด้วย

เบลารุสถูกแบนจากการจัดการแข่งขันในบ้านเกิดเนื่องจากรัฐบาลให้การสนับสนุนการรุกรานยูเครนของรัสเซีย

Uefa มีคำสั่งให้สโมสรและทีมชาติเบลารุสทั้งหมดที่เข้าร่วมการแข่งขันจะต้องเล่นเกมที่สนามกลางและไม่มีแฟนบอล

Steven McNab, Cammy McNab, John Grigor, Jane Grigor, Jim Todd และ James Todd ได้พูดคุยกับ BBC Scotland หลังจากเดินทางจากโคเปนเฮเกนด้วยเครื่องบิน จากนั้นต่อรถไฟ หลังจากเสมอกับเดนมาร์ก 0-0 ในวันศุกร์

Zalaegerszeg อยู่ใกล้ชายแดนออสเตรียและสโลวีเนีย ห่างจากเมืองหลวงของเดนมาร์กมากกว่า 828 ไมล์

หนึ่งในกลุ่มกล่าวว่า “มีเที่ยวบินราคาถูกไปยังบูดาเปสต์ การเดินทางไปเชียร์สกอตแลนด์นั้นยอดเยี่ยมมาก แต่โดยปกติแล้วสิ่งที่แย่ที่สุดคือ 90 นาที ดังนั้นเมื่อเราได้ยินว่าเกมนี้กำลังจะเกิดขึ้นและเราไม่สามารถเข้าไปได้ เราก็ต้องมา!”

Uefa จะมองข้ามการกลับมาที่สนามหลังจากเดินทางไกลขนาดนี้หรือไม่?

“เราได้รับแจ้งอย่างชัดเจนว่าเราจะไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปในคืนนี้” คือคำตอบ

Jane กล่าวเสริมว่า “เราได้รับแจ้งว่าพวกเขากำลังพยายามจัดหาสถานที่ให้แฟนบอลสกอตแลนด์ไปชมการถ่ายทอดสดทางทีวี ดังนั้นเราคงจะไปที่นั่น”

อีกคนเสริมว่า “เรามีช่วงเวลาที่ดีไม่ว่าเราจะไปที่ไหนก็ตาม ฉันเชื่ออย่างสนิทใจว่าเราควรจะได้เข้าไปข้างใน มันน่าขัน ฉันไม่เข้าใจว่าทำไมเบลารุสถึงได้รับอนุญาตให้เข้าร่วมการแข่งขันด้วยซ้ำ”

ทำไมแฟนบอลสกอตแลนด์ถึงเดินทางไกลเพื่อเกมปิด?

การที่แฟนบอลสกอตแลนด์กลุ่มนี้เดินทางไกลถึง 830 ไมล์เพื่อชมเกมที่ไม่มีผู้ชม แสดงให้เห็นถึงความรักและความภักดีที่พวกเขามีต่อทีมชาติของตนเอง แม้ว่าพวกเขาจะไม่สามารถเข้าไปชมเกมในสนามได้ แต่พวกเขาก็ยังต้องการที่จะอยู่ใกล้ชิดกับทีมและร่วมเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์

  • ความภักดีต่อทีมชาติ
  • ประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใคร
  • สร้างบรรยากาศ

แม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปในสนาม พวกเขาก็ยังคงสร้างบรรยากาศและให้กำลังใจทีมจากภายนอก เป็นการแสดงให้เห็นถึงสปิริตของแฟนบอลสกอตแลนด์อย่างแท้จริง

การเดินทางของแฟนบอลสกอตแลนด์กลุ่มนี้เป็นเรื่องราวที่น่าประทับใจและแสดงให้เห็นถึงความรักในกีฬาฟุตบอลอย่างแท้จริง แม้ว่าพวกเขาจะไม่สามารถเข้าไปชมเกมในสนามได้ แต่พวกเขาก็ยังคงเดินทางไกลเพื่อสนับสนุนทีมชาติของตนเอง

คุณคิดอย่างไรเกี่ยวกับการเดินทางของแฟนบอลกลุ่มนี้? พวกเขาบ้าคลั่งหรือรักจริง?

ที่มา – Scotland fans travel 830 miles for closed doors game

ดีเจอุดรฯ ดับ! พบศพในหนองน้ำมัดตัวเอง

เกิดเหตุสลดใจเมื่อพบศพดีเจชื่อดังของเมืองอุดรธานี ในสภาพมีเชือกผูกข้อมือและข้อเท้าในหนองน้ำ สร้างความตกใจและเสียใจให้กับครอบครัวและเพื่อนฝูงอย่างมาก เรื่องราวของ หนุ่มดีเจเมืองอุดรฯ พบเป็นศพในหนองน้ำ มีเชือกผูกข้อมือ-ข้อเท้า คาดมัดตัวเอง นี้ กลายเป็นข่าวที่สะเทือนใจคนในพื้นที่

เมื่อวันที่ 8 กันยายน เวลา 16.10 น. ศูนย์วิทยุร่มโพธิ์ทอง สภ.เมืองอุดรธานี ได้รับแจ้งเหตุพบศพชายเสียชีวิตในลำห้วย ซึ่งคาดว่าเสียชีวิตมาแล้วหลายวัน เหตุเกิดที่หนองน้ำแก้มลิง ลำห้วยอิฐ หลังบ้านหลังหนึ่งในพื้นที่ หมู่ 7 ตำบลหนองบัว อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี หลังรับแจ้งเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจและอาสากู้ภัยได้รุดไปยังที่เกิดเหตุเพื่อตรวจสอบ

ณ ที่เกิดเหตุ ซึ่งเป็นบ้านทาวน์โฮม 2 ชั้น พบศพของ นายโอ๋ อายุ 48 ปี สภาพศพสวมเสื้อยืดสีขาว กางเกงขายาวสีดำ มีเชือกผ้าสีขาวผูกข้อมือโยงกับข้อเท้าทั้งสองข้าง สภาพศพนอนคว่ำหน้า บวมอืด ส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ จากการตรวจสอบเบื้องต้น ไม่พบร่องรอยการถูกทำร้าย และไม่มีร่องรอยการต่อสู้ คาดว่าผู้ตายอาจจะมัดแขนและขาตัวเองไว้เพื่อไม่ให้ช่วยเหลือตัวเองได้ และเสียชีวิตเนื่องจากการจมน้ำขาดอากาศหายใจ โดยคาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 5 วัน

แม่ของผู้เสียชีวิตให้ข้อมูลว่า อาศัยอยู่กับนายโอ๋และหลานชายวัย 15 ปี นายโอ๋ป่วยเป็นโรคเส้นเลือดในสมองตีบมาหลายปี ทำให้ไม่สามารถทำงานได้เหมือนเดิม จนเกิดความเครียดสะสมและป่วยเป็นโรคซึมเศร้า

นายโอ๋หายตัวไปจากบ้านตั้งแต่วันที่ 2 กันยายนที่ผ่านมา ทางครอบครัวได้ออกตามหาแต่ไม่พบ จนกระทั่งวันที่ 4 กันยายน จึงได้แจ้งความไว้ที่ สภ.เมืองอุดรธานี และแจ้งให้เพจข่าวช่วยประกาศตามหา จนกระทั่งวันนี้ ได้กลิ่นเหม็นเน่ารุนแรงบริเวณหลังบ้าน หลังจากระดับน้ำในหนองน้ำลดลง และน้องชายที่สนิทของผู้ตายได้มาเยี่ยมที่บ้าน จึงได้ช่วยกันตรวจสอบและพบว่าเป็นศพของนายโอ๋

หนุ่มดีเจเมืองอุดรฯ พบเป็นศพในหนองน้ำ มีเชือกผูกข้อมือ-ข้อเท้า คาดมัดตัวเอง

น้องชายของผู้ตายเล่าว่า หลังจากทราบข่าวการหายตัวไปของนายโอ๋ ตนเองเพิ่งจะว่างจากงานและมาเยี่ยมที่บ้าน แม่ของผู้ตายบอกว่าได้กลิ่นเหม็นเน่าอยู่หลังบ้าน เมื่อเดินไปดูก็ไม่กล้าลงไปดูใกล้ๆ คิดว่าอาจจะเป็นซากสัตว์ แต่ก็รู้สึกไม่ดี จึงแจ้งเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบและพบว่าเป็นศพของนายโอ๋จริงๆ ทั้งสองคนสนิทกันมาก เคยทำงานด้วยกัน และพี่สาวของนายโอ๋เคยเป็นโยมอุปัฏฐากตอนที่น้องชายบวชเรียน นายโอ๋เคยเป็นดีเจในร้านคาราโอเกะชื่อดังในเมืองอุดรธานี แต่หลังจากสถานการณ์โควิด ร้านก็ปิดตัวลง นายโอ๋ตกงาน และต่อมาก็ป่วยเป็นโรคเส้นเลือดในสมองตีบ ทำให้ไม่สามารถทำงานได้เหมือนเดิม และเกิดความเครียดสะสม

ความเครียดและภาวะซึมเศร้าที่นำไปสู่การจากไปของ หนุ่มดีเจเมืองอุดรฯ พบเป็นศพในหนองน้ำ มีเชือกผูกข้อมือ-ข้อเท้า คาดมัดตัวเอง

น้องชายของผู้ตายกล่าวเพิ่มเติมว่า หลังจากนายโอ๋ป่วย ก็เริ่มมีอาการทางจิตเวช คือโรคซึมเศร้า และเคยพยายามฆ่าตัวตายมาแล้วถึง 2 ครั้ง แต่ไม่สำเร็จ ล่าสุดเมื่อหลายเดือนก่อน เคยเห็นนายโอ๋เดินแก้ผ้าอยู่ในซอยหน้าบ้าน เมื่อเข้าไปถามก็มีอาการเบลอ พูดจาไม่รู้เรื่อง บอกแต่ว่ามีคนบอกให้ถอดเสื้อผ้าและจะเอาไปอยู่ด้วย ตนเองเห็นท่าไม่ดี จึงโทรบอกพี่สาวของนายโอ๋ให้รีบส่งตัวไปรักษา เพราะกลัวว่าจะเกิดเหตุการณ์ร้ายแรงขึ้น ซึ่งสุดท้ายก็เกิดเหตุการณ์สลดขึ้นจริงๆ

หลังจากนั้น แม่ของผู้ตายได้พาญาติพี่น้องไปจุดธูปบอกดวงวิญญาณให้นายโอ๋ไปสู่สุคติ ขอให้หมดทุกข์หมดห่วง ไม่ต้องทนทุกข์ทรมานอีกต่อไป เบื้องต้นญาติไม่ติดใจในสาเหตุการเสียชีวิต ตำรวจจึงมอบศพให้อาสากู้ภัยนำไปเก็บรักษาไว้ที่แผนกนิติเวช โรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี เพื่อทำการผ่าชันสูตรอย่างละเอียดอีกครั้ง ก่อนมอบศพให้ญาตินำไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป

เหตุการณ์ หนุ่มดีเจเมืองอุดรฯ พบเป็นศพในหนองน้ำ มีเชือกผูกข้อมือ-ข้อเท้า คาดมัดตัวเอง เป็นเรื่องราวที่สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพจิตใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้ที่เผชิญกับความเครียดและความยากลำบากในชีวิต การเข้าถึงการรักษาและรับฟังจากคนรอบข้างเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ที่น่าเศร้าเช่นนี้ขึ้นอีก

ที่มา – หนุ่มดีเจเมืองอุดรฯ พบเป็นศพในหนองน้ำ มีเชือกผูกข้อมือ-ข้อเท้า คาดมัดตัวเอง

อัลบาเรซโดนแบน 10 เดือน เหตุผลตรวจสารกระตุ้น

เยราย อัลบาเรซ กองหลังแอธเลติก บิลเบา ถูกยูฟ่าสั่งแบนเป็นเวลา 10 เดือน หลังตรวจพบสารต้องห้ามในร่างกาย

นักเตะวัย 30 ปีรายนี้มีผลตรวจเป็นบวกสำหรับสารต้องห้าม canrenone หลังเกมยูโรปาลีก รอบรองชนะเลิศ นัดที่พบกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เมื่อเดือนพฤษภาคม ซึ่งทีมของเขาแพ้ไป 3-0

Canrenone เป็นยาขับปัสสาวะที่บางครั้งสามารถใช้เป็นสารปกปิดได้

อัลบาเรซ นักเตะชาวสเปนกล่าวในเดือนกรกฎาคมว่า เขากินสารดังกล่าวเข้าไปโดยไม่ได้ตั้งใจ ขณะที่รับประทานยาป้องกันผมร่วงซึ่งมีส่วนผสมของ canrenone

อัลบาเรซ ซึ่งได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งอัณฑะในปี 2016 กล่าวว่า เขาใช้ยานี้เพื่อรักษาอาการผมร่วงมาตั้งแต่ตอนนั้น

ยูฟ่ายอมรับคำอธิบายของเขาและกล่าวว่าเขาไม่ได้ตั้งใจที่จะใช้สารต้องห้าม แต่พบว่าเขามีความผิดจริงในข้อหา “ละเมิดกฎต่อต้านการใช้สารกระตุ้นโดยไม่ตั้งใจ”

เนื่องจากอัลบาเรซยอมรับการพักงานชั่วคราวในเดือนมิถุนายน การลงโทษจึงมีผลย้อนหลัง

เขาจะสามารถกลับมาลงเล่นได้อีกครั้งตั้งแต่วันที่ 2 เมษายน 2026 และสามารถกลับเข้าร่วมการฝึกซ้อมได้ตั้งแต่วันที่ 2 กุมภาพันธ์

อัลบาเรซลงเล่นให้บิลเบา 257 นัด นับตั้งแต่ก้าวขึ้นมาจากทีมเยาวชน

อัลบาเรซโดนแบน 10 เดือน เหตุผลตรวจสารกระตุ้น

เรื่องราวของ อัลบาเรซโดนแบน 10 เดือน เหตุผลตรวจสารกระตุ้น เป็นเรื่องที่น่าเศร้าใจสำหรับนักกีฬาอาชีพ แม้ว่ายูฟ่าจะยอมรับว่าเป็นการกระทำโดยไม่เจตนา แต่ผลกระทบต่ออาชีพการค้าแข้งของเขานั้นชัดเจน การหายจากสนามไปเกือบสองปีนั้นเป็นช่วงเวลาที่ยาวนานสำหรับนักฟุตบอล

ผลกระทบของการแบนต่ออัลบาเรซ

  • พลาดการลงเล่น: อัลบาเรซจะพลาดการลงเล่นหลายฤดูกาล ซึ่งส่งผลต่อพัฒนาการและความฟิตของเขา
  • ชื่อเสียง: แม้ว่าจะเป็นการกระทำโดยไม่เจตนา แต่เรื่องนี้อาจส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงของเขาในวงการฟุตบอล
  • สภาพจิตใจ: การถูกแบนอาจส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจของนักกีฬาอย่างมาก

เหตุการณ์ อัลบาเรซโดนแบน 10 เดือน เหตุผลตรวจสารกระตุ้น ทำให้เราเห็นถึงความสำคัญของการตรวจสอบส่วนผสมของยาอย่างละเอียดถี่ถ้วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับนักกีฬาอาชีพที่ต้องระมัดระวังเรื่องสารต้องห้าม

กรณีของ อัลบาเรซโดนแบน 10 เดือน เหตุผลตรวจสารกระตุ้น เป็นอุทาหรณ์สอนใจให้นักกีฬาและทีมงานทุกคนต้องใส่ใจในเรื่องของยาและสารกระตุ้นอย่างเคร่งครัด การปรึกษาแพทย์และผู้เชี่ยวชาญก่อนการใช้ยาใดๆ เป็นสิ่งสำคัญ เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความเข้มงวดของกฎระเบียบการใช้สารกระตุ้นในวงการกีฬาอาชีพ และความจำเป็นที่นักกีฬาจะต้องมีความรู้และความเข้าใจอย่างถ่องแท้เกี่ยวกับสารที่อาจเป็นอันตรายต่ออาชีพของตน

ที่มา – Alvarez gets 10-month ban for failed drugs test

อแมนด้า สเตฟลีย์ คือใคร และกำลังจะซื้อสเปอร์ส?

อแมนด้า สเตฟลีย์ นักธุรกิจชาวอังกฤษ มีข่าวเชื่อมโยงกับการยื่นข้อเสนอเพื่อซื้อสโมสรท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ แม้ว่าทางสโมสรจะออกมาปฏิเสธอย่างเปิดเผยว่าไม่ได้มีไว้ขายก็ตาม

หนึ่งในการดำเนินธุรกิจที่โดดเด่นที่สุดของเธอคือการเป็นผู้นำในการเข้าซื้อสโมสรนิวคาสเซิล ยูไนเต็ดของกองทุนเพื่อการลงทุนสาธารณะของซาอุดีอาระเบียในปี 2021

สเตฟลีย์ถือหุ้น 10% ในนิวคาสเซิลหลังจากการเข้าซื้อ และถือหุ้นส่วนน้อยในสโมสร ร่วมกับสามี เมห์รดัด โกดุสซี จนกระทั่งทั้งคู่ลาออกในเดือนกรกฎาคม 2024

ในช่วงเวลาที่สเตฟลีย์และโกดุสซีลาออกและขายหุ้นของพวกเขา ทั้งคู่ถือหุ้นเพียง 6% ของสโมสร

เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา บอร์ดบริหารของสเปอร์สได้ออกแถลงการณ์ว่าพวกเขา “ได้รับและปฏิเสธอย่างชัดเจน” ข้อเสนอจากสองฝ่าย ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ PCP International Finance Limited ของสเตฟลีย์

ในวันจันทร์ PCP กล่าวว่าไม่ได้ตั้งใจที่จะซื้อท็อตแนม

ก่อนที่จะมีส่วนร่วมกับนิวคาสเซิล สเตฟลีย์มีส่วนร่วมในการลงทุนในธนาคารบาร์เคลย์สในปี 2008 และยังทำงานเป็นส่วนหนึ่งของการเข้าซื้อแมนเชสเตอร์ ซิตี้ของชีค มันซูร์ในปีเดียวกัน

‘สเตฟลีย์ไม่ยอมแพ้ง่ายๆ’ – บทวิเคราะห์

อแมนด้า สเตฟลีย์มองหา “โอกาสที่ยิ่งใหญ่” มาตั้งแต่ลาออกจากนิวคาสเซิลเมื่อฤดูร้อนที่แล้ว

เธอรู้สึกอย่างชัดเจนว่าสเปอร์สเหมาะสมกับคำอธิบายดังกล่าว แม้กระทั่งก่อนการจากไปของประธานสโมสร แดเนียล เลวี พิจารณาจากสถานะของสโมสร ศักยภาพ และโครงสร้างพื้นฐานที่ทันสมัย

สเปอร์สยังเป็นเหมือนสโมสรนอกคอกในฐานะสโมสรใหญ่ในพรีเมียร์ลีกที่ไม่เปลี่ยนมือในช่วงทศวรรษครึ่งที่ผ่านมา

แต่ ENIC ยืนยันว่าสิ่งนั้นจะยังคงเป็นเช่นนั้นต่อไปหลังจากที่สเตฟลีย์แสดง “ความสนใจเบื้องต้น”

สิ่งที่ควรทราบคือสเตฟลีย์ไม่ยอมแพ้ง่ายๆ

สำหรับบริบท เธอใช้เวลาเกือบสี่ปีในการพยายามเป็นนายหน้าซื้อขายนิวคาสเซิล และกลุ่มบริษัทร่วมทุนยังกลับมาที่โต๊ะเจรจาหลังจากประกาศว่าพวกเขาถอนตัวไปแล้วในขั้นตอนหนึ่ง

แต่ถึงแม้จะไม่ใช่สเปอร์ส ความสนใจครั้งนี้ก็เน้นย้ำถึงความปรารถนาของสเตฟลีย์และสามี เมห์รดัด โกดุสซี ที่จะกลับเข้าสู่วงการฟุตบอลในระดับสูงสุดอีกครั้ง หลังจากการใช้ชีวิตที่นิวคาสเซิล

สเตฟลีย์พูดถึงนิวคาสเซิลในวันหนึ่งที่จะท้าทายตำแหน่งและแชมเปี้ยนส์ลีก เพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากเข้ารับตำแหน่งบริหารจัดการสโมสรที่ถูกลดทอนลงไปอย่างมากในปัญหาการตกชั้นอย่างหนักในปี 2021

เธอยังมีบทบาทสำคัญในการฟื้นคืนชีพของนิวคาสเซิล และมีส่วนร่วมอย่างมากในการแต่งตั้งเอ็ดดี้ ฮาวเป็นหัวหน้าโค้ช หลังจากการพยายามที่ไม่ประสบความสำเร็จในการดึงอูไน เอเมรี่ รวมถึงการเจรจาเพื่อนำผู้เล่นคนสำคัญหลายคนเข้ามา รวมถึงบรูโน่ กิมาไรส์, แอนโธนี่ กอร์ดอน และติโน่ ลิฟราเมนโต้

การจากไปของสเตฟลีย์และโกดุสซีจึงเป็นเรื่องน่าตกใจเมื่อฤดูร้อนที่แล้ว หลังจากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างความเป็นเจ้าของ ซึ่งนำไปสู่กองทุนเพื่อการลงทุนสาธารณะของซาอุดีอาระเบียและตระกูลรูเบนซื้อหุ้นของพวกเขา

ทั้งคู่ยังคงเป็นแฟนบอลของนิวคาสเซิล และอยู่ที่เวมบลีย์เพื่อเป็นสักขีพยานในรอบชิงชนะเลิศคาราบาวคัพเมื่อเดือนมีนาคม แต่พวกเขามุ่งมั่นที่จะกลับสู่แนวหน้าอย่างชัดเจน

อแมนด้า สเตฟลีย์ คือใคร และทำไมเธอถึงสนใจซื้อสเปอร์ส? อแมนด้า สเตฟลีย์ เป็นนักธุรกิจที่มองหาโอกาสใหม่ๆ ในวงการฟุตบอลเสมอ และสเปอร์สก็อาจเป็นเป้าหมายที่น่าสนใจสำหรับเธอ

อแมนด้า สเตฟลีย์ สนใจซื้อสเปอร์สจริงหรือไม่?

จากข่าวที่ออกมา สเปอร์สได้ปฏิเสธข้อเสนอจาก อแมนด้า สเตฟลีย์ ไปแล้ว แต่ก็ไม่แน่ว่าในอนาคตเธออาจจะกลับมายื่นข้อเสนอใหม่อีกครั้งก็ได้ เพราะจากประวัติของเธอ เธอเป็นคนที่มุ่งมั่นและไม่ยอมแพ้ง่ายๆ

อแมนด้า สเตฟลีย์ คือใคร และกำลังจะซื้อสเปอร์ส?

มารอดูกันต่อไปว่า อแมนด้า สเตฟลีย์ จะมีบทบาทอย่างไรต่อไปในวงการฟุตบอล

ที่มา – Who is Amanda Staveley and is she buying Spurs?

จับตา! ศาลฎีกาฯ นัดฟังคำสั่งคดีทักษิณ

วันที่ 9 กันยายนนี้ จับตา! ศาลฎีกาฯ นัดฟังคำสั่งคดีบังคับโทษ “ทักษิณ ชินวัตร” ในประเด็นการเข้าพักรักษาตัวที่ชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ คดีนี้ได้รับความสนใจจากประชาชนอย่างมาก

การเดินทางออกนอกประเทศของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2568 ยังคงเป็นที่จับตา โดยได้นั่งเครื่องบินส่วนตัว Bombardier Global 7500 ออกจากสนามบินดอนเมือง โดยแจ้งว่าจะไปรักษาตัวที่ประเทศสิงคโปร์ แต่สุดท้ายเครื่องบินกลับไปลงจอดที่ดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

ระหว่างการบิน มีผู้ติดตามเที่ยวบินของนายทักษิณ ผ่าน Flightradar24 สูงเป็นอันดับ 1 ของโลก กว่า 20,000 คน

ต่อมาในวันที่ 5 กันยายน 2568 นายทักษิณ ได้ชี้แจงผ่านทวิตเตอร์ (X) ว่า ตนเองตั้งใจเดินทางไปสิงคโปร์เพื่อไปตรวจสุขภาพ แต่ ตม.ที่ไทยถ่วงเวลาไว้เกือบ 2 ชั่วโมง ทำให้เครื่องบินไปลงที่สนามบินสิงคโปร์ไม่ทัน จึงเปลี่ยนแผนไปลงดูไบเพื่อพบหมอและเพื่อนเก่า พร้อมกับย้ำว่าจะกลับไทยไม่เกินวันที่ 8 กันยายน เพื่อเดินทางไปศาลด้วยตัวเองในวันที่ 9 กันยายน 2568 ที่ศาลฎีกาฯ นัดฟังคำสั่งคดี

กระทั่งวันนี้ (8 กันยายน 2568) มีรายงานว่า เครื่องบินส่วนตัวของนายทักษิณ ได้ออกจากท่าอากาศยานนานาชาติอัลมักตูม สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ในเวลา 20.45 น. ตามเวลาท้องถิ่น เพื่อเดินทางไปยังประเทศสิงคโปร์ ก่อนจะเดินทางต่อมายังประเทศไทย โดยเดินทางถึงสนามบินดอนเมืองเมื่อเวลา 14.54 น. จากนั้น นายทักษิณ ได้ขึ้นรถยนต์หรู Mercedes-Maybach เพื่อเดินทางไปยังบ้านจันทร์ส่องหล้า

แม้ว่า นายทักษิณ ชินวัตร จะเดินทางกลับมาประเทศไทยแล้ว สถานการณ์ยังคงน่าจับตามอง เพราะในวันพรุ่งนี้ (9 กันยายน 2568) ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ได้นัดฟังคำสั่งคดีบังคับโทษนายทักษิณ ชินวัตร ประเด็นเรื่องการเข้ารับการรักษาตัวที่ชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ

ศาลฎีกาฯ นัดฟังคำสั่งคดีบังคับโทษ “ทักษิณ”

คำถามสำคัญคือ นายทักษิณจะเดินทางไปศาลด้วยตัวเองหรือไม่? ประเด็นนี้ได้รับความสนใจจากหลายฝ่าย และคาดว่าจะมีการรายงานข่าวอย่างต่อเนื่องในวันพรุ่งนี้

ความเคลื่อนไหวล่าสุดเกี่ยวกับคดีของทักษิณ

สถานการณ์โดยรวมยังคงตึงเครียด และประชาชนจำนวนมากกำลังรอฟังคำสั่งศาลฎีกาฯ ในคดีของนายทักษิณ ชินวัตร อย่างใจจดใจจ่อ

คดีนี้มีความซับซ้อนและเกี่ยวข้องกับประเด็นทางกฎหมายหลายด้าน การที่ศาลฎีกาฯ นัดฟังคำสั่งคดีบังคับโทษ “ทักษิณ” จึงเป็นเหตุการณ์สำคัญที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด

การพิจารณาคดีที่เกี่ยวข้องกับอดีตนายกรัฐมนตรี ถือเป็นเรื่องละเอียดอ่อน และส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมของประเทศ

การตัดสินใจของศาลฎีกาฯ จะเป็นบรรทัดฐานสำคัญสำหรับการบังคับใช้กฎหมายในอนาคต และส่งผลต่อทิศทางทางการเมืองของประเทศไทย

สิ่งที่ต้องจับตาในวันพรุ่งนี้:

  • ท่าทีของนายทักษิณ ชินวัตร
  • คำสั่งของศาลฎีกาฯ
  • ปฏิกิริยาของประชาชนและฝ่ายต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง

ผลของคำตัดสินอาจนำไปสู่สถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ดังนั้นการติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดจึงเป็นสิ่งสำคัญ

ไม่ว่าผลการพิจารณาคดีจะเป็นอย่างไร สิ่งสำคัญคือการเคารพการตัดสินของศาล และรักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง

การบังคับใช้กฎหมายอย่างเท่าเทียมและเป็นธรรม จะช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นในระบบยุติธรรม และนำไปสู่สังคมที่สงบสุขและเจริญรุ่งเรือง

อนาคตทางการเมืองของนายทักษิณ ชินวัตร จะเป็นอย่างไรต่อไป? ต้องรอติดตามผลการพิจารณาคดีของศาลฎีกาฯ ในวันพรุ่งนี้

คดีนี้จะเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับนักการเมืองและประชาชนทุกคน ในเรื่องของการเคารพกฎหมาย และการปฏิบัติตามกระบวนการยุติธรรม

ไม่ว่าท่านจะมีความคิดเห็นอย่างไร อย่าลืมติดตามข่าวสารอย่างมีสติ และใช้วิจารณญาณในการตัดสินใจ

จับตา ศาลฎีกาฯ นัดฟังคำสั่งคดีบังคับโทษ “ทักษิณ” อย่างใกล้ชิดในวันพรุ่งนี้!

ที่มา – จับตา ศาลฎีกาฯ นัดฟังคำสั่งคดีบังคับโทษ “ทักษิณ” ชั้น 14 วันที่ 9 ก.ย. นี้

“นายกฯ อนุทิน” ขอบคุณ “อ.บวรศักดิ์” ร่วมรัฐบาล

เปิดเผยสไตล์ “นายกฯ อนุทิน” โพสต์ภาพขณะพูดคุย “อ.บวรศักดิ์ อุวรรณโณ” พร้อมขอบคุณ ตอบรับร่วมคณะรัฐมนตรี

เมื่อเวลา 18.19 น. วันที่ 8 กันยายน 2568 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กระบุว่า “ขอบพระคุณอาจารย์บวรศักดิ์ ที่กรุณาตอบรับมาร่วมคณะรัฐมนตรีของผมครับ #เปิดเผย #โปร่งใส #ตรงไปตรงมา” พร้อมโพสต์ภาพขณะพูดคุยกับ อ.บวรศักดิ์

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ภายหลัง นายอนุทิน ได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งให้เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ของไทย เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2568 ที่ผ่านมา หลังจากนั้นก็เดินหน้าฟอร์มทีมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อจัดตั้งรัฐบาลที่พรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำ และมีพรรคร่วมรัฐบาลรวม 146 เสียง เป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย ภายใต้ข้อตกลงกับพรรคประชาชนในการโหวตให้เป็นนายกรัฐมนตรีแต่ต้องยุบสภาภายใน 4 เดือน

นายอนุทิน เปิดตัวผู้ที่จะมาร่วมงานกับ ครม.อนุทิน 1 หลายคน เปิดเผยต่อสื่อมวลชน ส่วนใหญ่เป็นรัฐมนตรีที่เป็นโควตาคนนอกในกระทรวงเศรษฐกิจ และ ศ.ดร.บวรศักดิ์ อุวรรณโณ ก็เป็นโควตาคนนอกอีกคนที่นายอนุทิน เข้าทาบทามเพื่อมาร่วม ครม. ในฐานะรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย (อ่าน : เปิดประวัติ ศ.ดร. บวรศักดิ์ อุวรรณโณ ว่าที่รองนายกฯ ช่วยงานด้านกฎหมาย รบ.อนุทิน)

“นายกฯ อนุทิน” ขอบพระคุณ “อ.บวรศักดิ์” ตอบรับร่วมคณะรัฐมนตรี

หลังจากที่นายอนุทิน ชาญวีรกูลได้รับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการ การเดินหน้าจัดตั้งรัฐบาลก็เป็นไปอย่างรวดเร็ว การดึงบุคคลากรที่มีความสามารถเข้ามาร่วมทีมถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง การที่ “นายกฯ อนุทิน” ขอบพระคุณ “อ.บวรศักดิ์” ตอบรับร่วมคณะรัฐมนตรี นั้น แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจที่จะสร้างความแข็งแกร่งให้กับรัฐบาลในด้านกฎหมาย

การได้ ศ.ดร.บวรศักดิ์ อุวรรณโณ มาร่วมงานในฐานะรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย ถือเป็นข่าวดีสำหรับรัฐบาลชุดใหม่ เนื่องจากอาจารย์บวรศักดิ์เป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถและประสบการณ์ด้านกฎหมายอย่างสูง การเข้ามาช่วยงานของท่าน น่าจะช่วยให้การดำเนินนโยบายต่างๆ ของรัฐบาลเป็นไปอย่างราบรื่นและถูกต้องตามกฎหมาย

อนาคตของรัฐบาลภายใต้การนำของ “นายกฯ อนุทิน”

แน่นอนว่าการจัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อยย่อมมีความท้าทายรออยู่ข้างหน้า แต่ด้วยความมุ่งมั่นและความสามารถของ “นายกฯ อนุทิน” และทีมงาน รวมถึงการได้บุคคลากรมากความสามารถอย่าง อ.บวรศักดิ์ มาร่วมทีม ทำให้หลายฝ่ายเชื่อมั่นว่ารัฐบาลชุดนี้จะสามารถบริหารประเทศชาติให้ก้าวหน้าต่อไปได้

การที่ “นายกฯ อนุทิน” ขอบพระคุณ “อ.บวรศักดิ์” ตอบรับร่วมคณะรัฐมนตรี ยังเป็นการส่งสัญญาณที่ดีไปยังประชาชนว่ารัฐบาลชุดนี้ให้ความสำคัญกับการทำงานอย่างโปร่งใสและตรงไปตรงมา ซึ่งเป็นสิ่งที่ประชาชนคาดหวังจากรัฐบาล

นอกจากนี้ การที่ “นายกฯ อนุทิน” ขอบพระคุณ “อ.บวรศักดิ์” ตอบรับร่วมคณะรัฐมนตรี ยังแสดงให้เห็นถึงความเคารพและความชื่นชมที่นายกรัฐมนตรีมีต่ออาจารย์บวรศักดิ์ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างผู้ร่วมงาน และจะนำไปสู่การทำงานที่มีประสิทธิภาพต่อไป

สถานการณ์ทางการเมืองในปัจจุบันมีความซับซ้อน การมีผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายอย่าง อ.บวรศักดิ์ เข้ามาช่วยงานรัฐบาล จะช่วยให้รัฐบาลสามารถรับมือกับความท้าทายต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศในระยะยาว

การที่รัฐบาลเสียงข้างน้อยจะสามารถบริหารประเทศได้อย่างราบรื่นนั้น จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในสังคม การเปิดใจรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น และการทำงานร่วมกันอย่างสร้างสรรค์ จะเป็นกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จ

การตัดสินใจของ อ.บวรศักดิ์ ที่จะเข้ามาร่วมงานกับรัฐบาล “นายกฯ อนุทิน” ถือเป็นการเสียสละอย่างยิ่ง เพราะท่านเป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถและเป็นที่ยอมรับในวงกว้าง การที่ท่านตัดสินใจเข้ามาช่วยงานรัฐบาล แสดงให้เห็นถึงความรักชาติและความปรารถนาดีต่อประเทศชาติอย่างแท้จริง

การเมืองไทยในยุคปัจจุบันต้องการผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ มีความสามารถในการบริหารจัดการ และมีความจริงใจต่อประชาชน “นายกฯ อนุทิน” และทีมงานของท่านจะต้องพิสูจน์ให้ประชาชนเห็นว่าพวกเขามีคุณสมบัติเหล่านี้ และสามารถนำพาประเทศชาติไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองได้

การจัดตั้งรัฐบาลเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการทำงานที่แท้จริง รัฐบาลจะต้องเผชิญกับความท้าทายมากมาย ทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง การทำงานอย่างหนักและความมุ่งมั่นที่จะแก้ไขปัญหาของประเทศชาติ จะเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้รัฐบาลชุดนี้ประสบความสำเร็จ

การที่ “นายกฯ อนุทิน” ขอบพระคุณ “อ.บวรศักดิ์” ตอบรับร่วมคณะรัฐมนตรี เป็นเพียงก้าวแรกของการสร้างรัฐบาลที่แข็งแกร่งและมีประสิทธิภาพ เราหวังว่ารัฐบาลชุดนี้จะสามารถทำงานร่วมกันอย่างราบรื่น และนำพาประเทศชาติไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองอย่างยั่งยืน

ที่มา – “นายกฯ อนุทิน” ขอบพระคุณ “อ.บวรศักดิ์” ตอบรับร่วมคณะรัฐมนตรี

ประวัติ “ศุภจี สุธรรมพันธุ์” ว่าที่ รมว.พาณิชย์

เปิดประวัติ “แต๋ม ศุภจี สุธรรมพันธุ์” ว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ใน ครม.อนุทิน 1 เจ้าตัวตอบรับการทาบทาม สาวเก่งที่ทั้งตำแหน่งและผลงานเพียบ

วันที่ 8 กันยายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าโผคณะรัฐมนตรี (ครม.) ภายใต้รัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ที่ยังมีการขยับปรับเปลี่ยนกันอยู่ แม้นายอนุทิน จะให้สัมภาษณ์ว่าโผ ครม. เสร็จแล้วกว่า 99%

ล่าสุดโผ ครม.อนุทิน 1 มีชื่อของ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ที่ถูกทาบทามมาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในโควตาคนนอก ซึ่งนางศุภจี ยอมรับว่าถูกทาบทามจริง และได้ตอบรับการทาบทามนี้แล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่าที่กระทรวงพาณิชย์ มีรายงานว่า นายจตุพร บุรุษพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และนายฉันทวิชญ์ ตัณฑสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวลาข้าราชการในกระทรวงแล้ว

ประวัติ “ศุภจี สุธรรมพันธุ์”

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ชื่อเล่น แต๋ม กรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมที่โรงเรียนเซนต์โยเซฟ บางนา ระดับปริญญาตรีสังคมวิทยาและมานุษยวิทยาบัณฑิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และปริญญาโทบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต สาขาการเงินและการบัญชีต่างประเทศ จากมหาวิทยาลัยนอร์ทรอป สหรัฐอเมริกา

คุณวุฒิการศึกษาและการอบรม

  • ปริญญาโทบริหารธุรกิจ สาขาการเงิน และการบัญชีต่างประเทศ มหาวิทยาลัย Northrop มลรัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา
  • ปริญญาตรีสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
  • Director Certification Program รุ่น 89/2007
  • Advanced Audit Committee Program รุ่น 23/2016 สมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย
  • หลักสูตรผู้บริหารระดับสูง รุ่น 16/2556 สถาบันวิทยาการตลาดทุน
  • หลักสูตรผู้บริหารกระบวนการยุติธรรม ระดับสูง (บ.ย.ส.) รุ่น 19 วิทยาลัยการยุติธรรม
  • หลักสูตรนักบริหารระดับสูง “ธรรมศาสตร์ เพื่อสังคม” (นมธ.) รุ่น 1 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ประสบการณ์ทำงานของ ศุภจี สุธรรมพันธุ์

นางศุภจี เคยทำงานที่ไอบีเอ็ม (IBM) มานานกว่า 20 ปี และเป็นผู้หญิงคนแรกที่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้จัดการทั่วไปของบริษัทในประเทศไทย ต่อมาเป็นผู้จัดการทั่วไปของแผนกบริการเทคโนโลยีระดับโลกของไอบีเอ็มภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และย้ายไปดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารของไทยคม ในปี 2554

ต่อมาในปี 2559 ได้รับแต่งตั้งเป็นซีอีโอของดุสิต อินเตอร์เนชันแนล ต่อจากท่านผู้หญิงชนัตถ์ ปิยะอุย และชนินทธ์ โทนะวานิก และยังเป็นกรรมการอิสระของธนาคารกสิกรไทยด้วย นอกจากนี้ยังดำรงตำแหน่งอีกมากมาย คุณศุภจี สุธรรมพันธุ์ ถือเป็นบุคคลที่มีความสามารถและประสบการณ์หลากหลาย

2567 – ปัจจุบัน กรรมการ บ. ดุสิต เอสเตท

2565 – ปัจจุบัน กรรมการ บ. บองชู / บ. พอร์ต รอยัล / BAKEIP Limited/ Baujour International Co Limited

2565 – ปัจจุบัน กรรมการ บ. บองชูร์ เบเกอรี่ เอเชีย

2565 – ปัจจุบัน กรรมการ บ. สวนลุม พร็อพเพอร์ตี้

2564 – ปัจจุบัน กรรมการ บ. เดอะ คุ๊กกิ้ง แคปิตอล แบงคอก

2564 – ปัจจุบัน กรรมการ บ. เดอะ ฟู้ดเอ็ดดูเคชั่น แบงคอก

2563 – ปัจจุบัน กรรมการการลงทุน บมจ. ดุสิตธานี

2562 – ปัจจุบัน กรรมการ บ. ดุสิต เรียล ฟู้ดส์

2562 – ปัจจุบัน กรรมการ บ. ดุสิตธานี พร็อพเพอร์ตี้ส์ รีท

2562 – ปัจจุบัน กรรมการ บ. เอ็บเพอคิวร์ เคเทอริ่ง

2561 – ปัจจุบัน กรรมการ Dusit Fudu Hotel Management (Shanghai) Co., Ltd.

2561 – ปัจจุบัน กรรมการ LVM Holdings Pte Ltd.

2561 – ปัจจุบัน กรรมการ บ. ดุสิต กาสโทร

2561 – ปัจจุบัน กรรมการ บ. ดุสิต ฟู้ดส์

2560 – ปัจจุบัน กรรมการ บ. อาศัย โฮลดิ้งส์

2560 – ปัจจุบัน กรรมการ D&J Co., Ltd.

2559 – ปัจจุบัน กรรมการ / กรรมการบริหาร บ. วิมานสุริยา

2559 – ปัจจุบัน กรรมการ บ. ดุสิตธานี พร็อพเพอร์ตี้ส์

2559 – ปัจจุบัน กรรมการ บ. ดุสิต แมนเนจเม้นท์

2559 – ปัจจุบัน กรรมการ บ. ดุสิต ไชน่า แคปปิตอล

2559 – ปัจจุบัน กรรมการ DMS Property Investment Pvt. Ltd.

2559 – ปัจจุบัน กรรมการ Dusit Overseas Co., Ltd. / Dusit Thani Philippines, Inc.

2559 – ปัจจุบัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม / กรรมการบริหาร บมจ. ดุสิตธานี

2558 – ปัจจุบัน กรรมการ บมจ. ดุสิต ไทยพร็อพเพอร์ตี้ส์

2558 – ปัจจุบัน กรรมการสภาผู้ทรงคุณวุฒิ วิทยาลัยดุสิตธานี

2558 – ปัจจุบัน กรรมการ บมจ. ดุสิตธานี

2567 – ปัจจุบัน กรรมการตรวจสอบ บมจ. เอสซีจี แพคเกจจิ้ง

2564 – ปัจจุบัน กรรมการอิสระ บมจ. เอสซีจี แพคเกจจิ้ง

2565 – ปัจจุบัน กรรมการกลั่นกรองสินเชื่อและการลงทุน บมจ. ธนาคารกสิกรไทย

2563 – ปัจจุบัน กรรมการทรัพยากรบุคคลและกำหนดอัตราค่าตอบแทน บมจ. ธนาคารกสิกรไทย

2561 – ปัจจุบัน กรรมการกำกับความเสี่ยง บมจ. ธนาคารกสิกรไทย

2558 – 2567 กรรมการอิสระ / กรรมการตรวจสอบ บมจ. ธนาคารกสิกรไทย

2568 – ปัจจุบัน Member The Hong Kong Polytechnic University

2567 – ปัจจุบัน กรรมการ Thammasat Global Advisory Board มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

2567 – ปัจจุบัน กรรมการ มูลนิธิทีช ฟอร์ ไทยแลนด์

2563 – ปัจจุบัน กรรมการ ในคณะกรรมการที่ปรึกษา สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

2563 – ปัจจุบัน อนุกรรมการ คณะอนุกรรมการด้านการสร้างและพัฒนาบัณฑิต

2563 – ปัจจุบัน กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ คณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ

2562 – ปัจจุบัน กรรมการสภาผู้ทรงคุณวุฒิ วิทยาลัยพุทธศาสตร์นานาชาติ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

2557 – ปัจจุบัน กรรมการอำนวยการ สมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย

2563 – 2567 ประธานคณะอนุกรรมการเรื่อง Digital Literacy คณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านวัฒนธรรม กีฬา แรงงาน และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์

2563 – 2567 กรรมการ คณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านวัฒนธรรม กีฬา แรงงาน และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์

2561 – 2563 กรรมการ บมจ. เอ็นอาร์ อินสแตนท์ โปรดิวซ์

2559 – 2566 Member of the International Advisory Board Ecole Hôtelière de Lausanne

2559 – 2562 กรรมการ บ. พระราม 4 เดเวลอปเม้นท์

2559 – 2562 กรรมการ บ. สวนลุม พร็อพเพอร์ตี้

2559 – 2565 กรรมการ บ. เลอ กอร์ดอง เบลอ ดุสิต

2559 – 2565 กรรมการ Dusit Hospitality Education Philippines Inc.

2558 – 2567 กรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช

การเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ของ ศุภจี สุธรรมพันธุ์ ถือเป็นความท้าทายใหม่ที่น่าจับตามอง ด้วยประสบการณ์และความสามารถที่สั่งสมมาอย่างยาวนาน เชื่อมั่นว่าเธอจะสามารถนำพาภาคการค้าของไทยให้เติบโตและก้าวหน้าต่อไปได้

ที่มา – ประวัติ “ศุภจี สุธรรมพันธุ์” เซอร์ไพรส์มีชื่อนั่ง รมว.พาณิชย์ ใน ครม.อนุทิน 1

เปิดรายชื่อ 6 ผู้โดยสาร เครื่องบินเจ็ท ทักษิณ

กลายเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจอย่างมาก เมื่อมีการเปิดเผยรายชื่อ 6 ผู้โดยสารที่เดินทางมากับเครื่องบินเจ็ทส่วนตัวของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งลงจอดที่ M Jets ดอนเมือง วันนี้เราจะมาเจาะลึกรายละเอียดเกี่ยวกับรายชื่อผู้โดยสาร และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนั้น

เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2568 เวลาประมาณ 15.00 น. มีรายงานข่าวว่า พบรถเบนซ์ รุ่น Maybach ทะเบียน พร 195 กรุงเทพมหานคร พร้อมรถตู้เบนซ์นำหน้า และรถยนต์ Fortuner สีบรอนซ์เทา ขับเข้าไปภายในท่าอากาศยานดอนเมือง M Jets ซึ่งเป็นอาคารผู้โดยสารส่วนบุคคล

ต่อมาในเวลา 15.05 น. นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้ปรากฏตัวออกมาจากอาคาร M Jets ในชุดเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีฟ้า กางเกงสแล็กซ์สีดำ ใบหน้ายิ้มแย้ม โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองนำทาง และมีคนใกล้ชิดเดินตามหลัง

จากนั้น นายทักษิณได้ขึ้นรถเบนซ์หรู ทะเบียน พร 195 กรุงเทพมหานคร โดยมีรถตู้เบนซ์สีเทาเข้มนำ และรถยนต์ Fortuner สีบรอนซ์เทาขับตาม คาดว่าจะเดินทางกลับบ้านจันทร์สองหล้า

ในเวลา 15.07 น. ขบวนรถทั้ง 3 คันได้เคลื่อนออกจากท่าอากาศยาน โดยมีรถเบนซ์ Maybach นำขบวน ตามด้วยรถ Fortuner และรถตู้เบนซ์ปิดท้าย ขับผ่านกลุ่มสื่อมวลชนที่รอทำข่าวอยู่บริเวณทางเข้า

ผู้สื่อข่าวพยายามตะโกนเรียก “ท่านทักษิณ” แต่รถไม่ได้เปิดกระจก ทำให้ไม่สามารถมองเห็นผู้โดยสารภายในรถได้เนื่องจากฟิล์มกรองแสงค่อนข้างทึบ

เปิดรายชื่อ 6 ผู้โดยสาร นั่งเครื่องบินเจ็ท ทักษิณ

สำหรับข้อมูลที่สำคัญที่สุดคือ เปิดรายชื่อ 6 ผู้โดยสาร นั่งเครื่องบินเจ็ท ทักษิณ ที่เดินทางมาในครั้งนี้ ประกอบด้วย:

  • สิมลา จรัสแผ้ว
  • ธวัชชัย เคลือบเมฆ
  • ทักษิณ ชินวัตร
  • แก้วใจ สิงห์ทอง
  • สมชาย วงศ์สวัสดิ์
  • เยาวภา วงศ์สวัสดิ์

รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับผู้โดยสาร

การเดินทางครั้งนี้ไม่ได้มีเพียง เปิดรายชื่อ 6 ผู้โดยสาร นั่งเครื่องบินเจ็ท ทักษิณ เท่านั้น แต่ยังมีลูกเรือและกัปตันอีก 5 คน รวมเป็นทั้งหมด 11 คนที่เดินทางมากับเครื่องบินส่วนตัวของนายทักษิณ

เหตุการณ์ดังกล่าวได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนและประชาชนเป็นอย่างมาก หลายคนจับตาดูความเคลื่อนไหวของอดีตนายกรัฐมนตรีอย่างใกล้ชิด

ประเด็นที่น่าสนใจคือ การเดินทางกลับประเทศไทยของนายทักษิณในครั้งนี้มีความหมายและนัยยะทางการเมืองอย่างไร และจะมีผลกระทบต่อสถานการณ์ปัจจุบันหรือไม่ เป็นสิ่งที่หลายฝ่ายกำลังวิเคราะห์และจับตามองอย่างใกล้ชิด นอกจาก เปิดรายชื่อ 6 ผู้โดยสาร นั่งเครื่องบินเจ็ท ทักษิณ แล้ว ประเด็นเรื่องการเดินทางและกิจกรรมต่างๆ ของนายทักษิณก็เป็นที่สนใจเช่นกัน

การกลับมาของนายทักษิณ ชินวัตร นำมาซึ่งความหลากหลายของความคิดเห็น ทั้งผู้ที่สนับสนุนและผู้ที่วิพากษ์วิจารณ์ ซึ่งเป็นเรื่องปกติในสังคมประชาธิปไตย การติดตามข่าวสารและวิเคราะห์ข้อมูลอย่างรอบด้านจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้เข้าใจสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างถูกต้อง

ไม่ว่าท่านจะมีความคิดเห็นอย่างไร การรับฟังข้อมูลจากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือและการพิจารณาข้อมูลอย่างรอบคอบเป็นสิ่งสำคัญในการทำความเข้าใจสถานการณ์ทางการเมืองที่ซับซ้อน การทำความเข้าใจ เปิดรายชื่อ 6 ผู้โดยสาร นั่งเครื่องบินเจ็ท ทักษิณ ถือเป็นส่วนหนึ่งของการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

ที่มา – เปิดรายชื่อ 6 ผู้โดยสาร นั่งเครื่องบินเจ็ทส่วนตัว “ทักษิณ” มาลง M Jets ดอนเมือง

ปชป.พร้อมเป็นฝ่ายค้าน ดัก“รัฐบาลอนุทิน” อย่าแทรกแซง

“อลงกรณ์” ลั่น ประชาธิปัตย์พร้อมทำหน้าที่ฝ่ายค้านเต็มสูบ ลุยปราบคอร์รัปชันเข้มข้น ชี้จุดตาย “รัฐบาลอนุทิน” คดีฮั้วเลือก สว.-เขากระโดง ดัก “นายกฯ หนู” จนถึง รมต. อย่าแทรกแซงคดีเด็ดขาด

วันที่ 8 กันยายน 2568 นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ให้สัมภาษณ์ถึงบทบาทของพรรคประชาธิปัตย์ในฐานะฝ่ายค้าน ว่า พรรคประชาธิปัตย์พร้อมทำหน้าที่ฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรเพื่อถ่วงดุลและตรวจสอบรัฐบาลภายใต้ระบบรัฐสภาอย่างเต็มที่ โดยจะร่วมมือและทำงานร่วมกับพรรคฝ่ายค้านอื่นๆ จะเดินหน้าตรวจสอบปราบปรามการคอร์รัปชันเข้มข้นตามนโยบายของ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์

ในคำถามว่ารัฐบาลเสียงข้างน้อยจะเดินหน้าอย่างไร นายอลงกรณ์ มองว่า รัฐบาลใหม่มีเสียง สส.รัฐบาลไม่ถึงกึ่งหนึ่งในสภาผู้แทนราษฎร ต้องอาศัยเสียงสนับสนุนจากพรรคประชาชนซึ่งเป็นฝ่ายค้าน ถือเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อยที่ไร้เสถียรภาพมากที่สุด วันใดที่พรรคประชาชนไม่สนับสนุนก็ไปไม่รอด นายกรัฐมนตรีอาจต้องลาออกหรือยุบสภา โดยเฉพาะจุดเสี่ยงจุดตายของรัฐบาลคือคดีฮั้วเลือก สว. และคดีเขากระโดง จ.บุรีรัมย์ ซึ่งเกี่ยวโยงโดยตรงกับพรรคแกนนำรัฐบาล จึงขอฝากถึง นายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรี ว่าอย่าเข้าไปแทรกแซงคดีดังกล่าวเด็ดขาด ทั้งนายกรัฐมนตรีซึ่งเป็นหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยและรัฐมนตรีคนอื่นๆ

ส่วนประเด็นการยื่นถอดถอนนายอนุทิน และนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ซึ่งเป็นผู้นำฝ่ายค้าน โดย สส.พรรคเพื่อไทยนั้น นายอลงกรณ์ กล่าวว่า ถือเป็นสิทธิ์ที่ทำได้ภายใต้กรอบของกฎหมายและรัฐธรรมนูญ ตนไม่มีความเห็นและไม่ก้าวล่วงอำนาจหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญ

ทางด้านประเด็นกรณีที่พรรคเพื่อไทยระบุจะขอเปิดการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลนั้น นายอลงกรณ์ เผยว่า เร็วเกินไปที่จะพูดเรื่องนี้ ขณะนี้ยังตั้งรัฐบาลไม่เสร็จ น่าจะหารือในวิปฝ่ายค้านภายหลังรัฐบาลแถลงนโยบายต่อรัฐสภา และรัฐบาลทำงานไประยะหนึ่งก่อน.

ปชป.พร้อมเป็นฝ่ายค้าน ดัก“รัฐบาลอนุทิน” อย่าแทรกแซง

จากสถานการณ์ทางการเมืองล่าสุด พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ได้ประกาศความพร้อมในการทำหน้าที่ฝ่ายค้านอย่างเต็มที่ โดยมุ่งเน้นการตรวจสอบและถ่วงดุลรัฐบาลใหม่ภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล ประเด็นสำคัญที่พรรค ปชป. ให้ความสนใจเป็นพิเศษคือคดีฮั้วเลือก สว. และคดีเขากระโดง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของรัฐบาล

ปชป.จับตา “รัฐบาลอนุทิน” อย่าแทรกแซงคดี

นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ พรรคประชาธิปัตย์ ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการทำหน้าที่ฝ่ายค้านอย่างสร้างสรรค์ โดยจะร่วมมือกับพรรคฝ่ายค้านอื่นๆ ในการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลอย่างเข้มข้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตคอร์รัปชัน ซึ่งเป็นนโยบายหลักที่พรรคประชาธิปัตย์ให้ความสำคัญมาโดยตลอด

นอกจากนี้ นายอลงกรณ์ยังกล่าวถึงสถานการณ์ของรัฐบาลเสียงข้างน้อย ซึ่งอาจเผชิญกับความท้าทายในการบริหารประเทศ เนื่องจากต้องอาศัยเสียงสนับสนุนจากพรรคฝ่ายค้านในการผลักดันนโยบายต่างๆ หากพรรคฝ่ายค้านไม่ให้ความร่วมมือ รัฐบาลอาจต้องเผชิญกับปัญหาทางการเมืองที่อาจนำไปสู่การลาออกของนายกรัฐมนตรีหรือการยุบสภาได้

ประเด็นที่น่าจับตามองเป็นพิเศษคือคดีฮั้วเลือก สว. และคดีเขากระโดง ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับพรรคแกนนำรัฐบาล พรรคประชาธิปัตย์จึงขอเตือนไปยังนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้ระมัดระวังในการเข้าไปแทรกแซงคดีดังกล่าว เพื่อความเป็นธรรมและโปร่งใสในการดำเนินคดี

อย่างไรก็ตาม พรรคประชาธิปัตย์ยังคงสงวนท่าทีเกี่ยวกับการยื่นถอดถอนนายอนุทินและนายณัฐพงษ์ โดยเห็นว่าควรให้รัฐบาลได้มีโอกาสทำงานและแสดงผลงานก่อนที่จะมีการตัดสินใจในเรื่องดังกล่าว

สำหรับการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล พรรคประชาธิปัตย์เห็นว่ายังเร็วเกินไปที่จะพูดถึงเรื่องนี้ เนื่องจากรัฐบาลยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการบริหารประเทศ ควรมีการหารือในวิปฝ่ายค้านภายหลังรัฐบาลแถลงนโยบายต่อรัฐสภาและได้ทำงานไปสักระยะหนึ่งก่อน เพื่อให้มีข้อมูลและเหตุผลที่เพียงพอในการตัดสินใจ

อนาคตทางการเมืองของ “รัฐบาลอนุทิน”

การที่พรรคประชาธิปัตย์ประกาศพร้อมเป็นฝ่ายค้าน ดัก “รัฐบาลอนุทิน” อย่าแทรกแซงคดีต่างๆ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลอย่างเข้มข้น ประเด็นสำคัญที่ต้องจับตามองคือคดีฮั้วเลือก สว. และคดีเขากระโดง ซึ่งอาจเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของรัฐบาลในอนาคต

การดำเนินงานของรัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทินจึงต้องเป็นไปอย่างโปร่งใสและเป็นธรรม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและหลีกเลี่ยงปัญหาทางการเมืองที่อาจเกิดขึ้น

โดยรวมแล้ว สถานการณ์ทางการเมืองในขณะนี้ยังคงมีความไม่แน่นอนสูง การทำงานร่วมกันของทุกฝ่ายจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้ประเทศชาติสามารถเดินหน้าต่อไปได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน

ที่มา – ปชป. พร้อมเป็นฝ่ายค้าน ดัก “รัฐบาลอนุทิน” อย่าแทรกแซงคดีฮั้วเลือก สว.-เขากระโดง