ธรรมนัส พรหมเผ่า

“จูรี” ตื่นเต้นรับหนังสือรับรอง สส.ครั้งแรก

วันนี้เรามาพูดถึงข่าวร้อนในวงการการเมืองไทยกันเลยนะครับ “จูรี” ตื่นเต้น รับหนังสือรับรองเป็น สส. ครั้งแรก ส่วนพรรคประชาชน มอบทีมกฎหมายรับแทน 120 สส. เป็นเหตุการณ์ที่หลายคนให้ความสนใจมาก โดยเฉพาะแฟนๆ พรรคประชาธิปัตย์และชาวสงขลา ที่เฝ้าติดตามมาตั้งแต่เลือกตั้ง

“จูรี” ตื่นเต้น รับหนังสือรับรองเป็น สส. ครั้งแรก ส่วนพรรคประชาชน มอบทีมกฎหมายรับแทน 120 สส.

นายจูรี นุ่มแก้ว สส.เขต 2 จังหวัดสงขลา จากพรรคประชาธิปัตย์ เดินทางไปรับหนังสือรับรองการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ครั้งแรกที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2569 บรรยากาศเต็มไปด้วยความตื่นเต้น คุณจูรีบอกว่ามันเหมือนกับการนำเสียงกว่า 30,000 คะแนนจากพี่น้องประชาชนในหาดใหญ่และตำบลคลองอู่ตะเภา มาด้วยตัวเองเลยทีเดียว ขอบคุณทุกคนที่สร้างประวัติศาสตร์การเมืองสุจริตในการเลือกตั้งครั้งนี้

จูรี ตื่นเต้นรับหนังสือรับรอง สส. ครั้งแรก

การเลือกตั้งในเขต 2 สงขลา ดุเดือดมากครับ ผู้สมัครแต่ละคนเก่งๆ ทั้งนั้น ทำให้ประชาชนมีตัวเลือกดีๆ เยอะ สุดท้ายชาวบ้านก็เลือกคุณจูรีให้มาเป็นตัวแทน แม้พรรคจะเป็นฝ่ายค้าน แต่คุณจูรีมั่นใจว่าจะทำงานได้เต็มที่ โดยเฉพาะตรวจสอบรัฐบาลและผลักดันปัญหาชาวบ้าน

ปัญหาเร่งด่วน: น้ำท่วมหาดใหญ่ที่ สส.จูรีพร้อมแก้

ประเด็นหลักที่ประชาชนฝากไว้คือ น้ำท่วมหาดใหญ่ ซึ่งเป็นปัญหาครอนิกของพื้นที่ แม้ยังไม่เป็น สส.อย่างเป็นทางการ คุณจูรีก็ช่วยผลักดันเยียวยาผู้ประสบภัยไปแล้ว กกต.อนุมัติแล้ว ตอนนี้รอเงินซ่อมบ้านที่กำลังตรวจสอบ ชาวบ้านยังหวังมาตรการป้องกันน้ำท่วมก่อนปลายปีนี้ด้วย สส.คนใหม่คนนี้สัญญาว่าจะเป็นกระบอกเสียงให้เต็มที่

หัวหน้าพรรคก็ให้กำลังใจ สส.รุ่นใหม่คนนี้ คาดว่าจะหารืองานเพิ่มตอนไปรายงานตัวที่รัฐสภา

บรรยากาศรับหนังสือรับรอง สส. พรรคต่างๆ
ทีม สส.พรรคภูมิใจไทย รอรับหนังสือ

ส่วนพรรคอื่นๆ ก็คึกคัก เช่น พรรคกล้าธรรม ส่งตัวแทนมารับแทนร้อยเอกธรรมนัส และนางนฤมล พรรคภูมิใจไทย มีแกนนำหลายคนมารับด้วยตัวเอง รอนายอนุทินมากันใหญ่ แล้วขึ้นบัสไปสภา

ที่เด็ดสุดคือ พรรคประชาชน ส่งทีมกฎหมาย 3 คน พร้อมกล่องกระดาษ 3 ใบ มารับหนังสือรับรองแทนทั้ง 120 สส. (เขต 88 + บัญชีรายชื่อ 32) แสดงถึงระบบการทำงานที่เป็นมืออาชีพ

ทีมกฎหมายพรรคประชาชน รับหนังสือ สส. 120 คน

เหตุการณ์นี้สะท้อนภาพการเมืองไทยหลังเลือกตั้งที่หลากหลาย พรรคฝ่ายค้านอย่างประชาธิปัตย์ยังพร้อมทำงานเพื่อประชาชน ขณะที่พรรครัฐบาลเร่งเครื่องเต็มสูบ

มาดูประเด็นน่าสนใจในรูปแบบรายการกัน:

  • ตื่นเต้นครั้งแรก: สส.จูรีนำเสียง 30,000 คะแนนมาด้วยหัวใจ
  • ปัญหาน้ำท่วม: เยียวยา + ป้องกัน ก่อนปลายปี
  • ฝ่ายค้านทำงานได้: ตรวจสอบ + ผลักดันงบแก้ปัญหา
  • พรรคอื่นๆ: ภูมิใจไทยคึกคัก ประชาชนใช้ทีมกฎหมายโปร

ในมุมมองผม การมี สส.หน้าใหม่แบบคุณจูรีที่พร้อมลงพื้นที่แก้ปัญหาจริงๆ เป็นสัญญาณดีของสภาไทยชุดนี้ แม้จะเป็นฝ่ายค้านแต่รัฐบาลต้องฟังเสียงชาวบ้านนะครับ

ติดตามข่าวการเมืองอัปเดตเพิ่มเติมได้ที่บล็อกเรา หรือแชร์ความเห็นคุณในคอมเมนต์ด้านล่างเลย!

ที่มา – “จูรี” ตื่นเต้น รับหนังสือรับรองเป็น สส. ครั้งแรก ส่วนพรรคประชาชน มอบทีมกฎหมายรับแทน 120 สส.

“ธรรมนัส” สั่ง ส.ศ.ก. ประเมินสถานการณ์ตะวันออกกลาง รับห่วงเรื่องปุ๋ย

สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางกำลังสร้างความกังวลให้กับภาคเกษตรกรรมไทย ล่าสุด “ธรรมนัส” สั่ง ส.ศ.ก. ประเมินสถานการณ์ตะวันออกกลาง รับห่วงเรื่องปุ๋ย อย่างเร่งด่วน เพื่อรับมือผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากสงครามยืดเยื้อ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้สั่งการให้สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (ส.ศ.ก.) รวบรวมข้อมูลการส่งออกและนำเข้าสินค้าเกษตรไปยังภูมิภาคดังกล่าวทันที

“ธรรมนัส” สั่ง ส.ศ.ก. ประเมินสถานการณ์ตะวันออกกลาง รับห่วงเรื่องปุ๋ย

จากข้อมูลล่าสุดเมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2569 รัฐมนตรีสั่งการชัดเจนเพื่อวิเคราะห์ผลกระทบทั้งหมด โดยเฉพาะสินค้าที่มีความเสี่ยงสูง สิ่งที่น่าเป็นห่วงที่สุดคือเรื่องปุ๋ย เนื่องจากไทยนำเข้าวัตถุดิบหลักในการผลิตปุ๋ยจากกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง หากสงครามลุกลามอาจทำให้ราคาวัตถุดิบพุ่งสูง ส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนการผลิตของเกษตรกรไทย ซึ่งเป็นปัญหาเรื้อรังที่กระทรวงต้องเร่งแก้ไข

นอกจากนี้ ยังมีการสรุปข้อมูลการส่งออกสินค้าเกษตรทั้งหมด โดยจะประชุมอีกครั้งในวันพุธที่ 4 มีนาคม เพื่อวางแผนรับมือต่อไป สินค้าส่งออกหลักไปยังตะวันออกกลางมีมูลค่าหลายหมื่นล้านบาทต่อปี ซึ่งเป็นตลาดสำคัญของไทย

ผลกระทบต่อการส่งออกสินค้าเกษตรไทย

นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยหลังการประชุมด่วนว่า การส่งออกสินค้าเกษตรไปตะวันออกกลางมีมูลค่าสูง โดยสินค้าหลัก ได้แก่

  • ข้าว – สินค้าหัวใจที่ไทยครองส่วนแบ่งตลาดใหญ่
  • ทูน่ากระป๋อง – ส่งออกจำนวนมากไปยังประเทศอาหรับ
  • เนื้อสัตว์แปรรูป เช่น เนื้อไก่ – มีความต้องการสูงในภูมิภาค

ปัญหาคือพื้นที่ความขัดแย้งอยู่ใกล้เมืองท่าหลักสำหรับขนส่งสินค้า ซึ่งอาจทำให้เกิดความล่าช้า ปริมาณลดลง และราคาผันผวน กระทรวงจึงต้องแยกข้อมูลส่งออกไปยังแต่ละประเทศ เพื่อประเมินความเสี่ยงอย่างละเอียด

ต้นทุนการผลิตพุ่งจากราคาน้ำมันและปุ๋ย

ผลกระทบที่ชัดเจนที่สุดคือด้านต้นทุน โดยราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นจากความไม่แน่นอนในตะวันออกกลาง จะลามไปยังราคาปุ๋ยและปัจจัยการผลิตอื่นๆ เกษตรกร โดยเฉพาะผู้ปลูกพืชผลใหญ่ เช่น ข้าว ยางพารา และผลไม้ อาจเผชิญต้นทุนเพิ่ม 10-20% หากสถานการณ์ไม่คลี่คลาย

ปลัดกระทรวงยอมรับว่าอาจมีผลกระทบต่อเกษตรกรไทย จึงได้หารือกับหน่วยงานเกษตรและสมาคมที่เกี่ยวข้อง เพื่อติดตามสถานการณ์แบบเรียลไทม์ รัฐมนตรี “ธรรมนัส” ยังมอบหมายให้เตรียมมาตรการช่วยเหลือ ดังนี้

  • หาตลาดส่งออกใหม่ในภูมิภาคเอเชียและยุโรป
  • ช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบโดยตรง
  • ติดตามแรงงานภาคเกษตรที่อาจได้รับผลจากห่วงโซ่อุปทาน
  • ประเมินผลกระทบรายไตรมาส เพื่อปรับแผนอย่างยืดหยุ่น

การช่วยเหลือจะต้องตรงจุด โดยตรวจสอบผ่านผู้ส่งออก เพื่อระบุพื้นที่เกษตรกรที่พึ่งพาตลาดตะวันออกกลาง เช่น เกษตรกรในภาคอีสานที่ส่งข้าว หรือภาคใต้ที่ส่งยาง

ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ สถานการณ์นี้เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการกระจายความเสี่ยงตลาดส่งออก ไทยควรเร่งพัฒนาตลาดใหม่และลดการพึ่งพาวัตถุดิบนำเข้า เพื่อความมั่นคงทางอาหารในระยะยาว

สุดท้าย เกษตรกรควรติดตามข่าวสารจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์อย่างใกล้ชิด เตรียมสำรองปุ๋ยและปรับแผนการผลิต เพื่อรับมือความไม่แน่นอนนี้ หากมีมาตรการใหม่ๆ ออกมา เราจะอัปเดตให้ทราบทันที

ที่มา – “ธรรมนัส” สั่ง ส.ศ.ก. ประเมินสถานการณ์ตะวันออกกลาง รับห่วงเรื่องปุ๋ย

“ธรรมนัส” ปัดไม่เกี่ยวคดี “เบน สมิธ” เหตุคดีเกิดก่อนรู้จักกัน

“ธรรมนัส” ปัดไม่เกี่ยวคดี “เบน สมิธ” เหตุคดีเกิดก่อนรู้จักกัน เป็นประเด็นร้อนที่หลายคนให้ความสนใจในช่วงนี้ โดยเฉพาะเมื่อเกี่ยวข้องกับบุคคลระดับสูงในวงการการเมืองและคดีฉ้อโกงครั้งใหญ่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ออกมาชี้แจงอย่างชัดเจนต่อสื่อมวลชน สร้างความฮือฮาให้กับสาธารณชน

“ธรรมนัส” ปัดไม่เกี่ยวคดี “เบน สมิธ” เหตุคดีเกิดก่อนรู้จักกัน

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2569 ขณะที่ ร.อ.ธรรมนัส กำลังเดินทางไปปฏิบัติหน้าที่ สื่อมวลชนได้สอบถามถึงกรณีที่ตำรวจสอบสวนกลางออกหมายจับนายเบน สมิธ ชาวต่างชาติและภรรยา ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงและสมคบฟอกเงิน คดีนี้มีมูลค่าความเสียหายสูงถึงกว่า 1,000 ล้านบาท โดยทั้งคู่ถูกกล่าวหาว่าหลอกลวงนักธุรกิจต่างชาติมาร่วมลงทุนในโครงการต่างๆ เช่น หุ้น อสังหาริมทรัพย์ เครื่องบินเจ็ต และธุรกิจพลังงาน

พื้นหลังคดี “เบน สมิธ” และความเกี่ยวข้องกับผู้ใหญ่

คดีของเบน สมิธ เริ่มต้นจากการตรวจสอบพบหลักฐานที่ชัดเจนว่า มีการหลอกลวงนักลงทุนจำนวนมาก โดยเฉพาะชาวต่างชาติที่ถูกดึงดูดด้วยโครงการลงทุนสุดหรูหรา ร.อ.ธรรมนัส ได้ยืนยันชัดเจนว่า “ธรรมนัส” ปัดไม่เกี่ยวคดี “เบน สมิธ” เหตุคดีเกิดก่อนรู้จักกัน เพราะเหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นก่อนที่ตนจะมีความสัมพันธ์ใดๆ กับบุคคลนี้ เมื่อสื่อถามถึงกระแสข่าวว่ามีผู้ใหญ่ในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีส่วนเกี่ยวข้อง ร.อ.ธรรมนัส ตอบสั้นๆ ว่า “มันจะเกี่ยวอะไร” ก่อนขึ้นรถและปิดประตูทันที สร้างภาพลักษณ์ที่เด็ดขาดและไม่ยอมให้เกิดความคลุมเครือ

กระแสข่าวดังกล่าวแพร่สะพัดในโซเชียลมีเดียและสื่อออนไลน์ ทำให้ประชาชนตั้งคำถามถึงความโปร่งใสในหน่วยงานรัฐ โดยเฉพาะกระทรวงเกษตรที่กำลังมีโครงการใหญ่ๆ มากมาย หากมีบุคคลระดับสูงเกี่ยวข้อง อาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ

รายละเอียดโครงการหลอกลวงในคดีเบน สมิธ

  • ลงทุนหุ้น: หลอกให้ลงทุนในบริษัทปลอม สัญญาว่าผลตอบแทนสูง
  • อสังหาริมทรัพย์: โครงการคอนโดหรูและที่ดินที่ไม่มีจริง
  • เครื่องบินเจ็ต: สัญญาซื้อขายเครื่องบินส่วนตัว แต่เงินหายไป
  • ธุรกิจพลังงาน: โครงการพลังงานทดแทนที่ไม่เคยเกิดขึ้น

ผู้เสียหายส่วนใหญ่เป็นนักธุรกิจต่างชาติที่หลงเชื่อคำโฬมจี๋ ตำรวจกำลังเร่งติดตามทรัพย์สินที่ฟอกเงินไป เพื่อนำกลับคืนเจ้าของ คดีนี้ถือเป็นตัวอย่างสำคัญของการฉ้อโกงข้ามชาติที่ต้องปราบปรามอย่างเด็ดขาด

จากมุมมองของผู้เขียน คำชี้แจงของ ร.อ.ธรรมนัส แสดงถึงความมั่นใจและพร้อมพิสูจน์ตัวเอง หากมีหลักฐานชัดเจน สังคมควรให้โอกาส แต่ในขณะเดียวกัน ก็ต้องติดตามการทำงานของเจ้าหน้าที่ให้โปร่งใส เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดกรณีคล้ายกันในอนาคต

CTA: ติดตามข่าวสารการเมืองและคดีสำคัญได้ที่บล็อกของเรา เพื่อไม่พลาดอัปเดตล่าสุด!

ที่มา – “ธรรมนัส” ปัดไม่เกี่ยวคดี “เบน สมิธ” เหตุคดีเกิดก่อนรู้จักกัน

“วิโรจน์” แนะรัฐบาลวางท่าทีรอบคอบ หลังสหรัฐบุกอิหร่าน

“วิโรจน์” แนะรัฐบาลวางท่าทีให้รอบคอบ อย่าผลีผลามหลังสหรัฐฯบุกอิหร่าน เป็นประเด็นร้อนที่หลายคนให้ความสนใจในช่วงนี้ โดยเฉพาะท่ามกลางสถานการณ์โลกที่ตึงเครียด นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร รองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ได้ออกมาให้คำแนะนำสำคัญต่อรัฐบาลไทยใหม่ ในการรับมือกับการบุกโจมตีของสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลต่ออิหร่าน

“วิโรจน์” แนะรัฐบาลวางท่าทีให้รอบคอบ อย่าผลีผลามหลังสหรัฐฯบุกอิหร่าน

วันที่ 1 มีนาคม 2569 นายวิโรจน์ เน้นย้ำว่ารัฐบาลไทยต้องวางท่าทีอย่างรอบคอบ โดยยึดหลักกฎหมายระหว่างประเทศและหลักการสากล ไม่ควรกลัวจนละเลยหลักการ หรือผลีผลามเลือกข้าง โดยเฉพาะในยุคประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่เด็ดขาดทั้งด้านทหารและสงครามการค้า สถานการณ์นี้ส่งผลกระทบต่อไทยในหลายมิติ เช่น การค้าขาย พลังงาน และความมั่นคง ดังนั้น รัฐบาลควรประเมินผลกระทบอย่างละเอียด

วิเคราะห์ท่าทีรัฐบาลไทยหลังสหรัฐบุกอิหร่าน

การบุกโจมตีของสหรัฐฯ ทำให้ภูมิภาคตะวันออกกลางร้าวฉาน ไทยซึ่งพึ่งพาน้ำมันจากอิหร่านและพันธมิตร อาจเผชิญราคาน้ำมันพุ่งสูง นายวิโรจน์ แนะนำให้รัฐบาลใช้外交ที่สมดุล ไม่ประกาศจุดยืนชัดเจนทันที เพื่อรักษาผลประโยชน์ชาติ

แซวให้แมว 3 ตัวแบกครม. นอกจากประเด็นต่างประเทศ นายวิโรจน์ยังวิจารณ์การจัดตั้งคณะรัฐมนตรี (ครม.) ใหม่ว่าเป็นระบบโควตา ใช้ "3 ทหารเสือ" คือ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.ต่างประเทศ, นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ และนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ-รมว.คลัง เป็นหน้าเป็นตา ที่เหลือเกลี่ยโควตาตามพรรคร่วม ไม่ใช่จากความสามารถ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) เองก็มีปัญหา เพราะสมาชิกแท้ๆ เพียง 70 คน ที่เหลือดูดมารวมจากมุ้งต่างๆ อาจไม่ภักดีเต็มที่ หากเปรียบเป็นทีมฟุตบอล ครม. 35 คน แต่มีแค่ 3 คนเป็นตัวหลัก หากเจ็บก็ล้มทั้งทีม

300 เสียงในสภา: ไม่ง่ายอย่างที่คิด

แม้พรรคภูมิใจไทยมีเสียงเกือบ 300 เสียง แต่ไม่ใช่เสียงแท้ทั้งหมด ร้อยกว่าคนมาจากบ้านใหญ่ มีอำนาจต่อรอง ในระยะสั้นอาจราบรื่นเพราะ "ขี้ใหม่หมาหอม" แต่ระยะยาว "ขี้เก่าหมาแกว" อาจมีปัญหา นายวิโรจน์ เปรียบเหมือนประเทศราชที่ส่งบรรณาการแต่ต้องการผลตอบแทน หากไม่ได้อาจแข็งข้อ

  • เสียง 70 เสียงแท้: ควบคุมง่าย
  • เสียงร้อยกว่าจากมุ้งอื่น: มีทรัพยากรตัวเอง ต่อรองได้
  • เสี่ยงล้มครม. หากไม่แบ่งโควตาเหมาะสม

อ่านเกมนายธรรมนัส: ต้องการร่วม ไม่ใช่ล้มรัฐบาล

สำหรับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า นายวิโรจน์ ชี้ว่าไม่ใช่ศัตรูจริง แต่เป็น "กิ๊กอยากชิงบ้าน" ต้องการร่วมรัฐบาลมากกว่าล้ม ข่าวขู่เลือกตั้งโมฆะอาจเป็นแค่กลยุทธ์เจรจา หากนายอนุทินยื่นมือ ก็อาจถอนทัพ ทั้งคู่อยู่ใต้ "กลุ่มจารีต" จึงไม่กล้าสู้สุดทาง

สรุปแล้ว “วิโรจน์” แนะรัฐบาลวางท่าทีให้รอบคอบ อย่าผลีผลามหลังสหรัฐฯบุกอิหร่าน จะช่วยให้รัฐบาลใหม่เดินหน้าได้มั่นคง ในมุมมองของเรา สถานการณ์นี้เป็นบททดสอบสำคัญของผู้นำไทย ควรเน้นผลประโยชน์ชาติเหนือการเมืองพรรค คุณคิดอย่างไรกับคำแนะนำนี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และกดแชร์เพื่อติดตามข่าวการเมืองอัปเดต!

ที่มา – “วิโรจน์” แนะรัฐบาลวางท่าทีให้รอบคอบ อย่าผลีผลามหลังสหรัฐฯบุกอิหร่าน

“ธรรมนัส” ประกาศมีเพจ “ธรรมนัส พรหมเผ่า” เพียงเพจเดียว

สวัสดีครับพี่น้องชาวโซเชียลทุกท่าน! ในยุคที่ข่าวสารไหลเวียนรวดเร็วแบบนี้ การแยกแยะข้อมูลจริง-ปลอมกลายเป็นเรื่องสำคัญมาก ๆ เลยนะครับ โดยเฉพาะกับบุคคลสาธารณะอย่าง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ล่าสุดท่านได้ออกมาประกาศชัดเจนว่า “ธรรมนัส” ประกาศมีเพจ “ธรรมนัส พรหมเผ่า” เพียงเพจเดียว ย้ำให้ทุกคนติดตามข้อมูลจากช่องทางหลักเท่านั้น เพื่อหลีกเลี่ยงความสับสนจากเพจ impostor ที่ผุดขึ้นมาราวกับดอกเห็ด

“ธรรมนัส” ประกาศมีเพจ “ธรรมนัส พรหมเผ่า” เพียงเพจเดียว

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 ร.อ.ธรรมนัส ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว “ธรรมนัส พรหมเผ่า” โดยระบุตรง ๆ เลยครับว่า ในช่วงที่มีกระแสข่าวมากมาย โดยเฉพาะเรื่องเกี่ยวกับตัวท่านและพรรคกล้าธรรม ขอแจ้งให้ทราบว่า มี Facebook เพจหลัก เพียงเพจนี้ เพจเดียวเท่านั้น! ข้อมูลที่เป็นกระแสจากเพจอื่น ๆ ไม่ได้มาจากท่านโดยตรง ถ้ามีอัปเดตอะไร จะประกาศจากเพจนี้เท่านั้น

ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญ? เพราะในช่วงที่ผ่านมา มีเพจเฟซบุ๊กหลายเพจที่พยายามสวมรอยเป็นเพจของ ร.อ.ธรรมนัส พวกมันเผยแพร่ข้อมูลไปในทิศทางต่าง ๆ บางเพจอาจโพสต์ข่าวปลอม ข่าวลือ หรือแม้แต่เนื้อหาที่บิดเบือนเพื่อสร้างความเข้าใจผิดให้กับสังคม ส่งผลให้พี่น้องประชาชนสับสน ไม่รู้จะเชื่อข้อมูลไหนดี

ย้ำติดตามข้อมูลจากช่องทางหลักเท่านั้น หลัง “ธรรมนัส” ประกาศมีเพจ “ธรรมนัส พรหมเผ่า” เพียงเพจเดียว

เพื่อความชัดเจน ร.อ.ธรรมนัส ขอให้ทุกท่านติดตามข่าวสารจากเพจทางการ “ธรรมนัส พรหมเผ่า” เพียงช่องทางเดียวเท่านั้น เพราะที่นี่จะมีข้อมูลที่ถูกต้อง เป็นทางการ และตรงจากตัวท่านเอง ไม่ต้องกังวลว่าจะโดนหลอกอีกต่อไป นี่คือวิธีรับมือกับปัญหาเพจปลอมในยุคดิจิทัลที่เราทุกคนต้องระวัง

มาดูกันครับว่าทำไมเพจปลอมถึงเกิดขึ้นบ่อย และเราจะป้องกันตัวเองได้อย่างไร:

  • กระแสข่าวร้อนแรง: เมื่อบุคคลอย่าง ร.อ.ธรรมนัส มีบทบาทสำคัญในวงการการเมือง เช่น การเป็นรองนายกฯ ดูแลกระทรวงเกษตร หรือกิจกรรมพรรคกล้าธรรม ก็ยิ่งดึงดูดให้มีคนอยากแสวงหาผลประโยชน์จากชื่อเสียง
  • จุดประสงค์ซ่อนเร้น: บางเพจอาจถูกใช้เพื่อโจมตี สร้างกระแสลบ หรือหลอกลวงให้คลิกแชร์เพื่อเพิ่มยอดวิว
  • ขาดการตรวจสอบ: เฟซบุ๊กมีผู้ใช้จำนวนมาก ทำให้เพจปลอมหลุดรอดการกรองได้ง่าย
  • ผลกระทบต่อสังคม: ข้อมูลผิดพลาดอาจนำไปสู่ความแตกแยกหรือการตัดสินใจที่ไม่ถูกต้อง

นอกจากนี้ ร.อ.ธรรมนัส ยังเน้นย้ำว่า ถ้ามีข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับตัวท่านหรือพรรค จะโพสต์จากเพจหลักเท่านั้น ดังนั้น พี่น้องที่สนใจติดตามผลงาน เช่น นโยบายเกษตรกรรม โครงการช่วยเหลือ农民 หรือข่าวพรรคกล้าธรรม ควรกดติดตามเพจ “ธรรมนัส พรหมเผ่า” แล้วตั้งค่าแจ้งเตือนไว้เลยครับ จะได้ไม่พลาดข่าวดี ๆ

ในมุมมองของผม การประกาศครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องเพจ แต่เป็นการสร้างความน่าเชื่อถือในยุคข่าวปลอมระบาด มันแสดงให้เห็นถึงความรับผิดชอบของผู้นำในการสื่อสารตรงกับประชาชน ช่วยลด fake news ได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากทุกคนช่วยกันรายงานเพจปลอมให้เฟซบุ๊กลบ สังคมเราก็จะบริสุทธิ์ขึ้นเยอะเลย

สุดท้ายนี้ ขอเชิญชวนทุกท่าน กดติดตามเพจ “ธรรมนัส พรหมเผ่า” เพียงเพจเดียว เพื่อรับข้อมูลจริงล่าสุด และแชร์บทความนี้ให้เพื่อน ๆ รับรู้ ช่วยกันต่อต้านเพจปลอมนะครับ! ถ้ามีคำถามอะไร คอมเมนต์มาคุยกันได้เลย

ที่มา – “ธรรมนัส” ประกาศมีเพจ “ธรรมนัส พรหมเผ่า” เพียงเพจเดียว ย้ำติดตามข้อมูลจากช่องทางหลักเท่านั้น

“เสรีพิศุทธ์” ร้องผู้ตรวจการฯ สกัด “อนุทิน” ตั้ง “ธรรมนัส”

ในวงการการเมืองไทยที่ร้อนระอุ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ได้ยื่นหนังสือร้องเรียนต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อตรวจสอบกรณี“เสรีพิศุทธ์” ร้องผู้ตรวจการฯ สกัด “อนุทิน” ตั้ง “ธรรมนัส” ขัดจริยธรรมร้ายแรง ซึ่งเป็นประเด็นที่สร้างความฮือฮาและจุดประกายการถกเถียงเรื่องจริยธรรมของนักการเมืองไทย

“เสรีพิศุทธ์” ร้องผู้ตรวจการฯ สกัด “อนุทิน” ตั้ง “ธรรมนัส” ขัดจริยธรรมร้ายแรง

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 โดยพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เดินทางยื่นหนังสือต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน ขอให้ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของนายอนุทิน ชาญวีรกูล ในฐานะนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กรณีแต่งตั้งร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า เป็นรัฐมนตรีในรัฐบาลที่ผ่านมา แม้ปัจจุบันจะเป็นรัฐบาลรักษาการแล้วก็ตาม พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ยืนยันว่าการแต่งตั้งดังกล่าวอาจเข้าข่ายขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 160 (4) และ (5) เกี่ยวกับความซื่อสัตย์สุจริตและจริยธรรมร้ายแรง จึงขอให้ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย

สาเหตุที่เพิ่งร้องเรียนในช่วงนี้

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ อธิบายว่าสาเหตุที่เลือกยื่นตอนนี้เพราะมองเห็นแนวโน้มว่านายอนุทินกำลัง “กินรวบ” อำนาจ โดยเฉพาะการใช้อำนาจรักษาการโยกย้ายข้าราชการระดับสูง เช่น ปลัดจังหวัดและนายอำเภอ ซึ่งอาจกระทบต่อกระบวนการเลือกตั้ง นอกจากนี้ยังหยิบยกพฤติกรรมเก่าๆ อย่างการซื้อเสียงในบุรีรัมย์เมื่อ 30 ปีก่อนมาเปรียบเทียบ เพื่อเน้นย้ำปัญหาจริยธรรมที่ฝังรากลึก

เมื่อถูกถามถึงผลกระทบต่อร้อยเอกธรรมนัส พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ตอบอย่างหนักแน่นว่า “ไม่สน” เพราะทำเพื่อประเทศชาติ ยืนยันจุดยืนไม่สนับสนุนบุคคลที่มีปัญหาคุณธรรม แม้คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญเรื่องคดีต่างประเทศจะเป็นแค่ด้านกฎหมาย แต่ด้านจริยธรรม ผู้แต่งตั้งอย่างนายอนุทินต้องรับผิดชอบเต็มๆ

วิจารณ์กกต. และประเด็นอื่นๆ

นอกจากประเด็นหลักแล้ว พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ยังวิจารณ์การทำงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) อย่างดุเดือด โดยเฉพาะการรีบประกาศรับรองผลเลือกตั้งภายใน 17 วัน ทั้งที่กฎหมายให้เวลาถึง 60 วัน สงสัยว่าเป็นการเอื้อประโยชน์ให้นายอนุทินจัดตั้งรัฐบาลหรือไม่ พร้อมขู่ดำเนินคดีกับนายแสวง บุญมี เลขาธิการกกต. หากรับรอง ส.ส. บัญชีรายชื่อโดยไม่เคลียร์ข้อกังขา

  • ตั้งคำถามกรณีพรรคประชาชนเปลี่ยนผู้สมัครเขต 33 บางกอกน้อย ส่งนายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร แทน สงสัยว่ามีการ “ฮั้ว” จ่ายเงินใต้โต๊ะให้กกต. หรือไม่ เตรียมยื่นฟ้องเพิ่ม
  • ปฏิเสธการรวมพรรคกับภูมิใจไทยเพื่อจัดตั้งรัฐบาล 300 เสียง ยืนยืนยันจุดยืนปราบโกง
  • เสนอให้ ส.ส. ที่ไม่เห็นด้วยกับทุจริต รวมตัวกัน และชูอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกฯ ที่เหมาะสม

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ทิ้งท้ายว่า ไม่ได้เกลียดอนุทินหรือธรรมนัสเป็นการส่วนตัว แต่ไม่อยากเห็น “คนชั่ว” มาปกครองบ้านเมือง อยากได้คนดีตามพระราชดำรัส ร.9

ผลกระทบและมุมมองต่อการเมืองไทย

ประเด็น“เสรีพิศุทธ์” ร้องผู้ตรวจการฯ สกัด “อนุทิน” ตั้ง “ธรรมนัส” ขัดจริยธรรมร้ายแรง สะท้อนปัญหาโครงสร้างการเมืองไทยที่จริยธรรมนักการเมืองถูกตั้งคำถามบ่อยครั้ง การร้องเรียนครั้งนี้ไม่เพียงตรวจสอบบุคคล แต่ยังเป็นการเตือนใจให้สังคมตื่นตัวกับการใช้อำนาจ หากศาลรัฐธรรมนูญรับวินิจฉัย อาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ โดยเฉพาะในช่วงรัฐบาลรักษาการที่อำนาจล้นมือ

จากมุมมองผู้เชี่ยวชาญ การเมืองไทยต้องการการปฏิรูปจริยธรรมอย่างจริงจัง เพื่อป้องกันการแต่งตั้งบุคคลที่มีประวัติ争议เข้ามามีอำนาจ นอกจากนี้ยังเชื่อมโยงกับปัญหาใหญ่เช่น การซื้อเสียง โยกย้ายข้าราชการ และความไม่โปร่งใสของกกต. ซึ่งหากไม่แก้ไข ประชาธิปไตยไทยอาจเสี่ยง

ในฐานะนักข่าวการเมืองที่ติดตามใกล้ชิด เรามองว่าการเคลื่อนไหวของพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เป็นสัญญาณบวกที่แสดงให้เห็นว่ายังมีนักการเมืองที่กล้าต่อสู้เพื่อความถูกต้อง แม้จะเสี่ยงต่อกระแสต่อต้าน

คุณคิดอย่างไรกับประเด็น“เสรีพิศุทธ์” ร้องผู้ตรวจการฯ สกัด “อนุทิน” ตั้ง “ธรรมนัส” ขัดจริยธรรมร้ายแรง ? การเมืองไทยควรมีกลไกตรวจสอบจริยธรรมที่เข้มงวดกว่านี้หรือไม่? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อกระตุ้นให้สังคมตื่นตัว!

ที่มา – “เสรีพิศุทธ์” ร้องผู้ตรวจการฯ สกัด “อนุทิน” ตั้ง “ธรรมนัส” ขัดจริยธรรมร้ายแรง

“อนุทิน” ยังไม่คุย “ธรรมนัส” รอ กกต.รับรอง ส.ส.

ในสถานการณ์การเมืองที่ร้อนระอุหลังการเลือกตั้ง “อนุทิน” ยังไม่คุย “ธรรมนัส” รอ กกต. ประกาศรับรอง ส.ส. ทั้งหมด เพื่อความชัดเจนก่อนตัดสินใจเรื่องสำคัญ ล่าสุดนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ให้สัมภาษณ์สื่อครั้งแรกหลังเหตุการณ์สำคัญ โดยยืนยันจุดยืนที่ระมัดระวัง

“อนุทิน” ยังไม่คุย “ธรรมนัส” รอ กกต. ประกาศรับรอง สส. ทั้งหมด

เมื่อเวลา 13.50 น. วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทินกำลังจะเดินทางไปจังหวัดแพร่ แต่ได้แวะทักทายนักศึกษาฝึกงานบริเวณตึกไทยคู่ฟ้า สร้างโมเมนต์น่ารักด้วยการถ่ายรูปร่วมกันและโพลารอยด์เป็นที่ระลึก พร้อมสอบถามหน่วยงานที่ฝึกงานและอวยพรให้โชคดี ก่อนขึ้นรถ ผู้สื่อข่าวถามถึงการสนทนากับร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรมที่เพิ่งให้สัมภาษณ์ครั้งแรก

นายอนุทินตอบชัดเจนว่า ยังไม่คุยกัน รอให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศรับรอง ส.ส. ทั้งระบบเขตและบัญชีรายชื่อให้ครบถ้วนก่อน หลีกเลี่ยงการคาดเดาที่อาจสร้างความสับสนในแวดวงการเมือง นี่เป็นสัญญาณว่านายอนุทินให้ความสำคัญกับกระบวนการตามกฎหมายมาก่อนเสมอ

ปัดสัมมนา ส.ส. ภูมิใจไทย ไม่เกี่ยวตั้งรัฐบาล – แบ่งเก้าอี้ รมต.

เมื่อถามถึงการประชุมสัมมนา ส.ส.พรรคภูมิใจไทยที่จังหวัดบุรีรัมย์ว่าจะนำไปสู่ความชัดเจนในการจัดตั้งรัฐบาลหรือแบ่งโควตารัฐมนตรีหรือไม่ นายอนุทินปฏิเสธทันควันว่า "ไม่เกี่ยว คนละเรื่อง" ชี้แจงว่าเป็นเพียงการปฐมนิเทศ ส.ส. ใหม่ หากกกต.รับรองครบแล้วเท่านั้น เมื่อย้ำถามเรื่องจำนวน ส.ส. 292 เสียงจะเพิ่มอีกหรือไม่ ก็เลี่ยงตอบด้วยวลีสบายๆ "have a good weekend" แสดงถึงสไตล์การสื่อสารที่ผ่อนคลายแต่หนักแน่น

พักโทษ “ทักษิณ” เป็นไปตามกฎหมาย ไม่สร้างแรงกระเพื่อม

อีกประเด็นร้อนคือกรณีการพักโทษนายทักษิณ ชินวัตร ในเดือนพฤษภาคมนี้ นายอนุทินยืนยันว่าเป็นไปตามกฎหมายและระเบียบทุกประการ ไม่มีอะไรนอกกรอบ ก่อนเดินทางออกจากทำเนียบทันที สะท้อนภาพลักษณ์ผู้นำที่ยึดหลักธรรมาภิบาล

สถานการณ์นี้เกิดขึ้นท่ามกลางการเจรจาจัดตั้งรัฐบาลที่เข้มข้น พรรคภูมิใจไทยซึ่งมี ส.ส.จำนวนมากกำลังถูกจับตาในฐานะตัวแปรสำคัญ การที่ “อนุทิน” ยังไม่คุย “ธรรมนัส” รอ กกต. ประกาศรับรอง ส.ส. ทั้งหมด ถือเป็นกลยุทธ์ที่รอบคอบ ช่วยลดความเสี่ยงจากข่าวลือและรักษาความน่าเชื่อถือ

  • รอรับรอง ส.ส. ระบบเขตและบัญชี: เพื่อความโปร่งใส
  • สัมมนา ส.ส.: แค่ปฐมนิเทศ ไม่ใช่แบ่งเก้าอี้
  • พักโทษทักษิณ: ยึดกฎหมายเป็นหลัก
  • สไตล์อนุทิน: ผ่อนคลายแต่เด็ดขาด

จากมุมมองนักวิเคราะห์ การเคลื่อนไหวนี้ช่วยให้พรรคภูมิใจไทยอยู่ในตำแหน่งที่ได้เปรียบในการเจรจา โดยไม่รีบร้อนตกลงอะไรที่อาจเสียหายในระยะยาว ผู้สนใจการเมืองควรติดตามประกาศกกต.ในเร็ววันนี้

ความเห็นส่วนตัว: การรอคอยของอนุทินแสดงถึงความเป็นมืออาชีพในวงการเมืองไทยที่ผันผวน สุดท้ายแล้ว กฎหมายและกระบวนการจะเป็นตัวตัดสินชี้ขาด

ติดตามข่าวการเมืองอัปเดตเพิ่มเติมได้ที่บล็อกของเรา เพื่อไม่พลาดทุกมุมมอง!

ที่มา – “อนุทิน” ยังไม่คุย “ธรรมนัส” รอ กกต. ประกาศรับรอง สส. ทั้งหมด ปัดสัมมนา สส. ไม่เกี่ยวตั้งรัฐบาล

“สส.ณัฐชาติ” ประกาศชัดขอเคียงข้าง “ธรรมนัส”

ในแวดวงการเมืองไทยหลังการเลือกตั้งส.ส.ล่าสุด มีกระแสข่าวลือหนาหูเกี่ยวกับ “สส.งูเห่า” หรือส.ส.ที่อาจจะสลับฝ่ายหรือเปลี่ยนพรรคเพื่อผลประโยชน์บางอย่าง โดยเฉพาะในพรรคใหม่ๆ อย่างพรรคกล้าธรรม ที่เพิ่งได้ส.ส.เข้ามา ล่าสุด “สส.ณัฐชาติ” ประกาศชัดขอเคียงข้าง “ธรรมนัส” อย่างไม่ใยดีต่อข่าวลือที่โยงชื่อตนเองเป็นหนึ่งใน 9 ส.ส.งูเห่าของพรรค ทำให้แฟนข่าวการเมืองหลายคนสนใจเป็นอย่างมาก

“สส.ณัฐชาติ” ประกาศชัดขอเคียงข้าง “ธรรมนัส”

วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 นายณัฐชาติ วงศ์ประเสริฐ ส.ส.เขต 3 สุพรรณบุรี พรรคกล้าธรรม เดินทางไปรับหนังสือรับรองส.ส.ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนทันทีเกี่ยวกับประเด็นร้อนที่ชื่อของตนถูกพาดหัวข่าวว่าเป็นหนึ่งใน 9 ส.ส.งูเห่ากล้าธรรม ส.ส.ณัฐชาติยืนยันชัดเจนว่า “สส.ณัฐชาติ” ประกาศชัดขอเคียงข้าง “ธรรมนัส” และไม่ทราบเรื่องข่าวลือนี้มาก่อน ตื่นเช้ามาเห็นข่าวก็ตกใจสุดๆ จนชาวบ้านในพื้นที่ส่งข้อความมาถามกันยกใหญ่

ส.ส.ณัฐชาติบอกว่า ข่าวนี้น่าจะเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์จากคนสนใจการเมืองเท่านั้น ไม่มีมูลความจริงภายในพรรคเลย แม้ยังไม่ได้คุยตรงๆ กับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม แต่ได้พูดคุยกับเพื่อนส.ส.ในกลุ่มแล้ว ทุกคนมองว่าเรื่องนี้ไม่น่าจะเกิดขึ้นจริง และยังไม่มีพรรคอื่นมาทาบทามแต่อย่างใด การพูดคุยกันในกลุ่มส.ส.ทั้ง 9 คนที่ถูกกล่าวถึง ก็เป็นแค่การแซวกันขำๆ ไม่ได้ถกเถียงจริงจัง ส.ส.ณัฐชาติย้ำว่า ไม่ว่าจะอยู่ฝ่ายไหน ก็พร้อมทำงานเต็มที่เพื่อประชาชน

ปฏิกิริยาตกใจครั้งแรกของส.ส.ณัฐชาติต่อข่าวลือ

ยอมรับว่าตกใจมาก เพราะเป็นส.ส.สมัยแรก และมาจากจังหวัดสุพรรณบุรีด้วย ทำให้กลายเป็นประสบการณ์ชีวิตบทเรียนแรกบนหน้าสื่อหลักของประเทศ ส.ส.ณัฐชาติกล่าวว่า ข่าวแบบนี้ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้ตนเองได้ดีทีเดียว เมื่อถูกถามว่าเป็นการโยนหินถามทางหรือไม่ เพราะสุพรรณบุรีทั้ง 5 เขตเป็นฐานของพรรคภูมิใจไทย มีพรรคกล้าธรรมได้แค่เขตเดียว บางคนอาจอยากให้ทั้งจังหวัดเป็นสีน้ำเงิน ส.ส.ณัฐชาติเห็นว่าไม่น่าจะใช่ เพียงกระแสพูดคุยในสังคมเท่านั้น พรรคกล้าธรรมชัดเจนเรื่องทำงานเพื่อประชาชน แม้การเมืองจะมีเรื่องไขว้เขวบ้าง แต่ไม่ใช่การกลั่นแกล้ง

พื้นเพส.ส.ณัฐชาติและความสัมพันธ์ในสุพรรณบุรี

ส.ส.ณัฐชาติ วงศ์ประเสริฐ เป็นนักการเมืองท้องถิ่นตัวจริง เคยเป็นสมาชิกสภาจังหวัด (สจ.) สุพรรณบุรี มาก่อน จึงรู้จักมักคุ้นกับส.ส.สุพรรณบุรีทุกรุ่นทุกรสชาติ ไม่มีปัญหากับ “บ้านใหญ่” ในพื้นที่ เป็นพี่น้องกันดี พร้อมทำงานร่วมกัน เมื่อถามถึงการนัดหมายของ ร.อ.ธรรมนัส กับส.ส.พรรค ส.ส.ณัฐชาติแจ้งว่า ยังไม่มีกำหนดชัดเจน เป็นแค่นัดรายงานตัวเท่านั้น

ความรู้สึกหลังชนะเลือกตั้ง ส.ส.ณัฐชาติ ดีใจที่สุดในชีวิต กราบขอบคุณพี่น้องสุพรรณบุรีที่ให้โอกาส จะน้อมรับทุกคะแนนเสียงด้วยจิตใจมุ่งมั่น พัฒนาจังหวัดให้เจริญรุ่งเรือง และยืนยันชัดเจนว่า ไม่ว่าร.อ.ธรรมนัสจะไปทางไหน ก็จะตามไปด้วยเสมอ

บริบทพรรคกล้าธรรมและความหมายของ “สส.งูเห่า”

พรรคกล้าธรรมก่อตั้งโดย ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า อดีตส.ส.พรรคพลังประชารัฐที่เคยมีดราม่าเรื่องสัญชาติ แต่ยังคงมีฐานเสียงในพื้นที่ชนบท โดยเฉพาะภาคกลางอย่างสุพรรณบุรี คำว่า “งูเห่า” ในวงการการเมืองไทยหมายถึงส.ส.ที่ดูภักดีแต่แอบเจรจากับพรรคอื่นเพื่อสลับฝ่ายหลังจัดตั้งรัฐบาล มักเกิดหลังเลือกตั้งเสมอ กระแสนี้ทำให้พรรคเล็กๆ อย่างกล้าธรรมต้องระวัง

  • ส.ส.ณัฐชาติยันไม่รู้เรื่องทาบทามจากพรรคอื่น
  • กลุ่มส.ส.9คนคุยกันแซวๆ ไม่มีจริงจัง
  • มุ่งทำงานสุพรรณบุรี ไม่สนข่าวลือ
  • เคารพส.ส.พรรคภูมิใจไทยในพื้นที่

ประเด็นนี้สะท้อนภาพการเมืองไทยที่เต็มไปด้วยการเก็งกำไร แต่ส.ส.ณัฐชาติเลือกตอบโต้ด้วยการยืนยันความจงรักภักดีต่อพรรคและหัวหน้าที่ปรึกษา

แผนงานอนาคตเพื่อชาวสุพรรณบุรี

ส.ส.ณัฐชาติมีวิสัยทัศน์ชัดเจนในการพัฒนาเขต 3 สุพรรณบุรี เน้นโครงสร้างพื้นฐาน การศึกษา สุขภาพ และเศรษฐกิจท้องถิ่น โดยจะประสานงานกับพรรคและรัฐบาลเพื่อนำงบประมาณมาพัฒนาพื้นที่ หวังให้สุพรรณบุรีเป็นจังหวัดน่าอยู่

สุดท้ายแล้ว “สส.ณัฐชาติ” ประกาศชัดขอเคียงข้าง “ธรรมนัส” แสดงให้เห็นถึงความสามัคคีในพรรคกล้าธรรม ซึ่งอาจช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้พรรคท่ามกลางกระแสข่าวลือ หากคุณเป็นคนสุพรรณบุรีหรือสนใจการเมืองไทย อย่าลืมติดตามพัฒนาการของส.ส.ท่านนี้ และแชร์บทความนี้เพื่อให้ข้อมูลถึงมือคนอื่นๆ ด้วยนะครับ! คุณคิดอย่างไรกับข่าวงูเห่า คอมเมนต์ด้านล่างได้เลย

ที่มา – “สส.ณัฐชาติ” ประกาศชัดขอเคียงข้าง “ธรรมนัส” ไม่รู้เรื่องถูกโยงเป็น 1 ใน 9 สส. งูเห่ากล้าธรรม

“ธรรมนัส” โชว์ฟิตออกกำลังกาย ท่ามกลางข่าวร้อน

ธรรมนัส โชว์ฟิตออกกำลังกาย กลายเป็นประเด็นร้อนในโซเชียลมีเดีย เมื่อ “จุ๊บจิ๊บ” ธนพร ศรีวิราช ภรรยาของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า โพสต์คลิปวิดีโอสุดฟิต ท่ามกลางกระแสข่าวทางการเมืองที่พรรคกล้าธรรมอาจไม่ได้ร่วมรัฐบาล และมี “งูเขียว” โผล่มาสนับสนุนพรรคภูมิใจไทย

ธรรมนัส โชว์ฟิตออกกำลังกาย

วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 หลังจาก ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม (กธ.) เดินทางกลับจากการพักผ่อนดูแสงเหนือที่ฟินแลนด์ เขาเลือกเก็บตัวเงียบ ไม่เดินทางเข้าทำงานที่กระทรวง แต่ส่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรฯ ไปปฏิบัติหน้าที่แทน ล่าสุดเวลา 20.00 น. “จุ๊บจิ๊บ” ได้โพสต์สตอรี่อินสตาแกรม @jarubjubjib คลิปวิดีโอที่ ธรรมนัส โชว์ฟิตออกกำลังกาย โดยยกดัมเบลในชุดเสื้อกล้ามสีน้ำเงิน กางเกงขาสั้นสีขาว มีลูกสาวร่วมเวิร์คเอาท์ด้วย บรรยากาศดูอบอุ่นและแข็งแรง

คลิปนี้มียอดวิวสูงทันที เพราะเกิดขึ้นท่ามกลางข่าวลือหนาหูเรื่องพรรคกล้าธรรมที่อาจไม่ได้รับเก้าอี้ในรัฐบาลใหม่ แถมยังมีข่าว “งูเขียว” จากพรรคกล้าธรรมบางคนไปร่วมสนับสนุนการจัดตั้งรัฐบาลของพรรคภูมิใจไทย ทำให้สมาชิกพรรคแตกแยก สร้างความฮือฮาในวงการการเมืองไทย

กระแสข่าวพรรคกล้าธรรมและงูเขียว

พรรคกล้าธรรมก่อตั้งโดยกลุ่มอดีต ส.ส. ที่แยกตัวจากพรรคพลังประชารัฐ โดยมี ร.อ.ธรรมนัส เป็นกำลังสำคัญ แต่ล่าสุดเกิดกระแสว่าพรรคอาจพลาดโอกาสร่วมรัฐบาล เพราะการเจรจาล่ม และมีสมาชิกบางคนที่ถูกเรียกว่า “งูเขียว” (สัญลักษณ์ของการทรยศหรือแปรพักตร์) ไปสมัครใจร่วมกับพรรคภูมิใจไทยแทน สิ่งนี้ทำให้เกิดคำถามว่าพรรคจะไปต่ออย่างไร

  • ธรรมนัสเก็บตัวหลังกลับจากฟินแลนด์ ไม่เข้าอoffice
  • มอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยฯ ทำงานแทน
  • โพสต์คลิปธรรมนัส โชว์ฟิตออกกำลังกาย ผ่านอินสตาแกรมภรรยา
  • ข่าวพรรคกล้าธรรมอาจไม่ร่วมรัฐบาล
  • งูเขียวจากพรรคไปร่วมภูมิใจไทย

หลายคนวิเคราะห์ว่า การที่ธรรมนัสเลือกโชว์ฟอร์มฟิตในช่วงนี้ อาจเป็นการส่งสัญญาณถึงสุขภาพที่แข็งแรง พร้อมลุยการเมืองต่อ แม้จะมีปัญหาภายในพรรค ร.อ.ธรรมนัสซึ่งมีประสบการณ์ยาวนานในวงการทหารและการเมือง เคยผ่านศึกเลือกตั้งหลายสมรภูมิ และเป็นตัวละครสำคัญในพรรคพลังประชารัฐมาก่อน การออกกำลังกายยกดัมเบลนี้ ไม่เพียงแสดงถึงวินัยส่วนตัว แต่ยังอาจเป็นภาพลักษณ์ที่ต้องการสื่อถึงความพร้อมรับมือสถานการณ์

ความหมายเบื้องหลังคลิปธรรมนัส โชว์ฟิตออกกำลังกาย

ในยุคที่โซเชียลมีเดียเป็นเวทีการเมือง การโพสต์คลิปเช่นนี้ช่วยสร้างภาพลักษณ์บวก โดยเฉพาะกับนักการเมืองวัย 60+ ที่แสดงให้เห็นว่ายังฟิตปั๋ง ลูกสาวร่วมออกกำลังกายยังเพิ่มความน่ารักและครอบครัวอบอุ่น แต่ท่ามกลางข่าวร้ายเรื่องพรรค คลิปนี้อาจเป็นการเบี่ยงเบนความสนใจ หรือยืนยันว่าธรรมนัสยังคุมเกมได้

นอกจากนี้ ยังมีกระแสวิเคราะห์ถึงทริปฟินแลนด์ที่เพิ่งจบ ว่าอาจเป็นช่วงพักผ่อนเพื่อวางแผนกลยุทธ์ใหม่สำหรับพรรคกล้าธรรม การเมืองไทยช่วงจัดตั้งรัฐบาลมักเต็มไปด้วยการเจรจาลับและการแปรพักตร์ คำว่า “งูเขียว” กลายเป็นวลีฮิตที่ชาวเน็ตใช้ล้อเลียนนักการเมืองที่เปลี่ยนข้าง

ผู้เชี่ยวชาญการเมืองมองว่า สถานการณ์นี้จะส่งผลต่อความน่าเชื่อถือของพรรคกล้าธรรม หากธรรมนัสสามารถรวมพรรคได้อีกครั้ง อนาคตอาจสดใส แต่หากแตกแยกต่อเนื่อง อาจกลายเป็นพรรคเล็กที่ไม่มีอิทธิพล

สุดท้าย ธรรมนัส โชว์ฟิตออกกำลังกาย คลิปนี้ไม่ใช่แค่เรื่องฟิตเนส แต่สะท้อนมุมมองชีวิตและการเมืองที่เชื่อมโยงกัน นักการเมืองสมัยใหม่ต้องฟิตทั้งกายและใจเพื่อสู้ในสนามรบที่โหดร้าย

คุณคิดอย่างไรกับคลิปนี้? มันเป็นสัญญาณบวกหรือกลยุทธ์การเมือง? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และติดตามข่าวการเมืองอัปเดตทุกวันได้ที่นี่!

ที่มา – “ธรรมนัส” โชว์ฟิตออกกำลังกาย ท่ามกลางกระแสข่าวกล้าธรรมไม่ได้ร่วมรัฐบาล-งูเขียวโผล่

Scroll to top