ประกันสังคม

แรงงานไทย เสียชีวิตจากระเบิดในอิสราเอล สิทธิประโยชน์เร่งประสาน

เหตุการณ์สุดเศร้าที่แรงงานไทย เสียชีวิตจากระเบิดในอิสราเอลกำลังเป็นข่าวใหญ่ ทำให้หลายคนห่วงใยความปลอดภัยของพี่น้องแรงงานไทยที่ไปทำงานต่างประเทศ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีความขัดแย้ง น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้รับรายงานจากฝ่ายแรงงานประจำสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงเทลอาวีฟ และยืนยันว่ามีแรงงานไทยเสียชีวิตจริง ชื่อนายชัยวัฒน์ แววนิล อายุ 30 ปี จากจังหวัดชัยภูมิ เสียชีวิตเมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2569 เวลา 23.45 น. จากระเบิดลูกปราย

แรงงานไทย เสียชีวิตจากระเบิดในอิสราเอล รายละเอียดเหตุการณ์

ผู้เสียชีวิตเดินทางไปทำงานผ่านกรมการจัดหางาน เมื่อ 27 พฤษภาคม 2568 ทำงานภาคเกษตรที่ Ozer farm ในชุมชน Adanim ห่างจากเมือง Herzliya ราว 12 กม. กระทรวงแรงงานสั่งการทูตแรงงานในอิสราเอลดูแลพี่น้องแรงงานไทยให้อยู่ในพื้นที่ปลอดภัย ปฏิบัติตามคำแนะนำเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด และเร่งประสานสิทธิประโยชน์ รวมถึงเตรียมส่งร่างกลับไทย ทางการอิสราเอลจะชันสูตรศพและส่งร่างคืนภายใน 3-5 วัน

นอกจากนี้ แรงงานจังหวัดชัยภูมิและหน่วยงานกระทรวงแรงงานในพื้นที่ ได้ไปเยี่ยมให้กำลังใจครอบครัว แจ้งสิทธิประโยชน์ และช่วยเรื่องหนังสือมอบอำนาจเพื่อรับร่างกลับ ขณะที่พันตำรวจโท วรรณพงษ์ คชรักษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน เปิดเผยสิทธิที่ทายาทจะได้รับ

สิทธิประโยชน์สำหรับแรงงานไทย เสียชีวิตจากระเบิดในอิสราเอล

  • จากกองทุนช่วยเหลือคนหางานไปต่างประเทศ: สงเคราะห์ 40,000 บาท และค่าจัดการศพไม่เกิน 40,000 บาท
  • ประกันสังคม: เงินบำเหน็จชราภาพ 71,459.14 บาท (ยังไม่รวมผลประโยชน์อื่น)
  • จากสถาบันประกันภัยอิสราเอล: ค่าชดเชยไว้ทุกข์ ค่าฝังศพ ชดเชยรายเดือน/ประจำปี ค่าเล่าเรียนบุตร ช่วยเหลือจิตวิทยา (ขึ้นกับการพิจารณาและอัตราแลกเปลี่ยน)

เหตุการณ์นี้เตือนใจให้แรงงานไทยที่ทำงานในอิสราเอลและพื้นที่เสี่ยงอื่นๆ ต้องระมัดระวังตัวมากขึ้น ปัจจุบันมีแรงงานไทยในอิสราเอลกว่า 30,000 คน ส่วนใหญ่ทำงานเกษตร กระทรวงแรงงานย้ำให้ทุกคนติดตามข่าวสารจากสถานทูตและปฏิบัติตามกฎความปลอดภัย เช่น หลีกเลี่ยงพื้นที่ขัดแย้ง ซื้อประกันที่ครอบคลุม และแจ้งข้อมูลติดต่อครอบครัวเสมอ

สำหรับผู้ที่สนใจไปทำงานต่างประเทศ ควรศึกษาข้อมูลดีๆ ผ่านกรมการจัดหางาน เพื่อป้องกันปัญหาและรู้สิทธิประโยชน์ชัดเจน นอกจากนี้ รัฐบาลยังมีโครงการช่วยเหลือแรงงานต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง หากเกิดเหตุไม่คาดฝัน จะได้เคลมสิทธิเต็มที่

จากสถิติ แรงงานไทยเสียชีวิตต่างประเทศมีแนวโน้มลดลงเพราะมาตรการดูแลดีขึ้น แต่ความเสี่ยงยังมี โดยเฉพาะในตะวันออกกลาง สิ่งสำคัญคือการเตรียมตัวและติดตามสถานการณ์โลก เพื่อความปลอดภัยสูงสุด

คำแนะนำ: หากคุณหรือคนใกล้ตัวเป็นแรงงานไทยในต่างประเทศ อย่าลืมลงทะเบียนกับสถานทูตและซื้อประกันชีวิตเพิ่มเติม สนใจข้อมูลเพิ่มเติม คลิกตรวจสอบสิทธิประโยชน์ที่เว็บกระทรวงแรงงานได้เลย

ที่มา – “แรงงานไทย” เสียชีวิตจากระเบิดในอิสราเอล เร่งประสานสิทธิประโยชน์ ส่งร่างกลับไทย

ประกันสังคมแจงเกณฑ์เปลี่ยนสถานพยาบาลออนไลน์ก่อน 16.30 น.

คุณผู้ประกันตนหลายคนคงเคยเจอปัญหายื่นเปลี่ยนสถานพยาบาลแล้วสิทธิไม่เริ่มทันทีใช่ไหม? วันนี้เรามีข้อมูลสำคัญจาก ประกันสังคม ที่แจงเกณฑ์เปลี่ยนสถานพยาบาลออนไลน์ชัดเจน ย้ำว่าต้องยื่นก่อนเวลา 16.30 น. เท่านั้น เพื่อให้สิทธิการรักษาพยาบาลต่อเนื่องไม่สะดุด มาดูรายละเอียดกันเลย!

เกณฑ์เปลี่ยนสถานพยาบาลออนไลน์

น.ส.กาญจนา พูลแก้ว เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม ได้ชี้แจงเมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2569 เกี่ยวกับขั้นตอนการแจ้งเปลี่ยนสถานพยาบาลผ่านระบบออนไลน์ หลังพบว่าผู้ประกันตนบางรายไม่ได้รับสิทธิ์ตามรอบที่เลือก เพราะยื่นหลัง “เวลาตัดรอบข้อมูล” หรือ Cut-off Time เวลา 16.30 น. ของแต่ละวัน ข้อมูลจะไม่ถูกส่งเข้าฐานข้อมูลกลาง (SSO Core) ทันที ทำให้ระบบตรวจสอบความซ้ำซ้อนไม่ได้ สิทธิ์จึงเลื่อนไปรอบถัดไป

เกณฑ์หลักคือ ถ้ายื่นระหว่างวันที่ 1-15 ของเดือน และเสร็จก่อน 16.30 น. ของวันที่ 15 สิทธิ์จะเริ่มที่สถานพยาบาลใหม่ตั้งแต่วันที่ 16 เดือนนั้นเลย แต่ถ้ายื่นช้า ข้อมูลเลื่อนไปเดือนถัดไป เริ่มวันที่ 1 สำหรับยื่นวันที่ 16 ถึงวันทำการสุดท้าย ถ้าเสร็จก่อน 16.30 น. วันสุดท้าย สิทธิ์เริ่มวันที่ 1 เดือนหน้า แต่ถ้าช้าหรือยื่นวันหยุด สิทธิ์ขยับไปวันที่ 16 เดือนถัดไป

เกณฑ์เปลี่ยนสถานพยาบาลออนไลน์สำหรับมาตรา 33 และ 39

ผู้ประกันตนมาตรา 33 และ 39 สามารถเปลี่ยนสถานพยาบาลประจำได้ปีละ 1 ครั้ง ระหว่าง 16 ธันวาคม – 31 มีนาคม หรือตลอดปีถ้าย้ายที่อยู่/ที่ทำงานใหม่ นอกจากนี้ยังเปลี่ยนได้ในกรณีอื่นๆ ตามกฎ เพื่อความสะดวก สำนักงานประกันสังคมเปิดช่องทางออนไลน์หลากหลาย

  • เว็บไซต์ www.sso.go.th
  • แอป SSO Plus
  • Line Official: @ssothai
  • แอปพลิเคชันทางรัฐ (gThailand)
  • ยื่นที่สำนักงานประกันสังคมทุกแห่งทั่วประเทศ

ข้อควรระวังในการยื่นเกณฑ์เปลี่ยนสถานพยาบาลออนไลน์

หลายคนมักพลาดเพราะไม่เช็คเวลา 16.30 น. ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ ถ้าคุณกำลังวางแผนย้ายโรงพยาบาล ควรเช็คปฏิทินวันทำการและวันหยุดด้วย เพราะวันหยุดระบบปิดรับข้อมูล ส่งผลให้สิทธิ์ล่าช้า เราแนะนำให้ยื่นล่วงหน้า อย่างน้อย 1-2 วันก่อนเดดไลน์ เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหา

นอกจากนี้ เกณฑ์เปลี่ยนสถานพยาบาลออนไลน์ยังช่วยลดภาระการเดินทางไปสำนักงาน ทำให้ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย ผู้ประกันตนสามารถตรวจสอบสถานะสิทธิ์ผ่านแอปได้ทันที ช่วยให้วางแผนการรักษาได้ดีขึ้น โดยเฉพาะผู้ที่ย้ายถิ่นฐานบ่อย

เคล็ดลับเพิ่มสิทธิประกันสังคมให้คุ้มค่า

1. ดาวน์โหลดแอป SSO Plus ไว้เช็คสิทธิ์และยื่นเรื่องได้ทุกที่
2. จดเวลาตัดรอบ 16.30 น. ไว้ในปฏิทินโทรศัพท์
3. ถ้ามีปัญหา สอบถามสายด่วน 1506 ตลอด 24 ชม.
4. เลือกสถานพยาบาลใกล้บ้านเพื่อความสะดวกในการรักษา

การเข้าใจเกณฑ์เปลี่ยนสถานพยาบาลออนไลน์ จะช่วยให้คุณใช้สิทธิประกันสังคมได้เต็มประสิทธิภาพ ไม่ต้องกังวลเรื่องล่าช้า ลองวางแผนล่วงหน้าแล้วคุณจะเห็นความต่าง!

เรียบเรียงเพิ่มเติมเพื่อให้เข้าใจง่ายยิ่งขึ้น ถ้าคุณมีประสบการณ์ยื่นเปลี่ยนสถานพยาบาลมาแชร์กันได้นะ สุดท้ายนี้ อย่าลืมเช็คสิทธิ์ของคุณวันนี้ผ่านช่องทางออนไลน์ แล้วเริ่มใช้สิทธิ์รักษาพยาบาลได้อย่างมั่นใจ!

ที่มา – “ประกันสังคม” แจงเกณฑ์เปลี่ยนสถานพยาบาลออนไลน์ ย้ำต้องยื่นก่อนเวลา 4 โมงครึ่ง

ย้ำสถานะกองทุนประกันสังคมปี 2568 แข็งแกร่ง เน้นลงทุนมีเสถียรภาพ

ในยุคที่เศรษฐกิจมีความผันผวน ย้ำสถานะกองทุนประกันสังคมปี 2568 แข็งแกร่ง เน้นลงทุนมีเสถียรภาพ เป็นข่าวดีสำหรับพี่น้องผู้ประกันตนทั่วประเทศ สำนักงานประกันสังคม (สปส.) ได้ออกมาประกาศสถานะกองทุนที่มั่นคง พร้อมยอดเงินลงทุนสะสมทะลุ 2.9 ล้านล้านบาท ซึ่งสะท้อนถึงการบริหารจัดการที่รอบคอบและมีประสิทธิภาพ

ย้ำสถานะกองทุนประกันสังคมปี 2568 แข็งแกร่ง เน้นลงทุนมีเสถียรภาพ

เมื่อวันที่ 11 มีนาคม นางสาวกาญจนา พูลแก้ว เลขาธิการ สปส. ได้แถลงข่าวอย่างเป็นทางการ โดยข้อมูล ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 แสดงให้เห็นว่ากองทุนประกันสังคมมีเงินลงทุนสะสมรวม 2,859,400 ล้านบาท เกิดจากเงินสมทบจากนายจ้าง ลูกจ้าง และรัฐบาล รวม 1,728,722 ล้านบาท และผลตอบแทนจากการลงทุนสะสม 1,130,678 ล้านบาท ในปี 2568 นี้ สร้างผลตอบแทนที่รับรู้แล้วกว่า 80,000 ล้านบาท คิดเป็นอัตรา 6.1% ของพอร์ตการลงทุน

กลยุทธ์การลงทุนที่ยึดหลักเสถียรภาพเป็นสำคัญ โดยแบ่งสัดส่วนหลักทรัพย์มั่นคงสูง 69.01% และหลักทรัพย์เสี่ยง 30.99% การลงทุนในประเทศ 60.47% และต่างประเทศ 39.53% ทำให้กองทุนสามารถรับมือกับความเสี่ยงได้ดี สร้างความมั่นใจให้กับผู้ประกันตนกว่า 12 ล้านคนทั่วไทย

รายละเอียดการลงทุนกองทุนประกันสังคมปี 2568

  • เงินลงทุนสะสม: 2,859,400 ล้านบาท
  • เงินสมทบ: 1,728,722 ล้านบาท
  • ผลตอบแทนสะสม: 1,130,678 ล้านบาท
  • ผลตอบแทนปี 2568: 80,000 ล้านบาท (6.1%)
  • สัดส่วนลงทุน: มั่นคง 69.01%, เสี่ยง 30.99%

นอกจากนี้ กองทุนเงินทดแทนก็แข็งแกร่งไม่แพ้กัน มีเงินลงทุนสะสม 88,136 ล้านบาท จากเงินสมทบนายจ้างสุทธิ 52,664 ล้านบาท และผลตอบแทน 35,472 ล้านบาท ปี 2568 สร้างผลตอบแทน 4,228 ล้านบาท หรือ 5.68% โดยลงทุนมั่นคง 81.37% เสี่ยง 18.63% ในประเทศ 71.54% ต่างประเทศ 28.46%

ประโยชน์ที่ผู้ประกันตนได้รับจากเสถียรภาพกองทุน

การบริหารกองทุนที่ย้ำสถานะกองทุนประกันสังคมปี 2568 แข็งแกร่ง ช่วยให้สิทธิประโยชน์ เช่น กรณีชราภาพ สูงอายุ ว่างงาน และเจ็บป่วย มีความยั่งยืน ผู้ประกันตนสามารถวางใจได้ว่าสวัสดิการจะจ่ายครบถ้วนทันเวลา สอดคล้องมาตรฐานสากล

เลขาธิการ สปส. เน้นย้ำว่า การดำเนินงานเป็นไปตามระเบียบอย่างรัดกุม มุ่งสร้างผลตอบแทนยั่งยืน เพื่อสวัสดิการที่มั่นคงให้ทุกคน ในอนาคต สปส. จะปรับกลยุทธ์ให้เหมาะสมกับสถานการณ์เศรษฐกิจโลกต่อไป

สำหรับผู้ประกันตนที่สนใจตรวจสอบสถานะกองทุนหรือสิทธิประโยชน์ สามารถเข้าเว็บไซต์ สปส. หรือแอป SSO Connect ได้ทันที

สรุปแล้ว ย้ำสถานะกองทุนประกันสังคมปี 2568 แข็งแกร่ง เน้นลงทุนมีเสถียรภาพ เป็นสัญญาณบวกที่แสดงถึงความรับผิดชอบต่อแรงงานไทย หวังว่าทุกท่านจะได้รับประโยชน์เต็มที่ ลองเช็กสิทธิของคุณวันนี้เพื่อความอุ่นใจในวันพรุ่งนี้!

ที่มา – ย้ำสถานะกองทุนประกันสังคมปี 2568 แข็งแกร่ง เน้นลงทุนมีเสถียรภาพ

ประกันสังคมยกระดับบริการด้านดิจิทัล เปิดวอร์รูม

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคนที่กำลังตามข่าวสารเรื่องประกันสังคมอยู่! วันนี้มีข่าวดีมาบอกกันเลยนะครับ สำนักงานประกันสังคม (สปส.) ได้ประกันสังคมยกระดับบริการด้านดิจิทัล เปิดวอร์รูมศูนย์ปฏิบัติการเว็บแอพลิเคชัน (SSO Core) เพื่อให้บริการออนไลน์มีเสถียรภาพมากขึ้น รองรับการใช้งานของนายจ้าง ผู้ประกันตน และสถานพยาบาลทั่วประเทศแบบไม่สะดุด เรียกได้ว่าเป็นก้าวสำคัญในการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลเต็มตัวเลยทีเดียว

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 11 มีนาคม ที่ผ่านมา โดยนางนงค์ลักษณ์ กอวรกุล รองเลขาธิการ สปส. ได้รับมอบหมายจากเลขาธิการนางสาวกาญจนา พูลแก้ว ในการเปิดวอร์รูมดังกล่าว ณ ชั้น 1 อาคารวิทุรแสงสิงแก้ว ถนนติวานนท์ จังหวัดนนทบุรี บรรยากาศคึกคักมาก มีตัวแทนจากคณะอนุกรรมการพิจารณาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มาร่วมตรวจเยี่ยมด้วย ทั้งผู้แทนนายจ้าง ผู้ประกันตน และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

ประกันสังคมยกระดับบริการด้านดิจิทัล เปิดวอร์รูม

วอร์รูมศูนย์ปฏิบัติการนี้มีหน้าที่หลักคือเป็นศูนย์กลางรับเรื่องร้องเรียน คัดกรองปัญหา และสนับสนุนการใช้งานระบบ SSO Core ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของบริการเว็บแอพประกันสังคม ไม่ว่าจะเป็นการยื่นเรื่องทะเบียนนายจ้าง (ม.33/39/40) ชำระเงินสมทบ หรือขอรับประโยชน์ทดแทน ตอนนี้ทุกอย่างจะลื่นไหลขึ้นเยอะเลยครับ เพราะมีทีมงานคอยเฝ้าระวังแบบเรียลไทม์

จากการตรวจเยี่ยม พบว่ามีการวางโครงสร้างการทำงานครอบคลุม 5 ด้านหลักเลยทีเดียว ทำให้มั่นใจได้ว่าระบบพร้อมรับมือทุกสถานการณ์ ลองมาดูกันครับว่าด้านไหนบ้าง

โครงสร้างพื้นฐานและการสื่อสาร

  • ระบบคู่สายโทรศัพท์สำหรับรับเรื่องร้องเรียนและคัดกรองเบื้องต้น 4 คู่สาย เบอร์ 02-956-2911 ถึง 4
  • คู่สายสำหรับผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง 13 คู่สาย ครอบคลุมงานทะเบียน เงินสมทบ ประโยชน์ทดแทน เร่งรัดหนี้ การเงิน บัญชี และงานแพทย์

กระบวนการทำงาน

กำหนดขั้นตอนชัดเจน แบ่ง 2 ช่องทาง: สำหรับภายนอก (นายจ้าง/ผู้ประกันตน/สถานพยาบาล) ผ่านสายด่วน 1506 แล้วส่งต่อวอร์รูม ส่วนภายใน (เขต/จังหวัด) ติดต่อตรงได้เลย รวดเร็วทันใจมาก!

เทคโนโลยีสารสนเทศ

ติดตั้งระบบแสดงผลข้อมูลเรียลไทม์ ติดตามสถานะการทดสอบและรับเรื่องทางโทรศัพท์ แก้ปัญหาจนจบทุกเคส

นอกจากนี้ ยังมีคู่มือสำหรับเจ้าหน้าที่ในการเปลี่ยนผ่านระบบ SSO Core ช่องทางสื่อสารออนไลน์อย่าง Line OA และ Cisco Video Conference ครบครันสุดๆ นางนงค์ลักษณ์ยังเน้นย้ำว่าพร้อมรองรับผู้ใช้ทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง

ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญ? ในยุคที่ทุกคนพึ่งพาบริการออนไลน์ การมีวอร์รูมแบบนี้ช่วยลด downtime ของระบบ ลดความหงุดหงิดในการใช้งาน เช่น เวลายื่น 4.1 หรือตรวจสอบสิทธิ์ประกันสังคม ไม่ต้องรอคิวนานๆ อีกต่อไป โดยเฉพาะหลังโควิดที่การใช้งานดิจิทัลพุ่งสูง สปส. จึงต้องอัพเกรดให้ทันสมัย

สำหรับนายจ้าง ลดภาระในการติดตามเงินสมทบ ผู้ประกันตนเช็คสิทธิ์ได้ง่าย สถานพยาบาลส่งข้อมูลผู้ป่วยเร็วขึ้น ทุกฝ่าย win-win เลยครับ ถ้าเทียบกับระบบเก่า ปัญหาเว็บล่มหรือช้าจะน้อยลงมาก

ในอนาคต คาดว่าสปส. จะขยายบริการดิจิทัลเพิ่ม เช่น แอพมือถือเต็มรูปแบบ หรือ AI ช่วยตอบคำถาม ลองนึกภาพสิครับ ทุกอย่างคลิกเดียวเสร็จ!

ส่วนตัวผมคิดว่านี่คือก้าวย่างที่ดีของประกันสังคมยกระดับบริการด้านดิจิทัล เปิดวอร์รูม แสดงถึงวิสัยทัศน์ที่มองการณ์ไกล สมาชิกประกันสังคมอย่างเราควรสนับสนุนและใช้งานให้เต็มที่ เพื่อให้ระบบพัฒนาต่อไป หากมีปัญหา ลองโทร 1506 หรือเบอร์วอร์รูมดูนะครับ

คุณล่ะครับ คิดอย่างไรกับการพัฒนาครั้งนี้? แชร์ประสบการณ์ใช้งานระบบ SSO Core ในคอมเมนต์ด้านล่าง หรือแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ นายจ้างและผู้ประกันตนด้วยนะ จะได้ช่วยกันทำให้บริการดีขึ้น!

ที่มา – ประกันสังคมยกระดับบริการด้านดิจิทัล เปิดวอร์รูมศูนย์ปฏิบัติการเว็บแอพลิเคชัน

สำนักงานประกันสังคม เปิดรับสมัครงาน วุฒิ ป.ตรี เงินเดือนสูงสุด 1.8 แสน

วันนี้เรามีข่าวดีสำหรับวัยทำงานและบัณฑิตใหม่ที่กำลังมองหางานดีๆ สำนักงานประกันสังคม เปิดรับสมัครงาน วุฒิ ป.ตรี เงินเดือนสูงสุด 1.8 แสนบาท! กลายเป็นกระแสฮอตในโซเชียลมีเดียไปแล้วนะครับ หลังจากที่เพจเฟซบุ๊กของสำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน โพสต์ประกาศรับสมัครพนักงานประกันสังคมกลุ่มวิชาชีพการลงทุน วุฒิปริญญาตรี หลายอัตรา เงินเดือนเริ่มต้น 20,000 บาทไปจนถึงสูงสุด 180,000 บาท ใครที่จบป.ตรีแล้วกำลังหางาน ลุ้นเลยครับ โอกาสทองแบบนี้หายาก!

สำนักงานประกันสังคม เปิดรับสมัครงาน วุฒิ ป.ตรี เงินเดือนสูงสุด 1.8 แสน ตำแหน่งไหนบ้าง?

ประกาศนี้เปิดรับสมัครตั้งแต่วันที่ 2 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป โดยเน้นตำแหน่งในกลุ่มวิชาชีพการลงทุน เช่น นักวิเคราะห์การลงทุน ผู้จัดการกองทุน หรือตำแหน่งที่เกี่ยวข้องกับการเงินและการลงทุน ซึ่งต้องการผู้ที่มีความรู้เฉพาะทาง วุฒิปริญญาตรีในสาขาที่เกี่ยวข้อง เช่น เศรษฐศาสตร์ การเงิน บัญชี หรือบริหารธุรกิจ เงินเดือนสูงขนาดนี้เพราะเป็นงานที่รับผิดชอบสูง ต้องดูแลกองทุนประกันสังคมให้เติบโตเพื่อประชาชน

คุณสมบัติทั่วไปต้องเป็นคนไทย อายุไม่เกินที่กำหนด มีวุฒิป.ตรี และไม่มีประวัติต้องห้าม สนใจดูรายละเอียดตำแหน่งทั้งหมดได้จากไฟล์ PDF ประกาศรับสมัคร เลยครับ มีหลายตำแหน่งให้เลือกสมัครตามคุณสมบัติตัวเอง

วิธีสมัครงาน สำนักงานประกันสังคม เปิดรับสมัครงาน วุฒิ ป.ตรี เงินเดือนสูงสุด 1.8 แสน

สมัครง่ายมาก สมัครทางออนไลน์ช่องทางเดียวเท่านั้น ดังนี้:

  • ดาวน์โหลดใบสมัครได้ที่เว็บไซต์ www.sso.go.th
  • ส่งใบสมัครพร้อมเอกสารประกอบทางอีเมล [email protected] ในรูปแบบ PDF เท่านั้น
  • สำนักงานจะคัดเลือกตามคุณสมบัติและความเหมาะสม แล้วแจ้งผลทางอีเมลที่สมัคร
  • เลือกสมัครตำแหน่งที่ตรงคุณสมบัติตามประกาศเท่านั้นนะครับ

หลังจากส่งแล้ว รอการพิจารณาจากกองบริหารการลงทุน สำนักงานจะแจ้งเฉพาะผู้ผ่านการคัดเลือกเท่านั้น อย่าลืมเช็คอีเมลบ่อยๆ นะ

ทำไมถึงควรสมัครงานกับสำนักงานประกันสังคม?

นอกจากเงินเดือนสูงสุด 1.8 แสนแล้ว ยังมีสิทธิประโยชน์เพียบ เช่น ประกันสังคมเต็มรูปแบบ สวัสดิการพนักงานรัฐวิสาหกิจ โบนัส ค่ารักษาพยาบาล สถานที่ทำงานดี สภาพแวดล้อมการทำงานทันสมัย และโอกาสเติบโตในสายการเงินการลงทุน ทำงานเพื่อส่วนรวม ช่วยเหลือแรงงานไทยทั่วประเทศ ถือเป็นงานมั่นคงสูง เหมาะสำหรับคนที่อยากมีอนาคต 밝ใส

ในยุคเศรษฐกิจแบบนี้ การได้งานเงินเดือนดีๆ แบบนี้คือโชคใหญ่เลยครับ หลายคนคอมเมนต์ในโพสต์ว่า ‘เนื้อหอมมาก’ ‘สมัครเลยดีกว่า’ ถ้าคุณมีทักษะด้านการลงทุนหรือการเงิน อย่ารอช้า สมัครวันนี้เลย!

เคล็ดลับเตรียมตัว: อัปเดตเรซูเม่ให้สวยงาม เน้นประสบการณ์การลงทุนหรือโปรเจกต์ที่เคยทำ แนบผลงานพอร์ตโฟลิโอถ้ามี เตรียมตัวสัมภาษณ์เรื่องตลาดหุ้น กองทุนรวม และการบริหารความเสี่ยง ศึกษานโยบายประกันสังคมเพิ่มเติมจะช่วยได้เยอะ

สรุปแล้ว สำนักงานประกันสังคม เปิดรับสมัครงาน วุฒิ ป.ตรี เงินเดือนสูงสุด 1.8 แสน คือโอกาสที่ไม่ควรพลาดสำหรับสายการเงินทุกคน สมัครเลยครับ ก่อนปิดรับ! ถ้าคุณกำลังมองหาความมั่นคงและรายได้ดี ลองชิงโอกาสนี้ดู

CTA: ดาวน์โหลดใบสมัครและส่งอีเมลวันนี้ อนาคตของคุณรออยู่!

ที่มา – สำนักงานประกันสังคม เปิดรับสมัครงาน วุฒิ ป.ตรี เงินเดือนสูงสุด 1.8 แสน

สปส. เผยยอดแสดงความเห็นร่างระเบียบเลือกตั้งบอร์ด

สปส. เผยยอดแสดงความเห็น ร่างระเบียบเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม พร้อมแจงกระบวนพิจารณา สูงถึง 1,244,260 ครั้ง นี่คือตัวเลขที่น่าประทับใจมาก! แสดงให้เห็นถึงความตื่นตัวของผู้ประกันตน นายจ้าง และประชาชนทั่วไป ที่ให้ความสำคัญกับกระบวนการเลือกตั้งกรรมการประกันสังคม ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อสิทธิประโยชน์ของทุกคนในระบบประกันสังคม หากคุณเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33, 39 หรือ 40 ก็คงได้ร่วมแสดงความเห็นกันมาแล้วใช่ไหมล่ะ?

สปส. เผยยอดแสดงความเห็น ร่างระเบียบเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม พร้อมแจงกระบวนพิจารณา

สปส. เผยยอดแสดงความเห็น ร่างระเบียบเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม พร้อมแจงกระบวนพิจารณา

สำนักงานประกันสังคม (สปส.) ได้เปิดรับฟังความคิดเห็นต่อ ร่างระเบียบกระทรวงแรงงานว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตนเป็นกรรมการในคณะกรรมการประกันสังคม พ.ศ. …. ระหว่างวันที่ 15 มกราคม ถึง 14 กุมภาพันธ์ 2569 และได้รับการตอบรับอย่างล้นหลาม โดยนางสาวกาญจนา พูลแก้ว เลขาธิการ สปส. ระบุว่ามีผู้แสดงความเห็นรวมกว่า 1.24 ล้านครั้ง ถือเป็นการมีส่วนร่วมที่สูงมาก สะท้อนถึงความใส่ใจในกฎระเบียบที่กำหนดวิธีเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการกำหนดนโยบาย ค่าบริการทางการแพทย์ สิทธิประโยชน์กรณีชราภาพ ว่างงาน และอื่นๆ

ช่องทางการแสดงความเห็น 3 ช่องทางหลัก

เพื่อให้ทุกคนเข้าถึงได้ง่าย สปส. เปิด 3 ช่องทางหลักในการแสดงความเห็น โดยมีสัดส่วนดังนี้:

  • ระบบกลางทางกฎหมาย www.law.go.th สูงสุดที่ 56.21% เพราะสะดวก รวดเร็ว และเป็นช่องทาง官方
  • เว็บไซต์ สปส. www.sso.go.th รองลงมาที่ 36.26% ผู้ใช้สามารถแสดงความเห็นได้ตรงจากแหล่งข้อมูลหลัก
  • มุมรับฟังความคิดเห็นที่สำนักงาน สปส. ทั่วประเทศ 7.53% เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลงทะเบียนด้วยตนเอง

ช่องทางเหล่านี้ช่วยให้ผู้ประกันตนจากทั่วประเทศ ไม่ว่าจะอยู่กรุงเทพฯ หรือต่างจังหวัด สามารถมีเสียงในการกำหนดอนาคตประกันสังคมได้อย่างเท่าเทียม

สัดส่วนผู้แสดงความเห็นตามกลุ่ม

ที่น่าสนใจคือ ผู้แสดงความเห็นส่วนใหญ่เป็น ผู้ประกันตนมาตรา 33 สูงถึง 73.74% เพราะกลุ่มนี้เป็นลูกจ้างประจำที่มีสัดส่วนมากที่สุด รองลงมา คือ ผู้ประกันตนมาตรา 39 (10.99%) มาตรา 40 (3.89%) นายจ้าง (1.80%) องค์กร/สมาคม (0.15%) ประชาชนทั่วไป (8.88%) และอื่นๆ (0.56%) สถิติเหล่านี้ชี้ให้เห็นว่า ทุกกลุ่มให้ความสำคัญกับการเลือกตั้งบอร์ดที่เป็นตัวแทนจริงๆ ของผู้ใช้บริการ

กระบวนการพิจารณาความเห็นที่ สปส. ย้ำว่าทุกความเห็นมีค่า

หลังจากปิดรับฟัง สปส. จะนำความเห็นทั้งหมดมาประมวลผลและวิเคราะห์อย่างรอบคอบ โดยให้ความสำคัญกับทุกข้อเสนอแนะอย่างเท่าเทียม ไม่ว่าจะมากหรือน้อย เพื่อให้สอดคล้องกับ พระราชบัญญัติหลักเกณฑ์การจัดทำร่างกฎหมายและการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย พ.ศ. 2562 จากนั้นจะสรุปรายงานเสนอคณะอนุกรรมการปรับปรุงแก้ไขระเบียบ คณะกรรมการประกันสังคม ภายในเดือนมีนาคม 2569 และส่งต่อรัฐมนตรีกระทรวงแรงงาน

บอร์ดประกันสังคมคือหัวใจสำคัญในการตัดสินใจเรื่องงบประมาณ สิทธิชดเชย และการพัฒนาบริการ หากเลือกตัวแทนที่เหมาะสม จะช่วยยกระดับระบบประกันสังคมให้ดีขึ้น เช่น ลดเวลารอรับสิทธิ เพิ่มโรงพยาบาลในเครือ หรือปรับเบี้ยเลี้ยงกรณีทุพพลภาพ การรับฟังความเห็นครั้งนี้จึงเป็นโอกาสทองที่ทำให้ระบบโปร่งใสและเป็นธรรมมากขึ้น

นอกจากนี้ สปส. ยังเน้นย้ำว่า สปส. เผยยอดแสดงความเห็น ร่างระเบียบเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม พร้อมแจงกระบวนพิจารณา เพื่อสร้างความมั่นใจให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ว่าทุกเสียงจะถูกรวบรวมและนำไปใช้จริง ไม่ใช่แค่พิธีการ

ประโยชน์ของการเลือกตั้งบอร์ดที่โปร่งใส

การมีระเบียบเลือกตั้งที่ชัดเจนจะช่วยป้องกันการเลือกตั้งที่ไม่เป็นธรรม ทำให้ผู้แทนที่มาจากผู้ประกันตนและนายจ้างแท้จริง สามารถต่อสู้เพื่อสิทธิ เช่น เพิ่มอัตราจ่ายกรณีสงวนสิทธิรักษาพยาบาล หรือขยายสิทธิว่างงานในยุคเศรษฐกิจผันผวน หากคุณสนใจ สามารถตรวจสอบสิทธิประกันสังคมของคุณได้ที่แอป SSO หรือเว็บ sso.go.th

สรุปแล้ว การมีส่วนร่วมกว่า 1.24 ล้านครั้งนี้เป็นเครื่องพิสูจน์ว่าคนไทยใส่ใจระบบประกันสังคมมากแค่ไหน มันไม่ใช่แค่ตัวเลข แต่เป็นพลังที่ขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง ติดตามข่าวสารและผลการพิจารณาต่อไปได้ที่เว็บไซต์ สปส. เพื่อไม่พลาดสิทธิของคุณนะคะ! การเลือกตั้งบอร์ดครั้งนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของประกันสังคมที่ตอบโจทย์คนทำงานไทยมากขึ้น

ที่มา – สปส. เผยยอดแสดงความเห็น ร่างระเบียบเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม พร้อมแจงกระบวนพิจารณา

“ไอซ์-สหัสวัต” ชวดนั่งที่ปรึกษาปฏิรูปประกันสังคม

ข่าวสำคัญในแวดวงแรงงานไทยล่าสุดคือ ไอซ์-สหัสวัต ชวดนั่งที่ปรึกษาปฏิรูปประกันสังคม ปลัดแรงงานยันไม่จำเป็น หลังจากมีกระแสเสนอชื่อ ส.ส. จากพรรคประชาชนทั้งสองคนนี้เข้ามาร่วมทีมปฏิรูปสำนักงานประกันสังคม (สปส.) แต่ปลัดกระทรวงแรงงานชัดเจนปิดประตูตาย ไม่จำเป็นเพราะมีผู้เชี่ยวชาญครบถ้วนแล้ว เรื่องนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการปฏิรูปที่เน้นความเป็นมืออาชีพ

“ไอซ์-สหัสวัต” ชวดนั่งที่ปรึกษาปฏิรูปประกันสังคม ปลัดแรงงานยันไม่จำเป็น

วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2567 พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน เปิดเผยหลังการประชุมคณะทำงานศึกษาโครงสร้างการปฏิรูป สปส. ว่า ได้มอบหมายให้ศึกษารูปแบบประกันสังคมจากประเทศชั้นนำ อาทิ มาเลเซีย เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น สวีเดน และแคนาดา เพื่อวิเคราะห์ให้เหมาะกับบริบทไทย โดยประเด็นหลักคือ สปส. ควรคงสถานะเป็นหน่วยงานราชการ กึ่งราชการ หรือปรับเป็นองค์กรมหาชนอิสระ ขั้นตอนถัดไปคือร่าง TOR เพื่อจัดซื้อจัดจ้างทีมผู้เชี่ยวชาญหรือสถาบันวิจัยมาดำเนินการอย่างเป็นระบบ

เหตุผลหลักที่ “ไอซ์-สหัสวัต” ชวดนั่งที่ปรึกษาปฏิรูปประกันสังคม

เมื่อถามถึงการเสนอชื่อนางสาวรักชนก ศรีนอก หรือ “ไอซ์” และนายสหัสวัต คุ้มคง ส.ส.พรรคประชาชน เป็นที่ปรึกษา ปลัดกระทรวงแรงงานยืนยันชัดเจนว่า “ตอนนี้ไม่ใช้แล้ว และไม่มีการเสนอชื่อเข้ามา” เพราะคณะทำงานมีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านครบครันแล้ว การดึงตัวแทนฝ่ายการเมืองจึงไม่จำเป็น สิ่งนี้ช่วยยืนยันกระบวนการปฏิรูปที่โปร่งใสและมุ่งเน้นสาระ ไม่ใช่การเมือง

ความคืบหน้าการรับฟังความเห็นร่างระเบียบเลือกตั้งบอร์ด สปส.

นางสาวกาญจนา พูลแก้ว เลขาธิการ สปส. รายงานความคืบหน้าว่า การรับฟังความคิดเห็นร่างระเบียบการเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคมที่ปิดรับเมื่อ 14 กุมภาพันธ์ พบผู้แสดงความเห็นสูงเป็นประวัติการณ์ถึง 1,244,260 ครั้ง ซึ่งมากกว่าทุกครั้งในอดีต หลังจากนี้จะนำข้อมูลทั้งหมดมาวิเคราะห์อย่างละเอียดถี่ถ้วน โดยพิจารณาความสอดคล้องกับหลักการ ไม่ใช่แค่นับจำนวนเห็นด้วยหรือคัดค้าน เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมและยั่งยืน

โมเดลประกันสังคมจากต่างประเทศที่ไทยกำลังศึกษา

การปฏิรูป สปส. ครอบคลุมการศึกษารูปแบบจากนานาชาติ เพื่อหาแนวทางที่ดีที่สุด โดยมีตัวอย่างดังนี้

  • มาเลเซีย: ใช้ SOCSO (Social Security Organization) เป็นองค์กรกึ่งรัฐ มีความยืดหยุ่นสูงในการบริหารจัดการกองทุน
  • เกาหลีใต้: National Pension Service (NPS) เป็นองค์กรมหาชนอิสระ จัดการกองทุนขนาดใหญ่ได้มีประสิทธิภาพ
  • ญี่ปุ่น: มีระบบหลายกองทุนตามกลุ่มอาชีพ แต่รวมศูนย์บริหารเพื่อความมั่นคง
  • สวีเดน: เน้นสวัสดิการถ้วนหน้าผ่าน Swedish Social Insurance Agency รองรับผู้สูงอายุและว่างงานดีเยี่ยม
  • แคนาดา: Canada Pension Plan (CPP) จัดการโดยคณะกรรมการอิสระ มีการลงทุนกองทุนเพื่อผลตอบแทนสูง

การนำโมเดลเหล่านี้มาปรับใช้ จะช่วยให้ สปส. ซึ่งดูแลแรงงานกว่า 12 ล้านคน มีโครงสร้างที่คล่องตัว ลดปัญหาการขาดทุน และเพิ่มสิทธิประโยชน์ให้สมาชิก

นอกจากนี้ การปฏิรูปยังมุ่งแก้痛จุด เช่น การลงทุนกองทุนที่ไม่คุ้มค่า การเลือกตั้งบอร์ดที่ขาดตัวแทนแรงงาน และการขยายสิทธิครอบคลุมผู้ประกันตนมาตรา 40 ให้มากขึ้น สิ่งเหล่านี้จะเป็นประโยชน์ระยะยาวต่อเศรษฐกิจและสังคมไทย

ท้ายที่สุด “ไอซ์-สหัสวัต” ชวดนั่งที่ปรึกษาปฏิรูปประกันสังคม ปลัดแรงงานยันไม่จำเป็น ถือเป็นสัญญาณดีว่าการปฏิรูปเดินหน้าด้วยความเป็นวิชาการ ผู้เขียนมองว่าหากรัฐบาลผลักดันต่อเนื่อง จะช่วยยกระดับระบบประกันสังคมไทยให้เทียบชั้นสากลได้ในไม่ช้า

คุณมีความเห็นอย่างไรกับการปฏิรูปนี้? เชื่อว่าปลัดแรงงานตัดสินถูกหรือไม่? มาแสดงความคิดเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ แรงงานที่สนใจนะครับ!

ที่มา – “ไอซ์-สหัสวัต” ชวดนั่งที่ปรึกษาปฏิรูปประกันสังคม ปลัดแรงงานยันไม่จำเป็น

เดินหน้าสร้างหลักประกันความมั่งคงแรงงานนอกระบบ-อาชีพอิสระ

ในยุคที่เศรษฐกิจเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว แรงงานนอกระบบและอาชีพอิสระกลายเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศ แต่หลายคนยังขาดหลักประกันชีวิตที่มั่นคง สำนักงานประกันสังคม (สปส.) จึงเดินหน้าสร้างหลักประกันความมั่งคงแรงงานนอกระบบ-อาชีพอิสระ อย่างจริงจัง ผ่านโครงการ “ประกันสังคมทั่วไทยสู่แรงงานภาคอิสระ รุ่นที่ 2 (กรุงเทพฯ/ปริมณฑล)” ที่เพิ่งจัดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้

เดินหน้าสร้างหลักประกันความมั่งคงแรงงานนอกระบบ-อาชีพอิสระ

โครงการนี้จัดขึ้นเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ ณ โรงแรมโนโวเทล กรุงเทพฯ ฟิวเจอร์ พาร์ค รังสิต จังหวัดปทุมธานี โดยนางสาวกาญจนา พูลแก้ว เลขาธิการ สปส. มอบหมายให้นางสาวนันทินี ทรัพย์ศิริ ที่ปรึกษาด้านประสิทธิภาพ เป็นประธานเปิด มีผู้เข้าร่วมกว่า 200 คน จากกรุงเทพฯ และปริมณฑล เช่น ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสาคร นครปฐม และนนทบุรี รวมถึงเครือข่ายประกันสังคม อาสาสมัครแรงงาน บัณฑิตแรงงาน และประชาชนทั่วไป

สปส. มุ่งมั่นสร้างหลักประกันทางสังคมที่ครอบคลุมทุกกลุ่ม โดยเฉพาะแรงงานนอกระบบที่ปัจจุบันมีผู้ประกันตนทั่วประเทศ 24.86 ล้านคน แบ่งเป็นมาตรา 33 (13 ล้านคน), มาตรา 39 (1.6 ล้านคน) และมาตรา 40 (11 ล้านคน) การรณรงค์อย่างต่อเนื่องช่วยให้แรงงานอิสระตระหนักถึงสิทธิประโยชน์มากขึ้น

สิทธิประโยชน์ประกันสังคมมาตรา 40 ที่ไม่ควรพลาด

มาตรา 40 ออกแบบมาเพื่อแรงงานนอกระบบและอาชีพอิสระโดยเฉพาะ ค่าใช้จ่ายเริ่มต้นแค่ 70 บาท/เดือน (จ่ายรายปี 840 บาท) แต่คุ้มครองครบถ้วน ดังนี้:

  • เจ็บป่วย: ชดเชยรายได้ 50% ของค่าจ้างฐาน ไม่เกิน 30 วัน/ปี
  • ทุพพลภาพ: ได้บำเหน็จหรือบำนาญตลอดชีวิต
  • เสียชีวิต: เงินทดแทนการเสียชีวิตและงานศพ
  • ชราภาพ: บำนาญเมื่ออายุ 60 ปี
  • สงเคราะห์บุตร: ช่วยเหลือบุตรอายุไม่เกิน 6 ปี

นอกจากนี้ยังมีสิทธิรักษาพยาบาล 30 บาทรักษาทุกโรค และสิทธิอื่นๆ ที่ช่วยลดภาระชีวิต

ทำไมต้องเดินหน้าสร้างหลักประกันความมั่งคงแรงงานนอกระบบ-อาชีพอิสระ ในตอนนี้?

สังคมผู้สูงวัยกำลังมา แรงงานอิสระอย่างฟรีแลนซ์ ขายของออนไลน์ คนขับแท็กซี่ หรือแม่ค้าอาชีพอิสระ เผชิญความเสี่ยงสูง หากไม่มีหลักประกัน อาจลำบากในวัยชรา โครงการนี้ไม่เพียงให้ความรู้ แต่ยังสร้างแรงจูงใจให้สมัคร เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของตัวเองและครอบครัว การตอบรับดีเยี่ยม แสดงให้เห็นว่าทุกคนเริ่มให้ความสำคัญ

ปัจจุบัน สปส. ยังมีช่องทางสมัครง่ายๆ ผ่านแอป SSO Connect, เว็บไซต์, หรือที่สำนักงานประกันสังคมใกล้บ้าน ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร หากเป็นแรงงานนอกระบบ สมัครวันนี้เพื่ออนาคตที่มั่นคง

สรุปแล้ว การเดินหน้าสร้างหลักประกันความมั่งคงแรงงานนอกระบบ-อาชีพอิสระ เป็นนโยบายที่ตอบโจทย์ยุคดิจิทัล ลองนึกภาพชีวิตที่ไร้กังวลจากโรคภัยหรือวัยชรา สมัครเลยเพื่อก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นใจ! หากสนใจ สามารถติดต่อ สปส. จังหวัดของคุณ หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์เพื่อข้อมูลเพิ่มเติม

ที่มา – เดินหน้าสร้างหลักประกันความมั่งคงแรงงานนอกระบบ-อาชีพอิสระ

สปส. เคาะงบ 275 ล้าน จัดเลือกตั้งบอร์ดชุดใหม่

สวัสดีครับเพื่อนๆ ผู้ประกันตนและคนทำงานทุกท่าน วันนี้เรามาพูดคุยกันแบบเป็นกันเองเกี่ยวกับข่าวร้อนๆ ในวงการประกันสังคม ที่หลายคนกำลังให้ความสนใจ นั่นคือ สปส. เคาะงบ 275 ล้าน จัดเลือกตั้งบอร์ดชุดใหม่ ซึ่งเกิดขึ้นพร้อมกับดราม่าจากนายสมยศ พฤกษาเกษมสุข ที่นำมวลชนบุกไปเปิบเค้กประชดการใช้จ่ายงบประมาณ เรื่องนี้มันสะท้อนปัญหาอะไรบ้าง และผู้ประกันตนอย่างเราจะได้ประโยชน์อะไร มาฟังกันเลยครับ

สปส. เคาะงบ 275 ล้าน จัดเลือกตั้งบอร์ดชุดใหม่

วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 ที่สำนักงานประกันสังคม (สปส.) นางนิยดา เสนีย์มโนมัย โฆษก สปส. ได้แถลงผลการประชุมบอร์ดประกันสังคมครั้งสุดท้าย ก่อนที่บอร์ดชุดนี้จะหมดวาระในวันที่ 13 กุมภาพันธ์นี้ โดยหนึ่งในมติสำคัญคือการอนุมัติงบประมาณ 275 ล้านบาท เพื่อใช้ในการจัดเลือกตั้งบอร์ดชุดใหม่ คาดว่าจะมีการลงคะแนนเสียงประมาณเดือนกรกฎาคม โดยยังคงใช้ระเบียบการเลือกตั้งเดิมในการคำนวณงบประมาณ

นอกจากนี้ บอร์ดยังได้พิจารณาปรับปรุงสิทธิประโยชน์ทันตกรรมให้ดีขึ้น ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2569 เป็นต้นไป ผู้ประกันตนสามารถใช้สิทธิผ่าฟันคุดได้ตามอัตราที่กำหนด คือ กรณีผ่าแบบง่ายไม่เกิน 1,500 บาท และแบบยากไม่เกิน 2,500 บาท ซึ่งครอบคลุมโรงพยาบาลรัฐ เอกชน และคลินิกทันตกรรมทั่วประเทศกว่า 5,000 แห่ง นับเป็นข่าวดีสำหรับคนที่กำลังปวดฟันคุดเลยทีเดียวครับ

สปส. เคาะงบ 275 ล้าน จัดเลือกตั้งบอร์ดชุดใหม่

เบื้องลึกสิทธิทันตกรรมใหม่จาก สปส. เคาะงบ 275 ล้าน จัดเลือกตั้งบอร์ดชุดใหม่

สิทธิทันตกรรมนี้ถือเป็นการตอบโจทย์ผู้ประกันตนจำนวนมาก เพราะฟันคุดเป็นปัญหาที่พบบ่อย โดยเฉพาะวัยทำงาน สปส. คาดว่าจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายได้เยอะ แต่หลายคนก็ยังตั้งคำถามว่าทำไมไม่ขยายสิทธิอื่นๆ ด้วย เช่น การผ่าตัดส่องกล้องหรือเพิ่มเบี้ยชราภาพให้สูงกว่า 30 บาทรักษาทุกโรคแบบเดิมๆ

ขณะที่ทุกอย่างดูราบรื่นในห้องประชุม แต่บริเวณใต้อาคาร สปส. กลับคึกคักไปด้วยการประท้วง นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข ผู้นำกลุ่มสหภาพคนทำงาน ได้นำมวลชนจัดกิจกรรมสุดแสบ “สวาปามเค้ก 2.9 ล้านล้าน” เพื่อประชดประชันการรุมทึ้งงบประมาณกองทุนประกันสังคม โดยเค้กชิ้นยักษ์นี้สื่อถึงเงินกองทุนมหาศาลที่ถูกใช้ไปโดยไม่โปร่งใส

สมยศนำมวลชนบุกเปิบเค้กประชด สปส. เคาะงบ 275 ล้าน จัดเลือกตั้งบอร์ดชุดใหม่

ข้อเรียกร้องจากนายสมยศและมวลชน

นายสมยศได้ยื่นข้อเรียกร้องหลักๆ ดังนี้

  • ตรวจสอบเส้นทางการเงินของบอร์ด สปส. ทุกคนย้อนหลัง 10 ปี เพราะพบว่าบางคนร่ำรวยผิดปกติ มีคฤหาสน์หลังใหญ่ เข้าสู่นักการเมือง และกลับจากดูงานต่างประเทศพร้อมนาฬิกาหรู
  • คัดค้านระเบียบเลือกตั้งใหม่ที่ลดสิทธิผู้ประกันตน จากเดิม 1 คน 1 เสียง เลือกได้ 7 คน เหลือเพียงเลือก 1 คนเท่านั้น
  • เร่งปรับปรุงสิทธิสวัสดิการให้ดีขึ้น โดยเฉพาะค่าจ้างขั้นต่ำ สิทธิผ่าตัดส่องกล้อง และเงินชราภาพให้สูงกว่าที่หาเสียงไว้

นายสมยศยังแสดงความหวังว่าปลัดกระทรวงแรงงานคนใหม่จะมาจากตัวแทนผู้ใช้แรงงานจริงๆ เช่น จากพรรคประชาชน หรือนายสุชาติ ชมกลิ่น หากกลับมา ก็ขอให้ผลักดันสวัสดิการให้เกินสิทธิ 30 บาทเดิม

กิจกรรมประท้วงที่ สปส. เคาะงบ 275 ล้าน จัดเลือกตั้งบอร์ดชุดใหม่

ประกันสังคมเป็นกองทุนที่เราผู้ใช้แรงงานจ่ายเงินสมทบทุกเดือน เพื่อสิทธิในยามเจ็บป่วย ว่างงาน ชรา ถ้าการบริหารไม่โปร่งใสแบบนี้ มันกระทบเราทุกคนนะครับ จากข่าว สปส. เคาะงบ 275 ล้าน จัดเลือกตั้งบอร์ดชุดใหม่ ครั้งนี้ ทำให้เห็นว่าต้องมีส่วนร่วมมากขึ้นในการเลือกตั้งบอร์ด เพื่อให้ได้คนที่แท้จริงมาดูแล

ส่วนตัวผมคิดว่าการประท้วงแบบสร้างสรรค์อย่างเปิบเค้กนี้ช่วยจุดประเด็นได้ดี แต่วิธีแก้ระเบียบเลือกตั้งต้องเร่ง เพราะสิทธิ 1 คน 1 เสียงเลือกหลายคน มันทำให้เสียงผู้ประกันตนดังกว่าเดิมเยอะ สุดท้ายแล้ว ผู้ประกันตนอย่างเราควรติดตามข่าวใกล้ชิด และไปใช้สิทธิเลือกตั้งให้เต็มที่นะครับ

คุณล่ะคิดเห็นยังไงกับเรื่อง สปส. เคาะงบ 275 ล้าน จัดเลือกตั้งบอร์ดชุดใหม่ และการประท้วงของสมยศ? มาแชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง หรือแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ผู้ประกันตนรับรู้กันเถอะครับ เพื่อให้กองทุนของเราดีขึ้น!

ที่มา – สปส. เคาะงบ 275 ล้าน จัดเลือกตั้งบอร์ดชุดใหม่ “สมยศ” นำมวลชนบุกเปิบเค้กประชด

Scroll to top